ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 20 ส.ค. 2551 (17:21) ภาพนี้ผมแต่งด้วยเทคนิคเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบสัดส่วนบอบบางกว่าปกติครับ
ต่อไปนี้ผมจะได้อธิบายถึงคำถามที่เป็นหัวข้อกระทู้ที่ว่า " ทำไมพระพุทธรูปที่สร้างจากแก้วตัน ๆ จึงมีราคาสูงมาก " ถ้าตอบอย่างสั้น ๆ และง่าย ๆ ก็คือ เพราะผู้ผลิตแก้วดัง ๆ ของโลกอย่าง Swarovski, Lalique, Baccarat และอื่น ๆ ซึ่งมีไม่มากนัก ไม่ยอมขายชิ้นงานที่มีน้ำหนักประมาณ 10 ก.ก. ที่เป็นชิ้นเดียวในราคาถูก หากถามว่าแล้วเพราะเหตุใด เขาจึงไม่ขายในราคาถูก ก็อาจอธิบายได้ว่า คนที่มีความรู้ในเรื่องการอบลดอุณหภูมิของแก้วตันขนาดดังกล่าวอย่างแท้จริง มีไม่มาก และเป็นความลับ
ผมเคยหาโรงงานแก้วในประเทศไทย ให้ทำการทดลองอบลดอุณหภูมิพระ 9 นิ้วตัน ในที่สุดก็พบทั้งสิ้นรวม 2 โรงในปี ค.ศ. 2005 และอีก 1 โรงมาพบภายหลัง โรงแรกเจ้าของโรงงานเมื่อทราบว่า ผมจะสร้างพระแก้วตัน 9 นิ้ว ก็ดีใจและว่า เขาจะทดลองเอง ค่าทดลองเขาออกเอง จึงเป็นที่มาของโครงการสร้างพระจากแก้ว 9 นิ้วของผมในครั้งนั้น และผมได้ลงทุนสร้างแม่พิมพ์เหล็กเสร็จแล้วซึ่งหมดเงินไปเป็นแสน ๆ ต่อมาทราบว่า เจ้าของโรงงานแรกและหุ้นส่วนเกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากค่าทดลองอาจแพงมาก
โรงงานที่ 2 มีญาติเป็นเจ้าของโรงงานแก้วในไต้หวัน ญาติที่ไต้หวันติดต่อกับโปรเฟสเซอร์วิชาแก้วในเยอรมัน เขาจึงร่วมกันคิดคำนวน ในที่สุดก็ได้ตัวเลขว่า 2 ล้านบาทน่าจะสามารถทดลองและประสบผลสำเร็จ แต่ก็ไม่กล้ารับประกัน
โรงงานที่ 3 เจ้าของโรงงานคิดค่าทดลองเป็นรายครั้งซึ่งก็แพงมาก นอกจากไม่รับรองอะไรเลยแล้ว ก็ยังสงวนสิทธิ์ที่ทางโรงงานจะไม่ให้ทดลองในครั้งใดก็ได้
ขบวนการอบลดอุณหภูมิหรือที่เรียกว่า annealing process ก็ดี จะเรียกว่า glass forming relaxation ก็ดี ยากขนาดไหน ทำไมต้องมีการทดลอง ผมจะอธิบายเคร่า ๆ พอสังเขป
เมื่อเทน้ำแก้วลงในแม่พิมพ์เหล็ก น้ำแก้วจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 1200 - 1650 องศาเซ็นติเกรด ( แล้วแต่ชนิดของแก้ว ) ตัวแม่พิมพ์เหล็กจะต้องทำให้ได้อุณหภูมิ 500 - 800 c แล้วแต่ชนิดของแก้วและเทคนิคของช่างแต่ละทีม เมื่อกดน้ำแก้วเข้าแม่พิมพ์หมดแล้ว ช่วงเปิดแม่พิมพ์เหล็กนำชิ้นงานออกมา ชิ้นงานจะอยู่ที่อุณหภูมิ 650 - 950 c แล้วแต่ชนิดของแก้วและเทคนิค ช่วงนี้เองที่ชิ้นงานหากไม่ได้รับการย้ายเข้าสู่เตาอบลดอุณหภูมิให้ทันภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที แก้วจะลดอุณหภูมิตัวเองเร็วมาก หากไม่เอาหัวแก๊สมาเลี้ยงความร้อนไว้ แก้วตันขนาดใหญ่และหนัก 10 ก.ก. นี้จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เมื่อนำชิ้นงานเข้าเตาอบที่เตาอบต้องมีอุณหภูมิรองรับที่ถูกต้องตามที่ชิ้นงานต้องการ ( ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีใครทราบว่า ชิ้นงานต้องการอุณหภูมิตรงนี้เท่าใด ) หากอุณหภูมิในเตาอบสูงกว่าที่ต้องการ ชิ้นงานจะเริ่มอ่อนตัวเอนหรือละลาย หากอุณหภูมิในเตาต่ำกว่าที่ชิ้นงานต้องการ ชิ้นงานจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ( ในกรณีที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็เพราะอุณหภูมิต่ำกว่ามากเกินไป ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่าไม่มากนักแต่ก็ยังไม่ถึงกับที่ชิ้นงานต้องการ ชิ้นงานจะยังไม่แตกในทันที จะไปแตกหลังจากนำออกจากเตาอบไปแล้ว 1 วันบ้าง 3 วันบ้างหรืออาจนานกว่านั้นก็ได้ )
อุณหภูมิที่ชิ้นงานในที่นี้ก็คือพระแก้วหน้าตัก 9 นิ้วตันต้องการ ขึ้นอยู่กับชนิดของแก้วด้วย เพราะถ้าเป็นแก้ว sodalimesilica อาจต้องการอยู่ในช่วง 600 - 700 c แก้วคริสตัล 24% อาจต้องการ 700 - 850 c แก้วควอทซ์อาจต้องการ 1,000 - 1,500 c ค่าความเที่ยงตรงตรงนี้อาจต้องบวกลบได้ไม่เกิน 50 c เท่านั้น หากไม่เช่นนั้นก็จะแตกร้าวภายหลังได้
เมื่อนำเข้าเตาอบแล้ว ก็เริ่มลดอุณหภูมิ ซึ่งสูตรการลดอุณหภูมิส่วนมากเป็นความลับ แต่เท่าที่ทราบภายหลังจากเมืองนอกว่า มีการนำชิ้นงานน้ำหนักประมาณ 10 ก.ก. ขนาดใกล้เคียงกันกับพระแก้ว 9 นิ้วตัน ๆ หลังจากนั้นอีกประมาณ 20 - 30 วันจึงจะสามารถนำออกจากเตาอบได้ ความยากอยู่ตรงที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเริ่มที่เท่าไร ต้องลดอย่างไร
ภายหลังมาทราบแบบเคร่า ๆ ว่า แบ่งช่วงการลดเป็น 4 ช่วงเวลา
ช่วงที่ 1 ลดชั่วโมงละครึ่งองศาเซ็นติเกรด นานเท่าใดไม่ทราบ ช่วงอุณหภูมิเท่าใดไม่ทราบ
ช่วงที่ 2 ลดชั่วโมงละ 1 - 2 c
ช่วงที่ 3 ลดชั่วโมงละ 2 - 4 c
ช่วงที่ 4 ลดชั่วโมงละ 4 - 8 c
ทั้งหมดไม่ทราบรายละเอียดที่แน่นอน
ถ้าหากเทียบกับชิ้นงานแก้วกลวง แก้วโปร่ง ที่มีความหนาไม่เกิน 1 เซ็นติเมตร มักใช้เวลาอบลดอุณหภูมิเพียง 4 - 24 ชั่วโมงเท่านั้น
inchai
ร่วมแบ่งปัน32 ครั้ง - ดาว 50 ดวง