คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
วิทย์ต้าน ปล่อยซัลเฟอร์เลียนแบบภูเขาไฟระเบิด ทำลายโอโซนหนักขึ้น
โพสต์เมื่อ: 07:54 วันที่ 26 เม.ย. 2551         ชมแล้ว: 6,135 ตอบแล้ว: 2

เป็นที่ทราบกันดีว่าโอโซนเป็นชั้นบรรยากาศที่ปกป้องโลกอยู่ แต่ความพยายามที่ช่วยโอโซนของเหล่านักวิทย์ต้องมาไตร่ตรองกันใหม่อีกครั้ง


มีนักวิจัยรายงานว่าความพยายามที่จะนำอนุภาคซัลเฟอร์ไปปล่อยในชั้น Stratosphere เพื่อที่จะต่อต้านสารเรือนกระจก ทำให้โอโซนที่บอบบางอยู่แล้วโดนทำลายหนักเข้าไปอีก ส่วนการทิ้งโอโซนไว้เฉยๆ ก็เป็นความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะจากรายงานอีกตัวบอกว่า การฟื้นฟูโอโซนอย่างช้าๆ ในแถบแอนตาร์คติกก็ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้นเช่นกัน


แผนการใช้ซัลเฟอร์จะใช้การปล่อยอนุภาคซัลเฟอร์ออกจากเครื่องบินที่มีเพดานบินสูงๆ หรือบอลลูนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเลียนแบบปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ปล่อยขี้เถ้าและซัลเฟอร์ไดออกไซด์จำนวนมากขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และลดการดูดกลืนแสงของบรรยากาศโลกลง ซึ่งนำมาสู่การลดอุณหภูมิของโลกลง เหมือนกับปี 1991 ที่ภูเขาไฟปินาตูโบในประเทศฟิลิปปินส์ระเบิด ทำให้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์หลายตันลอยไปสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของโลกได้เล็กน้อยเป็นระยะเวลาสั้นๆ


เอาล่ะครับ แต่อย่าเพิ่งขึ้นเครื่องบินนะครับ เพราะว่านักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศ Simone Tilmes จาก National Center for Atmospheric Research ที่รัฐโคโลราโด วิเคราะห์โดยเทียบกับปรากฏการณ์ภูเขาไฟปินาตูโบ ว่าปฏิกิริยาเคมีของซัลเฟอร์ในชั้นบรรยากาศจะยิ่งทำให้มีการปล่อยคลอไรด์ออกมา ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการฟื้นฟูชั้นโอโซนเลยทีเดียว รายงานวิจัยนี้พิมพ์ในวารสาร Science


นักฟิสิกส์ Paul A. Newman จาก NASA's Goddard Space Flight Center แห่งรัฐแมรี่แลนด์กล่าวว่า รายงานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญมากถึงความสัมพันธ์ระหว่างระดับซัลเฟอร์และ ‘การลดลงอย่างน่าตกใจ’ ของโอโซน และเขาเสริมว่า “ธรรมชาติได้ให้ตัวอย่างการทดลองมาแล้วถึงการปล่อยซัลเฟอร์ในชั้นบรรยากาศ ด้วยการระเบิดของภูเขาไฟปินาตูโบ ซึ่งเราต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้ซัลเฟอร์เพื่อลดโลกร้อน” Uma Bhatt จากมหาวิทยาลัยอลาสกากล่าวว่า “เราต้องการการศึกษาผลกระทบมากกว่านี้ว่ามันจะมีผลอย่างไรต่อระบบของโลก ก่อนที่จะเริ่มทำการทดลองนี้”


แต่ในขณะเดียวกัน งานวิจัยของ Judith Perlwitz จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดรายงานใน Geophysical Research Letters เผยว่า การฟื้นตัวของรูโหว่ของโอโซนที่ทวีปแอนตาร์คติกาเพิ่มความร้อนให้โลกทางทิศใต้ แต่ในขณะเดียวกัน แม้โอโซนจะซ่อมแซมตัวเองไปเรื่อยๆ แต่บรรยากาศชั้น Stratosphere ที่ทวีปแอนตาร์คติกาจะสูงขึ้นมา 9 องศาเซลเซียส ในปี 2100 ทำให้มีผลให้โลกเราร้อนขึ้น


 


 


งานวิจัยพบว่า การนำซัลเฟอร์ขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศทำให้ชั้นโอโซนถูกทำลายมากขึ้น Credit: Ross J. Salawitch [via Science]



ภาพจากขั้วโลกใต้ ถ่ายจากดาวเทียมซึ่งเรียกว่า TMOS (Total Ozone MApping Spectrometer) ส่วนสีเหลืองและแดงแสดงให้เห็นถึง"ช่องว่างของโอโซน" Credit: NASA


 


ที่มา


http://sciencenow.sciencemag.org/cgi/content/full/2008/424/1?rss=1


เพิ่มเติม


http://en.wikipedia.org/wiki/Ozone


http://www.nasa.gov/audience/foreducators/5-8/features/F_Ozone_Friend_or_Foe.html


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%99


http://www.nas.nasa.gov/About/Education/Ozone/ozonelayer.html


 



gik_ravicha เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 เม.ย. 2551 (13:27)
น่ากลัวจัง
ยังไงก็ช่วยรักษาโลกเราด้วยนะ
มันอุตส่าห์ให้พวกเราอยู่
THE Riddle (IP:118.174.145.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 เม.ย. 2551 (21:54)
น่ากลััวนะคะ
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ ศึกษาต่อไป
ถ้าสำเร็จก็จะดีมากคะ
PromPak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.