โครงสร้างคณิตศาสตร์(ช่วยเราทีเถอะ)

เราอยากรู้ว่า กฎ นิยาม สัจจพจน์ อุปไมย อุปสงค์ นิรนัย อุปนัย พฤตินัย อุปทาน ทฎษฎี ความหมายทางคณิตศาสตร์คืออะไร ช่วยเราทีเถอะ คือว่าเราหาในเน็ตหลายรอบแล้วก้อไม่เจอไปค้นในหนังสือก้อไม่เจอ ไครู้ช่วยบอกเราด้วยนะ เราจาถูกงานทับตายอยู่แล้ว ถ้าช่วยจาเป็นพระคุณอย่างสูง


ความคิดเห็นที่ 1


3 มี.ค. 2547 07:41
  1. ในคณิตศาสตร์มีคำอยู่ 5 คำซึ่งถือว่าเป็นหลักพื้นฐานของคณิตศาสตร์ 1. อนิยาม (undefined term) เป็นสิ่งที่นักคณิตศาสตร์กำหนดขึ้นโดยมีความสมบูรณ์ในตัวเอง 2. นิยาม (defined term) เป็นสิ่งที่นำอนิยามมาอธิบายขยายความร่วมกับการใช้ภาษาธรรมดา 3. สัจพจน์ (axiom or postulate) เป็นสิ่งที่ในทางคณิตศาสตร์ยอมรับว่าเป็นจริงโดยไม่มีการพิสูจน์ 4. ทฤษฎีบท (theorem) คือสิ่งที่เป็นความจริงซึ่งพิสูจน์ได้ *** ตัดตอนและเรียบเรียงใหม่จากเอกสารประกอบการสอนวิชาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์กับปรัชญา เรื่อง "แนวคิดทางคณิตศาสตร์กับปรัชญา" ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 2

6 มิ.ย. 2548 11:25
  1. ช่วยส่งผังของโครงสร้างคณิตศาสตร์ให้หน่อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3

15 มิ.ย. 2548 20:04
  1. คณิตศาสตร์มีอะไรมากมายหลายอย่าง

ความคิดเห็นที่ 4

16 มิ.ย. 2548 18:52
  1. ลองหาในหนังสือ Principle of Mathematics Mathematics Foundation ภาษาไทยมี หลักคณิตศาสตร์ ของ อ.พัฒนี อุดมกะวานิช ที่จุฬา เล่มสีชมพู อีกเล่มที่ออกใหม่ ตรรกกะ..แห่งการพิสูจน์ อ.ฉัฐไชย์ ลีนาวงศ์ ที่ สถาบันฯลาดกระบัง ครับ

ความคิดเห็นที่ 5

16 มิ.ย. 2548 18:59
  1. ส่วนโครงสร้างคณิตศาสตร์ คงหาอ่านได้ ใน Applied mathematics : body and soul ของ Eriksson มี 3 เล่มครับ พึ่งได้อ่านไปเล่มนึงเอง คิดว่าเล่มแรกก้อพอทำความเข้าใจโครงสร้างได้แล้วล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 6

20 มิ.ย. 2548 14:25
  1. คณิตศาสตร์ใครว่ายาก

ความคิดเห็นที่ 7

21 มิ.ย. 2548 16:19
  1. อยากรู้เรื่องโครงสร้างคณิตศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 8

23 มิ.ย. 2548 15:45
  1. กฎ...เนี่ยถือเป็นทฤษฎีเหมือนกันครับ กระบวนการทางคณิตศาสตร์เรามีรัฐธรรมนูญคือ สัจจพจน์ (axiom) คือข้อความที่เป็นจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์ สัจจพจน์แต่ละอันนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของตรรกศาสตร์ ข้อความแย้งกันแต่จริงนี้เรียกว่า Paradox ต่อมาเราจึงค่อยสร้างนิยาม (Definition) ในสิ่งที่เราสร้างขึ้นบนรากฐานของสัจจพจน์เหล่านี้ ต่อมาเมื่อเรามีข้อสังเกตสมบัติต่างๆ หรือวิธีคำนวณต่างๆ เราจะให้เป็น Proposition เมื่อ proposition นี้มีความสำคัญมากพอ เราจะยก proposition ให้เป็น ทฤษฎี(Theorem) หรือบางคนเรียกสั้นๆว่า "กฎ" ซึ่งทั้ง Proposition & Theorem นี้ต้องผ่านการพิสูจน์ อย่านึกนะครับว่าทฤษฎีบทเหล่านี้ไม่สามารถขัดแย้งได้ ทฤษฎีบทจะถูกสั่นคลอนได้ถ้ามีสิ่งมาขัดแย้ง ในวงการทฤษฎีจำนวน ผลงานของนักคณิตศาสตร์หลายคนเคยถูกล้มมาแล้วด้วย paradox ซึ่งคณิตศาสตร์ในสมัยนั้นเปิดโอกาสให้สร้างเซตที่เงื่อนไขไม่รัดกุมนัก แต่หลังจากสร้างสัจจพจน์ขึ้นมาโดยคันเตอร์ทุกอย่างจึงเริ่มมีรากฐานมากขึ้น ในการพิสูจน์ทฤษฎีนั้นถ้าหากมีการนำบางส่วนไปพิสูจน์บ่อยๆ ในหลายๆทฤษฎีเราจึงตั้งส่วนนี้ว่า บทตั้ง (Lemma) ซึ่งต้องพิสูจน์เช่นกัน และหลังจากที่เรารวบเอาทฤษฎีที่มีอยู่หลายอันและพิสูจน์เห็นได้อย่างง่ายๆ ได้เป็นสิ่งใหม่นี้เรียกว่า Corollary หรือ ทฤษฎีบทประกอบ อันนี้แหละที่พร้อมจะนำไปใช้ หากมีสามารถนำไปคำนวณออกมาได้ บางครั้งอาจเรียกมันว่า สูตร (Formulae) ครับ

ความคิดเห็นที่ 9

22 ก.ค. 2548 13:21
  1. ขอความช่วยเหลือ ด่วน 1. อนิยาม (undefined term) เป็นสิ่งที่นักคณิตศาสตร์กำหนดขึ้นโดยมีความสมบูรณ์ในตัวเอง 2. นิยาม (defined term) เป็นสิ่งที่นำอนิยามมาอธิบายขยายความร่วมกับการใช้ภาษาธรรมดา 3. สัจพจน์ (axiom or postulate) เป็นสิ่งที่ในทางคณิตศาสตร์ยอมรับว่าเป็นจริงโดยไม่มีการพิสูจน์ 4. ทฤษฎีบท (theorem) คือสิ่งที่เป็นความจริงซึ่งพิสูจน์ได้ ช่วยบอกความหมาย หรือ www.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ที กรุณา ส่ง Mail มาบอกด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11

Sith Lord --- Darth Vader
13 ส.ค. 2548 21:58
  1. ที่แน่ๆ อุปสงค์กับอุปทาน เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่หรอคับ

ความคิดเห็นที่ 12

Sith Lord --- Darth Vader
13 ส.ค. 2548 21:59
  1. อุปไมย เป็นโวหารเปรียบเทียบ ของวิชาภาษาไทย เรื่องภาพพจน์ไม่ใช่หรอกหรอ????????

ความคิดเห็นที่ 13

Sith Lord --- Darth Vader
13 ส.ค. 2548 22:14
  1. ส่วนอุปนัย&นิรนัย เป็นการให้เหตุผลอย่างหนึ่งคับ 1.การให้เหตุผลแบบอุปนัย (inductive reasoning) เป็นการสรุปผลโดยอาศัยการสังเกตหรือการทดลองซ้ำๆกันหลายครั้ง แล้วนำมาสรุปเป็นความรู้แบบทั่วไป เช่น 1,3,5,... เราใช้การให้เหตุผลแบบอุปนัยสรุปว่าพจน์ต่อไปควรจะเป็น 7 โดยอาสัยเหตุผลที่ว่าแต่ละพจน์เพิ่มขึ้นทีละ 2 ข้อสังเกต 1.แต่ละคนไม่จำเป็นต้องสรุปผลเหมือนกัน เช่น ข้อเมื่อกี๊ บางคนอาจจะบอกว่าพจน์ต่อไปเป็น 13 โดยอ้างว่า เทอมทั่วไป คือ (2n-1)+(n-1)(n-2)(n-3) 2.การสรุปผลอาจไม่เป็นจริงเสมอไป 3.ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ใช้การให้เหตุผลแบบนี้ 2.การให้เหตุผลแบบนิรนัย (deductive reasoning) คือ การสรุปผลโดยนำความรู้พื้นฐาน ที่รู้มาก่อนแล้ว และยอมรับว่าเป็นจริง (เหตุ) เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป (ผล) เช่น เหตุ 1)คนไทยทุกคนเป็นคนดี 2)Darth Vader เป็นคนไทย สรุปได้ว่า Darth Vader เป็นคนดี ส่วนการให้เหตุผลนั้นจะสมเหตุสมผลหรือไม่ (valid or invalid) สามารถใช้แผนภาพเวนน์-วอยเลอร์ ตรวจสอบโดย วาดภาพตามเหตุที่กำหนด -สมเหตุสมผล เมื่อแผนภาพทุกกรณีแสดงผลตามกำหนด -ไม่สมเหตุสมผล เมื่อแผนภาพได้แสดงผลไม่ตรงตามกำหนด

ความคิดเห็นที่ 14

2 พ.ย. 2548 13:34
  1. โครงสร้างคณิตศาสตร์กับระบบสัจพจน์ต่างกันอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 15

17 มิ.ย. 2549 12:52
  1. ช่วยส่งเรื่องการอ้างเหตุผลแบบอุปนัยกับนิรนัยให้หน่อย ด่วนหน่อย ขอบคุณมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น