ช่วยสอนหน่อยครับ พาราโบลา

โพสต์เมื่อ: 14:36 วันที่ 22 พ.ค. 2551         ชมแล้ว: 48,626 ตอบแล้ว: 65
วิชาการ >> คาเฟ่ >> การบ้านแบบฝึกหัด >> แบบฝึกหัด

จงหาจุดยอด จุดโฟกัส สมการไดเรกตริกซ์ และสมการแกนของพาราโบลาจากสมการ


1. y2  = x


2. y= -6x


3. x2 = 8y


4. x2 = -4y


5. 4x2 - 24x -1y -15 = 0


รบกวนตอบและอธิบายให้หน่อยนะครับ


ขอบคุณมากๆครับ



ja_spmm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว



จำนวน 52 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 พ.ค. 2551 (17:38)

ครูไผ่ไม่รู้ว่าหนูจามีความรู้พื้นฐานมาแค่ไหนแล้ว 



เลือกข้อ 3 มาทำก่อนก็แล้วกัน



สมมติว่ายังไม่เคยเรียนพาราโบลามาก่อนเลยก็แล้วกันนะคะ



แรก ๆ อย่าใจร้อน อย่าเพิ่งอยากรู้คำตอบเร็ว ๆ



ทำความาเข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อน  แล้วจะค้นพบวิธีลัดหลังจากที่เข้าใจแล้ว



ต่อไปก็จะนำวิธีลัดไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว



แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ บอกไปก็ลืม และไม่สามารถเรียนที่ยากกว่าต่อไปได้ค่ะ



 

93740

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ค. 2551 (17:43)
93743

แล้วหากระดาษกราฟมาลงจุดของตู่อันดับ (x,y) จากตารางที่ลงไว้ในความเห็นเพิ่มเติมที่ 1



ถ้าหากระดาษกราฟไม่ได้ ก็ print ตารางในรูปนี้ออกมาใช้นะคะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 พ.ค. 2551 (17:59)
ลองอ่านเองค่ะ



มันจะเข้าใจมากกว่า

ไม่ลองก้อไม่รู้

สุ้ๆ





ไปกินข้าวก่อนดีกว่า

เกี่ยวกันไหมเนี่ย
NK (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 พ.ค. 2551 (23:26)
<P>คิดว่าน่าจะเป็นวิชาม.4นะพื้นฐานความรู้มีให้จำดังนี้</P>

<P>1.y<SUP>2</SUP>=4cx&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.y<SUP>2</SUP>=-4cx&nbsp;&nbsp; สังเกตุที่2สมการนี้ต่างกันแค่เครื่องหมายลบ</P>

<P>กราฟนี้ดูว่าxยกกำลังหนึ่งแสดงว่ากราฟตะแคง ถ้าเป็นบวกก็หนไปทางด้านบวก(ตะแคงขวา)ถ้าเป็นลบก็หันไปทางด้านลบ(ตะแคงซ้าย)ตามทันนะ</P>

<P>สมการนี้สังเกตุว่าค่าyไม่มีกำลังหนึ่งมาเสริมแสดงว่าจุดยอดอยู่ที่(0,0)หรือจุดกำเนิดเสมอ</P>

<P>จุดโฟกัสคือ(c,0)หรือ(-c,0)ขึ้นอยู่กับสมการถ้าสมการติดลบจุดโฟกัสก็ติดลบได้ถ้าเป็นบวกก็บวกด้วย(การหาค่าc คือการนำ4หารสัมประสิทธิ์หน้าx)</P>

<P>สมการไดเรกตริกคือX=C หรือ X=-C จะเป็นบวกหรือลบให้เป็นเครื่องหมายตรงข้ามกัน</P>

<P>สมการแกนก็คือเส้นที่ผ่ากราฟออกเป็นสองส่วนที่เท่ากันดังนั้นคือX=0 เสมอ</P>

<P>เราลองมาทำข้อ1กัน</P>

<P>y<SUP>2</SUP>=x</P>

<P>จุดยอดคือ(0,0)</P>

<P>จุดโฟกัสคือ(1/4,0)</P>

<P>สมกาไดเรกตริกคือ X=-1/4</P>

<P>สมการแกนคือX=0</P>

<P>ข้อสอง</P>

<P>y<SUP>2</SUP>=-6y</P>

<P>จุดยอดคือ(0,0)</P>

<P>จุดโฟกัส(-3/2,0)เกิดจาก6หารด้วย4</P>

<P>สมการไดเรกติกX=3/2</P>

<P>สมการแกนx=0</P>

<P>หวังว่าคงจับแนวทางได้นะ</P>

<P>ถ้าสงสัยก็ถามทางเอ็มก็ได้</P>

<P>&nbsp;</P>
pra_parat@windowslive.com (IP:58.64.108.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 พ.ค. 2551 (07:43)



ท่านที่เข้ามาใหม่คลิกอ่าน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 ในหน้า 1 ก่อนนะคะ จะได้ทราบที่มาที่ไปค่ะ
93814

หนูจาได้นำคู่อันดับจากตารางมา plot graph แล้วได้กราฟหน้าตาอย่างนี้ใช่ไหมคะ


เนื่องจากเราลงจุดที่มีค่า x เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น กราฟจึงออกมาเป็นจุดห่าง ๆ กันค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 23 พ.ค. 2551 (08:15)
<P>ครับ ได้กราฟมาแล้วครับ แล้วต้องทำไงต่ออ่ะครับเพราะว่าโจทย์บอกว่า</P>

<P>จงหาจุดยอด จุดโฟกัส สมการไดเรกตริกซ์ และสมการแกนของพาราโบลาจากสมการ</P>

<P>ขอบคุณคุณครูไผ่มากๆครับสำหหรหับคำแนะนำ</P>

<P>&nbsp;</P>
ja_spmm (IP:124.120.114.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 23 พ.ค. 2551 (08:21)

ถ้าเรากำหนดค่า x เป็นจำนวนใด ๆ ไม่ใช่เป็นเฉพาะจำนวนเต็มเท่านั้น เช่น ให้  x เท่ากับ 0, 0.01, 0.001, 0.0001, 0.00001, 0.000001, ... และอีกมากมายนับไม่ถ้วน เราก็จะได้จุดเพิ่มขึ้นมาอีกมากมายนับไม่หมด แต่เราทำไม่ไหวอะ 



ที่ลงไปตั้ง 11 จุดนี่ก็ถือว่าขยันเกินพอแล้ว 



อย่างไรก็ตาม จุดที่เราลงไปแล้วก็มากพอที่จะเป็นแนวให้เราต่อเติมในจินตนาการได้ว่า



ถ้าเรากำหนด x เป็นจำนวนจริงทั้งหมด เราจะได้จุดต่าง ๆ เรียงชิดกันจนเป็นเส้น



เราก็ลากเส้นเชื่อมจุดต่าง ๆ ออกมาเป็นเส้นโค้งสวย ๆ อย่างนี้เลยค่ะ



93815


เส้นโค้งลักษณะอย่างนี้  ถ้าเราพับรูปตามแนวแกน Y  โค้งทางซ้ายกับโค้งทางขวาจะซ้อนกันสนิทเป็นเส้นเดียวกันเลย



เราเรียกเส้นโค้งที่มีลักษณะสมมาตรของสมการ x2 = 8y นี้ว่า พาราโบลา ที่มีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0) และมีแกน Y เป็นแกนสมมาตร 



แกน Y ก็คือ สมการ x = 0 ค่ะ



ดังนั้น กล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า แกนของพาราโบลารูปนี้ คือ สมการ x = 0


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 พ.ค. 2551 (10:00)

ต่อไปเราจะหาจุดโฟกัส และเส้นไดเรกตริกซ์
สมมติว่าเราไม่รู้สูตรมาก่อน
เราจะทำการทดลอง เพื่อสร้างสูตรขึ้นจากความเข้าใจของเราเอง แล้วเราจะจำได้ไปจนถึงชาติหน้า (ถ้ามี)


ทดลองครั้งที่ 1  [อย่านึกว่าทดลองครั้งเดียวแล้วจะได้เลย มันไม่ง่ายอย่างน้าน  เทวดา (คนที่คิดสูตรเป็นคนแรก) ยังต้องทดลองตั้งหลายครั้ง]
จุดโฟกัสจะต้องอยู่ห่างจากจุดใด ๆ บนพาราโบลาเป็นระยะห่างเท่ากับระยะที่จุดบนพาราโบลาจุดนั้นอยู่ห่างจากเส้นไดเรกตริกซ์

ดังนั้น เรารู้ได้ด้วยวิจารณญาณของเราว่า จุดโฟกัสต้องอยู่บนแกนของพาราโบลา ในที่นี้คือแกน Y

แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ตรงไหนของแกน Y ดี
เราก็กะ ๆ เอาก่อน ก็มันเป็นการทดลองนี่นา ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวเราก็เปลี่ยนใหม่ เมื่อไรใช่ เราก็จะสังเกตและจับหลักไว้ใช้เป็นทางลัดค่ะ
หะแรก  เราสมมติว่า จุดโฟกัส คือ จุด (0, 1)
ส่วนเส้นไดเรกตริกซ์นั้น มันจะต้องอยู่ห่างจากจุดยอดเท่ากับระยะห่างของจุดโฟกัสกับจุดยอด แต่อยู่ในทิศตรงข้ามกัน
ดังนั้น ถ้าจุดโฟกัส อยู่ที่ จุด (0, 1)  เส้นไดเรกตริกซ์ก็ต้องผ่านจุด (0, -1)
สำหรับพาราโบลารูปนี้ เส้นไดเรกตริกซ์จะขนานกับแกน X
ดังนั้น ถ้าจุดโฟกัส อยู่ที่ จุด (0, 1)  เส้นไดเรกตริกซ์ก็ต้องเป็นเส้นตรงที่มีสมการ y = -1



เนื่องจาก จุดใด ๆ บนกราฟพาราโบลาต้องอยู่ห่างจากจุดโฟกัสและอยู่ห่างจากเส้นไดเรกตริกซ์เป็นระยะเท่ากัน
(ระยะห่างจากจุดถึงเส้นเราคิดระยะตั้งฉาก)



เพื่อตรวจสอบว่า จุด (0, 1) ใช่จุดโฟกัสจริงหรือไม่
เราจึงเลือกจุดบนกราฟมาจุดหนึ่ง แล้วลากส่วนของเส้นตรงจากจุดนั้นไปยังจุด (0, 1)
และลากเส้นตั้งฉากจากจุดนั้นไปตั้งฉากกับเส้นตรง y = -1
แล้วเอาไม้บรรทัดวัดระยะห่างทั้งสอง (เส้นประในรูป) ว่าเท่ากันหรือไม่


93826

ปรากฏว่าวัดความยาวของระยะห่างทั้งสอง (เส้นประในรูป) แล้ว ได้ผลออกมาไม่เท่ากัน
ผลจากการทดลองครั้งที่ 1 บอกให้เราทราบว่า จุดโฟกัสไม่ใช่ จุด (0, 1) และ เส้นไดเรกตริกซ์ไม่ใช่เส้นตรง y = -1



อย่าท้อ !  ทดลองต่อไป    เราเป็นมนุษย์ที่มีวิจารณญาณในตัวเอง  สามารถกะประมาณ เลือกจุดที่มีโอกาสเป็นไปได้สูง  น่า ... เดี๋ยวก็ออก


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 พ.ค. 2551 (11:32)

"ผิดเป็นครู สังเกตแบบให้แยบยล" 



ผลจากการทดลองครั้งที่ 1 ย่อมเป็นประสบการณ์ให้การทดลองครั้งที่สองเข้าใกล้ความสำเร็จได้มากขึ้น



ทดลองครั้งที่ 2 



จากการพิจารณารูปในการทดลองครั้งที่ 1  ซึงเราวัดแล้วว่ามีระยะห่างระหว่างจุดบนกราฟถึงจุด (0, 1) มากกว่าระยะห่างจากจุดเดิมบนกราฟถึงเส้นตรง y = -1



ดังนั้น  ถ้าต้องการให้ระยะห่างทั้งสองนั้นเท่ากัน  เราจะต้องลดระยะห่างระหว่างจุดบนกราฟกับจุดบนแกน y ให้น้อยกว่าเดิม



เราสามารถกะประมาณด้วยสายตาได้ว่าถ้าจุดโฟกัสอยู่ต่ำกว่าจุด (0, 1) จะทำให้ระยะห่างระหว่างจุดบนกราฟถึงจุดโฟกัสมากกว่าเดิม  เราจึงเลือกจุดที่อยู่สูงกว่าจุด (0, 1) เพื่อจะได้ระยะห่างที่สั้นลง



ครั้งนี้ เราสมมติว่า จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0, 2)



ส่วนเส้นไดเรกตริกซ์นั้น มันจะต้องอยู่ห่างจากจุดยอดเท่ากับระยะห่างของจุดโฟกัสกับจุดยอด แต่อยู่ในทิศตรงข้ามกัน
ดังนั้น ถ้าจุดโฟกัส อยู่ที่ จุด (0, 2)  เส้นไดเรกตริกซ์ก็ต้องผ่านจุด (0, -2)

สำหรับพาราโบลารูปนี้ เส้นไดเรกตริกซ์จะขนานกับแกน X
ดังนั้น ถ้าจุดโฟกัส อยู่ที่ จุด (0, 2)  เส้นไดเรกตริกซ์ก็ต้องเป็นเส้นตรงที่มีสมการ y = -2



เนื่องจาก จุดใด ๆ บนกราฟพาราโบลาต้องอยู่ห่างจากจุดโฟกัสและอยู่ห่างจากเส้นไดเรกตริกซ์เป็นระยะเท่ากัน
(ระยะห่างจากจุดถึงเส้นเราคิดระยะตั้งฉาก)



เพื่อตรวจสอบว่า จุด (0, 2) ใช่จุดโฟกัสจริงหรือไม่
เราจึงเลือกจุดบนกราฟมาจุดหนึ่ง แล้วลากส่วนของเส้นตรงจากจุดนั้นไปยังจุด (0, 2)
และลากเส้นตั้งฉากจากจุดนั้นไปตั้งฉากกับเส้นตรง y = -2
แล้วเอาไม้บรรทัดวัดระยะห่างทั้งสอง (เส้นประในรูป) ว่าเท่ากันหรือไม่

93867


ฮะ ฮ้า !



ปรากฏว่าคราวนี้วัดความยาวของระยะห่างทั้งสอง (เส้นประในรูป) ได้ผลออกมาเท่ากันเปี๊ยบ !



อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งสรุป  อาจจะบังเอิญเลือกจุดบนกราฟที่ให้ผลตรงกับความต้องการพอดีก็ได้ 



ทดลองกับจุดอื่น ๆ บนกราฟอีกหลาย ๆ จุดก่อน

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 23 พ.ค. 2551 (12:11)
93868

โฮะ โฮะ ! 



ลากเพิ่มจากจุดบนกราฟอีกหลายจุด



วัดแล้วพบว่า ระยะห่างจากจุดบนกราฟถึงจุด (0, 2) กับระยะห่างจากจุดเดียวกันถึงเส้นตรง y=-2  เท่ากันหมดทุกคู่



แสดงตัวอย่างมากถึงขนาดนี้  ครูไผ่ยอมเชื่อแล้วล่ะว่า จุด (0, 2) เป็นจุดโฟกัสของสมการ x2 = 8y  โดยมี เส้นตรง y = -2 เป็น เส้นไดเรกตริกซ์



ถ้าใครยังไม่เชื่อก็ลองใส่จุดบนกราฟเพิ่มอีกสักร้อยสักพันจุด แล้วทดลองวัดระยะห่างตามเงื่อนไขดังกล่าวดูว่าเท่ากันเสมอหรือไม่


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 พ.ค. 2551 (13:29)
93867

คราวนี้ เราก็มาสังเกต และพิจารณาว่า  ค่าและส่วนต่าง ๆ ของสมการ x2 = 8y ที่เราหาได้และมีอยู่ในขณะนี้  น่าจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร



จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, 2) 



2 น่าจะเกี่ยวข้องกับ 8 ซึ่งเป็นสัมประสิทธิ์ของ y ในสมการนี้ได้อย่างไรบ้าง  เช่น 8/2 = 4  ดังนั้น 8 = 4 * 2 เป็นต้น  บันทึกข้อสังเกตเก็บไว้เป็นข้อคาดการณ์



สมการนี้พจน์ที่มีกำลังสูงสุด คือ xไม่มี xไม่มี x(x0 คือพจน์ที่มีแต่ค่าคงตัว)  ได้กราฟเป็นพาราโบลารูปหงายมีจุดยอดเป็นจุดต่ำสุดอยู่ที่จุด (0,0)  มีเส้นไดเรกตริกส์เป็นเส้นตรงที่ขนานกับแกน x อยู่ห่างจากจุดยอด เป็นระยะทางเท่ากับที่จุดโฟกัสอยู่ห่างจากจุดยอด  แต่อยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับจุดโฟกัส



ตั้งสมการลักษณะทำนองเดียวกันนี้ขึ้นมาอีกหลาย ๆ สมการ เช่น



x2 = 4y



x2 = 2y



x2 = -8y



x2 = -4y



ดูว่าจะได้กราฟออกมาเป็นอย่างไร  มีจุดยอด  จุดโฟกัส   อยู่ที่ไหน  สมการแกนของพาราโบลา และสมการไดเรกทริกซ์ เป็นอย่างไร


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 23 พ.ค. 2551 (16:04)
ขอบคุณครูไผ่มากๆเลยนะครับ
ja_spmm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 23 พ.ค. 2551 (16:20)

ช่วยผมได้เยอะมากเลย



 


ja_spmm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 23 พ.ค. 2551 (20:17)
94002

จากการทดลองเขียนกราฟของสมการต่าง ๆ ดังภาพนี้



เราจะสังเกตเห็นความสัมพันธ์ที่เหมือนกันคือ  เอาค่า y ของจุดโฟกัสในแต่ละสมการไปหารสัมประสิทธิ์ของ y ในสมการของมันเองจะได้ผลลัพธ์เป็น  4 เสมอ น่ามหัศจรรย์เนอะ



เช่น



สมการ x2 = 2y  จุดโฟกัสคือ (0, 0.5)   เอา 0.5 ไปหาร 2 จะได้ 2/0.5 = 4  ดังนั้น  2y = 4 * 0.5y



สมการ x2 = 4y  จุดโฟกัสคือ (0, 1)   เอา 1 ไปหาร 4 จะได้ 4/1 = 4  ดังนั้น 4y = 4 * 1y




สมการ x2 = -4y  จุดโฟกัสคือ (0, -1)   เอา -1 ไปหาร -4 จะได้ -4/-1 = 4  ดังนั้น  -4y = 4 * (-1)y



สมการ x2 = -6y  จุดโฟกัสคือ (0, -1.5)   เอา -1.5 ไปหาร -6 จะได้ -6/-1.5 = 4  ดังนั้น  -6y = 4 * (-1.5)y



ถ้าให้ c แทนค่า y ที่จุดโฟกัส จะเห็นได้ว่า สัมประสิทธิ์ของ y ในทุกสมการข้างบนนี้สามารถเขียนให้อยู่ในรูป 4 หรือ  4c 
ดังนั้น สมการทุกสมการข้างบนนี้สามารถเขียนให้อยู่ในรูป x2 = 4cy โดยมีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0,c) สมการแกนของพาราโบลา คือ x = 0 สมการไดเรกตริกซ์ คือ y = -c



ถ้าเราอยากทราบว่า จุดโฟกัสของสมการ x2 = 8y อยู่ตรงไหน  เราก็ใช้วิธีลัดที่เราค้นพบแล้ว ดังนี้

เปลี่ยนสมการ x2 = 8y ให้อยู่ในรูป x2 = 4cy  

จะได้ x2 = 4 * 2 y  ก็จะทราบได้ทันทีว่า จุดยอดอยู่ที่ (0,0) จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, 2) สมการแกนของพาราโบลา คือ x=0 สมการไดเรกตริกส์ คือ y = -2



ถ้าเราอยากทราบส่วนต่าง ๆ ของสมการ x2 = -6y เราก็ใช้วิธีลัดที่เราค้นพบแล้ว ดังนี้

เปลี่ยนสมการ x2 = -6y ให้อยู่ในรูป x2 = 4cy

จะได้ x2 = 4 * (-1.5)y ก็จะทราบได้ทันทีว่า จุดยอดอยู่ที่ (0,0) จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, -1.5) สมการแกนของพาราโบลา คือ x=0 สมการไดเรกตริกส์ คือ y = 1.5


อ่านต่อใน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 ในหน้า 2 ค่ะ



ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 23 พ.ค. 2551 (20:54)

วิธีหา C



จากสมการสมมุติ (4c)x=y^2



สมมุติข้อ1นะ y^2=x



4c=1



c=1/4



ไดเรคติก x=-1/4(x=-c)



พาราโบร่า y=0



โฟกัส(1/4,0)(c,0)


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 พ.ค. 2551 (21:03)
93958

สมการมาตราฐานคือ  (y - k)2 = 4C (X- h)  
เมื่อ  C > 0
จุดยอด (h,k) โฟกัส (h+c,k)
สมการไดแรกตริกซ์ คือ x = h -c
แกนของพาราโบลา ขนาน แกน x  หรือ  y = k



สมการทั่วไปคือ  y2 +Dx + Ey + F = 0 โดย D 0


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 23 พ.ค. 2551 (21:05)
93960

สมการมาตราฐานคือ  (y - k)2 = -4C (X- h)  
เมื่อ  C < 0
จุดยอด (h,k) โฟกัส (h+c,k)
สมการไดแรกตริกซ์ คือ x =h -c
แกนของพาราโบลา ขนาน แกน x  หรือ  y = k



สมการทั่วไปคือ  y2 +Dx + Ey + F = 0 โดย D 0


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 พ.ค. 2551 (21:06)
93961

สมการมาตราฐานคือ  (x - h)2 = 4C (y- k)  
เมื่อ  C > 0
จุดยอด (h,k) โฟกัส (h,k+c)
สมการไดแรกตริกซ์ คือ y = k -c
แกนของพาราโบลา ขนาน แกน x  หรือ  y = k



สมการทั่วไปคือ  x2 +Dx + Ey + F = 0 โดย E 0


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 23 พ.ค. 2551 (21:07)
93962

สมการมาตราฐานคือ  (x - h)2 = -4C (y- k)  
เมื่อ  C > 0
จุดยอด (h,k) โฟกัส (h,k+c)
สมการไดแรกตริกซ์ คือ y = k -c
แกนของพาราโบลา ขนาน แกน x  หรือ  y = k



สมการทั่วไปคือ  x2 +Dx + Ey + F = 0 โดย E 0


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 23 พ.ค. 2551 (21:14)

ข้อ5



4x^2-24x-y-15=0 ต้องจัดให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์ถึงจะดูง่ายมันจะได้



4(x-5/2)^2=y+40



โฟกัส(5/2,-39)



ไดเรคติก x=3/2



พาลาโบลา y=-40


chay_kb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 พ.ค. 2551 (12:42)
94017

เมื่อเราลากส่วนของเส้นตรงผ่านจุดโฟกัสให้ตั้งฉากกับแกนของพาราโบลาโดยให้ปลายทั้งสองของส่วนของเส้นตรงอยู่บนพาราโบลา  เราเรียกส่วนของเส้นตรงนั้น (เส้นประในรูป) ว่า "ลาตัสเรกตัม (latusrectum)" 



พิจารณาความยาวลาตัสเรกตัม ในสมการ x2 = 4y จะพบว่ามันยาวเท่ากับ 4 = 4 * 1 = 4 * c  ถ้าเราแทน จุดโฟกัส (0,1) ด้วย (0,c)



พิจารณาความยาวลาตัสเรกตัม ในสมการ x2 = 2y จะพบว่ามันยาวเท่ากับ 2 = 4 * 0.5 = 4 * c  ถ้าเราแทน จุดโฟกัส (0, 0.5) ด้วย (0,c)



พิจารณาความยาวลาตัสเรกตัม ในสมการ x2 = -6y จะพบว่ามันยาวเท่ากับ 6 = |4 *(-1.5)| = |4 * c|  ถ้าเราแทน จุดโฟกัส (0, -1.5) ด้วย (0,c)



พิจารณาความยาวของลาตัสเรกตัม ในสมการ x2 = -4y จะพบว่ามันยาวเท่ากับ 4 = |4 * (-1)| = |4 * c|  ถ้าเราแทน จุดโฟกัส (0, -1) ด้วย (0,c)



จากตัวอย่างที่ยกมา เราพอจะสรุปได้ว่า ความยาวลาตัสเรกตัม = |4c| เมื่อจุดโฟกัสเป็น (0, c)



เราเรียกการสรุปข้อความรู้จากตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างว่า การอุปนัย



ความรู้ที่ได้จากการอุปนัยจะน่าเชื่อถือเมื่อมีตัวอย่างมาแสดงให้เห็นจริงหลาย ๆ ตัวอย่าง ยิ่งมากยิ่งดี  ห้ามสรุปจากตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวเป้นอันขาด  เพราะอาจจะบังเอิญเป็นจริงเฉพาะตัวอย่างนั้นเพียงตัวอย่างเดียวก็ได้


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 25 พ.ค. 2551 (10:33)

ตอนนี้เรามีความรู้มากกว่าเดิมแล้วนะคะ



จากเดิม (ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1) เวลาจะเขียนกราฟของสมการ x2 = 8y

เราต้องหาคู่อันดับ (x, y) โดยการกำหนดค่า x ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แล้วหาค่า y จากการแก้สมการ

แล้วนำคู่อันดับที่ได้ไปลงจุด  แล้วลากเส้นโค้งเชื่อมจุดต่าง ๆ ตามแนวจุดที่ได้มา



ตอนนี้ เราเรียนรู้แล้วว่า เราสามารถเขียนสมการ x2 = 8y ให้อยู่ในรูป

x2 = 4cy  ซึ่งมีจุดยอดอยู่ที่ (0,0) จุดโฟกัสอยู่ที่ (0,c)

แกนของพาราโบลาคือ x = 0  สมการไดเรกตริกซ์คือ y = -c

ความยาวลาตัสเรกตัม = |4c|



จากความรู้ข้างบนนี้  เราจึงเขียนสมการ  x2 = 8y ใหม่ให้อยู่ในรูป  



x2 = 4 * 2y 



ซึ่งจะมีจุดยอดอยู่ที่ (0,0)



จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, 2)



แกนของพาราโบลาคือ x = 0  



สมการไดเรกตริกซ์คือ y = -2



ความยาวลาตัสเรกตัม = |4 * 2|



เราก็นำส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ไปเขียนกราฟได้ ดังนี้

94191

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 25 พ.ค. 2551 (14:06)
94248

จากรูปในความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 เลือกจุดบนพาราโบลามาจุดหนึ่ง


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 25 พ.ค. 2551 (14:13)

สมมติ P เป็นจุดใด ๆ บนพาราโบลา ซึ่งมี PF เป็นระยะห่างจากจุด P ถึงจุดโฟกัส

และ PD เป็นระยะห่างจากจุด P ถึงเส้นไดเรกตริกซ์

94281

ลากส่วนของเส้นตรง FD



ที่ จุด P ลากเส้นตรง PE ให้ตั้งฉากกับ FD ที่จุด E



คุณคิดว่า FE จะเท่ากับ ED หรือไม่? เพราะเหตุใด?


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 25 พ.ค. 2551 (19:17)
94281

พิจารณารูปสามเหลี่ยม PFE และรูปสามเหลี่ยม PED ว่ามีอะไรที่เท่ากันอยู่แล้วบ้าง



รูปสามเหลี่ยม PFE และรูปสามเหลี่ยม PED มีสิ่งที่เท่ากันอยู่แล้วได้แก่


มุม PEF = มุม PED = 1 มุมฉาก (เส้นตรง PE ตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรง FD จากการสร้างของเราเอง)


PF = PD (จุดใด ๆ บนพาราโบลาย่อมอยู่ห่างจากจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์เป็นระยะทางเท่ากัน)


PE = PE (เป็นด้านเดียวกัน หรือ เรียกว่าด้านร่วม)


เพราะฉะนั้น รูปสามเหลี่ยม PFE เท่ากับรูปสามเหลี่ยม PED ทุกประการ (ฉาก ด้าน ด้าน)


ดังนั้น FE = ED (เมื่อรูปสามเหลี่ยมสองรูปเท่ากันทุกประการแล้ว อะไร ๆ ของมันก็ย่อมเท่ากันหมด)
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 26 พ.ค. 2551 (01:18)
94333

เราสามารถพิสูจน์ได้ว่า รูปสามเหลี่ยม PFE เท่ากับรูปสามเหลี่ยม PED ทุกประการเสมอ

ไม่ว่า จุด P จะอยู่ ณ ตำแหน่งใดบนกราฟพาราโบลา



ความรู้ที่ค้นพบใหม่นี้ ทำให้เรารู้วิธีเขียนกราฟพาราโบลาอีกวิธีหนึ่ง

นั่นคือ เมื่อเราหาจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์จากสมการได้แล้วให้ทำต่อไป ดังนี้


1. ลงจุดบนเส้นไดเรกตริกส์ สร้างส่วนของเส้นตรงเชื่อมจุดโฟกัสและจุดบนไดเรกตริกซ์

2. ลากเส้นตรงแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมจุดโฟกัสกับจุดบนไดเรกตริกซ์

3. ลากเส้นตรงจากจุดบนไดเรกตริกซ์ให้ตั้งฉากกับเส้นไดเรกตริกซ์ไปตัดกับเส้นตรงในข้อ 2

  จุดที่ตัดกันก็คือจุดจุดหนึ่งของกราฟพาราโบลานั่นเอง



ต้องการจุดของกราฟพาราโบลาเพิ่ม ก็ลงจุดบนไดเรกตริกซ์เพิ่ม แล้วทำกระบวนการจากข้อ 1 - 3 อีก
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 26 พ.ค. 2551 (10:11)
94342

รูปแสดงวิธีเขียนกราฟพาราโบลาวิธีหนึ่ง หลังจากที่หาจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์จากสมการได้แล้ว



เช่น ต้องการเขียนกราฟของสมการ x2 = 10y



เขียนสมการให้อยู่ในรูป x2 = 4cy ซึ่งมีจุดยอดที่จุด (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0, c)

แกนของพาราโบลาคือเส้นตรง x = 0 สมการไดเรกตริกซ์คือ y = -c



จะได้  x2 = 4 * 2.5y  ซึ่งมีจุดยอดที่จุด (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0, 2.5)

แกนของพาราโบลาคือเส้นตรง x = 0 สมการไดเรกตริกซ์คือ y = -2.5



เมื่อลงจุดยอด จุดโฟกัส โดยใช้เส้นตรง x=0 เป็นแกน และลงเส้นไดเรกตริกซ์แล้ว ทำต่อไป ดังนี้



1. ลงจุดบนเส้นไดเรกตริกส์ สร้างส่วนของเส้นตรงเชื่อมจุดโฟกัสและจุดบนไดเรกตริกซ์
2. ลากเส้นตรงแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรงที่เชื่อมจุดโฟกัสกับจุดบนไดเรกตริกซ์
3. ลากเส้นตรงจากจุดบนไดเรกตริกซ์ให้ตั้งฉากกับเส้นไดเรกตริกซ์ไปตัดกับเส้นตรงในข้อ 2
   จุดที่ตัดกันก็คือจุดจุดหนึ่งของกราฟพาราโบลานั่นเอง

ต้องการจุดของกราฟพาราโบลาเพิ่ม ก็เปลี่ยนตำแหน่งของจุดบนไดเรกตริกซ์ แล้วทำกระบวนการจากข้อ 1 - 3 อีก


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 26 พ.ค. 2551 (16:57)

ขอบคุณท่านผู้รู้ทุกท่านที่มาช่วยตอบนะครับ



เป็นประโยชน์กับผมมากๆเลย



ขอบคุณจริงๆครับ


ja_spmm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 26 พ.ค. 2551 (17:14)

หลังจากเราสร้างความรู้โดยการคาดคะเนหรือคาดการณ์จากตัวอย่างที่เห็นจริงหลาย ๆ ตัวอย่างแล้ว

ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่เราสร้างขึ้นจะเป็นที่ยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

ถ้าเราสามารถตรวจสอบสิ่งที่เราสร้างขึ้นโดยการพิสูจน์ในเชิงเหตุผลตามหลักตรรกวิทยาได้ 



นั่นคือ เราต้องใช้หลักการอ้างเหตุผลประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการต่อไปนี้



1.1  สิ่งที่เห็นจริง (axiom)



1.2  คำนิยามและหลักการเบื้องต้น (definition and first principles)



1.3  ข้อตกลงเบื้องต้นหรือสัจพจน์ (postulates)



1.4  ทฤษฎีบท (theorem) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว



เพื่อตรวจสอบว่า กราฟที่เราเขียนขึ้นนั้นเป็นพาราโบลาจริงหรือไม่

เราจะต้องสามารถพิสูจน์ได้อย่างสมเหตุสมผล ครอบคลุมทุก ๆ จุดบนกราฟนั้น

ในที่นี้เราจะอ้างนิยามของพาราโบลา และทฤษฎีบทความเท่ากันทุกประการเป็นหลักค่ะ



นิยาม  พาราโบลาคือเซ็ตของจุดที่อยู่ห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่ง และเส้นตรงคงที่เส้นหนึ่งเป็นระยะทางเท่ากัน 



เรียกจุดคงที่นั้นว่า จุดโฟกัส (focus) และเรียกเส้นตรงคงที่นั้นว่า เส้นไดเรกตริกซ์ (directrix)



เพราะฉะนั้น  กราฟที่เราเขียนขึ้นนี้เป็นพาราโบลาแน่ ๆ ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่า PF = PA  เสมอ

สำหรับจุด P ทุกจุดที่เกิดจากการสร้างด้วยกระบวนการนี้



94342


จากรูป  ถ้าเราลากส่วนของเส้นตรงเชื่อมจุด P และจุดโฟกัส F



จะได้รูปสามเหลี่ยมสองรูป คือ รูปสามเหลี่ยม PFE และรูปสามเหลี่ยม PEA 



รูปสามเหลี่ยมสองรูปนี้มีบางสิ่งที่เท่ากันอยู่แล้ว ได้แก่



1.  PE = PE  (ด้านร่วม)



2.  มุม PEF = มุม PEA = 1 มุมฉาก  (จากการสร้างของเราเอง ในข้อ 2 ของความเห็นเพิ่มเติมที่ 29)



3.  FE = EA (จากการสร้างของเราเอง ในข้อ 2 ของความเห็นเพิ่มเติมที่ 29)



4. รูปสามเหลี่ยม PFE และรูปสามเหลี่ยม PEA เท่ากันทุกประการ (จากข้อ 1, 2, 3  ด้าน มุม ด้าน)



5.  PF = PA (จากข้อ 4)



6.  จุด P ทุกจุดที่เกิดจากการสร้างด้วยกระบวนการนี้เป็นกราฟพาราโบลา (จากข้อ 5 และนิยามของพาราโบลา)


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 26 พ.ค. 2551 (19:45)

เมื่อเราเข้าใจสมการในรูป x2 = 4cy ซึ่งมีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0, c) 

แกนของพาราโบลาคือสมการ x = 0 ไดเรกตริกซ์คือสมการ y = -c อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว



เราก็สามารถทำความเข้าใจสมการในรูป y2 = 4cx ได้อย่างรวดเร็วในทำนองเดียวกัน ดังนี้ 



สมการ y2 = 4cx มีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (c, 0) 

แกนของพาราโบลาคือสมการ y = 0 ไดเรกตริกซ์คือสมการ x = -c



นั่นคือ เปลี่ยนจาก x เป็น y และเปลี่ยนจาก y เป็น x  ในทุก ๆ ประเด็น



พาราโบลาที่ได้ก็จะเปลี่ยนจากรูปหงายหรือคว่ำ ไปเป็นรูปตะแคงขวาหรือตะแคงซ้ายแทนค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 27 พ.ค. 2551 (07:26)

คิก ๆ

ครูไผ่ติดลมแล้ว สอนไม่ยอมเลิก



ภาพ 1 ภาพแทนคำพูดได้เป็นพันค่ะ

94478


แสดงวิธีเขียนกราฟของสมการในรูป x2 = 4cy (ในที่นี้คือ x2 = 4*2.5y) ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า

จุดบนกราฟที่เราสร้างขึ้นอยูห่างจากจุดโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์เป็นระยะทางเท่ากันเสมอ
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 29 พ.ค. 2551 (10:43)

ภาพ 1 ภาพแทนคำพูดได้เป็นพันค่ะ


       94478



สรุปตบท้ายอีกทีให้อยู่ในรูปทั่วไป (เป็นนามธรรม ไม่เฉพาะเจาะจงที่ค่าใดค่าหนึ่ง)

94732

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 29 พ.ค. 2551 (10:49)
    94733


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 29 พ.ค. 2551 (10:58)

หลังจากเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วก็จะจำไม่ยาก



นานไป ถ้าบังเอิญลืม ก็สามารถคิดใหม่ออกมาได้



เคล็ดไม่ลับในการจำ



กำลังสองอยู่ที่ตัวแปร x  กราฟเป็นรูปหงายหรือคว่ำ



กำลังสองอยู่ที่ตัวแปร y  กราฟเป็นรูปตะแคงขวาหรือตะแคงซ้าย


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 30 พ.ค. 2551 (07:26)

จากสมการ X2 = 8y  ซึ่งมีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0)  จุดโฟกัสอยู่ที่จุด (0, 2)



แกนของพาราโบลา คือ เส้นตรง x = 0 หรือแกน Y



สมการไดเรกตริกซ์ คือ y = -2



เราลองคัดลอกพาราโบลารูปเดิมไปวางในตำแหน่งใหม่



โดยให้จุดยอดของพาราโบลาไปอยู่ที่ จุด (6, 5)



94842


แล้วพิจารณาหาความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ  ในรูปใหม่กับรูปเดิม  ดังนี้



1.  จุดโฟกัสของรูปใหม่คือจุด (6, 7) เกี่ยวข้องกับจุดโฟกัสของรูปเดิมคือจุด (0, 2) อย่างไร



2.  แกนของพาราโบลารูปใหม่ คือ เส้นตรง x = 6 เกี่ยวข้องกับแกนของพาราโบลารูปเดิมคือ เส้นตรง x = 0 อย่างไร



3.  สมการไดเรกตริกส์ของรูปใหม่คือ y = 3 เกี่ยวข้องกับสมการไดเรกตริกซ์ของรูปเดิมคือ y = -2 อยางไร



4. จุดใด ๆ บนกราฟพาราโบลารูปใหม่ เกี่ยวข้องกับรูปเดิมอย่างไร เช่นจุด P' เกี่ยวข้องกับจุด P อย่างไร


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 30 พ.ค. 2551 (14:47)

ไม่มีใครมาตอบ  คิก ๆ ถามเองตอบเองก็ได้ค่ะ



พาราโบลาที่จุดยอดใหม่ (6, 5)  เกี่ยวข้องกับพาราโบลาที่จุดยอดเดิม (0, 0)  ดังนี้ 



จุดโฟกัสใหม่ (6, 7) เกี่ยวข้องกับจุดโฟกัสเดิม (0, 2) ดังนี้ (6, 7) = (0+6, 2+5)



แกนใหม่  x = 6 เกี่ยวข้องกับแกนเดิม x = 0 ดังนี้  แกนใหม่ x = 6 คือ x = 0 + 6 



สมการไดเรกตริกซ์ใหม่ y = 3 เกี่ยวข้องกับสมการไดเรกตริกซ์เดิม y = -2 ดังนี้

สมการไดเรกตริกซ์ใหม่ y = 3 คือ y = -2 + 5



จุดใด ๆ บนกราฟพาราโบลารูปใหม่ กับรูปเดิม  



เช่นจุด P' (10, 7) เกี่ยวข้องกับจุด P (4, 2) ดังนี้  (10, 7) = (4+6, 2+5)


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 31 พ.ค. 2551 (09:20)

จากความเห็นเพิ่มเติมที่ 38, 39 เราได้ข้อคาดการณ์ว่า



ค่า x ของพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่(6, 5) = ค่า x ของพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่ (0, 0) + 6



ค่า y ของพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่ (6, 5) = ค่า y ของพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่ (0, 0) + 5



ทดลองคัดลอกพาราโบลารูปอื่น ๆ ที่มีจุดยอดอยู่ที่จุด (0, 0) ไปวางไว้ ณ ตำแหน่งอื่นให้จุดยอดอยู่ที่จุดอื่น ๆ

ดูว่าข้อคาดการณ์นี้เป็นจริงเสมอหรือไม่



ทดลองแล้วพบว่าเป็นจริงเสมอ



ดังนั้น จากรูปในความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 ถ้าจะเขียนสมการของพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่ (6, 5) ให้อยู่ในรูป x2 = 4cy

จึงต้องนำ 6 ไปหักออกจากค่าที่เกี่ยวข้องกับ x และนำ 5 ไปหักออกจากค่าที่เกี่ยวข้องกับ y

เนื่องจากสมการในรูป x2 = 4cy มีจุดยอดอยู่ที่ (0, 0)



จากรูปในความเห็นเพิ่มเติมที่ 38



พาราโบลารูปที่มีจุดยอดอยู่ที่ (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, 2) เขียนสมการของพาราโบลาในรูป  x2 = 4cy ได้ดังนี้   x2 = 4*2y



ดังนั้น พาราโบลารูปที่มีจุดยอดอยู่ที่ (6, 5) จุดโฟกัสอยู่ที่ (6, 7) เขียนสมการของพาราโบลาได้ดังนี้   (x-6)2 = 4*(7-5)(y-5)



นำสมการของทั้งสองรูปในความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 มาเปรียบเทียบกันได้ดังนี้



สมการของรูปที่มีจุดยอด (0, 0) จุดโฟกัส (0, 2) คือ  x2 = 4*2y



สมการของรูปที่มีจุดยอด (6, 5) จุดโฟกัส (6, 7) คือ (x-6)2 = 4*(7-5)(y-5)
                                                            หรือ (x-6)2 = 4 * 2 (y-5)



เราจะมาตรวจสอบสมการ (x-6)2 = 4*(7-5)(y-5) หรือ (x-6)2 = 4*2 (y-5)
ด้วยความรู้เดิม ๆ ของเราดูว่ามันเป็นจริงหรือไม่



(x-6)2 = 4 * (7-5)(y-5)



(x-6)2 = 4 * 2(y-5)



x2-12x+36 = 4 *(2y -10)



x2-12x+36 = 8y - 40



8y = x2-12x + 36 + 40



y = 1/8 ( x2-12x + 76)



y = 1/8x2-3/2x + 19/2



กำหนดค่า x ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แล้วหาค่า y ของแต่ละค่า x ได้ดังนี้





x0123456789101112
y9.58.1376.135.55.1355.135.56.1378.139.5


ลงจุด (x, y) จากตาราง



94986


โอ้โฮ เฮะ ! จุด (x, y) จากตารางทุกจุดอยู่บนกราฟที่มีจุดยอด (6,5) ทั้งหมดเลย



แสดงว่า (x-6)2 = 4*(7-5)(y-5) หรือ (x-6)2 = 4 * 2 (y-5)


เป็นสมการของพาราโบลาที่มีจุดยอด (6, 5) ในความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 จริง



ทดลองย้ายแกน (เปลี่ยนตำแหน่งจุดยอด) ของพาราโบลาในรูป x2 = 4cy อีกสักสามสี่ห้าหก ... สมการ ดูว่าจะได้ผลทำนองเดียวกันเสมอหรือไม่ 

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 2 มิ.ย. 2551 (04:44)

print กริด ในความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 ไปทดลองย้ายแกนและจุดยอดของพาราโบลาในรูป x2 = 4cy 

อีกสามสี่ห้าหก ... สมการแล้วพบว่าได้ผลทำนองเดียวกับความเห็นเพิ่มเติมที่ 38, 39, 40



เช่น 



สมการ x2 = 4(-1)y ซึ่งมีจุดยอด (0, 0) จุดโฟกัส (0, -1)  

ถ้าเลื่อนรูปไปให้จุดยอดเป็น (2, 6) จะได้จุดโฟกัส (2, 5)  สมการ คือ (x - 2)2= 4 (5 - 6)(y - 6) หรือ (x - 2)2= 4 (-1)(y - 6)



สมการ x2 = 4 * 2.5y ซึ่งมีจุดยอด (0, 0) จุดโฟกัส (0, 2.5)  

ถ้าเลื่อนรูปให้จุดยอดอยู่ที่ (-2, 4) จะได้จุดโฟกัส (-2, 6.5)  สมการ คือ (x -(-2))2= 4 (6.5 - 4)(y - 4) หรือ (x - (-2))2= 4 * 2.5 (y - 4)



และจากสมการในความเห็นฯ ที่ 40



สมการ x2 = 4*2y ซึ่งมีจุดยอดอยู่ที่ (0, 0) จุดโฟกัสอยู่ที่ (0, 2)  

ถ้าเลื่อนรูปให้จุดยอดอยู่ที่ (6, 5) จะได้จุดโฟกัส (6, 7) สมการ คือ  (x-6)2 = 4*(7-5)(y-5) หรือ (x-6)2 = 4 * 2(y-5)



พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างสมการใหม่กับสมการเดิม ในทุกคู่ เทียบกับสมการ x2 = 4cy



จะเห็นว่า ค่า c ของสมการใหม่กับสมการเดิม เท่ากันทุกคู่



ดังนั้น ถ้าให้ (h, k) แทนจุดยอดใด ๆ จะได้สมการพาราโบลา คือ



(x-h)2 = 4 * c (y-k)


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 2 มิ.ย. 2551 (09:11)

คราวนี้เราจะมาพิจารณาค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมการ  (x-h)2 = 4 * c (y-k)



ถ้าไม่มีรูป มันพูดยาก และพาลจะพูดผิดเอาเสียด้วยซิ



พิจารณาตัวอย่างกราฟแต่ละคู่ต่อไปนี้

95545

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 3 มิ.ย. 2551 (09:51)

พิจารณาตัวอย่างอีกคู่หนึ่ง

95546

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 3 มิ.ย. 2551 (15:21)

พิจารณาตัวอย่างอีกคู่หนึ่ง

95547

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 4 มิ.ย. 2551 (21:41)

จากการพิจารณากราฟของตัวอย่างสมการทั้งสามคู่ข้างบนนี้



พอจะบอกได้ไหมคะว่า



สมการ (x - h)2 = 4 c (y - k) ซึ่งมีจุดยอดอยู่ที่ (h, k)

มีแกนของพาราโบลา เป็นเส้นตรง x = h นั้น



เช่น (x - 6)2 = 4 * 2 (y - 5) มีจุดยอดอยู่ที่ (6, 5)

มีแกนของพาราโบลา เป็นเส้นตรง x = 6



1. ค่า c เกี่ยวข้องกับจุดยอดและจุดโฟกัสอย่างไร



2. ค่า c เกี่ยวข้องกับสมการไดเรกตริกซ์อย่างไร



3. ถ้าลากส่วนของเส้นตรงผ่านจุดโฟกัสให้ตั้งฉากกับแกนของพาราโบลาโดยให้ปลายทั้งสองของส่วนของเส้นตรงอยู่บนพาราโบลา เราเรียกส่วนของเส้นตรงนั้นว่า "ลาตัสเรกตัม (latusrectum)"

พิจารณาดูจากกราฟว่า ค่า c เกี่ยวข้องกับ "ความยาวลาตัสเรกตัม" อย่างไร


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 5 มิ.ย. 2551 (21:54)

ตอบความเห็นฯ ที่ 52



1.  ถ้า c>0 จุดโฟกัสอยู่เหนือจุดยอด ห่างจากจุดยอดเป็นระยะเท่ากับ |c| 



ถ้า c<0  จุดโฟกัสอยู่ใต้จุดยอด  ห่างจากจุดยอดเป็นระยะเท่ากับ |c|



ถ้าจุดยอดอยู่ที่ (h, k)  จุดโฟกัสจะอยู่ที่ (h, k+c)



ถ้าจุดยอดอยู่ที่ (0, 0)  จุดโฟกัสจะอยู่ที่ (0, 0+c) = (0, c)



 



2.  เส้นไดเรกตริกซ์อยู่ห่างจากจุดยอดเป็นระยะเท่ากับ |c| ในทิศตรงข้ามกับจุดโฟกัส



ถ้าจุดยอดอยู่ที่ (h, k) สมการไดเรกตริกซ์ คือ y = k-c 



ถ้าจุดยอดอยู่ที่ (0, 0) สมการไดเรกตริกซ์ คือ y = 0-c หรือ y = -c



 



3.  ความยาวลาตัสเรกตัม เท่ากับ |4c| เสมอ ไม่ว่าจุดยอดจะอยู่ที่ (0, 0) หรืออยู่ที่ (h, k) ใด ๆ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 6 มิ.ย. 2551 (06:06)

คราวนี้เราก็มาลองทำโจทย์ข้อ 5 ของหนู ja_spmm คือสมการ  4x2 - 24x -1y -15 = 0  นะคะ



เวลาเอาความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา  เราจะต้องมีการปรับปัญหาให้เข้ากับความรู้ที่เรามีอยู่  หรือปรับความรู้ที่เรามีอยู่ให้เข้ากับปัญหา



อันดับแรกเลย เราก็จัดการปรับปัญหาให้เข้ากับความรู้ที่เรามีอยู่  ถ้าปรับไม่ได้ เราก็ต้องปรับความรู้ที่เรามีอยู่ให้เข้ากับปัญหา นั่นคือ ต้องสร้างความรู้ใหม่มาใช้ในการแก้ปัญหา



ความรู้ที่เรามีอยู่ในขณะนี้คือ เรารู้ว่า

(x-h)2 = 4c(y-k) เป็นสมการของกราฟพาราโบลาที่มีจุดยอดอยู่ที่ (h, k)  จุดโฟกัสอยู่ที่ (h, k+c)   สมการแกนของพาราโบลาคือ x = h   สมการไดเรกตริกซ์ คือ y = k-c



ดังนั้น เราจึงจัดการปรับ 4x2 - 24x -1y -15 = 0  ให้อยู่ในรูป (x-h)2 = 4c(y-k)  ดังนี้



4x2 - 24x -1y -15 = 0



     4x2 - 24x  -15 = y



นำ 4 มาหารตลอด จะได้



   x2 - 6x - (15/4) = (1/4)y



เราจะทำ 3 พจน์ทางซ้ายให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์ ในที่นี้พจน์ที่ 3 ต้องเป็นจำนวนอื่นไม่ใช่ -(15/4) เราจึงกำจัด -(15/4) ออกจากทางซ้ายด้วยการบวก (15/4) เข้าทั้งสองข้างเพื่อคงความเป็นสมการไว้ จะได้



              x2 - 6x  = (1/4)y + 15/4



ในที่นี้ พจน์ที่ 3 ทางซ้ายต้องเป็น +9 จึงจะเป็นกำลังสองสมบูรณ์ เราจึงบวก 9 ทั้งสองข้างเพื่อคงความเป็นสมการไว้ จะได้



         x2 - 6x + 9 = (1/4)y + 15/4 + 9



             (x - 3)2  = (1/4)(y + 15 + 36)



             (x - 3)= (1/4)(y + 51)



             (x - 3)= (1/4)(y - (-51))



             (x - 3)= 4 * (1/16)(y - (-51))



 



เย้ ! เราปรับ 4x2 - 24x -1y -15 = 0 ให้อยู่ในรูป (x-h)2 = 4c(y-k) สำเร็จแล้ว



บอกได้ไหมคะว่า



1.  จุดยอดอยู่ที่ไหน



2.  จุดโฟกัสอยู่ที่ไหน



3.  สมการของแกนคืออะไร



4.  สมการไดเรกตริกส์คืออะไร



5.  ความยาวของลาตัสเรกตัมเป็นเท่าใด

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 7 มิ.ย. 2551 (09:30)

ตอบคำถามในความเห็นเพิ่มเติมที่ 54



สมการ (x - 3)= 4 * (1/16)(y - (-51))  เป็นพาราโบลา ซึ่งมี



1.  จุดยอด อยู่ที่ (3, -51)



2.  จุดโฟกัส อยู่ที่ (3, -51+1/16) คือจุด (3, -50.94)



3.  แกนของพาราโบลา คือ เส้นตรง x = 3



4.  สมการไดเรกตริกซ์ คือ  y = -51 - 1/16 



                             หรือ y = -51.06



5.  ความยาวของลาตัสเรกตัม เท่ากับ |4 * (1/16)| = 1/4 = 0.25



นำค่าต่าง ๆ มาเขียนกราฟได้ดังนี้


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 7 มิ.ย. 2551 (09:41)
96127

ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 7 มิ.ย. 2551 (09:51)

ฮ่า ๆ



ถามเอง ตอบเอง สอนตัวเองค่ะ



หวังว่าคนอื่นคงพลอยได้ประโยชน์ไปด้วยนะคะ



โปรดสังเกตว่า ครูไผ่จะไม่ใช้ 555 แทนเสียงหัวเราะ อย่างที่เด็ก ๆ ชอบใช้กัน เพราะนอกจากจะใช้สัญลักษณ์ไม่ตรงความหมายแล้ว ถ้าคนภาษาอื่นมาอ่าน เขาก็ไม่ได้อ่านเป็นเสียงหัวเราะด้วย



เช่น คนพูดภาษาอังกฤษมาอ่าน 555 เขาก็จะออกเสียงว่า ไฟว์ ๆ ๆ มันช่างเป็นเสียงหัวเราะที่ตลกจังเลยนะ ไฟว์ ๆ ๆ



หรือคนพูดภาษาจีนมาอ่าน 555 เขาก็อาจจะออกเสียงว่า โง่ ๆ ๆ ยิ่งตลกแย่ไปใหญ่เลยค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 7 มิ.ย. 2551 (22:46)

ดูตัวอย่างหนึ่งของการนำพาราโบลาไปช่วยแก้ปัญหาในกระทู้นี้ค่ะ http://www.vcharkarn.com/vcafe/38820/7


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 11 มิ.ย. 2551 (10:14)

เมื่อเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วอย่าลืมสรุปให้สั้นและกระชับเพื่อสะดวกในการนำติดหัวไปใช้ได้อย่างรวดเร็วนะคะ



ในกรณีของพาราโบลาที่มีแกนขนานกับแกน x ก็ทำนองเดียวกัน  โดยเปลี่ยนจาก x เป็น y เปลี่ยนจาก y เป็น x  ในทุก ๆ ประเด็น  ถ้าไม่แน่ใจก็ลองเปลี่ยนแล้วสร้างรูปดูว่าได้รูปที่สอดคล้องกับสมการหรือไม่  ก็จะทราบได้ว่าเราลืมเปลี่ยนที่จุดใดบ้าง



จากประสบการณ์ของครูไผ่เอง ครูไผ่จะจำเพียงแบบเดียวเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน  เมื่อเราจำแบบเดียวได้แม่น  เราก็สามารถแยกแยะและทำอีกแบบหนึ่งให้ต่างจากแบบที่เราจำค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 20 ส.ค. 2551 (17:54)
หาสมการไดเรกตริกซ์ทำไงค่ะ
boomforever@hotmail.c0m (IP:125.27.49.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 20 ส.ค. 2551 (19:49)

ลองไล่อ่านมาตั้งแต่ความเห็นต้น ๆ สิคะ  
หรือถามคำถามให้ยาวกว่านี้
เช่น มีโจทย์ หรือมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นอีกนิดหนึ่ง

ถ้าใช้คำถามสั้นจุ๊ดจู๋อย่างนี้ ก็ต้องอ่านเองตั้งแต่ต้นล่ะค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3232 ครั้ง - ดาว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 28 ก.ค. 2554 (09:26)
โอ้ยคิดได้ไง
เยอะมากวินเลยตู @-@เห้อ
asdasdasd (IP:49.48.148.80)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม