| ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น! |
|
ตะบันไฟ
โพสต์เมื่อ:
03:25 วันที่ 14 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
5,002
ตอบแล้ว:
13
"ตะบันไฟ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ใช้ในการจุดไฟ
![]() จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 เม.ย. 2551 (03:26) ![]() "ตะบันไฟ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ใช้ในการจุดไฟ ในสมัยโบราณ เรายังไม่มีไม้ขีดไฟใช้ เรามีวิธีการจุดไฟหลายวิธี ได้แก่การใช้ไม้แห้ง 2 แท่งมาขัดสีกันจนเกิดความร้อนถึงขั้นติดไฟได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานาน ต่อมามีการใช้หินสองก้อนกระทบกันเกิดเป็นประกายไฟ ที่เราเรียกว่า หินเหล็กไฟ ทั้ง 2 วิธีนี้ เมื่อเกิดประกายไฟแล้วก็ต้องเอาเชื้อไฟ ได้แก่ ปุยนุ่นหรือสำลีมารองรับเพื่อให้ไฟติด การใช้ตะบันไฟก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งสะดวกกว่า 2 วิธีแรก ตะบันไฟ มีรูปร่างคล้ายตะบันที่ใช้ตำหมากของคนไทยโบราณ อาศัยหลักการคล้ายลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีตัวตะบันเป็นกระบอก(หรือเสื้อสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้เนื้อแข็งเช่นไม้ชิงชัน นำมาเจาะให้เป็นรูกลม และมีลูกตะบัน (ตัวลูกสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้ชนิดเดียวกับตัวกระบอกมาเหลาเป็นแท่งกลมมีขนาดเดียวกับรูกระบอก แต่จะยาวกว่ารูกระบอกเล็กน้อย สำหรับตบหรือกระแทก ส่วนปลายเจาะเป็นแอ่งเพื่อบรรจุเชื้อไฟ เมื่อตบลูกตะบันเข้าไปอย่างแรงและรวดเร็ว ปริมาตรของอากาศภายในจะลดลง และความด้นจะเพิ่มขึ้น เกิดความร้อนจนทำให้เชื้อไฟติดได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 เม.ย. 2551 (03:28) ![]() 1. ตัวตะบันเป็นกระบอก(หรือเสื้อสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้เนื้อแข็งเช่นไม้ชิงชัน นำมาเจาะให้เป็นรูกลม 2. ลูกตะบัน (ตัวลูกสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้ชนิดเดียวกับตัวกระบอกมาเหลาเป็นแท่งกลมมีขนาดเดียวกับรูกระบอก แต่จะยาวกว่ารูกระบอกเล็กน้อย สำหรับตบหรือกระแทก ส่วนปลายเจาะเป็นแอ่งเพื่อบรรจุเชื้อไฟ หากลูกตะบันหลวมไม่พอดีก็จะใช้ใยไหมหรือด้ายดิบพันปลายลูกตะบันแล้วทาขี้ผึ้งให้ลื่น เมื่อลูกตะบันคับกับรูกระบอกตะบันจะทำให้เกิดแรงอัดมากและติดไฟง่ายยิ่งขึ้น 3. เชื้อไฟใช้ปุยต้นเต่าร้าง หรือปุยนุ่นนำผสมคลุกเคล้าเข้ากับดินประสิว ใส่ตรงส่วนปลายของลูกตะบันที่เจาะเป็นแอ่งไว้ 4. เมื่อตบลูกตะบันเข้าไปอย่างแรงและรวดเร็ว ปริมาตรของอากาศภายในจะลดลง และความด้นจะเพิ่มขึ้น เกิดความร้อนจนทำให้เชื้อไฟติดได้ 5. เมื่อจะใช้ใหม่ก็เอาเหล็กแหลมที่อยู่ปลายตะบันไฟขุดเอาขี้เถ้าออกจากแอ่งใส่เชื้อไฟออก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 เม.ย. 2551 (03:29) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 เม.ย. 2551 (03:34) ![]() ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นเต่าร้าง ที่เราเอาขุยมาทำเป็นเชื้อไฟ ชื่ออื่นๆ : เต่าร้างแดง(41), เขืองหลวง, จอย ชื่ออังกฤษ : Common fishtail palm(41), Jaggery palm, Toddy palm, Wine Palm ชื่อพฤกษศาสตร์ : Caryota mitis Lour. (Caryota urens Linn.) วงศ์ : Palmae ลักษณะทั่วไป : เป็นพืชตระกูลปาล์ม พบทั่วไปในป่าดิบทุกแห่ง ชอบขึ้นในบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูง บางต้นเตี้ย บางต้นสูงถึง 8 เมตร เนื้ออ่อนข้างในตรงบริเวณคอต้นรับประทานได้ แต่ต้องทำให้สุกเสียก่อนเพราะยางของพืชชนิดนี้ โดยเฉพาะยางจากผล เมื่อถูกผิวหนังจะเกิดอาการคัน หรือถ้าเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ ต้นไม้ที่คนไทยเชื่อกันว่าจะส่งผลที่ไม่ดีแก่ผู้ปลูกนั้น มักจะมีชื่อที่ค่อนไปในทางที่ไม่ดีนัก ถือว่าเป็นอัปมงคลนาม เชื่อกันวาหากสามีภรรยาคู่ใด ปลูกต้นเต่าร้างเอาไว้ในบ้าน ก็อาจจะต้องเลิกราหย่าร้างกันไปก็เป็นได้ เพราะชื่อเต่าร้างนั้น ก็แสดงไปในความหมาย ของการเลิกร้าง-ร้างรา หรือหย่าร้างอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เหมาะที่จะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ ไว้ในบริเวณบ้าน เพื่อครอบครัวของคุณคุณ จะได้มีแต่ความสงบสุขตลอดไป สรรพคุณตามตำรายา : ราก ดับพิษที่ตับ ปอด หัวใจ แก้หัวใจพิการ แก้ตับทรุด หัว ดับพิษที่ตับ ปอด หัวใจ บำรุงตับ แก้กาฬขึ้นที่ตับ แก้ตับทรุด แก้ช้ำใน บำรุงหัวใจ ไม่ระบุส่วน แก้ตับทรุด ประโยชน์อื่นๆ : ปลูกเป็นไม้ประดับ ช่วงประดับที่สวยงาม อยู่ในช่วงความสูง 2-5 เมตร ข้อมูลการวิจัย-สารเคมีที่พบ : ไม่ระบุส่วน lauric acid, myristic acid, palmitic acid, oleic acid, linoleic acid http://www.pharm.chula.ac.th/vichien/building80/taorang.html ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 เม.ย. 2551 (03:36) ![]() บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมาย 2550 โดยนำภาพที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในงานสัปดาห์ฯจดหมายปี 2549 มาเป็นต้นแบบ เป็นภาพเกี่ยวกับของใช้พื้นบ้านของไทยในอดีตรุ่นคุณปู่คุณย่า ซึ่งเชื่อว่าผู้คนในยุคปัจจุบันน้อยคนจะรู้จัก ได้แก่ ตะไกรหนีบหมาก หนึ่งในอุปกรณ์ชุดเครื่องเชี่ยนที่ผู้นิยมทานหมากสมัยก่อนมีติดตัวไว้ยามเดินทางออกนอกบ้าน ตะบัน เป็นกระบอกทำด้วยเหล็กหรือทองเหลืองสำหรับตำหมากให้ละเอียด ตะบันไฟ เครื่องมือจุดไฟไว้จุดบุหรี่หรือติดเชื้อไฟหุงหาอาหาร โดยกระแทกก้านตะบันลงไปในตัวตะบันอย่างแรง พร้อมกับดึงออกมาโดยเร็วด้วย ไฟจะติดฝอยหรือขุยต้นเต่าร้างที่ปลายก้านตะบัน และตะคัน ภาชนะดินเผาขนาดเล็กๆ ใช้ใส่น้ำมันตามไฟแทนตะเกียง มีรูปทรงกลมคล้ายถ้วยเล็ก ๆ http://www.siamstamp.com/news/view.php?topic=146 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 เม.ย. 2551 (03:37) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 พ.ค. 2551 (02:34) เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นของจริง และไม่เคยรู้เรื่องตะบันไฟมาก่อนเลย ขอบคุณ ดร.แข มากครับ ผมรู้จักแต่เครื่องมือทำไฟชนิดหนึ่ง ภาษาถิ่น เรียก เหล็กไฟโป๊ก มีอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน 3 ชิ้น คือ 1. กระบอกเชื้อไฟ ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ ปลายเปิดทั้งสองข้าง มีขนาดเท่าขวดลูกกลิ้งปราบเต่า ใส่นุ่นไว้ข้างใน 2. เหล็กกล้า (หรือเหล็กแข็งๆก็ได้)กว้างประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 2 น้ว 3.หินเหล็กไฟ ไม่ทราบว่าเป็นหินอะไร สมัยนั้นยังดูหินไม่เป็น เนื้อเหมือนหินควอทไซต์ วิธีใช้ มือซ้าย กำก้อนหินติดกับปากกระบอกไฟไว้ให้แน่น ให้ก้อนหินโผล่ออกมานิดหนึ่ง มือขวา ถือเหล็กไว้แล้วกระแทกลงบนหินอย่างแรงและเร็วโดยให้ด้านข้างของเหล็กเฉียดกับคมของหิน ก็จะมีประกายไฟเกิดขึ้น ถ้าดวงไม่ดี ทำทั้งวัน ประกายไฟ ก็ไม่กระเด็นไปติดกับนุ่นในกระบอก บางทีก็โดนมือของตัวเองอีก ถ้าเหล็กดี หินดี คนทำชำนาญ ครั้งเดียวก็ติด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 พ.ค. 2551 (10:01) สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่ได้ ดิฉัน ก็สงสัยเหมือนกันว่าการจุดไฟในสมัยก่อนเขาทำกันอย่างไร จนได้มารู้จากคนสมัยก่อน และเขาก็สาธิตการจุดให้ดู เขาเรียกว่า ไฟป๊อก ก็มีอุปกรณ์คือ หิน กับ เหล็กตะไบ เก็บเอาไว้แล้วท่านผู้รู้ ท่านก็หาเอากระบอกไม้ไผ่มาตัดหัว ท้าย ยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตรนำนุ่นมายัดไว้ ทำหน้าให้เรียบเสมอกัน โดยการจุดไฟแล้วก็ตบให้ดับ (จริงๆ น่าจะอัดให้แน่นๆ เพราะในสมัยก่อนก็ไม่มีไฟ)พอหน้านุ่นเรียบเสมอกันดีแล้ว ท่านก็เอาหินเป็นหินกรวดมนๆ เนื้อในสีขาวขนาดประมาณ ๒-๓ เซนติเมตรมาตีให้เกิดมุมหรือเหลี่ยมแล้วจับไว้ที่ปากกระบอกไม้ไผ่ที่อัดนุ่นไว้ แล้วใช้หินตะไบกระแทกแรงๆ เกิดสะเก็ดไฟ ตกที่นุ่น ก็ติดไฟเลย ก็ใช้ลมช่วยท่านก็เป่าที่นุ่นก็ติดไฟขึ้น แล้วก็เอาไปก่อไฟได้ต่อไป เชื้อไฟ ท่านก็เป็นขี้ไต้ทำจากเศษไม้แห้ง ผสมกับยางไม้ ปั้นเป็นแท่งยาว ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ห่อไว้ด้วยใบยางกุง มัดด้วยเส้นตอก ๔-๕ เปลาะ ส่วนตะบันไฟ ไม่เคยได้ยินและยังไม่เคยเห็น รวมทั้งมีข้อมูลเกี่ยวกับการสอนในวิชาฟิสิกส์ด้วย เป็นแนวทางในการพัฒนาและร่วมกันรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ได้อย่างดีค่ะ ขอบคุณค่ะ bussaba@rspg.org (IP:203.153.174.172) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 พ.ค. 2551 (10:16) เคยใช้ไม้ขีดไฟจุดก้อนต้ายในเตาไฟที่ใช้ถ่าน โอ้โฮ กว่าจะทำให้ถ่านในเตาติดไฟได้ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ธรรมชาตินี่ก็แปลก ตั้งใจจะทำให้เกิดไฟ กลับเกิดยาก แต่ที่ไม่ตั้งใจ ไม่ต้องการให้เกิด กลับเกิดไฟไหม้ได้อย่างใหญ่โตมโหฬาร ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 มิ.ย. 2551 (09:54) รู้เทคโนโลยีเก่า ๆ ไว้บ้างก็มีประโยชน์นะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 มิ.ย. 2551 (11:00) คุณ bussaba@rspg.org เกิดทันกระบองและเหล็กไฟป๊อกหรือครับ คนแก่ (IP:58.8.92.231) |