วิชาการดอทคอม ptt logo

อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

โพสต์เมื่อ: 20:51 วันที่ 1 พ.ย. 2551         ชมแล้ว: 148,101 ตอบแล้ว: 34
วิชาการ >> กระทู้ >> บทเรียนเสริม

      ช่วยถอดความ อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง บทนี้ ให้หน่อยค่ะ
ลองนั่งอ่านและนั่งถอดความตั้งนานแล้ว ถอดความไม่ได้สักทีค่ะ
เพราะจะต้องเอาไป.ใช้ในวิชา ภาษาไทยยย รบกวนช่วยหน่อยน่ะค่ะ ^^



       เมื่อนั้น                 กะหรัดตะปาตีเชษฐา
เห็นระเด่นมนตรีก็ปรีดา       จึงเสด็จมาหาทันใด
แล้วบอกว่าสมเด็จพระบิดร    ให้ข้าคุ้มนิกรน้อยใหญ่
มาบรรจบทัพพระองค์ไป      ช่วยพิชัยดาหาธานี
หลายวันแล้วแต่มาคอยท่า    ยับยั้งโยธาอยู่ที่นี่
ข่าวศึกว่าประชิดติดบุรี        มาจะจรลีรีบไป

       เมื่อนั้น                 ระเด่นมนตรีเฉลยไข
ข้าก็เร่งรีบร้อนไม่นอนใจ      แต่ทางไกลอ้อมกว่ากุเรปัน
ว่าแล้วสองกษัตริย์ก็จัดทัพ    พร้อมสรรพพหลพลขันธ์
เข้ากระบวนสมทบบรรจบกัน   แล้วยกจากที่นั้นรีบมา

   ครั้งถึงเนินทรายชายทุ่ง     แว่นแคว้นแดนกรุงดาหา
จึงให้หยุดกองทัพตั้งพลับพลา ที่ต้องนามครุฑาเกรียงไกร
แล้วบัญชาให้ตำมหงง         ท่านจงรีบเข้าไปกรุงใหญ่
ทูลศรีปัตหราเรืองชัย          แก้ไขอย่าให้เคืองบาทา

       บัดนั้น                  ตำมะหงงรับสั่งใส่เกศา
ก้มเกล้ากราบถวายบังคมลา   มาขึ้นม้าควบขับไปฉับพลัน

       ครั้นถึงจึงแจ้งคดี       แก่ยาสาเสนีคนขยัน
บัดนี้องอิเหนากุเรปัน          กรีธาทัพขันธ์ยกมา
สองทัพกับกะหรัดตะปาตี      มาช่วยบุรีดาหา
จงพาเราเข้าเฝ้าพระผ่านฟ้า    จะกราบทูลกิจจาให้แจ้งกาล

        บัดนั้น                  ยาสาปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
จึงพากันเข้าไปมิทันนาน        ยังสถานท้องพระโรงรูจี



chingpianist
ร่วมแบ่งปัน0 ครั้ง - ดาว 50 ดวง





จำนวน 25 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 พ.ย. 2551 (19:22)

ช่วยถอดคำประพันธ์เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิงให้หน่อยครับ           


            เมื่อนั้น                   สองกษัตริย์ฟังแจ้งแถลงไข
จึงทูลขัดทัดทานทันใด             เป็นไฉนผ่านกล้ามาเบาความ
อันสุริย์วงศ์เทวัญอสัญหยา         เรืองเดชเดชาชาญสนาม
ทั้งโยธีก็ชำนาญการสงคราม       ลือนามในชวาระอาฤทธิ์
กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย          เราเป็นเมืองน้อยกระจิหริด
ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิคย์       เห็นผิดระบอบบุราณมา
ใช่จะไร้ธิดาทุกธานี                  มีงามแต่บุตรีท้าวดาหา
พระองค์จงควรตรึกตรา              ไพร่ฟ้าประชากรจะร้อนนัก


june_handsome@hotmail.com (IP:58.8.55.155)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 พ.ย. 2551 (15:31)

ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี
บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา
ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี
กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนาหมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น


เนื้อเรื่องตอนที่ 2 ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก
จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง
ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนาจึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้


พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนาบอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้
ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก
พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนาพยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว
ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนาก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี


เนื้อเรื่องตอนที่ 3 ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา
หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา
ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน
ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนากลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย


ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่
ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ
และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนาต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี
ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนาและสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน


ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน


เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง
กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ
อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง.


DENHERBAL87@GMAIL.COM (IP:203.172.164.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 2 มิ.ย. 2552 (18:45)

ขอบอกว่าไม่มีความเห็นกับเรื่องดังกล่าว�� แต่เสียใจมากอุส่ามาหาดูงานแต่กลับมาเจออะไรที่ไม่เกี่ยวกะเรื่องที่มีประโยชน์เช่นเรื่องที่ว่าให้ส่งต่อเนี้ย....� เสียใจกะเว็บนี้จัง(ทำไปทำไม� สนุกหรอค่ะ� ต้องการความสนใจหรือป่าว� ขอโทษนะไม่อยากให้ใครโดนอีกจึงดูว่าออกแนวว่าไปหน่อย)


คนหนึ่ง (IP:124.122.29.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 มิ.ย. 2552 (14:00)

ช่วยถอดความให้นะคะ
         การที่จะถอดความจากคำประพันธ์ได้นั้น ต้องรู้ที่ไปที่มาของเรื่อง รู้จักตัวละครว่าเป็นใคร และรู้จักความหมายของศัพท์ด้วย
         ที่ไปที่มาของเรื่องก็คือ  เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงสู่ขอนางบุษบาให้กับวิหยาสะกำไม่ได้ก็จะยกกองทัพมาชิงนาง ทำให้ท้าวดาหาต้องส่งข่าวให้ท้าวกุเรปันซึ่งเป็นพ่อของอิเหนามาช่วย ท้าวกุเรปันส่งหนังสือไปบังคับให้อิเหนาซึ่งขณะนั้นอยุ่ที่เมืองหมันหยามาช่วย ท้าวดาหาทำศึก  ส่วนท้าวกุเรปันก็บอกให้กะหรัดตะปาตีโอรสอีกองค์หนึ่ง ยกกองทัพจากกรุงกุเรปันไปดักสมทบทัพของอิเหนาระหว่างทางก่อนถึงกรุงดาหา
         ตัวละครในตอนนี้คือ
         อิเหนา เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ระเด่นมนตรี
         กะหรัดตะปาตี เป็นโอรสองค์แรกของท้าวกุเรปัน ที่เกิดจากมเหสีอันดับที่ 4 คือ ลิกู (ตำแหน่งมเหสี 5 อันดับ ได้แก่ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู เหมาหลาหงี)
มีศักดิ์เป็นพี่ชายของอิเหนา แต่เนื่องจากเป็นลูกเมียรองจึงมีศักดิ์ศรีด้อยกว่าอิเหนา
         ตำมะหงง และยาสา เป็นตำแหน่งเสนาบดี
         ตำมะหงง ในที่นี้ เป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหมที่คุมกองทัพมากับอิเหนา
         ยาสา ในที่นี้ เป็นเสนาบดีในกรุงดาหา 
         คำศัพท์ที่ควรทราบ
         สมเด็จพระบิดร แปลว่า พ่อ  ในที่นี้หมายถึง ท้าวกุเรปัน
         นิกร โยธา พหลพลขันธ์ ทัพขันธ์  หมายถึง กองทัพ
         ศรีปัตหรา พระผ่านฟ้า แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ ในที่นี้หมายถึง ท้าวดาหา
         พลับพลา  แปลว่าที่ประทับชั่วคราว
         ข้อความที่ชวนสงสัย
         ที่ต้องนามครุฑาเกรียงไกร  หมายถึง การจัดกระบวนทัพในรูปแบบ ครุฑนาม
หรือ นามครุฑ
         ช่วยพิชัยดาหาธานี หมายถึงช่วยกรุงดาหารบกับข้าศึก
         ตอนนี้คงถอดความได้แล้วใช่ไหมคะ    ขอให้โชคดีค่ะ 


 


     


 


sujittra / skasuwan@yahoo.com (IP:118.174.170.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 มิ.ย. 2552 (06:22)

เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง
กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ
อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง.


goodza_2001@hotmail.com (IP:118.172.81.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ก.ค. 2552 (17:09)

เรื่องการโดนคำสาปน่ะเราไม่เชื่อหรอก ถ้าไม่เป็นเรื่องจริงขอให้คนที่กุเร่องนี้ขึ้นมา ประสบกับความหายนะครั้งยิ่งใหญ่ เพราะมันได้ทำผิดศีลข้อที่ 4 มุสาวาทาเวรมณีสิกขาปทังสมาทิยามิ จำใส่กะโหลกหนาๆของมึงเอาไว้นะ ไอ้มารสังคม


koi_clash@hotmail.com (IP:124.157.221.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 ก.ค. 2552 (17:18)
ถ้าวิญญาณของมิ้งมีจริง เราขอให้เลิกราเถอะ เพราะการทำลายชีวิตผู้อื่นเป็นบาป ทำให้วิญญาณไม่สงบสุข ตอนนี้เราขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เรามี ให้กับมิ้งนะ มิ้งจะได้ไปเกิดใหม่ มีชีวิตที่ดี
koi_clash@hotmail.com (IP:124.157.221.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ก.ค. 2552 (19:51)

ช่วยแปลหั้ยหน่อยนะค่ะ

�������������� บัดนั้น���� ��� ��������������������������� ดะหมังรับสั่งใส่พระเกศา


ออกมาเกณฑ์กันดังบัญชา���������������������� ให้โยธาถางที่นี่นัน


ทำค่ายหน้าค่ายหลังตั้งบรรจบ��������������� ยกหอรบขึ้นปรับสับวิหลั่น


ชักปีกกาขึงไปถึงกัน������������������������������ ผูกราวสามชั้นขันซะเนาะ


หว่างป้อมเป็นจังหวะระยะแย่ง������������ ใส่บังตางาแซงมั่นเหมาะ


พูนดินเต็มตามสนามเพลาะ������������������ ไม้ไผ่เจาะรวงปล้องเป็นช่องปืน


บ้างปลูกโรงรถคชา��������������������������������� ทั้งที่ปลูกช้างม้ามิให้ตื่น���������


เสาตะลุงหลักแหล่งแปลงปืน���������������� พ่างพื้นปราบเลี่ยนเตียนตา


บ้างเร่งทำตำหนักน้อยใหญ่������������������� เพิงรายรอบในซ้ายขวา


ข้างนอกค่ายปักขวากดาษดา������������������ ชักเขื่อนเข้าหาประจบมุม


บ้างจัดคนลำลองทุกกองเกณฑ์�������������� ออกตระเวรนั่งทางวางหลุม


คอยเล็ดลอดสอดแนมจับกุม������������������ ชั้นในให้ประชุมจตุรงค์


chat_133@hotmail.com (IP:117.47.217.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 ส.ค. 2552 (21:15)

เราก้อเห็นด้วยกับความเห็นที่ 8 อ่ะ อิศส่วนบุญที่เรามีให้เธอนะ
*


asd_wer147@windowslive.com (IP:118.173.154.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 31 ส.ค. 2552 (21:05)

ขอบคุณสำหรับข้อความมากๆนะคะ


cream_mc69@hotmail.com (IP:203.118.124.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 31 ส.ค. 2552 (21:12)

อยากได้ภาพประกอบพร้อมเนื้อเรื่องอิเหนาเหตุการณ์ที่ 2 จังเลยช่วยหน่อยได้ไหมค่ะ


cream_mc69@hotmail.com (IP:203.118.124.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 27 ก.ย. 2552 (17:26)
bulieve
hit@hotmail.com (IP:125.24.158.86)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 พ.ย. 2552 (16:53)
บ้าชิพ สา-------------------------------ด-------------------------


เจอกันทางอีเมล์
google_D@live.com (IP:118.172.89.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 พ.ย. 2552 (22:47)
ช่วยถอดความบทนี้ให้หน่อยนะคราบ
เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี
ได้ฟังชื่นยมยินดี ครั้งนี้อิเหนาจะวายชนม์
อันเพลงกริชชวามลายู กูรู้สันทัดไม่ขัดสน
คิดแล้วชักกริชฤทธิรณ ร่ายรำทำกลมารยา
กรขวานั้นกุมกริชกราย พระหัตถ์ซ้ายนั้นถือเช็ดหน้า
เข้าปะทะประกริชด้วยฤทธา ผัดผันไปมาไม่ครั้งคร้าม
เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีชาญสนาม
พระกรกรายฉายกริชติดตาม ไม่เข็ดขามคร้านถอยคอยรับ
หลบหลีกไวว่องป้องกัน ผัดผันหันออกกลอกกลับ
ปะทะแทงแสร้งทำสับทับ ย่างกระหยับรุกไล่มืได้ยั้ง
เห็นระตูถอยเท้าก้าวผิด พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง
ล้มลงด่าวดิ้นสิ้นกำลัง มอดม้วยชีวังปลดลง
เมื่อนั้น กะหรัดตะปาตีสูงส่ง
ทั้งระเด่นดาหยนสุริย์วงศ์ สุรางนากงทรงฤทธิ์
เห็นระเด่นมนตรีต่อสู้ แทงระตูแม่ทัพดับจิต
สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด จะสังหารผลาญชัวิตไพรี
ต่างเข้าลุยไล่ไม่รอรั้ง ท้าวปาหยังประหมันผันหนี
ทหารโห่เอาชัยได้ที ตามที่โยธาฝ่าฟัน
........................@hotmail.com (IP:118.173.185.253)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 ธ.ค. 2552 (21:19)
เห็นด้วยกับความเห็นที่8นะ
opor199313@hotmail.com (IP:118.172.244.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ธ.ค. 2552 (16:56)
น่าจะมีเนื้อเรื่องทั้งหมดน่ะครับ
p.k._bovy@hotmail.com (IP:111.84.115.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 ต.ค. 2553 (21:56)

{#emotions_dlg.a4}{#emotions_dlg.a4}{#emotions_dlg.a4}{#emotions_dlg.a4} รบกวนช่วยถอดให้หน่อยน้ะค้ะ{#emotions_dlg.q6}{#emotions_dlg.q6}{#emotions_dlg.q6}{#emotions_dlg.q6}


เห็นระตูถเห็นระตูถอยเท้าก้าวผิด                   พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง


ล้มลงดาวดิ้นสิ้นกำลัง                                 มอดม้วยชีวังปลดปลง


เมื่อนั้น                                                     กะหรัดตะปาตีสูงส่ง


ทั้งระเด่นดาหยนสุริย์วงศ์                           สุรางนากงทรงฤทธิ์


เห็นระเด่นมนตรีต่อสู้                                 แทงระตูแม่ทัพดับจิต


สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด                          จะสังหารผลาญชัวิตไพรี


ต่างเข้าลุยไล่ไม่รอรั้ง                                 ท้าวปาหยังประหมันผันหนี


ทหารโห่เอาชัยได้ที                                    ตามที่โยธาฝ่าฟัน


อยเท้าก้าวผิด                                          พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง


ล้มลงดาวดิ้นสิ้นกำลัง                                 มอดม้วยชีวังปลดปลง


เมื่อนั้น                                                     กะหรัดตะปาตีสูงส่ง


ทั้งระเด่นดาหยนสุริย์วงศ์                           สุรางนากงทรงฤทธิ์


เห็นระเด่นมนตรีต่อสู้                                 แทงระตูแม่ทัพดับจิต


สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด                          จะสังหารผลาญชัวิตไพรี


ต่างเข้าลุยไล่ไม่รอรั้ง                                 ท้าวปาหยังประหมันผันหนี


ทหารโห่เอาชัยได้ที                                    ตามที่โยธาฝ่าฟัน


aingaingaing
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 3 พ.ย. 2553 (21:11)
ช่วยถอดความบทนี้ให้หน่อยนะ
เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี
ได้ฟังชื่นยมยินดี ครั้งนี้อิเหนาจะวายชนม์
อันเพลงกริชชวามลายู กูรู้สันทัดไม่ขัดสน
คิดแล้วชักกริชฤทธิรณ ร่ายรำทำกลมารยา
กรขวานั้นกุมกริชกราย พระหัตถ์ซ้ายนั้นถือเช็ดหน้า
เข้าปะทะประกริชด้วยฤทธา ผัดผันไปมาไม่ครั้งคร้าม
เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีชาญสนาม
พระกรกรายฉายกริชติดตาม ไม่เข็ดขามคร้านถอยคอยรับ
หลบหลีกไวว่องป้องกัน ผัดผันหันออกกลอกกลับ
ปะทะแทงแสร้งทำสับทับ ย่างกระหยับรุกไล่มืได้ยั้ง
เห็นระตูถอยเท้าก้าวผิด พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง
ล้มลงด่าวดิ้นสิ้นกำลัง มอดม้วยชีวังปลดลง
dekdee (IP:58.9.35.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 21 พ.ค. 2554 (17:54)
ช่วยถอดความบทนี้หั้ยหน่อยน๊ะค๊า ๆ


นัยน์เนตรมุงหมายวิหยาสะกำ เห็นถลำเลี้ยวไล่ได้ที
พระแทงสอดลอดเกราะถูกไพรี ตกจากพาชีมรณา

เมื่อนั้น เท้ากะหมังกุหนิงใจกล้า
เห็นโอรสต้องศัสตรา ตกจากอาชาบรรลัย
กริ้วโกรธโกรธาบ้าจิต จะรอรั้งยั้งคิดก็หาไม่
แกว่งหอกคู่กับอาชาไนย เข้ารุกไล่สังคามาระตา

เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์อสัญแดหวา
เห็นไพรีรุกไล่อนุชา พระขับม้าถลันออกกั้นกาง
กลับกลอกหอกทรงพุ่งสกัด ระตูรับผันผัดไม่ขัดขวาง
พระชักอาชาไนยไว้วาง สะบัดย่างเชือนชายย้ายทำนอง

เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงไวว่อง
ขับม้าวกวิ่งชิงคลอง เคล่าคล่องกลับกลอกหอกซัด
ขยับกรผ่อนพุ่งข้างละที ระเด่นมนตรีป้องปัด
ระตูตามติดพันด้วยสันทัด ผันผัดอาวุธกันไปมา

เมื่อนั้น พระผู้พงศ์เทวัญอสัญหยา
รับพลางทางชักอาชา รั้งรารอไว้ไม่รอนราญ
จึงคิดว่าระตูผู้นี้ ท่วงทีสามารถอาจหาญ
ทั้งอาวุธต่างต่างก็ชำนาญ จะผลาญบนหลังม้าเห็นยากใจ
อย่าเลยจะชวนตีกระบี่ ได้ทีจะฆ่าเสียให้ได้
คิดแล้วจึงร้องประกาศไป ดูก่อนภูวไนยธิบดี
เรารบกันบนหลังอาชา ต่างกล้าสามารถไม่ถอยหนี
มาจะลงยังพื้นปัถพี ตีกระบี่ให้เห็นฝีมือกัน
ว่าพลางลงจากอัสดร พระกรทรงกระบี่ผาดผัน
รำร่ายหันเยนเวียนระวัน หมายมั่นเข่นฆ่าราวี
บี (IP:182.53.166.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 4 ก.ค. 2554 (20:42)
ช่วยถอดความให้หน่อย

ในลักษณะนั้นวาปัจจามิตร มาตั้งติดดาหากรุงใหญ่
จงเร่งรีบรี้พลสกลไกร ไปช่วยชิงชัยให้ทันที
ถึงไม่เลี้ยงบุษบาเห็นว่าชั่ว แต่เขารู้อยู่ว่าตัวนั้นเป็นพี่
อันองค์ท้าวดาหาธิบดี นั้นมิใช่อาหรือว่าไร
มาตรแม้นเสียเมืองดาหา จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่
ซึ่งเกิดศึกสาเหตุเภทภัย ก็เพราะใครทำความไว้งามพักตร์
ครั้งหนึ่งก็ให้เสียวาจา อายชาวดาหาอาณาจักร
ครั้งนี้เร่งคิดดูจงนัก จะซ้ำให้เสียศักดิ์ก็ตามที
แม้มิยกพลไกลไปช่วย เราม้วยก็อย่ามีดูผี
อย่าดูทั้งเปลวอัคคี แต่นี้ขาดกันจนบรรลัย
SDFSD (IP:223.204.39.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 4 ก.ค. 2554 (21:01)
ด่วนๆๆๆๆๆๆเลยคับพุ่งนี้ส่งงงง
SDFSD (IP:223.204.39.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 ก.ค. 2554 (17:13)
เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีใจหาญ

ฟังสุหรานากงแจ้งการ จึงตอบพจมานอนุชา

ซึ่งท่านขุ่นแค้นเคืองนัก ก็ประจักษ์แจ้งใจไม่กังขา

ไม่ถือโทษโกรธตอบพระผ่านฟ้า จะตั้งหน้าหักหาญพาลภัย

เสร็จศึกจะเข้าไปอัญชลี จะด่าตีก็ตามอัชฌาสัย

เมื่อได้เกินแล้วก็จนใจ ตามแต่ภูวไนยจะปรานี

ฯ ๖ คำ ฯ

บัดนั้น ตำมะหงงบังคมเหนือเกศี

จึงกราบทูลแถลงแจ้งคดี องค์ศรีปัตหรารับสั่งมา

ให้ข้าบังคมทูลภูวไนย ว่าชี้ชอบขอบพระทัยหนักหนา

ขอเชิญเข้าไปในพารา จะได้พักโยธาพลากร

ข้าจึงทูลสนองพจมาน พระนัดดาจะทำการแก้ตัวก่อน

เสร็จสึกจึงจะบทจร มาเฝ้าภูธรธิบดี

พระมิได้ตอบคำว่าขาน ตรัสแต่กิจการกรุงศรี

แต่ดูพระกิริยาพาที เหมือนจะเคลื่อนคลายที่โกรธา

ฯ ๘ คำ ฯ

เมื่อนั้น พระโฉมยงพงศ์อสัญแดหวา

ได้ฟังตำมะหงงเสนา เกษมสันต์หรรษาเป็นพ้นไป

จึงเสด็จคลาไคลเข้าในห้อง ให้ชักปิดม่านทองสองไข

สุหรานากงทรงชัย ก็กลับไปที่ประทับพลับพลา

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

ช่วยแปลให้หน่อยค่ะ
rose_moody@hotmail.com (IP:58.136.230.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 20 พ.ย. 2554 (17:36)
ร่าย

เมื่อนั้น พระผู้พงศ์เทวากระยาหงัน

ครั้นฤกษ์ดีแจ่มดวงสุริยัน ทรงธรรม์ชวนกะหรัดตะปาตี

ทั้งสุหรานากงอนุชา สังคามาระตาเรืองศรี

กับระเด่นดาหยนผู้ภักดี มาเข้าที่สรงน้ำทิพมนตร์

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

โทน

ห้าองค์ชำระสระสนาน กิดาหยันถวายพานเครื่องต้น

บรรจงทรงทาพระสุคนธ์ ปรุงปนเกสรสุมาลี

สอดใส่สนับเพลาภูษาทรง ฉลององค์โหมดตาดต่างสี

เจียระบาดคาดรัดรูจี ปั้นเหน่งเพชรพลอยมณีหนุนซับ

ทรงมหาสังวาลพิชัยยุทธ์ ชมพูนุทเฟื่องห้อยพลอยประดับ

ทองกรแก้วพุกามวามวับ ธำมรงค์รุ้งระยับจับตา

ทรงมงกุฎกุณฑลทัดตรัสเตร็จ อุบะเพชรแพร้วพรายพระเวหา

เหน็บกริชฤทธิไกรแล้วไคลคลา เสด็จมายังเกยแก้วมณี

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

ร่าย

ต่างองค์ขึ้นทรงม้าต้น พร้อมพลจตุรงค์ทั้งสี่

กิดาหยันพี่เลี้ยงเคียงพาชี ถวายกลดโหมดสีต่างกัน

ให้เดินทัพโยธาห้ากอง เสียงกลองเสียงปืนครื้นครั่น

ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน รีบร้นพลขันธ์คลาไคล

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ครั้นมาใกล้กองทัพไพรี เห็นโยธีธงทิวปลิวไสว

ช้างม้าดาทุ่งเป็นแถวไป พระสั่งให้หยุดพลจตุรงค์

ฯ ๒ คำ ฯ
tassanee.4402@hotmail.com (IP:1.46.191.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 17 มิ.ย. 2555 (17:48)
เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี

ได้ฟังชื่นชมยินดี ครั้งนี้อิเหนาจะวายชนม์

อันเพลงกริชชวามลายู กูรู้สันทัดไม่ขัดสน

คิดแล้วชักกริชฤทธิรณ ร่ายรำทำกลมารยา

กรขวานั้นกุมกริชกราย พระหัตถ์ซ้ายนั้นถือเช็ดหน้า

เข้าปะทะประกริชด้วยฤทธา ผัดผันไปมาไม่ครั่นคร้าม

ฯ ๖ คำ ฯ กลอง
เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีชาญสนาม

พระกรกรายฉายกริชติดตาม ไม่เข็ดขามคร้ามถอยคอยรับ

หลบหลีกไวว่องป้องกัน ผัดผันหันออกกลอกกลับ

ปะทะแทงแสร้งทำสำทับ ย่างกระหยับรุกไล่มิได้ยั้ง

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

เห็นระตูถอยเท้าก้าวผิด พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง

ล้มลงด่าวดิ้นสิ้นกำลัง มอดม้วยชีวังปลดปลง

เมื่อนั้น กะหรัดตะปาตีสูงส่ง

ทั้งระเด่นดาหยนสุริย์วงศ์ สุหรานากงทรงฤทธิ์

เห็นระเด่นมนตรีต่อสู้ แทงระตูแม่ทัพดับจิต

สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด จะสังหารผลาญชีวิตไพรี

ต่างเข้าลุยไล่ไม่รอรั้ง ท้าวปาหยังประหมันผันหนี

ทหารโห่เอาชัยได้ที ตามตีโยธาฝ่าฟัน

ฯ ๖ คำ ฯ

เมื่อนั้น องค์ระตูปาหยังประหมัน

สุดที่จะรับรองป้องกัน พลขันธ์พังพ่ายตายยับ

ไพร่พลัดจากนายกระจายหนี เห็นเสียทีตีม้าควบขับ

ปลอมพลปนไปในกองทัพ ไม่ผันหน้ามารับแต่สักคน

บ้างบ่าวเข้าคนและบ่าพานายวิ่ง ประเจียดเครื่องเปลื้องทิ้งไว้เกลื่อนกล่น

บ้างหนามเกี่ยวหัวหูไม่รู้ตน ซุกซนด้นไปแต่ลำพัง

บ้างเททิ้งไถ้ข้าวเขนงปืน รื้อตื่นเสียงเพื่อนกันข้างหลัง

ที่ถูกปืนป่วยขาละล้าละลัง อุตส่าห์คลานเซซังซุกไป ฯ ๒ คำ ฯ โอด
namva_sa@hotmail.com (IP:118.172.248.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 29 พ.ย. 2555 (20:00)
ช่วยแปลให้หน่อยค้าบ

ในสารพระผู้ผ่านนคเรศ กะหมังกุหนิงนิเวศน์เขตขัณฑ์
ขอถวายประนมบังคมคัล พระผู้วงศ์เทวัญศักดา
ไม่ควรเคืองเบื้องบาทบทศรี ด้วยข้าน้อยนี้โอรสา
เดิมไปไล่ล้อมมฤคา ได้รูปพระธิดาในกลางไพร
ชะรอยเป็นบุพเพนิวาสา เทวาอารักษ์มาชักให้
มีความเสน่หาอาลัย แต่หลงใหลใฝ่ฝันรันทด
หวังเป็นเกือกทองรองบาทา พระผู้วงศ์เทวาอันปรากฏ
จะขอพระบุตรีมียศ ให้โอรสข้าน้อยดังจินดา
อันกรุงไกรไอศูรย์ทั้งสอง จะเป็นทองแผ่นเดียวไปวันหน้า
ขอพำนักพักพึ่งพระเดชา ไปกว่าชีวันจะบรรลัย

เมื่อนั้น องค์ศรีปัตหราเป็นใหญ่
ฟังสารทราบอรรถแล้วตรัสไป แก่เสนาในทั้งสองนั้น
อันอะหนะบุษบาบังอร ครั้งก่อนจรกาตุนาหงัน
ได้ปลดปลงลงใจให้ปัน นัดกันจะแต่งการวิวาห์
ซึ่งจะรับของสู่ระตูนี้ เห็นผิดประเพณีหนักหนา
ฝูงคนทั้งแผ่นดินจะนินทา สิ่งของที่เอามาจงคืนไป

บัดนั้น ทูตานุทูตแถลงไข
ท้าวกะหมังกุหนิงภูวไนย สั่งให้ข้าทูลพระภูมี
ถ้าแม้นมิยินยอมอนุญาต ให้พระราชธิดามารศรี
เร่งระวังพระองค์ให้จงดี ตกแต่งบุรีให้มั่นคง

เมื่อนั้น พระผู้ผ่านไอศูรย์สูงส่ง
ประกาศิตสีหนาทอาจอง จะณรงค์สงครามก็ตามใจ
ตรัสพลางย่างเยื้องยุรยาตร จากอาสน์แท่นทองผ่องใส
พนักงานปิดม่านทันใด เสด็จเข้าข้างในฉับพลัน
บัดนั้น ทูตานุทูตก็ผายผัน
เผยสีหบัญชรแล้วบัญชา ตรัสสั่งเสนาธิบดี
จงเร่งไปทูลเหตุพระเชษฐา อีกองค์อนุชาทั้งสองศรี
บอกระตูจรกาอย่าช้าที ว่าไพรีจะยกมาชิงชัย ฯ

ิnuzazaonekiss@hotmail.com (IP:113.53.2.55)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม