การแยกสาร

อยากทราบว่าสารคู่ต่อไปนี้ใดแยกโดยวิธีเดียวกัน

1. สารสีม่วงในดอกอันชัน

2. น้ำมันในใบยูคาลิปตัส

3. ก๊าซออกซิเจนในอากาศ

4. ลูกเหม็นกับเกลือแกง

5. น้ำมันในผิวส้ม

6. น้ำเกลือจากน้ำทะเล

7. น้ำมันดิบ

ใช่ 2กะ5 แล้วก็ 4กะ6รึป่าวคะ

ขอบคุณค่ะ
1 ส.ค. 2546 18:20
149 ความเห็น
51126 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  ChemMan#113 (Guest)

1. = extraction

2. = extraction

3. = distillation from condensed air

4. = extraction or just let the naphthaline evaporate

5. = extraction

6. = crystallisation

7. = fractional distillation
1 ส.ค. 2546 19:23


ความคิดเห็นที่ 2 ChemMan#113 (Guest)

Sorry, Eucalyptus oil and oil from orange skin are volatile oil. So, they'd better separated by vapour distillation.
1 ส.ค. 2546 19:26


ความคิดเห็นที่ 4 daraggrom.p (Guest)

ดี๊....................................ดี
25 เม.ย. 2547 10:22


ความคิดเห็นที่ 8 สุดารัตน์ (Guest)

อยากทราบว่าการแยกสารเป็นยังไงค่ะ
20 ก.ย. 2547 10:51


ความคิดเห็นที่ 12 เด็ก ญส (Guest)

การแยกสารคือการแยกสารตั้งแต่2สิ่งขึ้นไปที่ผสมกันให้แยกจากกันซึ่งมีหลายวิธีด้วยกันค่ะ เช่น การกลั่น การกรอง การตกผลึก ฯลฯ
12 ธ.ค. 2547 22:19


ความคิดเห็นที่ 15 dearnattida@hotmail.com (Guest)

อยากทราบหลักการโดยละเอียดของ โครมาโทกราฟีผิวบาง (TLC) ค่ะ และอยากทราบเกียวกับ antrocyanin ซึ่งเป็นสารมีสี ม่วง นำเงิน ว่ามีคุณลักษณะ และคุณสมบัติอย่างไร และใช่สารที่ทำให้เกิดสีในไพลดำหรือเปล่าคะ
23 มี.ค. 2548 12:37


ความคิดเห็นที่ 16 kea_lovely@hotmail.com (Guest)

อยากทราหลักการการทำงานของเครื่องเซนติฟิลค่ะ
29 มี.ค. 2548 13:49


ความคิดเห็นที่ 17 สยว. (Guest)

อยากทราบว่าแยกน้ำตาลออกจากเกลือทำได้อย่างไร
26 มิ.ย. 2548 11:09


ความคิดเห็นที่ 18 suttipongyeekim@thaimail.com (Guest)

สุดยอดเนื้อหาดี
25 ก.ค. 2548 21:03


ความคิดเห็นที่ 19 sindy (Guest)

i love you
10 ส.ค. 2548 10:59


ความคิดเห็นที่ 25 แนท (Guest)

ดี
18 ส.ค. 2548 18:50


ความคิดเห็นที่ 26 มาม่า (Guest)

การแยกสารอาจเป็นสารเนื้อผสม
19 ส.ค. 2548 19:56


ความคิดเห็นที่ 27 www.may_tan@thaimail.com (Guest)

การแยกสารมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นยังไงหรือค่ะ ช่วยตอบด้วย
22 ส.ค. 2548 09:47


ความคิดเห็นที่ 28 ฟาตีมา บุญทวี (Guest)

อยากทราบว่าการแยกสารคืออะไร ใช้อะไรในการทดสอบบ้าง

และการแยกสารเนื้อผสมทำได้อย่างไร
22 ส.ค. 2548 19:47


ความคิดเห็นที่ 29 ปุยฝ้าย (Guest)

โครมาโทกราฟี คืออะไร ช่วยตอบด้วยค่ะ
22 ส.ค. 2548 19:49


ความคิดเห็นที่ 33 คนดี (Guest)

ขอบคุณ
26 ส.ค. 2548 08:52


ความคิดเห็นที่ 34 โต (Guest)

พี่ครับมีการแยกน้ำมันพื่ชออกจากเมล็ดพืชไหมครับ
29 ส.ค. 2548 18:39


ความคิดเห็นที่ 43 ฝ้าย1/8 (Guest)

การแยกสารละลายหมายถึงอะไร
8 ก.ย. 2548 09:42


ความคิดเห็นที่ 48 Ball (Guest)

ถ้าเราจะแยกสารเช่นCuCl2 ต้องทำให้เป็นสารละลายก่อนแล้วค่อยแยกด้วยไฟฟ้าใช่ไมครับ ถ้าใช่ตอนทำให้เป็นสารประกอบต้องทำให้เข้มข้นขนาดไหน แล้วก็เมื่อใช้ไฟฟ้าแยกแล้ว H2 กับ O มันจะไปอยู่ไหนอะครับ
3 ต.ค. 2548 21:18


ความคิดเห็นที่ 49 o.o (Guest)

การแยกสาร

การแยกสาร เป็นการทำให้สารบริสุทธิ์ การแยกสารจะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม องค์ประกอบ ประหยัดและสะดวก

วิธีการแยกสาร ที่ควรรู้จัก มีดังนี้

1. การกรอง (filtration)

เป็นวิธีที่ใช้แยกของแข็งที่มีอนุภาคใหญ่กว่า 10 - 4 cm ออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งนั้น

ไม่ละลายในของเหลว หรือมองเห็นชัดด้วยตาเปล่าว่าเป็นสารเนื้อผสมที่มีของแข็งแขวนลอยอยู่ใน

ของเหลว เช่น น้ำโคลน , น้ำแป้ง , แยกผลึกเกลือออกจากสารละลายเกลืออิ่มตัว

2. การกลั่น (distillation) มีหลักการสำคัญๆ คือ การทำให้ของเหลาวกลายเป็นไอแล้วทำการควบแน่นเป็นของเหลวอีก ซึ่งการกลั่นมีหลายแบบ

2.1.การกลั่นแบบธรรมดา (simple distillation) มีหลักการดังนี้

- สารองค์ประกอบต้องมีจุดเดือดต่างกันมาก โดยตัวถูกละลายต้องมีจุดเดือดสูงกว่าตัวทำละลาย

- ตัวถูกละลายต้องเป็นสารที่ระเหยยาก เช่น เกลือ น้ำตาล

2.2. การกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation) มีหลักการดังนี้

- ใช้แยกองค์ประกอบที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก และมีสารหลายชนิดปนกันอยู่ เช่น การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม, แอลกอฮอล์ปนน้ำ เป็นต้น

2.3. การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ (steam distillation) มีหลักการ คือ

- ใช้ไอน้ำพาสารระเหยที่อยู่ในพืชออกมา

- สารที่ต้องการสกัดต้องเป็นสารที่ระเหยง่าย

- สารที่ต้องการ ต้องไม่รวมตัวกับน้ำ เพื่อสะดวกในการแยกออกจากน้ำ เมื่อได้สารที่สกัดแล้ว

3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) ใช้แยกสารออกจากของผสมเนื้อเดียวที่อยู่ในรูปสารละลาย

โดยเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมดังนี้

- ตัวทำละลายต้องละลายสารที่ต้องการสกัดได้ดี แต่ไม่ละลายสารอื่น

- ตัวทำละลายต้องไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ต้องการสกัด

- สามารถแยกตัวทำละลายออกจากสารที่สกัดได้โดยง่าย เพื่อนำตัวทำละลายมาใช้อีก เป็นการประหยัด

- หาง่าย ราคาถูก

ส่วนมากใช้สกัดน้ำมันพืช ตัวทำละลายที่นิยม คือ เฮกเซน

4.โครมาโตกราฟี (chromatography)

เป็นวิธีการแยกสารโดยอาศัยความแตกต่างในการละลายและการดูดซับ เนื่องจากสารแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการละลายและการดูดซับได้ต่างกัน โดยสารที่ละลายได้ดีจะถูกดูดซับได้น้อยแต่เคลื่อนที่ได้เร็ว ในทางตรงข้าม สารใดที่ละลายได้น้อยจะถูกดูดซับได้มากเคลื่อนที่ได้ช้า



การหาค่าอัตราการเคลื่อนที่ (Rate of flow ; Rf )

สูตร Rf = ระยะทางที่สารเคลื่อนทีได้ / ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่

ค่า Rf จะมากน้อย ขึ้นอยู่กับ

- ชนิดของตัวทำละลาย

- ชนิดของตัวดูดซับ

- สภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิ, ความดัน

- ความสามารถในการละลายของสาร

สรุปสาระสำคัญของโครมาโตกราฟีแบบกระดาษ

- สารชนิดเดียวกันจะมีค่า Rf เท่ากัน ถ้าใช้สภาวะเดียวกัน

- ค่า Rf จะมีค่าไม่เกิน 1 และไม่มีหน่วย

- ถ้าแยกสารได้หลายสาร และมีค่า Rf ได้หลายค่า แสดงว่า สารนั้นเป็นสารไม่บริสุทธิ์ ถ้าแยกได้เพียงชนิดเดียว จะมีค่า Rf ค่าเดียว แต่สรุปไม่ได้ ว่าสารนั้นเป็นสารบริสุทธ์หรือสารละลาย เนื่องจากสารบางชนิดไม่มีสี หรือองค์ประกอบต่างๆ เคลื่อนที่ได้เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน

ข้อดีวิธีโครมาโตกราฟี

- ใช้ทดสอบสารตัวอย่างที่มีปริมาณน้อยได้

- ใช้ทดสอบมั่วไปในทางปริมาณวิเคราะห์ และคุณภาพวิเคราะห์

- ใช้แยกสารที่มีสีและไม่มีสีได้

- อาจแยกองค์ประกอบต่างๆ ในของผสมออกจากกันได้

- ถ้าแยกองค์ประกอบต่างๆ ได้ ก็สามารถสกัดสารออกจากตัวดูดซับได้

ข้อจำกัดของโครมาโตกราฟี

เมื่อองค์ประกอบต่างๆ เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้เท่าๆ กัน จะแยกออกจากกันไม่ได้ หรือแยกได้แต่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งแก้ได้โดย

- เปลี่ยนตัวทำละลาย

- เพิ่มความยาวของกระดาษโครมาโตกราฟี

5. การตกผลึก (crystallization)

เป็นการแยกสารโดยทำสารให้อิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง และปล่อยให้เย็นก็จะตกผลึกออกมา ได้ของแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งอาจต้องเลือกตัวทำละลายให้เหมาะสม ดังนี้

- ต้องละลายสารที่ตกผลึกได้มากที่อุณหภูมิสูง

- ต้องละลายที่ที่เจือปนได้ที่อุณหภูมิต่ำ

- ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ตกผลึก และกำจัดออกง่าย

6. การใช้กรวยแยก (seperating Funnel)

ใช้แยกของเหลวออกจากของเหลวที่ไม่ละลายซึ่งกันและกัน โดยนำของเหลวผสมเทใส่กรวยแยก ของเหลวที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ผเบากว่า) จะอยู่ชั้นบน และของเหลวที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะอยู่ชั้นล่าง จากนั้นค่อยๆ ไขก๊อกแยกของเหลวแต่ละชั้นออกมา

...นี้เป็นวิธีกย่างคล้าวๆน่ะครับ...
11 ต.ค. 2548 10:36

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น