ค่า DO, BOD ,COD คืออะไร

....
12 มิ.ย. 2546 18:36
108 ความเห็น
438099 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  Chemist (Guest)

DO = Dissolved Oxygen

BOD = Bilogical Oxygen Demand

COD = Chemical Oxygen Demand
12 มิ.ย. 2546 19:41


ความคิดเห็นที่ 2 four (Guest)

แล้วจุลินทรีย์ที่ชื่อว่าอะไร ที่ใช้/ไม่ใช้ออกซิเจนในการหายใจครับ
14 มิ.ย. 2546 19:34


ความคิดเห็นที่ 3 พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)

โหย มันมีตั้งหลายชนิดนะครับ จะให้บอกหมดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ยกตัวอย่างบางชนิดคงได้ครับ

พวกที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Aerobic)เช่น

Azotobacter sp.

Xanthomonas sp.

พวกที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic)เช่น

Veillonela sp.

พวกที่ใช้หรือไม่ใช้ออกซิเจนก็ได้ (Facaltative aerobic)เช่น

Proteus sp.

Serratia sp.



อ้อๆ ที่ว่าไม่ใช้ออกซิเจน หมายถึง ไม่ใช้ออกซิเจนโมเลกุลอะครับ(O2 ในอากาศทั่วไป) แต่ก็ต้องใช้อะตอมออกซิเจนจากสารประกอบอื่นๆนะครับ ทีนี้ สำหรับPathwayของพวกนี้ บอกตามตรง ผมก็ไม่ทราบ ส่วนกระบวนการหมักที่เราเรียนๆกันใน ม.ปลาย เราไม่นับเป็นการหายใจเพราะไม่มีการถ่ายทอดอิเล็กตรอน อย่าเข้าใจผิดว่ากระบวนการ Fermenyation เป็นการหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจนล่ะ



สำหรับคำแปล

DO = Dissolved Oxygen

ค่าร้อยละของออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ หรือของเหลว



BOD = Bilogical Oxygen Demand

ค่าปริมาณออกซิเจนที่ต้องการเพื่อใช้ไปในกระบวนการต่างๆของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด



COD = Chemical Oxygen Demand

ค่าปริมาณออกซิเจนที่ต้องการเพื่อใช้ในปฏิกริยาทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเกิดในสิ่งมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม
15 มิ.ย. 2546 22:20


ความคิดเห็นที่ 4 four (Guest)

ช่วยอธิบาย ง่ายๆกว่านี้ได้มั๊ยครับ พอดีผมอยู่ม.ต้นครับ
16 มิ.ย. 2546 18:03


ความคิดเห็นที่ 5 พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)

แบบง่ายๆ

สำหรับชื่อจุลินทรีย์มันมีหลายชนิดมากไงครับ คงเข้าใจการยกตัวอย่างนะครับ

ทีนี้ เรื่องการหายใจเอาเป็นว่าพวกที่ไม่ใช้ออกซิเจนก็คือไม่ต้องการแก๊สออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ หรือจากอากาศนั่นแหละ เพราะมันมีระบบการหายใจที่ไม่เหมือนเรา

ทีนี้ ค่าต่างๆ



DO = Dissolved Oxygen

ค่าร้อยละของออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ หรือของเหลว



BOD = Bilogical Oxygen Demand

ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลชีพใช้ในการย่อยสลายอินทรีย์สาร



COD = Chemical Oxygen Demand

BOD+ปริมาณออกซิเจนที่ต้องใช้ในปฏิกริยาเคมีอื่นๆที่ไม่ได้เกิดจากสิ่งมีชีวิต



เข้าใจไหมครับ
16 มิ.ย. 2546 20:32


ความคิดเห็นที่ 6 four (Guest)

ครับ แล้วพวกที่ใช้ออกซิเจน เอาจากน้ำไปได้ยังไงครับ
17 มิ.ย. 2546 20:45


ความคิดเห็นที่ 7 wub (Guest)

ออกซิเจนที่ละลายในน้ำ จะไปรวมกันโครงสร้างของน้ำ( h2o) มั๊ย
18 มิ.ย. 2546 18:16


ความคิดเห็นที่ 8 ไม่รู้คะ (Guest)

แล้วนอกจากออกซิเจนแล้ว ยังมีก๊าซอื่นอีกมั๊ยที่ละลายในน้ำ
18 มิ.ย. 2546 18:22


ความคิดเห็นที่ 9 Chemist (Guest)

ที่ถามๆกันมาอะครับ ถ้าตอบไปคงเข้าใจยากหน่อยนะ ถ้ายังเรียนอยู่ ม.ต้น...แต่เอาเป็นว่าจะลองอธิบายแบบง่ายดูแล้วกันครับ



คห ที่ 6...ผมตอบไม่ได้ครับ ไม่มีความรู้ด้านนี้



คห ที่ 7...ออซิเจนที่อยู่ในน้ำกับ ที่อยู่ในโมเลกุลของน้ำนั้น มันคนละส่วนกันครับ...ดังนั้น มันจะไม่ไปรวมกับโครงสร้างของน้ำ อย่างแน่นอนครับ ส่วนเหตุผลนั้น คุณ wub ต้องมีความรู้ด้าน โคร้งสร้างโมเลกุลของ น้ำกับ ออกซิเจนที่ละลายอยู่ครับ ถึงจะอธิบายให้กระจางได้



คห ที่ 8...ที่จริงแล้วออกซิเจนไม่ละลายน้ำนะครับ เพราะอะไรนั้น คงต้องรออธิบาย ตอนคุณ ไม่รู้คะ มีความรู้มากกว่านี้หน่อยนะครับ...แต่ที่มันละลายอยู่ได้ ก็เพราะความดันอากาศครับ (ตั้ง 760 mmHg)...และมันก็จะละลายได้มากในระดับผิวน้ำเท่านั้นครับ เพราะว่ายิ่งลึกลงไป แรงดันน้ำมันมากครับ...ก๊าซอื่นที่ละลายน้ำก็มีนะ แต่ส่วนใหญ่ มันละลายเพราะเหตุผลเดียวกับออกซิเจนอะครับ
18 มิ.ย. 2546 19:51


ความคิดเห็นที่ 10 พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)

ตอบข้อความที่6

จริงๆแล้วออกซิเจนก็แพร่ผ่านเข้าเซลไปเลยครับ

แม้แต่ในสัตว์บกเองก็ดึงออกซิเจนที่ละลายน้ำมาใช้ครับ

คือ เราเอาออกซิเจนในอากาศละลายในของเหลวที่ใช้แลกเปลี่ยนแก๊สของเราก่อน เช่น พออากาศลงไปในปอด ออกซิเจนจะละลายในของเหลวที่ถุงลมก่อนจึงแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นปอด(หรืออวัยวะหายใจอื่นใด)จึงต้องชื้นตลอดเวลาเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนแก๊สได้ครับ
18 มิ.ย. 2546 20:15


ความคิดเห็นที่ 11 9009 (Guest)

เซลล์คุมคืออะไร
21 มิ.ย. 2546 20:06


ความคิดเห็นที่ 12 พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)

เซลคุม(Guard cell)

เซลผิว(Epidermal cell)ที่เปลี่ยนรูปร่างไปเพื่อควบคุมการปิดและเปิดปากใบ(Stomata)
22 มิ.ย. 2546 12:45


ความคิดเห็นที่ 14 พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)

ไม่ได้ใช้คายน้ำครับ

เซลล์คุมใช้ควบคุมการปิดและเปิดของปากใบ



ปากใบ ก็คือช่องว่างที่ภายในใบติดต่อกับโลกภายนอก(คล้ายๆจมูกของเรา) ยิ่งปากใบเปิดกว้างเท่าไร พืชก็ยิ่งคายน้ำได้มากเท่านั้น

และ ใช่ เซลล์คุมเต่งจะทำให้ปากใบเปิดกว้างขึ้น จึงคายน้ำได้มากครับ
15 ก.ค. 2546 00:24


ความคิดเห็นที่ 15 T (Guest)

อยากทราบส่วนประกอบของ autoclave (หมอนิ่งความดันไอ) เอาแบบละเอียดเลย และส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนอย่างละเอียดพร้อมรูป และคำอธิบาย
19 ม.ค. 2549 20:08


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Tanname

แล้วปริมาณค่า DO BOD และCOD ที่เหมาะสมในแหล่งน้ำคือเท่าไรครับ
20 ม.ค. 2549 18:08


ความคิดเห็นที่ 17 kkchickha (Guest)

ค่า DO น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร จัดเป็นน้ำเสีย

ค่า BOD สูงกว่า 60 มิลลิกรัมต่อลิตร จัดเป็นน้ำเสีย
23 ม.ค. 2549 12:12


ความคิดเห็นที่ 18 muneejan@hot mail (Guest)

อยากทราบวิธีการทำ ซีโอดี กับ เอศ.เอศ
5 มี.ค. 2549 13:55


ความคิดเห็นที่ 19 malimas45@hotmail.com (Guest)

ขอแก้ไข คำตอบ คห.3 ครับ



พวกที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Aerobic) แก้เป็น พวกที่ใช้ออกซิเจนในการหายใจ (Aerobic)



พวกที่ใช้ออกซิเจน ที่รู้จักกันดีก็เช่น Acetobacter aceti ผลิตน้ำส้มสายชู และ ฯลฯ เจริญได้เฉพาะที่ที่มีอากาศ



พวกที่ไม่ใช้ออกซิเจน เช่น Clostridium tatani ก่อโรคบาดทะยัก ฯลฯ เจริญได้เฉพาะที่ที่ไม่มีออกซิเจน



พวกที่สามารถใช้และไม่ใช้ออกซิเจน เช่น Escherichia coli (E. coli) ในลำไส้สัตว์เลือดอุ่น และฯลฯ
7 มี.ค. 2549 20:36


ความคิดเห็นที่ 21 axn.gook@hotmail.com (Guest)

ค่ามาตรฐาน Do - BOD -COD ของแหล่งน้ำทั่วไป (น้ำผิวดิน) มีค่าเท่าไหร่คะ ไม่เกินเท่าไหร่
1 ส.ค. 2549 16:48


ความคิดเห็นที่ 27 โดย pornlarpmek

ค่า do ก็วัดโดยตรงเลยนะครับ



ส่วนค่า cod ใช้สารคะตะไลส์เอานะครับ



ส่วนค่า bod ซับซ้อนหน่อยนะครับ

เราต้องใช้ขวด 2 ขวดนะครับ ขวดแรกวัด do ตรงๆ ก่อน ขวดที่ 2 ให้นำจุลินทรีย์ไปใส่เก็บไว้ที่ๆที่เหมาะสมที่สุดของจุลินทรีย์

แล้วนำค่ามาลบกันนะครับ



ส่วนระดับค่า bod co cod ก็อ่านหนังสือม.3 ทั่วไปนะครับ



ที่อยากเพิ่มเติมคือ cod>bod>do เสมอนะครับ



มีอะไรถามมาได้เสมอนะครับ



ขอคำแนะนำด้วยครับ
5 ส.ค. 2549 18:39

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น