|
MRI ดูมะเร็งเต้านม มักให้ผลผิดพลาด ?!?!
โพสต์เมื่อ:
22:14 วันที่ 30 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
15,086
ตอบแล้ว:
0
นักวิทย์เผย ก้อนเนื้อที่ตรวจพบด้วยเครื่อง MRI ในหญิงที่เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูง อาจให้ผลผิดพลาด นักวิจัยจำนวนมากเผย ผลสแกนจากเครื่อง MRI จำนวน 5 ใน 6 ให้ผลผิดพลาด อย่างไรก็ตาม MRI จัดว่าเป็นเครื่องตรวจมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายได้ดีที่สุดในขณะนี้ครับ จากการสำรวจพบว่าแม้ผลตรวจที่ผิดพลาดจะทำให้ผู้เข้ารับการตรวจเป็นกังวลแต่ก็มิได้ทำให้หญิงสาวเหล่านั้นตัดสินใจผ่าตัดเอาเต้านมออกโดยไม่ไตร่ตรอง ผลการศึกษานี้ตีพิมพ์ในรายงานโรคมะเร็งประจำปี ซึ่งรายงานว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึง 85 % เป็นผู้มีความผิดปกติทางยีน NHS ในอังกฤษกล่าวว่า แพทย์อาจพิจารณาให้หญิงที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมเข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นประจำทุกปีเพิ่มเติมจากการตรวจแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียว หลักการของเครื่อง MRI คือการใช้ magnetic resonance imaging คือใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูง และคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ (Radio Frequency) ด้วยการส่งคลื่นความถี่เข้าสู่ร่างกาย และรับคลื่นสะท้อนกลับ นำมาประมวลผลและสร้างเป็นภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถให้รายละเอียดและความคมชัดเสมือนการตัดร่างกายออกเป็นแผ่นๆ ทำให้แพทย์สามารถมองจุดที่ผิดปกติในร่างกายคนเราได้อย่างละเอียด โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้รับการตรวจ ซึ่งมีความไวกว่าการตรวจแมมโมแกรมและมีประสิทธิภาพในการตรวจมะเร็งเต้านมระยะแรกในหญิงสาวอายุน้อยซึ่งมีเนื้อเยื่อเต้านมหนาแน่นได้ดีกว่า ยีนกลายพันธุ์ ด้วยความที่ MRI มีความไวสูงจึงทำให้เห็นความผิดปกติอย่างก้อนเนื้อที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็ง (benign)ได้ง่าย นักวิจัยจาก Hereditary Cancer Clinic ที่ Nijmegen Medical Centre ติดตามหญิงที่ตรวจพบว่ายีน BRCA1 หรือ BRCA2 กลายพันธุ์ ซึ่งความผิดปกติของยีนทั้งสองชนิดนี้มักทำให้เกิดมะเร็งเต้านมขึ้น โดยครั้งแรกที่ทีมวิจัยไปเยี่ยมได้สอบถามหญิงสาวเหล่านั้นว่าต้องการสแกนด้วยเครื่อง MRI เพื่อความปลอดภัยต่อหรือจะตัดเต้านมออกเพื่อป้องกันแต่เนิ่น ประมาณ 30% ตอบว่าต้องการตัดเต้านมออก 3% ตอบว่าไม่ต้องการสแกน ส่วนที่เหลือตอบว่าต้องการสแกนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามหญิงสาวเหล่านั้นได้รับการสแกนทั้งหมดและพบว่าเกือบ 83% ของผลสแกนจาก MRI ที่ตรวจพบก้อนเนื้อกลายเป็นผลผิดพลาด จากการสอบถามพบว่า การตรวจพบก้อนเนื้อมีผลน้อยมากต่อการตัดสินใจตัดเต้านมออก 90% ของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องผ่าตัดเต้านมก็จะไปผ่า แต่ในขณะที่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของคนที่มีผลตรวจ MRI เป็นบวกจะยังขอติดตามผลการตรวจต่อไป แสดงให้เห็นว่าผลการตรวจด้วย MRI ไม่ใช่ประเด็นหลักในการผ่าตัดเต้านม ดร. Nicoline Hoogerbrugge ผู้นำทีมวิจัยกล่าวว่า ผลการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของผู้ที่ตรวจพบก้อนเนื้อว่าจะตัดเต้านมออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ป่วยเอง ไม่ได้ขึ้นกับผลสแกน ประสิทธิภาพ นักวิจัยย้ำว่าเครื่องสแกน MRI มีประสิทธิภาพตรวจมะเร็งระยะแรกและมะเร็งที่กำลังจะพัฒนาได้ดีกว่า โดยสัดส่วนที่แมมโมแกรมตรวจถูกต้องคิดเป็น 41% และสำหรับ MRI คิดเป็น 60% จากการสำรวจพบว่า การศึกษานี้ไม่ทำให้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงลดเข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง MRI ครับ ดร. Sarah Rawlings หัวหน้าโครงการกล่าวว่า การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรมร่วมกับ MRI จัดเป็นการตรวจที่มีประสิทธิภาพมากสุดสำหรับหญิงที่มีความเสี่ยงสูงแม้วิธีนี้จะให้ผลผิดพลาดบ้างก็ตาม ด้าน ดร. Emma Pennery ผู้อำนวยการคลินิก Emma Pennery กล่าวว่า แม้ MRI จะให้ผลผิดพลาดได้ แต่ความสามารถของมันในการตรวจพบมะเร็งระยะแรกได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแมมโมแกรมถือได้ว่ามีค่ากับหญิงกลุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งครับ
ภาพ; เครื่อง MRI แสดงก้อนเนื้อในเต้านม มักให้ผลผิดพลาดเสมอ ที่มา: http://news.bbc.co.uk/2/low/health/7312793.stm อ้างอิง: http://www.mrithailand.com/mri9/index.html http://www.radiologyinfo.org/en/info.cfm?pg=breastmr&bhcp=1 ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|