ศักยภาพ คืออะไร

ทุกวันนี้มีการนำคำว่า "ศักยภาพ" ไปใช้กันเกร่อ ตามแฟชั่น โดยที่ผู้ใช้บางคนยังไม่รู้ความหมายของมันด้วยซ้ำไป

ศักยภาพของบุคคลใด หมายถึง ความสามารถสูงสุดที่เป็นไปได้ของบุคคลนั้นถ้าหากบุคคลนั้นได้รับการบำรุงส่งเสริมอย่างเต็มที่และถูกทางทั้งทางกายและทางจิต

ดังนี้น ความสามารถที่เรามีอยู่ในขณะนี้จึงยังไม่ใช่ศักยภาพของเรา เราจึงต้อง "พัฒนาความสามารถ" หรือ "พัฒนาสมรรถนะ" เพื่อที่จะเข้าไปใกล้ศักยภาพของเรา ไม่ใช่ "พัฒนาศักยภาพ" เพราะแม้แต่ในคนที่เก่งมาก ๆ เราก็ยังไม่ทราบว่าเขาไปได้ถึงครึ่งศักยภาพของตัวเขาเองแล้วหรือยัง เนื่องจากยังไม่มีใครสร้างเครื่องมือวัดศักยภาพ (ความสามารถสูงสุดที่ยังไม่เกิดขึ้น) ของมนุษย์ได้ แค่วัดความสามารถที่เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ ก็ยังไม่ทราบว่าผลที่วัดได้นั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ เรื่องที่จะไปขยายหรือพัฒนาศักยภาพจึงยังไม่ต้องพูดถึง

ดังนั้น จึงควรใช้คำว่า "พัฒนาความสามารถ" หรือ "พัฒนาสมรรถภาพ" หรือ "พัฒนาสมรรถนะ" ให้เต็มศักยภาพ (เป็นความพยายามที่จะไปให้ถึง แต่ในความเป็นจริง ทำได้แค่เข้าไปใกล้ศักยภาพอีกนิดหนึ่ง ก็ดีใจแล้ว)




ความคิดเห็นที่ 38

แขชนะ vcharkarn vteam
4 มี.ค. 2551 18:19



ความคิดเห็นที่ 39

Amagin
10 เม.ย. 2551 12:46
  1. ถ้าผมจะบอกว่า ศักยภาพ นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ



    ความสามารถ + ความได้เปรียบ โดยมีนิยามว่า



    ความสามารถ คือ ปัจจัยภายในที่องค์กรต้องพัฒนาเองโดยอาจจะทำได้จากการ Inside Out หรือ Benchmarking กับ Best Practice



    ความได้เปรียบ คือ ปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยให้เกิดความได้เปรียบ อาจจะเกิดจากการส่งเสริมของรัฐบาล หรือ จากสภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศ



    ไม่ทราบว่าทางท่านอาจารย์คิดว่า Make sens หรือเปล่าครับ



    พอดีผมกำลังทำ Thesis เกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยอยากจะถามความคิดเห็นดูครับ




ความคิดเห็นที่ 20

f_tk106@hotmail.com (Guest)
9 ส.ค. 2548 14:03
  1. ขอแนะนำหนังสือThe 7 Habit Highly effective peopleมีทั้งหนังสืออังกฤษและภาษาไทย แล้วคุณจะรู้ว่าคุณควรทำอย่างไรกับตัวเอง



ความคิดเห็นที่ 23

kaofang@hotmail.com (Guest)
21 ก.ย. 2548 14:36
  1. ไม่ได้มาตั้งนาน มาป่วนเล่นๆ ซะหน่อยดีกว่า



    ใครเคยดูเรื่อง Gataga บ้าง? ตอนนึงในหนังหัวหน้าศูนย์เขาพูดประมาณว่า



    "...มนุษย์ไม่สามารถพัฒนาเกิน 'ความสามารถสูงสุด' ของเขาได้ การที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้ (พัฒนาเกิน) เพราะว่าการวัด 'ความสามารถสูงสุด' ของคนคนนั้นไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น.."



    ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับกระทู้แค่ไหน เพียงแต่อ่านกระทู้นี้แล้วนึกถึงก็เลยมาเล่าให้ฟัง



ความคิดเห็นที่ 6

. (Guest)
24 พ.ค. 2546 08:07
  1. .



ความคิดเห็นที่ 7

แจม (Guest)
24 พ.ค. 2546 08:14
  1. อ้าว ! ถ้านาย ข. สามารถวาดการ์ตูนได้ พยายามเท่าไรก็ยังกระพริบตาไม่ได้ จึงหยุดอยู่แค่นั้น นาย ข. ทำเต็มศักยภาพหรือยัง



ความคิดเห็นที่ 4

แจม (Guest)
24 พ.ค. 2546 07:39
  1. คนหนึ่งคิดว่า การวาดด้วยด้วยคอมพิวเตอร์ มันยากจังเลย แต่เมื่อมีการพยายามมากขึ้นก็สามารถวาดรูปวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมได้ และได้แค่นั้น นั่นคือศักยภาพของเขา



    อีกคนหนึ่งบอกว่า ยังไม่ใช่ศักยภาพ แต่เป็นความสามารถ เพราะต่อมาคนวาดสามารถวาดเส้นโค้งได้และนำรูปมาต่อกันเป็นการ์ตูนได้สมบูรณ์



    ในกรณีนี้คนหนึ่งบอกว่า "เมื่อ คนได้พัฒนาความสามารถของตัวเองขึ้นมาแล้วศักยภาพของเขาก็มีเปลี่ยนไปได้ "



    คนหนึ่งบอกว่า ยังไม่ใช่ศักยภาพ เพราะคนวาดสามารถทำการตูนให้เคลื่อนไหวไปมา เหาะเหินเดินอากาศ หัวเราะกระพริบตาแสดงท่าทางได้ทุกอย่างเหมือนคน สำรวจทั่วโลกแล้วไม่มีใครทำได้แปลกหรือดีกว่านี้



    ขั้นตอนนี้ถึงจะเรียกว่า เต็มศักยภาพ



    ใช่หรือเปล่า



ความคิดเห็นที่ 9

Np (Guest)
24 พ.ค. 2546 15:50
  1. ศักยภาพ (ปรัชญา) น. อำนาจหรือคุณสมบัติที่แฝงอยู่ในสิ่งต่าง ๆ อาจทำให้พัฒนาหรือทำให้ปรากฏเป็นสิ่งที่ประจักษ์ได้



    ตีความเองก็แล้วกัน



ความคิดเห็นที่ 15

mathguy (Guest)
8 ก.ย. 2547 18:19
  1. เราเล่นคำอีกแล้ว ใช่มั้ย



    ไอ้ที่ว่าสูงสุด มันอยู่ตรงไหน



    ไม่มีหรอก



    สามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ



    ไม่มีวันเต็ม



    เพราะมันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย



    ถ้าเหตุ ปัจจัยมันสนับสนุน

    มันก็ได้ไปเรื่อยๆ



    ผมมองว่า ศักยภาพ คือสิ่งที่เราสามารถทำได้



    แต่ตอนนี้อาจจะยังไม่ทำ



    เมื่อจะทำ สามารถ หาปัจจัย หรือสร้างปัจจัย

    หรือเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วออกมาใช้ได้



ความคิดเห็นที่ 19

ติม (Guest)
26 ธ.ค. 2547 09:17
  1. โปรดชี้แนะให้ด้วย

    "ศักยภาพทางการเงินขององค์กรธุรกิจ" วัดจากอะไรบ้าง

    ขอบพระคุณล่วงหน้า



ความคิดเห็นที่ 25

pmpti008@chiangmai.ac.th (Guest)
10 พ.ย. 2548 10:47
  1. ศักยภาพของการผลิตและการใช้สมุนไพร หมายความว่าอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 24

ครูไผ่ vcharkarn vteam
22 ก.ย. 2548 19:44
  1. เกี่ยวข้องโดยตรงเลยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 12

ไพจิตร สดวกการ (Guest)
16 ต.ค. 2546 09:33
  1. ศ.ดร.ชวาล แพรัตกุล ปรมาจารย์ทางการวัดผลของไทยกล่าวว่า



    เราทดสอบเพื่อค้นหาและพัฒนาสมรรถภาพมนุษย์



    ดร.ไพจิตร สดวกการ กล่าวต่อ

    เนื่องจากมนุษย์มีศักยภาพเหลือเฟือที่จะรองรับการพัฒนาสมรรถภาพได้



ความคิดเห็นที่ 3

ครูไผ่ vcharkarn vteam
24 พ.ค. 2546 07:13
  1. ที่ว่าพระพุทธเจ้าได้บรรลุศักยภาพความเป็นมนุษย์ของตัวเอง หมายความว่าพระพุทธเจ้าได้พัฒนาตนเองจนเต็มศักยภาพของพระองค์



ความคิดเห็นที่ 5

ครูไผ่ vcharkarn vteam
24 พ.ค. 2546 07:54
  1. ศักยภาพของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่การนำไปเทียบกับคนอื่นหรือคนทั่วโลก

    แต่เป็นการเทียบกับตัวเอง ถ้าตัวเองยังสามารถทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมไปอีกเรื่อย ๆ ก็ถือว่ายังไม่เต็มศักยภาพของตัวเอง



ความคิดเห็นที่ 18

ครูไผ่ (Guest)
16 พ.ย. 2547 01:32
  1. จากการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ พบว่าคนเราใช้สมองซีกขวา ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของศักยภาพทั้งหมดเท่านั้น

    เพราะว่าการทำหน้าที่ เกือบทั้งหมดเป็นการปฏิบัติการ โดยสมองซีกซ้าย



    ผลการวิจัยนี้พบว่า ช่วงเวลาที่ดี และเหมาะสมมากที่สุด ในการพัฒนาสมองซีกขวาของเด็ก คือช่วงอายุ 6 -12 ปี



    ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่น คนหนึ่งได้ศึกษา และทำการทดลองเรื่อง "จินตนาการคณิตคิดไว" กับตัวเขาเอง โดยใช้เครื่องบันทึกการทำงานของสมอง และพิมพ์ผลการวิจัยออกมา



    จากผลวิจัยพบว่า เมื่อเขาทำตัวสบายๆและผ่อนคลาย สมองจะมีการทำงานค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อเขาเริ่มทำการคำนวณ ด้วยหลักสูตรจินตนาการคณิตคิดไว เครื่องบันทึกได้แสดงให้เห็น การทำงานของสมองซีกขวาอย่างเด่นชัด



    จินตนาการคณิตคิดไว เป็นหลักสูตรที่คิดค้น เพื่อพัฒนาสติปัญญาของเด็กๆ ด้วยการพัฒนาการทำงาน ของสมองซีกขวา และเพิ่มการใช้ศักยภาพ ของสมองซีกซ้าย อย่างสมดุลไปพร้อมๆกัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงได้นำ "ลูกคิด" มาพัฒนาเป็นเครื่องมือในการฝึก (Training) จินตคณิต



    การใช้ลูกคิดนั้น มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังเป็นเวลานานมาก แต่ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมานี้เอง การใช้ลูกคิด ได้มีการพัฒนามาเป็น รูปแบบจินตนาการคณิตคิดไว



    ในขั้นพื้นฐานของการเรียน นักเรียนจะได้รับการสอน ให้ใช้ลูกคิดในการบวก ลบ คูณ และหาร หลังจากผ่าน การฝึกทักษะด้านจินตนาการแล้ว นักเรียนจะสามารถคำนวณ ด้วยจินตนาการ โดยไม่ต้องอาศัยลูกคิดอีกต่อไป ทักษะการคำนวณที่แท้จริงนี้ ก็คือการมองเห็นภาพของลูกคิด ในจินตนาการ ที่ปรากฏอยู่ในสมองซีกขวาของเขา แล้วคำนวณ โดยการดีดเม็ดลูกคิดจากจินตนาการ ในสมองของเขานั่นเอง



    กระบวนการดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่า สามารถเพิ่มความสามารถ ทางด้านความจำ การสร้างสมาธิ การจินตนาการ การวิเคราะห์เหตุผล การฟัง การทำงานร่วมกัน ระหว่างมือ สายตา และสมอง และการสร้าง ความเชื่อมั่นในตนเอง มีลักษณะเปิดเผย และกล้าแสดงออก ในการที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างพื้นฐานที่ดี ต่อการเรียนวิชาอื่นๆ และสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็กด้วย



    จาก http://www.dynamicmaths.com/intro.html#point1



ความคิดเห็นที่ 13

ครูไผ่ vcharkarn vteam
8 ก.ย. 2547 18:01
  1. ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสูงของแต่ละคนคือ พันธุกรรม ภาวะโภชนาการสิ่งแวดล้อม และความเจ็บป่วยในคนๆ นั้น



    ปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ความสูงของพ่อแม่เป็นดัชนีกำหนดศักยภาพความสูงของลูก



    ปัจจัยทางโภชนาการและการออกกำลังกาย ก็เป็นปัจจัยสำคัญมากเช่นกันกล่าวคือ เด็กที่ขาดอาหารก็จะมีการเจริญเติบโตช้า และโตเป็นผู้ใหญ่ที่เตี้ยกว่าที่ควรจะเป็นตามศักยภาพทางพันธุกรรม



    เด็กที่ได้อาหารครบส่วนก็จะมีการเจริญเติบโตได้เต็มที่ตามศักยภาพความสูงในครอบครัวนั้นๆ



    ฮอร์โมนจีเอช (growth hormone) จะช่วยเพิ่มความสูงของเด็กปกติให้สูงกว่าศักยภาพทางพันธุกรรมได้หรือไม่



    ขณะนี้ทั่วโลกมีเด็กปกติซึ่งไม่ขาดฮอร์โมนจีเอชและได้รับการฉีดฮอร์โมนนี้หลายหมื่นราย โดยให้ขนาดยาประมาณ 2-3 เท่าของขนาดที่ร่างกายคนปกติสร้างขึ้น (GH secretory rate) พบว่าเด็กกลุ่มนี้มีการเจริญเติบโตเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีแรกและปีที่สองของการรักษา ปีถัดๆ ไปอัตราการเจริญเติบโตจะค่อยๆ ลดลง



    ความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอที่จะบอกได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ของเด็กกลุ่มนี้ยังไม่หยุดการเจริญเติบโต ข้อเท็จจริงที่พบได้ในเด็กกลุ่มนี้คือ เมื่อฮอร์โมนจีเอชเร่งการเจริญเติบโตให้เร็วขึ้นก็จะเร่งการปิดของกระดูกให้เร็วขึ้นด้วย เมื่อกระดูกปิดแล้วก็จะไม่มีการยืดของกระดูกอีกต่อไป ดังนั้นฮอร์โมนจีเอชอาจทำให้โตเร็วขึ้นในระยะที่สั้นลง แต่ความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่อาจจะไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเด็กปกติที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนนี้



    การศึกษาจากประเทศอิตาลีที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ (Journal of Pediatrics) เมื่อปลายปี 2537 ได้รายงานการรักษาเด็กเตี้ยที่ไม่ได้ขาดฮอร์โมนจีเอชจำนวน 15 ราย นานติดต่อกันเป็นเวลา 4-10 ปี พบว่าเด็กกลุ่มนี้มีการเจริญเติบโตเร็วขึ้นใน 4 ปีแรกของการรักษา แต่ความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้แตกต่างกับความสูงตามศักยภาพทางพันธุกรรม และก็ไม่แตกต่างกับความสูงที่คำนวณได้ก่อนให้การรักษา แสดงว่าฮอร์โมนจีเอชเร่งการเจริญเติบโต และก็เร่งให้กระดูกปิดเร็วขึ้นด้วย เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับความสูงตอนเป็นผู้ใหญ่ในเด็กกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนจีเอชยังมีน้อยมากฉะนั้นคงต้องติดตามผลในระยะ 5-10 ปี จึงจะมีข้อมูลที่เด่นชัดว่าฮอร์โมนนี้ช่วยเพิ่มความสูงในเด็กปกติได้มากน้อยแค่ไหน



    การได้รับฮอร์โมนจีเอชสูงจะมีผลอย่างไร



    มีการพบว่า เด็กที่มีเนื้องอกของต่อมใต้สมองชนิดที่มีการสร้างฮอร์โมนจีเอชมากผิดปกติมีความสูงได้กว่า 200 เซนติเมตร เนื่องจากฮอร์โมนจีเอชที่เนื้องอกสร้างขึ้นมีปริมาณมากขึ้นหลายสิบเท่า ดังนั้นหากฉีดฮอร์โมนจีเอชขนาดสูงหลายสิบเท่าให้เด็กปกติ ก็น่าจะช่วยให้เด็กปกติสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ก็คงจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากการที่มีระดับฮอร์โมนจีเอชในร่างกายมากเกินไป เช่น โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคกระดูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น โรคเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกดังกล่าว จึงไม่คุ้มที่จะมีความสูงเพิ่มขึ้นแต่มีโรคแทรกซ้อนหลายอย่างตามมา



    อยากสูงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนควรทำอย่างไร



    ขณะที่เราพยายามหาสารจากภายนอกมาใช้เพิ่มความสูงของมนุษยชาติ เราควรมองปัจจัยธรรมชาติที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อที่จะให้เด็กมีการเจริญเติบโตได้สูงสุดตามศักยภาพที่มีอยู่



    ปัจจัยที่สำคัญคือ ภาวะโภชนาการ อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างมาก คือต้องได้ปริมาณหรือแคลอรีเพียงพอ และได้คุณภาพหรืออาหารครบส่วน เด็กที่กินอาหารโปรตีนพอเหมาะจะเจริญเติบโตดีกว่าเด็กที่กินอาหารโปรตีนต่ำ



    เด็กที่ดื่มนมหรือกินผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของแคลเซียม จะทำให้กระดูกมีการเจริญเติบโตและหนาตัวมากกว่าเด็กที่กินอาหารแคลเซียมต่ำ



    ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนจีเอชเพิ่มขึ้น



    ปัจจัยสุดท้ายคือการนอนหลับ โดยปกติฮอร์โมนจีเอชจะหลั่งออกมากในขณะที่หลับสนิท ขณะตื่นหรือหลับๆ ตื่นๆ ฮอร์โมนจีเอชจะหลั่งออกมาน้อยมาก ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้เด็กปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการนอนหลับเพื่อให้เด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพความสูงโดยไม่ต้องอาศัยสาร กระตุ้นจากภายนอกร่างกาย



ความคิดเห็นที่ 14

ครูไผ่ vcharkarn vteam
8 ก.ย. 2547 18:05
  1. ลืมบอกที่มา

    สาระในความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 ได้มาจาก

    มหาโชคเลิศวัฒนา, พัฒน์ 2540 หมอชาวบ้าน 19(219) : 12-16

    และนำเสนอใน http://www.school.net.th/library/snet4/anatomy/high.htm



ความคิดเห็นที่ 16

่jipata_03@hotmail.com (Guest)
29 ก.ย. 2547 18:39
  1. เป็นหัวหน้างานใหม่ต้องการทราบการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากร ขอความอนุเคราะห์ส่งข้อมูลให้บ้าง ขอบคุณมาก



ความคิดเห็นที่ 17

MTS (Guest)
1 ต.ค. 2547 00:13
  1. ผมเองก็ยังใช้ผิดอยู่ "พัฒนาศักยภาพ" นะ

    ต่อไปคงต้องใช้ "พัฒนาสมรรถภาพให้เต็มศักยภาพ" เพราะมีความเห็นสอดคล้องกับครูไผ่

    ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น