|
หุ่นยนต์มีชีวิต Salmonella อาวุธพิฆาตมะเร็งชนิดใหม่
โพสต์เมื่อ:
21:53 วันที่ 31 มี.ค. 2551 ชมแล้ว:
14,832
ตอบแล้ว:
0
อาวุธต่อสู้มะเร็งชนิดใหม่ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเชื้อโรคแซลโมเนลลา ที่รู้จักกันดีนี่เอง แทบไม่น่าเชื่อเลยครับว่าแบคทีเรียที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษอย่างเจ้าแซลโมเนลลานี้จะกลายเป็นหุ่นยนต์มีชีวิต เข้าไปในร่างกายของเราแล้วค้นหาเนื้องอก หลังจากนั้นก็ทำลายด้วยยาที่มันสร้างขึ้น ดีกว่าเคมีบำบัดแบบเดิมที่ไม่สามารถเข้าถึงเซลล์มะเร็งเป็นไหนไหน กลายเป็นทางเลือกในการรักษามะเร็งแทนวิธีเคมีบำบัดแบบเดิม ทั้งมีประสิทธิภาพ จำเพาะ และปลอดภัยกับผู้ป่วยครับ Neil Forbes จากมหาวิทยาลัย Massachusetts Amherst ได้รับเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยจาก National Institutes of Health เป็นมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาการใช้ แซลโมเนลลา เป็นอาวุธฆ่ามะเร็ง Forbes ได้เปลี่ยนแซลโมเนลลาให้กลายเป็นหุ่นยนต์พิฆาต โดยใช้แฟลกเจลลาหรือแส้ซึ่งมีลักษณะเหมือนหางแบคทีเรียเป็นตัวขับเคลื่อนไปหาเซลล์มะเร็ง เมื่อพบก็ปล่อยยาไปที่เป้าหมายกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฆ่าตัวเอง ยาที่แซลโมเนลลาปล่อย จะไปกระตุ้นตัวรับ (receptor) ในเซลล์มะเร็งที่เรียกว่า death receptor หากตัวรับนี้ถูกกระตุ้นด้วยยาจากแซลโมเนลลา เซลล์มะเร็งจะถูกกระตุ้นให้สั่งการฆ่าตัวเอง ขณะนี้ทีมของ Forbes ประสบความสำเร็จกับการทดลองในหนูที่เป็นมะเร็ง พบว่าหนูรอดชีวิตมากขึ้น หนูที่เป็นมะเร็งโดยทั่วไปจะตายภายใน 30 วัน แต่หลังจากที่ได้รับแบคทีเรียชนิดนี้เข้าไปร่วมกับการฉายรังสี หนูทั้งหมดกลับรอดชีวิตและอยู่ได้นานกว่า 30 วัน ซึ่งหมายความว่าหากใช้ในคน คนจะมีชีวิตอยู่รอดได้นานเป็นเดือน ๆ หรือเป็น ปีๆ Forbes ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่คณะวิศวกรรมเคมี กล่าวว่า อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ไปหน่อย แต่แซลโมเนลลาก็เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ขนาดจิ๋วที่อยากไปไหนก็ไปได้จริง ๆ โดยใช้แฟลกเจลลาเป็นตัวขับเคลื่อนแถมยังมีเซนเซอร์คอยบอกว่ามันกำลังไปที่ไหน และมีโรงงานสร้างยาเล็ก ๆ อยู่ในตัว ในฐานะวิศวกร Forbes จะทำหน้าที่สั่งการว่าพวกมันควรไปที่ไหน ต้องสร้างยาอะไรและเมื่อไรถึงจะสร้าง การใช้แบคทีเรียต่อสู้กับมะเร็งมีการพัฒนามาแล้วหลาย 10 ปี แต่งานของ Forbes ที่ใช้แซลโมเนลลานี้ค่อนข้างจะพัฒนาให้แตกต่างออกมาสักหน่อย ศัพท์เฉพาะทางเรียกว่า targeted intratumoral therapeutic delivery ซึ่งหมายความว่าแบคทีเรียถูกส่งตรงไปยังเนื้องอกเป้าหมายในขณะที่ใช้การรักษาแบบเดิมร่วมด้วย และผู้ป่วยแต่ละคนจะได้รับปริมาณยาแตกต่างกันไป ทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้มีความจำเพาะ มีประสิทธิภาพ และลดปริมาณสารเคมีที่ต้องใช้ในผู้ป่วย ในขณะที่การรักษายังคงดำเนินอยู่ อัตราการตายก็ลดลงครับ ปัญหาของการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดแบบเดิมนั้นมีอยู่ว่า ยาไม่สามารถเข้าถึงเนื้องอกบางที่ได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อบางบริเวณของเนื้องอกไม่มีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยง นั่นหมายความว่า ยาจะเข้าถึงยากที่สุดตรงเนื้อเยื่อที่อยู่ไกลเส้นเลือดมากที่สุด กล่าวง่าย ๆ ว่าเส้นเลือดเป็นทางหลวงขนส่งยานั่นเองครับ เนื้องอกแต่ละชนิดจะมีรูปแบบของเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงแตกต่างกันขึ้นกับธรรมชาติของเนื้องอกชนิดนั้น ๆ และพันธุกรรมของผู้ป่วย Forbes อธิบายว่า ให้เรานึกว่าเนื้องอกเป็นก้อนฟองน้ำ อนุภาคใดก็ตามหรืออาจเป็นยาจะมาออกันที่ด้านนอก ใกล้ ๆ กับเส้นเลือด แต่ไม่แทรกตัวเข้าไปข้างใน แต่ แซลโมเนลลา นั้นไม่เหมือน ยา ครับ เป็นวีรบุรุษที่มีชีวิต แซลโมเนลลาจะอาศัยพลังงานจากสิ่งแวดล้อมแล้ว ว่าย ไปในที่ที่มันอยากจะไป โดยใช้มอเตอร์นอกกายก็คือ แฟลกเจลลา เป็นตัวขับเคลื่อน ท่องเที่ยวไปหาเนื้องอกตรงบริเวณที่ต้องการ ไม่คำนึงว่าจะมีเส้นเลือดอยู่ตรงนั้นหรือไม่ หลักการของ Forbes ก็คือใช้แซลโมเนลลาเป็นตัวปลดปล่อยอาวุธร้ายและตรึงเซลล์มะเร็งด้วยยาที่ปล่อยออกไป ดังนั้นแซลโมเนลลาจึงสามารถไปในที่ที่ยาไม่สามารถเข้าถึงได้แล้วฆ่าเซลล์มะเร็งบริเวณนั้น Forbes สรุปว่า แบคทีเรียเป็นวิธีรักษาเพียงวิธีเดียวที่จะแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อบริเวณที่อยู่ไกลจากเส้นเลือดหล่อเลี้ยงได้ แบคทีเรียสามารถค้นหาเนื้อเยื่อที่ตายแล้วโดยใช้สารเคมีที่ชื่อ ไรโบส ซึ่งหลั่งจากเซลล์ที่ตายแล้วเป็นตัวบอกทาง นั่นหมายความว่าเซลล์เซลล์นั้นอาจโดนฆ่าด้วยสารเคมีไปแล้ว ซึ่ง Forbes ไม่ต้องการให้แบคทีเรียเข้าไปหาเซลล์เหล่านั้นหรอกครับ แต่ Forbes ต้องการให้แบคทีเรียแทรกตัวเข้าไปหาเซลล์ที่โตอย่างช้า ๆ แต่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งก็คือเซลล์มะเร็งบริเวณที่ยาไม่สามารถเข้าถึงได้นั่นเองครับ ดังนั้น Forbes จึงตัดปัญหานี้ด้วยการเอาตัวเซนเซอร์ไรโบสในแบคทีเรียออกไป Forbes เอาตัวเซนเซอร์ไรโบสออกโดยการทำให้ยีนที่รับผิดชอบหน้าที่นี้สูญเสียไปหรืออาจเรียกว่าการ Knock out ดังนั้นแบคทีเรียจึงไม่เคลื่อนที่เข้าไปหาเซลล์ที่ตายแล้วอีกต่อไปเพราะเป็นที่ที่ Forbes ไม่ต้องการให้มันไปครับ คราวนี้มันก็สามารถเข้าไปหาเซลล์ที่ Forbes ต้องการให้มันกำจัดได้แล้วล่ะครับ
ภาพ เชื้อ Salmonella จาก http://homepages.uel.ac.uk/u0220158/index_files/image006.jpg
ภาพ เชื้อ Salmonella จาก http://www.geocities.com/avinash_abhyankar/salmonella.jpg ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2008/02/080229171124.htm
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|