อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น



เนื้อหาของกระทู้นี้ดัดแปลงมาจากเนื้อหาในซีดีรอม
“สนุกกับอิเล็กทรอนิกส์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร ซึ่งเป็นซีดีรอมที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสื่อคอมพิวเตอร์ดีเด่นเพื่อเยาวชน ของคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ และได้รับการพิจารณาให้ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้







ความคิดเห็นที่ 25

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:12
  1. คุณญาดา ไม่ทราบแล้วครับ ว่าพากษืการ์ตูนเรื่องอะไร แต่จากการสืบทราบพบว่า

    เป็นผู้พากษ์รายการเด็กทางช่อง 3 ชื่อว่ารายการน้องหนู หรืออะไรนี่แหละครับ

    ปัจจุบีนนี้น่าจะอายุประมาณสี่สิบแล้วกระมังครับ ใช่หรือเปล่า




ความคิดเห็นที่ 27

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:55
  1. น่าจะเอาน้าต๋อย เซมเบ้มาเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ คุ้นแน่ เพราะการ์ตูนช่องเก้า เฮียแกพากษ์เองแทบทุกเรื่อง


    ผมว่าคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง กัปตันสึบาสะ นะครับ




ความคิดเห็นที่ 19

แขชนะ
12 พ.ค. 2551 02:18
  1. [[91687]]

    ไดโอด เป็นสิ่งประดิษฐ์สารกึ่งตัวนำที่มี 2 ขั้วคือขั้วที่เรียกว่า อาโนด ซึ่งเป็นขั้วบวก หรือ ขั้ว P และ คาโถด ซึ่งเป็นขั้วลบ หรือ ขั้ว N รูปร่างโดยทั่วไปมักเป็นรูปทรงกระบอก ขั้วลบสามารถสังเกตุได้จากแถบหรือรอยขีดบนตัวไดโอด ดังแสดงในรูปด้านบนขวา สัญญลักษณ์ของไดโอดในการเขียนวงจรแสดงในรูปด้านบนซ้าย


    ไดโอดมีคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางเดียว คือจากขั้วบวกไปขั้วลบ การต่อวงจรแบบนี้เรียกว่า การไบแอสตรง ถ้าเราต่อไดโอดในวงจรกลับขั้ว ไดโอดก็จะไม่ยอมให้กระแสไหลผ่าน เราเรียกว่า การไบแอสกลับ จากคุณสมบัตินี้ เราสามารถนำไดโอดไปประยุกต์ใช้ในการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง


    จะพิจารณากันอย่างละเอียดจริงๆ ขณะต่อวงจรแบบไบแอสกลับนั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกระแสไหลเลยเสียที่เดียว แต่พบว่ามีกระแสไหลบ้างแต่น้อยมากจนเราพิจารณาว่าไม่มีกระแสไหลในทางปฎิบัติ กระแสที่ไหลกลับนี้เราเรียกว่า กระแสมืด หรืด Dark current เกิดจากปรากฏการณ์ Tunneling effect ในทฤษฏี Quantum อาจอ่านรายละเอียดประกอบได้จากกระทู้ Classical Mechanics กับ Quantum Mechanics





ความคิดเห็นที่ 20

แขชนะ
12 พ.ค. 2551 02:23
  1. [[91688]]

    ไดโอดเปล่งแสง หรือที่เรามักจะเรียกคำย่อในภาษาอังกฤษว่า แอลอีดี-LED ซึ่งย่อมาจากคำว่า Light Emitting Diode  เป็นไดโอดชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมือนไดโอดทั่วไป คือ ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางเดียวแต่พิเศษกว่าไดโอดทั่วไป คือเมื่อมีกระแสไหลผ่านตัวLEDแล้ว มันจะเปล่งแสงได้


    ไดโอดเปล่งแสงหรือ LED มีรูปร่างหน้าตาและสีแตกต่างกันไปแล้วแต่การใช้งานแต่ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างดังที่เห็นในรูปซ้ายมือ รูปตรงกลางเป็นรูปถ่ายจริง สัญญลักษณ์ของ LED ที่อยู่ในรูปซ้ายมือตอนล่าง จะต่างจากสัญญลักษณ์ของไดโอดทั่วไปคือ จะมีลูกศรกำกับแสดงให้เห็นว่าสามารถเปล่งแสงได้


    เรามักจะเอา LED มาใช้เป็นส่วนแสดงผลหรือแผงตัวเลขเปล่งแสงต่างๆ ดังแสดงในรูปขวามือ





ความคิดเห็นที่ 22

แขชนะ
12 พ.ค. 2551 12:19
  1. ขอโทษนะครับ ผมไม่อยากช่วยคนที่เขียนภาษาไทยไม่ถูกต้อง



ความคิดเห็นที่ 26

แขชนะ
12 พ.ค. 2551 19:35
  1. ถูกต้องแล้วครับ พากย์การ์ตูนช่อง 3 ผมเองก็ไม่ได้ดูการ์ตูนมานานแล้ว แต่ผมฟังเสียงดูคล้ายๆ "โนบีตะ" ครับ แต่ไม่แน่ใจ ที่จ้างเขามาพากย์เพราะต้องการให้คุ้นหูเด็กๆ CD จะได้ฟังดูเป็นกันเอง ไม่เป็นวิชาการมากครับ




ความคิดเห็นที่ 60

แขชนะ
15 ส.ค. 2551 14:51
  1.  




ความคิดเห็นที่ 55

แขชนะ
19 พ.ค. 2551 22:59



ความคิดเห็นที่ 59

แขชนะ
8 ส.ค. 2551 03:56
  1.  




ความคิดเห็นที่ 38

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:41
  1. [[92429]]
    อุปกรณ์หลักของลำโพงคือ แท่งแม่เหล็กถาวร ขดลวดทองแดง และไดอะแฟรมที่ติดกับขดลวด (ตัวที่ทำหน้าที่สั่นหรือกระพือ เพื่อให้เกิดเสียง) เมื่อสัญญาณไฟฟ้าจากเครื่องขยายเสียงเข้ามายังลำโพง กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในขดลวด จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆขดลวดตามลักษณะของสัญญาณ เกิดการดูด-ผลักกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวร และทำให้ขดลวดและไดอะแฟลมที่อยู่ติดกันสั่นตามสัญญาณ เกิดเป็นเสียงออกมา



ความคิดเห็นที่ 39

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:42
  1. [[92430]]
    เราสามารถใช้ลำโพงทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนได้ โดยหลักการจะกลับกัน คือ เมื่อคลื่นเสียงที่เราเสียงพูดเข้าไป ทำให้ไดอะแฟลมสั่น ขดลวดที่อยู่ติดกันก็จะสั่นตาม และมีการเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กถาวร เกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวด สัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากเสียงพูดนี้ก็จะถูกส่งไปยังเครื่องขยายเสียงต่อไป



ความคิดเห็นที่ 40

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:43
  1. [[92431]]
    ถ้วยไมโครโฟน



ความคิดเห็นที่ 41

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:44
  1. [[92432]]
    เราอาจทำให้สนุกกว่านี้ได้โดยนำหม้อหุงข้าวมาทำไมโครโฟน หรือลำโพงอย่างง่ายได้ โดยทำคล้ายๆกับขั้นตอนข้างต้น แต่คราวนี้ เราติดขดลวดทองแดงและแม่เหล็กไว้ที่ก้นหม้อเลย ดังแสดงในรูป แต่ความไวหรือคุณภาพเสียงอาจด้อยกว่าเล็กน้อย

    แต่อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้หลักการของลำโพงและไมโครโฟนอย่างง่าย เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ในการนำไปใช้งานจริงยังต้องมีเทคนิคต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี เช่น เรื่องของความไวในการเกิดสัญญาณไฟฟ้า คุณภาพของเสียง และ Impedance Matching ขณะต่อกับเครื่องขยายเสียง เป็นต้น ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในตอนนี้ แต่จะเปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาสนทนากัน



ความคิดเห็นที่ 42

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:49
  1. [[92434]]
    ตัวแปลงสัญญาณเพียโซอิเล็กทริก หรือ ผลึกเพียโซอิเล็กทริกนี้ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือที่ทำประกายไฟในการจุดเตาแก๊สหรือไฟแช็คนั่นเอง การดีดหรือเคาะผลึกเพียโซอิเล็กทริกก็จะทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างด้าน 2 ด้านของก้อนผลึก ถ้าต่อสายไฟออกมาก็สามารถทำให้เกิดประกายไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าได้



ความคิดเห็นที่ 43

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:50
  1. [[92435]]
    ในทางกลับกันถ้าใส่ไฟฟ้าเข้าไประหว่างผลึก ก็จะทำให้ผลึกมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ถ้าใส่สัญญาณไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้ผลึกสั่นตามสัญญาณไฟฟ้านั้นได้ และเกิดการสั่นเป็นเสียงออกมาได้ การประยุกต์ใช้งานที่เห็นได้ทั่วไปคือ ผลึกที่ให้กำเนิดเสียงต่างๆในเครื่องโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

    หรือที่ประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือ เป็นตัวควบคุมความถี่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง



ความคิดเห็นที่ 44

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:51
  1. [[92436]]
    ในปี ค.ศ.1880 Pierre Curie (สามีของ Marie Curie) และพี่ชาย Jacques Curie ได้ทำการศึกษาผลึกของแร่บางชนิด เช่น quartz ที่สามารถให้กำเนิดไฟฟ้าได้เมื่อมีแรงกดกระทำต่อผลึก ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า ปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectric effect)



ความคิดเห็นที่ 45

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:52
  1. [[92437]]
    ต่อมาในปี 1881 Gabriel Lippmann ได้ศึกษาปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริกที่กลับกันคือ ถ้าให้ไฟฟ้าเข้าไปในผลึก ผลึกก็จะสั่นได้
    (Gabriel Lippmann ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 1908)



ความคิดเห็นที่ 46

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 02:04
  1. [[92438]]

    หูฟังจัดว่าเป็นลำโพงชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กและใช้แนบติดหูฟังคนเดียว ไม่ให้เสียงออกมารบกวนผู้อื่น รูปที่เห็นนี้คือ รูปถ่ายจริงของ ลำโพง หูฟัง และตัวแปลงสัญญาณพียโซอิเล็กทริก




ความคิดเห็นที่ 28

แขชนะ
12 พ.ค. 2551 23:04
  1. [[91823]]

    ตอบคุณ Filmsung


    ยังมีตัวต้านทานอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า เทอร์มีสเตอร์ (Thermistor) เป็นตัวต้านทานที่มีค่าเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิบนตัวมัน หาซื้อได้ตามร้านอะหลั่ยอิเล็กทรอนิกส์ ราคาตัวละไม่กี่บาท เราอาจเอามาทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์อย่างง่ายๆได้ โดยเอาฉนวน เช่น กาวซิลิโคนมาหุ้มขาของเทอร์มีสเตอร์เพื่อกันน้ำ จุ่มเทอร์มีสเตอร์ลงในถ้วยใส่น้ำเดือดที่มีเทอร์โมมิเตอร์จุ่มอยู่ ใช้โอห์มมิเตอร์วัดค่าความต้านทานของเทอร์มีสเตอร์ที่อุณหภูมิต่างๆกัน แล้วนำค่าความต้านทานมาเขียนกราฟร่วมกับค่าอุณหภูมิ




ความคิดเห็นที่ 32

แขชนะ
14 พ.ค. 2551 00:38
  1. การทดลองใน คห.30 ของอาจารย์นิรันดร์นั้น เขาใช้หัววัดอุณหภูมิชนิดที่เรียกว่า Thermocouple ซึ่งจะวัดไฟฟ้าเป็นค่าใดๆขึ้นกับอุณหภูมิได้เลย เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Seebeck Effect http://en.wikipedia.org/wiki/Thermoelectric_effect




    ส่วนตัวที่ใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหลากหลายชนิดครับ ที่ควบคุมหม้อหุงข้าวก็แบบหนึ่ง ในรถยนต์ก็แบบหนึ่ง หรืออื่นๆ แล้วผมจะทยอยเอามานำเสนอครับ เรื่องพวกนี้ผมเคยสอนนักศึกษาในรายวิชา Electronic Instrumentation, วิชา Physics of Sensors, และ วิชา Mechatronics ครับ


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น