ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 15 ม.ค. 2554 (09:47) เมื่อสิบกว่าปีก่อน โรงเรียนสอนพิมพ์ดีด ค่อนข้างเยอะ
เพราะมีผู้ต้องการเรียนเยอะแยะมากมาย
สาเหตุหนึ่งคงเพราะว่า สมัยนั้น ชาวนักเรียนมัธยมปลาย
ต้องการใบประกาศนียบัตรไปประกอบการเรียน กศน. เพื่อให้ได้วุฒิ ม.6 มา
เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสที่ตนเองจะได้สอบเอ็นทร๊านซ์ได้อีกสักครั้งหรือสองครั้ง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ประมาณ ปี พ.ศ. 2533-2540 จะมีเด็ก ๆ ที่พิมพ์ดีดเป็นค่อนข้างเยอะ
กลับมาที่โรงเรียนสอนพิมพ์ดีดอีกครั้ง
โดยตัวเอง เคยมีโอกาศเรียน แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไปสอบ กศน. หรืออย่างไร
เพียงแค่ ต้องการอยากให้รายงานมีรูปเล่มที่สวยงาม และอยากพิมพ์ดีดเป็น
เครื่องทุกเครื่องใน รร. สอนพิมพ์ดีดนั้น ทุกแป้นจะถูกปิดด้วยสีเพื่อไม่ให้มองเห็นตัวอักษร
แต่จะมีผังใหญ่ ๆ ตรงหน้าห้องเรียนให้มองตรงนั้นแทน
และเมื่อไหร่ที่มองแป้นพิมพ์ดีด ก็จะถูกครูสอนตำหนิ
การที่ทำอย่างนี้ ทำให้คนที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จะสามารถพิมพ์สัมผัสได้อย่างคล่องแคล่ว
และโอกาสที่พิมพ์ผิดค่อนข้างน้อย
แต่สมัยนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้การพิมพ์สะดวก ง่าย คล่อง และสามารถแก้ไข คำ ข้อความ ได้อย่างง่ายดาย
จึงเกิดผู้พิมพ์แบบ "จิ้มดีด" ขึ้นเป็นดอกเห็ด
แต่มันเป็นของกล้วย ๆ สำหรับผู้ที่พิมพ์ดีดเป็น...
สำหรับแบบเรียนพิมพ์ดีดตามร้านหนังสือนั้น คิดว่าคงยังมีอยู่
หากใครต้องการอยากพิมพ์สัมผัสให้เป็น และมีความคล่องแคล่ว
น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่ เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเหลือในเรื่องการทำรายงานเวลาศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น
ในชีวิตการทำงาน ก็ช่วยได้มาก
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ควรจะตระหนักในการพิมพ์ คำ หรือ ข้อความ ต่าง ๆ
อยากให้เราทุกคน พยายามพิมพ์ให้ถูกต้อง ตามวิถีทางของภาษาไทย ที่ไม่ใช่วิถีแชท
ก่อนที่ภาษาหลักของเรามันจะแย่ไปกว่านี้นะคะ