ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ก.ย. 2551 (21:13) ช่วยกัน ต่อเพลงนี้โดยดู ASTV หรือเข้าไปดูรายการ ASTV ผ่าน Internet ก็ได้ เข้าไปดูแล้ว ติดงอมแง็มเลยครับ ติดพอๆกับช่วงที่เราทำไบโอดีเซลเป็นใหม่ๆเลยครับพี่น้องฯฯฯฯ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ก.ย. 2551 (21:22) ช่วงนี้ ลุงสนธิพูดเรื่อง MBA ทำให้อเมริกา เกิดวิบัติทางการเงินในวันนี้เพราะพวกที่จบ MBA จากมหา-ตลัย ดังๆของพวกเขาเอง ก็น่าจะถูกต้องตามที่ลุงสนธิพูด
แต่ในฐานะที่ผมจบ MBA แต่ก็ศึกษาวิชาการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมจะพยายามผูกวิชาการ MBA กับเศรษฐกิจพอเพียงที่พ่อหลวงของเราพระราชทานไว้ให้เรานำไปเป็นเข็มทิศดำเนินชีวิตและธุรกิจที่มั่นคงสถาพรต่อไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2551 (21:34) ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 1 ต.ค. 2551 (21:01) ผูกใจประสานหลอมรวมกันให้เป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ต.ค. 2551 (20:23) ตาต่อตาฟันต่อฟันให้มันรู้ไป
จากเทียนเล่มน้อยที่นำมาร้อยรวมกัน
ประคองให้มั่น(ผูกใจประสาน=ตอน2) หลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
หลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ต.ค. 2551 (20:25)
ขอเอาชีวินพิทักษ์ราชันย์
ขอเอาพระธรรมนำหน้าเข้าฝ่าประจัน
ตาต่อตาฟันต่อฟันให้มันรู้ไป
จากเทียนเล่มน้อยที่นำมาร้อยรวมกัน
ประคองให้มั่น(ผูกใจประสาน=ตอน2) หลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
หลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 ต.ค. 2551 (21:50) สยบพวกมารเผาผลานกิเลศจัญไร ไล่มันออกไปจากประเทศไทยของเราสักที
พ่อแม่พ่น้องขอจงมาคล้องดวงใจ จับมือกันไว้สู้ไปให้มันเต็มที่
ประเทศของเราเราหวงดั่งดวงชีวี หากใครย่ำยีพร้อมพลีถึงตายไม่หวั่น
ขอเอาชีวินพิทักษ์ราชันย์ ขอเอาพระธรรมนำหน้าเข้าฝ่าประจัน
ตาต่อตาฟันต่อฟันให้มันรู้ไป จากเทียนเล่มน้อยที่นำมาร้อยรวมกัน
ประคองให้มั่น(ผูกใจประสาน=ตอน2) หลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 ต.ค. 2551 (22:15) จุดเทียนเล่มน้อยให้นำมาร้อยรวมกัน
ประคองให้มั่นหลอมรวมกันให้เป็นดวงใหญ่
สยบพวกมารเผาผลานกิเลศจัญไร
ไล่มันออกไปจากประเทศไทยของเราสักที
พ่อแม่พ่น้องขอจงมาคล้องดวงใจ
จับมือกันไว้สู้ไปให้มันเต็มที่
ประเทศของเราเราหวงดั่งดวงชีวี
หากใครย่ำยีพร้อมพลีถึงตายไม่หวั่น
จะขอเป็นยามรักษาแผนดิน
ขอเอาชีวินพิทักษ์ราชันย์
ขอเอาพระธรรมนำหน้าเข้าฝ่าประจัน
ตาต่อตาฟันต่อฟันให้มันรู้ไป
จากเทียนเล่มน้อยที่นำมาร้อยรวมกัน
ประคองให้มั่นหลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
จากเทียนเล่มน้อยที่นำมาร้อยรวมกัน
ผูกใจประสานหลอมรวมกันจะเป็นดวงใหญ่
ขับพวกมารเผาผลานกิเลสจัญไร
ไล่มันออกไปเอาประเทศไทยของเราคืนมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 ต.ค. 2551 (20:47) ทีมทนายความพันธมิตร ท่านแน่มากๆ ของคารวะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 10 ต.ค. 2551 (21:17) http://www.komchadluek.net/2006/09/16/j001_47698.php?news_id=47698
"พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.กทม.และอดีตอธิบดีกรมตำรวจ ชกต่อยนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ อดีตส.ว.แม่ฮ่องสอน กลางห้องประชุมวุฒิสภา" ถือเป็นภาพเหตุการณ์และประวัติศาสตร์การประชุม ส.ว. ของประเทศไทยก็ว่าได้ หลังจากนั้น พล.ต.อ.ประทิน อธิบายผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ว่า "การตัดสินใจครั้งนั้น เพราะเป็นการป้องกันตัวก่อนที่จะให้ตนเองถูกทำร้าย"
อย่างไรก็ตาม หากนำเหตุการณ์ในสภาไปเปรียบเทียบกับชีวิตจริงแล้ว พล.ต.อ.ประทิน บอกว่า "ชีวิตที่ผ่านมายังมีเหตุการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน"
สำหรับเหตุการณ์เฉียดตายครั้งแรกนั้น พล.ต.อ.ประทิน เล่าว่า เมื่อครั้งทำงานเป็นตำรวจสันติบาลในเรื่องคอมมิวนิสต์ที่ภาคใต้ ระหว่างเดินออกลาดตระเวนไปตามสวนยางพารา เชื่อไหมว่า เกือบโดนฟันตาย โชคดีว่า มีดพลาดไปถูกกับชายคา จนมีเสียงดัง เสียงที่ได้ยินทำให้หลบทันรอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
ส่วนเหตุการณ์เฉียดครั้งที่สอง เกิดขึ้นสมัยเป็นผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตรวจจับรถบรรทุกสินค้าเกินกำหนด ตำรวจจับรถที่บรรทุกน้ำหนักเกินเป็นจำนวนกว่าพันคัน ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น
วันหนึ่งไปตรวจราชการ ระหว่างตรวจอยู่นั้นมีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งเข้ามาจะชนรถของตนเอง พร้อมกับตำรวจนอกเครื่องแบบ เมื่อเห็นว่า รถกำลังวิ่งเข้ามาจึงรีบหลบลงข้างทาง เหตุการณ์ในวันนั้นก็รอดตายมาได้
พล.ต.อ.ประทิน เล่าถึงเหตุการณ์เฉียดตายครั้งที่สามว่า ครั้งนี้เกือบตาย เพราะมีคนว่าจ้างมือปืนมาทำร้าย หลังเสียผลประโยชน์จากการจับปรับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ระหว่างนั้นจึงมีการว่าจ้างมือปืนตามเฝ้าติดตามตนเองตลอดทั้งวัน
กิจวัตรประจำวัน ประมาณตีห้ากว่าๆ ก็ขับรถออกไปเล่นกอล์ฟใส่รองเท้าแตะ ไปทำงานที่ตำรวจทางหลวง ก็เดินตรวจตามปกติ ไม่มีอะไรที่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้มือปืนกลับใจ ไม่ยอมลงมือสังหาร ไม่น่าเชื่อ มือปืนคนนี้มาสารภาพบอกว่า เขาทำไม่ลง พอฟังแล้วเกิดสงสัย จึงถามว่า ต้องการอะไร เขาก็บอกว่า ไม่ต้องการอะไร ทำท่านไม่ลง เพราะเห็นว่าท่านดูเป็นคนที่ไม่มีพิษสงอะไร เห็นท่านเป็นคนง่ายๆ
จึงถามต่อว่า ใครเป็นคนจ้างมา ถ้าบอกรับรองว่า จะไม่เอาเรื่อง เราถามแบบนี้เพื่อต้องการให้สติ เพราะถ้าเขาทำร้ายตนถึงตาย ครอบครัวเราจะต้องเสียใจ ส่วนครอบครัวมือปืนจะถูกจับลงโทษจำคุก หรือถูกประหารชีวิต ครอบครัวของเขาก็ต้องเสียใจ แล้วในที่สุด ครอบครัวก็ต้องขาดที่พึ่ง
"ผมถามว่า คนจ้างวานนั้นคือใคร เขาก็บอกผมหมด พอเขาบอกมา ผมก็ให้ตำรวจไปตามผู้ว่าจ้างมาหา พอเขามาพบผม เชื่อไหมว่า เขากลัวผมจนปัสสาวะแตก สาเหตุมาจากช่วงนั้นสนามบินดอนเมืองถมที่ใหญ่ แล้วเขาได้ตกปากรับคำจะจ่ายเงินให้เพื่อบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งเขาก็เคยมาหาผมแล้ว แกล้งลืมกระเป๋าเอาไว้ในห้อง พอเปิดดูก็พบว่า มีเงินเต็มกระเป๋า ผมบอกทำแบบนี้ไม่ได้ ย้ำว่าต้องบรรทุกได้ ๒๑ ตัน ถ้าคุณทำไม่ได้ก็ต้องจับกุม ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการผูกใจเจ็บจ้างมือปืนมาฆ่าผม แต่วันนี้เขาก็ไปมาหาสู่ผมเหมือนเพื่อนคนหนึ่งไปแล้ว"
นี่ความภูมิใจของ พล.ต.อ.ประทิน ที่สามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นเพื่อนได้
สำหรับเหตุที่ทำให้แคล้วคลาดมาได้หลายๆ ครั้งนั้น พล.ต.อ.ประทิน บอกว่า คิดว่าการรอดตายมาทุกครั้งน่าจะเป็นพระเครื่องที่แขวนติดตัว คือ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่ได้มาจากคุณปู่และคุณย่า ผมแขวนพระองค์นี้มาตลอดชีวิต จนทุกวันนี้อายุ ๗๒ ปีแล้วก็ยังคงแขวนอยู่ โดยทุกวันก่อนออกจากบ้านจะต้องบูชาพระองค์นี้ โดยขอให้เดินทางออกจากบ้านแคล้วคลาดปลอดภัย พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม และยังมีการอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรมาตลอดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เคยเป็นอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.ประทิน ได้ฝากข้อคิดถึงเพื่อนตำรวจในยุคปัจจุบันว่า อาชีพตำรวจจะมีเรื่องผลประโยชน์อย่างมาก จึงต้องออกมาตรการเข้ม ยกเลิกจ่ายส่วยให้นาย โดยบอกว่า นายที่เก็บเงินจากลูกน้อง ถือเป็นนายที่ชั่วช้าเลวทรามมาก เป็นการเบียดบังลูกน้อง ดังนั้นขอให้เลิกกัน ใครทำงานดี ประชาชนก็ศรัทธา ให้ความเคารพ เชื่อไหมว่า การกำจัดตำรวจชั่ว รีดไถคนขับรถบรรทุก เพื่อต้องการแก้ปัญหานี้ จึงนั่งมากับรถบรรทุก จากเหนือสู่ภาคใต้ ทำให้รู้ทันทีว่า มีตำรวจกลุ่มไหนบ้าง รีดไถรับเงินรถบรรทุก
"ตำรวจหลายคนที่ผมเรียกมาคุย มีจำนวนไม่น้อยปฏิเสธ ผมก็ชี้แจงทันทีว่า ผมจดไว้หมดคันนี้ เวลานี้ ตรงจุดนี้ กำลังเรียกรับเงิน เขาถึงรับ เพราะว่าผมนั่งอยู่ในรถคันนั้นด้วย วันนี้ผมจึงอยากบอกว่า ผมเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ในอาชีพ คงมาจากการปลูกฝังของแม่ (นางประทวน สันติประภพ) ที่สอนว่า ลูกซื่อกินไม่หมด เชื่อไหมว่า ผมเป็นตำรวจแบบนี้ ทำให้ประชาชนเข้ามาขอบคุณ เพราะลดการจ่ายเงินให้ตำรวจทางหลวงประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จึงทำให้ผมภูมิใจ ผมทำแบบนี้เชื่อไหมว่า มีตำรวจผู้ใหญ่บางท่านบอกว่า คุณประทินชื่อเสียงกินได้ไหม มาวันนี้ผมก็ยังภูมิใจมากๆ ที่ลูกทั้งสามคนเป็นคนดี ซื่อสัตย์เหมือนผม" พล.ต.อ.ประทิน กล่าวทิ้งท้าย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 10 ต.ค. 2551 (21:21) จะมีตำรวจผู้ใหญ่ดีๆแบบพลตำรวจเอกท่านนี้สักกี่คน ในประเทศไทย สามารถโคลนนิ่งท่านไว้สักคนก็ดีนะครับ
เรื่องโคลนนิ่ง เคยคุยกับลูกๆผมเองว่าไม่สนใจโคลนนิ่ง คุณพ่อไว้ดูต่างหน้าสักคนไหมลูก คนที่ต่อต้านสุดๆคือ แม่ของลูกผมแหละครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 ต.ค. 2551 (21:38) PAD ร่วมกันไม่ซื้อ นสพ.ข่าวสด + มติชน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 ต.ค. 2551 (20:45) คุณ ชัชชัย สุขาวดี หรือ หรั่ง ร็อคเครสตร้า สาธยายพุทธมนต์ชิณบัญชร เพื่อพันธมิตรปลอดภัยในวันที่ 13 / 10 / 2008 แสดงพลังให้คนทั้งโลกได้รับรู้รูปแบบการต่อสู้แบบอหิงสา ไม่มีอาวุธ เพื่ออุดมการณ์ต่อต้านระบบทักษิณ
คุณ ชัชชัย สุขาวดี หรือ หรั่ง ร็อคเครสตร้า คุณสาธยายมนต์ได้โดยไม่อ่านบทสวดมนต์ นับถือคุณจริงๆ ผมเองไม่สามารถท่องจำบทสวดมนต์นี้ได้ด้สยซ้ำไป ได้แต่ซื้อซีดี พุทธมนต์ชิณบัญชร มาฟังเท่านั้น
ขอชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จงปลอดภัย อย่างน้อย ถ้าไม่มีมือที่ 3 เข้ามาป่วน ตำรวจไม่กล้าใช้แก็สน้ำตาเพราะขัดคำสั่สศาลปกครองที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้แล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 12 ต.ค. 2551 (20:53) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปดูพื้นที่ Skywalk หรือทางเดินใต้ทางรถไฟฟ้า BTS แล้วพบว่าทางเข้ามีประตูเหล็กที่ปิดได้ทั้ง 2 ด้าน
ทางเดินนี้ผ่านหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยครับ พื้นที่นี้น่าอันตรายที่สุดในช่วงเวลาที่มีปัญหาฝูงชนแตกตื่นเพราะผู้ไม่หวังดีหรือบุคคลที่ 3
ผู้นำพันธมิตรโปรดใช้วิจารญาณพิจารณาหาทางป้องกันการใช้พื้นที่บน Skywalk ด้วยครับ
หวังอย่างยิ่งว่าตำรวจจะไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับประชาชนเหมือนวันที่ 7 / 10 / 2008
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 ต.ค. 2551 (21:03) ขออภัยท่านผู้บาดเจ็บที่ผมนำรูปของท่านมาลงในกระทู้นี้ครับ
จากภาพที่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ คงเป็นภาพพันธมิตรบาดเจ็บขาขาดแบบนี้ ขอเตือนเพื่อนพันธมิตรที่พบเห็นต้องห้ามเลือดโดยใช้ผ้าพันคอที่ท่านมาอยู่มัดขาเหนือแผลประมาณ 6 นิ้วให้แน่นที่สุดเพื่อหยุดเลือดให้เร็วที่สุดนะครับ ช่วงที่ทำคนเจ็บจะรู้สึกเจ็บมากๆแต่เขาจะไม่เสียเลือดจนช๊อคจนเสียชีวิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 12 ต.ค. 2551 (21:08) หวังอย่างยิ่งว่าตำรวจจะไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บกับผู้เข้าร่วมชุมนุมหน้า สนง.ตำรวจแห่งชาตินำครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 12 ต.ค. 2551 (21:10) ผมลืมดูไปว่าแถวๆนั้นมีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงหรือไม่ ถ้าพันธมิตรมีสายดับเพลิงที่มีหัวฉีดไปด้วยจะดีมาก เผื่อมีการใช้แก็สน้ำตา น้ำดับเพลิงจะช่วยดับแก็สน้ำตาได้ดีมากๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 ต.ค. 2551 (21:15) แก็สน้ำตา พอจะป้องกันหรือลดความรุนแรงได้คือ หน้ากากป้องกันสารเคมีและแว่นตาป้องกันสารเคมีแบบครอบเต็มหน้า
ท่านสามารถหาซื้อได้ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หรือร้านขายอุปกรณ์ Safety แถวมาบตาพุดหรือแหลมฉบัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 12 ต.ค. 2551 (21:26) 
หน้ากากสีขาวแบบนี้ใช้ไม่ได้ผลนะครับเป็นแค่หน้ากากกรองฝุ่น แต่แว่นตาที่เห็นพอจะกันแก็สได้เล็กน้อยไม่ให้ตาสัมผัสกับแก็สตรงๆได้พอสมควรครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 12 ต.ค. 2551 (21:50) งานประชุมเพลิงศพของ คุณอังคนา ระดับปัญญาวุฒิ และงานพระราชทานเพลิงศพของ พ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้เสียชีวิตในวันที่ 7/10/2008
คงจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับความกล้าหาญของคนทั้ง 2
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 13 ต.ค. 2551 (19:58) ขออภัยที่ใช้คำว่างานประชุมเพลิงศพของ คุณอังคนา ระดับปัญญาวุฒิ ทั้งๆที่ พิธีกร บนเวทีท่านก็หลุดออกมาเป็นงานพระราชฐานเพลิงศพ
ครอบครัวระดับปัญญาวุฒิ ได้รับเกียรติสูงสุดมากกว่าเกียรติยศที่ครอบครัวของผมเคยได้รับเมื่อพ่อของเราเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปราบปราม ผกค.ในช่วง 1 ปีหลังจากที่ครูโกมล คีมทองต้องสละชีพไปก่อนแล้ว
ผมขอดัดแปลงคำกลอนที่ผมเขียนไว้สมัยที่เราเสียพ่อของเราไปเพื่อสดุดีคุณอังคนา ระดับปัญญาวุฒิ ดังนี้ครับ
วีระกรรมนำท่านวานแถลง ระราชศัตรูแรงไม่หลีกลี้ ชาติต้องคงอยู่ แต่ชาดแดงคือเลือด ชนะย่อมได้ด้วยชีพเป็นราชพลี
ขอคารวะครอบครัวระดับปัญญาวุฒิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 13 ต.ค. 2551 (21:33) วีระกรรมนำท่านวานแถลง ระราชศัตรูแรงไม่หลีกลี้
ชาติต้องคงอยู่แต่ชาดแดงคือเลือด ชนะย่อมได้ด้วยชีพเป็นราชพลี
ขอคารวะครอบครัวระดับปัญญาวุฒิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 14 ต.ค. 2551 (23:02) ได้ข่าวว่าทหารเขมรสั่งไล่ทหารไทย 80 นายออกจากพื้นที่ลาดตระเวน โดยอ้างว่ารุกล้ำแผ่นดินเขมรโดยให้ถอนกำลังออกไปภายในเที่ยงวันนี้
เหล่าทหาร หาร 100 ของไทยเอ๋ย ถ้ามึงถอยให้เขมรมันยึดพื้นแผ่นดินไทยตามข่าว วิญญาณพ่อกูจะกู่ร้องว่า พวกมึงจัญไร
สงครามครั้งสุดท้ายที่ทหารไทยออกรบกันจริงๆคือสงครามร่มเกล้ากับทหารลาว น้องผมก็ไปร่วมรบกับเขาด้วย กลับออกมาเมื่อรัฐบาลไทยสั่งทหารไทยถอยออกจากพื้นที่กันชน มันยังบอกผมเลยว่างานนี้ทหารไทยแพ้ลาววะพี่
ในใจผมก็คิดเพียงว่ามึงรอดมาได้คงเป็นเพราะวิญญาณพ่อเราช่วยไว้จึงไม่โดนลูกกระสุนปืนใหญ่ลาวตาย เพราะพ่อเราก็ตายเป็นราชพลีไปแล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 14 ต.ค. 2551 (23:36) วันที่ 21 ต.ค.2551 ถ้าศาลฏีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ตัดสินว่าหน้าเหลี่ยมผิดต้องติดคุก และรัฐบาลไม่มีปัญญานำตัวนักโทษหน้าเหลี่ยมมาเข้าคุกในไทย
ผมมีแนวทางที่สามารถบีบให้รัฐบาลอังกฤษยินดีรีบส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคนนี้กลับเมืองไทยโดยเร็วที่สุดภายใน 24 ช.ม.เลยก็ว่าได้
ไม่กังวนเลยว่าหน้าเหลี่ยมจะได้รับการยอมรับให้ลี้ภัยทางการเมืองแล้วหรือไม่
ผมจะรอถึงวันธงชัยที่ 21 ต.ค. 2551 หวังอย่างยิ่งว่าพันธมิตรฯจะตรึงสถานการณ์ให้ผ่านวันธงชัยไปให้ได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 ต.ค. 2551 (23:46) ทุกวันนี้ผมไม่ได้ใช้จานดาวเทียมของ ASTV แต่ดูผ่านhttp://www.thailandtvonline.com/ ที่ช่อง ASTV7 ครับ
พันธมิตรทั่วโลกเข้าไปดูได้ครับ เพราะ Web นี้เขา Link ไว้ให้เราเข้าไปดู TV ได้หลายประเทศทั่วโลก
ช่วยกันกระจายข่าวการดู ASTV ทาง Internet ให้พันธมิตรทั่วโลกได้เข้าดูได้เลยครับ เร็วกว่าสั่งจานดาวเทียม ASTV ไปติดตั้งช้าไปครับสำหรับการกระจายข่าว
ส่วนการช่วยสนับสนุน ASTV ถ้ามีโอกาสก็ช่วยกันด้วยเงินสดได้ครับ ส่วนผมขอเอาเลือด เนื้อ ชีวิต และมันสมอง ไว้ช่วยเมื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต้องการ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 15 ต.ค. 2551 (19:55) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 14 ต.ค. 2551 (23:02)
วันนี้ทหารไทยเจ็บ 5ท่าน กับการป้องกันไม่ให้ทหารเขมรกำเริบไปมากกว่านี้ สำหรับทหารแบบเราๆให้ถึงตายก็รู้สึกเฉยๆเพราะมันเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติ์ของพวกเราที่ต้องพลีชีพเพื่อเอกราชของไทยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 15 ต.ค. 2551 (20:03) ท่านทูตครับ หน้าเหลี่ยมจะสำนึกคืนเงินที่โกงชาติไปได้ก็ต่อเมื่อเขาใกล้จะสิ้นลมหายใจเพราะก่อนตาย ดวงจิตจะเข้าสู่ภวังคจิต ซึ่งเป็นจิตที่อ่อนเอ ท่านจะรับรู้ได้ว่าจิตอ่อนแออย่างไร ก็คือจิตเราตอนใกล้คลื้มหลับนั่นแหละครับ
และในวาระจิตก่อนตายนี้จะทำหน้าที่ฉายภาพความชั่วความดีที่หน้าเหลี่ยมทำไว้ทั้งชีวิต เพื่อประเมินตัวเองว่าจะไปเกิดใหม่ในอเวจีมหานรกชั้นไหนเท่านั้น
และช่วงนั้นแหละที่เขาจะสำนึกได้ แต่มันสายไปแล้วครับ กงเกวียนแห่งกรรมต้องหมุนไปอีกแสนไกลสำหรับจิตสกปรกแบบหน้าเหลี่ยมคนนี้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 17 ต.ค. 2551 (21:27) ถ้าทหารไทยระดับแม่ทัพ 3 เหล่า ถูกหน้าเหลี่ยมซื้อไปได้ถึงขั้นมาโกหกออกทีวีช่อง 3 แล้วละก็เลือดนองแผ่นดินแน่ๆ วิญญานพ่อกูจะร้องอ้ายลูกหมาจัญไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 17 ต.ค. 2551 (21:33) ดังนั้นคุณต้องพิสูจน์ให้ชาวไทยเห็นว่าคุณยังไม่ถูกซื้อ โดยคุณต้องดำเนินการดังนี้
1.ส่งสารวัตทหาเรือและทหารอากาศเข้ามาเป็นโล่ป้องกันไม่ให้ประชาชนเขาทำร้ายกัน
2.วันที่ 21/10/2551 ถ้าศาลตัดสินให้หน้าเหลี่ยมติดคุก คุณต้องประกาศจุดยืนให้ประเทศอังกฤษส่งผู้ร้ายข้ามแดนหนีหมายศาลคนนี้กลับเมืองไทย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 18 ต.ค. 2551 (09:41) ขณะนี้ พิธีกรหญิงนำเสนอว่า ครอบครัวทักษิณต้องได้ 30% ของทุกโครงการที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน และ 6 ปีในอำนาจไม่เคยเพิ่มงบประมาณพัฒนาให้ภาคใต้เลยนั้น
ผมขอย้ำว่าน่าจะจริงเพราะผมเคยสัมผัสของจริงมาแล้วว่า ทีมที่ปรึกษาหน้าเหลี่ยมที่เป็นนักร้องแจ้งเกิดจาก พฤษภาทมิฬ แล้วผันหน้าเข้าพรรคไทยรักไทย พวกเขายืนยันว่าเรื่องเขาไม่ทุ่มงบประมาณให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อแก้ไขปัญหาทะลายปาล์มสุกล้นเกินกำลังการผลิตของโรงงานสะกัดน้ำมันปาล์มดิบในช่วงเดือน ธ.ค. - เม.ย. ของทุกๆปี เพราะเขาเชื่อว่า การทุ่มเงินลงไปเพื่อแก้ไขปัญหานี้ไปเท่าไหรคนใต้ก็ไม่เลือกพรรคไทยรักไทยเป็นต้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 25 ต.ค. 2551 (13:20) แก้ไข Logo ใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเมือง และสิ่งที่การเมืองใหม่ต้องเร่งรัดดำเนินการหลังจากจัดการให้มีระบบการเมืองใหม่แล้ว