| ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น! |
|
นักวิชาการชี้ ดนตรีเองก็มีรูปทรงเรขาคณิต
โพสต์เมื่อ:
14:52 วันที่ 20 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
52,154
ตอบแล้ว:
2
วิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > คณิตศาสตร์ วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > เทคโนโลยีสารสนเทศ
ความเชื่อมโยงกันระหว่างดนตรีกับคณิตศาสตร์นั้นได้ทำให้นักวิชาการหลงใหลมานับศตวรรษ เมื่อกว่าสองพันปีก่อน พีธากอรัสได้ค้นพบตามรายงานว่า ท่อนบทเพลงที่ไพเราะนั้นสามารถอธิบายได้ด้วยอัตราส่วนแบบง่ายๆ
และที่เรียกกันว่า musica universalis หรือดนตรีแห่งจักรวาลนั้นก็ได้เป็นที่รู้จักในช่วงยุคกลางในฐานะไอเดียที่เกี่ยวกับปรัชญาว่าสัดส่วนการเคลื่อนไหวของเทหวัตถุบนท้องฟ้า [ ดวงอาทิตย์ , ดวงจันทร์ และ ดาวเคราะห์ นั้นอาจพิจารณาได้ในรูปแบบหนึ่งของดนตรี , ไม่ได้ยินเสียงแต่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้ , ศาสตราจารย์ด้านดนตรีสามท่านซึ่งได้แก่ Cliffton Callender ที่ Florida State University , Ian Quinn ที่ Yale University และ Dmitri Tymoczko ที่ Princeton University ได้คิดค้นวิธีใหม่ของการวิเคราะห์และจำแนกประเภทดนตรีโดยใช้ประโยชน์จากคณิตศาสตร์ที่ลึกซึ้งและซับซ้อนที่พวกเขาเห็นมันพัวพันอยู่ในโครงสร้างที่แท้จริงของดนตรี จากที่ตีพิมพ์ในเรื่องวิทยาศาสตร์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ทั้งสามก็ได้สรุปใจความวิธีการที่เรียกว่า geometrical music theory หรือ ทฤษฎีดนตรีทางเรขาคณิต ที่แปลภาษาแห่งทฤษฎีด้านดนตรีมาเป็นเรขาคณิตร่วมสมัย พวกเขาได้ทำการบันทึกหลายลำดับ เช่น คอร์ด,จังหวะ ระดับเสียง และทำการจำแนกพวกมันเพื่อที่พวกเขาจะได้จัดกลุ่มให้อยู่ในรูปของ สกุล ( families ) ได้ พวกเขาได้ค้นพบวิธีที่จะมอบโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ให้กับสกุลต่างๆเหล่านี้เพื่อที่พวกมันจะได้ถูกแสดงให้เห็นได้โดยจุดในปริภูมิเรขาคณิตที่เกือบจะเหมือนกับวิธีที่พิกัด x และ y ในพีชคณิตของมัธยมปลายและสัมพันธ์กับจุดบนระนาบสองมิติ การจำแนกประเภทที่แตกต่างกันนั้นจะสร้างปริภูมิเรขาคณิตที่ต่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงวิธีซึ่งนักดนตรีในหลายศตวรรษที่ผ่านมานั้นเข้าใจดนตรีที่แตกต่างกัน พวกเขาคาดหวังว่าความสำเร็จนี้จะทำให้นักค้นคว้าทั้งหลายได้ทำการวิเคราะห์และเข้าใจดนตรีในรูปแบบที่ลึกซึ้งและน่าพึงพอใจยิ่งกว่าเดิม งานวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นที่ความแตกต่างจากความพยายามอื่นๆที่จะแสดงถึงปริมาณของดนตรี , Rachel Wells Hall จาก Department of Mathematics and Computer Science ที่ St. Josephs University ใน Philadelphia ได้เขียนในบทความร่วมว่าความพยายามของศาสตราจารย์ทั้งสามนั้น โดดเด่นทั้งในเรื่องของความกว้างขวางในข้อสรุปทางดนตรีและความลึกซึ้งในเนื้อหาเชิงคณิตศาสตร์ของมัน จากผู้ที่คิดค้นมัน,วิธีการนี้นั้นจะทำให้พวกเขาวิเคราะห์และเปรียบเทียบดนตรีตะวันตก( และบางทีก็ดนตรีที่ไม่ใช่ดนตรีตะวันตก )ได้หลายชนิด ( วิธีการนี้นั้นมุ่งความสนใจไปที่ดนตรีตะวันตกเพราะว่าคอนเซปท์อย่างเรื่อง คอร์ด นั้นไม่เป็นสากลในดนตรีทุกรูปแบบ ) มันได้รวบรวมหลักสูตรของนักทฤษฎีด้านดนตรีในอดีตเข้าด้วยกันเพื่อถอดความหมายของดนตรีออกมาในรูปของคณิตศาสตร์ ดนตรีแห่งจักรวาลนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่คำอุปมาหรอก -- ปริภูมิดนตรีบางตัวนั้นก็เป็นทรงกลมจริงๆ( เป็นการเล่นคำระหว่าง sphere ที่แปลว่าจักรวาลกับ sphere ที่แปลว่าทรงกลม ) Tymoczko , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านดนตรีที่มหาวิทยาลัย Princeton กล่าว ประเด็นทั้งหมดของการทำปริภูมิเรขาคณิตนั้นก็คือเมื่อเราพิจารณาทุกอย่างแล้ว มันจะทำให้คุณเข้าใจดนตรีได้ดียิ่งขึ้น การอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับสร้างกรอบความคิดทางดนตรีนั้นจะทำให้คุณสามารถทำในทุกๆเรื่องที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่นอะไรล่ะ? คุณสามารถสร้างเครื่องดนตรีใหม่ๆหรือของเล่นชนิดใหม่ๆได้ เขากล่าว คุณสามารถสร้างเครื่องมือสำหรับทำให้เกิดภาพได้ -- ลองจินตนาการว่าไปคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคแห่งหนึ่งที่ดนตรีนั้นถูกแปลออกมาเป็นอะไรที่มองเห็นได้,เราอาจจะเปลี่ยนวิธีที่เราให้การศึกษาแก่นักดนตรี มันจะมีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ในภายหลังที่จะตามมาจากแนวความคิดเหล่านี้ แต่สำหรับผมแล้ว Tymoczko กล่าวเพิ่ม, มุมมองที่น่าพึงพอใจที่สุดก็คือว่าเราในตอนนี้สามารถที่จะเห็นว่ามันมีโครงสร้างที่สอดคล้องกับหลักตรรกวิทยาที่เชื่อมต่อกับคอนเซปท์ความคิดทางดนตรีที่แตกต่างกันอยู่มากมาย ในบางขอบเขตนั้นเราสามารถที่จะอธิบายประวัติศาสตร์ของดนตรีว่าเป็นกระบวนการการสำรวจความหลากหลายของความสมมตรและความแตกต่างทางเรขาคณิตที่ยาวนาน ผู้คิดค้นได้เขียนว่าการเข้าใจดนตรีนั้นคือกระบวนการการสละข้อมูล ยกตัวอย่างเช่นสมมติว่ามีนักดนตรีคนหนึ่งเล่น C กลางบนเปียโน ตามด้วย E ที่ดังกว่า และ G ที่ดังกว่านั้นอีก นักดนตรีมีขอบเขตที่แตกต่างกันที่จะบรรยายลำดับเหตุการณ์อย่างเช่นคอร์ด C เมเจอร์หรืออื่นๆ ซึ่งผู้คิดค้นก็ได้มอบโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันสำหรับทำให้การบรรยายที่แตกต่างกันของดนตรีแบบเดียวกันนั้นเกี่ยวข้องกัน ทั้งสามท่านได้บรรยายถึงห้าวิธีที่แตกต่างกันของการจำแนกชุดโน๊ตที่คล้ายคลึงกันแต่ว่าไม่เหมือนกัน พวกเขาได้กล่าวถึงความคล้ายคลึงของดนตรีเหล่านี้ในฐานะ ความสมดุลย์ OPTIC หรือ OPTIC symmetries ซึ่งในตัวอักษรแต่ละตัวของคำว่า OPTIC นั้นแสดงถึงวิธีของการปฏิเสธข้อมูลทางดนตรีที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น โน็ตตัวนี้นั้นอยู่ในเสียงคู่แปดไหน ลำดับของมัน หรือว่าจำนวนครั้งที่โน๊ตแต่ละตัวถูกเล่นซ้ำกัน ผู้คิดค้นได้แสดงให้เห็นว่าความสมดุลย์ทั้งห้านั้นสามารถนำมาประกอบซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ของคอนเซปท์ดนตรีที่แตกต่างกันได้ ซึ่งบางชิ้นนั้นคล้ายคลึงกันและบางชิ้นนั้นไม่เหมือนกันเลย เมื่อตัวโน๊ตนั้นถูกแปลเป็นตัวเลขและถูกแปลอีกครั้งหนึ่งเป็นภาษาของเรขาคณิต ผลของมันก็คือศูนย์รวบรวมปริภูมิเรขาคณิตที่อุดมสมบูรณ์ในวัตถุเรขาคณิตที่ต่างชนิดกัน หลังจากหมดกระบวนการทางคณิตศาสตร์แล้ว คอร์ดโน๊ตสามตัวก็ไปอยู่บนโดนัทรูปสามเหลี่ยมในขณะที่อีกคอร์ดไปเกาะอยู่บนพื้นผิวของรูปกรวย ความพยายามดังกล่าวนั้นมาจากงานชิ้นก่อนหน้าของ Tymoczko ซึ่งเขาได้พัฒนารูปทรงเรขาคณิตสำหรับชิ้นงานดนตรีที่เลือกไว้ ซึึ่งวิธีการดังกล่าวจะสามารถช่วยตอบคำถามว่ายังมีระดับเสียงและคอร์ดที่ปรากฏอยู่แต่ยังไม่ถูกค้นพบหรือไม่ เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์นี้นั้นยังเสนอความเป็นไปได้ที่น่าตื่นเต้นของการสำรวจตรวจสอบความแตกต่างระหว่างดนตรีแต่ละสไตล์อีกด้วย วิธีการของเรานั้นไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดที่จากแยกแยะวง Aerosmith จาก Rolling stones ได้ Tymoczko กล่าว แต่มันอาจจะทำให้คุณเห็นภาพความแตกต่างบางอย่างระหว่าง John Lennon และ Paul McCartney ได้ และแน่นอนว่ามันจะช่วยให้คุณเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้นว่าดนตรีคลาสสิคนั้นไปเกี่ยวข้องกับเพลงร็อคหรือแตกต่างจากดนตรีที่ไม่มีกุญแจเสียงอย่างไร ![]() รูปที่แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีดนตรีทางเรขาคณิตนั้นอธิบาย คอร์ดชนิดสี่ตัวโน๊ตอย่างไร ที่มา : http://www.sciencedaily.com/releases/2008/04/080417142454.htm  จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 เม.ย. 2551 (12:09) <P>เสน่ห์แห่งดนตรีนั้น อยู่ที่มีสิ่งใหม่ ๆ คาดเดายาก ความไม่มีมาตรฐาน ฟังแล้วรื่นรมณ์หากสามารถ คำนวนออกมาเป็นตรรก ในที่สุดมันจะน่าเบื่อ และขาดความคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ในที่สุด...(หรือเปล่า)</P> invir70@hotmail.com (IP:61.7.145.42) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 23 เม.ย. 2551 (14:41) ผู้แปลเองก็คิดเช่นเดียวกันครับ สุดท้ายมันก็จะม่ีรูปแบบตายตัว และลอกเลียนกัันได้โดยง่าย ขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปหรือเปล่า |