เสนอแนะแก้ปัญหาเด็กไม่ส่งการบ้าน

ใครมีวิธีการที่แก้ปัญหาอย่างได้ผลช่วยเสนอแนะหน่อยครับ..ผมสอนวิชาคณิตศาสตร์
...แลกเปลี่ยนเรียนรู่สู่การปฏิบัติ.อย่างได้ผล..เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนและครู
....ผมใช้วิธี..ใช้บัตรคะแนนให้นักเรียนติดสมุดทุกครังที่ส่งงาน..ผลการแก้ปัญหาได้ผลประมาณ 60%ใครจะลองนำไปใช้ก็ยินดีนะครับ

12 ต.ค. 2551 20:57
15 ความเห็น
34031 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย NpEducate

1. ให้การบ้านที่ง่าย ท้าทายความสามารถของเด้ก  หรือ
2. ติดต่อกับผู้ปกตรอง ให้ผู้ปกครองช่วยควบคุมดูแลให้  หรือ
3. เรียกให้ไปทำในห้องพักครู ให้ทำให้เสร็จในโรงเรียนหลังเลิกเรียนแล้ว ก่อนกลับบ้าน (วิธีนี้ ป้องกันการลอกการบ้านได้ด้วย)

13 ต.ค. 2551 00:25


ความคิดเห็นที่ 3 luugwha@hotmail.com (Guest)

เด็กทำได้-อยากทำ = เสริมแรง  สนับสนุนให้ทำ
เด็กทำไม่ได้-อยากทำ=ฝึกให้ทำให้ได้และให้การเสริมแรง
เด็กทำได้-ไม่อยากทำ=ลงโทษ  เมื่อทำแล้วให้การเสริมแรง
เด็กทำไม่ได้-ไม่อยากทำ=ลงโทษ  ฝึกให้การเสริมแรง

ลองดูนะคะ   การที่เด็กไม่ส่งการบ้านอาจมีหลายสาเหตุ  ตอนนี้ก็ทำวิจัยเรื่องนี้อยู่คะ

15 ก.พ. 2552 19:30


ความคิดเห็นที่ 4 tk_yupa34@hotmail.com (Guest)

นั้นสิ ตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่องเด็กไม่ส่งการบ้าน

เอามากๆเลยด้วย

ตีก็สงสาร

บ่นก็ไม่เป็น

ไม่ไหวๆ

ทำไงดีค่ะ
13 ส.ค. 2552 20:01


ความคิดเห็นที่ 5 โดย หน้าใหม่

กำหนดให้การบ้านเป็นกิจกรรมก่อนสอบที่มีคะแนนด้วย เช่น ร้อยละ 10-20 ของคะแนนสอบ เพื่อให้เด็กตื่นตัว

กำหนดให้ทำการบ้านเป็นกลุ่มสลับ กับงานเดี่ยว ด้วยวิธีการจับฉลาก ไม่ให้นักเรียนเลือกกลุ่มกันเอง ทำให้ครูประหยัดเวลาตรวจ และ นักเรียนมีโอกาสทำการบ้าน เพราะเกรงใจเพื่อน แต่หากใครที่ไม่เอาเรื่องจริงๆ สักวันต้องเริ่มละอายบ้าง แล้วจะต้องช่วยเพื่อนๆ ทำงานที่ครูสั่ง

จัดเวลาการทำการบ้านเป็นแบบ reality show คือ แบบสดๆ ประจานกันซึ่งๆ หน้า ในท้ายชั่วโมง หลังจากการเรียน โดยเลือกเนื้อหาที่ไม่ยากเกินไป และคิดหาแบบฝึกหัดที่ไม่หินเกินจำเป็น เพื่อให้เด็กที่ไม่ยอมส่งการบ้าน ทำหน้าชั้น ให้เปิดตำราด้วย

สมัยเรียนหนังสือ เคยเรียนวิชาหนึ่ง เป็นวิชาวรรณคดี ตอนนั้นเรียนเรื่องราชาธิราช ครูที่สอน จะเล่าเรื่อง เป็นการเริ่มต้น แล้วให้นักเรียนเล่าเรื่องต่อสลับกันไป ครูใช้วิธีการสมัครใจ ไม่ได้ชี้ตัว หากไม่มีใครต่อได้ ครูก็จะเล่าต่อไป ปรากฎว่า มีอยู่ไม่กี่คนที่อ่านมา แต่คนที่ไม่ได้อ่านก็ จะรู้สึกอาย และ ไม่ค่อยจะยืดเท่าเพื่อนที่ต่อได้เป็นฉากๆ
14 ส.ค. 2552 13:12


ความคิดเห็นที่ 6 โดย คำตัน

สมัยเรียนผมเคยไม่ส่งการบ้านเนืองๆ

๑. ผมทำไม่ได้
๒. ผมไม่ได้ทำ
๓. ผมไม่ชอบลอก

ข้อ ๒ คือความคิดขณะนั้น "ทำไปแล้วจะได้อะไร?"

แนวคิดนี้ยิ่งใหญ่มาก หมายถึงอนาคตของคนหนึ่งคนที่กำลังคลำทางเลือกเดิน..
ที่บ้านทำขนมถ้วยฟูขาย เงิน ๑ บาท ซื้อขนมถ้วยได้ ๔ ถ้วย
ถ้าในถาดมีขนมถ้วยฟู ๑๐๐ ถ้วย แล้วขายหมด ผมบอกได้ว่าจะได้เงินกี่บาท

สามเหลี่ยมเรขาคณิต ผมทำได้ เพราะต้องซ่อมแซมหลังคาบ้านบ่อยๆ (หน้าจั่ว)

นั่นคือ...เห็นรูปธรรมชัดเจน และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

แต่แล้วจู่ๆ...

5x2 + 15x - 200� =�� 0

ถ้าแบบนี้ มองว่าเป็นนามธรรมถ่ายเดียว...

เริ่มคิด

'ผรั่งว่างมากหรือไง...คิดมาไม่เห็นเป็นเรื่องเป็นราว ใช้อะไรได้'

ถ้าครูท่าน ทำนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ จะมีส่วนช่วยให้เด็กสนใจใคร่รู้
มากกว่าแต่ก่อน เมื่อสนใจก็อยากเรียน เรียกว่าเรียนรู้
ที่ไหนจะต้องเคี่ยวเข็ญให้ต้องท่องจำกัน

14 ส.ค. 2552 21:21


ความคิดเห็นที่ 7 โดย หน้าใหม่

ลืมบอกว้าสมัยก่อน ไม่กล้าไม่ส่งการบ้านค่ะ ยังไงต้องมีส่งให้ได้
กลัวที่สุดคือสอบตก กลัวไม่มีที่เรียน ไม่มีงานทำ พ่อแม่ต้องทำงานเลี้ยงลูกหลายคน หากเป็นภาระให้หา รร ใหม่ให้อีกคงไม่มีทางเรียนต่อ และ จะอายมากถ้าสอบตก
15 ส.ค. 2552 10:02


ความคิดเห็นที่ 8 โดย หน้าใหม่

สมัยนี้เป็นยุคของการทวงสิทธิ  ทุกคนมักจะอ้างสิทธิของตัวเองในการเคลื่อนไหวต่างๆ    จนอาจลืมไปว่า  สิทธิกับหน้าที่มาควบคู่กัน   และต้องมีมารยาทมาด้วยอีกอย่างหนึ่ง   กติกามารยาท ก็คือ ต้องเกรงใจผู้อื่นด้วย   เกรงใจมิใช่เกรงลัวในอำนาจหน้าที่ หรือฐานะที่สูงกว่าของผู้อื่น  แต่เกรงใจและเคารพสิทธิของเขา

หากทุกคนรู้จักสิทธิ หน้าที่ ที่อยู่บนความพอดี  ความวุ่นวายคงไม่เกิดแน่

พ่อแม่หลายคนกลัวลูกจะขาดความเชื่อมั่น  อาจทำให้เกิดอาการเกรงใจลูก    เมื่อเป็นผู้ใหญ่  เด็กๆ  ก็จะติดนิสัยชอบตามใจไปด้วย    การที่เด็กจะไม่ทำการบ้านไม่ว่าด้วยเหตุใด   แต่สิ่งหนึ่งที่เด็ก หรือ ผู้ใหญ่จะต้องรับรู้และคิดได้ก็คือ  ทราบว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร

การเรียนหนังสือ จะต้องเริ่มด้วยวิชาพื้นฐานต่างๆ  เพื่อแตกแขนงไปยังวิชาชั้นสูงขึ้นไป ซึ่งจะนำไปประกอบอาชีพได้   ตรงนี้จะไม่ถกเถียงเรื่องการเรียนรู้กับการเรียนหนังสือ      แต่กำลังพยายามจะพูดถึงเรื่อง  กฎพื้นฐานของคนเรา นั่นคือ หากเรายังไม่สร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นความคิด หรือ การเรียนวิชาต่างๆ  ให้ได้   เราจะสร้างความสับสนให้ตัวเอง และสังคมอย่างที่เห็นกันอยู่ และรู้สึกว่าจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ดิฉันอยากให้เด็กๆ  เริ่มต้นด้วยการรู้หน้าที่ของเราเสียก่อน  อย่าเพิ่งไปคิดไกลขนาดเรื่องสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาหรืออะไรเหล่านั้น   ตราบใดที่เรายังช่วยตัวเองไม่ได้  ต้องอาศัยการอุปการะเลี้ยงดูจากผู้ปกครอง    ต้องยอมรับและคิดว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่ (ที่ดีเป็นส่วนใหญ่)  พยายามผลักดันให้เราเป็นไป  เช่น ตั้งใจเรียน  เรียนหนังสืออย่าให้สอบซ่อมบ่อยนัก หรือ สอบตกโดยไม่จำเป็น  ฯลฯ     อย่าเพิ่งไปคิดว่า ผู้ใหญ่ดีแต่บังคับ     อันที่จริงเพราะผู้ใหญ่(ส่วนใหญ่อีกแล้ว)หวังดีต่างหาก เพียงแต่วิธีการที่แสดงออกมา อาจทำให้เด็กๆ  ไม่เข้าใจ    ซึ่งท่านจะเข้าใจดีขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว 

15 ส.ค. 2552 10:24


ความคิดเห็นที่ 10 sirikun_in@hotmail.com (Guest)

ลองใช้แบบบันทึกการส่งงานสำหรับนักเรียน ปวช. ได้ผลเหมือนกันค่ะ แต่ต้องติดตามทุกต้นชั่วโมง
13 ส.ค. 2553 18:33


ความคิดเห็นที่ 11 supotmath@hi=otmail.com (Guest)

ขอบคุณสำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาจากทุกความเห็นนะครับ...
14 ส.ค. 2553 23:29


ความคิดเห็นที่ 12 โดย jinny_2403

เราต้องรู้ก่อนว่าทำไมเด็กถึงไม่ส่ง

โดยเรียกถามเป็นรายตัว

ทำไมไม่ส่ง  มันยากเกินไปหรือเปล่า  หรือให้เยอะไปก็ลดลงซักนิดหนึ่ง

ต้องการอะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับการส่งการบ้าน หาสิ่งมาล่อใจ เพราะคนทุกคนต้องการ

อยู่แล้ว หันหน้ามาเจอกันคนละครึ่งทางเด็กมันชอบอยู่แล้ว

25 ส.ค. 2553 22:27


ความคิดเห็นที่ 13 pat (Guest)

ปัญหาใหญ่มากสำหรับการศึกษาไทย นักเรียนไม่ส่งงาน ซึ่งงานที่ทำจะสะท้อนความรู้ ความคิด เพื่อให้ครูไปพัฒนานักเรียน
พยายามมาหลายอย่างไม่ได้ผลเลย
นำคะแนนมาโชว์ ใครบ้างขาดคะแนนอะไร ไม่ส่งอะไร ตอนนี้ 50 คะแนน บางคนได้ 10 ไม่ส่งติด ร ติด 0 เรียนซ้านะ สิ่งที่ได้กลับมานักเรียนเฉย ไม่สะทกสะท้าน ไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่ตระหนัก เรียกมาสอบถามทีละคน ทไมไม่ส่ง คำตอบ ลืมเอามา ทำไม่เสร็จ เพื่อไม่ให้ลอก ไม่ใส่ใจ ห่วงเล่น ขี้เกียจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่คือคำตอบของเด็กไทย แล้วอย่างนี้ผลสัมฤทธิ์จะสูงได้อย่างไร วิชาที่ฉันสอน รับผิดชอบนักเรียน 600 คน เพราะ 0.5 หน่วย ตรวจงานแต่ละครั้งจะเป้นลม
2 มี.ค. 2554 14:35


ความคิดเห็นที่ 14 โดย Ouroboros

ณ ตอนนี้ปัญหาไม่ใช่แค่ส่งหรือไม่ส่งแล้วครับ
ต้องดูด้วยว่าการบ้านที่นำมาส่งได้มาจากไหน ดูอย่างในเว็บบอร์ดนี้ก็ได้
มีเด็กๆ มาขอให้ทำการบ้านให้ ขอคำตอบ ขอบทความ ขอให้แปลให้ ขอให้แต่งกลอน ขอ ขอ ขอ แทบทุกอย่าง
ขอเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ได้มาซึ่งเกรด ได้วุฒิการศึกษา โดยไม่สนใว่าจะได้ความรู้ ได้เรียนรู้หรือไม่
เทคโนโลยีทำให้ทุกสิ่งอย่างง่ายและรวดเร็ว นักเรียนจึงคิดหาแต่ทางลัด สูตรลัด วิธีการสำเร็จรูป
การเรียนจึงเป็นการเรียนอย่างมักง่ายไปด้วย

2 มี.ค. 2554 15:10


ความคิดเห็นที่ 15 Kati_0000@hotmail.com (Guest)

ผมว่าสอนแล้ว หาจุดที่เด็กเรียนแล้วสนุก สอนแล้วให้ทำเลย ไม่ใช่สอนแล้วให้ทำท้ายคาบรึว่าสอนแล้วให้ทำเป็นการบ้าน บางทีสอนแล้วในคาบเด็กจำ พอกับบ้านเด็กลืมนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่เด็กไม่ส่งงาน ถ้าเราให้ทำเด็กสามารถที่จะชักถามครูได้และครูสามารถแนะนำ อันไหนผิดถูก
17 ก.พ. 2557 14:24

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น