เห็ดรา ที่กัดกินเสื้อผ้าและเครื่องนอนของทหาร คราวออกศึกในสนามรบเขตเอเชียแปซิฟิก อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ
จากผลการวิจัยของห้องปฏิบัติการ Los Alamos National Laboratory และ U.S. Department of Energy Joint Genome Institute ใน วารสาร Nature Biotechnology รายงานว่าลำดับทางพันธุกรรม (genetic sequence) ของเชื้อเห็ดหรือรา Trichoderma reesei ช่วยไขปริศนาในเรื่องการย่อยสลายเส้นใยพืชให้เป็นน้ำตาล โดยแนวคิดโยงไปถึงความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ในการย่อยสลายวัตถุดิบ เช่น ข้าวโพก หญ้าสวิตซ์กราซ และขยะเซลลูโลส ไปสู่การผลิตเอทานอล ซึ่งการผลิตเอทานอลจากขยะเซลลูโลสในปัจจุบันนั้น ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากเทียบจากปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิต

ภาพเชื้อรา Trichoderma reesei จาก Irma Salovuori แห่ง VTT Biotechnology
เชื้อหรือรา Trichoderma reesei นั้นถูกค้นพบโดยทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เนื่องจากมันทำให้เสื้อผ้า เต็นท์ และเครื่องนอนของเหล่าทหารนั้นเน่า เปื่อย ผุพังไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาได้ถูกตั้งชื่อตาม Dr. Elwyn T. Reese ผู้ที่จับเอาเห็ดราตัวนี้มาศึกษาอย่างจริงจัง
เจ้าเห็ดราตัวนี้อาศัยเอนไซม์ที่มันสร้างขึ้นเพื่อย่อยสลายเส้นใยของพืชไปสู่น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่เรียกว่า โมโนแซคคาไรด์ (monosaccharide) จากนั้นเห็ดจึงย่อยน้ำตาลนั้นเพื่อเป็นอาหาร
นาย Los Alamos ผู้นำคณะศึกษากล่าวว่า คณะของเขาเชื่อว่า Trichoderma reesei นั้นมีกลุ่มยีนส์ (clusters) ที่ผลิตเอนไซม์ ที่สามารถย่อยสลายเซลลูโลสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในภาคอุตสาหกรรม เชื้อเห็ดราชนิดนี้สามารถนำมาใช้เพื่อให้มันหลั่งเอนไซม์ แล้วนำมาทำให้ทำให้บริสุทธิ์แล้วเติมลงในน้ำหมักเซลลูโลส (เปลือกไม้ เศษหนังสือพิมพ์ หญ้าสวิตซ์กราซ ฯลฯ ) เพื่อผลิตน้ำตาล จากนั้นจึงใช้ยีสต์มาหมักเพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์ต่อไป
อ้างอิง
DOE Joint Genome Institute. Trichoderma reesei v2.0. Retrieved from: http://genome.jgi-psf.org/Trire2/Trire2.home.html Date: May 6, 2008.
Los Alamos National Laboratory. Turning fungus into fuel. Retrieved from: http://www.lanl.gov/news/index.php/fuseaction/home.story/story_id/13268 Date: May 6, 2008.
Science Daily. Turning Fungus Into Fuel: Organism With Taste For Olive Drab Shows Promise For Greener Energy.
Retrieved from: http://www.sciencedaily.com /releases/2008/05/080504153753.htm Date: May 6, 2008.