ภวังค์ หรือ ภวังค์จิต เป็นอย่างไร ... ปริศนาของชีวิตที่เรายังไม่รู้ !? | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ภวังค์ หรือ ภวังค์จิต เป็นอย่างไร ... ปริศนาของชีวิตที่เรายังไม่รู้ !?

โพสต์เมื่อ: 09:57 วันที่ 9 ต.ค. 2551         ชมแล้ว: 13,747 ตอบแล้ว: 15
วิชาการ >> กระทู้ >> ปรัชญา

เป็นกระทู้ที่ ต่อเนื่องจากคำถามของครูไผ่ ซึ่งมีเนื้อความดังนี้
..........................................................................................

ช่วยอธิบายปรากฏการณ์นี้หน่อยค่ะ

เป็นเรื่องจริงจากประสบการณ์จริงของคนคนหนึ่ง

เขาผู้นั้นเดินลงจากชั้นบนของบ้านในตอนเช้าตรู่วันหนึ่ง ในอาการของคนเพิ่งตื่นจากนอน และเดินไปทางประตูหน้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ

ในอาการที่ยังไม่ตื่นอย่างสมบูรณ์นั้น เขาได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัย 5-6 ขวบ ร้องมาจากที่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น ว่า
"แม่จ๋า หนูเจ็บนะ"  "แม่จ๋า อย่าตีหนู"  หลายครั้ง

เขารู้สึกแปลกใจ  เพราะรอบบ้านนั้นไม่มีเด็กเล็กวัยขนาดนั้น 
เมื่อเขาตั้งใจฟัง เพื่อหาที่มาของเสียง (ในอาการของคนที่ตื่นอย่างสมบูรณ์แล้ว)
กลับได้ยินเสียงเดียวกันนั้นกลายเป็นเสียง "เมี้ยว เมี้ยว" แทน  และไม่มีเสียงเด็กเล็ก ๆ นั้นอีกเลย กลายเป็นเสียง "เมี้ยว เมี้ยว" ที่แสดงความรู้สึกเดียวกับเสียงเด็กคนนั้นตลอดเวลา

เขาเปิดประตูบ้านออกไป ยังที่พักอาศัยของแม่แมวและลูกแมวครอบครัวหนึ่ง 
พบลูกแมวตัวหนึ่งร้องเมี้ยว ๆ และตามตัว ตามขา มีรอยถูกแม่แมวกัดหรือตบ เป็นแผลเลือดไหลซิบ ๆ
เขาจึงเรียกลูกชายซึ่งกำลังเรียนสัตวแพทยศาสตร์นำลูกแมวตัวนั้นไปพยาบาล

คำถามคือ  ทำไมตอนแรกเขาจึงได้ยินเสียงลูกแมวร้องเป็นภาษาคน ?

(ครูไผ่)



MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง





จำนวน 15 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ต.ค. 2551 (09:58)

ขอลองร่วมวิเคราะห์ดูนะครับ

(1) หากพิจารณาตามแนวทางจิตวิทยา หรือวิทยาศาสตร์ อาจจะเกิดจากการประมวลผล ที่ไม่สมบูรณ์
- ไม่ทันได้ฟังให้ถนัดว่าเป็นเสียงแมว ร่างกายยังไม่ได้ตื่นพร้อม
- เสียงที่เจ็บปวดนั้น ไปใกล้เคียง กับการที่รับรู้ว่าเป็นเสียงเด็ก

(2) หากพิจารณาไปในแง่ของการสื่อทางจิต ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ผมคงไม่มีอะไรมารับรอง หรือยืนยันได้

การพิจารณาเชื่อตาม (1) น่าจะปลอดภัย แต่การเปิดใจรับฟัง (2) ก็ไม่ได้ทำให้เราพลาดอะไรไป แต่ก็ไม่ควรไปคิดมากกับแนวทางนี้ ... สิ่งเหล่านี้ ถ้ารับได้ สัมผัสได้ ก็ควรให้เป็นปัจจุบันขณะนั้น ... หากวางใจไว้ดี ก็อาจจะเกิดขึ้นให้เราได้พิจารณาอีกครับ ... ที่สำคัญ ไม่ควรตกใจ หรือนำไปคิดจินตนาการ ให้วิตกกังวล หรือฟุ้งซ่าน จนทุกข์ใจ

ปรากฎการณ์ดังกล่าวอาจจะเกี่ยวกับภาวะของจิตที่อยู่ในภวังค์ อยู่ในรอยต่อของความรู้ตัวและไม่รู้ตัว ของจิตใต้สำนึก และจิตรู้สำนึก


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ต.ค. 2551 (10:00)

ขอบคุณค่ะ

เป็นไปได้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นภาวะของจิตที่อยู่ในภวังค์ อยู่ในรอยต่อของจิตใต้สำนึก และจิตรู้สำนึก

ภาพของพี่และน้องที่ถูกแม่ตี ร้องไห้คร่ำครวญ เนื่องจากความดื้อและความซนในวัยเด็กเล็ก อาจจะจารึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา  (ตัวเขาเองแทบจะไม่เคยถูกตี แม้จะซน ก็ไม่ทำผิดกติกาของแม่)

เป็นไปได้ว่าเสียงร้องไห้ของลูกแมวตัวนั้นไปเชื่อมโยงกับเสียงที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาพอดี ในขณะที่จิตของเขาอยู่ในภวังค์  จึงฟังเป็นเสียงร้องไห้ของพี่หรือน้องในวัยเด็กที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา

เกิดคำถามต่อไป:  ภวังค์คืออะไรคะ?

ท่านใดยังติดใจที่จะร่วมวิเคราะห์คำถามเดิม เชิญนะคะ

(ครูไผ่)


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ต.ค. 2551 (10:01)

ผมกลับไปค้นดูนิดหน่อย พอให้เกิดความเข้าใจคร่าวๆ

ภวังค์ หรือ ภวังค์จิต จะใช้อธิบายทาง พระอภิธรรม ครับ
จิต หรือ มโน มีธรรมชาติ ที่ต้องรับรู้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา

เมื่อมีอารมณ์ สิ่งกระทบ (ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
วงจรของขันธ์ 5 ก็จะเกิดขึ้น เรียกว่า เกิด วิถีจิต ไปจบที่ การรับรู้ หรือ วิญญาณ เป็น มโนวิญญาณ

จากเกิดจนดับตรงนี้ นับเป็นการเกิดดับของจิต 1 ดวง
ซึ่งจะเกิดดับรวดเร็วมาก เมื่อดับก็จะสืบต่อให้จิตดวงใหม่

ดังนั้นจิตของเรา จึงเป็นจิตดวงใหม่อยู่ในทุกขณะ แต่สืบทอดกรรมสิ่งปรุงแต่งจิตต่างๆ มาจากดวงจิตที่พึ่งจะดับไป เป็นกระแสจิตต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

เปรียบเหมือนเปลวเทียน หรือไส้ของหลอดไฟ ที่เราเห็นสว่างต่อเนื่องกันตลอดเวลา แต่แท้จริงแล้ว เป็นการสืบต่อกันอย่างรวดเร็ว

จังหวะของรอยต่อ ของการเกิดดับ ของการจบการรับรู้อารมณ์หนึ่ง ไปยังการรับรู้อีกอารมรณ์หนึ่ง (อาจเป็นอารมณ์เดียวกัน เช่น อารมณ์โกรธ ที่กำลังพัฒนา รุนแรงมากขึ้น ปรุงแต่ง รับรู้ ปรุงแต่ง รับรู้ ... จนลงมือกระทำสิ่งไม่ดี ตามความโกรธ) อาจจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า ภวังค์จิต

ในขณะที่เราตื่นอยู่นั้น อารมณ์เกิดดับที่สืบต่อกันอย่างรวดเร็ว เราจะไม่สามารถรู้ ภวังค์จิตได้เลย

ภวังค์จิตที่มีช่วงขยายยาวนานออกไป ที่เราเห็นได้ชัดเจน (เห็นของคนอื่น หรือ เห็นเมื่อหลุดจากภวังค์แล้ว) ได้แก่

1) อาการละเมอ ใจลอย สภาวะอึ้ง หรือช็อค เป็นลม หมดสติ

2) การนอนหลับ

ขอพูดถึงการนอนหลับนะครับ เพราะน่าจะพอพิจารณาได้ง่ายกว่า

การนอนหลับนี่ ถ้าดูจริงๆ เราแต่ละคน รู้เรื่องการนอนหลับของเราเองน้อยมาก ทั้งๆที่ชีวิตเกือบ 1/3 เราใช้ไปกับการนอนหลับ

ก่อนที่ผมจะลองอธิบายว่า การเข้าสู่สภาวะของการหลับนั้น เป็นภวังค์จิตอย่างไร
อยากจะให้ท่านอื่นๆ ลองช่วยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนอนหลับ

- การหลับที่เกิดจากความอ่อนเพลียของร่างกาย กับการหลับทั้งที่ร่างกายไม่ได้อ่อนเพลียเช่น นั่งฟังสิ่งที่ไม่รู้เรื่อง ไม่สนใจอยู่สักพัก จะง่วงหลับไป มีกลไก มีความแตกต่างกันอย่างไร

- กาย หรือ ใจ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการหลับ


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ต.ค. 2551 (10:02)

( ผมขออนุญาตครูไผ่ ยกมาเป็นกระทู้นี้นะครับ น่าจะมีท่านอื่นๆที่สามารถให้แนวคิดเพิ่มเติมได้)


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ต.ค. 2551 (21:38)

แหม.................. ผมไม่ได้ศึกษา อภิธรรม ด้วยซิ ก็เลย อ่านแล้ว งง


 


ไว้รอท่านที่ีมีความรู้ทางด้านอภิธรรม อย่างช่ำชอง ยิ่งยวด ส่งประกวด ก็แล้วกันนะครับ


 


ผมลองขออธิบาย ตามแนวทางที่พอรู้.....คร่าว ๆ เลา ๆ ไม่ค่อยเจน นะครับ  (เผื่อ ฟลุ๊ค ฮิ ฮิ ฮิ)


 


ปกติ จิต จะมีอาการ ไหล เปรียบประดุจ ดังสายน้ำ ที่เคลื่อนไหว ไปตลอดเวลา ไปสู่ที่ทางตามหนทางที่มันมีปกติเป็น


เช่น เมื่อเราฟังอะไรไม่รู้เรื่อง ก็จะง่วง และหลับไป  นั่นคือกลไก ที่มันเคยเป็น และยังคงเป็นต่อไป


แต่มี อยู่ สักครั้งหนึ่ง ที่เรา ฟังไม่รู้เรื่อง ก็จะง่วง และหลับไป  แต่...................... จิตเหนือสำนึก กลับ ก้ายก่าย ก้าวล่วงเข้าไป ในดินแดน ของจิตใต้สำนึก จึงส่งผลให้เกิดอาการ ที่เรียกว่า เคลิ้มหลับ


คือ ร่างกาย ทำงานตามกลไก ที่ส่วน จิตใต้สำนึกสั่งงานไว้ โดยปกติ  โดยมี จิตเหนือสำนึก เข้าไปเป็นผุ้ร่วมชม การทำงานของกลไกลนั้น ๆ นั่นเอง


 


อ่านแล้ว อาจจะงงง เพราะผม ก็ชักงงงงงง  แต่ไม่เป็นไร  ไปถามผู้รู้ ไว้จะมาเล่าต่อ


 


ใครมีดี ๆ ก็รบกวน ฝากให้พิจารณา เพิ่มเติมปัญญาของผม ด้วยนะครับ


ขอบพระคุณค้าบ...............


 


วิมม์
ร่วมแบ่งปัน73 ครั้ง - ดาว 99 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 ต.ค. 2551 (09:32)

เป็นเรื่องที่ เรายังไม่ค่อยจะรู้จักจริงๆ

ผมเองก็ต้องขอเวลาศึกษา ค้นคว้า และสังเกตดูสักพักหนึ่ง


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 14 ต.ค. 2551 (14:39)

  สำหรับเรื่องนี้ผมคงจะพอให้ความเห็นได้ในเเนวทางของจิตวิทยาเเบบพื้นๆ อาจมีคำศัพท์กำกวมบ้างขอละเอาไว้ก่อนในฐานที่เข้าใจครับ   
 
เริ่ม..

เมื่อเราอยู่ในสภาวะขาดสติไม่ว่าจะด้วยจากปัจจัยใดๆก็ตาม   เช่น   การดื่มสุรา
 มีผลทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆมีประสิธิภาพลดลง   รวมถึงการได้ยิน  ผลที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายอย่าง  เเละ  หลายระดับ  เช่น  การที่ไม่สามารถจับใจความของผู้อื่นได้ ได้ยินเขาพูดอะไร  ฟังกลายเป็นคำด่า  จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด  จนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทหรือเเม้กระทั่งเกิดการทำร้ายร่างกายบาดเจ็บจนกระทั่งเสียชีวิต     

ที่จะบอกคือ    การขาดสติ  หรือ  อยู่ในภาวะที่สติของเรายังไม่ตื่นตัวเต็มที่มีผลต่อประสาทสัมผัสต่างๆของร่างกาย  ให้ตีความสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสนั้นอาจผิดพลาดได้มากกว่าในขณะที่มีสติในภาวะที่ตื่นตัวอย่างสมบูรณ์     

ในกรณีที่คุณครูไผ่ยกขึ้นมาก็เช่นกัน   ถ้าเป็นไปตามเเนวที่ผมวางเอาไว้  น่าจะเป็นช่วงที่ชายคนดังกล่าวเพิ่งตื่นนอน   ในขณะนั้นเองสติของเขาอาจจะยังไม่ได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์    ทำให้สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสอาจจะถูก  " ตีความ "  ผิดพลาดในที่นี้คือ  " เสียง "  ส่วนที่ว่าทำไมได้ยินเสียงเเมว
เป็นเเบบนั้นก็คงจะเพราะว่า..............

ในเวลาที่สติของเรายังอยู่ในสภาพไม่พร้อมหรือเรียกว่าขาดสติ   ในขณะนั้นเอง   "  ความเป็นตัวเรา "  ในเเง่ของ  " การควบคุมความคิดในระดับ "   
จิตสำนึก  ยังอยู่ในสภาวะไม่พร้อม   ในสภาวะเพิ่งตื่นหมาดๆ  หรือในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นก็เช่นเดียวกัน   ในช่วงนี้อิธิพลของจิตใต้สำนึกของเราจะยังปรากฏอิธิพลอยู่มาก  

เเละอิธิพลของ  "จิตใต้สำนึก"  ที่ยังไม่ได้กลับลงไปในขณะกึ่งหลับกึ่งตื่นหรือเพิ่งตื่นหมาดๆนี้เองมันจะเป็นตัวชักนำให้การตีความสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสเกิดความผิดพลาดตามเเต่  " สภาพของจิตใต้สำนึกในขณะนั้น"  จะพาไป 

สรุปว่า    ถ้าตามเเนวคิดนี้   

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามเเนวทางนี้น่าจะเกิดจากหลักสำคัญ    คือ  
  การที่สภาวะของชายผู้นั้น เพิ่งตื่นหมาดๆหรือยังอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นทำให้ สติยังไม่ทำงานได้ไม่เต็มที่   ในขณะที่  " จิตใต้สำนึกในขณะหลับยังมีอิธิพลอยู่มาก  "   เป็นตัวเเปรที่ทำให้การตีความเสียงที่ผ่านเข้ามาเกิดความผิดปกติไปตามเเต่    "สภาพของจิตใต้สำนึกในขณะนั้นจะพาไป"  

เช่น    ถ้าจิตใต้สำนึกในขณะนั้นมีความขัดเเย้งในเรื่องศีลธรรม   เสียงที่ได้ยินก็จะมีโอกาสถูกตีความออกมาให้สัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องของ  " ศีลธรรม "  ได้  

หวังว่าตรงนี้คงมีประโยชน์ในภาพรวมบ้างถ้าในรายละเอียดปลีกย่อยผิดพลาดประการใดต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่าน  ขอจงสวัสดี                                                                 


yoshisuku (IP:124.120.13.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 14 ต.ค. 2551 (15:59)

ขอบคุณค่ะ เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลทีเดียวในภาพรวม

ยังเปิดรับความคิดเห็นเพิ่มเติมนะคะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3608 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 24 พ.ย. 2551 (15:15)

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือของ อ.โกวิทย์
อาจารย์เล่าถึงประสบการณ์ "หลับลึก"

เมื่อจิตใจได้พักผ่อน ได้กลับไปอยู่ในสภาพเดิม(?)
ในสภาพที่ไม่มีตัวตนของเรา ไม่มีผู้หญิง ผู้ชาย ไม่มีความคิด ปรุงแต่งใดๆ

ในชีวิตที่ดูเหมือนจะบีบคั้น เราก็ยังได้มีโอกาสหลับพักผ่อน แม้จะไม่ลึก ก็ได้กลับไป Refresh

หากคนเราไม่ได้นอนสักวันสองวัน ก็น่าจะแย่มากๆแล้ว
การนอนหลับ จึงเป็นธธรมชาติ ทีพิสดาร ที่เราควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง


การภาวนา การเจริญสติ สมาธิต่างๆ  จะส่งผลดีโดยตรงต่อการนอนหลับ
ซึ่งจริงๆ เราอาจต้องการการหลับแบบลึกๆ แบบธรรมชาติ เพียงไม่กี่ชั่วโมง


การนอนหลับ คือ อีกด้านหนึ่งของปริศนา ของการตื่น และความตาย
การพัฒนาจิตใจ น่าจะทำให้เราได้เรียนรู้จัก ธรรมชาติ อันละเอียดลึกซึ้ง อันนี้


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 14 มิ.ย. 2553 (15:10)
ความเห็นทั้งหลายที่ปรากฎ คือ การวิเคราะห์อย่างที่เราๆท่านๆเรียกกัน "คือการปกป้องความคิด"
101 (IP:58.137.129.220)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 มิ.ย. 2553 (19:33)

การสนทนาอย่างสร้างสรรค์ มีไมตรีจิต สำคัญกว่าความคิดใดๆ


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 มิ.ย. 2553 (21:42)

สวัสดีครับอาจารย์ MG

ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว จนคิดไปว่าอาจารย์จะไม่กลับมาคุยเสียแล้ว
หายไปไหนมานานครับ อาจารย์ครับ

เพิ่งได้เห็นความคิดเห็นที่ 9 ของอาจารย์
และขอยืนยันกับอาจารย์ในข้อเขียนนี้

แต่ก่อน ถึงผมพยายามทำตัวเป็นคนดี
แต่เวลานอนฝัน บางครั้งก็ทำชั่วไปในความฝัน
บางครั้งก็ฝันร้าย ตื่นมา แทนที่จะสดชื่นกลับเหนื่อยมาก

จนกระทั่งผมสวดมนต์และพยายามฝึกทำสมาธิก่อนเข้านอน
ดีขึ้นมากครับ
เอาชนะฝันร้ายได้หมด
แม้ในความฝันก็จะไม่ทำผิดหรือทำชั่วอีก


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 18 มิ.ย. 2553 (11:08)

สวัสดีครับ อ.นิรันดร์
รู้สึกดีใจ และยินดีมากครับ ที่อาจารย์เข้ามาคุยทักทายด้วย
---
ช่วงนี้ผมเรียน ป.เอกอยู่ครับ แล้วก็ต้องดูแลเด็ก 2 คน(ลูกชาย)
ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลาแวะเข้ามาเขียนอะไรทิ้งไว้เท่าไหร่

ช่วงวิกฤตการณ์การเมืองเดือนสองเดือนที่แล้ว ก็พยายามมีสติ ไม่พยายามเขียนอะไรตามอารมณ์
ถึงขนาดนั้น ก็ยังไปเขียนบทความการเมืองเอาไว้ 2 เรื่อง

---
แต่จริงๆ ผมก็ยังแวะเวียนเข้ามาดูเรื่อยๆ ครับ
ถ้าเห็นข้อความ ความคิดอะไรที่สื่อไม่ค่อยดีนัก ที่คิดว่าควรจะโต้ตอบเชิงสร้างสรรค์
ผมก็จะเขียนอะไรสั้น(กระตุ้นให้คิดอย่างอื่น หรือหลุดไปจากความคิดนั้นๆ)
... แต่อันนี้ก็ทำยากครับ สติเราต้องดีมาก จิตใจของเราต้องดีมากๆ

---
บางที มันมีอารมณ์อยากจะโต้ตอบ ... พอเริ่มเขียนสั้นๆ ก็นึกได้
ก็หยุด เลิก ไม่เขียนดีกว่า

อ.นิรันดร์ ได้ให้สติผมไว้มากเลยครับ
เมื่อวานนี้เป็นวันไหว้ครู
ผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ และขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง

---
เรื่องตื่นตอนเช้า แล้วไม่สดชื่น
ตัวนี้บ่งบอกว่า ร่างกายของเรากำลังเสื่อม เป็นขาลงของเขาแล้วครับ
ผมพึ่งเข้า 40 ก็มีอาการแบบนี้บ้างแล้ว
แต่หากวันไหนหลับเพียงพอ จิตใจดี ไม่เครียด
หรือได้ ทำภาวนาหรือทำให้ใจสงบก่อนนอน
ตื่นขึ้นมาแล้วมักจะดีครับ


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 18 มิ.ย. 2553 (22:29)

เรียนด้วย เลี้ยงลูกด้วย
แบกน้ำหนักมากทีเดียวนะครับ

แต่ละคนอายุเท่าใดกันแล้วล่ะครับ
หากโตแล้ว ภาระเรื่องเงินก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ใครว่าพอลูกโตแล้วสบาย ผมเถียงคอเป็นเอ็นแน่ ๆ
ยิ่งโตยิ่งเหนื่อยกว่า หนักใจกว่า เพราะเรื่องมากกว่า

เมื่อเราสร้างภาระของเราขึ้นมาเอง ก็ต้องรับผิดชอบและทำให้ดีที่สุด

ขอให้ประสบความสำเร็จทั้งการเลี้ยงลูกและการเรียนปริญญาเอกนะครับ

คำพระท่านหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่าท่านชื่ออะไร แต่จำที่ท่านสอนได้ว่า

"หากมีเวลาหายใจก็มีเวลาทำวิปัสนาแล้วครับ"


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 25 มิ.ย. 2553 (11:00)

เทคนิคเอก (ทางสายเอก) ของการฝึกสมถะและวิปัสสนา คือ สติปัฏฐาน 4
การฝึกดู กาย เวทนา จิต และ ธรรม


การดูกาย ที่เป็นเอก คือ การดูลมหายใจ หรือ อานาปานสติ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการตรัสรู้
ของพุทธองค์
การภาวนา พุทโธ หยุบหนอพองหนอ สัมมาอะระหัง หรือคำภาวนาอื่นๆ ก็ใช้ร่วมกับการดูลมหายใจ
แต่ ก็ใช่ว่าวิธีการนี้ จะเหมาะ หรือใช้ได้ผลดีกับทุกคน


(ผมเชื่อว่า ถ้ามีความตั้งใจจริง อดทน และขยัน ... ดูลมหายใจอย่างเดียวนี่ก็น่าจะพอ)


เช่นนี้ จึงมีอุบายอื่นๆ เช่น พิจารณาการเคลื่อนไหว การเดิน การยก ขยับมือ


---


สัปดาห์ก่อน มีสัปดาห์หนังสือ ผมได้หนังสือสอนการฝึกสมถะวิปัสสนาของหลวงพ่อฤษีลิงดำ
หลวงพ่อฤษีลิงดำ เป็นพระที่แปลกและมีสีสันมาก ก่อนหน้านี้ผมรู้เฉพาะเรื่องฝ่ายบู๊ของท่าน
ตอนหลังพบว่าท่านสอนฝ่ายบุ๋นไว้ก็มาก ... ยากมากที่เราจะพบพระที่พูดเรื่องอิทธิฤทธิ อภินิหาร
เรื่องอภิญญา แล้วมีคำสอนทางธรรมที่ง่ายๆ แบบลูกทุ่ง แต่ลุ่มลึก


ท่านสอนการทำวิปัสสนาง่ายๆ ว่า 7 วันแรก ให้ไปดูลมหายใจ ให้สังเกต ให้รู้สึกกับลมหายใจ
ให้รู้ให้มาก ให้บ่อย ว่ากำลังหายใจเข้า-ออกอยู่ ครบ 7 วันแล้วมาดูผลซิว่า ทำได้แค่ไหน รู้อะไรบ้าง
ง่ายๆ แค่นี้แหละครับ ลองทำดูได้เดี๋ยวนี้เลย ก็จะรู้ว่าเป็นงานซื่อๆธรรมดา ที่ไม่ธรรดาเลยครับ


MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2307 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0389 seconds !