|
การเดินทางข้ามผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกของเรืออัตโนมัติ หรือ หุ่นยนต์เรือ
โพสต์เมื่อ:
22:09 วันที่ 14 พ.ค. 2551 ชมแล้ว:
33,919
ตอบแล้ว:
0
วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี
วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > เทคโนโลยีวัสดุ วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์ เรือที่สามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายบนผืนน้ำโดยไม่ต้องมีคนควบคุมอย่าง เรืออัตโนมัติพินต้า (Pinta) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Aberystwyth ตั้งอยู่ในเวลส์ ของสหราชอาณาจักรบริเทนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ( โดยขณะนี้เรือ Pinta กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อมและตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆให้สมบูรณ์เพื่อที่จะทำการแล่นข้ามผ่านมหาสมุทรโดยอาศัยกระแสลมเป็นกำลังขับเคลื่อน ซึ่งถ้าหากสำเร็จ เรือ Pintaจะถือเป็นเรืออัตโนมัติลำแรกของโลกที่สามารถแล่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไร้มนุษย์ควบคุมการทำงาน ในส่วนของการเดินทางของเรือ Pinta นั้นจะทำการแล่นไปอย่างไม่มีการหยุดพักเป็นระยะเวลาสามเดือน โดยไม่มีการเข้าไปช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้นจากคน ดังนั้นทางทีมนักวิทยาศาสตร์จึงต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆให้มีความพร้อมเต็มที่เพื่อป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะที่แล่นอยู่ในทะเล ซึ่งจุดประสงค์ของการแล่นไปในทะเลของเรือ Pinta ในครั้งนี้มีเพื่อให้เรือลำนี้ทำหน้าเป็นตัวแทนในการเก็บข้อมูลต่างๆที่จะใช้ในงานวิจัย ในพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงบนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ และเป็นส่วนที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนที่จะเข้าไปทำการสำรวจเอง เรือ Pinta จะถูกนำไปร่วมเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกับเรืออัตโนมัติอีก 7 ลำในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อทำการทดสอบความทนทานและประสิทธิภาพในการทำงานของเรืออัตโนมัติ ในสภาวะที่ไร้การเติมพลังงานหรือการชาร์ตแบตเตอรี่อยู่เสมอและการเผชิญหน้ากับสภาวะอากาศที่ยากจะคาดเดาในท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ เรือ Pintaมีขนาดที่เล็กมาก และมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเรืออัตโนมัติ Beagle B ที่ถูกสร้างมาอย่างปราณีตและละเอียดที่สร้างมาเพื่อทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆว่าจะสามารถทำงานได้ดีบนเรือหรือไม่ โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้าง Beagle B กล่าวว่าถ้าหากนำเรือ Beagle B ไปแล่นจากชายฝั่งโปรตุเกสไปยังแคริเบียนก็จะค่อนข้างเสี่ยงที่จะเสียค่าใช้จ่ายถึง 40,000 ปอนด์ อย่างไรก็ตาม Beagle B ก็ถือเป็นเรืออัตโนมัติที่จะถูกนำไปใช้งานอื่นแทนการเดินทางในระยะไกล ซึ่ง Beagle B มีงานที่เข้าไปนับจำนวนปลาโลมาในแถบอ่าว Cardigan ทางตอนใต้ของเวลส์เช่นกัน แต่สำหรับเรือ Pintaนั้นถือเป็นเรืออัตโนมัติที่ถูกนำมาใช้แล่นผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นลำแรกของโลก เพื่อทำการสำรวจและเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับมหาสมุทร โดย Pintaมีความสามารถที่จะหาเส้นทางการเดินเรือได้อย่างอัตโนมัติ สามารถเก็บข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ในหลายๆหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็น สภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศ บรรยากาศ อุณหภูมิ และข้อมูลทางด้านเคมีของมหาสมุทร ซึ่งภายในเรือ Pintaจะมีการติดตั้งตัวเซ็นเซอร์ที่สามารถวัดค่าระดับของสารคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ สารคลอโรฟิลด์ มลภาวะ ความดันอากาศ สภาพอากาศโดยทั่วไป อุณหภูมิของน้ำทะเล และรวมไปถึงอัตราความเร็วลมในมหาสมุทร โดยตัวอย่างของสถานการณ์ที่เรืออัตโนมิติ หรือ Pintaสามารถเฝ้าเก็บข้อมูลได้ก็อาทิเช่น การแตกตัวของแพลงตอน หรือ การหกของน้ำมันในทะลว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร เรือ Pinta จะเริ่มเดินทางในเดือนตุลาคมพร้อมๆกับเรืออัตโนมัติอีกหกลำจากหกประเทศ โดย Pintaจะใช้การทำงานของแผงโซล่าร์ในการเป็นตัวจ่ายพลังงานให้กับแขนที่ควบคุมการทำงานหางเสือเรือเพื่อควบคุมทิศทาง และการทำงานของระบบรอกของเรือ โดยเรือ Pinta สามารถแล่นได้ด้วยความเร็วถึง 4 น้อต และมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 น้อต โดยคาดว่าน่าจะใช้แวลาในการเดินทางไปถึงช่องแคบระหว่าง Martinique และ St Lucia ประมาณสามเดือน ซึ่งเรือ Pintaมีนำหนักเพียง 150 กิโลกรัม และจะถูกนำมาใช้งานในการสำรวจในระยะที่ไกลๆแทนเรือ Beagle B ที่มีราคาที่แพงกว่ามาก เพราะ Pinta ใช้งบไปเพียง 2500 ปอนด์ ที่มา http://www.timesonline.co.uk/tol/news/uk/science/article3904557.ece http://www.ybw.com/auto/newsdesk/20080414094729ymnews.html โดย ธนัช ![]() ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|