โลกอนาคต โลกแตก น้ำท่วมโลก จริงหรือ?

โลกอนาคต โลกแตก น้ำท่วมโลก จริงหรือ?



วันนี้ ผมนั่งเปิด DVD เรื่อง Animatrix ดูตั้งแต่เช้า

นอกเหนือจากแง่มุมทางพุทธปรัชญา ที่หนังหยิบมาดัดแปลงให้เป็นหนังไซไฟ เรื่อง The Matrix แล้ว

พี่น้อง วาโชวสกี้ ผู้กำกับที่สร้างทั้ง Matrix และ Animatrix ก็ยังสร้างประเด็นเรื่องของโลกอนาคตไว้ด้วย

ผมมีข้อสังเกตว่า.. เวลาที่บรรดานักเขียนนักคิดจินตนาการถึงโลกอนาคต
มันมักจะมีอารมณ์ หม่นๆ หมองๆ แห้งแล้งๆ และมองโลกในแง่ร้ายพ่วงอยู่ด้วยเสมอ

หลายคนคิดตรงกันว่า.. มนุษย์เราจะพัฒนาคอมพิวเตอร์ สมองกล หุ่นยนต์ จนถึงขีดสูงสุด
จนกระทั่งเทคโนโลยีที่เราสร้าง มันอยู่เหนือการควบคุม
และย้อนกลับมาเล่นงานมนุษย์เสียเอง

ไล่เรียงมาตั้งแต่ หนังเรื่อง 2001 A Space Odyssey ของแสตนลีย์ คิวบริค, I, Robot
สองเรื่องนี้ เขียนโดยนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่สุดสองคนคือ คือ อาเธอร์ ซี คล้าก กับไอแซค อาซิมอฟ (ขอบคุณคุณเก่ง ที่แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนักเขียนนะครับ)

แล้วก็ยังมี Blade Runner และอีกหลายเรื่องมาจนถึง the Matrix

ถามว่า.. แล้วผมเชื่อไหม.. ตอบว่า ผมไม่ได้เชื่อหรือไม่เชื่อ
แต่ผมตอบอย่างนี้ว่า.. ผมค่อนข้างไม่สบายใจกับเทคโนโลยี

ผมว่ามันทำให้เราเปลี่ยนวิถีชีวิตจากความเป็นมนุษย์ปกติ มากเกินไป

ผมสังเกตเอาว่า อีกไม่นาน.. เด็กๆ จะเขียนหนังสือไม่เป็น
เพราะเขาจะโตมาในยุคที่ใช้การพิมพ์เป็นหลัก แทนการเขียน

เด็กจะเริ่มชั้นอนุบาลด้วยการหัดพิมพ์สัมผัส แทนการเขียน ก กา

อีกหน่อย.. เราจะเดินทาง ด้วยยานพาหนะ ที่ไม่ต้องใช้พวงมาลัย
หุ่นยนต์จะพัฒนาไปจนถึงขั้นเหมือนมนุษย์ เดินกันเพ่นพ่านเป็นของปกติ เหมือนที่วันนี้เราเห็นชาวพม่า พูดไม่ชะ กาเตเมือ

เดี๋ยวนี้ไปทานอาหารริมถนน พนักงานส่วนมาก เป็นชาวพม่ากันเกือบหมดแล้ว

เหมือนที่ครั้งนึง เราไม่เคยนึกว่า.. โทรศัพท์มือถือ จะเป็นของหาง่าย ที่มีกันกระทั่งยาม หรือพนักงานกวาดถนน

ถามว่าผมกลัวอะไรมากที่สุด.. จากเทคโนโลยี

ผมว่า มันทำให้เราสบาย จนเคยตัว
อีกสักห้าสิบปี เราคงต้องมีรายการแม่บ้านยุคโบราณ มีคนมาสาธิตว่า สมัยก่อนเขาซักผ้าด้วยมือกันยังไง เพราะเครื่องซักผ้าจะกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิต

โชคดีที่เสื้อผ้า ยังไงก็ต้องใช้มือรีด หรือเดี๋ยวนี้เขามีเครื่องรีดผ้าแล้วผมไม่รู้หว่า

หรือนิทรรศการว่าสมัยก่อน เราล้างจานกันยังไง ก่อนจะมีเครื่องล้างจาน

เทคโนโลยี ทำให้เราสะดวกขึ้น แต่เราก็ลำบากขึ้นในการดำรงชีพ
เพราะเทคโนโลยี ทำให้เราต้องจ่ายเงินซื้อของแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันออกรุ่นใหม่ที ก็จะแพง

นานๆไปจะออกรุ่นใหม่ถึงราคาตกมาทีนึง
ลองดูรถยนต์ เป็นตัวอย่างได้

จะบอกว่า.. เราเป็นทาสของเทคโนโลยี ก็พูดได้กลายๆนะครับ
เพราะแม้เราอาจจะใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือของเรา
แต่เราเองก็สร้างความเคยชินในการพึ่งเทคโนโลยีโดยไม่รู้ตัว
และบ่อยครั้ง เราก็ทำงานหนัก เพื่อจะได้เงินมากขึ้นๆ ไม่สิ้นสุด เพื่อจะได้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ออกมาไม่สิ้นสุด

แล้วก็เทคโนโลยี อย่าง อีเมล์ อินเตอร์เนทนี่แหละ.. ทำให้ข่าวลือมันแพร่สะพัดง่ายเหมือนไข้หวัด

เคยได้รับ FWD: mail พวกปีหน้าน้ำจะท่วมโลก โลกจะแตก อะไรทำนองนั้นไหมครับ

มีคนถามผมว่า.. ผมเชื่อเรื่องที่เขาลือกันว่า น้ำจะท่วมโลก โลกจะแตกไหม
แล้วผมคิดว่า เทคโนโลยี จะนำอวสานมาสู่โลกอย่างใน Matrix จริงๆหรือเปล่า

ก็ยังตอบเหมือนเดิม.. ว่าผมไม่ทราบ

ทราบแต่ว่าในพระไตรปิฎก เคยมีเนื้อหาเรื่องอายุของศาสนาพุทธ ว่าจะอยู่ได้ 5,000 ปี
แปลว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิด.. ก็จะมีคนมีชีวิตรอดอยู่สืบทอดพระพุทธศาสนาไปอีกอย่างน้อยก็สองพันกว่าปีนับจากนี้

เลยจากนี้ไป ผมไม่ทราบ
หวังแต่ว่า ถ้ายังต้องเกิด .. ก็ของให้เกิดในยุคที่ยังมีพุทธศาสนา มีพระพุทธวจนะให้เราได้ฟัง

แต่ผมfineก็คือInwfineนั้นแหละ ยังสรุปไม่ได้นะค่ะ



ที่จริงfineเป็นผู้หญิงแต่พูดผมสะดวกกว่าอย่างงนะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 1

TM
18 เม.ย. 2551 16:47
  1. จริง  แต่มนุษย์คงสูญพันธุ์ไปก่อนหน้านั้นแล้วหลายหมื่นปี  เพราะสรรพสิ่งมีเกิด มีดับ  เมื่อมีโลกเกิดขึ้น ก็ต้องมีโลกที่แตกดับ  มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน  เพียงแต่ระวังอย่าให้มันดับก่อนวัยอันควรก็แล้วกัน



ความคิดเห็นที่ 2

dozo_vcharkarn
21 เม.ย. 2551 10:02
  1. โลกจะอยู่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกๆคน   แล้ววันนี้... คุณช่วยโลกหรือยัง???




ความคิดเห็นที่ 3

หมอยาไท
21 เม.ย. 2551 11:20
  1. น้ำท่วมโลกเป็นปรากฎการณ์ที่มิได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ ใครอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลก็จะพบว่าโนอาร์ต่อเรือไว้ขนสัตว์ต่างๆ ลงเรือ (ซึ่งประการหลังไม่สู้แน่ใจนักว่าจะขนเสือสิงห์กระทิงแรดลงเรือ?) การที่น้ำแข็งละลายที่ขั้วโลก น้ำก็ระเหยเป็นไอน้ำแล้วก็ตกลงมาเป็นน้ำฝน ตกที่ไหนมากก็ท่วมที่นั่น ไม่เกี่ยงว่าเป็นที่ราบสูง อย่างเมืองเชียงราย เชียงใหม่ ก็ไม่มีใครคิดว่าน้ำจะท่วมได้ แต่วันนี้ก็ท่วมแล้ว ภาวะโลกร้อนนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นจากโอโซนรั่วอย่างเดียว เพราะนักวิทยาศาสตร์ก็ว่าโอโซนเริ่มปิดรูรั่วแล้ว แต่โลกก็ร้อนขึ้นๆ ข้าพฯ ว่าโลกกำลังเข้าใกล้ดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดวงอาทิตยัในสุริยจักรวาลนี้ แต่ความใกล้นั้นยังไม่สามารถเห็นได้ด้วยกล้องโทรทัศน์ดูดาว  เทคโนโลยีนั้นมิได้ดีทุกอย่างไป เราต้องรู้จักเลือก ไม่งั้นคนจะอ้วนขึ้นๆ เพราะประหยัดพลังงานตนเอง แต่ใช้พลังงานนอกตัว




ความคิดเห็นที่ 4

ting_naendoo@hotmail.com (Guest)
21 เม.ย. 2551 19:31
  1. อนาคตเป็นผลจากปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นผลจากอดีต ถ้าทำปัจจุบันดีแล้ว อนาคตก็จะดี ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล แต่สิ่งที่ยากก็คือ

    เหตุผลของโลกซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเราจะคาดเดาได้ค่ะ เพราะมีเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องกันจนเป็นปัจจัยสืบต่อเช่้นดังลูกโซ่ แต่ก็มีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับเจ้าของบทความว่า พระพุทธศาสนาจะอยู่ได้ถึง 5,000 ปีตามพระไตรปิฎก แต่เราก็มิอาจรู้ได้ว่า ในเวลาที่เหลือ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 5

monster_da
21 เม.ย. 2551 20:44
  1. โลกแตกนี่ก้อไม่รู้นะค่ะว่าจริงมั้ย



    แต่น้ำท่วมโลกมีสิทธิ์เป็นจริงได้หากโลกของเรายังไม่หยุดร้อน



    น้ำแข็งขั้วโลกอาจละลาย



    ก้อให้เกิดน้ำท่วมโลกได้ ในอีกไม่นาน




ความคิดเห็นที่ 6

พิมลพรรณ (Guest)
7 ส.ค. 2551 21:38
  1. "อินตก-เทพทำนาย" ความเป็นไปและทางรอดของมนุษย์

    โดย พิมลพรรณ  รักษ์มณี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาธุรกิจการบิน  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน
    มหาบุรุษมหาตมะ คานธี เคยกล่าวไว้ว่า "ทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอต่อการดำรงชีพของคนทุกคน แต่ไม่เพียงพอต่อการสนองตอบกิเลสของคนคนเดียว" ซึ่งกิเลสความยากทำให้มนุษย์เป็นผู้กระทำต่อโลกมากจนเกินเยียวยา เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามอิรัก สงครามทุนนิยม ทำให้เกิดเชื้อโรคใหม่ๆ เช่น โรคเอดส์ โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก ทำให้เกิดภาวะธรรมชาติปั่นป่วนไร้สมดุลเช่น พายุเฮอร์ริเคนแคททรีนาที่ถล่มอเมริกา คลื่นยักษ์สึนามิหรือแม้แต่ปัญหาชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งอุบัติการณ์เหล่านี้ล้วนมีเหตุมาจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น

    เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่มนุษย์จะต้องเลือกระหว่าง "ความหายนะ หรือความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์"

    ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึงคัมภีร์ "อินตก-เทพทำนาย" ซึ่งตามตำนานเล่าว่า สามเณรคำ เป็นผู้พบคัมภีร์อินตก อันเป็นหนังสือเก่าแก่ใบลานสีได้ตกลงมาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอัตตะปือ(ประเทศลาว) ซึ่งผู้เขียนได้รับการเล่าขานอีกทอดหนึ่งถึงเหตุการณ์มหันตภัยของโลกยุคโลกาภิวัตน์(Gobailzation)

    หนังสืออินตก-เทพทำนาย ได้เขียนไว้ว่า "ฟังเอาท่อนคำกลอนโลกใหม่ ไผผู้ยังบ่ฮู้เขิงแก้วสีฮอนคน ฟังเด้อพี่น้องเพิ่นสิฮอนเอาคนดี ไผผู้มีศีลธรรมสิอยู่เขิงค้าง ไผเดินผิดเส้นทางทำตนเป็นคนชั่วมันสิลอดกระดั้งบ่มีค้างแผ่นเขิง เขิงแผ่นนี้ชื่อว่า "เขิงคำ" เป็นคำสอนของพ่อพุธเฮาตั้งเพิ่นได้วางเอาไว้โพธิ์ศรีแผ่นใหญ่สิเอาคนเข้าอยู่ซ่นโพธิ์ โพธิ์ต้นนี้บ่ได้ปลูกตามดิน เป็นโพธิ์ศรีโพธิ์ธรรมหว่านมาแต่เมืองฟ้า พระศรีอาริยะเพิ่นสร้างโพธิ์ศรีสามห่มไว้ ซึ่งเพิ่นสิมาเอาคนประเสริฐ เลือกแต่ผู้ล้ำเลิศ กระทำสร้างบ่อนดี"

    ในสังคมปัจจุบันผู้เขียนเห็นว่ามนุษย์ในแบบฉบับที่พระคัมภีร์กล่าวถึงใกล้จะหมดไปจากโลกเต็มทีแล้ว เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายตื่นได้แล้ว แสงธรรมจากพระพุทธเจ้ากำลังส่อง มองไปทางไหนก็เจิดจ้า แสงธรรมส่องมาหวังให้ปวงประชาและโลกกว้างนี้พ้นจากมารหมู่ และภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

    ดังนั้น เราทั้งหลายควรสำนึกในพระคุณของแผ่นดินที่อาศัยอยู่ ควรรีบทำความดีต่อโลกใบนี้ และเพื่อนมนุษย์อย่ามัวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวอยู่เลย ซึ่งภัยพิบัติตามคำทำนายในหนังสืออินตก จะเกิดขึ้นในระหว่างช่วงปี พ.ศ.2547-2551

    ที่ผ่านมาคนทั้งโลกได้ตระหนักแล้วว่า แต่ละประเทศแต่ละทวีปล้วนถูกภัยธรรมชาติและหายนะต่างๆ ทำลายอย่างรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุขนาดใหญ่ แต่มนุษย์เราก็ยังเมินเฉยต่อภัยพิบัตินี้ เพราะยังเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยธรรมดา ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมได้

    อินตก-เทพทำนาย ยังได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "ภัยพิบัติครั้งที่ 1 พ.ศ.2547-2548 ไม่หนักเท่าใด ครั้งที่ 2 พ.ศ.2548-2549 หนักกว่าครั้งที่หนึ่งสามเท่า ครั้งที่ 3 พ.ศ.2549-2551 จะหนักมากที่สุด มีเมฆดำก้อนใหญ่ปกคลุมโลก ฝนที่ตกลงมาเป็นพิษ น้ำทะเลจะมีระดับสูง 100 เมตร ผัวเมียอยู่ๆ ก็จะไม่เห็นหน้ากัน ผู้คนจะล้มตายแบบฉับพลัน คนใจบาปจะมากฆ่าพ่อตีแม่ตัวเอง ศาสนาจะถูกเหยียบย่ำ เกิดสงครามใน 5 ทวีป ประชากรในโลกล้มตายมากมาย"

    ทางรอดจากหายนะ อินตก-เทพทำนายชี้ว่า "ถ้าจะพ้นภัยพิบัตินั้นให้ถือศีลกินทาน จงพากันท่องคาภาป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในโลกใบนี้ ทิตะทิวาหะนะ มัญทะโลกะสิลา กันลาลาสะสานะลาละดิ สังสังสะหะนะตุเม มาละยาเล สาววาจา ตะนะสะปุระวา มาละนัง มาละจัง มาละนะ กำมัง สาละวาโส อุภิสะพุทธะโส นะโมพุทธายะ ทะละวาหะนะลาโล กะสิลาทะ ลาสาลิกา สวัสสะขีโหตุพาตุเม

    ซึ่งคาถานี้ให้มนุษย์ที่มีบุญญาธิการอันประเสริฐ กระทำแต่ความดี ให้เขียนพระคาถาใส่ผ้าเหลือง มัดแขนหรือมัดหัว จะรอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง เพราะในปัจจุบันมนุษย์ทั้งหลายที่หลงว่าตัวเองเก่งอยู่เหนือธรรมชาตินั้น กระทำคุณงามความดีนั้นมีเพียง 3 ส่วน กระทำบาปกรรมนั้น 7 ส่วน"

    ดังนั้น ผู้เขียนเห็นว่า มนุษย์เราควรตื่นจากโลกมายาของกิเลสตัณหาได้แล้ว เลิกหลงตัวเองว่าอยู่เหนือธรรมชาติได้แล้ว หยุดทำความชั่ว จงหันมาทำดีต่อโลกใบนี้กันเถอะ เพราะความดีเท่านั้นที่จะช่วยให้มนุษย์และโลกรอดพ้นจากหายนะและนำสุขมาให้




ความคิดเห็นที่ 7

โอยุ
7 ส.ค. 2551 22:21
  1. อาจถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนแล้วก็ได้นะครับYell




ความคิดเห็นที่ 8

พระเจ้า (Guest)
4 ก.ย. 2551 12:36
  1. พวกเจ้าทั้งโลกจะถึงการอวสาร



ความคิดเห็นที่ 9

ราชพฤกษ์ (Guest)
15 ต.ค. 2551 23:08
  1. คห. ที่ 8 พระเจ้าท่านเสด็จลงมาจากสวรรค์มาลงความคิดเห็นงั้นเหรอครับ
    ขอบคุณท่านมากครับ




ความคิดเห็นที่ 10

Manzanilla (Guest)
22 ต.ค. 2551 12:52
  1. เค้าบอกว่า จะเกิดภัยพิบัติต่อโลกอย่างรุนแรง หากใครมีบุญอาจช่วยบรรเทาโทษ

    ได้ มันเป็นความเชื่อน่ะ พระพุทธเจ้าทำนายไว้ 

    หากผิดพลาดประการใด ต้องขอโทษด้วยนะ  เรื่องเกี่ยวกับศาสนามากกว่า

    แต่ลองมาแลกเปลี่ยนเฉยๆ   รีบๆสะสมกันบุญนะคร้า




ความคิดเห็นที่ 11

inwtonza189@hotmail.com (Guest)
3 ก.พ. 2552 20:43
  1. อยากเล่นน้ำถ้วม




ความคิดเห็นที่ 12

ตามหลักวิทยาศาสตร์ (Guest)
21 เม.ย. 2552 09:00
  1. ตามหลักวิทยาศาสตร์น้ำท่วมโลก มีสิทธิ์เป็นไปได้ 80-90% และจะเกิดในยุคนี้ซึ่งจะเป็นการกวาดล้างโลกใหม่ทั้งหมดเลย แต่หากว่าโลกยังอยู่ได้ก็จะเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับ(ระเบืด) ซึ่งทำให้ออนซิเจนหายหมด ท้องฟ้าจะเป็นสีแดง อย่างนี้ตายชัวร์ครับ100% แต่ว่ายุคนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะท่วมจริงหรือเปล่า?




ความคิดเห็นที่ 13

love kamikaze (Guest)
11 ก.ค. 2552 16:51
  1. มีคนบอกว่าอีก3ปีน้ำจะท่วมโลก



    จิงป่าว??




ความคิดเห็นที่ 14

ภากร
11 ก.ค. 2552 17:25
  1. น้ำแข็งขั้วโลกละลายแทบจะไม่มีผลต่อระดับน้ำทะเลนะครับ


    เพราะปริมาตรลดลง ไม่เชื่อเอาแก้วใส่น้ำใส่น้ำแข็งวัดระยะน้ำ


    แล้วรอให้ละลายแล้วมาวัดอีกครั้งดูครับ


     


    ที่ส่งผงตรงๆ คือ น้ำแข็งบนพื้นดิน เช่นบนเกาะกรีนแลนด์ ครับ




ความคิดเห็นที่ 16

Dekd_Khonkaen
7 ส.ค. 2552 22:28
  1. คุณรักโลกหรือเปล่า คุณรักษ์โลกหรือยัง ถ้ายังก็ทำซะ ลดใช้พลังงานโดยสิ้นเปลือง ปลูกป่าํํํเพิ่มพื้นที่ และอีกสารพัดวิธีที่ทำให้เห็นว่าคุณรักษ์โลก ทำวันนี้จะเป็นผลดีในวันหน้า นะ.. จะบอกให้ !



ความคิดเห็นที่ 17

goo.pui@hotmail.com (Guest)
15 ต.ค. 2552 18:20
  1. ถ้าน้ำท่วมโลกจริงอยากให้ลูกโตจนช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนค่ะถึงเวลานั้นเค้าคงช่วยตัวเองได้ส่วนเราเป็นแม่ตายก็ตาหลับแล้วขอให้ลูกรอดก็พอค่ะตอนนี้ลูก8ขวบเองค่ะ



ความคิดเห็นที่ 18

reborn (Guest)
21 ต.ค. 2552 16:14
  1. อีก3ปีข้างหน้าดาวหางจะพุ้งมาชนโลกจนโลกแตกไปครึ้งนึง



ความคิดเห็นที่ 19

baby_pr1@hotmail.com (Guest)
24 ต.ค. 2552 12:58
  1. เรื่องแบบนี้เห็นนาซ่าพูดจิงเลย
    โลกจาแตกเนี่ย...โลกจาแตกหรือไม่แตก
    มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักดาราศาสตร์
    แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้า...และเวลาด้วย
    แต่พระเจ้าทรงสัญญากับมนุษย์ไว้
    พระองค์จะไม่ล้างโลกด้วยวิธีใดอีก
    เพราะโลกนี้เป็นของพระองค์ท่านสร้างไว้ให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอยู่
    พระองค์จะไม่ล้างโลกแน่นอน...มั่นใจกับพระองค์แล้วคุณจะรอด
    ........................................

    โชคดีนะเพื่อนร่วมโลกทุกๆๆๆๆคน



ความคิดเห็นที่ 20

ban@hotmail.com (Guest)
24 ต.ค. 2552 13:04
  1. ถึงคห.ที่18

    ดาวหางที่ว่าเนี่ยมันไม่ชนโลกหรอกนะ
    แต่อะโพฟิศอะน่ากลัว
    ใหญาก่าโลกเราอีก
    มันเปนวัตถุของดาวพฤหัสฯ
    แต่องการไรก้ม่ายรุ
    เค้าใช้เเรงโน้มจากเทคโนโลยีแบบใหม่
    บังคับให้วัตถุนี้เปลี่ยนเส้นทาง...
    โลกจากแตกเพราะไอ้อุกาบาตยักษ์ใหญ่อะโพฟิศต่างหากเล่า



ความคิดเห็นที่ 24

Beimone-ton (Guest)
6 พ.ย. 2552 12:02
  1. เราตายไม่เสียดายชีวิต
    แต่คนที่เรารักตายเสียดายทั้งชีวิต

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น