อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น



เนื้อหาของกระทู้นี้ดัดแปลงมาจากเนื้อหาในซีดีรอม
“สนุกกับอิเล็กทรอนิกส์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์ชัย หญิงประยูร ซึ่งเป็นซีดีรอมที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสื่อคอมพิวเตอร์ดีเด่นเพื่อเยาวชน ของคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ และได้รับการพิจารณาให้ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้






ความคิดเห็นที่ 2

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:20
  1. [[91429]] เนื้อหาของอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นในตอนแรกนี้จะแนะนำชิ้นส่อนอิเล็กทรอนิกส์ และในช่วงหลังจะแนะนำกิจกรรมที่ใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้

ความคิดเห็นที่ 3

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:21
  1. [[91430]] แผงทดลองวงจรหรือที่เราเกรียกกันว่า โปรโตบอร์ด (Protoboard)  เป็นพื้นที่ทดลองเสียบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อเป็นวงจรทดลองชั่วคราวเบื้องต้นก่อนนำไปใช้งานจริง ที่สะดวกรวดเร็วและไม่ต้องบัดกรี

ความคิดเห็นที่ 4

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:23
  1. [[91431]] แผงทดลองวงจรหรือโปรโตบอร์ดนี้ จะมีจำนวน 3 ชิ้นต่อกัน ชิ้นส่วนที่อยู่ตรงกลางหรือชิ้นที่ 1 เป็นพื้นที่ทดลองวงจรที่มีจุดแต่ละจุดในแนวดิ่งเชื่อมต่อถึงกันภายในดังรูป (สังเกตเส้นสีเหลือง)  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่มีการเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวดังรูป(เส้นเหลือง) ส่วนนี้เหมาะสำหรับต่อกับแบตเตอรี่ขั้วบวกและขั้วลบ

ความคิดเห็นที่ 5

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:25
  1. [[91432]] ถ้าเรานำเอาโลหะต่างกัน 2 ชนิดมาจุ่มลงในสารละลายทางไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าสารละลายอิเล็กโตรไลท์ เช่น้ำเกลือหรือน้ำมะนาวจะเกิดการกระจายของประจุไฟฟ้าบนแผ่นโลหะทั้งสองไม่เท่ากัน ถ้านำสายไฟมาต่อเข้ากับโลหะทั้งสองให้ครบวงจร จะเกดมีกระแสไฟฟ้าไหลได้ แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงแบบนี้เราเรียกว่า เซลไฟฟ้า ชนิดเซลเปียก

ความคิดเห็นที่ 6

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:26
  1. [[91433]] เซลไฟฟ้าที่ทำจากกระดาษชุบน้ำยาเหนียวข้นและถูกหุ้มอย่างมิดชิด เราเรียกว่าเซลแห้ง หรือถ่านไฟฉายนั่นเอง ถ้าเรานำเอาเซลไฟฟ้าหลายๆเซลมาต่อกันแบบอนุกรม ทำให้ได้แรงเคลื่อนไฟฟ้ามากขึ้น จะกลายเป็นแบตเตอรี่ เราใช้สัญญลักษณ์ที่ปรากกฏด้านบนของรูปแทนเซลไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ในวงจร

ความคิดเห็นที่ 7

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:57
  1. [[91434]] ตัวต้านทานมีหน้าที่ในการควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร ถ้าค่าความต้านทานในวงจรเปลี่ยนแปลง จะทำให้กระแสไฟฟ้าในวงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ตัวต้านทานมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ด้านบน ดูรูปถ่ายจริงของตัวต้านทานในรูปขวามือ

ความคิดเห็นที่ 8

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 02:58
  1. [[91435]] ค่าความต้านทานมีหน่วยเป็น “โอห์ม” เราสามารถบอกค่าความต้านทานบนตัวต้านทานได้ด้วยรหัสสี โดยปกติจะมีด้วยกัน 4 แถบสีดังรูป

ความคิดเห็นที่ 9

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 03:00
  1. [[91436]]

    ตัวต้านทานที่เห็นอยู่ทางขวามือคือตัวต้านทานที่สามาถปรับค่าความต้านทานได้ มีค่าตั้งแต่ศูนย์ไปจนถึงค่าสูงสุดที่เขียนไว้บนตัวต้านทาน มีสัญญลักษณ์ดังที่ปรากฏอยู่ด้านบน

    ตัวต้านทานที่เห็นอยู่ทางขวามือคือตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามแสงที่ตกลงบนตัวมัน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Light Dependent Resistor (ย่อว่า LDR) โดยทั่วไปเรามักเรียกทับศัพท์ว่าตัว “แอลดีอาร์” มีสัญญลักษณ์ดังที่ปรากฏอยู่ด้านบน

    รูปกลางคือภาพถ่ายจริงของตัวต้านทานปรับค่าได้ และ ตัวแอลดีอาร์

ความคิดเห็นที่ 10

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 03:15
  1. [[91437]] แอมป์มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดค่าของกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยมีหน่วยวัดกระแสเป็น แอมแปร์ ในกรณีที่วัดค่ากระแสไฟฟ้าน้อยๆ อาจจะวัดในหน่วยเป็น มิลลิแอมแปร์ โดยที่ 1 แอมแปร์มีค่าเป็น 1000 มิลลิแอมแปร์ เมื่อต้องการวัดค่ากระแสในวงจรไฟฟ้าส่วนใด จะต้องเอาแอมมิเตอร์ต่ออนุกรมเข้าไปในวงจรนั้น ดังรูป การต่อแอมมิเตอร์จะต้องพิจารณาขั้วไฟฟ้าของแอมมิเตอร์ด้วย หากต่อผิดอาจทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้ สัญญลักษณ์ของแอมมิเตอร์เมื่อต่อเป็นวงจรเข้ากับแบตเตอรี่และตัวต้านทานแล้วจะมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ในตอนบนของรูป

ความคิดเห็นที่ 11

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 03:52
  1. [[91441]] โวลต์มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุดใดๆ 2 จุดในวงจร มีลักษณะคล้ายๆแอมมิเตอร์ ต่างกันที่สเกลหน้าปัดของมิเตอร์ ซึ่งจะบอกหน่วยวัดความต่างศักย์เป็นโวลต์ และใช้อักษรย่อตัว V เมื่อต้องการวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุดใดๆ 2 จุดในวงจร เราจะต้องต่อโวลต์มิเตอร์คล่อมจุด 2 จุดนั้น ทั้งนี้จะต้องพิจารณาขั้วไฟฟ้าของโวลต์มิเตอร์ด้วย หากต่อผิดอาจทำให้โวลต์มิเตอร์เสียหายได้ สัญญลักษณ์ของโวลลต์มิเตอร์เมื่อต่อเป็นวงจรเข้ากับแบตเตอรี่และตัวต้านทานแล้วจะมีสัญญลักษณ์ดังแสดงอยู่ในตอนบนของรูป

ความคิดเห็นที่ 12

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 04:05
  1. [[91442]] สวิตช์ เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ ปิด-เปิด หรือตัด-ต่อ การไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน สัญญลักณ์ของสวิตช์ที่เขียนในวงจรมีรูปร่างดังแสดงในรูปซ้ายด้านล่าง ส่วนรูปทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของสวิตช์แบบต่างๆ

ความคิดเห็นที่ 13

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 04:14
  1. [[91443]]

    สวิตช์ทางซ้ายมือ เป็นสวิตช์กด กดครั้งแรกไฟเปิด กดครั้งที่สองไฟปิด

    สวิตช์ตัวกลาง เป็นสวิตช์ที่เราคุ้นเคยกันดี คือสวิตช์ที่ใช้กับออด หรือ กระดิ่งไฟฟ้า เมื่อกดกระดิ่งจะดัง เมื่อเลิกกด กระดิ่งหยุดดัง

    สวิตช์ทางขวามือสุด เป็นสวิตช์แบบโยก ถ้าโยกมาด้านหนึ่ง ไฟเปิด โยกไปอีกทางหนึ่งไฟปิด


ความคิดเห็นที่ 15

แขชนะ
11 พ.ค. 2551 11:35
  1. [[91514]] เราทำกันเป็นทีมครับ ผมทำส่วนเนื้อหาและออกแบบโปรแกรม มีคนอื่นๆวาดการ์ตูน ตัดต่อใส่เสียงประกอบ คนพากย์เสียงพูดเราจ้างคนพากย์หนังการ์ตูนในทีวีมา ถ้ามีแผ่น ลองเล่นแล้วเดาสิครับว่าเป็นเสียงตัวการ์ตูนตัวไหนที่เป็นเด็กผู้ชาย

ความคิดเห็นที่ 16

ครูไผ่
11 พ.ค. 2551 11:49
  1. เสียงพากย์อยู่ตรงไหนคะ


ความคิดเห็นที่ 17

ธุลีรัตติกาล
11 พ.ค. 2551 12:07
  1. ถึงครูไผ่

    อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เป็นซีดีรอมที่อาจารยืแขชนะ กับทีมขอท่านร่วมกันจัดทำครับ

    โดยจะมีตัวละครตัวนึงเป็นตัวบรรยายสิ่งของต่างๆ รุ้สึกว่าจะหน้าตาเหมือน LDR น่ะนะครับ

    อืม~ เสียงค่อนข้างคุ้นหูอยุ่นะครับ แต่สำเนียงแบบนี้ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินเท่าไหร่นักนะครับ


ความคิดเห็นที่ 21

Filmsung
12 พ.ค. 2551 11:59
  1. สวัสดีคับ

    คือว่าตอนนี้ผม จาคิดโครงงานฟิสิกส์ ม.4 เกี่ยวกับ ตัวต้านทานกับอุณหภูมิอะคับ

    จาทำแบบไหนดีคับ ช่วยแนะแนวทางด้วยนะคับ


ความคิดเห็นที่ 23

Filmsung
12 พ.ค. 2551 12:27
  1. ขอโทษด้วยครับ

    คือว่าผมคิดจะทำโครงงานฟิสิกส์ ม.4 ครับ

    เกี่ยวกับเรื่อง ตัวต้านทานกับอุณหภูมิ ครับ

    ช่วยแนะนำทีครับ


ความคิดเห็นที่ 25

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:12
  1. คุณญาดา ไม่ทราบแล้วครับ ว่าพากษืการ์ตูนเรื่องอะไร แต่จากการสืบทราบพบว่า เป็นผู้พากษ์รายการเด็กทางช่อง 3 ชื่อว่ารายการน้องหนู หรืออะไรนี่แหละครับ ปัจจุบีนนี้น่าจะอายุประมาณสี่สิบแล้วกระมังครับ ใช่หรือเปล่า


ความคิดเห็นที่ 27

ธุลีรัตติกาล
12 พ.ค. 2551 19:55
  1. น่าจะเอาน้าต๋อย เซมเบ้มาเลยนะครับ ฮ่าๆๆๆ คุ้นแน่ เพราะการ์ตูนช่องเก้า เฮียแกพากษ์เองแทบทุกเรื่อง

    ผมว่าคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง กัปตันสึบาสะ นะครับ


ความคิดเห็นที่ 29

Tanmodify
13 พ.ค. 2551 08:58
  1. ความรู้ดีๆมาให้ชมกันอีกแล้ว เอ้า.....น้องๆเข้ามาดูกันเร็ว

ความคิดเห็นที่ 30

นิรันดร์
13 พ.ค. 2551 10:24
  1. [[91863]] ภาพนี้จับมาจาก the video encyclopedia of physics demonstrationsผมคิดว่าเขาคงวัดอุณหภูมิด้วย thermistor เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 31

NpEducate
13 พ.ค. 2551 11:09
  1. ตัวที่ว่านี้น่ะ  ใช้ในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่เกี่ยวข้องกับความร้อนได้ไหม ครับ  (เช่น  หม้อหุงข้าว หม้อต้มน้ำชงกาแฟ  เครื่องฉายต่างๆ  หรือในรถยนต์)


ความคิดเห็นที่ 38

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:41
  1. [[92429]] อุปกรณ์หลักของลำโพงคือ แท่งแม่เหล็กถาวร ขดลวดทองแดง และไดอะแฟรมที่ติดกับขดลวด (ตัวที่ทำหน้าที่สั่นหรือกระพือ เพื่อให้เกิดเสียง) เมื่อสัญญาณไฟฟ้าจากเครื่องขยายเสียงเข้ามายังลำโพง กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในขดลวด จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆขดลวดตามลักษณะของสัญญาณ เกิดการดูด-ผลักกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวร และทำให้ขดลวดและไดอะแฟลมที่อยู่ติดกันสั่นตามสัญญาณ เกิดเป็นเสียงออกมา

ความคิดเห็นที่ 39

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:42
  1. [[92430]] เราสามารถใช้ลำโพงทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนได้ โดยหลักการจะกลับกัน คือ เมื่อคลื่นเสียงที่เราเสียงพูดเข้าไป ทำให้ไดอะแฟลมสั่น ขดลวดที่อยู่ติดกันก็จะสั่นตาม และมีการเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กถาวร เกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวด สัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากเสียงพูดนี้ก็จะถูกส่งไปยังเครื่องขยายเสียงต่อไป

ความคิดเห็นที่ 40

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:43
  1. [[92431]] ถ้วยไมโครโฟน

ความคิดเห็นที่ 41

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:44
  1. [[92432]] เราอาจทำให้สนุกกว่านี้ได้โดยนำหม้อหุงข้าวมาทำไมโครโฟน หรือลำโพงอย่างง่ายได้ โดยทำคล้ายๆกับขั้นตอนข้างต้น แต่คราวนี้ เราติดขดลวดทองแดงและแม่เหล็กไว้ที่ก้นหม้อเลย ดังแสดงในรูป แต่ความไวหรือคุณภาพเสียงอาจด้อยกว่าเล็กน้อยแต่อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้หลักการของลำโพงและไมโครโฟนอย่างง่าย เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ในการนำไปใช้งานจริงยังต้องมีเทคนิคต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี เช่น เรื่องของความไวในการเกิดสัญญาณไฟฟ้า คุณภาพของเสียง และ Impedance Matching ขณะต่อกับเครื่องขยายเสียง เป็นต้น ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในตอนนี้ แต่จะเปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาสนทนากัน

ความคิดเห็นที่ 42

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:49
  1. [[92434]] ตัวแปลงสัญญาณเพียโซอิเล็กทริก หรือ ผลึกเพียโซอิเล็กทริกนี้ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือที่ทำประกายไฟในการจุดเตาแก๊สหรือไฟแช็คนั่นเอง การดีดหรือเคาะผลึกเพียโซอิเล็กทริกก็จะทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างด้าน 2 ด้านของก้อนผลึก ถ้าต่อสายไฟออกมาก็สามารถทำให้เกิดประกายไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าได้

ความคิดเห็นที่ 43

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:50
  1. [[92435]] ในทางกลับกันถ้าใส่ไฟฟ้าเข้าไประหว่างผลึก ก็จะทำให้ผลึกมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ถ้าใส่สัญญาณไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้ผลึกสั่นตามสัญญาณไฟฟ้านั้นได้ และเกิดการสั่นเป็นเสียงออกมาได้ การประยุกต์ใช้งานที่เห็นได้ทั่วไปคือ ผลึกที่ให้กำเนิดเสียงต่างๆในเครื่องโทรศัพท์มือถือนั่นเองหรือที่ประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือ เป็นตัวควบคุมความถี่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 44

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:51
  1. [[92436]] ในปี ค.ศ.1880 Pierre Curie (สามีของ Marie Curie) และพี่ชาย Jacques Curie ได้ทำการศึกษาผลึกของแร่บางชนิด เช่น quartz ที่สามารถให้กำเนิดไฟฟ้าได้เมื่อมีแรงกดกระทำต่อผลึก ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า ปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectric effect)

ความคิดเห็นที่ 45

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 01:52
  1. [[92437]] ต่อมาในปี 1881 Gabriel Lippmann ได้ศึกษาปรากฏการณ์เพียโซอิเล็กทริกที่กลับกันคือ ถ้าให้ไฟฟ้าเข้าไปในผลึก ผลึกก็จะสั่นได้(Gabriel Lippmann ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 1908)

ความคิดเห็นที่ 46

แขชนะ
15 พ.ค. 2551 02:04
  1. [[92438]]

    หูฟังจัดว่าเป็นลำโพงชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กและใช้แนบติดหูฟังคนเดียว ไม่ให้เสียงออกมารบกวนผู้อื่น รูปที่เห็นนี้คือ รูปถ่ายจริงของ ลำโพง หูฟัง และตัวแปลงสัญญาณพียโซอิเล็กทริก


ความคิดเห็นที่ 51

แขชนะ
18 พ.ค. 2551 18:21
  1. [[93337]]

    ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบทรานซิสเตอร์คือ William Shockley, John Bardeen และWalter Brattain http://en.wikipedia.org/wiki/Transistor

    ผมได้มีโอกาสพบปะ Prof.Bardeen (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว พ.ศ.2534)นานมาแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2528 ได้เรียนรู้หลายอย่างจากท่าน Prof.Bardeen เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลโนเบล 2 ครั้ง ครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ และครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด


ความคิดเห็นที่ 52

แขชนะ
18 พ.ค. 2551 18:24
  1. [[93338]] Prof.Bardeen หลังจากที่ได้รับรางวัลโนเบลครั้งแรกในเรื่องการค้นพบทรานซิสเตอร์ ก็ได้ทำงานต่อไปโดยมีลูกศิษย์อีกคนหนึ่งชื่อ Prof.Robert Schrieffer และต่อมาได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่สองเรื่องตัวนำยิ่งยวด Prof.Robert Schrieffer ก็ได้รับด้วย

ความคิดเห็นที่ 53

แขชนะ
18 พ.ค. 2551 18:25
  1. [[93339]]

    ผมมีโอกาสได้พบท่านทั้งสองคือ Prof.Bardeen และ Prof.Robert Schrieffer เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับ Prof.Robert Schrieffer และภริยา ท่านชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะต้มยำกุ้ง

    ด้านขวามือเป็นส่วนหนึ่งของลายเซ็นของนักฟิสิกส์ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่ผมได้มีโอกาสรู้จักและร่วมรับประทานอาหารด้วย


ความคิดเห็นที่ 54

แขชนะ
18 พ.ค. 2551 18:37
  1. [[93345]] ไอซี ย่อมาจากคำว่า Integrated Circuit (I.C.) แปลว่าวงจรรวม ไอซีเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่รวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ประกอบเป็นวงจรหรือส่วนของวงจรที่มีขนาดเล็กไว้ในตัวเดียว ชิ้นส่วนต่างๆเหล่านี้ได้แก่ ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน ไดโอด เป็นต้น ดังนั้นไอซีจึงมีหลายขา ไอซีมีหลายชนิดลัวแต่หน้าที่การทำงานและจะมีหมายเลขประจำตัว เช่น หมายเลข 555, หมายเลข 741 เป็นต้น วิธีดูตำแหน่งขาของไอซี ให้สังเกคุจุดบนขอบตัวไอซี ขาข้างที่อยู่ใกล้จุดเรียกว่า ขาที่1 แล้วให้นับเรียงต่อกันไปตามลำดับ ดังแสดงในรูป ทางขวามือเป็นรูปถ่ายจริงของไอซีตัวหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 56

แขชนะ
30 มิ.ย. 2551 01:53
  1. [[100242]] หม้อแปลง เป็นขดลวดอาบน้ำยาที่พันอยู่รอบแกนโลหะที่เป็นหลัก มีขดลวดสองขดหรือมากกว่า ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดขาเข้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ จะเกิดสนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำ เป็นผลทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ขดลวดขาออก สัญลักษณ์ของหม้อแปลงเขียนได้ดังรูปซ้ายมือด้านล่าง รูปจริงของหม้อแปลงแสดงในรูปขวามือ    

ความคิดเห็นที่ 57

แขชนะ
30 มิ.ย. 2551 01:57
  1. [[100243]] หม้อแปลง ทำหน้าที่เพิ่มหรือลดแรงดันไฟขาออกที่มีหน่วยเป็นโวลต์ เมื่อเปรียบเทียบกับแรงดันไฟขาเข้า โดยดูได้จากอัตราส่วนของขดลวดขาเข้าต่อขดลวดขาออก ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบน้อยกว่า จะเป็นการเพิ่มแรงดัน แต่ถ้าขดลวดขาเข้ามีจำนวนรอบมากกว่า ก็จะเป็นการลดแรงดันไฟ

ความคิดเห็นที่ 58

ธุลีรัตติกาล
30 มิ.ย. 2551 19:20
  1. ฮี่ฮี่ฮี่!! ห้องนี้โดนอาจารย์ดองเค็มมานานโขเลยนะครับ ^^

    ไม่ทราบว่านอกเหนือจากซีดีเรื่องอิเล็กทรอนิกส์เบื้อต้นแล้ว อาจารย์มีเรื่องอื่นอีกไหมครับ?


ความคิดเห็นที่ 61

moopanda
15 ส.ค. 2551 20:20
  1. ผมชอบครับ ^^


ความคิดเห็นที่ 62

แขชนะ
21 ต.ค. 2551 05:07
  1. [[115152]] หัวแร้งบัดกรี ในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเข้าด้วยกัน จำเป็นต้องใช้หัวแร้งหลอมละลายตะกั่วเพื่อเชื่อมจุดต่อ เราเรียกการเชื่อมต่อกันนี้ว่า การบัดกรี โดยทั่วไปหัวแร้งที่นิยมใช้กันจะมี 2 แบบ คือหัวแร้งแบบปืน จะมีรูปร่างคล้ายปืน เมื่อกดไกให้กระแสไหลผ่านหัวแร้งสักครู่หนึ่ง หัวแร้งจึงจะร้อน อีกแบบหนึ่งเรียกว่าหัวแร้งแบบแช่ คือจะปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านหัวแร้งตลอดเวลา หัวแร้งจะร้อนอยู่ตลอดเวลา ใช้เมื่อต้องการเชื่อมจุดต่อเป็นจำนวนหลายๆจุด จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอให้ร้อนแบบหัวแร้งปืน รูปบนเป็นภาพวาดรูปหัวแร้งทั้งสองแบบ ส่วนภาพล่างเป็นภาพถ่ายจริง

ความคิดเห็นที่ 63

timestar
4 พ.ย. 2551 22:22
  1. อยากรู้เนื้อหาเกี่วกับต้วต้านทานนะครับ ไม่ค่อยมีเลย


ความคิดเห็นที่ 64

แขชนะ
4 พ.ย. 2551 23:31
  1. อ่านความเห็นที่ 7, 8, 9, 28, 31, 32 หรือยังครับ


ความคิดเห็นที่ 65

timestar
5 พ.ย. 2551 06:07
  1. ขอเป็นเรื่องตัวต้านานปรับค่าได้ ตัวต้านทานอื่นๆ ตัวต้านทานคงที่นะครับ


ความคิดเห็นที่ 67

28 ธ.ค. 2551 01:42
  1. กำลังอ่านอยู่ดีมาเจอ comment ข้างบน อะไรว้าาาาาา งงงงงงง


ความคิดเห็นที่ 68

timestar
18 ม.ค. 2552 21:52
  1. คือช่วยบอกหน้าที่ของอุปกรณ์ หน่อยครับเช่นไดโอดทำหน้าที่อะไร ทรานซิสเตอร์มีหน้าที่อะไรผมขอแบบละเอียดเลยได้ไหมครับเพราะยังงงมากเช่น ไดโดดควบคุมทิศทางกระแสไฟฟ้าอย่างนี้นะครับ งงมากเลยครับ และอุปกรณ์ตัวอื่นด้วยครับปล.ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดเห็นที่ 66


ความคิดเห็นที่ 69

soroskid
29 มิ.ย. 2552 23:01
  1. หาซื้อได้ที่ไหนครับใครทราบบ้างครับช่วบอกทีครับ soros_kid@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 71

combo2
24 ก.พ. 2553 12:38
  1. อยากทราบเรื่องpiezoelectric -วัสดุที่ใช้ทำ -หลักการทำงาน -การใช้งาน -หาซือได้ที่ไหน -ราคาเท่าไหร ขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 72

นกแสก
24 ก.พ. 2553 16:19
  1. หาซื้อทางไปรณีย์ได้ที่ "บ้านอิเล็กทรอนิกส์" http://www.semi-shop.com/main.php, ติดต่อ semi-shop 02-4380299 หรือ 089-8942654 มือถือ ตลอดเวลาครับ e - mail semishop@yahoo.com หรือ ช่องติดต่อสอบถาม

ความคิดเห็นที่ 76

12 ก.ย. 2553 11:11
  1. ดีมากเลยงับได้รู้มากมาย

ความคิดเห็นที่ 78

17 พ.ย. 2553 17:46
  1. ขอถามนิดหนึ่งคับ ถ้าต่อแอมมิเตอร์ขนานเข้ากับวงจรจะมีผลอย่างไรต่อมัลติมิเตอร์

ความคิดเห็นที่ 79

12 ก.ย. 2554 22:05
  1. จะทำวงจรเกี่ยวกับLDR&แม่เหล็กชั่วคราวค่ะ คือถ้าไม่มีแสง จะให้วงจรจ่ายกระแสไฟฟ้าไปที่ขดลวด ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กชั่วคราว ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 80

นกแสก
13 ก.ย. 2554 07:42
  1.                                                        โซลินอยด์

                              [[243442]]             หลายคนฟังชื่อแล้วอาจทำให้คิดถึง แอนดรอยด์ ( หุ่นมนุษย์ในนิยายวิทยาศาสตร์ ) เพราะลงท้ายด้วยเสียงออยด์เหมือนกัน แถมยังมีโซลิมานำหน้าอีก ทำให้นึกก้าวหน้าต่อไปถึงขนาดเป็นหุ่นมนุษย์พลังแสงแดด กรุณาอย่าจินตนาการไปถึงขนาดนั้นเลยครับ เรากลับมาเข้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่า เข้าใจว่ารากศัพท์ของโซลินอยด์น่าจะมาจากคำว่า โซเลน ( Solen ) ซึ่งมี ความหมายทางแพทย์เป็นคล้ายๆ เฝือกหุ้มอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก็อาจจะอยู่ในลักษณะของปลอกแขน หรือ ปลอกขา เมื่อมี ประดิษฐ์กรรมตัวนี้เกิดขึ้น ซึ่งโครงสร้างของมันก็คือ ขดลวดพันรอบๆ แกนสารแม่เหล็ก ( ดังเช่น รูปที่ 1 ) นั้นเอง ลักษณะก็ เป็นคล้ายๆ ทรงกระบอก เช่นกัน ศัพท์โซลินอยด์จึงอาจจะถูกเรียกมาเป็นเช่นนี้                       

    รูปที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานของโซลินอยด์

                เราใช้โซลินอยด์มาประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องการเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้ามาเป็นพลังงานกลโดยตรง โดยสัญญาณไฟฟ้า ที่ป้อนเข้ามาทางขดลวด จะทำให้แกนสารแม่เหล็กของโซลินอยด์เกิดการเคลื่อนที่ขึ้น การเคลื่อนที่นี้เองที่เรานำไปใช้ประโยชน์ เช่น ขัดกลอนประตูเอาไว้ , ไปถีบกระเดื่องทำให้กลไกทำงาน หรือ หยุดทำงาน ฯลฯ เราจะมาศึกษาโซลิ นอยด์ที่ใช้กันซึ่งมีทั้ง ชนิดใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ และไฟฟ้ากระแสตรง

    หลักการทำงานของโซลินอยด์

                คุณ เออร์สเตด เป็นผู้ตั้งกฏ ( ตามหลักความเป็นจริงที่ค้นพบ ) ว่า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดตัวนำใดๆ ก็ตามจะ เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบๆตัวนำนั้น ( ดูรูปที่ 2 ) และแกยังออกกฏมือขวามาให้ดูทิศทางเส้นแรงแม่เหล็กด้วย คือ ถ้าเอามือขวากำรอบเส้นลวด ( ท่านผู้อ่านอย่าเอาไปใช้กับไฟ 220 V หรือ สูงกว่านะครับ เพราะอาจไม่มีโอกาสปล่อยมือได้ ) โดยนิ้วหัวแม่มือแทนทิศทางกระแสไหล นิ้วที่เหลือทั้งหมด ( ซึ่งมี 4 นิ้ว และ จะหันไปทางเดียวกัน ถ้านิ้วไม่เก ) จะแสดงทิศทางเส้นแรง แม่เหล็กจากขั้วใต้ ไปขั้วเหนือ

              รูปที่ 2 แสดงถึงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไหลผ่านเส้นลวด

              เมื่อเราเอาเส้นลวดแบบตะกี้นี้แต่ยาวกว่าหน่อยมาขดเป็นวงๆ หลายๆ วง ก็จะเกิดลักษณะของขดลวดขึ้น ดังรูปที่ 3 สนาม แม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดแต่ละขดจะอยู่ใน ทิศทางเสริมกัน และ ก่อกำเนิดเป็นเส้นแรงของสนามแม่เหล็กถาวรแท่งหนึ่ง ซึ่ง พร้อมที่จะดูดสารแม่เหล็กทันที แต่เนื่องจากสภาพรอบๆ ขดลวดอาจเป็นอากาศ เส้นแรงแม่เหล็กจึงไม่เข้มข้นมากนัก

           รูปที่ 3 แสดงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นในขดลวดที่มีกระแสไหล

              เพื่อที่จะไม่ให้สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นกระจัดกระจาย เขาจึงใส่แกนเหล็กอ่อนรูปตัว C เข้ามารอบๆขดลวด เพื่อให้สนาม แม่เหล็กมากขึ้นดังรูปที่ 4 ถ้าเอาแกนกระทุ้ง ( plunger ) มาใส่เข้าไปตรงกลางขดลวดในตำแหน่งที่ 1 แกนกระทุ้งจะถูกดูด ให้ลึกเข้ามาจนสนิทในตำเหน่งที่ 2 ยิ่งระยะทางใกล้มากเท่าไร แรงดูดก็จะมากขึ้นเท่านั้น


ความคิดเห็นที่ 81

นกแสก
13 ก.ย. 2554 07:59
  1. [[243446]]

    รูปที่ 4 แสดงการเพิ่มเหล็กอ่อนเข้ามาเพื่อเพิ่มความเข้มของสนามแม่เหล็ก

                 มีข้อแตกต่างอยู่ระหว่างโซลินอยด์ไฟตรง และโซลินอยด์ไฟสลับ คือ ในโซลินอยด์ไฟตรง กระแสที่ไหลในขดลวด จะค่อนข้างคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าแกนกระทุ้งจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม แต่โซลินอยด์ไฟสลับ กระแสในขณะที่แกนกระทุ้ง อยู่นอกขดลวดจะมีค่าสูง และเมื่อแกนหระทุ้งถูกดูดเข้ามาจนสุดขดลวด กระแสจะลดต่ำลง. ลักษณะแบบนี้นี่เองที่ทำให้เราต้อง ระวังอย่าให้เกิดการกระทุ้งในโซลินอยด์ไฟสลับ เพราะจะทำให้เกิดกระแสมากๆ ไหลค้างอยู่ ทำให้ขดลวดร้อนขึ้น และ อาจจะไหม้เสียหายได้


ความคิดเห็นที่ 82

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:01
  1. [[243447]]

    แสดงการเคลื่อนที่ของแกนกระทุ้ง

                ในโครงสร้างของโซลินอยด์แบบไฟสลับนั้น จะต้องพันขดลวด shaded coil หรือ แหวน ( ring ) ซึ่งเป็นลวดพัน รอบแกนเหล็กเพียงรอบเดียว หรือไม่กี่รอบลัดวงจรเอาไว้เลย จุดประสงค์ที่พันไว้เพราะในไฟสลับ กระแสจุลดลงมาเป็นศูนย์ นี้เองทำให้แรงดูดแม่เหล็กลดลง และ ทำให้เกิดเสียงหึ่งๆ ขึ้น และ การดูดก็ไม่แน่นแฟ้น ขดลวดแหวนที่เพิ่มเติมเข้าไปนี้ จะทำ ให้วงจรแม่เหล็กเกิดเป็นสภาพ 2 เฟส คือ แม้ในขณะที่กระแสเป็นศูนษ์ ก็ตาม. ขดลวดแหวนซึ่งมีกระแสที่เกิดจากการเหนี่ยว นำกับสนามแม่เหล็ก จะยังคงมีแรงแม่เหล็กมาเสริมการดูดในช่วงนี้ได้ แต่ก็จะทำให้เกิดการสูญเสีย ( loss ) ของความร้อนในขดลวดบ้างเป็นข้อแลกเปลี่ยน


ความคิดเห็นที่ 83

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:03
  1. ขั้นตอนการเลือกใช้โซลินอยด์

     ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก เราจะคำนึงถึงหลักใหญ่ๆ คือ

    แรงดันใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไฟตรง หรือ ไฟสลับ ถ้าเป็นไฟสลับก็ต้องดูความถี่ใช้งานให้ตรงตามต้องการ ด้วย ช่วงซักใช้งาน ( operating stroke ) ของโซลินอยด์จะต้องเคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่าใด ( จะกำหนดเป็นมิลลิเมตร ) ขนาดของโหลด ว่าต้องใช้แรงขนาดเท่าใด มักจะบอกเป็นกรัม ใช้งานต่อเนื่องหรือไม่ การใช้งานต่อเนื่อง ( continuous ) หมายถึง เราอาจจะใส่แรงดันไฟเข้าขดลวดค้างไว้ได้เลย โดยขดลวดไม่ไหม้ หรือ เป็นแบบจังหวะๆ ( intermitent duty )

                               [[243448]]                                                                   แสดงตัวอย่างการนำโซลินอยด์ที่แรงดึงไม่มากนักไปใช้งาน


ความคิดเห็นที่ 84

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:08
  1. [[243449]]

    รูปที่ 6 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับระยะช่วงชักของโซลินอยด์ไฟตรง 12 V ยี่ห้อโคอิเกะรุ่น SB-102

                 ในรูปที่ 6 เป็นตัวอย่างกราฟแสดงความสัมพันธ์ของแรงกับระยะช่วงชักของโซลินอยด์ จะเห็นว่าช่วงชักไกลๆ จะมีแรงน้อยมาก และ ที่ระยะใกล้เข้ามาแรงก็จะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ในกรณีนี้โซลินอยด์จะให้แรงดูด 200 กรัม ที่ระยะช่วงชัก 3 มม. และ จะให้แรงถึง 400 กรัมในช่วงชักสั้นๆ ขนาด 1 มม.


ความคิดเห็นที่ 85

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:10
  1. แนวความคิดในการนำเอาโซลิ นอยด์ไปประยุกต์ใช้

    สำหรับโซลินอยด์ที่แรงดึงไม่มากนัก

    ทำเป็นกลอนล็อกประตู เมื่อมีแรงดันมาที่ขอลวด โซลิ นอยด์ก็จะดึงแกนกระทุ้งกลับ เป็นการปลดล็อก ชูป้ายโฆษณา ( display ) ในกรณีนี้ถ้าโซลินอยด์ยังไม่ทำงาน สปริงจะถึงป้ายให้ตั้งฉากกับหน้าต่างป้ายทำให้เรา ไม่เห็นตัวหนังสือ แต่ถ้าโซลินอยด์ ได้รับแรงดันเข้ามา แกนกระทุ้งจะถูกดูดทำให้คานดีดงัด หน้าป้ายโฆษณาออกมา ให้เราเห็นได้ ใช้กับกลไกของเล่นที่ทำด้วยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ รถยนต์ และ อื่นๆ อีกมาก                                 [[243450]]                                                                     รูปที่ 8 แสดงตัวอย่างการนำโซลินอยด์ที่มีแรงดึงมากไปใช้งาน

ความคิดเห็นที่ 86

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:13
  1. สำหรับโซลินอยด์ที่มีแรงดึงมาก ( เช่นในงานอุตสาหกรรม ) ขอให้ดูรูปที่ 8 ประกอบด้วย

    กลไกอินเตอร์ล็อก ใช้กับพวกเครื่องหยอดเหรียญต่างๆ , เครื่องเล่นทางอิเล็กทรอนิกส์ , กระเดื่องทริป ของเซอกิตเบรกเกอร์,ฯลฯ ควบคุมลิ้นของไหล พวกลิ้นปิดเปิดทางเดินของลม หรือ น้ำมันในระบบนิวแมติก และ ไฮโดรลิกส์ , ควบคุมลิ้นทิ้งน้ำของ เครื่องซักผ้า ช่วยในการนับจำนวนสินค้า โดยวงจรนับจะส่งแรงดันมาที่โซลิ นอยด์ เป็นช่วงเวลาที่จะได้จำนวนตามต้องการ.โซลิ นอยด์ จะดูด และ เบนทิศทางสินค้าไปลงหีบห่อ ตามจำนวนที่ถูกต้อง ระบบเบรก ใช้ควบคุมระบบเบรกในเครื่องจักรกล , เครื่องมือช่างไม้ , ลิฟท์ , รอก ฯลฯ ควบคุมการทำงานของคลัทซ์ โดยการดึงให้หน้าคลัตช์เข้ามาแตะกันเป็นการถ่ายทอดกำลังผ่านไปได้ ควบคุมกลไกคานงัดแรง ในเครื่องมือสำนักงาน , เครื่องเล่นอิเล็กทรอนิกส์ , เครื่องบันทึกสัญญาณ ควบคุมการเจาะและพิมพ์ของเครื่องจักร ก็โดยการดัดแปลงติดตั้งหัวเจาะ และ พิมพ์เข้าบนแกนของโซลินอยด์ ควบคุมการปิดเปิดของฮอปเปอร์ ( hopper - คล้ายกับปากกรวย มีหน้าที่เป็นทางไหลของวัตถุที่อยู่ในโซโล )

ความคิดเห็นที่ 87

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:15
  1. ข้อระวังในการใช้โซลินอยด์เพื่อให้อายุยืนยาวที่สุด

              1. ถ้าคุณกำลังใช้โซลินอยด์ไฟสลับจะต้องทำกลไกให้มั่นใจได้ว่า โซลินอยด์จะดูดแกนเข้ามาหาสุดตัวเต็มที่ ถ้าไม่เช่นนั้น กระแสในโซลินอยด์จะสูงและเกิดความร้อน และขดลวดอาจจะไหม้ได้ การดัดแปลงแก้ไขก็ กระทำกันดังรูปที่ 9 โดยถ้าเกิดมีการ ติดขัดด้านโหลด สปริงเชื่อมต่อ (joint spring) เพิ่มเติมนี้จะยืดตัวให้แกนเคลื่อนที่เข้าไปสุดได้

                                 [[243451]]                 รูปที่ 9 แสดงการเพิ่มเติมสปริงเชื่อมต่อเพื่อให้แน่ใจว่าโซลินอยด์จะดูดได้เต็มที่กว่า

ความคิดเห็นที่ 88

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:17
  1. 2. ควรระวังให้แนวการเคลื่อนที่ของแกนกระทุ้งอยู่ในแนวแกนเสมอในกรณีที่ การเคลื่อนที่จะเป็นส่วนโค้ง ก็อาจเพิ่มข้อต่อ เข้ามาดังรูปที่ 10 เพื่อช่วยให้การเคลื่อนที่ของแกน กระทุ้งอยู่ในแนวแกนมากขึ้น                                                                            รูปที่ 10 แสดงการใช้ข้อต่อมาช่วยให้แกนกระทุ้งเคลื่อนที่อยู่ในแนวแกน


ความคิดเห็นที่ 89

นกแสก
13 ก.ย. 2554 08:21
  1. 3. พยายามอย่าวางตำแหน่งโซลินอยด์อยู่ใกล้หรือติดกับสารแม่เหล็ก เพราะอาจจะมีสนามแม่เหล็กส่วนหนึ่งรั่วไหลออกไป ได้อันจะเป็นเหตุให้แรงดึงดูดลดลง ควรแก้ไขโดยเพิ่มฉนวนแม่เหล็กแทรกเข้าไปด้วย

    4. ต้องติดตั้งตัวถังโซลินอยด์ให้แน่นหนา เนื่องจากโซลินอยด์เป็นตัวส่งกำลังทางกล ฉะนั้นเมื่อมีแรงกริยาออกมา ก็ย่อม ต้องมีแรงปฏิกิริยาเกิดขึ้นกับตัวถังของโซลินอยด์ ถ้ายึดไม่แน่นพอในระยะยาวอาจจะทำให้เกิดการสั่น หรือหลุด หรือหลวมได้

    ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงพอจะได้ ทำให้มือออกแบบหรือมือสมัครเล่น พอจะมีแนวทางหรือแนวความคิดในการนำเอา โซลินอยด์ไปใช้งาน ตลอดจนเป็นประโยชน์ ในการปรับปรุงหรือตรวจซ่อมให้บริการโซลินอยด์ต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน

    ขอขอบคุณ  :  http://electronics.se-ed.com/contents/046s061/046s061_p05.asp


ความคิดเห็นที่ 90

15 ก.ย. 2554 19:39
  1. ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 91

12 ธ.ค. 2554 20:46
  1. ความต้านทานเสมือนคือไรคับ

ความคิดเห็นที่ 92

25 ธ.ค. 2554 10:29
  1. เคยใช้ซีดีรอมประกอบการสอน แล้วให้นักเรียนยืมไปดูที่บ้าน ตอนนี้หายไป ทำอย่างไรดี ขอรับใหม่ได้ไหม หรือหาซื้อได้ที่ไหน เพราะต้องคืนโรงเรียน อีกอย่าง เป็นซีดีที่ดีมากเป็นที่สนใจของนักเรียน ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น