คลองปานามา สิ่งมหัศจรรย์ที่ ๘ ของโลก

เมื่อสามอาทิตย์ก่อนมีโอกาสนั่งเรือผ่านคลองปานามา (Panama Canal) เลยเอามาเล่าให้ฟังเพราะน่าสนใจดี

คลองนี้ขุดเพื่อเป็นทางลัดระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิคกับมหาสมุทรแอตแลนติค อยู่บนส่วนที่คอดที่สุดของผืนแผ่นดินที่เชื่อมทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปอเริกาใต้ ถ้าไม่มีคลองนี้ เรือจากนิวยอร์คไปแซนแฟรนซิสโกจะต้องเดินทางนานขึ้นอีกประมาณสิบสองวัน คือคลองนี้ทำให้ย่นระยะทางลงได้ ๑๒,๕๐๐ กม.

คลองนี้สร้างเสร็จเมือ พ.ศ. ๒๔๕๗ คนแรกที่ริเรื่มสร้างคือ Ferdinand de Lesseps  ผู้สร้าง คลอง Suez เมือ พ.ศ. ๒๓๖๘ แต่ไม่สำเร็จเพราะใช้กระบวนการแบบเดียวกับที่สร้างคลอง Suez แต่ภูมิประเทศต่างกันมากมาย ในที่สุดต้องละทิ้งอุปกรณ์ให้ขึ้นสนิมอยู่กลางป่า ต่อมาอีก ๒๕ ปี อเมริกากับอังกฤษทำสัญญาเข้าหุ้นสร้างคลองโดยซื้อสิทธิ์จากฝรั่งเศส ต่อมาอีกสองปีถึงเริ่มขุด แต่ต้องละเลิกไปปี ๒๔๓๑ เพราะไข้ป่า (Yellow Fever) ช่วงนี้คนงานตายไปถึง ๒๑,๙๐๐ คนแล้ว รัฐบาลอเมริกันรับทำต่อโดยปราบไข้ป่าก่อน แต่ก็ยังมีคนเสียชีวิตอีก ๕๖๐๐ คน กว่าจะเสร็จ

จนถึงทุกวันนี้มีเรือผ่านไปแล้ว ๙ แสนกว่าลำ หรือปีละประมาณ ๑๔,๐๐๐ ลำ คลองนี้ยาว ๘๐ กม. ตรงกลางเป็นทะเลสาปที่สร้างขึ้นตอนสร้างคลอง ทะเลสาปนี้ระดับน้ำสูงกว่ามหาสมุทรทั้งสองข้าง ๒๖ เมตร ดังนั้นเรือที่เข้าคลองจะต้องมีการยกระดับเรือเป็นขั้นไปจนเสมอระดับน้ำในทะเลสาปแล้วถึงปล่อยเข้าทะเลสาป ข้ามทะเลสาปไปเข้าคลองอีกฝั่ง แล้วค่อยลดระดับน้ำกับระดับเรือจนเท่ากับระดับน้ำในมหาสมุทร  โดยอาศัยประตูน้ำปรับระดับน้ำเป็นตอนๆไป ประตูน้ำที่กั้นเป็นช่วงสั้นๆเพื่อเพิ่มหรือลดระดับน้ำใช้คำว่า
lock (ไม่ทราบคำไทย) มีประตูทั้งหัวทั้งท้าย น้ำที่เข้ามายกระดับเรือใน lock นั้นมาจากทะเลสาปโดยความถ่วง ไม่มีปั้มสูบเลย เสร็จแล้วก็ปล่อยทิ้งลงมหาสมุทร์ แต่ละทีเสียน้ำจืดเกือบ ๒๐๐ ล้านลิตร  ทั้งหมดมี ๖ lock ทางแอตแลนติคสาม ทางแปซิฟิคสาม รวมแล้วเรือลำเดียวเวลาผ่านจะกินน้ำจืด ๑๒๐๐ ล้านลิตร ทีแรกผมเข้าใจว่าต้องใช้ระบบยกเรือขึ้นเป็นขั้นๆเพราะระดับน้ำในสองมหาสมุทร์ไม่เท่ากัน ข้อนี้ไม่จริง ต้องยกเรือเพราะระดับน้ำ ในทะเลสาปซึ่งอยู่ระหว่างเขานั้นสูงกว่าระดับน้ำในมหาสมุทร์ทั้งสองอยู่ ๒๖ เมตร  ดินที่ต้องขุดระหว่างสร้างคลองรวมแล้ว ๑๕๒.๙ ลูกบาศก์เมตร ถ้าจะขนด้วยรถไฟ ขบวนรถไฟจะยาวรอบโลกสี่รอบ

คลองปานามามีทางน้ำสองทางขนานกัน เรือใหญ่ๆเข้าคู่กัน คลองกว้าง ๓๓.๕๓ เมตร ขนาดเรือที่ใหญ่ที่สุดที่ผ่านคลองได้คือกว้าง ๓๒.๓ เมตร ยาว ๒๙๔.๑ เมตร กินน้ำลึกไม่เกิน ๑๒ เมตร

รูปแรกเป็นรูปเรือทอดสมออยู่ในอ่าว เอามาให้ดูเพื่อให้รู้ขนาดเรือ ส่วนใหญ่ไม่ต้องทอดสมอ เทียบท่าได้เลย เพราะใบจักร์เรือหมุนได้รอบตัว เรือวิ่งไปข้างๆได้

  



รูปต่อไปมีรูปถ่ายตรงปากอ่าวทางเข้าคลอง เรือไปถึงตอนเข้าตรู่ ได้เข้าก่อนเพราะเขาจองคิวมาล่วงหน้าหลายเดือน ค่าธรรมเนียมใช้คลองรวมทั้งค่าหัวรถจักร์ที่ใช้ กับค่านำร่อง ค่าเรือโยง (ที่ไม่ได้ต้องทำอะไรเลย) รวมแล้วเกือบ  แสนเหรียญ หรือ ๑๗ ล้านบาท เขาคิดตามความสามารถที่จะบันทุกของหรือคนได้ ไม่ได้คิดตามที่บันทุกจริงๆ ถ้าเรือจะว่างก็คิดเท่ากัน 

 

9 ธ.ค. 2551 00:49
15 ความเห็น
27370 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ศานติ

อีกรูปเป็นรูปตอนใกล้ปากคลอง จะถึงประตูน้ำ มีเรือสองลำนำหน้าอยู่ เป็นเรือบันทุก Container ทั้งสองลำ 

9 ธ.ค. 2551 01:06


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ศานติ

 เรือเกือบถึงทางเปิดของประตูน้ำแล้ว ที่หัวเรือจะเห็นลานลงเฮลิคอปเตอร์สำหรับใช้ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน เสาหัวเรือพับลงได้ถ้า ฮ.จะลง

9 ธ.ค. 2551 01:11


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ศานติ

เรือลำหน้าสองลำเข้าไปใน lock แล้ว ประตูน้ำปิดแล้ว มีสะพานให้รถยนตร์เดินได้ระหว่างที่ประตูน้ำปิดอยู่ (ราวสะพานสีเหลือง) เขาปล่อยน้ำเข้า lock จนระดับน้ำสูง  เรือข้างหน้าถึงลอยขี้นสูงกว่าลำที่ผมนั่งมา ดูตรงส่วนระหว่าง lock ซ้ายกับขวาจะเห็นรางรถไฟสำหรับหัวรถจักร์ที่ใช้ดึงให้เรืออยู่กลางร่องน้ำ ตัวเรือเองใช้กำลังเครื่องสำหรับการเดินเรือไม่ได้ใช้รถจักร์จูง

9 ธ.ค. 2551 01:15


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ศานติ

รูปรถจักร์ที่ใช้ดึงให้เรืออยู่กลางร่องน้ำไม่กระทบข้างใดข้างหนึ่ง เขาเรียกรถจักร์ว่า mule หรือ ฬ่อ (ครึ่งม้าครึ่งฬา) เพราะคลองบางแห่งสมัยก่อนใช้สัตว์พวกนี้ลากเรือ สมัยนี้เป็นรถจักร์ใช้ไฟฟ้า มีรางที่สามฝังอยู่  ใช้รถจักร์ทั้งหมด  คัน มุมละสองคัน มีสายเคเบิลไปเรือ รถจักร์มีหน้าที่วิ่งขนานไปกับเรือ คอยดึงหรือผ่อนสายเคเบิลให้เรืออยู่กลางร่องน้ำ

9 ธ.ค. 2551 01:17


ความคิดเห็นที่ 7 โดย ศานติ

จะเห็นว่าช่องระหว่างเรือกับขอบคลองแคบมาก (ประมาณครึ่งเมตรเท่านั้น) เรียกว่ากระโดดขึ้นฝั่งได้ ถังกลมๆที่เห็นบนเรือเป็นเรือเข้าใจว่ายบันจุเรือยางสำหรับใช้เวลาต้องสละเรือ (เที่ยวนี้ไม่ต้อง)

9 ธ.ค. 2551 01:19


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ศานติ

ตอนนี้เปิดน้ำให้เข้า lock จนเต็ม เลยสูงกว่าเรือบันทุกข้างเคียงที่บันทุก container อยู่  โคมไฟที่เห็นนั้นติดอยู่กับเสาบนฝั่ง เรือลำนี้ข้างบนกว้างกว่าที่ระดับน้ำ ถึงชิดกับโคมไฟแทบจะแตะได้

9 ธ.ค. 2551 01:23


ความคิดเห็นที่ 9 โดย ศานติ

ถัดไปพ้นประตูน้ำชุดแรกแล้ว (ทั้งหมดมีสามชุดกินเวลาผ่านราว  ชม.) เห็นสะพาน Intercontinental Bridge ข้ามคลองระหว่างทวีปอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ ตอนกลางเป็นทะเลสาปมนุษย์สร้าง ใช้น้ำในทะเลสาปปล่อยเข้า lock เพื่อยกระดับเรือขึ้น พอเรือออกแล้วก็ปล่อยน้ำทิ้งออกทะเล แต่ละทีกินน้ำจืด ๑๙๗ ล้านลิตร

9 ธ.ค. 2551 01:26


ความคิดเห็นที่ 10 โดย ศานติ

อีกรูปเป็นรูปเรือชูชีพที่ห้อยไว้ทั้งสองข้าง นี่เขาเลื่อนออกมานอกเรือเพราะช้อมความพร้อมที่จะสละเรือ (กฎหมายบังคับไว้) ลำหนึ่งจุคนโดยสารได้ ๑๕๐ คนในกรณีสละเรือ แต่ถ้าใช้บันทุกคนขึ้นฝั่งจุได้ ๑๒๐ คน โดยมากเรือเทียบท่าได้เลยไม่ต้องใช้เรือลำเลียงคนขึ้นบก มีอยู่หนเดียวที่ต้องทอดสมอ เรือมีใบจักร์  ใบ (หัวเรือสองใบ ท้ายเรือสามใบ) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  เมตร อยู่แบบเป็น pod หรือกระเช้าไม่ใช่แบบก่อนที่มีคันส่งมาจากห้องเครื่อง โดยที่เป็นกระเช้าทำให้หมุนได้ ๓๖๐ องศา (รอบตัว) ทำให้ขยับไปข้างๆได้ ไม่ต้องใช้เรือโยง ตัวใบจักร์เองใช้โมเตอร์ AC ที่เปลี่ยนความถี่ของกระแสได้ใส่ไว้ใน pod ซึ่งห้อยอยู่ใต้ท้องเรือ เครื่องกำเหนิดไฟฟ้าที่เอามาหมุนโมเตอร์เป็นเครื่องเทอร์ไบน์คล้ายแบบเครื่องบิน

9 ธ.ค. 2551 01:33


ความคิดเห็นที่ 11 โดย ศานติ

แถมสามรูป รูปแรกเป็นรูปจอมปลวกที่ประเทศ Ecuador ผิดกับปลวกไทย แทนที่จะเป็นจอมปลวกบนพื้นดินกลับอยู่บนต้นไม้

9 ธ.ค. 2551 01:35


ความคิดเห็นที่ 12 โดย ศานติ

ท่าเรือเมือง Valparaiso ประเทศ Chile ถ่ายตอนเช้าเรือกำลังเข้าเทียบท่าตอนเช้ามืด

9 ธ.ค. 2551 01:37


ความคิดเห็นที่ 13 โดย ศานติ

รูปสุดท้ายย้อนหลังไปก่อนเข้าคลอง เป็นป้อมปืนชายฝั่งสมัยโบราณ สร้างไว้ป้องกันเมือง Cartagena ประเทศ Colombia

ดูแล้วชวนให้นึกถึงป้อมของเราที่ไหนสักแห่ง คิดว่าที่สมุทรปราการ ดูเหมือนจะชื่อป้อมพระจุลจอมเกล้า ไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้ว ไม่ทราบว่ายังอยู่หรือเปล่า ดูแล้วสงสัยว่าสถาปนิกคนเดียวกัน หรืออย่างน้อยก็ใช้ตำราสร้างป้อมเดียวกัน ป้อมนี้สร้างโดยชาวเสปญ ใช้ป้องกันโจรสลัดด้วย

9 ธ.ค. 2551 01:44


ความคิดเห็นที่ 14 โดย อัศวินเพลิง

ได้รายละเอียดมากดีครับ ขอบคุณ

9 ธ.ค. 2551 09:34


ความคิดเห็นที่ 15 โดย ศานติ

ภาพแม่ค้าเมือง Cartagena ประเทศ Colombia ที่คนชาวโคลอมเบียเรียก Coastal people (ชาวฝั่งทะเล ดั้งเดิมชาวสเปญเอามาเป็นทาษ ปรากฎว่าหนีเข้าป่ากันไปเกือบหมด ฝรั่งชาวสเปญตามไม่ไหวเพราะไม่เคยอยู่ป่าอยู่ดงมาก่อน สู้ชาวแอฟริกันไม่ได้)

สังเกตุว่าปอกสัปรดสู้เราไม่ได้

11 ธ.ค. 2551 23:29


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Sarut Pruekdakorn

ขอบคุณสำหรับสาระความรู้ แต่ขอติคุณเรื่องการใช้ภาษาที่เขียนผิดอยู่หลายคำเลยทีเดียว เป็นคำง่าย ๆ พื้น ๆ ทั้งนั้น เช่น "บันทุก" ที่ถูกต้องคือ "บรรทุก"  "ทาษ" ที่ถูกต้องคือ "ทาส" "ฬา" ที่ถูกต้องคือ "ลา" "ฬ่อ" ที่ถูกต้องคือ "ล่อ" "สเปญ" ที่ถูกต้องคือ "สเปน" "ทะเลสาป" ที่ถูกต้องคือ "ทะเลสาบ" "สัปรด" ที่ถูกต้องคือ "สัปปะรด" "รถจักร์" ที่ถูกต้องคือ "รถจักร"  ฯลฯ คือ มันมีคำที่เขียนผิดเยอะมากน่ะ มากจนกลบคุณค่าของเนื้อหาที่คุณจะนำเสนอไปเลย เพราะมันบ่งบอกถึงความไม่เอาไหนของคุณ ผมว่าคุณอย่าเอามาลงในเว็บวิชาการเลยนะ เพราะคุณเขียนผิด ๆ ถูก ๆ เยอะมากอย่างนี้มันเหมือนพวกไม่รู้หนังสือมาเขียนน่ะ ไปเรียนเขียนภาษาไทยให้มันแข็งแรงกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยมานำเสนออะไรให้กับคนอื่น เห็นแล้วเพลียและอเนจอนาถแทน

15 ส.ค. 2559 10:20


ความคิดเห็นที่ 17 โดย

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

22 ต.ค. 2559 18:27


ความคิดเห็นที่ 18 โดย ศานติ

อ้างถึงความคิดเห็นที่ 16 โดย Sarut Pruekdakorn ที่เขียนว่า:

'ขอบคุณสำหรับสาระความรู้ แต่ขอติคุณเรื่องการใช้ภาษาที่เขียนผิดอยู่หลายคำเลยทีเดียว เป็นคำง่าย ๆ พื้น ๆ ทั้งนั้น เช่น "บันทุก" ที่ถูกต้องคือ "บรรทุก" "ทาษ" ที่ถูกต้องคือ "ทาส" "ฬา" ที่ถูกต้องคือ "ลา" "ฬ่อ" ที่ถูกต้องคือ "ล่อ" "สเปญ" ที่ถูกต้องคือ "สเปน" "ทะเลสาป" ที่ถูกต้องคือ "ทะเลสาบ" "สัปรด" ที่ถูกต้องคือ "สัปปะรด" "รถจักร์" ที่ถูกต้องคือ "รถจักร" ฯลฯ คือ มันมีคำที่เขียนผิดเยอะมากน่ะ มากจนกลบคุณค่าของเนื้อหาที่คุณจะนำเสนอไปเลย เพราะมันบ่งบอกถึงความไม่เอาไหนของคุณ ผมว่าคุณอย่าเอามาลงในเว็บวิชาการเลยนะ เพราะคุณเขียนผิด ๆ ถูก ๆ เยอะมากอย่างนี้มันเหมือนพวกไม่รู้หนังสือมาเขียนน่ะ ไปเรียนเขียนภาษาไทยให้มันแข็งแรงกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยมานำเสนออะไรให้กับคนอื่น เห็นแล้วเพลียและอเนจอนาถแทน'

ขอบคุณที่ท้วงมา ถูกของคุณทุกคำ ยกเว้นสามสี่คำ พจนานุกรมของคุณมานิต มานิตเจริญ บอกว่า เขียน สัปรด ก็มี  ส่วนคำว่า ฬา ก็มีในพจนานุกรมเดียวกัน เขียนว่า ฬ เป็นพยัฐชนะตั้งขึ้นตามบาลีสันสกฤต เดิมมีใช้บ้างเช่น ฬา ฬ่อ แต่เดี๋ยวนี้ใช้ ลา ล่อ ผมไม่มีโอกาสใช้คำนี้มานานแล้ว จำติดมาได้แต่สมัยเด็ก  (ว่าที่จริง ฬา ฬ่อ  สวยกว่า  ลา ล่อ)  ผมลองค้นดูพบว่า คำว่า ทาษ เป้นคำโบราณ ถ้าคุณอ่านหนังสือเก่าๆจะเห็นการสะกดแบบนี้ ผมยอมรับว่าโบราณหน่อย อีกคำก็คือคำ สเปญ มีผู้รู้เขียนว่า สเปญ เป้นคำเก่า ราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้ใช้ สเปน 

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2009/02/K7542311/K7542311.html

ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้โกรธถึงกับต้องต่อว่าแรงๆ ผมจากเมืองไทยไป 54 ปีแล้ว ไม่ค่อยได้เขียนภาษาไทยมากนัก ต่างกับสมัยจบปริญญามาใหม่ๆ จะเอาอะไรกันมาก โชคดีที่อายุ 80 กว่าๆ ยังพิมพ์ภาษาไทยได้   ผมไม่ได้เรียนอักษรศาสตร์แต่ก็เรียนมหาวิทยาลัย 7 ปี (ไม่เตยสอบตก)

คุณเขียนว่า 'ผมว่าคุณอย่าเอามาลงในเว็บวิชาการเลยนะ'  ผมใคร่จะขอถามว่าผิดมากน้อยแค่ไหนถึงจะลงได้ 1%  5% 10% ??  แล้วใครเป็นคนตัดสิน คุณเหรอ?  ถามว่า บทความที่มีการสะกดผิดอยู่บ้างจะไม่ดีกว่าไม่มีบทความเลยเหรอ?  ใจผมคิดว่าถ้ามีคนคิดอย่างคุณมาก ก็จะมีแต่คนนั่งงอมืองอเท้าไม่กล้าเขียนอะไร เพราะกลัว 'เจ้าพนักงานรักษาความบริสุทธิ์ของภาษาเขียนแบบทันสมัยแห่งชาติ' อย่างคุณจะเอามาติเตียนในที่ชุมชน คุณเป็นคนประเภทชอบติเตียนแต่ไม่มีผลงานแสดงหรือเปล่า? ไม่เคยเห็นชื่อคุณในช่วงเวลาที่ผมเป็นสมาชิกมาเกือบ 12 ปี

เห็นที่คุณเขียนมาแล้วอดคลิก (ไม่ใช่คำไทย คงโดนด่าอีก) ชื่อคุณ เพื่อไปดูหน้ากับประวัติ แล้วอดหัวเราะไม่ได้ คุณหมายเลข 383288 ขึ้นเวบ (ไม่ใช่คำไทยอีก) เมื่อ 15 สค. 2559  ผมหมายเลข 764 เริ่มขึ้นเวบวิชาการครั้งแรก ธค. 2547


22 ต.ค. 2559 20:23


ความคิดเห็นที่ 19 โดย

Sarut Pruekdakorn

ผมเข้าใจว่าคุณก็(อาจจะ)มีการศึกษามาบ้าง แต่สิ่งที่คุณพูดกับอาจารย์หมอที่อายุ 80 ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กนั้น เป็นการไม่ให้เกียรติอาจารย์อย่างมาก อาจารย์ศานติเคยบอกผมว่าท่านเขียนรายงานการแพทย์มา 60 กว่าปี ภาษาไทยไม่ได้เขียนเลย (ตอนอยู่ไทยอาจารย์เรียนเตรียมแพทย์ที่จุฬาฯสองปีแล้วข้ามฟากไปคณะแพทยศาสตร์ศิริราช หรือ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ ก่อนที่จะย้ายไปอเมริกา) ทำงานจนท่านเกษียณก็เลยมีเวลามารื้อฟื้นการพิมพ์ภาษาไทยบ้าง ดังนั้นเรื่องความผิดพลาดก็คงเป็นปกติธรรมดาของคนที่ไม่ได้ใช้มานาน นานกว่าคุณเกิดอีก ถ้าคุณจะให้คำแนะนำอาจารย์หมอควรทำให้นุ่มนวลและมีสัมมาคารวะ แบบนี้นอกจากจะดูแย่แล้ว ยังเป็นการประจานตัวคุณเองด้วย

24 ต.ค. 2559 00:46


ความคิดเห็นที่ 20 โดย ศานติ

ผมยังรอบทความชั้นเทพของคุณ Sarut Pruekdakorn เจ้าพนักงานรักษาความบริสุทธิ์ของภาษาเขียนแบบทันสมัยแห่งชาติ อยู่ เพราะในกระทู้ข้างบนท่านบอกผมว่า  'มันมีคำที่เขียนผิดเยอะมากน่ะ มากจนกลบคุณค่าของเนื้อหาที่คุณจะนำเสนอไปเลย เพราะมันบ่งบอกถึงความไม่เอาไหนของคุณ ผมว่าคุณอย่าเอามาลงในเว็บวิชาการเลยนะ เพราะคุณเขียนผิด ๆ ถูก ๆ เยอะมากอย่างนี้มันเหมือนพวกไม่รู้หนังสือมาเขียนน่ะ ไปเรียนเขียนภาษาไทยให้มันแข็งแรงกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยมานำเสนออะไรให้กับคนอื่น เห็นแล้วเพลียและอเนจอนาถแทน' แต่เหงือกชักจะแห้งแล้ว

27 ต.ค. 2559 23:13

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น