อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น



เนื้อหาของกระทู้นี้ดัดแปลงมาจากเนื้อหาในซีดีรอม
“สนุกกับอิเล็กทรอนิกส์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร ซึ่งเป็นซีดีรอมที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสื่อคอมพิวเตอร์ดีเด่นเพื่อเยาวชน ของคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ และได้รับการพิจารณาให้ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้






ความคิดเห็นที่ 25

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:12
  1. คุณญาดา ไม่ทราบแล้วครับ ว่าพากษืการ์ตูนเรื่องอะไร แต่จากการสืบทราบพบว่า



    เป็นผู้พากษ์รายการเด็กทางช่อง 3 ชื่อว่ารายการน้องหนู หรืออะไรนี่แหละครับ



    ปัจจุบีนนี้น่าจะอายุประมาณสี่สิบแล้วกระมังครับ ใช่หรือเปล่า




ความคิดเห็นที่ 27

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:55
  1. น่าจะเอาน้าต๋อย เซมเบ้มาเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ คุ้นแน่ เพราะการ์ตูนช่องเก้า เฮียแกพากษ์เองแทบทุกเรื่อง



    ผมว่าคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง กัปตันสึบาสะ นะครับ




ความคิดเห็นที่ 38

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:41
  1. อุปกรณ์หลักของลำโพงคือ แท่งแม่เหล็กถาวร ขดลวดทองแดง และไดอะแฟรมที่ติดกับขดลวด (ตัวที่ทำหน้าที่สั่นหรือกระพือ เพื่อให้เกิดเสียง) เมื่อสัญญาณไฟฟ้าจากเครื่องขยายเสียงเข้ามายังลำโพง กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในขดลวด จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆขดลวดตามลักษณะของสัญญาณ เกิดการดูด-ผลักกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวร และทำให้ขดลวดและไดอะแฟลมที่อยู่ติดกันสั่นตามสัญญาณ เกิดเป็นเสียงออกมา



ความคิดเห็นที่ 39

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:42
  1. เราสามารถใช้ลำโพงทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนได้ โดยหลักการจะกลับกัน คือ เมื่อคลื่นเสียงที่เราเสียงพูดเข้าไป ทำให้ไดอะแฟลมสั่น ขดลวดที่อยู่ติดกันก็จะสั่นตาม และมีการเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กถาวร เกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวด สัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากเสียงพูดนี้ก็จะถูกส่งไปยังเครื่องขยายเสียงต่อไป



ความคิดเห็นที่ 40

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:43
  1. ถ้วยไมโครโฟน



ความคิดเห็นที่ 41

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:44
  1. เราอาจทำให้สนุกกว่านี้ได้โดยนำหม้อหุงข้าวมาทำไมโครโฟน หรือลำโพงอย่างง่ายได้ โดยทำคล้ายๆกับขั้นตอนข้างต้น แต่คราวนี้ เราติดขดลวดทองแดงและแม่เหล็กไว้ที่ก้นหม้อเลย ดังแสดงในรูป แต่ความไวหรือคุณภาพเสียงอาจด้อยกว่าเล็กน้อย

    แต่อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้หลักการของลำโพงและไมโครโฟนอย่างง่าย เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ในการนำไปใช้งานจริงยังต้องมีเทคนิคต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี เช่น เรื่องของความไวในการเกิดสัญญาณไฟฟ้า คุณภาพของเสียง และ Impedance Matching ขณะต่อกับเครื่องขยายเสียง เป็นต้น ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในตอนนี้ แต่จะเปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาสนทนากัน



ความคิดเห็นที่ 42

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:49
  1. ตัวแปลงสัญญาณเพียโซอิเล็กทริก หรือ ผลึกเพียโซอิเล็กทริกนี้ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือที่ทำประกายไฟในการจุดเตาแก๊สหรือไฟแช็คนั่นเอง การดีดหรือเคาะผลึกเพียโซอิเล็กทริกก็จะทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างด้าน 2 ด้านของก้อนผลึก ถ้าต่อสายไฟออกมาก็สามารถทำให้เกิดประกายไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าได้



ความคิดเห็นที่ 43

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:50
  1. ในทางกลับกันถ้าใส่ไฟฟ้าเข้าไประหว่างผลึก ก็จะทำให้ผลึกมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ถ้าใส่สัญญาณไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้ผลึกสั่นตามสัญญาณไฟฟ้านั้นได้ และเกิดการสั่นเป็นเสียงออกมาได้ การประยุกต์ใช้งานที่เห็นได้ทั่วไปคือ ผลึกที่ให้กำเนิดเสียงต่างๆในเครื่องโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

    หรือที่ประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือ เป็นตัวควบคุมความถี่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง



ความคิดเห็นที่ 44

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:51
  1. ในปี ค.ศ.1880 Pierre Curie (สามีของ Marie Curie) และพี่ชาย Jacques Curie ได้ทำการศึกษาผลึกของแร่บางชนิด เช่น quartz ที่สามารถให้กำเนิดไฟฟ้าได้เมื่อมีแรงกดกระทำต่อผลึก ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า ปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectric effect)



ความคิดเห็นที่ 45

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 01:52
  1. ต่อมาในปี 1881 Gabriel Lippmann ได้ศึกษาปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริกที่กลับกันคือ ถ้าให้ไฟฟ้าเข้าไปในผลึก ผลึกก็จะสั่นได้
    (Gabriel Lippmann ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 1908)



ความคิดเห็นที่ 46

แขชนะ vcharkarn vteam
15 พ.ค. 2551 02:04
  1. หูฟังจัดว่าเป็นลำโพงชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กและใช้แนบติดหูฟังคนเดียว ไม่ให้เสียงออกมารบกวนผู้อื่น รูปที่เห็นนี้คือ รูปถ่ายจริงของ ลำโพง หูฟัง และตัวแปลงสัญญาณพียโซอิเล็กทริก




ความคิดเห็นที่ 56

แขชนะ vcharkarn vteam
30 มิ.ย. 2551 01:53
  1. หม้อแปลง เป็นขดลวดอาบน้ำยาที่พันอยู่รอบแกนโลหะที่เป็นหลัก มีขดลวดสองขดหรือมากกว่า ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดขาเข้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ จะเกิดสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำ เป็นผลทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ขดลวดขาออก สัญลักษณ์ของหม้อแปลงเขียนได้ดังรูปซ้ายมือด้านล่าง รูปจริงของหม้อแปลงแสดงในรูปขวามือ    



ความคิดเห็นที่ 57

แขชนะ vcharkarn vteam
30 มิ.ย. 2551 01:57
  1. หม้อแปลง ทำหน้าที่เพิ่มหรือลดแรงดันไฟขาออกที่มีหน่วยเป็นโวลต์ เมื่อเปรียบเทียบกับแรงดันไฟขาเข้า โดยดูได้จากอัตราส่วนของขดลวดขาเข้าต่อขดลวดขาออก ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบน้อยกว่า จะเป็นการเพิ่มแรงดัน แต่ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบมากกว่า ก็จะเป็นการลดแรงดันไฟ



ความคิดเห็นที่ 51

แขชนะ vcharkarn vteam
18 พ.ค. 2551 18:21
  1. ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบทรานซิสเตอร์คือ William Shockley, John Bardeen และWalter Brattain http://en.wikipedia.org/wiki/Transistor


    ผมได้มีโอกาสพบปะ Prof.Bardeen (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว พ.ศ.2534)นานมาแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2528 ได้เรียนรู้หลายอย่างจากท่าน Prof.Bardeen เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลโนเบล 2 ครั้ง ครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ และครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด




ความคิดเห็นที่ 52

แขชนะ vcharkarn vteam
18 พ.ค. 2551 18:24
  1. Prof.Bardeen หลังจากที่ได้รับรางวัลโนเบลครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ ก็ได้ทำงานต่อไปโดยมีลูกศิษย์อีกคนหนึ่งชื่อ Prof.Robert Schrieffer และต่อมาได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด Prof.Robert Schrieffer ก็ได้รับด้วย



ความคิดเห็นที่ 53

แขชนะ vcharkarn vteam
18 พ.ค. 2551 18:25
  1. ผมมีโอกาสได้พบท่านทั้งสองคือ Prof.Bardeen และ Prof.Robert Schrieffer เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับ Prof.Robert Schrieffer และภริยา ท่านชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะต้มยำกุ้ง


    ด้านขวามือเป็นส่วนหนึ่งของลายเซ็นของนักฟิสิกส์ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่ผมได้มีโอกาสรู้จักและร่วมรับประทานอาหารด้วย





ความคิดเห็นที่ 54

แขชนะ vcharkarn vteam
18 พ.ค. 2551 18:37
  1. ไอซี ย่อมาจากคำว่า Integrated Circuit (I.C.) แปลว่าวงจรรวม ไอซีเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่รวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ประกอบเป็นวงจรหรือส่วนของวงจรที่มีขนาดเล็กไว้ในตัวเดียว ชิ้นส่วนต่างๆเหล่านี้ได้แก่ ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน ไดโอด เป็นต้น ดังนั้นไอซีจึงมีหลายขา ไอซีมีหลายชนิดลัวแต่หน้าที่การทำงานและจะมีหมายเลขประจำตัว เช่น หมายเลข 555, หมายเลข 741 เป็นต้น วิธีดูตำแหน่งขาของไอซี ให้สังเกคุจุดบนขอบตัวไอซี ขาข้างที่อยู่ใกล้จุดเรียกว่า ขาที่1 แล้วให้นับเรียงต่อกันไปตามลำดับ ดังแสดงในรูป ทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของไอซีตัวหนึ่ง



ความคิดเห็นที่ 64

แขชนะ vcharkarn vteam
4 พ.ย. 2551 23:31
  1. อ่านความเห็นที่ 7, 8, 9, 28, 31, 32 หรือยังครับ




ความคิดเห็นที่ 2

แขชนะ vcharkarn vteam
11 พ.ค. 2551 02:20
  1. เนื้อหาของอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นในตอนแรกนี้จะแนะนำชิ้นส่อนอิเล็กทรอนิกส์ และในช่วงหลังจะแนะนำกิจกรรมที่ใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้



ความคิดเห็นที่ 3

แขชนะ vcharkarn vteam
11 พ.ค. 2551 02:21
  1. แผงทดลองวงจรหรือที่เราเกรียกกันว่า โปรโตบอร์ด (Protoboard)  เป็นพื้นที่ทดลองเสียบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อเป็นวงจรทดลองชั่วคราวเบื้องต้นก่อนนำไปใช้งานจริง ที่สะดวกรวดเร็วและไม่ต้องบัดกรี

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น