คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ความปลอดภัยบนท้องถนนแบบใหม่กับรถที่ขับอย่างไรก็ไม่ชน
โพสต์เมื่อ: 20:28 วันที่ 19 เม.ย. 2551         ชมแล้ว: 55,735 ตอบแล้ว: 0
โปรเจกต์การค้นคว้าเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนที่ใหญ่โตที่สุดในยุโรปจะนำไปสู่ชุดระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพในรถยุโรป แต่ในระยะยาวแล้ว การค้นคว้าทดลองที่เรียบง่ายนี้อาจจะทำให้เกิดรถที่ขับอย่างไรก็ไม่ชนได้อย่างแท้จริง !

จู่ๆก็มีรถบรรทุกโผล่มาจากถนนรอง ตรงเข้ามาที่เลนของคุณห่างออกไปอยู่เพียงไม่กี่เมตร ทันใดนั้นรถของคุณก็ส่งสัญญาณเตือน , เริ่มที่จะแตะเบรคและพยายามที่จะกระทำการหลบหลีก หากรู้ว่าการปะทะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ระบบความปลอดภัยในตัวรถก็จะรัดเข็มขัดนิรภัยและเตรียมถุงลมนิรภัยไว้ ตั้งเวลาที่จะปล่อยมันออกมาในชั่ววินาทีก่อนเกิดการปะทะขึ้น
สิ่งดังกล่าวนั้นเป็นลักษณะของรถที่ไม่สามารถจะชนได ้[ uncrashable car ] ซึ่งจะมาถึงตัวแทนจำหน่ายใกล้ๆคุณในอนาคตที่ไม่แน่ว่าจะไม่ไกลนัก ตัวระบบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการค้นคว้าอันเรียบง่าย ซึ่งถูกดำเนินการด้วยความคิดริเริ่มการค้นคว้าที่ใหญ่โตที่สุดเท่าที่เคยมีมาในยุโรปเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน

86927
มองในจุดบอดของคุณก็ยังได้!

บริษัท PReVENT นั้นมีงบประมาณกว่า 50 ล้านยูโรพร้อมกับหุ้นส่วนอีก 56 รายกำลังไล่ตามแผนงานของการค้นคว้าที่กว้างแต่มีความสมบูรณ์สูง ซึ่งโปรเจกต์ย่อยจำนวนสิบสองโปรเจกต์นั้นมุ่งความสนใจไปที่เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนโดยเฉพาะเรื่อง แต่แต่ละโปรเจกต์นั้นก็ยังสนับสนุนกันและถูกป้อนข้อมูลให้กันในบางวิธี ซึ่งบริษัท PReVENT นั้นกำลังค้นคว้าเทคโนโลยีที่ค่อนข้างถูกแถมยังเรียบง่ายเช่นตัวเซนเซอร์เวลาจอดรถและระบบนำทางจากดาวเทียมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาดัดแปลงใหม่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่รถได้ แต่ในฐานะที่เป็นส่วนนึงของการเข้าใกล้ความปลอดภัยของรถยนต์ที่กว้างขวางและลึกซึ้งนั้น มันก็กำลังลงลึกไปสู่การทดลองที่มากขึ้น,ระบบในระยะปานกลางไปจนถึงถึงระยะยาว เป็นนวัตกรรมที่อาจจะปรากฏขึ้นในช่วงห้าถึงสิบปี

รถที่ไม่สามารถจะชนได้นี้นั้นเป็นความคิดตามทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ย่อยจำนวนเล็กน้อยของบริษัท PReVENT แต่มันอาจจะกลายเป็นความจริงที่เกินกว่าใครซักคนจะคาดคิด
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเป็นไปได้ที่จะหยุดรถทุกคันจากการปะทะกัน แต่ตัวเทคโนโลยีดังกล่าวอาจส่งเสริมเพื่อให้ลดความเสี่ยงและบรรเทาการชนลงเวลามันเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ WILLWARN ของบริษัท PReVENT ที่ใช้ระบบการสื่อสารไร้สายกับรถคันอื่นๆเพื่อจะเตือนคนขับเกี่ยวกับสถานการณ์อันตรายที่เป็นไปได้ข้างหน้า ในขณะที่ MAPS&ADAS อ่านระบบนำทางจากดาวเทียมเพื่อจะติดตามสิ่งที่เป็นอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาเช่นทางโค้ง ทางลาด หรือทางแยกต่างๆ SASPENCE จะดูที่ระยะขับขี่และความเร็วที่ปลอดภัย ในขณะที่ LATERALSAFE สุดท้ายนั้นจะนำระบบ active sensing หรือระบบตรวจจับเคลื่อนที่ไปยังจุดบอด
ทุกอย่างมีบทบาทหน้าที่ของมันในตัวรถที่ไม่สามารถจะชนได้นี้ เช่นเดียวกับอย่างอื่นที่หลายอย่างที่อยู่ในโปรเจกต์ที่กว้างกว่านี้ แต่ทว่าสองโปรเจกต์, APLACI และ COMPOSE นั้น ได้ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่ง มันจะคอยติดตามความเร็วและเส้นทางโคจรของยานพาหนะรอบๆในผู้ใช้ถนนคนอื่นๆในแบบเรียลไทม์ ถ้ามีรถคันหนึ่งหยุด หรือมีคนก้าวเข้ามาบนถนนอย่างกะทันหันนั้น ระบบจะทำงานเพื่อที่จะคำนวนผลสรุปอย่างรวดเร็ว

APALACI นั้นเป็นระบบบรรเทาก่อนการชนอันล้ำสมัยที่ถูกสร้างขึ้นรอบๆป้ายทะเบียนรถ , ในระบบ APALACI นั้น ตัวเซนเซอร์จะตรวจสอบสภาพถนนรอบๆตัวพาหนะและเก็บเกี่ยวข้อมูลเกี่ยวกับการชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ ตัวระบบจะใช้ข้อมูลที่ได้มาเพื่อที่จะตัดสินใจวิธีตอบสนองต่อเหตุการณ์เพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุด ตัวอย่างจะรวมถึงการควบคุมการเบรค ควบคุมการเริ่มทำงานของระบบห้ามปรามผู้ที่นั่งอยู่ในรถ หรือการเตรียมถุงลมนิรภัยไว้ก่อน รถสามารถที่จะตอบสนองได้ไวกว่าคนขับ ลดความเร็วลงในปริมาณที่จำเป็นเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าอุบัติเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นั้นรุนแรงน้อยลง

APALACI ยังได้พัฒนาระบบที่เรียกกันว่า Start Inhibit system สำหรับรถบรรทุกด้วย มันจะทำการสำรวจจุดบอดภายหน้าของตัวรถบรรทุกและปกป้องผู้ใช้ถนนหรือผู้ขับขี่จักรยานโดยการป้องการขับขี่ที่อันตราย APALACI ได้ผ่านการทดสอบแล้วในรถหลายรุ่นเช่น Fiat Stilo , Volvo FH12 , Alfa Romeo 156 และ Mercedes E350 ซึ่งได้ใช้เซนเซอร์เลเซอร์, เรดาร์ ซอฟท์แวร์สำหรับช่วยตัดสินใจ และ เทคโนโลยีอื่นๆที่หลากหลายเพื่อจะให้บรรลุเป้าหมาย

ส่วนอีกด้านหนึ่ง , COMPOSE นั้น ตั้งเป้าที่จะทำให้คนขับและผู้อื่นนั้นปลอดภัยโดยเฉพาะ มันสามารถเหยียบเบรคเมื่อมีคนก้าวลงบนถนน หรือยืดกันชนออกมาและยกฝากระโปรงรถขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ที่อยู่ด้านใน

ความแตกต่างแม้เพียงน้อยนิดนั้นมีผลกระทบที่มหาศาลต่อความปลอดภัยของรถ การลดความเร็วลงเพียง 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามารถลดอุบัติเหตุที่มีการบาดเจ็บได้ประมาณ 3 เปอร์เซนต์ ในขณะที่การเหยียบเบรคเร็วขึ้นเพียง 1 วินาทีนั้นเพียงพอที่จะลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างมาก
ระบบดังกล่าวได้ถูกทดสอบแล้วในรถ BMW 545i และ Volvo FH12 และได้เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอย่างน่าพึงพอใจจริงๆ แต่สำหรับสมรรถภาพของมันแล้ว,ระบบเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องที่คงไว้สำหรับอนาคตอยู่ดี

“ทางทีมงานได้พัฒนาอัลกอรึธึ่มที่ซับซ้อนเพื่อจะติดตามองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมดในภูมิทัศน์” Matthuas Schulze , ผู้ประสานงานของบริษัท PReVENT และผู้บริหารด้าน ITS & Services ที่ Daimler AG อธิบาย “แต่พวกมันต้องการประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ที่สูงมากเพื่อจะติดตามองค์ประกอบที่หลากหลายทั้งหมดนี่ได้ ดังนั้นงานชิ้นนี้จึงตั้งเป้าไปที่การค้นคว้าที่เรียบง่าย,แสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำได้อย่างไร คงเป็นช่วงเวลาสักพักหนึ่งกว่าคอมพิวเตอร์ในรถยนต์นั้นจะมีความซับซ้อนพอที่จะใช้ระบบเหล่านี้ได้”

อย่างไรก็ตาม,มันก็ได้หยิบยื่นเครื่องมือที่ผู้สร้างรถสามารถใช้เพื่อลดความเป็นไปได้สำหรับอุบัติเหตุ และมันก็ได้มอบแผนค้นคว้าที่แน่ชัดสำหรับรถที่ไม่สามารถชนได้แห่งอนาคต

ที่มา : http://www.sciencedaily.com/releases/2008/04/080412175201.htm

faceoffact เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.