การแยกสาร

อยากทราบว่าสารคู่ต่อไปนี้ใดแยกโดยวิธีเดียวกัน

1. สารสีม่วงในดอกอันชัน

2. น้ำมันในใบยูคาลิปตัส

3. ก๊าซออกซิเจนในอากาศ

4. ลูกเหม็นกับเกลือแกง

5. น้ำมันในผิวส้ม

6. น้ำเกลือจากน้ำทะเล

7. น้ำมันดิบ

ใช่ 2กะ5 แล้วก็ 4กะ6รึป่าวคะ

ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 

ChemMan#113 (Guest)
1 ส.ค. 2546 19:23
  1. 1. = extraction

    2. = extraction

    3. = distillation from condensed air

    4. = extraction or just let the naphthaline evaporate

    5. = extraction

    6. = crystallisation

    7. = fractional distillation



ความคิดเห็นที่ 2

ChemMan#113 (Guest)
1 ส.ค. 2546 19:26
  1. Sorry, Eucalyptus oil and oil from orange skin are volatile oil. So, they'd better separated by vapour distillation.



ความคิดเห็นที่ 4

daraggrom.p (Guest)
25 เม.ย. 2547 10:22
  1. ดี๊....................................ดี



ความคิดเห็นที่ 8

สุดารัตน์ (Guest)
20 ก.ย. 2547 10:51
  1. อยากทราบว่าการแยกสารเป็นยังไงค่ะ



ความคิดเห็นที่ 12

เด็ก ญส (Guest)
12 ธ.ค. 2547 22:19
  1. การแยกสารคือการแยกสารตั้งแต่2สิ่งขึ้นไปที่ผสมกันให้แยกจากกันซึ่งมีหลายวิธีด้วยกันค่ะ เช่น การกลั่น การกรอง การตกผลึก ฯลฯ



ความคิดเห็นที่ 15

dearnattida@hotmail.com (Guest)
23 มี.ค. 2548 12:37
  1. อยากทราบหลักการโดยละเอียดของ โครมาโทกราฟีผิวบาง (TLC) ค่ะ และอยากทราบเกียวกับ antrocyanin ซึ่งเป็นสารมีสี ม่วง นำเงิน ว่ามีคุณลักษณะ และคุณสมบัติอย่างไร และใช่สารที่ทำให้เกิดสีในไพลดำหรือเปล่าคะ



ความคิดเห็นที่ 16

kea_lovely@hotmail.com (Guest)
29 มี.ค. 2548 13:49
  1. อยากทราหลักการการทำงานของเครื่องเซนติฟิลค่ะ



ความคิดเห็นที่ 17

สยว. (Guest)
26 มิ.ย. 2548 11:09
  1. อยากทราบว่าแยกน้ำตาลออกจากเกลือทำได้อย่างไร



ความคิดเห็นที่ 18

suttipongyeekim@thaimail.com (Guest)
25 ก.ค. 2548 21:03
  1. สุดยอดเนื้อหาดี



ความคิดเห็นที่ 19

sindy (Guest)
10 ส.ค. 2548 10:59
  1. i love you



ความคิดเห็นที่ 25

แนท (Guest)
18 ส.ค. 2548 18:50
  1. ดี



ความคิดเห็นที่ 26

มาม่า (Guest)
19 ส.ค. 2548 19:56
  1. การแยกสารอาจเป็นสารเนื้อผสม



ความคิดเห็นที่ 27

www.may_tan@thaimail.com (Guest)
22 ส.ค. 2548 09:47
  1. การแยกสารมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นยังไงหรือค่ะ ช่วยตอบด้วย



ความคิดเห็นที่ 28

ฟาตีมา บุญทวี (Guest)
22 ส.ค. 2548 19:47
  1. อยากทราบว่าการแยกสารคืออะไร ใช้อะไรในการทดสอบบ้าง

    และการแยกสารเนื้อผสมทำได้อย่างไร



ความคิดเห็นที่ 29

ปุยฝ้าย (Guest)
22 ส.ค. 2548 19:49
  1. โครมาโทกราฟี คืออะไร ช่วยตอบด้วยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 33

คนดี (Guest)
26 ส.ค. 2548 08:52
  1. ขอบคุณ



ความคิดเห็นที่ 34

โต (Guest)
29 ส.ค. 2548 18:39
  1. พี่ครับมีการแยกน้ำมันพื่ชออกจากเมล็ดพืชไหมครับ



ความคิดเห็นที่ 43

ฝ้าย1/8 (Guest)
8 ก.ย. 2548 09:42
  1. การแยกสารละลายหมายถึงอะไร



ความคิดเห็นที่ 48

Ball (Guest)
3 ต.ค. 2548 21:18
  1. ถ้าเราจะแยกสารเช่นCuCl2 ต้องทำให้เป็นสารละลายก่อนแล้วค่อยแยกด้วยไฟฟ้าใช่ไมครับ ถ้าใช่ตอนทำให้เป็นสารประกอบต้องทำให้เข้มข้นขนาดไหน แล้วก็เมื่อใช้ไฟฟ้าแยกแล้ว H2 กับ O มันจะไปอยู่ไหนอะครับ



ความคิดเห็นที่ 49

o.o (Guest)
11 ต.ค. 2548 10:36
  1. การแยกสาร

    การแยกสาร เป็นการทำให้สารบริสุทธิ์ การแยกสารจะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม องค์ประกอบ ประหยัดและสะดวก

    วิธีการแยกสาร ที่ควรรู้จัก มีดังนี้

    1. การกรอง (filtration)

    เป็นวิธีที่ใช้แยกของแข็งที่มีอนุภาคใหญ่กว่า 10 - 4 cm ออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งนั้น

    ไม่ละลายในของเหลว หรือมองเห็นชัดด้วยตาเปล่าว่าเป็นสารเนื้อผสมที่มีของแข็งแขวนลอยอยู่ใน

    ของเหลว เช่น น้ำโคลน , น้ำแป้ง , แยกผลึกเกลือออกจากสารละลายเกลืออิ่มตัว

    2. การกลั่น (distillation) มีหลักการสำคัญๆ คือ การทำให้ของเหลาวกลายเป็นไอแล้วทำการควบแน่นเป็นของเหลวอีก ซึ่งการกลั่นมีหลายแบบ

    2.1.การกลั่นแบบธรรมดา (simple distillation) มีหลักการดังนี้

    - สารองค์ประกอบต้องมีจุดเดือดต่างกันมาก โดยตัวถูกละลายต้องมีจุดเดือดสูงกว่าตัวทำละลาย

    - ตัวถูกละลายต้องเป็นสารที่ระเหยยาก เช่น เกลือ น้ำตาล

    2.2. การกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation) มีหลักการดังนี้

    - ใช้แยกองค์ประกอบที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก และมีสารหลายชนิดปนกันอยู่ เช่น การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม, แอลกอฮอล์ปนน้ำ เป็นต้น

    2.3. การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ (steam distillation) มีหลักการ คือ

    - ใช้ไอน้ำพาสารระเหยที่อยู่ในพืชออกมา

    - สารที่ต้องการสกัดต้องเป็นสารที่ระเหยง่าย

    - สารที่ต้องการ ต้องไม่รวมตัวกับน้ำ เพื่อสะดวกในการแยกออกจากน้ำ เมื่อได้สารที่สกัดแล้ว

    3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) ใช้แยกสารออกจากของผสมเนื้อเดียวที่อยู่ในรูปสารละลาย

    โดยเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมดังนี้

    - ตัวทำละลายต้องละลายสารที่ต้องการสกัดได้ดี แต่ไม่ละลายสารอื่น

    - ตัวทำละลายต้องไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ต้องการสกัด

    - สามารถแยกตัวทำละลายออกจากสารที่สกัดได้โดยง่าย เพื่อนำตัวทำละลายมาใช้อีก เป็นการประหยัด

    - หาง่าย ราคาถูก

    ส่วนมากใช้สกัดน้ำมันพืช ตัวทำละลายที่นิยม คือ เฮกเซน

    4.โครมาโตกราฟี (chromatography)

    เป็นวิธีการแยกสารโดยอาศัยความแตกต่างในการละลายและการดูดซับ เนื่องจากสารแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการละลายและการดูดซับได้ต่างกัน โดยสารที่ละลายได้ดีจะถูกดูดซับได้น้อยแต่เคลื่อนที่ได้เร็ว ในทางตรงข้าม สารใดที่ละลายได้น้อยจะถูกดูดซับได้มากเคลื่อนที่ได้ช้า



    การหาค่าอัตราการเคลื่อนที่ (Rate of flow ; Rf )

    สูตร Rf = ระยะทางที่สารเคลื่อนทีได้ / ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่

    ค่า Rf จะมากน้อย ขึ้นอยู่กับ

    - ชนิดของตัวทำละลาย

    - ชนิดของตัวดูดซับ

    - สภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิ, ความดัน

    - ความสามารถในการละลายของสาร

    สรุปสาระสำคัญของโครมาโตกราฟีแบบกระดาษ

    - สารชนิดเดียวกันจะมีค่า Rf เท่ากัน ถ้าใช้สภาวะเดียวกัน

    - ค่า Rf จะมีค่าไม่เกิน 1 และไม่มีหน่วย

    - ถ้าแยกสารได้หลายสาร และมีค่า Rf ได้หลายค่า แสดงว่า สารนั้นเป็นสารไม่บริสุทธิ์ ถ้าแยกได้เพียงชนิดเดียว จะมีค่า Rf ค่าเดียว แต่สรุปไม่ได้ ว่าสารนั้นเป็นสารบริสุทธ์หรือสารละลาย เนื่องจากสารบางชนิดไม่มีสี หรือองค์ประกอบต่างๆ เคลื่อนที่ได้เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน

    ข้อดีวิธีโครมาโตกราฟี

    - ใช้ทดสอบสารตัวอย่างที่มีปริมาณน้อยได้

    - ใช้ทดสอบมั่วไปในทางปริมาณวิเคราะห์ และคุณภาพวิเคราะห์

    - ใช้แยกสารที่มีสีและไม่มีสีได้

    - อาจแยกองค์ประกอบต่างๆ ในของผสมออกจากกันได้

    - ถ้าแยกองค์ประกอบต่างๆ ได้ ก็สามารถสกัดสารออกจากตัวดูดซับได้

    ข้อจำกัดของโครมาโตกราฟี

    เมื่อองค์ประกอบต่างๆ เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้เท่าๆ กัน จะแยกออกจากกันไม่ได้ หรือแยกได้แต่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งแก้ได้โดย

    - เปลี่ยนตัวทำละลาย

    - เพิ่มความยาวของกระดาษโครมาโตกราฟี

    5. การตกผลึก (crystallization)

    เป็นการแยกสารโดยทำสารให้อิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง และปล่อยให้เย็นก็จะตกผลึกออกมา ได้ของแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งอาจต้องเลือกตัวทำละลายให้เหมาะสม ดังนี้

    - ต้องละลายสารที่ตกผลึกได้มากที่อุณหภูมิสูง

    - ต้องละลายที่ที่เจือปนได้ที่อุณหภูมิต่ำ

    - ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ตกผลึก และกำจัดออกง่าย

    6. การใช้กรวยแยก (seperating Funnel)

    ใช้แยกของเหลวออกจากของเหลวที่ไม่ละลายซึ่งกันและกัน โดยนำของเหลวผสมเทใส่กรวยแยก ของเหลวที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ผเบากว่า) จะอยู่ชั้นบน และของเหลวที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะอยู่ชั้นล่าง จากนั้นค่อยๆ ไขก๊อกแยกของเหลวแต่ละชั้นออกมา

    ...นี้เป็นวิธีกย่างคล้าวๆน่ะครับ...

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น