|
นานาสาระการฝึกงาน ของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์
โพสต์เมื่อ:
09:43 วันที่ 29 เม.ย. 2551 ชมแล้ว:
3,442
ตอบแล้ว:
12
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ฟิสิกส์
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > เคมี วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา เนื่องจากผมทำงานเขียนเรื่อง "มองคณะวิทย์" ที่จะรวบรวมข้อมูลช่วยคนที่จะเรียนคณะวิทย์ หนึ่งเรื่องเล็กๆในเรื่องที่จะแนะนำนั้นคือ การฝึกงาน ซึ่งผมเองก็อยู่ในช่วงฝึกงานอยู่ด้วย ในจ.ระยอง ดังนั้น กระทู้นี้ขอรวมเรื่องนี้ไว้ เป็นคล้ายการแนะแนวเรื่องการฝึกงานครับ มีอะไรที่จะช่วยคนที่จะเรียนคณะวิทย์ได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ขอไว้ในกระทู้นี้ (ถ้ามีเรื่องอื่นช่วยบอกผมให้ใช้กระทู้อื่นได้ อีเมลผม peerakitk@hotmail.com)
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1- พอเรียนจบปีสามจะขึ้นปีสี่ มักจะมีวิชาบังคับอันหนึ่งที่สำหรับบางคนเหมือนได้เปิดโลกกว้างกว่าวิชาอื่นๆ คือการฝึกงาน แนวคิด โดยเนื้อหา และในการเลือกสถานที่ฝึกงาน ผมคิดว่าค่อนข้างจำเพาะเจาะลง บริษัทแต่ละแห่ง หน่วยงานแต่ละแห่งมีภารกิจต่างกัน แนวคิดในการทำงานไม่เหมือนกัน ดังนั้นรายละเอียดปลีกย่อย คือ วิธีในการทำอะไรต่างๆ ในระบบของแต่ละแห่งก็เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงสำหรับที่นั่น ผมจึงขอแนะนำว่า ถ้าคิดว่าจะเรียนจบไปทำงานที่ไหน หรืองานลักษณะไหน ให้พยายามเลือกหน่วยงานที่คล้ายกับที่ตั้งใจจะไปทำงานต่อไปเบื้องหน้า นอกเสียจากจะอยากมีประสบการณ์กว้างขวางเกินกว่าแห่งใดแห่งหนึ่งจึงค่อยเลือกแบบที่ต่างไป ถ้าไม่พบแห่งใดที่ตรงตามต้องการ ก็ไม่แปลกสำหรับคนเรียนคณะวิทย์ เพราะอาชีพมีมากมาย อันที่ต้องการจะทำจริงๆ อาจจะไม่มีเปิดให้ฝึกงานก็ได้ มีเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวกับรัฐบาลของบางแห่งเท่านั้นที่เปิด ถ้าพบสถานที่ทำงาน หรือ หน่วยงานที่คาดว่าจะทำให้เราเข้าใกล้เรื่องที่ต้องการ ก็ควรรีบไขว่คว้าไว้หากทำได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะเปิดโอกาสในการเรียนรู้ที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่าน //เรื่องที่ผมสงสัย : คนที่จะเรียนจบไปทำพวกวิจัยๆ หรือเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นี่มีที่ฝึกงานที่ไหน ที่ไม่ใช่สวทช. อืม แล้วอย่าง ที่จะจบไปทำไร่ทำสวนเองละครับ ไม่มีสิทธิ์เลือกฝึกในสวนของเพื่อนบ้าน เพราะไม่ใช่บริษัทใหญ่?
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว หากท่านผู้ใดมีอะไรจะถาม จะแนะนำ หรือจะเล่าในเรื่องนี้ก็เชิญนะครับ ผมอาจจะใช้ภาษาเป็นทางการมากไป แต่ก็หวังว่าเด็กคงไม่เอือม แลหากใครอยากจะเป็นนักเขียน ร่วมส่งบทความ ในงานเขียนชุด "มองคณะวิทย์" ก็ลองดูประสบการณ์ใหม่ครับ
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 เม.ย. 2551 (12:28) พี่อามคะ หนูคนที่ชอบเขย่าหน้าจออ่ะ คงรู้นะ ตอนนี้ นู๋ คิดว่าระหว่างวิศวเคมี กะ วิทยาศาสตร์เคมีนี่ วิศวน่าเรียนกว่าไม๊คะ เพราะ เรียนวิศวะ ลึกกว่า วิทย์ค่ะ แถมเงินเดือนเยอะ และเป็นนักวิจัยได้ง่ายๆนะคะ ตอบด้วยค่ะ ส่งเมลมาก้อได้ วิธีการ นักศึกษาในสถาบันจะต้องแยกย้ายกันไปฝึกงานในหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ แห่งละคนหรือสองคนสำหรับสาขาวิชาหนึ่งๆ การหามักจะใช้วิธีถามฝ่ายบุคคลของหน่วยงาน ว่าหน่วยงานนั้นรับนักศึกษาฝึกงานสาขานี้หรือไม่ ถ้ารับก็เตรียมบอกอาจารย์ผู้รับผิดชอบให้ทำจดหมายขอความอนุเคราะห์เข้ารับประสบการณ์วิชาชีพ (และแบบฟอร์มสำหรับให้บริษัทตอบรับ) หลังจากนั้นอาจารย์จะต้องรอการตอบกลับมา พร้อมทั้ง ถ้าได้ ก็จะมีรายละเอียดสิ่งที่ต้องเตรียมและวันเวลาที่ฝึกงาน ส่งมาจากบริษัท แต่ถ้าหน่วยงานนั้นไม่รับ หรือไม่ตอบ ก็ต้องหาที่อื่นครับ เรื่องนี้มีความยากลำบากหน่อยคือ บางครั้งการติดต่อเข้าไปเอง สู้การใช้เส้นไม่ได้ ผมเองก็เคยโดนผลักออกมา เนื่องจากระเบียบของสถาบันของผมให้เลือกที่ฝึกงานบริษัทละสองคนเท่านั้น มีญาติแนะนำว่าควรสมัครที่นี่และอาจารย์ที่ทำเรื่องก็บอกว่ามีคนส่งสมัครที่นี่แค่คนเดียว จึงให้ผมสมัครได้ อาจารย์ก็ส่งเอกสารให้ผม ปรากฏว่าหลังจากนั้น ยังไม่ทันที่บริษัทจะตอบกลับ ก็มีเรื่องแจ้งมาว่า มีนักศึกษาเข้าไปฝึกงานที่นี่เพิ่มอีกสองคนรวมเป็นสามคน อีกสองคนเข้าไปโดยการฝาก ผมจึงไม่สามารถเข้าที่นี่ได้เพราะตามระเบียบของมหาวิทยาลัยให้แค่สอง ไม่กล้าเข้าไปเพิ่มเป็นสี่ แต่หลังจากการหาที่ฝึกงานอันช้านาน ผิดหวังอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ผมก็ได้ที่ฝึกงานเพราะการค้นข้อมูลของบริษัท แล้วมีผู้ใหญ่ช่วยฝากต่อๆ กันให้ ตอนแรกบริษัทตอบมหาวิทยาลัยว่าไม่รับ แต่พอผู้ใหญ่ไปถามก็รับ อาจเป็นเพราะตัวบริษัทเองเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อและสถานะของบริษัทอย่างเป็นทางการในช่วงนั้น ในระหว่างการเรียน อาจารย์ผู้รับผิดชอบมักจะเรียกประชุมนานๆ ครั้ง เพื่อชี้แจงว่ามีบริษัทหรือหน่วยงานใดตอบรับใครมาแล้ว ซึ่งอาจจะมีบางคนที่ได้หน่วยงานถึงสองแห่ง ก็จะต้องเลือกว่าจะฝึกงานที่ไหน และยกตำแหน่งว่างที่ไม่เอาให้แก่เพื่อนในภาควิชาที่ยังไม่มีที่ฝึกงานได้เลือก แล้วพอจะเข้าไปฝึกงานจริง นักศึกษาก็ถือ "หนังสือส่งตัว" พร้อมเอกสารที่หน่วยงานต้องการ และใบประเมินจากสถาบันอุดมศึกษา เอกสารชี้แจงระเบียบการฝึกงานอาจจะมีให้ตอนปฐมนิเทศ ในวันแรกของการไปฝึกงานตามกำหนดการ บางบริษัทมีรถรับส่ง ก็จะชี้แจงในวันแรกของการฝึกงาน มีใบบอก ว่ารถแต่ละสายผ่านทางไหนเวลาเท่าใดในตอนเช้า เรื่องที่พัก โดยทั่วไปให้หาเอง (ไม่ได้หมายถึงหาด้วยตัวเองคนเดียว ให้ญาติหาให้ก็ได้ ส่วนใหญ่พ่อแม่จะเป็นคนให้ครับ) และควรเลือกที่พักที่สะดวกต่อการเดินทาง โดยเฉพาะถ้ามีรถรับส่งของบริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นในวันปฐมนิเทศหลายคนจึงพักอยู่ที่อื่นและให้ญาติไปส่งในตอนเช้า หลังจากได้รับทราบข้อมูลแล้วจึงเลือกที่พักสำหรับวันต่อๆ มา ในรายละเอียดของการฝึกงาน ถ้าเป็นงานที่มีอันตรายบางทีฝ่ายผู้ใหญ่ก็บอกเลยว่า ไม่ให้นักศึกษาทำงาน แค่ให้มาดูการทำงานเฉยๆ ถ้าให้ทำก็ไม่ต้องทำถ้าเห็นว่าเสี่ยง แต่โดยทั่วไป นักศึกษามักจะได้ทำงานแทนพนักงาน ฝ่ายที่มีตำแหน่งเล็กที่สุดอาจทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนรับใช้ ก็อาจมองเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องดีที่เขาพยายามสอนให้ทำเป็นแบบที่เขาทำ แต่อาจจะไม่ได้ไปอยู่กับคนที่เรียนจบคณะวิทย์ในออฟฟิศ งานพวกนี้เป็นงานซับซ้อน หรือเป็นงานที่ต้องใช้เครื่องมือ แม้จะเป็นงานประจำที่เหมือนไม่ต้องใช้ความคิด แต่การทำและการแก้ปัญหาหลายอย่างก็ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ สติปัญญา ซึ่งพนักงานมักจะอธิบายอะไรต่างๆ เกี่ยวกับเครื่องมือและการทำงาน แต่บางทีนักศึกษาก็ต้องเข้าไปถามเอง เรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ก็มีเฉพาะบางแห่งครับ บางแห่งอาจให้นักศึกษาทำงานแทนพนักงานแลกกับประสบการณ์และการเรียนรู้ โดยไม่มีเงินเบี้ยเลี้ยง แต่บางแห่งก็มีให้ทั้งที่แค่ให้มาดูงานเฉยๆ //เรื่อง
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 เม.ย. 2551 (18:11) คนเรียนจบ คณะวิทยาศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องทำงานใน ห้องแล็บ แต่เพียงอย่างเดียว มันอยู่ที่สาขาที่เลือก จังหวะ โอกาส และ คุณภาพ ของคนคนนั้น ด้วย สมัยที่ดิฉันเรียน ปีที่ 3 ไปฝึกงานโรงงานอุตสาหกรรม ทางภาควิชา จัดให้ ซึ่งมีทั้ง กรุงเทพ ฯ และ ต่างจังหวัด ถ้าเป็นต่างจังหวัด เขาไปเป็นกลุ่ม ประมาณ 3 คน แล้วแต่จำนวนที่โรงงานรับ ดิฉันฝึกที่กรุงเทพ เป็นโรงงานเกี่ยวกับ นม และ ไอศกรีม ตอนที่ไปฝึก ทุ่มเทเต็มที่ และไม่ได้คิดว่าเป็นแค่การฝึกงานเท่านั้น มันมีหลายเหตุปัจจัย ประการแรก ก็คือ ดิฉันเรียนไม่เก่ง ดังนั้น ถ้าไม่ใช้ความพยายามในการเรียนรู้ กับการทำงาน เมื่อจบออกไปแล้ว จะยิ่งหนักข้อกว่าเดิม ประการที่สอง โรงงานนั้น ได้หยุดรับนิสิตฝึกงาน จากภาควิชามาหลายปีแล้ว ปีที่ดิฉันไปฝึกถือเป็นการเปิดศักราช การรับเด็กฝึกงานใหม่ จึงต้องทำให้เขาเห็นว่า นิสิตของคณะ ก็มีความสามารถ ทุ่มเท และ มีความตั้งใจในงาน เหมือนพนักงานคนหนึ่ง ที่ต้องทำเช่นนั้น เนื่องจาก ไม่อยากให้รุ่นน้องมีปัญหา หากเราไม่ได้ทำอะไรที่เกินมาตรฐานปกติ รุ่นน้องก็คงหมดโอกาสในการไปฝึกที่นั่นด้วย ตอนไปฝึกงาน ดิฉัน ทำงานครบทุกกะ เขามีกะกลางคืน เข้าหกโมงเย็น กลับหกโมงเช้า ดิฉันก็เอากับเขาด้วย อยู่ทั้งคืน โดยไม่นอน ก็ต้องสู้ ถามว่าง่วงไหม ง่วงมากค่ะ พอง่วงก็พยายามเดินออกไปในไลน์การผลิต แล้วก็ดู ศึกษา การไปฝึกงานสมัยก่อนนั้น ถือว่าเป็นโอกาสดีมากๆ เพราะว่านอกจากเราจะได้เข้าไปทราบขั้นตอน ต่างๆ และ ข้อมูล โดยทั่วไป ที่ไม่ลึกจนเกินไป ของอุตสาหกรรมนั้น หากเราทำตัวตั้งใจ หัวหน้า หรือ ผู้จัดการแผนกที่เราไปฝึก เขาจะสั่งสอน ชี้แนะเราอีกมากมาย บางทีมีปัญหา เขาก็บ่นให้เราฟังด้วย เราจะได้ประสพการณ์ทำงาน ที่ในตำรา ไม่มี ตอนไปฝึกก็จะได้งานย่อยๆ มาบ้าง เช่น สมมติเขาให้ความสนใจกับสายผลิตภัณฑ์หนึ่ง ก็จะให้เราไปเก็บข้อมูลตรงนั้น หากสิ่งบกพร่อง และ ขอเสนอแนะในมุมมองของเขา ดิฉันก็ทำเต็มที่ แล้วก็เขียนรายงาน แบบที่เคยทำที่คณะ ก็จะไม่ชำนาญได้อย่างไรคะ เพราะสัปดาห์หนึ่งทำแล็บ 4 วัน แต่ละแล็บ ต้องเขียนรายงานเป็นเล่มย่อย ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของการทดลอง ทฤษฎีนำเรื่อง กรรมวิธีการทดลอง รายละเอียดๆ ตัวอย่างๆ ข้อมูล แล้วก็สรุปผล วิเคราะห์ผล ด้วยทัศนะเราเอง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 30 เม.ย. 2551 (18:17) ดิฉันก็งัดทุกกระบวนท่าออกมาใช้ เพื่อสร้างความประทับใจ ข้อสำคัญคือเราต้องตั้งใจไปเรียนรู้จริงๆ อย่าคิดว่าจะไปในวัตถุประสงค์อื่นเป็นเด็ดขาด เรื่องอื่นๆ น่ะ พอเรียนจบแล้ว จะทำ ก็ยังมีเวลาอีกกว่าครึ่งชีวิต (บนสมมติฐานว่า อายุเฉลี่ยคนเรานั้น 30,000 วันค่ะ) ตอนเรียนปี สุดท้าย จะมีทั้ง การทำ Senior Project อันนี้งานยักษ์ ทำเป็นกลุ่ม เกือบทั้งปีเลย โดยเราต้องเลือกหัวข้อที่สนใจ ทดลอง สรุปผล ตามกระบวนการต่างๆ ค่ะ ทำรายงานเป็นเล่มโต แล้วก็ ก่อนจบ ต้องนำเสนอ คณาจารย์ ที่จะมาฟัง ซักไซ้ แล้วก็พิจารณา เพื่อให้คะแนน โดยจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่านค่ะ นอกจากนี้ยังมี วิชาที่เรียก Seminar ก็คือ การทำรายงาน จากการค้นคว้าหัวข้อที่นักวิทยาศาสตร์ ไทย หรือฝรั่งทำ แล้วเผยแพร่ไว้ แล้วเราก็ไปค้นคว้า ข้อมูลเพิ่มเติม มานำเสนอ อันนี้ทำคนเดียว เรื่องที่ทำก็คือ การใช้ Ultrasonic pulse echo ในการทดสอบความกรอบของขนมปัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 เม.ย. 2551 (18:24) เรื่องนั้น หินมากสำหรับดิฉัน เพราะว่า มันเป็นอะไรที่ต้องใช้ความรู้ในวิชาฟิสิกส์ มาก วิชานี้ มีชื่อเล่นว่า ฟี้ สิกส์ คือ ตอนเรียนแล้วพาลจะหลับ เพราะนามธรรมจัดเลย ก็ยังดีที่มีรุ่นพี่ เอกฟิสิกส์ ตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่คณะวิทย์ฯ ด้วยแหละ ก็ถามเขาได้จนกระทั่งทำความเข้าใจได้ระดับหนึ่ง ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่มีแพร่หลาย เรียกได้ว่า ไม่มีจะเหมาะกว่า (ในเมืองไทย) ดิฉันน่ะ ทุ่มทุนสร้าง ขนาด ว่า เขียนจดหมาย ภาษาอังกฤษ (ซึ่งแสนจะอ่อนแอ) ส่งไปถาม ศาสตราจารย์ที่เป็นคนเขียนเรื่องนั้นเลยแหละ อาจารย์ฝรั่งคนนั้นก็ตอบกลับมาด้วย ที่เขียนไปถามเพราะดิฉันมีข้อสงสัยในงานวิจัยของเขาค่ะ เขาก็ดีเป็นที่สุด ตอบกลับมา จดหมายฉบับนั้นก็ได้รับการบรรจุเข้าไปในรายงานด้วยค่ะ สมัยนี้ต้องบอกว่ามี ศ.ฝรั่งเป็นดารารับเชิญ มาทำให้หนังขายได้ ส่วน Senior Project น่ะ ในการทดลอง ต้องทำต่อเนื่อง ก็ถึงขนาดทำวันอาทิตย์ นอนค้างที่คณะ อาจารย์ที่ปรึกษาท่านก็ดีอีก วันอาทิตย์อุตส่าห์มาเยี่ยมเรา ว่ามีปัญหาอะไรไหม (สงสัยจะมาซ้อมค้าง กลัวเรามั่วนิ่ม) กุศลผลบุญที่ได้ทำทั้งสองเรื่อง เลยได้เอ มาในที่สุด ที่เล่ามาจะบอกว่า เวลาทำอะไร อย่าทำครึ่งๆ กลางๆ ตั้งใจทำกับมันให้ถึงที่สุด โลกนี้ยังไม่มีใครอดตาย หรือ ถึงทางตัน หากความมุ่งมั่นของเราใช้มันเต็มร้อยแล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 พ.ค. 2551 (07:45) โอ้โห คุณหน้าใหม่ได้ทำอย่างเข้มข้นเลย ผมไม่ค่อยเห็นใครทำ "วิชา" เหล่านั้นอย่างประณีตเท่านี้ ความจริงเด็กสมัยนี้ก็ยังมีหลายคนครับ แต่ว่าเป็นส่วนน้อยที่ไม่ค่อยได้เผยแพร่งาน ถ้ามีการเล่าประสบการณ์และงานอย่างนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่อวงการนี้ ให้มีคนรู้ว่า อ๋อ เคยมีคนทำแบบนี้
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 พ.ค. 2551 (08:54) ดิฉันมีเรื่องจะมาเล่าต่อ เกี่ยวกับที่ตัวเองทำไปตอนเรียน หวังว่าคงจะไม่น่าเบื่อ แต่ต้องขออนุญาต ไปเติมพลังงานก่อน ก็วันนี้ วันแรงงาน วันหยุดของผู้ใช้แรงงานแบบดิฉันนี่คะ เขียนให้ฟรีไม่คิดค่าแรง ซึ่งปกติวันแรงงานนี่สำคัญมาก หากจ้างงานวันนี้ คุณต้องจ่ายสามแรงเลยนะ ใครว่าของฟรีไม่มีในโลก ดิฉันคนหนึ่งละ ที่เถียงชนิด คอ เป็น คอ เลย ( คอเป็นเอ็นสำหรับคนแก่ แล้วก็ขอบตะโกน ไง เอ็นจึงขึ้นที่คอค่ะ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 5 พ.ค. 2551 (19:17) เดี๋ยวกระผมก็อาจจะมีอะไรมาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย กำลังจะเปลี่ยนห้องครับ ที่ฝึกงานที่ผ่านมานั้นเป็นการวิเคราะห์ก๊าซพวก LPG ทุกวัน ที่มีคนเก็บตัวอย่างมาจากทั้งโรงงาน แต่ละส่วนๆ มาตรวจดูด้วยเครื่อง gas chromatography ว่ามีองค์ประกอบก๊าซแต่ละชนิดเป็นสัดส่วนร้อยละเท่าใด เพื่อตรวจว่ากระบวนการผลิตเป็นไปตามปกติหรือไม่ แล้วก็อาจจะมีวัดความหนาแน่น และค่าอื่นๆ บ้าง //เพิ่มเติมครับ การฝึกงานนี้... บางคนว่าเป็นการจำลองสถานการณ์ในการทำงานจริง บางคนก็บอกว่า ได้ใช้ความรู้จากการฝึกงานนั่นแหละเป็นฐานในการทำงานจริงตอนเรียนจบ สังเกต งานบางอย่าง อาจจะทำวันไหนก็จบในวันนั้น งานบางอย่างอาจจะมีเรื่องให้ทำต่อข้ามวัน ทำให้ต้องคิดมากกว่า บางคนบอกว่า ตัวบริษัทที่จัดให้นักศึกษาฝึกงานนั้น ดีตรงที่มีคนทำงานแทนพนักงาน ทำให้พนักงานมีเวลาไปค้นคว้าและพัฒนาอย่างอื่น จึงเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย //เพิ่มเติมในแนวคิด (วันก่อนนึกออก แต่จำคำไม่ได้ ก็เลยเขียนใหม่แบบไม่ค่อยตรง)
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 พ.ค. 2551 (20:08) ไม่รู้ว่ามีใครประสบปัญหาอะไรกันบ้าง และเรื่องสถานที่ฝึกงานของแต่ละสาขา ควรจะกล่าวถึงไหมครับนี่
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 210 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว |