|
อย่ามองข้าม น้ำ ทรัพยากรสำคัญในการผลิตพลังงาน
โพสต์เมื่อ:
15:09 วันที่ 6 พ.ค. 2551 ชมแล้ว:
49,715
ตอบแล้ว:
0
ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ ด้วยราคาน้ำมันที่ทะยานสูงทะลุ 30 บาทต่อลิตร น้อยคนนักที่จะมองเห็นความสำคัญของ น้ำ ต่อการผลิตพลังงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า หรือก๊าซธรรมชาติ ศาสตราจารย์ Tamim Younos และนักศึกษาปริญญาตรี Rachelle Hill จาก เวอร์จิเนีย เทค กำลังทำการวิจัยประสิทธิภาพในการใช้น้ำของเชื้อเพลิงสำคัญและวิธีการผลิตไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ ศาสตราจารย์ Younos รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรน้ำแห่งเวอร์จิเนีย มหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย เทค และ อาจารย์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติ กับนักศึกษาปริญญาตรี ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ได้ทำการวิเคราะห์การใช้น้ำของเชื้อเพลิง 11 ชนิด เช่น ถ่านหิน น้ำมัน เอทานอล ก๊าซธรรมชาติ และ กระบวนการผลิตไฟฟ้า 5 ประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ และ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ศาสตราจารย์ Younos กล่าวว่า ประสิทธิภาพในการใช้น้ำดังกล่าวได้คำนวณจากข้อมูลที่ได้จากรายงานของหน่วยงานของรัฐซึ่งทำการวัดด้วยหน่วยมาตรฐาน เป็น แกลลอนต่อบีทียู (British Thermal Unit) เราเลือกใช้หน่วยบีทียู เพราะหน่วยนี้ให้ค่าของพลังงานล้วนๆในรูปของความร้อนและสามารถใช้ได้กับเชื้อเพลิงและกระบวนการผลิตพลังงานทุกชนิด ศาสตราจารย์ Younos กล่าว จากการศึกษาพบว่า แหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้น้ำคุ้มค่าที่สุดคือ ก๊าซธรรมชาติและ เชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ได้จากกระบวนการ coal gasification ส่วนแหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้น้ำสิ้นเปลืองมากที่สุด คือ เอทานอลและไบโอดีเซล ส่วนในแง่ของการผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อนใต้พิภพและพลังงานน้ำ ใช้น้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าน้อยที่สุด ในขณะที่พลังงานนิวเคลียร์ใช้มากที่สุด Hill ได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมโดยการคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า 12 ชั่วโมงให้กับหลอดไส้ชนาด 60 วัตต์ เป็นเวลา 1 ปี เธอพบว่า หลอดไส้หลอดหนึ่งจะใช้น้ำประมาณ 3,000-6,000 แกลลอน (1 แกลลอน = 3.785 ลิตร) ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการใช้น้ำของโรงไฟฟ้าที่ให้พลังงานกับหลอดไส้ Hill ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผลการศึกษาที่ได้นั้นเป็นการประมาณการการใช้น้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ เชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ (fossil fuel) ซึ่งผลิตไฟฟ้ามากถึง 53 % ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดทั่วสหรัฐฯ ตัวเลขที่ได้จากการคำนวณปริมาณการใช้น้ำเพื่อจะเปิดหลอดไฟดังกล่าวใน 111 ล้านครัวเรือนทั่วสหรัฐฯนั้นน่าตกใจยิ่งกว่า หลอดไส้ 111 ล้านหลอดจะใช้น้ำมากถึง หกแสนห้าหมื่นห้าพันล้านแกลลอนต่อปี เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ ปริมาณการใช้น้ำสามารถลดการใช้น้ำได้มากถึง 2,000-4,000 แกลลอนต่อปี อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ Younos ก็เตือนว่า ผลจากงานวิจัยชิ้นนี้เป็นแค่การประมาณการ ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำ เช่น ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เทคโนโลยี ประสิทธิภาพในการทำงานและความแม่นยำในการวัด แต่งานวิจัยชิ้นนี้ก็จะช่วยให้พวกเราได้เห็นภาพคร่าวๆของความสำคัญของน้ำกับการผลิตพลังงาน อ้างอิง: http://www.sciencedaily.com/releases/2008/04/080417173953.htm 22/04/2008 ![]() ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|