|
Mastodon นักสู้ ดูจากซากฟอสซิล
โพสต์เมื่อ:
14:01 วันที่ 28 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
5,454
ตอบแล้ว:
1
Mastodon ในปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่จากซากฟอสซิลได้แสดงให้มันเห็นว่ามันใช้ชีวิตอย่างไร นักวิจัยคาดว่า Mastodon ได้ต่อสู้กันเองทุกๆ ปีในขณะที่เป็นตัวเต็มวัย โดยดูจากร่องรอยบนฟอสซิลงาของมันนั่นเอง ในยุคสมัยและในป่าที่มันอยู่ เจ้า American Mastodon ไม่ได้เป็นแค่สัตว์กินพืชที่รักสงบเท่านั้น Danial C.Fisher นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าว พวกมันเป็นสัตว์ที่ก้าวร้าวมาก Mastodon มีถิ่นที่อยู่อาศัยในอเมริกาเหนือเมื่อราว 4 ล้าน ถึง 10,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อปี 1999 นักโบราณคดีจาก เมื่อ Fisher ดูที่งานั้นอย่างละเอียด พบว่า มันมีแถวเป็นร่องๆ และพบส่วนว่างๆ สลับกันไปตลอดแนว และในชั้นของฟันที่เรียกว่า Dentin นั้น มีร่องรอยความเสียหายที่ใต้ร่องนั้น
รูป งาของ Mastodon แสดงให้เห็นถึงแถวของร่องลึก (ศรชี้) ที่แสดงให้เห็นว่ามีการเสียหายในเวลาที่ตรงกันในแต่ละปี Danial C.Fisher งาของ Mastodon มีลักษณะคล้ายๆ งาช้าง โดยงาของ Mastodon ประกอบด้วย ivory และมีการงอกยาวขึ้นตลอดชีวิต ซึ่งเซลล์ทจะสร้าง ivory ใหม่มาจากทางด้านโคน และมีชั้นที่เรียกว่า Cementum เป็นส่วนแข็งอยู่ทางด้านนอก เมื่อดูจากตำแหน่งของร่องและองค์ประกอบทางเคมีของงา นักวิจัยคาดว่าความเสียหายของงาเกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน และหลังจากอายุ 20 ปี จะเกิดความเสียหายขึ้นทุกปีตลอดชีวิต ในการต่อสู้ Mastodon ตัวผู้จะก้มหัวลงก่อนจะงัดงาขึ้นเพื่อแทงเข้าที่คอหรือกะโหลกของคู่ต่อสู้ ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายถึงแก่ความตายได้แต่ก็จะได้รับผลกระทบกลับมา เพราะว่าการโจมตีนี้จะทำให้ช่องของงาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทำเกิดรอยแบบนี้ขึ้น ซึ่งฟอสซิลของ Mastodon ที่รัฐอินเดียนาก็พบรอยคล้ายคลึงกัน แต่ว่าจะพบร่องรอยความเสียหายเพียงแค่ทุกๆ 2-3 ปีหลังจากเป็นตัวเต็มวัยแล้ว ซึ่ง Fisher คาดว่า ในสมัยนั้นมีมนุษย์อยู่ในบริเวณเดียวกับ Mastodon ทำการล่าของมนุษย์ไปลดจำนวนของ Mastodon ตัวผู้ลง ทำให้ไม่เกิดการสู้กันเองบ่อยนัก ซึ่งทฤษฏีของ Fisher ก็มีเหตุผล แต่ก็มีคำถามที่ว่า ช้างในยุคปัจจุบันเมื่อต่อสู้ด้วยงา ก็กลับไม่มีร่องรอยความเสียหายที่งา ก็เป็นอีกขั้นหนึ่งถึงการศึกษาเจ้า Mastodon นี้ครับ
Mastodon ที่มีงายาวโค้ง และจะใช้งานี้เพื่อการแข่งขันกับตัวผู้ตัวอื่นเพื่อแย่งตัวเมีย R. Thom/University of Michigan ที่มา http://www.sciencenewsforkids.org/articles/20061101/Note3.asp เพิ่มเติม http://www.bbc.co.uk/nature/wildfacts/factfiles/3004.shtml http://www.priweb.org/mastodon/HP_mast/HP_mast_main.html
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 เม.ย. 2551 (18:16) wow good thank you |