ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น!  
คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ตะบันไฟ
โพสต์เมื่อ: 03:25 วันที่ 14 เม.ย. 2551         ชมแล้ว: 5,002 ตอบแล้ว: 13
"ตะบันไฟ“ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ใช้ในการจุดไฟ
85743


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 เม.ย. 2551 (03:26)
85744

"ตะบันไฟ“ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ใช้ในการจุดไฟ



ในสมัยโบราณ เรายังไม่มีไม้ขีดไฟใช้ เรามีวิธีการจุดไฟหลายวิธี ได้แก่การใช้ไม้แห้ง 2 แท่งมาขัดสีกันจนเกิดความร้อนถึงขั้นติดไฟได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานาน ต่อมามีการใช้หินสองก้อนกระทบกันเกิดเป็นประกายไฟ ที่เราเรียกว่า หินเหล็กไฟ ทั้ง 2 วิธีนี้ เมื่อเกิดประกายไฟแล้วก็ต้องเอาเชื้อไฟ ได้แก่ ปุยนุ่นหรือสำลีมารองรับเพื่อให้ไฟติด   การใช้ตะบันไฟก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งสะดวกกว่า 2 วิธีแรก



ตะบันไฟ มีรูปร่างคล้ายตะบันที่ใช้ตำหมากของคนไทยโบราณ อาศัยหลักการคล้ายลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีตัวตะบันเป็นกระบอก(หรือเสื้อสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้เนื้อแข็งเช่นไม้ชิงชัน นำมาเจาะให้เป็นรูกลม และมีลูกตะบัน (ตัวลูกสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้ชนิดเดียวกับตัวกระบอกมาเหลาเป็นแท่งกลมมีขนาดเดียวกับรูกระบอก แต่จะยาวกว่ารูกระบอกเล็กน้อย สำหรับตบหรือกระแทก ส่วนปลายเจาะเป็นแอ่งเพื่อบรรจุเชื้อไฟ เมื่อตบลูกตะบันเข้าไปอย่างแรงและรวดเร็ว ปริมาตรของอากาศภายในจะลดลง และความด้นจะเพิ่มขึ้น เกิดความร้อนจนทำให้เชื้อไฟติดได้




แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 เม.ย. 2551 (03:28)
85745

1. ตัวตะบันเป็นกระบอก(หรือเสื้อสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้เนื้อแข็งเช่นไม้ชิงชัน นำมาเจาะให้เป็นรูกลม


2. ลูกตะบัน (ตัวลูกสูบ) ทำจากเขาควายหรือไม้ชนิดเดียวกับตัวกระบอกมาเหลาเป็นแท่งกลมมีขนาดเดียวกับรูกระบอก แต่จะยาวกว่ารูกระบอกเล็กน้อย สำหรับตบหรือกระแทก ส่วนปลายเจาะเป็นแอ่งเพื่อบรรจุเชื้อไฟ หากลูกตะบันหลวมไม่พอดีก็จะใช้ใยไหมหรือด้ายดิบพันปลายลูกตะบันแล้วทาขี้ผึ้งให้ลื่น เมื่อลูกตะบันคับกับรูกระบอกตะบันจะทำให้เกิดแรงอัดมากและติดไฟง่ายยิ่งขึ้น


3. เชื้อไฟใช้ปุยต้นเต่าร้าง หรือปุยนุ่นนำผสมคลุกเคล้าเข้ากับดินประสิว ใส่ตรงส่วนปลายของลูกตะบันที่เจาะเป็นแอ่งไว้


4. เมื่อตบลูกตะบันเข้าไปอย่างแรงและรวดเร็ว ปริมาตรของอากาศภายในจะลดลง และความด้นจะเพิ่มขึ้น เกิดความร้อนจนทำให้เชื้อไฟติดได้


5. เมื่อจะใช้ใหม่ก็เอาเหล็กแหลมที่อยู่ปลายตะบันไฟขุดเอาขี้เถ้าออกจากแอ่งใส่เชื้อไฟออก



แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 เม.ย. 2551 (03:29)
85746
เมื่อตบลูกตะบันเข้าไปในกระบอก อย่างแรงและรวดเร็ว ปริมาตรของอากาศภายในจะลดลง และความด้นจะเพิ่มขึ้น เกิดความร้อนขึ้นทันทีจนทำให้เชื้อไฟติดได้ แล้วรีบขักออก จะเกิดไฟที่ปลายลูกตะบัน

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 เม.ย. 2551 (03:34)
85747

ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นเต่าร้าง ที่เราเอาขุยมาทำเป็นเชื้อไฟ


ชื่ออื่นๆ : เต่าร้างแดง(41), เขืองหลวง, จอย


ชื่ออังกฤษ : Common fishtail palm(41), Jaggery palm, Toddy palm, Wine Palm


ชื่อพฤกษศาสตร์ : Caryota mitis Lour. (Caryota urens Linn.)


วงศ์ : Palmae


ลักษณะทั่วไป : เป็นพืชตระกูลปาล์ม พบทั่วไปในป่าดิบทุกแห่ง ชอบขึ้นในบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูง บางต้นเตี้ย บางต้นสูงถึง 8 เมตร เนื้ออ่อนข้างในตรงบริเวณคอต้นรับประทานได้ แต่ต้องทำให้สุกเสียก่อนเพราะยางของพืชชนิดนี้ โดยเฉพาะยางจากผล เมื่อถูกผิวหนังจะเกิดอาการคัน หรือถ้าเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้


ต้นไม้ที่คนไทยเชื่อกันว่าจะส่งผลที่ไม่ดีแก่ผู้ปลูกนั้น มักจะมีชื่อที่ค่อนไปในทางที่ไม่ดีนัก ถือว่าเป็นอัปมงคลนาม เชื่อกันวาหากสามีภรรยาคู่ใด ปลูกต้นเต่าร้างเอาไว้ในบ้าน ก็อาจจะต้องเลิกราหย่าร้างกันไปก็เป็นได้ เพราะชื่อเต่าร้างนั้น ก็แสดงไปในความหมาย ของการเลิกร้าง-ร้างรา หรือหย่าร้างอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เหมาะที่จะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ ไว้ในบริเวณบ้าน เพื่อครอบครัวของคุณคุณ จะได้มีแต่ความสงบสุขตลอดไป


สรรพคุณตามตำรายา : ราก ดับพิษที่ตับ ปอด หัวใจ แก้หัวใจพิการ แก้ตับทรุด หัว ดับพิษที่ตับ ปอด หัวใจ บำรุงตับ แก้กาฬขึ้นที่ตับ แก้ตับทรุด แก้ช้ำใน บำรุงหัวใจ ไม่ระบุส่วน แก้ตับทรุด


ประโยชน์อื่นๆ : ปลูกเป็นไม้ประดับ ช่วงประดับที่สวยงาม อยู่ในช่วงความสูง 2-5 เมตร


ข้อมูลการวิจัย-สารเคมีที่พบ : ไม่ระบุส่วน lauric acid, myristic acid, palmitic acid, oleic acid, linoleic acid


http://www.pharm.chula.ac.th/vichien/building80/taorang.html



แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 เม.ย. 2551 (03:36)
85748

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมาย 2550 โดยนำภาพที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในงานสัปดาห์ฯจดหมายปี 2549 มาเป็นต้นแบบ เป็นภาพเกี่ยวกับของใช้พื้นบ้านของไทยในอดีตรุ่นคุณปู่คุณย่า ซึ่งเชื่อว่าผู้คนในยุคปัจจุบันน้อยคนจะรู้จัก ได้แก่ ตะไกรหนีบหมาก หนึ่งในอุปกรณ์ชุดเครื่องเชี่ยนที่ผู้นิยมทานหมากสมัยก่อนมีติดตัวไว้ยามเดินทางออกนอกบ้าน ตะบัน เป็นกระบอกทำด้วยเหล็กหรือทองเหลืองสำหรับตำหมากให้ละเอียด ตะบันไฟ เครื่องมือจุดไฟไว้จุดบุหรี่หรือติดเชื้อไฟหุงหาอาหาร โดยกระแทกก้านตะบันลงไปในตัวตะบันอย่างแรง พร้อมกับดึงออกมาโดยเร็วด้วย ไฟจะติดฝอยหรือขุยต้นเต่าร้างที่ปลายก้านตะบัน และตะคัน ภาชนะดินเผาขนาดเล็กๆ ใช้ใส่น้ำมันตามไฟแทนตะเกียง มีรูปทรงกลมคล้ายถ้วยเล็ก ๆ  


http://www.siamstamp.com/news/view.php?topic=146



แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 เม.ย. 2551 (03:37)
85749
เราอาจดัดแปลงรูปแบบของตะบันไฟให้แลดูทันสมัย เช่นใช้ท่อพลาสติกใสหนามาทำเป็นตัวตะบัน ลูกตะบันหรือตัวลูกสูบทำจากแท่งอลูมิเนียม โดยบากเป็นร่อง 3 ร่องสำหรับติดวงแหวนยาง (O-ring) 3 วงเพื่อให้ตัวลูกสูบคับติดกับตัวกระบอกตะบัน แล้วใช้วาสลินช่วยหล่อลื่น ที่ปลายก้านลูกตะบันทำเป็นแอ่งสำหรับใส่เชื้อไฟเช่นกัน ตะบันไฟแบบนี้เมื่ออัดแล้วจะสามารถมองเห็นประกายไฟที่เกิดขึ้นภายในได้เพราะเป็นท่อใส ใช้ประกอบการสอนฟิสิกส์ได้เป็นอย่างดี 

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2048 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 340 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 พ.ค. 2551 (02:34)
เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นของจริง และไม่เคยรู้เรื่องตะบันไฟมาก่อนเลย  ขอบคุณ ดร.แข มากครับ

ผมรู้จักแต่เครื่องมือทำไฟชนิดหนึ่ง ภาษาถิ่น เรียก เหล็กไฟโป๊ก  มีอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน 3 ชิ้น  คือ

1. กระบอกเชื้อไฟ ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ ปลายเปิดทั้งสองข้าง มีขนาดเท่าขวดลูกกลิ้งปราบเต่า ใส่นุ่นไว้ข้างใน 
ในการใช้ครั้งแรกต้องจุดไฟก่อน เมื่อไฟไหม้นุ่นจนเสมอขอบปากกระบอกแล้วนำไปคว่ำบนพื้นเพื่อให้ไฟดับ  หรือจะทำฝาปิดก็ได้

2. เหล็กกล้า (หรือเหล็กแข็งๆก็ได้)กว้างประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 2 น้ว

3.หินเหล็กไฟ ไม่ทราบว่าเป็นหินอะไร สมัยนั้นยังดูหินไม่เป็น เนื้อเหมือนหินควอทไซต์

วิธีใช้  มือซ้าย กำก้อนหินติดกับปากกระบอกไฟไว้ให้แน่น ให้ก้อนหินโผล่ออกมานิดหนึ่ง

มือขวา ถือเหล็กไว้แล้วกระแทกลงบนหินอย่างแรงและเร็วโดยให้ด้านข้างของเหล็กเฉียดกับคมของหิน  ก็จะมีประกายไฟเกิดขึ้น ถ้าดวงไม่ดี ทำทั้งวัน ประกายไฟ ก็ไม่กระเด็นไปติดกับนุ่นในกระบอก บางทีก็โดนมือของตัวเองอีก ถ้าเหล็กดี  หินดี  คนทำชำนาญ  ครั้งเดียวก็ติด

NpEducate เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 338 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 182 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 พ.ค. 2551 (10:01)
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่ได้ ดิฉัน ก็สงสัยเหมือนกันว่าการจุดไฟในสมัยก่อนเขาทำกันอย่างไร จนได้มารู้จากคนสมัยก่อน และเขาก็สาธิตการจุดให้ดู เขาเรียกว่า ไฟป๊อก ก็มีอุปกรณ์คือ หิน กับ เหล็กตะไบ เก็บเอาไว้แล้วท่านผู้รู้ ท่านก็หาเอากระบอกไม้ไผ่มาตัดหัว ท้าย ยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตรนำนุ่นมายัดไว้ ทำหน้าให้เรียบเสมอกัน โดยการจุดไฟแล้วก็ตบให้ดับ (จริงๆ น่าจะอัดให้แน่นๆ เพราะในสมัยก่อนก็ไม่มีไฟ)พอหน้านุ่นเรียบเสมอกันดีแล้ว ท่านก็เอาหินเป็นหินกรวดมนๆ เนื้อในสีขาวขนาดประมาณ ๒-๓ เซนติเมตรมาตีให้เกิดมุมหรือเหลี่ยมแล้วจับไว้ที่ปากกระบอกไม้ไผ่ที่อัดนุ่นไว้ แล้วใช้หินตะไบกระแทกแรงๆ เกิดสะเก็ดไฟ ตกที่นุ่น ก็ติดไฟเลย ก็ใช้ลมช่วยท่านก็เป่าที่นุ่นก็ติดไฟขึ้น แล้วก็เอาไปก่อไฟได้ต่อไป เชื้อไฟ ท่านก็เป็นขี้ไต้ทำจากเศษไม้แห้ง ผสมกับยางไม้ ปั้นเป็นแท่งยาว ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ห่อไว้ด้วยใบยางกุง มัดด้วยเส้นตอก ๔-๕ เปลาะ ส่วนตะบันไฟ ไม่เคยได้ยินและยังไม่เคยเห็น รวมทั้งมีข้อมูลเกี่ยวกับการสอนในวิชาฟิสิกส์ด้วย เป็นแนวทางในการพัฒนาและร่วมกันรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ได้อย่างดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
bussaba@rspg.org (IP:203.153.174.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 พ.ค. 2551 (10:16)
เคยใช้ไม้ขีดไฟจุดก้อนต้ายในเตาไฟที่ใช้ถ่าน
โอ้โฮ กว่าจะทำให้ถ่านในเตาติดไฟได้ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง
ธรรมชาตินี่ก็แปลก  ตั้งใจจะทำให้เกิดไฟ กลับเกิดยาก
แต่ที่ไม่ตั้งใจ ไม่ต้องการให้เกิด กลับเกิดไฟไหม้ได้อย่างใหญ่โตมโหฬาร
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1940 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 206 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 มิ.ย. 2551 (09:54)

รู้เทคโนโลยีเก่า ๆ ไว้บ้างก็มีประโยชน์นะ


unity sun power เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 118 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 123 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 มิ.ย. 2551 (11:00)
คุณ bussaba@rspg.org เกิดทันกระบองและเหล็กไฟป๊อกหรือครับ
คนแก่ (IP:58.8.92.231)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.