GAT PAT คืออะไร


อยากทราบรายละเอียด

เรื่องการสอบ GAT PAT 


ว่าจัเริ่มสอบในปีไหน  อย่างไร

เพราะปีหน้าเราก็จะต้องสอบแล้ว


 
จึงขอขอบคุณมา  ณ  ที่นี้ด้วยคร่ะ
เดียร์

13 ส.ค. 2551 17:03
27 ความเห็น
75569 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 2 จรัสวิภา กล้านอนหงาย (Guest)

GAT PAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2553

เนื่องจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional Aptitude Test หรือ PAT) เพื่อใช้เป็นคะแนนในการนำไปสอบระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลางว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าการสอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้ส่วนคะแนนดังนี้

1.ปี 2553 ทปอ. จะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้ในการยื่น คะแนนเข้ามหาวิทยาลัย

1) GPAX 6 ภาคเรียน 20 %

2) O-NET (8 กลุ่มสาระ) 30 %

3) GAT 10-50 %

4) PAT 0-40 %

รวม 100 %



หมายเหตุ

1. GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ย สะสม 6 ภาคเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียน รู้

2. GAT คือ General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป

3. PAT คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ

2.รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT

1. เนื้อหา

- การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%

- การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%

2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย

- คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง

- ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair

- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก

- มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ

3. จัดสอบปีละหลายครั้ง

- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)

3. รายละเอียดเกี่ยว กับ PAT

1. PAT มี 6 ชุด คือ

PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์

เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion,Geometry, Trigonometry,Calculus ฯลฯ

ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills

PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์

เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, environment, ICT ฯลฯ

ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability,Science Problem Solving Ability ฯลฯ

PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรม ศาสตร์

เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, EngineeringSciences,Life Sciences, IT ฯลฯ

ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Perceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability

PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์

เนื้อหา เช่น Architectural Math and Science ฯลฯ

ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability ฯลฯ

PAT 5 วัดศักยภาพทาง ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์

เนื้อหา ความรู้ในเนื้อหาภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

ลักษณะข้อสอบ ครุ ศึกษา (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),ความรู้ทั่วไปเกี่ยว กับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนัก เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ

PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์

เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทาง ศิลป์ ฯลฯ



ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้าง สรรค์ ฯลฯ

"อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องจากสมาคมฝรั่งเศสที่เสนอขอให้ ทปอ.จัดสอบเรื่องภาษาที่ 2 ด้วย ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อเป็นการวัดคุณภาพของเด็ก โดยจะขอให้เพิ่มเป็น PAT 7 และย่อยลงไปเป็น 7.1 , 7.2 ตามลำดับ แต่ ทปอ.เสนอว่าให้ทางสมาคมจัดสอบล่วงหน้าก่อนได้และให้กำหนดในเงื่อนไขแอดมิชชั่นว่าผู้ที่จะสอบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาเหล่านี้จะต้องผ่านการสอนวัดความรู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการมาเพิ่มเป็น PAT 7 สทศ.ก็ต้องมาทำการทบทวน PAT ทั้ง 6 ใหม่ ซึ่งก็จะยุ่งยากอีก"ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวและว่า สำหรับข้อสอบ PAT นั้นได้เชิญอาจารย์ทีวชาญในแต่ละด้านมาเป็นผู้ออกข้อสอบ โดย สทศ.จะอธิบายความต้องการ วัตถุประสงค์การออกให้ทราบ และเมื่ออาจารย์ออกข้อสอบเสร็จแล้วก้จะนำเข้าคลังข้อสอบในรอบแรกก่อนนำมาเข้ากระบวนการกลั่นกรองเพื่อเข้าคลังข้อสอบของ สทศ. ใหม่อีกครั้ง

2. ลักษณะข้อสอบ PAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย

- คะแนนเต็มชุดละ 200 คะแนน เวลาสอบชุดละ 2 ชั่วโมง

- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก

- มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ

3. จัดสอบเมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง

- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด

ขณะนี้ ทปอ.ได้มอบหมายให้ สทศ.เป็นผู้จัดสอบ GAT และ PAT ซึ่งในส่วนของ GAT มีการทดลองรูปแบบการสอบแล้ว โดยจะใช้การสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 300 คะแนน โดยนักเรียนสามารถสอบได้ 2-3 ครั้ง และเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไปใช้ โดยคะแนนจะเก็บไว้ได้ 2 ปี แต่เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสอบเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสอบได้ประมาณเดือนตุลาคม 2551 หรืออาจต้นปี 2552 เพื่อให้ใช้ทันแอดมิชชั่นปี 2553

“สทศ.ต้องเตรียมเรื่องการออกข้อสอบ โดยได้ขอความร่วมมือจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบให้ นอกจากนี้ สทศ. ยังจะจัดสอบ B-NET ซึ่งเป็นแบบทดสอบความรู้ 5 ภาคเรียนของ ม.ปลาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการรับตรง ซึ่งการที่ สทศ. ต้องจัดสอบ B-NET เพราะไม่ต้องการให้เด็กวิ่งรอกสอบหลายที่” ผอ.สทศ. กล่าว.

ที่มา : เดลินิวส์ , สยามรัฐ

ก็ขอฝากถึงน้องๆที่จะแอดฯ ปี 53 ด้วยนะคะการเตรียมตัว และติดตามข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญถึงแม้ว่าการศึกษาไทยจะเปลี่ยนไปมาจนทำให้เด็กไทยเจ็บหัว หลายครั้งหลายเตื้อ จะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ล่วงหน้านะเจ้า
1 ก.ย. 2551 23:37


ความคิดเห็นที่ 3 โดย คนๆนึง

GAT PAT ก็เริ่มรับสมัครสอบตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ
มีใครสมัครแล้วบ้างไหม?? สมัครPAT อะไรกันบ้างเอ่ย
เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครก็อย่าลืมไปสมัครนะคะ
เหมือนเห็นว่าสมัครครั้งเดียวต่อการสอบตั้ง3ครั้ง
(เราก็ยังไม่ได้สมัครเลย ไม่รู้จะสมัครอะไรบ้างดี)

ว่าแต่ว่า ค่าสมัครสอบแพงเหมือนกันนะ วิชาละตั้ง200บาท
รวมๆแล้วก็หลายพันเหมือนกัน สงสารก็เด็กที่ไม่ค่อยมีเงิน
คงมีโอกาสเลือกวิชาแล้วก็จำนวนครั้งน้อยกว่านอื่นมากเลย

แต่อย่างไรก็เอาเถอะค่ะ ไม่ได้มีการสอบแบบนี้บ่อยๆนี่นะ

2 ก.ย. 2551 19:07


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ครูไผ่

ขอแก้ไขคำเรียก การวัด 7 ประเภทในความเห็นที่ 2 นะคะ 
เพื่อไม่ให้เรียกตามกันจนติดปาก จากผิดกลายเป็นถูก

คำว่า "ศักยภาพ" หมายถึงความสามารถสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ซึ่งซ่อนอยู่ในตัวคน และยังไม่สามารถแสดงออกมาได้ จนกว่าจะได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องเหมาะสมที่สุด ได้รับปัจจัยที่บำรุงร่างกายและสมองอย่างดีและเหมาะสมที่สุด และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับคนแต่ละคน และคนส่วนใหญ่ที่เกิดมาแล้วนั้น ตลอดชีวิตก็ยังไม่ได้พัฒนาจนเต็มศักยภาพ

ในทางพุทธ เชื่อว่า พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ได้บรรลุศักยภาพของพระองค์แล้ว

คนธรรมดาที่เราเห็นว่าเก่ง ๆ ทั้งหลาย ก็ยังไม่ได้พัฒนาจนเต็มศักยภาพที่เขามีอยู่ เพราะศักยภาพของคนนั้นมีมากมายมหาศาลเหลือที่จะวัดได้

ทุกวันนี้ จึงยังไม่มีใครสามารถออกข้อสอบมาวัดศักยภาพของคนได้


ดังนั้น ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT :Professional and Academic Aptitude Test) 7 ประเภท จึงมีชื่อเรียกที่ถูกต้อง ดังนี้
              1. PAT 1 วัดความถนัดทางคณิตศาสตร์
              2. PAT 2 วัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์
              3. PAT 3 วัดความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
              4. PAT 4 วัดความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
              5. PAT 5 วัดความถนัดทางวิชาชีพครู
              6. PAT 6 วัดความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
              7. PAT 7 วัดความถนัดทางภาษาต่างประเทศ

http://203.149.31.102/

3 ก.ย. 2551 22:22


ความคิดเห็นที่ 5 โดย kumphaitoon

แล้วที่บอกว่าคิดเกรด 4 เทอม อย่างที่ว่ามันจะวันอะไรได้ล่ะคร่ะ

และ รุ่น ม.4 ก็สอบได้  จิงหรอคะ

15 ก.ย. 2551 14:43


ความคิดเห็นที่ 6 I am (Guest)

ดี

7 ต.ค. 2551 12:08


ความคิดเห็นที่ 7 ohlll (Guest)

รู้สึกว่า...มันแปลกๆ  จะดีจริงๆเหรอ

29 ต.ค. 2551 11:34


ความคิดเห็นที่ 8 pekky (Guest)

ตอนนิ้อยู่ ม.3 ปลายเทอม
เด่ว ก่ขึ้น ม.4 แล้ว

แล้วต้องสมัครไง สอบทิ่ไหน??
ต้องเตรียมตัวยังไงอ้ะค้ะ

9 พ.ย. 2551 18:39


ความคิดเห็นที่ 9 pekky (Guest)

อ้าว แล้วท่าอยู่ ม.4

แล่วฟลุ้กก สอบติดมหาลัยดีๆ
เราก้ไม่ต้องสอบไหม่ตอนม.6

หรือว่าถึงสอบติดก่ต้องสละสิด ' แล้วม.6 สอบไหม่
TT.  ยังไงเอ่ย????

9 พ.ย. 2551 18:42


ความคิดเห็นที่ 10 โดย jrpee

ข้อสอบวัดความถนัดทางการเรียนที่ใช้อยู่เดิมก็ดีอยู่แล้ว

9 พ.ย. 2551 23:19


ความคิดเห็นที่ 11 โดย mootu

สอบความถนัด สอบได้เฉพาะ ม.6 ใช่ไม๊ค่ะ

ให้เลือกสอบใช่ป่าว หุๆ ถ้าสอบหมดนั่นคงช๊อคตาย

แล้ว PAT เนี่ย ต้องสอบ ทุกวิชาเรยหรอ?

ช่วยอธิบายหน่อยนะคะ

25 พ.ย. 2551 09:24


ความคิดเห็นที่ 12 โดย คนๆนึง

PAT แล้วแต่จะเลือกสมัครสอบได้ตามที่ต้องการค่ะ
จะกี่วิชากี่ครั้งก็ได้ {#emotions_dlg.d6}

25 พ.ย. 2551 22:01


ความคิดเห็นที่ 13 F41960@hotmail.com (Guest)

ก็คิดว่าน่าจะสอบได้นิดหนึ่งมั้งคะ แต่อีกทางก็อยากเอาเรื่องเหมือนกันนะคะเนี่ย(สู้ๆสู้ตยคะ)

26 ก.พ. 2552 10:10


ความคิดเห็นที่ 14 A (Guest)

พิมพ์ผิดโทษทีนะคะ

26 ก.พ. 2552 10:16


ความคิดเห็นที่ 15 เด็กผี (Guest)

เซงจังเลย
ยังไม่ได้อ่นหนังสือเลยอ่ะ
T-T
เศร้ามากๆ
สงสัยจาไม่มีที่เรียนต่อล่ะมั้ง
*-*

6 มี.ค. 2552 09:19


ความคิดเห็นที่ 16 โดย แขชนะ

ผมรู้สึกว่าข้อสอบหลายข้อสามารถตอบได้หลายคำตอบ เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงหลายคนตอบถูกตามความคิดของตน(ซึ่งฉลาด) แต่ข้อสอบเฉลยตามผู้ออก เด็กเก่งๆที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงจึงพลาดโอกาส เราก็จึงมักจะได้เด็กประเภทเดียวกับผู้ออกข้อสอบ

6 มี.ค. 2552 20:34


ความคิดเห็นที่ 17 - lด็nน้๏e - (Guest)

เริ่มสอบ ตั้งแต่ ม.5 อ่ะมั้ง ???

ก้อเลือกเอาวิชาที่เราถนัด งัยก้อ สุ้ๆ ทุกคนน๊ะ ก๊ะ ^^

เป็นกำลังจัยหั้ย ...
27 ก.ค. 2552 15:02


ความคิดเห็นที่ 19 เด็กตึ่ง (Guest)

ทำไมต้องสอบมันไม่เห็นจะจำเป็นเลยนิ
สอบไปก้อเท่านั้น
18 เม.ย. 2553 13:56


ความคิดเห็นที่ 20 Ritcasanova_fc10_@hotmail.co.th (Guest)

งงไม่เข้าใจ วุ่นวายมากถ้าใครรู้ช่วยบอกที่
1 ส.ค. 2553 17:14


ความคิดเห็นที่ 21 m_a_y_super_junior@hotmail.com (Guest)

สอบทำไมอ่ะ โคตรจะตัดอนาคตเด็กเลย
20 ม.ค. 2554 18:36


ความคิดเห็นที่ 22 arizzz (Guest)

ถ้าอยากเข้าคณะแพทย์ ทันตะ ไรงี้ เลือกสอบ PAT อะไรมั่งงะ
31 พ.ค. 2554 20:45

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น