|
ฉีดยา แบบไม่ต้องพึ่งพาเข็ม
โพสต์เมื่อ:
10:16 วันที่ 9 พ.ค. 2551 ชมแล้ว:
4,117
ตอบแล้ว:
2
ข่าวดีสำหรับคนกลัวชะริงค์ และเข็มฉีดยาโดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา เมื่อนักวิทยาศาสตร์พัฒนาเข็มแบบใหม่ หรือ Needle-free (jet) injector ที่ไม่ต้องพึ่งพาเข็มฉีดยาให้สยดสยองอีกต่อไป ปัญหาของเข็มฉีดยานั้นมีมากมาย โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนตัวอุปกรณ์เอง ขาดความพิถีพิถันเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย ประมาณ 30% ของจำนวนครั้งที่มีการฉีดยานั้นไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อจากเข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด ส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมากถึง 1.3 ล้านคนทั่วโลก แต่ถึงอย่างไรเข็มฉีดยาก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกัน (วัคซีน) และรักษาโรค ในบางประเทศด้อยพัฒนาที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์มีอยู่อย่างจำกัด ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเพิกเฉย เข็มฉีดยาถูกนำมาใช้ซ้ำกับผู้ป่วยหลายๆคนโดยปราศจากการฆ่าเชื้อ (ที่ควรจะต้องผ่านความร้อน 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที ในแต่ละครั้งที่นำมาใช้) นอกจากนี้เข็มที่ใช้แล้วยังถูกกำจัดอย่างไม่เหมาะสม ทางออกก็คือ ที่มาของแนวคิดเข็มฉีดยาแบบไม่ต้องใช้เข็ม หรือ Needle-free injectors (NFIs) ซึ่งมีหลักการทำงานอย่างเดียวกันแต่ไม่ต้องพึ่งเข็มแต่ใช้หัวฉีด (nozzle orifice) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 76-360 ไมโครมิเตอร์ เป็นตัวลำเลียงยาแทน ซึ่งสามารถส่งผ่านตัวยาเข้าไปใต้ผิวหนัง ไปสู่ชั้นไขมันหรือกล้ามเนื้อได้อย่างง่ายดายด้วยความเร็ว 100 เมตรต่อวินาที (ขึ้นอยู่กับความหยาบและหนาของผิวหนัง รวมถึงบริเวณที่ฉีดด้วย) นอกจากนี้ การกำจัดก็เป็นเรื่องง่ายไม่ต้องใช้หน่วยเก็บขยะแหลมคม (sharps container) ไม่ต้องกังวลเรื่องการสเตอริไลส์ฆ่าเชื้อที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
ตัวแบบแรกเริ่มของแนวคิดเข็มฉีดยาไร้เข็มนี้ เริ่มต้นเมื่อประมาณ 60 ปีที่ผ่านมา แล้วก็มีการพัฒนาให้มีรูปร่างหน้าตา และความสามารถที่แตกต่างกันไป เคยถูกนำมาใช้ในหลายกรณี ได้แก่ การฉีดวัคซีน (ป้องกัน อหิวาตกโรค โรคหัด โรคไวรัสตับอักเสบ ชนิด B และโปลิโอ) การฉีดอินซูลิน (กับผู้ป่วยเบาหวาน) การฉีดยาระงับความรู้สึก (ยามึน ยาสลบ) และการฉีดฮอร์โมน เป็นต้น เข็มฉีดยาไร้เข็มมีการพัฒนามาเป็นลำดับ พิจารณาจากแหล่งพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนตัวฉีดนี้ แบ่งได้เป็น 3 ประเภทด้วยกันได้แก่ การบีบอัดสปริง การบีบอัดแก๊ส และกระแสไฟฟ้า
ตัวอย่างของการบีบอัดแก๊ส (compressed gas) คือ The Biojector® 2000 ที่ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีใช้แพร่หลายมาตั้งแต่ปี 1993
ล่าสุดก็คือ ผลงานจากสถาบัน MITs BioInstrumentation Laboratory ที่ได้กล่าวไปข้างต้น กับการพัฒนาตัวเข็มฉีดยาไร้เข็ม (Needle- Free Injectors: NFIs) โดยใช้พลังงานจากกระแสไฟฟ้า และหากใช้ในเขตทุรกันดารที่ไม่มีไฟฟ้าและแก๊ส ก็อาจเปลี่ยนมาเป็นการอัดสปริงได้ ในแอฟริกา ราคา NFIs ตกอยู่ประมาณ 5-15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ NFIs 1000 ชิ้น (ในขณะที่เข็มฉีดยาแบบธรรมดาราคาอยู่ที่ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ AD syringes ราคาอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ตัวเข็มฉีดยาไร้เข็มได้รับการสนับสนุนจากองค์การ WHO ที่สนับสนุนให้มีการนำ NFIs มาใช้เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของบริการด้านสุขภาพในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา อย่างไรก็ดี นักพัฒนายังคงเดินหน้าเพื่อพัฒนา NFIs รุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่อไป และคาดว่าคงจะออกมาให้บริการในไม่ช้านี้ อ้างอิง Samir Mitragotri. "FIGURE 2 | Schematic depiction of the jet injection process". Retrieved from: จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 พ.ค. 2551 (10:23) ยอดมากเลยครับ อีกหน่อยไม่ต้องเจ็บกันแล้ว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 พ.ค. 2551 (15:28) ดีจัง คนที่กลัวเข็มก็ไม่ต้องกลัวแล้ว |