|
สูตรที่อธิบายการทำให้พื้นผิวเปียก (Wetting)
โพสต์เมื่อ:
01:40 วันที่ 8 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
46,894
ตอบแล้ว:
2
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ฟิสิกส์ > นักฟิสิกส์
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > คณิตศาสตร์ วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > vEnergy > ปิโตรเลียม วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > นาโนเทคโนโลยี
คุณสงสัยหรือไม่ว่าเวลาที่พื้นผิวเปียกน้ำ มีกลไกอะไรมาอธิบายว่าทำไมบางอย่างเปียกมากเปียกน้อย
รูปร่างของพื้นผิวที่เปียกน้ำ กับหยดน้ำหรือแผ่นน้ำที่อยู่บนพื้นผิวนั้นๆ มีความสัมพัน์กันที่สามารถอธิบายได้ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ ตามที่ได้ถูกตีพิมพ์ออกมาใน Physical Review Letters ความเข้าใจในปฏิกิริยาระหว่างของเหลวกับพื้นผิวที่เปียกเป็นสิ่งสำคัญต่ออุตสาหกรรมเคมีและนาโนเทคโนโลยี สูตรทางคณิตศาสตร์ที่ถูกคิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ไม่สอดคล้งอกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พบในการทดลองได้ และสูตรเหล่านี้ก็เริ่มที่จะซับซ้อนมากขึ้นมากขึ้น ศ. แอนดรูว์ แพรรรี่ ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ วิทยาลัย Imperial College London เป็นผู้ค้นพบสูตรทางคณิตศาสตร์สูตรใหม่ที่อธิบายปรากฎการณ์การทำให้เปียก(wetting) ศ.แพรรี่ได้นำความผันผวนของหยดน้ำที่อยู่ระหว่างพื้นผิวที่รองรับหยดน้ำกับมวลอากาศที่อยู่บนหยดน้ำ มาคำนวณในสูตรนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ไม่เคยมีสูตรไหนนำมาใช้ร่วมคำนวณมาก่อน “การบรรยายปรากฎการณ์การทำให้เปียกที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ได้ละเลยสิ่งสำคัญดังกล่าว ทำให้ผลที่ได้จากสูตรผิดเพี้ยนไปจากผลการทดลองและแบบจำลองในคอมพิวเตอร์ แต่สูตรใหม่นี้สามารถอธิบายปรากฎการณ์นี้ได้อย่างงดงาม” ศ.แพรรี่กล่าว การศึกษาการทำให้เปียกจะเพ่งความสนใจไปที่กระบวนการที่ของเหลวทำให้พื้นผิวเปียกอย่างสมบูรณ์ อย่างเช่น การเทน้ำลงไปบนพื้นผิวที่เป็นแก้ว แต่ของเหลวก็ไม่ได้ทำให้พื้นผิวเปียกทั่วๆสมบูรณ์เสมอไป หยดน้ำอาจจะก่อตัวขึ้น เช่นเมื่อเทน้ำลงบนวัสดุที่เคลือบด้วยขี้ผึ้ง นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หยดน้ำกลมๆเหล่านี้ก็จะค่อยๆแบนตัวลง จนกระทั่งพื้นผิวเปียกอย่างสมบูรณ์ (ในรูปที่2) ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน phase ที่นักฟิสิกส์ได้หาคำอธิบายมากว่า25ปี (phase มี 3 phase คือ พื้นผิวที่เป็นของแข็ง ของเหลวที่ทำให้เปียก และอากาศ ดังในรูปที่3) การทำให้เปียกถูกนำไปประยุกต์ใช้ เป็นกุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะน้ำมัน เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจท หรือข้ออธิบายการจับตัวบนใบไม้ของยาฆ่าแมลง ศ.แพรรี่ใช้เวลา4ปีในการคิดสูตรใหม่นี้ และได้ตีพิมพ์ออกมาเพื่อพิสูจน์ว่าสูตรนี้สามารถใช้ได้จริง ข่าววันที่: 7 เมษายน 2551 แหล่งข่าว: Imperial College London เวบไซต์:http://www.sciencedaily.com/releases/2008/04/080407092936.htm ![]() จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 เม.ย. 2551 (01:41) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 เม.ย. 2551 (01:41) ![]() |