การต่อสู้เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศกำลังเป็นไปอย่างดุเดือด เป็นข่าวดีที่ได้รู้ว่าธรรมชาติก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหมือนกัน นักวิจัยแห่งห้องทดลอง Tree Ring ของกรมป่าไม้สหรัฐได้ค้นพบว่าต้นไม้ริมชายฝั่งหรือลำธารสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นพันๆปี ซึ่งยาวนานกว่าต้นไม้ในป่าทั่วๆไป
“ถ้าต้นไม้จุ่มอยู่ในน้ำ ก็จะสามารถเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 2,000 ปี” นายริชาร์ด กิวเยตต์ผู้อำนวยการห้องทดลอง Tree Ring กล่าว “ถ้าต้นไม้ต้นเดิมเกิดไปขึ้นในป่าทั่วๆไป ตัวเลขดังกล่าวจะกลายเป็น 20 ปี ถ้าเป็นไม้ฟืนก็แค่ปีเดียว”
ทีมนักวิจัยศึกษาต้นไม้ทางตอนเหนือของรัฐมิสซูรี่ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นป่าไม้ติดชายฝั่ง หรือริมฝั่งลำธาร (Riparian forest) ซึ่งมีต้นโอ๊คเก่าแก่ บางต้นมีอายุมากถึง 14,000 ปี
กระบวนการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้เหล่านี้ดำเนินมาตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงปัจจุบัน ยิ่งมีต้นไม้ที่แช่ในน้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นเท่านั้น นายกิวเยตต์เสริม
ต้นไม้จะกักเก็บคาร์บอนไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่ และปล่อยออกไปสู่ชั้นบรรยากาศเมื่อตายและค่อยๆถูกย่อยสลายไป การค้นพบว่าสภาพเฉพาะบางอย่างทำให้กระบวนการวัฎจักรคาร์บอนเกิดขึ้นช้าลงทำให้เรารู้ถึงข้อดีของป่าไม้ริมชายฝั่ง
“คาร์บอนมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมาก ข้อมูลที่ทำให้เรารู้ว่ามันไปอยู่ไหนจะมีความสำคัญมากในอนาคต” ไมเคิล สแตมบอห์ หนึ่งในนักวิจัยกล่าว “เป้าหมายเราอยู่ที่การเพิ่มองค์ความรู้ในด้านวัฎจักรคาร์บอน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนคาร์บอนระหว่างชั้นบรรยากาศกับส่วนของพื้นผิวโลก”
การค้นพบครั้งนี้อาจหมายถึงเรื่องเงินๆทองๆของเจ้าของที่ดิน แม้จะไม่โด่งดังในสหรัฐ แต่การค้าขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading หรือ Cap and Trade) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในยุโรปและเอเชีย การค้าขายดังกล่าวเป็นแรงจูงใจทางการเงินให้คนหรือบริษัทปล่อยมลพิษน้อยลง เช่นในยุโรปและญี่ปุ่น แต่ละองค์กรสามารถปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศได้ในจำนวนจำกัด หากจะปล่อยเกิน จะต้องทำการซื้อปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ (carbon credit) มา คาร์บอนเครดิต 1 หน่วยมีปริมาณเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งเมตริกตันหรือปริมาณก๊าซมลพิษอื่นๆที่สร้างความเสียหายเทียบเท่ากัน
วิธีการซื้อคาร์บอนเครดิตก็มีหลายวิธี เช่น การปลูกต้นไม้ใหม่ๆ การเก็บก๊าซมีเทนจากที่ฝังขยะ หรือซื้อมาจากองค์กรอื่นที่ทำกิจกรรมดังกล่าว เป็นต้น
“ชาวนาก็ขายคาร์บอนเครดิตด้วยการกักเก็บคาร์บอนด้วยต้นไม้ที่ตัวเองปลูก” นายกิวเยตต์ทิ้งท้าย “บริษัทที่ปล่อยมลพิษเกินจำนวนที่กำหนดไว้ยินดีที่จะซื้อคาร์บอนเครดิตเห่ลานี้เพื่อไปหักล้างจำนวนที่ปล่อยเกินจำนวนที่กำหนดไป”
ลองคิดดูว่า ถ้านโยบายการการค้าขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกยังมีอยู่ต่อไป เจ้าของที่ดินที่มีต้นโอ๊คริมชายฝั่งหรือลำธารจะมีเงินจากการขายคาร์บอนเครดิตใช้ไปอีกกี่ปี
แหล่งข่าว: University of Missouri-Columbia
"Ancient Oak Trees Help Reduce Global Warming"
ScienceDaily 28 June 2008
http://www.sciencedaily.com¬ /releases/2008/06/080627163041.htm