|
ความเกี่ยวเนื่องทางพันธุกรรมมีผลต่อการติดบุหรี่
โพสต์เมื่อ:
17:24 วันที่ 9 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
58,739
ตอบแล้ว:
1
วิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > เทคโนโลยีชีวภาพ วิชาการ.คอม > ข่าวบริการวิชาการ วิชาการ.คอม > สุขภาพ วิชาการ.คอม > สุขภาพ > สุขภาพทั่วไป วิชาการ.คอม > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ
นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบความแปรผันทางพันธุกรรมที่ทำให้คนมีแนวโน้มว่าจะติดบุหรี่และเกิดโรคมะเร็งปอดมากขึ้น -- เป็นการค้นพบที่ในวันหนึ่งอาจจะนำไปสู่การตรวจคัดเลือกและการรักษาที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการจะเลิกนิสัยติดบุหรี่นี้
การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์สามทีมนี้ได้สร้างเหตุผลสนับสนุนที่น่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่มาจนถึงทุกวันนี้สำหรับไอเดียทางชีววิทยาของภาวะการติดสารนิโคตินและให้ความกระจ่างมากขึ้นว่าพันธุศาสตร์และอุปนิสัยการดำเนินชีวิตนั้นร่วมกันทำให้เกิดโรคมะเร็งได้อย่างไร มันคือหน่วยพันธุกรรมร้ายสองตัว Christopher Amos , ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาที่ศูนย์มะเร็ง M.D. Anderson ในฮูสตันและผู้ริ่เริ่มหนึ่งในการวิจัยกล่าว มันยังทำให้คุณมีแนวโน้มในการพึ่งพาการสูบบุหรี่ที่มากขึ้นและแนวโนมในการเลิกบุหรี่ที่ลดลง นักวิจัยได้รายงานว่าผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับความแปรผันทางพันธุกรรมนี้มาจากทั้งบิดามารดานั้นมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น 80% กว่าผู้สูบบุหรี่ที่ปราศจากความแปรผันดังกล่าว และผู้สูบบุหรี่คนเดียวกันโดยเฉลี่ยแล้วจะสูบบุหรี่มากกว่าปกติวันละสองมวนอีกทั้งยังประสบกับช่วงเวลาที่ลำบากในการเลิกบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้ด้วย เหล่านักวิจัยนั้นยังไม่เห็นพ้องต้องกันในเรื่องที่ว่าความแปรผันทางพันธุกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอดโดยตรงหรือว่าโดยอ้อมด้วยการทำให้สูบบุหรี่มากขึ้น ทั้งสามการวิจัยที่ออกทุนโดยรัฐบาลในสหรัฐฯและยุโรปนั้นกำลังจะถูกตีพิมพ์วันพฤหัสบดีนี้ในวารสาร Nature and Nature Genetics นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยลักษณะทางพันธุกรรมจากคนผิวขาวชาวยุโรปที่สืบเชื้อสายมาจากยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกากว่า 35,000 คน ส่วนคนผิวดำและคนเอเชียนั้นจะทำการวิจัยเร็วๆนี้และอาจจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน , นักวิทยาศาสตร์กล่าว พวกเขายังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าสิ่งพวกเขาค้นพบนั้นเป็นชุดของความผันแปรในหนึ่งหน่วยพันธุกรรมหรือในสามหน่วยพันธุกรรมที่เชื่อมต่อกันอย่างไกล้ชิด ความแปรผันในหน่วยพันธุกรรมที่ควบคุมตัวรับสัมผัสสารนิโคตินภายในเซลล์นั้น ในท้ายที่สุดแล้วสามารถที่จะอธิบายปริศนาบางเรื่องเกี่ยวกับการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง,การติดสารนิโคตินและโรงมะเร็งปอดได้ เรื่องพิศดารพวกนี้ยังรวมถึงว่าเหตุใดผู้สูบบุหรี่วัย 90 ปีจึงไม่เป็นมะเร็ง และคนที่สูบบุหรี่เป็นครั้งคราวแล้วไม่ติดด้วย สิ่งนี้กำลังบอกเราว่าความอ่อนแอต่อการสูบบุหรี่และการที่คุณสูบบุหรี่มากขนาดไหนนั้นมีรากฐานทางชีววิทยาที่แน่ชัด ดร. Laura Bierut , ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันใน St.Louis , ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพันธุศาสตร์และการสูบบุหรี่ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการวิจัยกล่าว เธอได้ยกย่องการวิจัยไว้ว่า น่าท่ึงเป็นอย่างมาก ณ ปัจจุบันอัตราการสูบบุหรี่ท่ามกลางผู้ใหญ่ชาวอเมริกันได้ลดลงจาก 42 เปอร์เซนต์ในปี 1965 จนเหลือน้อยกว่า 21 เปอร์เซนต์แล้ว การวิจัยใหม่นี้น่าประหลาดใจตรงที่ว่าพวกเขาได้ชี้ไปยังส่วนของรหัสพันธุกรรมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความความพอใจและสิ่งตอบแทนของการติดสิ่งเสพย์ติดเลย ซึ่งนั่นอาจจะช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดบางคนจึงสามารถเลิกได้และเหตุใดคนอื่นจึงล้มเหลว, ดร. Nora Volkow, ผู้อำนวยการของสถาบันการใช้ยาผิดแห่งชาติในรัฐ Bethesda, Md. ซึ่งออกทุนให้หนึ่งในการวิจัยกล่าว มันทำให้เราตาสว่าง Volkow กล่าว ไม่ใช่ว่าทุกคนใช้ยาด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ใช่ว่าทุกคนสูบหรี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน เบาะแสหนึ่งนั้นอยู่ในตำแหน่งของความแปรผันที่เพิ่งจะถูกค้นพบ , บนแขนของโครโมโซมที่ 15, Volkow กล่าว มันอยู่ในพื้นที่ๆ เมื่อส่วนนั้นถูกทำให้เสียหายระหว่างการทดสอบในสัตว์แล้วทำให้พวกมันเกิดความสิ้นหวังและกังวล ในขณะที่บางคนสูบบุหรี่เพราะว่ามันช่วยให้พวกเขาสามารถเพ่งสมาธิหรือให้สิ่งทดแทนทางสรีระวิทยานั้น คนอื่นสูบมันเพื่อขจัดความเครียด เรื่องดังกล่าวทำให้คิดได้ว่าการเพิ่มยาต้านอาการเศร้าซึมลงไปในการรักษาผู้สูบบุหรี่บางคนอาจจะทำให้เขาเลิกนิสัยนี้ได้ Bierut บอกว่าการทดสอบง่ายๆที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงนั้นสามารถพัฒนามาเพื่อตรวจคัดเลือกคนเพื่อหาความแปรผันนี้ได้ ผู้นำที่การวิจัยที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งสามการวิจัย, Kari Stefansson นั้นก็เห็นชอบด้วย เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริการของบริษัท deCode Genetics ของไอซ์แลนด์ ซึ่งได้ทำการทดสอบพันธุกรรมมะเร็งต่อมลูกหมากไปแล้ว การทดสอบเช่นนี้นั้นอาจจะต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เป็นของมันเอง , นักจริยศาสตร์ทางชีวภาพ Arthur Caplan ของ University of Pennsylvania ได้กล่าวเตือนไว้ คนที่ถูกพบว่ามีพันธุกรรมที่โน้มเอียงไปในการติดสารเสพย์ติดและเป็นมะเร็งปอดอยู่ก่อนแล้วอาจจะพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ หรือผู้ว่าจ้างของเขาอาจจะลดเงินประกันลง เขากล่าว ข่าวดีก็คือการได้ประเมินความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยทำให้เราเพ่งความสนใจไปที่การรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ และจะมีบางคนที่ต้องการเข้ารับการบำบัดโดยสมัครใจตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งบางทีมันอาจจะใช้การได้ดีขึ้นกว่าเดิม Caplan บอกไว้ในอีเมล์ แต่ถ้าหากมีการตรวจสอบเช่นนั้นจริง มันก็ควรจะกระทำโดยสมัครใจ และผลการตรวจสอบที่ได้ก็ควรจะถูกเก็บไว้เป็นความลับด้วย, เขากล่าว ซึ่งตามบันทึกขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO นั้น โรคที่เกี่ยวโยงกับการสูบบุหรี่นั้นคร่าชีวิตผู้ใหญ่อย่างแพร่หลายทั่วโลกประมาณทุกๆ 1 ใน 10 คน ระหว่างการวิจัยนั้นได้พบว่า -- ผู้สูบบุหรี่ที่ได้ความแปรผันทางพันธุกรรมมาจากบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียวนั้นมีความเสี่ยงของมะเร็งปอดที่มากกว่าประมาณหนึ่งในสามของคนที่ไม่มีความแปรผันทางพันธุกรรม อีกทั้งพวกเขายังสูบบุหรี่โดยเฉลี่ยต่อวันมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไปอยู่หนึ่งมวนด้วย ซึ่งกลุ่มนี้นั้นมีถึง 45 เปอร์เซนต์ของกลุ่มประชากรที่ได้ทำการวิจัย -- ผู้สูบบุหรี่ที่ได้สืบถอดความแปรผันมาจากทั้งบิดาและมารดานั้นมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนที่ไม่มีความแปรผันทางพันธุกรรมอย่างเดียวกันอยู่ 70 ถึง 80 เปอร์เซนต์ พวกเขาสูบบุหรี่มากกว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ยแล้ววันละสองมวน คนกลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณหนึ่งในเก้าคนจากผู้สืบเชื้อสายชาวยุโรป -- ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่มีความแปรผันทางพันธุกรรมเลยก็ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึงสิบเท่า ซึ่งผู้สูบบุหรี่ที่ไม่มีความแปรผันทางพันธุกรรมนั้นจะมีความเสี่ยงประมาณ 14 เปอร์เซนต์ ที่จะเป็นมะเร็งปอด ส่วนความเสี่ยงของคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ที่จะเป็นมะเร็งปอดนั้นมีน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซนต์เสียอีก,อีกหนึ่งผู้ริเริ่มการวิจัยขององค์การนานาชาติสำหรับการวิจัยมะเร็งในฝรั่งเศส,Paul Brennan กล่าว Brennen และ Amos ผู้ซึ่งทำงานอยู่คนละทีม ได้เชื่อมโยงความแปรผันของพันธุกรรม - เมื่อถูกเหนี่ยวนำโดยการสูบบุหรี่ - ไปสู่มะเร็งปอดโดยตรง Brennan บอกว่าตัวรับสัมผัสสารนิโคตินที่ความแปรผันทางพันธุกรรมกระทำด้วยนั้นสามารถกระตุ้นการเกิดเนื้องอกได้อีกด้วย แต่ Stefansson บอกว่าการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดนั้นเป็นเรื่องโดยทางอ้อม -- ความแปรผันทางพันธุกรรมนั้นทำให้สูบบุหรี่บ่อยขึ้น ซึ่งนำไปสู่โอกาสเป็นโรคมะเร็งที่มากขึ้นด้วย สำหรับ Stefansson, การวิจัยนั้นเกิดขึ้นที่บ้าน พ่อของเขาซึ่งเป็นผู้สูบบุหรี่นั้นได้ตายจากไปด้วยโรคมะเร็งปอด และตัว Stefeansson ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ก็มักจะว่ากล่าวลูกสาววัย 23 ปีของเธอที่สูบบุหรี่อย่างกับปล่องไฟอยู่เสมอ เธอมักจะทำตัวราวกับว่าเธอเป็นอมตะและการสูบบุหรี่ไม่สามารถฆ่าเธอได้ , Stefansson กล่าว แต่การวิจัยของเขานั้นได้แสดงให้เห็นว่าหน่วยพันธุกรรมของเธอนั้นอาจจะไม่ค่อยเอื้อให้ตัวเธอเท่าไหร่นัก ที่มา : http://www.nytimes.com/aponline/us/AP-Smokers-Genes.html จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 มิ.ย. 2551 (12:56) <P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif" size=7>ดีมากทำให้เราได้คิดอะไรมากมาย</FONT></P> รอฮายู ปะจู (IP:203.172.168.134) |