คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
Staphylococcus หนีภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อย่างไร
โพสต์เมื่อ: 10:12 วันที่ 31 มี.ค. 2551         ชมแล้ว: 14,723 ตอบแล้ว: 0

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันเผยวิธีที่แบคทีเรีย Staphylococcus aureus (สแตฟีโลค็อคคัส ออรีอัส หรือ สแตฟ) ใช้ต้านระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย


Staphylococcus aureus เป็นแบคทีเรียก่อโรคชนิดรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต ตัวอย่างของ  Staphylococcus aureus ซึ่งขณะนี้พบว่าเกิดการดื้อยา methicillin คือ MRSA (methicillin-resistant Staph aureus) หรือเรียกว่า "superbug"


งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ในวารสาร Science คาดว่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งกับการต่อสู้กับแบคทีเรียชนิดนี้


ดร. Ferric Fang ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันประจำห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และจุลชีววิทยา ร่วมกับทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ประกอบด้วย ดร.Anthony Richardson และดร. Stephen Libby ศึกษาว่าเหตุใดเชื้อ Staph aureus จึงก่อโรคได้มากกว่าแบคทีเรียชนิดอื่น


ทีมวิจัยให้ความสนใจกับสารประกอบทางเคมีที่มีชื่อว่า ไนตริกออกไซด์ (NO) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติที่เซลล์หลั่งออกมาทำลายเชื้อโรค สำหรับแบคทีเรียโดยทั่วไปไนตริกออกไซด์จะทำให้เชื้อเกิดสภาวะที่ไม่สามารถดำเนินกระบวนการหายใจและกระบวนการหมักต่อไปได้ ซึ่งทั้งสองกระบวนการนี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเชื้อครับ


นักวิจัยพบว่า ขณะที่มีไนตริกออกไซด์อยู่นั้น เชื้อ Staph aureus สามารถสร้างกรดแลกติกซึ่งเป็นผลิตผลจากกระบวนการหมักได้อยู่ ทำให้เชื้อเจริญเติบโตต่อไปและอยู่ในสภาวะไม่เหมาะสมในร่างกายได้


สิ่งที่ทำให้ Staph aureus พิเศษกว่าแบคทีเรียชนิดอื่นนั้นเนื่องจาก Staph สร้างเอนไซม์พิเศษสำหรับสังเคราะห์กรดแลกติกขึ้นมา พร้อม ๆ กับสร้างเอนไซม์ชนิดอื่นที่เปลี่ยนไนตริกออกไซด์ซึ่งเป็นสารพิษให้กลายเป็นสารไม่มีพิษ ในร่างกายของเราจะพบไนตริกออกไซด์ได้ตามจมูกและทางเดินหายใจช่วยป้องกันการติดเชื้อจากจุลชีพทั้งหลาย แต่ Staph aureus กลับพบตามจมูกทั้ง ๆ ที่มีไนตริกออกไซด์ครับ


เมื่อนักวิทยาศาสตร์ดัดแปลงพันธุกรรมของ Staph aureus ไม่ให้สร้างกรดแลกติก พบว่า Staph ไม่สามารถทนไนตริกออกไซด์ได้ ในที่สุดก็ไม่สามารถอาศัยในร่างกายได้และสูญเสียความสามารถในการก่อโรคในหนูทดลอง ทำให้หนูทดลองรอดชีวิตครับ


Fang อธิบายว่า MRSA สร้างปัญหาแก่สุขภาพอย่างยิ่ง ทั้งเป็นโรคติดเชื้อในชุมชนและตามโรงพยาบาล ขณะนี้มีคนทั่วโลกติดเชื้อไปแล้วประมาณ 1 ใน 3 ดังนั้นหากหวังพึ่งยาปฏิชีวนะแบบเก่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ให้หมดไปได้


อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การทำให้ Staph aureus โดนกำจัดด้วยภูมิคุ้มกันเราได้ ถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ช่วยลดจำนวนเชื้อและช่วยป้องกันการติดเชื้อครับ


 



ภาพ: ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราดแสดงให้เห็นเชื้อ Staphylococcus aureus สายพันธุ์ดื้อยา methicillin (methicillin-resistant Staph aureus)หรือรู้จักในชื่อ MRSA กระจุกกันเป็นกลุ่มจำนวนหลายกลุ่ม ขยาย:2381x (Credit: Janice Haney Carr, CDC)


 


ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2008/03/080324113258.htm


อ้างอิง: http://moomsabuy.exteen.com/20070304/mrsa


            http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=2115


            http://www.vcharkarn.com/vcafe/136307


 


 


 


 



gik_ravicha เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.