|
ยาตัวใหม่อาจช่วยกู้สมองที่เสื่อมตามอายุได้
โพสต์เมื่อ:
18:05 วันที่ 1 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
107,287
ตอบแล้ว:
1
วิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี วิชาการ.คอม > สุขภาพ วิชาการ.คอม > สุขภาพ > สุขภาพทั่วไป วิชาการ.คอม > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ
เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น สมองของพวกเขาก็เป็นสิ่งที่ต้องสูญเสียไป - การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น, ระดับของสารสื่อประสาทที่ลดลง ผลก็คือความเจ็บป่วยที่มากมายไล่ไปตั้งแต่ความจำเสื่อมและอาการสิ้นหวังไปจนถึงโรคอัลไซเมอร์และพาร์กิินสัน แต่ในการศึกษาระยะยาวที่พัวพันกับการรักษาอาการเหล่านี้รวมไปถึงอาการป่วยอื่นๆนั้น นักวิจัยได้พบยาทดลองตัวหนึ่ง ซึ่งถ้าได้รับอย่างต่อเนื่องแล้วก็จะสามารถหยุดยั้งผลจากอาการชราภาพในสมองของหนูได้
ตัวยาที่ให้ชื่อชั่วคราวว่า S18986 นั้นจะทำปฏิกิริยากับ AMPA (เป็นตัวย่อของ r α- Amino-3-hydroxy-5- methylisoxazole-4- propionic acid, หรือ แอมพาคีน ) ตัวรับสัมผัสในสมอง ซึ่งตัวรับสัมผัสเหล่านี้นั้นส่งสัญญาณกระตุ้นไปยังสมอง และนักวิจัยต่างก็มีความสนใจในการทดลองยาตัวรับสัมผัส AMPA(เช่น S18986 เป็นต้น) สำหรับความสามารถในการคุ้มกันประสาทและวิธีที่ตัวยาช่วยเพิ่มความจำได้ชั่วคราว แต่แทนที่จะตรวจสอบผลกระทบของสารประกอบชนิดนี้ในระยะสั้นๆแล้ว , Alfred E. Mirsky , ศาสตราจารย์ Bruce McEwen และลูกทีมของเขาได้ทำไปไกลกว่านั้นมากนัก เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาผลกระทบของตัวยาบนหนูวัยกลางไปจนถึงวัยชราและได้ค้นพบว่าเมื่อให้ยารายวันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาสี่เดือนแล้ว ตัวยาดูท่าจะเพิ่มประสิทธิภาพความจำและช่วยชะลอการชราภาพของสมองด้วย “ไม่เคยมีใครมองถึงผลกระทบระยะยาวของตัวแอมพาคีนนี้ในสมองที่สูงอายุ” McEwen, ผู้นำของ Rockefeller’s Harold และ Margaret Milliken Hatch Laboratory กล่าว เขาเน้นย้ำว่าการศึกษาในระยะสั้นนั้นได้แสดงว่าตัวยานั้นดูจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในแง่ของความจำ โดยน่าจะเพิ่มจำนวนของตัวรับสัมผัส AMPA ในฮิพโพแคมพัส , ส่วนของความทรงจำและการเรียนรู้ของสมอง แต่ McEwen และผู้ช่วยของเขาพบว่า หลังจากช่วงเวลาสี่เดือนผ่านไปแล้ว S18986 ได้เปลี่ยนแปลงโครงร่างทั้งหมดของสมองหนูที่มีอายุมากแล้ว เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับเพียงน้ำตาลแล้ว หนูที่ได้รับยานั้นไม่เพียงแต่จะดูกระฉับกระเฉงขึ้นและทำการทดสอบความจำได้ดีขึ้นแล้ว แต่สมองของพวกมันก็ยังแสดงให้เห็นถึงสัญญาณทางกายภาพของการชะลอความชราภาพลงด้วย เซลล์ประสาทในสมองส่วนหน้าที่ทำการผลิต Acetylcholine สารสื่อประสาทชนิดหนึ่งที่รู้กันว่าเป็นตัวที่มีบทบาทในการเรียนรู้และคสามทรงจำนั้นได้มีอัตราการลดจำนวนที่ต่ำลง 37% เซลล์ประสาทที่ผลิต Dopamine ที่รับผิดชอบในการคงที่ของระดับการทำงานและการกระตุ้นนั้นได้ชะลอการลดลงถึง 43% ระดับของการติดเชื้อในสมองก็ยังลดลงจนเป็นที่น่าสังเกตด้วย “ทุกตัวที่เราเลือกที่จะสำรวจดูจะบ่งบอกว่ามีการคงสภาพของการทำงานระหว่างชราภาพไว้ได้ด้วยการรักษาอย่างต่อเนื่อง”Hunterกล่าว ตัวยานั้นดูเหมือนว่าจะชะลอผลกระทบของการชราภาพของสมองทุกส่วนไว้ได้ Dopamine เป็นสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นและการเคลื่อนไหว และมันมีบทบาทสำคัญในการคงระดับกิจกรรมปกติเอาไว้ มันเป็นสารเคมีซึ่งช่วยให้คุณสามารถลุกขึ้นจากเก้าอี้และเข้าสังคมหรือไปออกกำลังกายได้ การสูญเสียการผลิต Dopamine อย่างรุนแรงนั้นทำให้เกิดโรคพาร์คินสัน “เพราะฉะนั้นยาตัวนี้บางทีอาจจะมีศักยภาพที่จะช่วยสกัดกั้นไม่ให้อาการของโรคนั้นรุนแรงขึ้น” Hunter กล่าว ไม่เพียงเช่นนนั้น แต่มันยังสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่ออาการป่วยที่รุนแรงน้อยกว่านี้มากเช่นกัน เวลาที่คนเราแก่ตัวลง มันมักจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะรู้สึกอยากจะเข้าสังคมหรือแม้กระทั่ั้งรับประทานอาหาร นำไปสู่อาการเครียด สิ้นหวัง และทำให้อาการป่วยต่าง ๆ ที่แอบแฝงอยู่นั้นแย่ลงไปด้วย “ยาตัวนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวที่ป้องกันโรคพาร์คินสัน” Waters กล่าว “แต่มันอาจปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคุณเมื่อคุณแก่ตัวลง เพื่อที่ว่าจนกระทั่งท้ายที่สุดของชีวิตคุณยังคงสามารถที่จะคงคุณภาพและระดับกิจกรรมที่สูงขึ้นได้” ด้วยผลกระทบที่มากมายต่อสารสื่อประสาท ตัวยาS18986 นั้นถือว่ามีศักยภาพสูงมาก แต่ตอนนี้มันยังคงเป็นแค่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เหล่านักวิจัยหวังว่าจะขุดลึกลงไปเพื่อหาคำตอบให้แน่ชัดว่าตัวยานั้นทำงานอย่างไร, “ยังมีเรื่องอีกมากที่เราจะต้องทำ” hunter กล่าว “และสิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าสารประกอบเหล่านี้นั้นมีศักยภาพที่กว้างขวาง” ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2008/03/080330183235.htm จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 เม.ย. 2551 (16:57) โดพามีน กะ เอนโดฟิน ต่างกันยังไงอ่ะ ตะละลาน (IP:125.26.166.7) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |