|
นักวิทยาศาสตร์เตือนถึงวิกฤตอาหารโลก
โพสต์เมื่อ:
19:58 วันที่ 13 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
100,484
ตอบแล้ว:
2
วิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม > สายศิลป์ > เศรษฐศาสตร์ วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี วิชาการ.คอม > ข่าวบริการวิชาการ > อื่นๆ
นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนว่าความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่จะมาถึงในอีกหลายทศวรรษนั้นจะทำให้เกิดน้ำท่วมมากขึ้นในบริเวณซีกโลกตอนเหนือ และความแห้งแล้งที่มากขึ้นในตอนใต้และพื้นที่แห้งแล้งซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตอาหารทั่วโลกได้
พื้นที่ที่จะทนทุกข์ทรมานจากการขาดน้ำนั้นรวมไปถึงลุ่มน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน , ทางตะวันตกของอเมริกา , หลายส่วนในแอฟริกาใต้และทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC),ประธาน Rajendra Pachauri ได้กล่าว ณ ตอนจบการประชุมที่ Budapest ว่าความถี่และความเข้มข้นที่เพิ่มสูงขึ้นของเหตุน้ำท่วมและความแห้งแล้งนั้นสามารถนำไปสู้วิกฤตอาหารได้ นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก Pachauri กล่าว เราอาจจะเห็นความถดถอยในผลิตภัณฑ์เกษตร , แต่อย่างที่สามารถคาดได้ว่า ด้วยรายได้ที่สูงขึ้นและการเติบโตของจำนวนประชากรนั้น เราอาจได้ความต้องการอาหารที่สูงขึ้นด้วย รายงานของ IPCC ฉบับหนึ่งที่ถูกเสนอในที่ประชุมนั้นบอกว่า การลดลงในคุณภาพและปริมาณของน้ำนั้นจะมีผลกระทบในด้านลบในเรื่องของสุขภาพและส่งผลให้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญญาเรื่องน้ำนั้นมีมากขึ้น - การขาดน้ำสำหรับดื่มกินและสำหรับการเกษตรกรรม ชาวแอฟริกันจำนวน 250 ล้านคนอาจจะทรมานจากปัญญาเรื่องน้ำในปี 2020 เว้นเสียแต่ว่าจะมีการกระทำเพื่อบรรเทาความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ , ผู้เชี่ยวชาญกล่าว ในขณะที่สัดส่วนของปริมาณน้ำฝนนั้นมีแนวโน้มมากที่จะเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับพื้นที่ที่ทุกข์ทรมานจากความแห้งแล้งรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ตัวรายงานดังกล่าวก็ยังอ้างอิงถึงปัญหาธารน้ำแข็งและการละลายของหิมะบนภูเขาที่มีอยู่ทั่วโลกด้วย หัวหน้าด้านภูมิอากาศของ U.N. Yvo de Boer บอกผู้สื่อข่าวว่าธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยที่ได้มอบน้ำดื่มแก่ชาวอินเดียและชาวจีนกว่านับสิบล้านคนนั้นมี ความเป็นไปได้ที่จะหายไป หนึ่งในผู้ร่วมเขียนรายงานของ IPCC นั้นบอกว่ากรณีเรื่องน้ำนั้นจะเป็นหนึ่งในปัญหาหลักๆของความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทุกๆคนนั้นเห็นด้วยมากพอตัวว่าน้ำนั้นเป็นตัวสำคัญในการที่ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนั้นจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และมนุษย์ทุกคน Kathleen Miller ,นักวิทยาศาสตร์ใน National Center for Atmospheric Research ในรัฐ Colorado กล่าว มันเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญหลายๆอย่างที่เราพึ่งพาอาศัยอยู่ Miller ได้กล่าวถึงแม่น้ำในเอเซียเช่น แม่โขง ในฐานะของหนึ่งในพื้นที่ๆเรื่องน้ำท่วมนั้นเป็นความกังวลที่เพิ่มขึ้น สถานที่เหล่านั้นจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นมากในอนาคต Miller กล่าว ในอเมริกานั้น ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาตินั้นจะรุนแรงพอสมควร Miller กล่าว มีความเป็นไปได้ที่ทางตะวันตกนั้นจะแห้งแล้งขึ้น IPCC , ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลปี 2007 ร่วมกับรองประธานาธิบดีคนก่อนของสหรัฐอเมริกา อัล กอร์นั้น วางแผนที่จะทำรายงานการประเมินผลสภาพภูมิอากาศครั้งต่อไปให้เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นชิ้นที่ห้านับตั้งแต่ปี1990 ภายในปี 2014 ซึ่งตามรายงานของ IPCC นั้น มีการพยากรณ์สภาวะของจากปัจจุบันไปถึงอีกจนถึงปี 2200 ด้วย ซึ่งเขาได้เขียนรายละเอียดไว้ดังนี้ 2008: การผลิตน้ำมันของทั้งโลกนั้นขึ้นถึงจุดสูงสุดในระหว่างปี 2008 และ 2018, กระตุ้นให้เกิดภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจโลก การขาดแคลนอาหารและความขัดแย้งระหว่างนานาประเทศในเรื่องเสบียงที่พร่องลง 2020: น้ำท่วมฉับพลันได้เพิ่มขึ้นทั่วยุโรป ปริมาณน้ำฝนที่ลดน้อยลงได้ลดทอนพืชผลการเกษตรถึง 50% ในบางพื้นที่ จำนวนประชากรได้ไปถึง 7.6 พันล้านคน 2030: ปะการังมากถึง 18% ได้สาปสูญไปสืบเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอื่นๆ 2040: ทะเลที่อยู่ใกล้บริเวณขั้วโลกเหนือนั้นปราศจากน้ำแข็งในฤดูร้อน และความลึกของน้ำแข็งในฤดูหนาวนั้นลดตัวลงอย่างรุนแรง บางคนกล่าวว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปี 2060 ถึง 2105 2050: ธารน้ำแข็งใหญ่นั้นหดตัวลง 30 ถึง 70 เปอร์เซนต์ในขณะที่หนึ่งในสี่ของพืชและสัตว์ชนิดมีกระดูกสันหลังนั้นเผชิญกับการสูญพันธุ์ 2070: เมื่ออุ่นขึ้น , สภาพแห้งแล้งมากขึ้นนำไปสู่ความแห้งแล้งที่ถี่และยาวนานขึ้น , ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ยังคงมีอยู่ในโลกนั้นลดลง 2080: ประชากรระหว่าง 1.1 และ 3.2 พันล้านคนประสบกับการขาดแคลนน้ำและอีกถึงหกร้อยล้านคนพบกับความหิวโหย 2085: ความเสี่ยงของโรคไข้เลือดออกจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้นจนถึง 3.5 พันล้านคน 2100: หนึ่งในสี่ของพันธุ์พืชและสัตว์บก -- รวมแล้วมีปริมาณมากกว่าหนึ่งล้านนั้น -- พบกับการสูญพันธุ์ 2200: หนึ่งวันของโลกนั้นจะสั้นลง 0.12 milliseconds (หนึ่งในพันของหนึ่งวินาที) , ในขณะที่อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นทำให้มหาสมุทรนั้นขยายตัวขึ้นสู่ขั้วโลกทั้งสอง ทำให้การหมุนรอบตัวเองของโลกเร็วขึ้น แหล่งที่มา : http://news.aol.com/story/_a/scientists-warn-of-global-food-crisis/20080412124309990001?icid=100214839x2500160571x2500101471 จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 เม.ย. 2551 (21:25) เหวอ >_________< ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 เม.ย. 2551 (16:31) โลกเรานี้การแข่งขันสูงจิง ๆ เลย ตะละลาน (IP:125.26.166.7) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |