ชี้แจงประเด็นขัดแย้งและข้อท้วงติงจากองค์กรศาสนาผ่านสื่อมวลชน กรณีอนุสรณ์สถานน้อยสุริยะ-หนานชัย

ชี้แจงประเด็นขัดแย้งและข้อท้วงติงจากองค์กรพุทธศาสนาผ่านสื่อมวลชน


 


                จากรายงานข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ซึ่งเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม์พรรษา  7 รอบ และอนุสรณ์สถานวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตเพราะความเชื่อน้อยสุริยะ-หนานชัย


               


ประเด็นที่  1  ประเด็นการจัดทำโครงการฯ


                ข้อชี้แจง  โครงการดังกล่าวเกิดจาการหารือกันระหว่างมูลนิธิสายรุ้ง เครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP ศูนย์ข่าวประเสริฐนานาชาติ เครือข่ายกลุ่มอาชีพอำเภอสันกำแพง คริสตจักรนานาชาติล้านนา   คณะกรรมการหมู่บ้านเมืองสันกำแพง  และนักการเมืองท้องถิ่น  ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและความซบเซาด้านการท่องเที่ยวของอำเภอสันกำแพง  ทางฝ่ายผู้นำศาสนาคริสต์จึงเล่าเรื่องความเป็นมาของวีระบุรุษแห่งความเชื่อของคริสเตียนยุคเริ่มแรกของจังหวัดเชียงใหม่  น้อยสุริยะ- หนานชัย  ซึ่งถูกประหาร ณ ป่าหญ้าหนามเล็บแมว  บ้านแม่ปูคา  อำเภอสันกำแพง  โดยมีแนวคิดจากคริสเตียนอาวุโสหลายท่านของคริสตจักรในประเทศไทยในการสร้างอนุสรณ์สถานและศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์คริสตจักรไทย ที่บริเวณหมู่บ้านดังกล่าว  ซึ่งยังไม่สำเร็จสมบูรณ์  จากการเสวนาดังกล่าวจึงทำให้เกิดประเด็นการอยากศึกษาและสืบค้นประวัติศาสตร์ของอาจารย์สมนึก   สิริศักดาวุฒิ  และ ดร.นพดล   ก้อนคำ และเป็นนิมิตทางจิตวิญญาณของ ศบ. วีรพล   ประวัง  และพลตรีสิริวัฒ  เทียมบุญธง  ประธานคณะธรรมกิจ คริสตจักรนานาชาติล้านนา  ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ฯ ในวันที่  22  สิงหาคม  2551  จึงมีการจัดการประชุมผู้ร่วมจัดทำโครงการสร้างอนุสรณ์สถานรำลึกถึงสองวีระบุรุษ  ผู้เสียสละชีวิตเพราะความเชื่อ  ขึ้น    โบสถ์คริสตจักรนานาชาติล้านนา  มีผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งสิ้น  14  คน  และมีการหารือทางโทรศัพท์อีก 4  คน  รวมมีคณะกรรมการทั้งสิ้น 18  คน  ที่ประชุมมีมติให้ 1.  พลตรี  สิริวัฒ  เทียมบุญธง   2.  ศบ. วีรพล  ประวัง  3. อาจารย์สมนึก   สิริศักดาวุฒิ   และ 4.  ดร.นพดล   ก้อนคำ  เป็นผู้จัดทำโครงการและประสานงานหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ  ในการจัดทำโครงการนี้ได้อยู่ในช่วงครบรอบของเหตุการณ์สำคัญต่าง  ๆ ดังนี้


                1. วันประชุมคณะกรรมการจัดทำโครงการ  22 สิงหาคม  ตรงกับวันคล้ายวันถึงแก่กรรมของ “พ่อครูหลวง”  ศาสนทูตดาเนียล   แมคกิลวารี


                2.  ใกล้ถึงวันคล้ายวันเสียชีวิตของวีรบุรุษทั้งสองคือ วันที่ 14  กันยายน  ของทุกปี


                3. ในปี 2552  นี้จะเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของวีระบุรุษทั้งสองครบ  140 ปีและครบรอบการสร้างโบสถ์คริสตจักรสุริยชัยธรรม  30  ปี


                4. อยู่ในช่วงมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม์พรรษา  7  รอบ


                จึงเป็นเหตุให้คณะทำงานได้มีมติเห็นควรร่วมกันในการจัดทำโครงการนี้ขึ้น


               


ประเด็นที่  2    การถูกวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อมวลชน ถึงการแอบอ้างซึ่งบุคคลมาร่วมเป็นคณะกรรมการโครงการของกลุ่มองค์กรชาวพุทธ  ตามข่าวหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์วันที่   25  กันยายน  2551


                ข้อชี้แจง  ทางคณะทำงานได้ดำเนินการจัดทำร่างเสนอโครงการในขั้นต้นและได้ไปหารือกับนายอำเภอสันกำแพงในฐานะผู้ปกครองท้องที่และได้รับคำแนะนำจากนายอำเภอสันกำแพง  ถึงการดำเนินงานอย่างโปร่งใส  ตรวจสอบได้  ยังประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรและท้องถิ่น  ท่านได้กรุณาแนะนำให้ไปหารือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และควรเชิญหัวหน้าส่วนราชการ   ผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมพิจารณาโครงการโดยในขั้นต้น  ท่านไม่ขัดข้องถ้าจะช่วยเป็นประธานฝ่ายอำนวยการ


                ทางคณะทำงานจึงได้มาปรับโครงการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย  โดยร่างโครงการและออกหนังสือเรียนเชิญ  คณะกรรมการที่ปรึกษา  คณะกรรมการอำนวยการ  เพื่อพิจารณาและให้เกียรติเป็นกรรมการโดยมิได้แอบอ้างชื่อบุคคลใด  ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวได้จัดทำและนำส่งไปยังกลุ่มผู้กล่าวถึงเพื่อพิจารณา  ซึ่งอยู่ในช่วงรอการตอบรับเป็นหนังสือและติดตามผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่าน  หากท่านใดกรุณาให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตามร่าง  ทางคณะทำงานจะได้จัดประชุมหารือและหากท่านใดพิจารณาแล้วไม่อาจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการได้  ทางคณะทำงานจะได้แก้ไขรายชื่อคณะกรรมการในร่างโครงการต่อไป


                ทางคณะทำงานได้นำส่งหนังสือเพื่อขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  เพื่อชี้แจงรายละเอียดและความเป็นมาของโครงการ รวมถึงการขอรับข้อแนะนำในการจัดทำโครงการ  เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาจัดทำโครงการให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป


 


ประเด็นที่ 3   การระงับหรือยับยั้งโครงการ  ตามหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันที่  26 กันยายน 2551 โดยมติของที่ประชุมองค์กรพุทธศาสนา


                ข้อชี้แจง  โครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงจัดทำโครงการและแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาในรายละเอียดโครงการ  ทั้งนี้โครงการที่จัดทำขึ้นเป็นเพียงร่างโครงการ ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ  ซึ่งคาดว่าจากการพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสีย  ความเหมาะสมถูกต้องอาจจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในหลายประการ


                ในช่วงระยะก่อนการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการนั้น  ทางประธานคณะทำงานได้นำส่งเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการเป็นหนังสือไปยังวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่  ผ่านทางผู้ประสานวัฒนธรรมอำเภอสันกำแพง  โดยมีข้อความกล่าวถึงการน้อมรับข้อท้วงติง  ข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำโครงการฉบับสมบูรณ์  เสนอต่อเจ้าของงบประมาณคือมูลนิธิสายรุ้ง


                ทั้งนี้  การดำเนินการดังกล่าว  ถือเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาอันสามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ เสรีภาพที่พึงมี


จากรายละเอียดเบื้องต้นตามร่างโครงการ ฯ งบประมาณที่จะใช้ดำเนินการสร้างอนุสรณ์สถานฯ ทั้งสิ้น  เป็นงบประมาณจากมูลนิธิซึ่งหมายถึง  มูลนิธิสายรุ้งและมูลนิธิอื่นๆ  ทางคริสต์ศาสนา  ทั้งในและนอกประเทศ  ไม่ได้ใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ  ซึ่งเป็นภาษีอากรของประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งการดำเนินงานในรูปแบบมูลนิธินั้นเมื่อมีการยกเลิกทรัพย์สินทุกอย่างย่อมตกเป็นทรัพย์สินสาธารณะ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและมีผลที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจนคือ


วัตถุประสงค์


1.          เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ      


2.          เพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของคริสตศาสนิกชนทั่วโลกและเป็นการเชิดชูวีรกรรมของสองวีรบุรุษแห่งความเชื่อของคริสตจักรในประเทศไทย


3.          เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์คริสตจักรไทย


4.       เพื่อเป็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอำเภอสันกำแพงและจังหวัดเชียงใหม่ สอดรับกับโครงการถนนสายวัฒนธรรม


5.        เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และการกระจายสินค้าพื้นเมือง , การเกษตร หัตถกรรมและอุตสาหกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ โดยการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่


ผลที่คาดว่าจะได้รับ


1.      มีศูนย์รวมทางจิตใจของคริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทย ควบคู่กับการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ และเป็นการเชิดชูวีรกรรมของสองวีรบุรุษแห่งความเชื่อของคริสตจักรในประเทศไทย


2.      มีศูนย์ศึกษาทางประวัติศาสตร์ของคริสตจักรไทยและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน


3.    เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศ ในเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและจิตวิญญาณของภูมิภาคคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยี่ยมชม ร่วมรำลึกถึงและแสวงบุญไม่ต่ำกว่า  200,000 คนต่อปี


4.    เป็นศูนย์กลางและกระจายสินค้าของชุมชนในอำเภอสันกำแพง  จังหวัดเชียงใหม่ มีเงินรายได้เข้าชุมชนไม่ต่ำกว่า 100  ล้านบาทต่อปี


5.      เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสันกำแพงและจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืนถาวร


 


                ในกรณีเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรตินั้นต้องผ่านการพิจารณาในหลายขั้นตอนหากโครงการนี้มีคุณลักษณะที่เข้าเกณฑ์ก็สามารถดำเนินการได้ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ทางคณะทำงานก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์โครงการในภายหลัง


ในขั้นต้นทางคณะทำงานได้นำโครงการดังกล่าวไปแจ้งต่อคณะกรรมการหมู่บ้านแม่ปูคา  หมู่ที่ 6  และหมู่ที่ 7  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  การขออนุญาตสร้างอนุสรณ์สถานดังกล่าวจะต้องขออนุญาตก่อสร้างตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  หากจำเป็นต้องขอประชามติตามระเบียบปฏิบัติที่พึงมี  ทางคณะทำงานจะได้มาขอความเห็นต่อประชาคมอีกครั้ง   ซึ่งในช่วงนี้ทางคณะทำงานจะไม่ดำเนินการใด ๆ เพราะอยู่ในช่วงการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นของตำบลแม่ปูคา  อันอาจถูกนำไปยุ่งเกี่ยวและเป็นประเด็นทางการเมืองได้


 


ประเด็นที่  4   การใช้ชื่อน้อย-หนาน  ซึ่งเป็นนามเรียกของคนในพุทธศาสนาอาจนำมาซึ่งความแตกแยกทางศาสนา ตามหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันที่ 23 กันยายน 2551


                ข้อชี้แจง  น้อยสุริยะ-หนานชัย  เป็นนามของบุคคลในประวัติศาสตร์  ซึ่งทางคริสตศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย และองค์กรคริสตจักรในสังกัดอื่นๆ ได้กล่าวถึงวีรกรรมที่ควรยกย่องมาอย่างต่อเนื่อง  จนได้ประกาศให้วันที่  14  กันยายน ของทุกปี  เป็นวันแห่งการรำลึกถึงวีรชนแห่งความเชื่อ  รายละเอียดตามหลักการและเหตุผลของโครงการ


                ความหมายของถ้อยคำ ตามพจนานุกรมกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน ปีพุทธศักราช 2525    


                - อนุสรณ์   หมายถึง  เครื่องระลึก  ที่ระลึก


- สถาน       หมายถึง  ปราการ  ที่ตั้ง


- ระลึก        หมายถึง  คิดถึง  นึกถึง


- วีรบุรุษ     หมายถึง  ชายผู้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความกล้าหาญ


- แห่ง          หมายถึง  ที่,ของ


- ความ         หมายถึง  เรื่อง


- เชื่อ           หมายถึง  เห็นตามด้วย  มั่นใจ  ไว้ใจ


                                - Martyr   หมายถึง  One who suffer death or torture rather than  give up his religion or principles. ผู้ที่ยอมรับการทรมาณเพื่อเพื่อนมนุษย์


                        - น้อย        หมายถึง   เป็นคำนำหน้าชื่อคนที่เคยบวชเณร หมายความว่าได้บวชเรียนน้อยหรืออยู่วัดน้อยไป หรือเป็นคนที่มีความรู้ในทางศาสนพิธีน้อย


- หนาน    หมายถึง    ผู้ที่เคยอุปสมบทมาแล้วคือเป็นพระภิกษุที่ลาสิกขาบท ก็จะ  เรียกว่า"หนาน" อาจแปลว่า ใหญ่ ซึ่งย่อมาจาก "ขนาน" ตาม ประเพณีแบบลังกาโบราณ ผู้บวชจะต้องบวชในแพขนานกลางลำน้ำ ซึ่งเรียกว่า อุทุกเขปสีมา ต่อมาจึงเหลือเพียง หนาน


            หลักข้อเชื่อของคริสเตียนประกอบด้วย


          ข้อ  1  หลักข้อเชื่อของอัครธรรมทูต  คือ


                ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และโลก


                ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์  พระบุตรองค์เดียวของพระบิดา  ทรงปฏิสนธิ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงกำเนิดจากมารีย์สาวพรหมจารีย์    ทรงทนทุกข์ทรมาน  ในสมัยที่ปอน-ทิอัสปีลาตปกครอง ทรงถูกตรึงที่กางเขนแล้วมรณา  ในวันที่สามทรงคืนพระชนม์   พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ประทับ    เบื้องขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด  จากที่นั่นพระองค์จะเสด็จมาพิพากษาคนเป็นและคนตาย


                ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นในสากลคริสตจักรบริสุทธิ์ ในการร่วมสมานฉันท์ระหว่างธรรมิกชน  การอภัยโทษบาป  การที่กายคืนชีพ  การสมบูรณ์ชีพนิรันดร์


ข้อ  2   พระบัญญัติ  10  ประการ  พระมหาบัญญัติ  2  ประการ และพระบัญญัติใหม่ คือ


                พระบัญญัติ  10  ประการ คือ  พระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปว่า เราคือพระเจ้าของเจ้า ผู้ใดนำเจ้าออกแผ่นดิน อียิปต์  คือ จากแดนทาส


1.       อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา





ความคิดเห็นที่ 1

dr.noppadol
1 ต.ค. 2551 09:09
  1. เหตุแห่งการเป็นวีรุบุรุษแห่งความเชื่อของน้อยสุริยะ-หนานชัย เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทั้งสองท่านยอมพลีชีวิตเพื่อพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อศรัทธา (faith) หากท่านยอมเลิกเชื่อศรัทธาก็อาจจะมีชีวิตรอด จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างแก่คริสตชนรุ่นหลัง และก่อนเสียชีวิตทั้งสองท่านยังได้อธิษฐานเผื่อผู้ที่กระทำการให้ได้รับการยกโทษในความผิดบาปที่ได้กระทำต่อตน ถือเป็นวีรบุรุษแห่งความเชื่อ และด้วยการพลีชีพของวีรบุรุษส่งผลให้การเผยแผ่คริสต์ศาสนาในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ ส่งผลให้พสกนิกรชาวไทยได้รับเสรีภาพ และความคุ้มครองในการนับถือศาสนา การใช้ชื่อน้อยหรือหนาน เป็นชื่อเรียกตามธรรมเนียมโบราณ และมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทางคณะทำงานไม่อาจก้าวล้ำในการเปลี่ยนแปลงนามของทั้งสองท่านได้เพราะไม่มีสิทธิอำนาจและเกรงว่าจะเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นการไม่บังควร ตามธรรมเนียมสากล และหลักการทางประวัติศาสตร์ หากนามของน้อยและหนาน เป็นนามที่ใช้เรียกบุคคลทางพุทธศาสนาอาจจะนำมาซึ่งความแตกแยก และสมควรถอดออก ทางคณะทำงานก็ไม่ขัดข้องในการดำเนินการ แต่ต้องเป็นไปตามหลักการและธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ประเด็นที่ 5 การรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ถือเป็นการดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนคร ข้อชี้แจง นับแต่เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดดังกล่าวเมื่อ 14 กันยายน 2412 เป็นต้นมา คริสตชนทุกคนได้รับทราบและเล่าสืบต่อกันมาผ่านยุคสมัย ผ่านกาลเวลา โดยวีรกรรมของสองวีรบุรุษผู้พลีชีพเพื่อความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เป็นที่ประจักษ์แก่คริสตชนทุกยุคทุกสมัย หาใช่การรื้อฟื้นอดีตที่เลือนหายไป ด้วยพื้นฐานแห่งความเชื่อศรัทธา อาจกล่าวสรุปได้ว่าคริสตชนไม่มีผู้ใดมีเจตนาที่จะดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และไม่มีผู้ใดคิดนึกในเชิงกล่าวร้ายให้โทษหรือพิพากษ์ว่าเจ้าผู้ครองนครมีความโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนแม้แต่น้อย เพราะการคิดเช่นนั้นทางคริสตชนถือว่าเป็น “การบาป” ด้วยทุกอย่างในชีวิตคริสตชนมอบไว้ในการทรงคุ้มครองของพระผู้เป็นเจ้าผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ เหตุการณ์ทุกประการที่ผ่านมาในชีวิตไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขเป็นไปตามแผนการ การทรงนำ และน้ำพระทัยของพระผู้เป็นเจ้าทั้งนั้น การทนทุกข์ทรมาณ ของสองวีรบุรุษก็เป็นไปเช่นเดียวกับการทนทุกข์ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าในขณะที่ถูกตรง ณ แดนประหาร ในกรณีที่น้อยสุริยะ-หนานชัย ถูกประหารชีวิตนั้นวีรบุรุษทั้งสองท่านก็น้อมรับโดยดุษฎีย์ ย่อมไม่ใช่การป่าเถื่อนโหดเหี้ยมแต่ประการใดและทั้งสองท่านยังได้อธิษฐานเผื่อให้ผู้ที่กระทำการขออย่าได้รับโทษในการกระทำดังกล่าวและมอบชีวิต จิตวิญญาณของตนแด่พระผู้เป็นเจ้า จึงมิบังควรที่ผู้ใดจะได้วินิจฉัยการดังกล่าวอีก หากมีบุคคลใดมีความคิดเห็นและมองต่างไปจากความเชื่อของคริสตชนในประเด็นนี้ถือว่ามิใช่ความเชื่อของคริตชน ซึ่งการคิดเห็นดังกล่าวไม่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระผู้เป็นเจ้า และขัดต่อหลักความเชื่อของคริสตชน จึงขอยืนยันในประเด็นนี้ว่าไม่มีคริสตชนผู้ใดในแผ่นดินโลกนี้ กล้าคิดในการดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนครอย่างเด็ดขาด นายนพดล ก้อนคำ 29 กันยายน 2551



ความคิดเห็นที่ 2

dr.noppadol
2 ต.ค. 2551 08:41
  1. เหตุแห่งการเป็นวีรุบุรุษแห่งความเชื่อของน้อยสุริยะ-หนานชัย เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทั้งสองท่านยอมพลีชีวิตเพื่อพระเยซูคริสต์ ด้วยความเชื่อศรัทธา (faith) หากท่านยอมเลิกเชื่อศรัทธาก็อาจจะมีชีวิตรอด จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างแก่คริสตชนรุ่นหลัง และก่อนเสียชีวิตทั้งสองท่านยังได้อธิษฐานเผื่อผู้ที่กระทำการให้ได้รับการยกโทษในความผิดบาปที่ได้กระทำต่อตน ถือเป็นวีรบุรุษแห่งความเชื่อ และด้วยการพลีชีพของวีรบุรุษส่งผลให้การเผยแผ่คริสต์ศาสนาในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ ส่งผลให้พสกนิกรชาวไทยได้รับเสรีภาพ และความคุ้มครองในการนับถือศาสนา การใช้ชื่อน้อยหรือหนาน เป็นชื่อเรียกตามธรรมเนียมโบราณ และมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทางคณะทำงานไม่อาจก้าวล้ำในการเปลี่ยนแปลงนามของทั้งสองท่านได้เพราะไม่มีสิทธิอำนาจและเกรงว่าจะเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นการไม่บังควร ตามธรรมเนียมสากล และหลักการทางประวัติศาสตร์ หากนามของน้อยและหนาน เป็นนามที่ใช้เรียกบุคคลทางพุทธศาสนาอาจจะนำมาซึ่งความแตกแยก และสมควรถอดออก ทางคณะทำงานก็ไม่ขัดข้องในการดำเนินการ แต่ต้องเป็นไปตามหลักการและธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
     ประเด็นที่ 5 การรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ถือเป็นการดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนคร
    ข้อชี้แจง นับแต่เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดดังกล่าวเมื่อ 14 กันยายน 2412 เป็นต้นมา คริสตชนทุกคนได้รับทราบและเล่าสืบต่อกันมาผ่านยุคสมัย ผ่านกาลเวลา โดยวีรกรรมของสองวีรบุรุษผู้พลีชีพเพื่อความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เป็นที่ประจักษ์แก่คริสตชนทุกยุคทุกสมัย หาใช่การรื้อฟื้นอดีตที่เลือนหายไป ด้วยพื้นฐานแห่งความเชื่อศรัทธา อาจกล่าวสรุปได้ว่าคริสตชนไม่มีผู้ใดมีเจตนาที่จะดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และไม่มีผู้ใดคิดนึกในเชิงกล่าวร้ายให้โทษหรือพิพากษ์ว่าเจ้าผู้ครองนครมีความโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนแม้แต่น้อย เพราะการคิดเช่นนั้นทางคริสตชนถือว่าเป็น “การบาป” ด้วยทุกอย่างในชีวิตคริสตชนมอบไว้ในการทรงคุ้มครองของพระผู้เป็นเจ้าผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ เหตุการณ์ทุกประการที่ผ่านมาในชีวิตไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขเป็นไปตามแผนการ การทรงนำ และน้ำพระทัยของพระผู้เป็นเจ้าทั้งนั้น การทนทุกข์ทรมาณ ของสองวีรบุรุษก็เป็นไปเช่นเดียวกับการทนทุกข์ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าในขณะที่ถูกตรง ณ แดนประหาร ในกรณีที่น้อยสุริยะ-หนานชัย ถูกประหารชีวิตนั้นวีรบุรุษทั้งสองท่านก็น้อมรับโดยดุษฎีย์ ย่อมไม่ใช่การป่าเถื่อนโหดเหี้ยมแต่ประการใดและทั้งสองท่านยังได้อธิษฐานเผื่อให้ผู้ที่กระทำการขออย่าได้รับโทษในการกระทำดังกล่าวและมอบชีวิต จิตวิญญาณของตนแด่พระผู้เป็นเจ้า จึงมิบังควรที่ผู้ใดจะได้วินิจฉัยการดังกล่าวอีก หากมีบุคคลใดมีความคิดเห็นและมองต่างไปจากความเชื่อของคริสตชนในประเด็นนี้ถือว่ามิใช่ความเชื่อของคริตชน ซึ่งการคิดเห็นดังกล่าวไม่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระผู้เป็นเจ้า และขัดต่อหลักความเชื่อของคริสตชน จึงขอยืนยันในประเด็นนี้ว่าไม่มีคริสตชนผู้ใดในแผ่นดินโลกนี้ กล้าคิดในการดูหมิ่นเจ้าผู้ครองนครอย่างเด็ดขาด
    นายนพดล ก้อนคำ 29 กันยายน 2551




ความคิดเห็นที่ 3

13 ธ.ค. 2553 23:17
  1. โครงการนี้ยังคงดำรงอยู่ครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น