ด่วน
สูตรเคมีของโมเลกุลน้ำไม่ใช่ H2O ?
โพสต์เมื่อ:
19:37 วันที่ 1 ส.ค. 2546 ชมแล้ว:
393,890 ตอบแล้ว:
180
อ้างอิงจากผลงานวิจัยของ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ( ดร. Aris Chatzidimitriou-Dreismann) ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Physical Review Letters วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ที่กล่าวว่าสูตรโมเลกุลของน้ำน่าจะเป็น H1.5 O มากกว่า H2 O โดยอาศัยผลการทดลองจาก การศึกษาอันตรกริยาระหว่าง โมเลกุลของน้ำ กับ อนุภาคนิวตรอนและอิเล็กตรอน มีเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 1 ในพันล้านๆส่วนของวินาที ( attoseconds หรือ 10-15 วินาที ) ซึ่งไม่สามารถทำการตรวจวัดได้มาก่อนหน้านี้
การค้นพบนี้นอกจากจะทำให้เกิดความเข้าใจใหม่ๆเกี่ยวกับปฎิกริยาเคมีในระดับควอนตัมฟิสิกส์แล้ว ยังอาจจะทำให้เราต้องไปตามแก้สูตรโมเลกุลของน้ำ และสารเคมีอื่นๆ ตามหนังสือเรียนด้วยก็ได้ !
การศึกษาเรื่องนี้เริ่มต้นราวปี พ.ศ. 2538 โดยทีมวิจัยร่วมของอังกฤษและเยอร์มัน ซึ่งได้ทำการยิงอนุภาคนิวตรอนซึ่งมีพลังงานอยู่ในระดับ 100 อิเล็กตรอนโวลต์ ซึ่งมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า epithermal neutrons ไปยังโมเลกุลน้ำ นักวิจัยพบว่าปริมาณของอิเล็กตรอนที่กระเจิง (Scatter) ออกมาจากโปรตรอนมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า อนุภาคนิวตรอนที่ยิงเขาไปมองเห็นอัตราส่วนของไฮโดรเจนน้อยกว่าที่คาดไว้ ( อะตอมของธาตุไฮโดรเจนประกอบด้วยโปรตรอนหนึ่งตัว) อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาทฤษฎีมาอธิบายปรากฎการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนนัก
นักวิทยาศาสตร์ยังได้ทดลองยิงนิวตรอนเข้าใส่โมเลกุลของเบนซิน ซึ่งมีสูตรโมเลกุลเคมี C6 H6 พบว่าอัตราส่วนระหว่างอะตอมไฮโดรเจนกับคาร์บอนที่วัดได้เป็น 4.5 ต่อ 6 ปรากฎการณ์ประหลาดทำนองนี้ยังเกิดขึ้นกับโมเลกุลของสสารอีกหลายชนิดที่มีไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ ในขณะที่ทีมวิจัยอีกชุดหนึ่งในประเทศออสเตเลียได้ทำการทดลองยิงอนุภาคอิเล็กตรอนแทนที่จะใช้อนุภาคนิวตรอน ซึ่งก็ได้ผลการทดลองในลักษณะเดียวกัน
แหล่งข่าวจาก
PHYSICS NEWS UPDATE
The American Institute of Physics Bulletin of Physics News
Number 648 July 31, 2003 by Phillip F. Schewe, Ben Stein, and James Riordon
จ้อ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1421 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
จำนวน 173 ความเห็น, หน้า่ |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 | -
9 -
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 31 ส.ค. 2549 (19:41) ถ้าจะเปลี่ยนจริง คงต้องมานั่งเรียนใหม่แน่เลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 3 ก.ย. 2549 (11:38) อาจจะ เป็น การผิดพลาดในการ ทดลอง ก็เป็นได้ มันไม่น่าจะเป็น H
1.5[sub]O มันควรจะเป็น H[sub]2
การทดลองมันก็ผิดพลาดกันได้จริงมั้ย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 3 ก.ย. 2549 (11:40)
แก้ หน่อย H 1.5 O , H 2 O
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 8 ก.ค. 2550 (19:14) มันก็คงจะคลาดเคลื่อนกันไปหมดเลย ยุ่งยากน่าดูเลยนะเนี่ยแต่ก็ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 4 ก.ย. 2550 (22:17) กระทู้นี้ ยังได้เข้ามาตอบกันอยุ่รึป่าวอ่า
เพราะเพิ่งเปิดเจอข้อมูลนี้เอง
และก้อเปนคนนึงที่สนไจเคมีอย่างมาก
ครั้งนี้ขอแค่มาแนะนำตัวอย่างเดวก่อนละกัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 6 ก.ย. 2550 (11:05) ไม่ทราบว่าเป็นที่ยอมรับของวงวิชาการในประเทศไทยและมีผลต่อหลักสูตรของนักเรียนหรือยังคะ
แต่ที่แน่ๆ สูตรกล้วยเชื่อมคงจำยากขึ้นเยอะเลย...Ba+2Na+C6H12O6+H2O...สูตรนี้รุ่นพี่เคยอำเอ้ยสอนตั้งแต่ตอนขึ้น ม.4 ใหม่ๆ...แล้วจะท่องยังไงเนี่ย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 6 ก.ย. 2550 (19:20) ตามที่นู๋คิดไว้นะคระ
นู๋คิดว่า ในปัจจุบันโลกได้มีมลพิษมากมาย ซึ่งน้ำและเบนซีนก้อต่างที่ H เป็นองค์ประกอบในน้ำ
จึงอาจทำให้พันธะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ เนื่องจากอีก25เปอเซนต์ที่หายไปอาจจะเปนฝุ่นหรือธาตุอื่นๆที่ปนอยุ่ไนน้ำบริสุทธิ์ก้อได้
ซึ่งคนทดลองอาจจะไม่เห็น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 11 พ.ย. 2550 (20:40) ถ้าคลาดเคลื่อนเล็กน้อย น่าจะยังใช้สูตรโมเลกุลเดิมอยู่นะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 29 ธ.ค. 2550 (19:32) เห็นด้วยๆต้องท่องใหม่หมดเละครูๆที่ยังมิรู้ไม่ด่าตายหรอค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 19 ม.ค. 2551 (18:08) จากค่าประมาณใกล้เคียง1.5ก็น่าจะปัดขึ้นเป็น2.0ไม่ใช่หรอค่ะ เพราะ0-4ตัดทิ้ง 5-9 ปัดขึ้น ถูกละป่าวอันนี้ไม่แน่ใจนะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 23 ม.ค. 2551 (22:19) สูตรโครงสร้างคงเปลี่ยนกันใหญ่เลย
><
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 12 ก.พ. 2551 (17:57) โห่ อย่างนี้ก็ไปหมดลเยทั้งสูตรเคมีทั้งสารที่เกียวกับ ไฮโดรเจน หื้อมีเป็นร้อย คงปวดหัวกันแย่ -*-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 12 ก.พ. 2551 (21:09) การทำลองของเขา มีข้อยืนยันว่าเป็นจริงแท้แน่นอน หรือเป็นสัจธรรมได้เมื่อไร ผมจะเชื่อ
ผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ น่าจะออกมาชี้แจงให้เข้าใจ เพราะข้อมูลที่ได้นี้ มันคือข่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 28 ก.พ. 2551 (18:10) ที่เป็น H2 0 ไม่ใช่ H1.5 O ก้อคงเพราะจะเกิดความยุ่งยากในการคำนวณ และอีกอย่างคือไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรเพราะมวลอะตอมของธาตุแต่ละชนิดที่เรานำมาใช้คำนวณในวิชาเคมีก้อใช้เพียงค่าประมาณเท่านั้น ซึ่ง 2 ก้อคือค่าประมาณของ 1.5 นั่นเอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 7 มิ.ย. 2551 (12:27) ว้าว ถ้าเป็นงี้ไม่ต้องแก้ให่มหมดเลยรึนี่ เหอๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 29 มิ.ย. 2551 (10:03) แค่อ่านก็ งง อย่างแรง..
O-nan
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 47 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 8 ส.ค. 2551 (16:11) ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 176 นักวิทยาศาตร์ทีคิดสูตรนี้ขึ้นมาเขาก็ต้องใม่โง่อยู่แล้ว
เพียงแต่ในด้านการคำนวนนั้นการใช้1.5 ค่อนข้างยุ่งยากก็เปลี่ยนเป็น2.0จะใด้คำนวณง่ายขึ้น
จริงใหม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 17 ก.ย. 2551 (10:22) น้ำที่คุณดื่ม กับโรคที่คุณเป็น
น้ำที่คุณดื่ม กับโรคที่คุณเป็น
น้ำ แม่ผู้ให้กำเนิดทุกชีวิต
ทำไมมนุษย์ต้องดื่มน้ำโมเลกุล 6 เหลี่ยม
ประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำที่ได้รับพลังแม่เหล็ก หรือน้ำโมเลกุล 6 เหลี่ยม กว่าที่จะเป็นที่ยอมรับฟังในสังคมนักวิทยาศาสตร์ได้ ก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน ถึงอย่างนั้นแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังมองว่า การใช้คุณสมบัติของแม่เหล็ก หรือน้ำโมเลกุล 6 เหลี่ยม เพื่อรักษาโรคเป็นที่หลอกลวง (Quackery) เป็นเรื่องไม่จริง พวกหมอเถื่อนเท่านั้นที่จะยอมเชื่อถือ ในขณะที่ กลุ่มนักฟิสิกส์สมัยใหม่ให้การยอมรับว่า อิทธิพลของคลื่นแม่เหล็กมีผลต่อร่างกาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
จุดเปลี่ยนที่ทำให้สังคมต้องยอมรับเรื่องพลังแม่เหล็ก คือ รางวัลโนเบลทางการแพทย์ในปี ค.ศ.2003 ในผลงานการคิดค้นเครื่องถ่าย (สร้าง) ภาพ MRI (Magnetic Resonance Image)
ผลการศึกษาซึ่งได้นับรางวัลโนเบลพบว่า มะเร็งชอบอยู่ในภาวะกรดและไม่ชอบออกซิเจน (Warburg 1932)
น้ำขนาด 6 โมเลกุล โมเลกุลของ H2O ต่อกลุ่ม จะถือว่ามีคุณสมบัติดี ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่ออยู่ในร่างกาย เพราะกลุ่มของน้ำจะเรียงกันเป็นรูปหกเหลี่ยม (Hexagonal) จับยึดกันเป็นระเบียบ สามารถซึมเข้าเซลล์โดยผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้อย่างง่ายดายและเวลาออกจากเซลล์ก็สะดวกรวดเร็ว เวลาเข้าก็จะเอาสารอาหาร ออกซิเจน ภูมิต้านทานไปให้ และพาของเสียต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ภายในเซลล์ออกมาทิ้งภายนอกเซลล์ได้โดยง่ายดาย ร่างกายจึงสดชื่นและแข็งแรง ถ้าเซลล์นั้นเป็นเม็ดโลหิตขาว ก็จะให้เพิ่มขีดความสามารถในการกำจัดเชื้อโรคและทำลายสารพิษต่างๆ
ประโยชน์ที่ได้รับจากเครื่อง Actimo Gold
1.) ป้องกันโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
2.) ป้องกันโรคหัวใจ (Heart Disease)
3.) ป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือด (Ischemia)
4.) ร่างกายแข็งแรง และภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น
5.) น้ำที่ได้รับพลังแม่เหล็กจะมีรสอร่อยและแก้กระหายน้ำได้เร็ว(Magnetized Water Tastes Sweeter)
6.) ป้องกันโรคปวดข้อ (Arthritis) โรคเก๊าท์ (Gout) และโรคนิ่วในไต (Kidney Stone)
7.) ป้องกันโรคแรงความเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Degenerative Disease)
8.) ความดัน, เบาหวาน, สะเก็ดเงิน, ไซนัส ฯลฯ
9.) เพิ่มออกซิเจนในน้ำอีก 30%
9.) มีค่า ORP เป็นลบ
10.) และประโยชน์ในการใช้บรรเทาอาการของโรคอื่นๆ (Other Benefits) ของ Magnetized Water
ใครที่ควรจะดื่มน้ำ Actimo Gold
· บุคคลทั่วไป , สัตว์เลี้ยง
· บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ อาทิเช่น ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหัว ปวดตัว ไมเกรน ความดัน เบาหวาน ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรคหัวใจ สะเก็ดเงิน นิ้วล็อค อัมพฤกษ์ ไซนัส เก๊าท์ มะเร็ง ฯลฯ เป็นต้น
การดื่มน้ำโมเลกุล 6 เหลี่ยมเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง
อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
ราคา 31,000 บาท เท่านั้น
สินค้าขายดี
ช่วงโปรโมชั่น ฟรีของแถม
หากท่านต้องการทดลองน้ำดื่ม หรือ สอบถามผลิตภัณฑ์ข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อได้ที่ คุณสุกิจ (หมู)
โทรศัพท์ 085-813 4760, 086-300 5486 และ 086-721-4321
http://www.igetactimo.com
E-mail:sukij2005@hotmail.com
E-mail:sukij@worldtrp.net
หนังสือแนะนำ : Water for Life (น้ำดื่มในอุดมคติ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5) เขียนโดย ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน