วิชาการดอทคอม ptt logo

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

โพสต์เมื่อ: 10:40 วันที่ 12 ก.ย. 2551         ชมแล้ว: 3,110 ตอบแล้ว: 1
วิชาการ >> กระทู้ >> ครูอาจารย์

ชื่อเรื่อง       การพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษาหน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนบ้านโคกกรม   ปีการศึกษา 2550

ผู้ศึกษา/ค้นคว้า     อิสรา  โสแก้ว  

หน่วยงาน             โรงเรียนบ้านโคกกรม ตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

                          สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3

ปีการศึกษา              2550

 


บทคัดย่อ

 

รายงานการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษา หน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนบ้านโคกกรม ปีการศึกษา 2550 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นระถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน และ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกรม  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2550  จำนวน  23  คน  ที่ได้มาโดยการเลือกทั้งหมด  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่  แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item – Objective Congruence) (มนสิษ  สิทธิสมบูรณ์. 2547. หน้า 110) เท่ากับ 0.96  แบบทดสอบความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4 ตัวเลือกจำนวน  30  ข้อ ที่มีความยากง่ายตั้งแต่ 0.24 ถึง 0.76 อำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23  ถึง 0.48 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับด้วยวิธีของ  คูเดอร์ริชาร์ดสัน  (Kuder-Richardson procedure)โดยใช้สูตร KR.- 20 เท่ากับ  0.867  แบบทดสอบทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา(Content Validity)เท่ากับ 1.00 ซึ่งประกอบไปด้วย แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกสองมือล่าง ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.829  ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821  แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือล่าง   ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.719  ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821  และแบบทดสอบทักษะการตบลูกบอลกระทบผนังที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.874 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.832 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด  5  ระดับ จำนวน  10  ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.90   ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ จากการวิเคราะห์  ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure)  เท่ากับ  0.716  แบบวัดความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด  5  ระดับจำนวน  10  ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80  ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับจากการวิเคราะห์ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure) เท่ากับ 0.850 สถิตที่ใช้  คือ ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                ผลการพัฒนา ปรากฏผลดังนี้

1.             แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ  84.64/82.77 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ  80/80 

2.             ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   มีค่าเท่ากับ 0.5440 หมายความว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนเท่ากับ 0.5440 หรือ คิดเป็นร้อยละ  54.40.

3.             นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก

4.             ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด

 

 



tom25134@hotmail.com(203.172.199.250)





จำนวน 1 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.ย. 2551 (10:46)
ชื่อเรื่อง การพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษาหน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกรม ปีการศึกษา 2550
ผู้ศึกษา/ค้นคว้า อิสรา โสแก้ว
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านโคกกรม ตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3
ปีการศึกษา 2550

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษา หน่วยที่ 4 พัฒนาทักษะกีฬาพัฒนากำลัง(วอลเลย์บอล) โดยใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนบ้านโคกกรม ปีการศึกษา 2550 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นระถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน และ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้เป็นสื่อหลักประกอบการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 23 คน ที่ได้มาโดยการเลือกทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item – Objective Congruence) (มนสิษ สิทธิสมบูรณ์. 2547. หน้า 110) เท่ากับ 0.96 แบบทดสอบความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจำนวน 30 ข้อ ที่มีความยากง่ายตั้งแต่ 0.24 ถึง 0.76 อำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23 ถึง 0.48 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับด้วยวิธีของ คูเดอร์ริชาร์ดสัน (Kuder-Richardson procedure)โดยใช้สูตร KR.- 20 เท่ากับ 0.867 แบบทดสอบทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอลสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา(Content Validity)เท่ากับ 1.00 ซึ่งประกอบไปด้วย แบบทดสอบทักษะการเล่นลูกสองมือล่าง ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.829 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821 แบบทดสอบทักษะการเสิร์ฟลูกมือล่าง ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.719 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.821 และแบบทดสอบทักษะการตบลูกบอลกระทบผนังที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.874 ค่าความเป็นปรนัยเท่ากับ 0.832 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.90 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ จากการวิเคราะห์ ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure) เท่ากับ 0.716 แบบวัดความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบมาตราประมาณค่า ชนิด 5 ระดับจำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับจากการวิเคราะห์ตามวิธีของ ครอนบัค (Cronbach alpha procedure) เท่ากับ 0.850 สถิตที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการพัฒนา ปรากฏผลดังนี้
1. แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 84.64/82.77 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.5440 หมายความว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนเท่ากับ 0.5440 หรือ คิดเป็นร้อยละ 54.40.
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก
4. ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะขั้นพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประกอบการเรียนการสอนเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด
อิสรา โสแก้ว (IP:203.172.199.250)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม