วิชาการดอทคอม ptt logo

อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

โพสต์เมื่อ: 02:18 วันที่ 11 พ.ค. 2551         ชมแล้ว: 136,780 ตอบแล้ว: 93
วิชาการ >> กระทู้ >> เทคโนโลยี >> เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์

91427

เนื้อหาของกระทู้นี้ดัดแปลงมาจากเนื้อหาในซีดีรอม
“สนุกกับอิเล็กทรอนิกส์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร ซึ่งเป็นซีดีรอมที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสื่อคอมพิวเตอร์ดีเด่นเพื่อเยาวชน ของคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ และได้รับการพิจารณาให้ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้





แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง





จำนวน 81 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 11 พ.ค. 2551 (02:20)
91429
เนื้อหาของอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นในตอนแรกนี้จะแนะนำชิ้นส่อนอิเล็กทรอนิกส์ และในช่วงหลังจะแนะนำกิจกรรมที่ใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 พ.ค. 2551 (02:21)
91430
แผงทดลองวงจรหรือที่เราเกรียกกันว่า โปรโตบอร์ด (Protoboard)  เป็นพื้นที่ทดลองเสียบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อเป็นวงจรทดลองชั่วคราวเบื้องต้นก่อนนำไปใช้งานจริง ที่สะดวกรวดเร็วและไม่ต้องบัดกรี


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 พ.ค. 2551 (02:23)
91431
แผงทดลองวงจรหรือโปรโตบอร์ดนี้ จะมีจำนวน 3 ชิ้นต่อกัน ชิ้นส่วนที่อยู่ตรงกลางหรือชิ้นที่ 1 เป็นพื้นที่ทดลองวงจรที่มีจุดแต่ละจุดในแนวดิ่งเชื่อมต่อถึงกันภายในดังรูป (สังเกตเส้นสีเหลือง)  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่มีการเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวดังรูป(เส้นเหลือง) ส่วนนี้เหมาะสำหรับต่อกับแบตเตอรี่ขั้วบวกและขั้วลบ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 11 พ.ค. 2551 (02:25)
91432
ถ้าเรานำเอาโลหะต่างกัน 2 ชนิดมาจุ่มลงในสารละลายทางไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าสารละลายอิเล็กโตรไลท์ เช่น้ำเกลือหรือน้ำมะนาวจะเกิดการกระจายของประจุไฟฟ้าบนแผ่นโลหะทั้งสองไม่เท่ากัน ถ้านำสายไฟมาต่อเข้ากับโลหะทั้งสองให้ครบวงจร จะเกดมีกระแสไฟฟ้าไหลได้ แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงแบบนี้เราเรียกว่า เซลไฟฟ้า ชนิดเซลเปียก


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 พ.ค. 2551 (02:26)
91433
เซลไฟฟ้าที่ทำจากกระดาษชุบน้ำยาเหนียวข้นและถูกหุ้มอย่างมิดชิด เราเรียกว่าเซลแห้ง หรือถ่านไฟฉายนั่นเอง ถ้าเรานำเอาเซลไฟฟ้าหลายๆเซลมาต่อกันแบบอนุกรม ทำให้ได้แรงเคลื่อนไฟฟ้ามากขึ้น จะกลายเป็นแบตเตอรี่ เราใช้สัญญลักษณ์ที่ปรากกฏด้านบนของรูปแทนเซลไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ในวงจร


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 พ.ค. 2551 (02:57)
91434
ตัวต้านทานมีหน้าที่ในการควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร ถ้าค่าความต้านทานในวงจรเปลี่ยนแปลง จะทำให้กระแสไฟฟ้าในวงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ตัวต้านทานมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ด้านบน ดูรูปถ่ายจริงของตัวต้านทานในรูปขวามือ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 พ.ค. 2551 (02:58)
91435
ค่าความต้านทานมีหน่วยเป็น “โอห์ม” เราสามารถบอกค่าความต้านทานบนตัวต้านทานได้ด้วยรหัสสี โดยปกติจะมีด้วยกัน 4 แถบสีดังรูป
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 พ.ค. 2551 (03:00)
91436

ตัวต้านทานที่เห็นอยู่ทางขวามือคือตัวต้านทานที่สามาถปรับค่าความต้านทานได้ มีค่าตั้งแต่ศูนย์ไปจนถึงค่าสูงสุดที่เขียนไว้บนตัวต้านทาน มีสัญญลักษณ์ดังที่ปรากฏอยู่ด้านบน



ตัวต้านทานที่เห็นอยู่ทางขวามือคือตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามแสงที่ตกลงบนตัวมัน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Light Dependent Resistor (ย่อว่า LDR) โดยทั่วไปเรามักเรียกทับศัพท์ว่าตัว “แอลดีอาร์” มีสัญญลักษณ์ดังที่ปรากฏอยู่ด้านบน





รูปกลางคือภาพถ่ายจริงของตัวต้านทานปรับค่าได้ และ ตัวแอลดีอาร์



แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 พ.ค. 2551 (03:15)
91437
แอมป์มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดค่าของกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยมีหน่วยวัดกระแสเป็น แอมแปร์ ในกรณีที่วัดค่ากระแสไฟฟ้าน้อยๆ อาจจะวัดในหน่วยเป็น มิลลิแอมแปร์ โดยที่ 1 แอมแปร์มีค่าเป็น 1000 มิลลิแอมแปร์ เมื่อต้องการวัดค่ากระแสในวงจรไฟฟ้าส่วนใด จะต้องเอาแอมมิเตอร์ต่ออนุกรมเข้าไปในวงจรนั้น ดังรูป การต่อแอมมิเตอร์จะต้องพิจารณาขั้วไฟฟ้าของแอมมิเตอร์ด้วย หากต่อผิดอาจทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้ สัญญลักษณ์ของแอมมิเตอร์เมื่อต่อเป็นวงจรเข้ากับแบตเตอรี่และตัวต้านทานแล้วจะมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ในตอนบนของรูป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 พ.ค. 2551 (03:52)
91441
โวลต์มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุดใดๆ 2 จุดในวงจร มีลักษณะคล้ายๆแอมมิเตอร์ ต่างกันที่สเกลหน้าปัดของมิเตอร์ ซึ่งจะบอกหน่วยวัดความต่างศักย์เป็นโวลต์ และใช้อักษรย่อตัว V เมื่อต้องการวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุดใดๆ 2 จุดในวงจร เราจะต้องต่อโวลต์มิเตอร์คล่อมจุด 2 จุดนั้น ทั้งนี้จะต้องพิจารณาขั้วไฟฟ้าของโวลต์มิเตอร์ด้วย หากต่อผิดอาจทำให้โวลต์มิเตอร์เสียหายได้ สัญญลักษณ์ของโวลลต์มิเตอร์เมื่อต่อเป็นวงจรเข้ากับแบตเตอรี่และตัวต้านทานแล้วจะมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ในตอนบนของรูป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 พ.ค. 2551 (04:05)
91442
สวิตช์ เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ ปิด-เปิด หรือตัด-ต่อ การไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน สัญญลักณ์ของสวิตช์ที่เขียนในวงจรมีรูปร่างดังแสดงในรูปซ้ายด้านล่าง ส่วนรูปทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของสวิตช์แบบต่างๆ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 พ.ค. 2551 (04:14)
91443

สวิตช์ทางซ้ายมือ เป็นสวิตช์กด กดครั้งแรกไฟเปิด กดครั้งที่สองไฟปิด



สวิตช์ตัวกลาง เป็นสวิตช์ที่เราคุ้นเคยกันดี คือสวิตช์ที่ใช้กับออด หรือ กระดิ่งไฟฟ้า เมื่อกดกระดิ่งจะดัง เมื่อเลิกกด กระดิ่งหยุดดัง



สวิตช์ทางขวามือสุด เป็นสวิตช์แบบโยก ถ้าโยกมาด้านหนึ่ง ไฟเปิด โยกไปอีกทางหนึ่งไฟปิด




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 11 พ.ค. 2551 (10:12)

โอ๋? เจ้าสิ่งนี้เองหรอกหรือนี่ หึหึ ทั้งหมดนี้อาจารย์เป็นคนทำเองหรือเปล่าครับ



เพราะว่าระบบการทำงานต่างๆ ใช้ได้ดีมากเลยขอรับ



เสียงคนพากษ์เป็นเสียงอาจารย์จันทร์ชัยเองหรือเปล่าหนอ?


ธุลีรัตติกาล
ร่วมแบ่งปัน687 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 11 พ.ค. 2551 (11:35)
91514
เราทำกันเป็นทีมครับ ผมทำส่วนเนื้อหาและออกแบบโปรแกรม มีคนอื่นๆวาดการ์ตูน ตัดต่อใส่เสียงประกอบ คนพากย์เสียงพูดเราจ้างคนพากย์หนังการ์ตูนในทีวีมา ถ้ามีแผ่น ลองเล่นแล้วเดาสิครับว่าเป็นเสียงตัวการ์ตูนตัวไหนที่เป็นเด็กผู้ชาย
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 11 พ.ค. 2551 (11:49)

เสียงพากย์อยู่ตรงไหนคะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4082 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 11 พ.ค. 2551 (12:07)

ถึงครูไผ่



อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เป็นซีดีรอมที่อาจารยืแขชนะ กับทีมขอท่านร่วมกันจัดทำครับ



โดยจะมีตัวละครตัวนึงเป็นตัวบรรยายสิ่งของต่างๆ รุ้สึกว่าจะหน้าตาเหมือน LDR น่ะนะครับ



อืม~ เสียงค่อนข้างคุ้นหูอยุ่นะครับ แต่สำเนียงแบบนี้ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินเท่าไหร่นักนะครับ


ธุลีรัตติกาล
ร่วมแบ่งปัน687 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 12 พ.ค. 2551 (02:18)
91687

ไดโอด เป็นสิ่งประดิษฐ์สารกึ่งตัวนำที่มี 2 ขั้วคือขั้วที่เรียกว่า อาโนด ซึ่งเป็นขั้วบวก หรือ ขั้ว P และ คาโถด ซึ่งเป็นขั้วลบ หรือ ขั้ว N รูปร่างโดยทั่วไปมักเป็นรูปทรงกระบอก ขั้วลบสามารถสังเกตุได้จากแถบหรือรอยขีดบนตัวไดโอด ดังแสดงในรูปด้านบนขวา สัญญลักษณ์ของไดโอดในการเขียนวงจรแสดงในรูปด้านบนซ้าย



ไดโอดมีคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางเดียว คือจากขั้วบวกไปขั้วลบ การต่อวงจรแบบนี้เรียกว่า การไบแอสตรง ถ้าเราต่อไดโอดในวงจรกลับขั้ว ไดโอดก็จะไม่ยอมให้กระแสไหลผ่าน เราเรียกว่า การไบแอสกลับ จากคุณสมบัตินี้ เราสามารถนำไดโอดไปประยุกต์ใช้ในการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง



จะพิจารณากันอย่างละเอียดจริงๆ ขณะต่อวงจรแบบไบแอสกลับนั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกระแสไหลเลยเสียที่เดียว แต่พบว่ามีกระแสไหลบ้างแต่น้อยมากจนเราพิจารณาว่าไม่มีกระแสไหลในทางปฎิบัติ กระแสที่ไหลกลับนี้เราเรียกว่า กระแสมืด หรืด Dark current เกิดจากปรากฏการณ์ Tunneling effect ในทฤษฏี Quantum อาจอ่านรายละเอียดประกอบได้จากกระทู้ Classical Mechanics กับ Quantum Mechanics




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 พ.ค. 2551 (02:23)
91688

ไดโอดเปล่งแสง หรือที่เรามักจะเรียกคำย่อในภาษาอังกฤษว่า แอลอีดี-LED ซึ่งย่อมาจากคำว่า Light Emitting Diode  เป็นไดโอดชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมือนไดโอดทั่วไป คือ ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางเดียวแต่พิเศษกว่าไดโอดทั่วไป คือเมื่อมีกระแสไหลผ่านตัวLEDแล้ว มันจะเปล่งแสงได้



ไดโอดเปล่งแสงหรือ LED มีรูปร่างหน้าตาและสีแตกต่างกันไปแล้วแต่การใช้งานแต่ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างดังที่เห็นในรูปซ้ายมือ รูปตรงกลางเป็นรูปถ่ายจริง สัญญลักษณ์ของ LED ที่อยู่ในรูปซ้ายมือตอนล่าง จะต่างจากสัญญลักษณ์ของไดโอดทั่วไปคือ จะมีลูกศรกำกับแสดงให้เห็นว่าสามารถเปล่งแสงได้



เรามักจะเอา LED มาใช้เป็นส่วนแสดงผลหรือแผงตัวเลขเปล่งแสงต่างๆ ดังแสดงในรูปขวามือ




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 12 พ.ค. 2551 (11:59)
สวัสดีคับ

คือว่าตอนนี้ผม จาคิดโครงงานฟิสิกส์ ม.4 เกี่ยวกับ ตัวต้านทานกับอุณหภูมิอะคับ




จาทำแบบไหนดีคับ ช่วยแนะแนวทางด้วยนะคับ


Filmsung
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 12 พ.ค. 2551 (12:19)
ขอโทษนะครับ ผมไม่อยากช่วยคนที่เขียนภาษาไทยไม่ถูกต้อง
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 12 พ.ค. 2551 (12:27)

ขอโทษด้วยครับ



คือว่าผมคิดจะทำโครงงานฟิสิกส์ ม.4 ครับ



เกี่ยวกับเรื่อง ตัวต้านทานกับอุณหภูมิ ครับ



ช่วยแนะนำทีครับ


Filmsung
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 12 พ.ค. 2551 (19:12)

คุณญาดา ไม่ทราบแล้วครับ ว่าพากษืการ์ตูนเรื่องอะไร แต่จากการสืบทราบพบว่า



เป็นผู้พากษ์รายการเด็กทางช่อง 3 ชื่อว่ารายการน้องหนู หรืออะไรนี่แหละครับ



ปัจจุบีนนี้น่าจะอายุประมาณสี่สิบแล้วกระมังครับ ใช่หรือเปล่า

ธุลีรัตติกาล
ร่วมแบ่งปัน687 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 พ.ค. 2551 (19:35)

ถูกต้องแล้วครับ พากย์การ์ตูนช่อง 3 ผมเองก็ไม่ได้ดูการ์ตูนมานานแล้ว แต่ผมฟังเสียงดูคล้ายๆ "โนบีตะ" ครับ แต่ไม่แน่ใจ ที่จ้างเขามาพากย์เพราะต้องการให้คุ้นหูเด็กๆ CD จะได้ฟังดูเป็นกันเอง ไม่เป็นวิชาการมากครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 12 พ.ค. 2551 (19:55)

น่าจะเอาน้าต๋อย เซมเบ้มาเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ คุ้นแน่ เพราะการ์ตูนช่องเก้า เฮียแกพากษ์เองแทบทุกเรื่อง



ผมว่าคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง กัปตันสึบาสะ นะครับ


ธุลีรัตติกาล
ร่วมแบ่งปัน687 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 12 พ.ค. 2551 (23:04)
91823

ตอบคุณ Filmsung



ยังมีตัวต้านทานอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า เทอร์มีสเตอร์ (Thermistor) เป็นตัวต้านทานที่มีค่าเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิบนตัวมัน หาซื้อได้ตามร้านอะหลั่ยอิเล็กทรอนิกส์ ราคาตัวละไม่กี่บาท เราอาจเอามาทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์อย่างง่ายๆได้ โดยเอาฉนวน เช่น กาวซิลิโคนมาหุ้มขาของเทอร์มีสเตอร์เพื่อกันน้ำ จุ่มเทอร์มีสเตอร์ลงในถ้วยใส่น้ำเดือดที่มีเทอร์โมมิเตอร์จุ่มอยู่ ใช้โอห์มมิเตอร์วัดค่าความต้านทานของเทอร์มีสเตอร์ที่อุณหภูมิต่างๆกัน แล้วนำค่าความต้านทานมาเขียนกราฟร่วมกับค่าอุณหภูมิ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 13 พ.ค. 2551 (08:58)
ความรู้ดีๆมาให้ชมกันอีกแล้ว

เอ้า.....น้องๆเข้ามาดูกันเร็ว
Tanmodify
ร่วมแบ่งปัน843 ครั้ง - ดาว 257 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 13 พ.ค. 2551 (10:24)
91863
ภาพนี้จับมาจาก the video encyclopedia of physics demonstrations
ผมคิดว่าเขาคงวัดอุณหภูมิด้วย thermistor เช่นกัน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26629 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 13 พ.ค. 2551 (11:09)

ตัวที่ว่านี้น่ะ  ใช้ในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่เกี่ยวข้องกับความร้อนได้ไหม ครับ 
(เช่น  หม้อหุงข้าว หม้อต้มน้ำชงกาแฟ  เครื่องฉายต่างๆ  หรือในรถยนต์)


NpEducate
ร่วมแบ่งปัน915 ครั้ง - ดาว 193 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 14 พ.ค. 2551 (00:38)

การทดลองใน คห.30 ของอาจารย์นิรันดร์นั้น เขาใช้หัววัดอุณหภูมิชนิดที่เรียกว่า Thermocouple ซึ่งจะวัดไฟฟ้าเป็นค่าใดๆขึ้นกับอุณหภูมิได้เลย เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Seebeck Effect http://en.wikipedia.org/wiki/Thermoelectric_effect





ส่วนตัวที่ใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหลากหลายชนิดครับ ที่ควบคุมหม้อหุงข้าวก็แบบหนึ่ง ในรถยนต์ก็แบบหนึ่ง หรืออื่นๆ แล้วผมจะทยอยเอามานำเสนอครับ เรื่องพวกนี้ผมเคยสอนนักศึกษาในรายวิชา Electronic Instrumentation, วิชา Physics of Sensors, และ วิชา Mechatronics ครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 14 พ.ค. 2551 (00:40)
92183
ตัวเก็บประจุไฟฟ้าเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติจะมี 2 ขั้ว หากต่อเข้ากับแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ จะมีประจุจำนวนหนึ่งทั้งประจุบวก และประจุลบ เคลื่อนย้ายไปเก็บสะสมอยู่ในตัวเก็บประจุทั้ง 2 ขั้วๆละข้าง ตัวเก็บประจุมีสัญญลักษณ์ดังแสดงในรูปด้านล่างขวามือ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 พ.ค. 2551 (00:42)
92184
ตัวเก็บประจุไฟฟ้าอย่างง่ายอาจทำได้โดยการใช้แผ่นโลหะ 2 แผ่นมาวางใกล้กันโดยมีฉนวนไฟฟ้ากั้นกลาง ซึ่งอาจเป็นอากาศ หรือ เซรามิกส์ หรือ ไมก้า ตัวเก็บประจุบางชนิดใช้น้ำยาอิเล็กโตรไลท์มาช่วย ทำให้เพิ่มค่าความจุ ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลท์นี้จะมีขั้วบวกและขั้วลบ เวลาใช้งานจะต้องพิจารณาขั้วในการต่อวงจรด้วย  ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กโตรไลท์นี้เราใช้สัญญลักษณ์ดังแสดงในรูปด้านล่างขวามือ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 14 พ.ค. 2551 (00:44)
92185
ที่เห็นอยู่นี้คือรูปถ่ายตัวเก็บประจุ ตัวเก็บประจุจะมีค่ามากหรือน้อย เราดูที่ค่าของหน่วยวัดค่าความจุ ซึ่งตั้งชื่อตามนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษคือ ไมเคล ฟาราเดย์ คามความจุมีหน่วยเป็น “ฟารัด” ใช้อักษรย่อว่า F โดยปกติหน่วยฟารัดเป็นหน่วยที่ใหญ่มาก ในทางปฏิบัติส่วนมากเราใช้หน่วยไมโครฟารัด ซึ่งเล็กว่าฟารัดถึง 1 ล้านเท่า


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 14 พ.ค. 2551 (00:45)
92186
ตัวเก็บประจุบางชนิดสามารถปรับแผ่นโลหะเก็บประจุให้มีพื้นที่เก็บประจุเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความจุได้ ตัวเก็บประจุพวกนี้มักใช้ในเครื่องรับวิทยุเพื่อใช้ปรับค่าหาคลื่นวิทยุจากสถานีที่ต้องการได้ รูปขวามือแสดงรูปถ่ายตัวเก็บประจุชนิดปรับค่าได้



 

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 14 พ.ค. 2551 (00:46)
92187
ในทางปฏิบัตเราจะต้องบอกค่าความจุบนตัวเก็บประจุนั้นๆ เพื่อความสะดวกเราจึงมักใช้รหัสบอกค่าความจุ ซึ่งจะมีรหัส 2 ระบบคือ รหัส EIA และ รหัส IEC ดังตัวอย่างที่แสดงในรูป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 15 พ.ค. 2551 (01:41)
92429
อุปกรณ์หลักของลำโพงคือ แท่งแม่เหล็กถาวร ขดลวดทองแดง และไดอะแฟรมที่ติดกับขดลวด (ตัวที่ทำหน้าที่สั่นหรือกระพือ เพื่อให้เกิดเสียง) เมื่อสัญญาณไฟฟ้าจากเครื่องขยายเสียงเข้ามายังลำโพง กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในขดลวด จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆขดลวดตามลักษณะของสัญญาณ เกิดการดูด-ผลักกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวร และทำให้ขดลวดและไดอะแฟลมที่อยู่ติดกันสั่นตามสัญญาณ เกิดเป็นเสียงออกมา

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 15 พ.ค. 2551 (01:42)
92430
เราสามารถใช้ลำโพงทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนได้ โดยหลักการจะกลับกัน คือ เมื่อคลื่นเสียงที่เราเสียงพูดเข้าไป ทำให้ไดอะแฟลมสั่น ขดลวดที่อยู่ติดกันก็จะสั่นตาม และมีการเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กถาวร เกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวด สัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากเสียงพูดนี้ก็จะถูกส่งไปยังเครื่องขยายเสียงต่อไป

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 15 พ.ค. 2551 (01:43)
92431
ถ้วยไมโครโฟน

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 พ.ค. 2551 (01:44)
92432
เราอาจทำให้สนุกกว่านี้ได้โดยนำหม้อหุงข้าวมาทำไมโครโฟน หรือลำโพงอย่างง่ายได้ โดยทำคล้ายๆกับขั้นตอนข้างต้น แต่คราวนี้ เราติดขดลวดทองแดงและแม่เหล็กไว้ที่ก้นหม้อเลย ดังแสดงในรูป แต่ความไวหรือคุณภาพเสียงอาจด้อยกว่าเล็กน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้หลักการของลำโพงและไมโครโฟนอย่างง่าย เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ในการนำไปใช้งานจริงยังต้องมีเทคนิคต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี เช่น เรื่องของความไวในการเกิดสัญญาณไฟฟ้า คุณภาพของเสียง และ Impedance Matching ขณะต่อกับเครื่องขยายเสียง เป็นต้น ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในตอนนี้ แต่จะเปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาสนทนากัน
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 15 พ.ค. 2551 (01:49)
92434
ตัวแปลงสัญญาณเพียโซอิเล็กทริก หรือ ผลึกเพียโซอิเล็กทริกนี้ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือที่ทำประกายไฟในการจุดเตาแก๊สหรือไฟแช็คนั่นเอง การดีดหรือเคาะผลึกเพียโซอิเล็กทริกก็จะทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างด้าน 2 ด้านของก้อนผลึก ถ้าต่อสายไฟออกมาก็สามารถทำให้เกิดประกายไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าได้
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 15 พ.ค. 2551 (01:50)
92435
ในทางกลับกันถ้าใส่ไฟฟ้าเข้าไประหว่างผลึก ก็จะทำให้ผลึกมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ถ้าใส่สัญญาณไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้ผลึกสั่นตามสัญญาณไฟฟ้านั้นได้ และเกิดการสั่นเป็นเสียงออกมาได้ การประยุกต์ใช้งานที่เห็นได้ทั่วไปคือ ผลึกที่ให้กำเนิดเสียงต่างๆในเครื่องโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

หรือที่ประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือ เป็นตัวควบคุมความถี่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 15 พ.ค. 2551 (01:51)
92436
ในปี ค.ศ.1880 Pierre Curie (สามีของ Marie Curie) และพี่ชาย Jacques Curie ได้ทำการศึกษาผลึกของแร่บางชนิด เช่น quartz ที่สามารถให้กำเนิดไฟฟ้าได้เมื่อมีแรงกดกระทำต่อผลึก ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า ปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectric effect)
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 15 พ.ค. 2551 (01:52)
92437
ต่อมาในปี 1881 Gabriel Lippmann ได้ศึกษาปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริกที่กลับกันคือ ถ้าให้ไฟฟ้าเข้าไปในผลึก ผลึกก็จะสั่นได้
(Gabriel Lippmann ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 1908)

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 15 พ.ค. 2551 (02:04)
92438

หูฟังจัดว่าเป็นลำโพงชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กและใช้แนบติดหูฟังคนเดียว ไม่ให้เสียงออกมารบกวนผู้อื่น รูปที่เห็นนี้คือ รูปถ่ายจริงของ ลำโพง หูฟัง และตัวแปลงสัญญาณพียโซอิเล็กทริก


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 16 พ.ค. 2551 (06:07)
92733
ทรานซิสเตอร์เป็นสิ่งประดิษฐ์สารกึ่งตัวนำชนิดหนึ่ง สารกึ่งตัวนำที่ใช้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ทำไดโอด ทรานซิสเตอร์ส่วนใหญ่จะมี 3 ขา มีชื่อเรียกว่า ขา Collector หรือ ขา C, ขา Base หรือขา B, และขา Emitter หรือ ขา E 



รูปทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของทรานซิสเตอร์ชนิดหนึ่ง



แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 16 พ.ค. 2551 (06:10)
92734
ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำชนิด P และ N โดยปกติจะมี 2 แบบคือ แบบ PNP และแบบ NPN ในทางปฏิบัติ ทรานซิสเตอร์จะมีคุณสมบัคิที่แตกต่างกันไปหลายชนิดซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบมาเพื่อใช้งานในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป รูปร่างก็จะแตกต่างกันออกไป ตำแหน่งของขาต่างๆก็จะต่างกันไป ในการต่อทรานซิสเตอร์ในวงจร เราจำเป็นต้องพิจารณาขาของทรานซิสเตอร์ชนิดต่างๆที่จะใช้ในวงจร เราสามาถดูตำแหน่งขา B, C และ E ของทรานซิสเตอร์ชนิดต่างๆหรือหมายเลขต่างๆตลอดจนคุณสมบัติเฉพาะตัวของทรานซิสเตอร์นั้นๆได้จากหนังสือคู่มือ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 16 พ.ค. 2551 (06:11)
92735
เรามักใช้ทรานซิสเตอร์ในการขยายสัญญาณไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นถ้าเราแปลงสัญญาณเสียงหรือปริมาณต่างๆทางกายภาพให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้าได้ เราก็จะสามารถขยายสัญญาณเสียงหรือปริมาณทางกายภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้เช่นกัน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 18 พ.ค. 2551 (18:21)
93337

ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบทรานซิสเตอร์คือ William Shockley, John Bardeen และWalter Brattain http://en.wikipedia.org/wiki/Transistor



ผมได้มีโอกาสพบปะ Prof.Bardeen (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว พ.ศ.2534)นานมาแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2528 ได้เรียนรู้หลายอย่างจากท่าน Prof.Bardeen เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลโนเบล 2 ครั้ง ครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ และครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 18 พ.ค. 2551 (18:24)
93338
Prof.Bardeen หลังจากที่ได้รับรางวัลโนเบลครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ ก็ได้ทำงานต่อไปโดยมีลูกศิษย์อีกคนหนึ่งชื่อ Prof.Robert Schrieffer และต่อมาได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด Prof.Robert Schrieffer ก็ได้รับด้วย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 18 พ.ค. 2551 (18:25)
93339

ผมมีโอกาสได้พบท่านทั้งสองคือ Prof.Bardeen และ Prof.Robert Schrieffer เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับ Prof.Robert Schrieffer และภริยา ท่านชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะต้มยำกุ้ง



ด้านขวามือเป็นส่วนหนึ่งของลายเซ็นของนักฟิสิกส์ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่ผมได้มีโอกาสรู้จักและร่วมรับประทานอาหารด้วย




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 18 พ.ค. 2551 (18:37)
93345
ไอซี ย่อมาจากคำว่า Integrated Circuit (I.C.) แปลว่าวงจรรวม ไอซีเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่รวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ประกอบเป็นวงจรหรือส่วนของวงจรที่มีขนาดเล็กไว้ในตัวเดียว ชิ้นส่วนต่างๆเหล่านี้ได้แก่ ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน ไดโอด เป็นต้น ดังนั้นไอซีจึงมีหลายขา ไอซีมีหลายชนิดลัวแต่หน้าที่การทำงานและจะมีหมายเลขประจำตัว เช่น หมายเลข 555, หมายเลข 741 เป็นต้น วิธีดูตำแหน่งขาของไอซี ให้สังเกคุจุดบนขอบตัวไอซี ขาข้างที่อยู่ใกล้จุดเรียกว่า ขาที่1 แล้วให้นับเรียงต่อกันไปตามลำดับ ดังแสดงในรูป ทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของไอซีตัวหนึ่ง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 30 มิ.ย. 2551 (01:53)
100242
หม้อแปลง เป็นขดลวดอาบน้ำยาที่พันอยู่รอบแกนโลหะที่เป็นหลัก มีขดลวดสองขดหรือมากกว่า ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดขาเข้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ จะเกิดสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำ เป็นผลทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ขดลวดขาออก สัญลักษณ์ของหม้อแปลงเขียนได้ดังรูปซ้ายมือด้านล่าง รูปจริงของหม้อแปลงแสดงในรูปขวามือ    
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 30 มิ.ย. 2551 (01:57)
100243
หม้อแปลง ทำหน้าที่เพิ่มหรือลดแรงดันไฟขาออกที่มีหน่วยเป็นโวลต์ เมื่อเปรียบเทียบกับแรงดันไฟขาเข้า โดยดูได้จากอัตราส่วนของขดลวดขาเข้าต่อขดลวดขาออก ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบน้อยกว่า จะเป็นการเพิ่มแรงดัน แต่ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบมากกว่า ก็จะเป็นการลดแรงดันไฟ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 30 มิ.ย. 2551 (19:20)

ฮี่ฮี่ฮี่!! ห้องนี้โดนอาจารย์ดองเค็มมานานโขเลยนะครับ ^^



ไม่ทราบว่านอกเหนือจากซีดีเรื่องอิเล็กทรอนิกส์เบื้อต้นแล้ว อาจารย์มีเรื่องอื่นอีกไหมครับ?


ธุลีรัตติกาล
ร่วมแบ่งปัน687 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 15 ส.ค. 2551 (20:20)

ผมชอบครับ ^^


moopanda
ร่วมแบ่งปัน96 ครั้ง - ดาว 139 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 21 ต.ค. 2551 (05:07)
115152
หัวแร้งบัดกรี


ในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเข้าด้วยกัน จำเป็นต้องใช้หัวแร้งหลอมละลายตะกั่วเพื่อเชื่อมจุดต่อ เราเรียกการเชื่อมต่อกันนี้ว่า การ
บัดกรี โดยทั่วไปหัวแร้งที่นิยมใช้กันจะมี 2 แบบ คือหัวแร้งแบบปืน จะมีรูปร่างคล้ายปืน เมื่อกดไกให้กระแสไหลผ่านหัวแร้งสักครู่หนึ่ง หัวแร้งจึงจะร้อน อีกแบบหนึ่งเรียกว่าหัวแร้งแบบแช่ คือจะปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านหัวแร้งตลอดเวลา หัวแร้งจะร้อนอยู่ตลอดเวลา ใช้เมื่อต้องการเชื่อมจุดต่อเป็นจำนวนหลายๆจุด จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอให้ร้อนแบบหัวแร้งปืน


รูปบนเป็นภาพวาดรูปหัวแร้งทั้งสองแบบ ส่วนภาพล่างเป็นภาพถ่ายจริง



แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 4 พ.ย. 2551 (22:22)

อยากรู้เนื้อหาเกี่วกับต้วต้านทานนะครับ ไม่ค่อยมีเลย


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 4 พ.ย. 2551 (23:31)

อ่านความเห็นที่ 7, 8, 9, 28, 31, 32 หรือยังครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 5 พ.ย. 2551 (06:07)

ขอเป็นเรื่องตัวต้านานปรับค่าได้ ตัวต้านทานอื่นๆ ตัวต้านทานคงที่นะครับ


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 28 ธ.ค. 2551 (01:42)

กำลังอ่านอยู่ดี
มาเจอ comment ข้างบน อะไรว้าาาาาา งงงงงงง


needboy

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 18 ม.ค. 2552 (21:52)

คือช่วยบอกหน้าที่ของอุปกรณ์ หน่อยครับเช่นไดโอดทำหน้าที่อะไร ทรานซิสเตอร์มีหน้าที่อะไรผมขอแบบละเอียดเลยได้ไหมครับเพราะยังงงมากเช่น ไดโดดควบคุมทิศทางกระแสไฟฟ้าอย่างนี้นะครับ งงมากเลยครับ และอุปกรณ์ตัวอื่นด้วยครับ

ปล.ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดเห็นที่ 66


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 29 มิ.ย. 2552 (23:01)
หาซื้อได้ที่ไหนครับใครทราบบ้างครับช่วบอกทีครับ soros_kid@hotmail.com
soroskid
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 24 ก.พ. 2553 (12:38)
อยากทราบเรื่องpiezoelectric
-วัสดุที่ใช้ทำ
-หลักการทำงาน
-การใช้งาน
-หาซือได้ที่ไหน
-ราคาเท่าไหร
ขอบคุณคับ
combo2
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 24 ก.พ. 2553 (16:19)
หาซื้อทางไปรณีย์ได้ที่ "บ้านอิเล็กทรอนิกส์" http://www.semi-shop.com/main.php, ติดต่อ semi-shop
02-4380299 หรือ 089-8942654 มือถือ ตลอดเวลาครับ
e - mail semishop@yahoo.com หรือ ช่องติดต่อสอบถาม
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 8 มี.ค. 2553 (12:31)
ผมขอพักกระทู้ของผมไว้เพียงเท่านี้ครับ ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับเว็ปวิชาการเพิ่ม และคงไม่กลับเข้ามาอีก จนกว่า "วิชาการ.คอม" จะจัดระบบให้เรียบร้อยก่อน หรือ ไม่ก็ "ปิดบอร์ด" หวังว่าคงได้พบกันอีกในเว็ปอื่นถ้ามีโอกาส สวัสดีครับ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 8 มี.ค. 2553 (16:34)

ผมขอลาออกจากการเป็น V-team และ สมาชิกภาพของวิชาการ.คอม ครับ
เพราะรู้สึกไม่สะดวกในการใช้บริการมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว
เสียเวลามากครับ สมาชิกท่านอื่นอีกหลายท่านก็คงเหมือนผม
ส่วนกระทู้ต่างๆที่ผมที่เคยเขียนไว้ จะค่อยๆทยอยลบออกเองครับ
เพราะมีจำนวนมาก ตอนนี้ก็ทยอยลบทิ้งไปจำนวนหนึ่งแล้ว
หากมีเพื่อนสมาชิกต้องการเก็บข้อมูลไว้ กรุณารีบดำเนินการ
เพราะผมจะทำการลบข้อมูลให้หมดเร็วๆนี้ครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6400 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 12 ก.ย. 2553 (11:11)
ดีมากเลยงับได้รู้มากมาย
ginozalnw@hotmail.com (IP:114.128.62.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 17 พ.ย. 2553 (17:46)
ขอถามนิดหนึ่งคับ
ถ้าต่อแอมมิเตอร์ขนานเข้ากับวงจรจะมีผลอย่างไรต่อมัลติมิเตอร์
โอ/oter99@hotmail.com (IP:202.28.78.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 12 ก.ย. 2554 (22:05)
จะทำวงจรเกี่ยวกับLDR&แม่เหล็กชั่วคราวค่ะ คือถ้าไม่มีแสง

จะให้วงจรจ่ายกระแสไฟฟ้าไปที่ขดลวด ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กชั่วคราว

ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
pattraja (IP:61.90.110.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 13 ก.ย. 2554 (07:42)

                                                    
   โซลินอยด์


                          243442

             หลายคนฟังชื่อแล้วอาจทำให้คิดถึง แอนดรอยด์ ( หุ่นมนุษย์ในนิยายวิทยาศาสตร์ ) เพราะลงท้ายด้วยเสียงออยด์เหมือนกัน แถมยังมีโซลิมานำหน้าอีก ทำให้นึกก้าวหน้าต่อไปถึงขนาดเป็นหุ่นมนุษย์พลังแสงแดด กรุณาอย่าจินตนาการไปถึงขนาดนั้นเลยครับ เรากลับมาเข้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่า เข้าใจว่ารากศัพท์ของโซลินอยด์น่าจะมาจากคำว่า โซเลน ( Solen ) ซึ่งมี ความหมายทางแพทย์เป็นคล้ายๆ เฝือกหุ้มอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก็อาจจะอยู่ในลักษณะของปลอกแขน หรือ ปลอกขา เมื่อมี ประดิษฐ์กรรมตัวนี้เกิดขึ้น ซึ่งโครงสร้างของมันก็คือ ขดลวดพันรอบๆ แกนสารแม่เหล็ก ( ดังเช่น รูปที่ 1 ) นั้นเอง ลักษณะก็ เป็นคล้ายๆ ทรงกระบอก เช่นกัน ศัพท์โซลินอยด์จึงอาจจะถูกเรียกมาเป็นเช่นนี้

                       

รูปที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานของโซลินอยด์


            เราใช้โซลินอยด์มาประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องการเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้ามาเป็นพลังงานกลโดยตรง โดยสัญญาณไฟฟ้า ที่ป้อนเข้ามาทางขดลวด จะทำให้แกนสารแม่เหล็กของโซลินอยด์เกิดการเคลื่อนที่ขึ้น การเคลื่อนที่นี้เองที่เรานำไปใช้ประโยชน์ เช่น ขัดกลอนประตูเอาไว้ , ไปถีบกระเดื่องทำให้กลไกทำงาน หรือ หยุดทำงาน ฯลฯ เราจะมาศึกษาโซลิ นอยด์ที่ใช้กันซึ่งมีทั้ง ชนิดใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ และไฟฟ้ากระแสตรง




หลักการทำงานของโซลินอยด์


            คุณ เออร์สเตด เป็นผู้ตั้งกฏ ( ตามหลักความเป็นจริงที่ค้นพบ ) ว่า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดตัวนำใดๆ ก็ตามจะ เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆตัวนำนั้น ( ดูรูปที่ 2 ) และแกยังออกกฏมือขวามาให้ดูทิศทางเส้นแรงแม่เหล็กด้วย คือ ถ้าเอามือขวากำรอบเส้นลวด ( ท่านผู้อ่านอย่าเอาไปใช้กับไฟ 220 V หรือ สูงกว่านะครับ เพราะอาจไม่มีโอกาสปล่อยมือได้ ) โดยนิ้วหัวแม่มือแทนทิศทางกระแสไหล นิ้วที่เหลือทั้งหมด ( ซึ่งมี 4 นิ้ว และ จะหันไปทางเดียวกัน ถ้านิ้วไม่เก ) จะแสดงทิศทางเส้นแรง แม่เหล็กจากขั้วใต้ ไปขั้วเหนือ




          รูปที่ 2 แสดงถึงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไหลผ่านเส้นลวด


          เมื่อเราเอาเส้นลวดแบบตะกี้นี้แต่ยาวกว่าหน่อยมาขดเป็นวงๆ หลายๆ วง ก็จะเกิดลักษณะของขดลวดขึ้น ดังรูปที่ 3 สนาม แม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดแต่ละขดจะอยู่ใน ทิศทางเสริมกัน และ ก่อกำเนิดเป็นเส้นแรงของสนามแม่เหล็กถาวรแท่งหนึ่ง ซึ่ง พร้อมที่จะดูดสารแม่เหล็กทันที แต่เนื่องจากสภาพรอบๆ ขดลวดอาจเป็นอากาศ เส้นแรงแม่เหล็กจึงไม่เข้มข้นมากนัก



      
รูปที่ 3 แสดงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นในขดลวดที่มีกระแสไหล


          เพื่อที่จะไม่ให้สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นกระจัดกระจาย เขาจึงใส่แกนเหล็กอ่อนรูปตัว C เข้ามารอบๆขดลวด เพื่อให้สนาม แม่เหล็กมากขึ้นดังรูปที่ 4 ถ้าเอาแกนกระทุ้ง ( plunger ) มาใส่เข้าไปตรงกลางขดลวดในตำแหน่งที่ 1 แกนกระทุ้งจะถูกดูด ให้ลึกเข้ามาจนสนิทในตำเหน่งที่ 2 ยิ่งระยะทางใกล้มากเท่าไร แรงดูดก็จะมากขึ้นเท่านั้น


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 13 ก.ย. 2554 (07:59)
243446

รูปที่ 4 แสดงการเพิ่มเหล็กอ่อนเข้ามาเพื่อเพิ่มความเข้มของสนามแม่เหล็ก


             มีข้อแตกต่างอยู่ระหว่างโซลินอยด์ไฟตรง และโซลินอยด์ไฟสลับ คือ ในโซลินอยด์ไฟตรง กระแสที่ไหลในขดลวด จะค่อนข้างคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าแกนกระทุ้งจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม แต่โซลินอยด์ไฟสลับ กระแสในขณะที่แกนกระทุ้ง อยู่นอกขดลวดจะมีค่าสูง และเมื่อแกนหระทุ้งถูกดูดเข้ามาจนสุดขดลวด กระแสจะลดต่ำลง. ลักษณะแบบนี้นี่เองที่ทำให้เราต้อง ระวังอย่าให้เกิดการกระทุ้งในโซลินอยด์ไฟสลับ เพราะจะทำให้เกิดกระแสมากๆ ไหลค้างอยู่ ทำให้ขดลวดร้อนขึ้น และ อาจจะไหม้เสียหายได้


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 13 ก.ย. 2554 (08:01)
243447

แสดงการเคลื่อนที่ของแกนกระทุ้ง


            ในโครงสร้างของโซลินอยด์แบบไฟสลับนั้น จะต้องพันขดลวด shaded coil หรือ แหวน ( ring ) ซึ่งเป็นลวดพัน รอบแกนเหล็กเพียงรอบเดียว หรือไม่กี่รอบลัดวงจรเอาไว้เลย จุดประสงค์ที่พันไว้เพราะในไฟสลับ กระแสจุลดลงมาเป็นศูนย์ นี้เองทำให้แรงดูดแม่เหล็กลดลง และ ทำให้เกิดเสียงหึ่งๆ ขึ้น และ การดูดก็ไม่แน่นแฟ้น ขดลวดแหวนที่เพิ่มเติมเข้าไปนี้ จะทำ ให้วงจรแม่เหล็กเกิดเป็นสภาพ 2 เฟส คือ แม้ในขณะที่กระแสเป็นศูนษ์ ก็ตาม. ขดลวดแหวนซึ่งมีกระแสที่เกิดจากการเหนี่ยว นำกับสนามแม่เหล็ก จะยังคงมีแรงแม่เหล็กมาเสริมการดูดในช่วงนี้ได้ แต่ก็จะทำให้เกิดการสูญเสีย ( loss ) ของความร้อนในขดลวดบ้างเป็นข้อแลกเปลี่ยน


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 13 ก.ย. 2554 (08:03)

ขั้นตอนการเลือกใช้โซลินอยด์


 ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก เราจะคำนึงถึงหลักใหญ่ๆ คือ



  1. แรงดันใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไฟตรง หรือ ไฟสลับ ถ้าเป็นไฟสลับก็ต้องดูความถี่ใช้งานให้ตรงตามต้องการ ด้วย

  2. ช่วงซักใช้งาน ( operating stroke ) ของโซลินอยด์จะต้องเคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่าใด ( จะกำหนดเป็นมิลลิเมตร )

  3. ขนาดของโหลด ว่าต้องใช้แรงขนาดเท่าใด มักจะบอกเป็นกรัม

  4. ใช้งานต่อเนื่องหรือไม่ การใช้งานต่อเนื่อง ( continuous ) หมายถึง เราอาจจะใส่แรงดันไฟเข้าขดลวดค้างไว้ได้เลย โดยขดลวดไม่ไหม้ หรือ เป็นแบบจังหวะๆ ( intermitent duty )

                           243448
                                    
                               แสดงตัวอย่างการนำโซลินอยด์ที่แรงดึงไม่มากนักไปใช้งาน


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 13 ก.ย. 2554 (08:08)
243449

รูปที่ 6 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับระยะช่วงชักของโซลินอยด์ไฟตรง 12 V ยี่ห้อโคอิเกะรุ่น SB-102


             ในรูปที่ 6 เป็นตัวอย่างกราฟแสดงความสัมพันธ์ของแรงกับระยะช่วงชักของโซลินอยด์ จะเห็นว่าช่วงชักไกลๆ จะมีแรงน้อยมาก และ ที่ระยะใกล้เข้ามาแรงก็จะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ในกรณีนี้โซลินอยด์จะให้แรงดูด 200 กรัม ที่ระยะช่วงชัก 3 มม. และ จะให้แรงถึง 400 กรัมในช่วงชักสั้นๆ ขนาด 1 มม.


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 13 ก.ย. 2554 (08:10)

แนวความคิดในการนำเอาโซลิ นอยด์ไปประยุกต์ใช้


สำหรับโซลินอยด์ที่แรงดึงไม่มากนัก



  • ทำเป็นกลอนล็อกประตู เมื่อมีแรงดันมาที่ขอลวด โซลิ นอยด์ก็จะดึงแกนกระทุ้งกลับ เป็นการปลดล็อก

  • ชูป้ายโฆษณา ( display ) ในกรณีนี้ถ้าโซลินอยด์ยังไม่ทำงาน สปริงจะถึงป้ายให้ตั้งฉากกับหน้าต่างป้ายทำให้เรา ไม่เห็นตัวหนังสือ แต่ถ้าโซลินอยด์ ได้รับแรงดันเข้ามา แกนกระทุ้งจะถูกดูดทำให้คานดีดงัด หน้าป้ายโฆษณาออกมา ให้เราเห็นได้

  • ใช้กับกลไกของเล่นที่ทำด้วยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ รถยนต์ และ อื่นๆ อีกมาก

                                243450

                          
                                           รูปที่ 8 แสดงตัวอย่างการนำโซลินอยด์ที่มีแรงดึงมากไปใช้งาน
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 13 ก.ย. 2554 (08:13)

สำหรับโซลินอยด์ที่มีแรงดึงมาก ( เช่นในงานอุตสาหกรรม ) ขอให้ดูรูปที่ 8 ประกอบด้วย



  • กลไกอินเตอร์ล็อก ใช้กับพวกเครื่องหยอดเหรียญต่างๆ , เครื่องเล่นทางอิเล็กทรอนิกส์ , กระเดื่องทริป ของเซอกิตเบรกเกอร์,ฯลฯ

  • ควบคุมลิ้นของไหล พวกลิ้นปิดเปิดทางเดินของลม หรือ น้ำมันในระบบนิวแมติก และ ไฮโดรลิกส์ , ควบคุมลิ้นทิ้งน้ำของ เครื่องซักผ้า

  • ช่วยในการนับจำนวนสินค้า โดยวงจรนับจะส่งแรงดันมาที่โซลิ นอยด์ เป็นช่วงเวลาที่จะได้จำนวนตามต้องการ.โซลิ นอยด์ จะดูด และ เบนทิศทางสินค้าไปลงหีบห่อ ตามจำนวนที่ถูกต้อง

  • ระบบเบรก ใช้ควบคุมระบบเบรกในเครื่องจักรกล , เครื่องมือช่างไม้ , ลิฟท์ , รอก ฯลฯ

  • ควบคุมการทำงานของคลัทซ์ โดยการดึงให้หน้าคลัตช์เข้ามาแตะกันเป็นการถ่ายทอดกำลังผ่านไปได้

  • ควบคุมกลไกคานงัดแรง ในเครื่องมือสำนักงาน , เครื่องเล่นอิเล็กทรอนิกส์ , เครื่องบันทึกสัญญาณ

  • ควบคุมการเจาะและพิมพ์ของเครื่องจักร ก็โดยการดัดแปลงติดตั้งหัวเจาะ และ พิมพ์เข้าบนแกนของโซลินอยด์

  • ควบคุมการปิดเปิดของฮอปเปอร์ ( hopper - คล้ายกับปากกรวย มีหน้าที่เป็นทางไหลของวัตถุที่อยู่ในโซโล )

นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 13 ก.ย. 2554 (08:15)

ข้อระวังในการใช้โซลินอยด์เพื่อให้อายุยืนยาวที่สุด


          1. ถ้าคุณกำลังใช้โซลินอยด์ไฟสลับจะต้องทำกลไกให้มั่นใจได้ว่า โซลินอยด์จะดูดแกนเข้ามาหาสุดตัวเต็มที่ ถ้าไม่เช่นนั้น กระแสในโซลินอยด์จะสูงและเกิดความร้อน และขดลวดอาจจะไหม้ได้ การดัดแปลงแก้ไขก็ กระทำกันดังรูปที่ 9 โดยถ้าเกิดมีการ ติดขัดด้านโหลด สปริงเชื่อมต่อ (joint spring) เพิ่มเติมนี้จะยืดตัวให้แกนเคลื่อนที่เข้าไปสุดได้


                             243451

                 รูปที่ 9 แสดงการเพิ่มเติมสปริงเชื่อมต่อเพื่อให้แน่ใจว่าโซลินอยด์จะดูดได้เต็มที่กว่า
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 13 ก.ย. 2554 (08:17)


2. ควรระวังให้แนวการเคลื่อนที่ของแกนกระทุ้งอยู่ในแนวแกนเสมอในกรณีที่ การเคลื่อนที่จะเป็นส่วนโค้ง ก็อาจเพิ่มข้อต่อ เข้ามาดังรูปที่ 10 เพื่อช่วยให้การเคลื่อนที่ของแกน กระทุ้งอยู่ในแนวแกนมากขึ้น
                   
                            
                            รูปที่ 10 แสดงการใช้ข้อต่อมาช่วยให้แกนกระทุ้งเคลื่อนที่อยู่ในแนวแกน


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 13 ก.ย. 2554 (08:21)

3. พยายามอย่าวางตำแหน่งโซลินอยด์อยู่ใกล้หรือติดกับสารแม่เหล็ก เพราะอาจจะมีสนามแม่เหล็กส่วนหนึ่งรั่วไหลออกไป ได้อันจะเป็นเหตุให้แรงดึงดูดลดลง ควรแก้ไขโดยเพิ่มฉนวนแม่เหล็กแทรกเข้าไปด้วย


4. ต้องติดตั้งตัวถังโซลินอยด์ให้แน่นหนา เนื่องจากโซลินอยด์เป็นตัวส่งกำลังทางกล ฉะนั้นเมื่อมีแรงกริยาออกมา ก็ย่อม ต้องมีแรงปฏิกิริยาเกิดขึ้นกับตัวถังของโซลินอยด์ ถ้ายึดไม่แน่นพอในระยะยาวอาจจะทำให้เกิดการสั่น หรือหลุด หรือหลวมได้


ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงพอจะได้ ทำให้มือออกแบบหรือมือสมัครเล่น พอจะมีแนวทางหรือแนวความคิดในการนำเอา โซลินอยด์ไปใช้งาน ตลอดจนเป็นประโยชน์ ในการปรับปรุงหรือตรวจซ่อมให้บริการโซลินอยด์ต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน



ขอขอบคุณ  :  http://electronics.se-ed.com/contents/046s061/046s061_p05.asp


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5378 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 15 ก.ย. 2554 (19:39)
ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เลย
nuam082@hotmail.com (IP:1.46.228.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 12 ธ.ค. 2554 (20:46)
ความต้านทานเสมือนคือไรคับ
ช่วยที (IP:124.122.104.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 25 ธ.ค. 2554 (10:29)
เคยใช้ซีดีรอมประกอบการสอน แล้วให้นักเรียนยืมไปดูที่บ้าน ตอนนี้หายไป
ทำอย่างไรดี ขอรับใหม่ได้ไหม หรือหาซื้อได้ที่ไหน เพราะต้องคืนโรงเรียน อีกอย่าง
เป็นซีดีที่ดีมากเป็นที่สนใจของนักเรียน ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
nudee (IP:118.173.161.133)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม