ข้อสอบอัตนัย

เด็กชาย ก. สอบเสร็จที่หลังเพื่อนแต่เวลายังเหลืออยู่ เนื่องจากมัวทำข้อสอบอัตนัยที่โจทย์ซับซ้อนหลายตลบ



เมื่อครูตรวจ ผลปรากฏว่าใส่ตำแหน่งทศนิยมผิดเพียงที่เดียว ตัวเลขถูกหมด



เด็กชาย ก.ขอต่รองกับครูว่า ผิดเพียงจุดทศนิยมนิดเดียวน่าจะให้คะแนนบ้าง



ครูให้เหตุผลว่า ทศนิยมตัวเดียวนี่แหละถ้าใส่ผิดที่ สามารถเปลี่ยนจากรถมือสอง เป็นรถป้ายแดงเชียวนะเธอ



เกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้ท่านคิดอย่างไรครับ


ความคิดเห็นที่ 4 

วคม (Guest)
7 ต.ค. 2546 07:41
  1. บ่อยครั้งที่ข้อมูลตัวเลขจากการคำนวณที่ส่งให้คนอื่นรับช่วงไปใช้งานต่อนั้น

    คนที่รับข้อมูลไปใช้ไม่ได้คิดจะตรวจสอบหรอกครับว่าตัวเลขที่ได้มานั้นถูกหรือผิด

    ถ้าผลลัพธ์สุดท้ายถูก แม้ว่าจะเริ่มต้นผิด แต่งานก็เดินได้ไม่มีปัญหา

    สมัยเรียนก็ไม่ชอบใจอาจารย์ประเภทที่ดูแต่คำตอบว่าถูกหรือผิด ถ้าถูกก็ให้เต็ม ผิดก็ให้ศูนย์

    แต่พอมาทำงานแล้วก็เห็นว่า นี่มันชีวิตจริง



ความคิดเห็นที่ 17

Np (Guest)
18 ต.ค. 2546 10:07
  1. ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าอัตนัยหรือปรนัย

    ถ้าเป็นข้อสอบแล้ว ผู้สอบ สอบเสร็จแล้ว ไปไกลๆ เลย ประกาศผลเมื่อไรค่อยมา



    แต่ถ้าเป็นข้อทดสอบ หรือแบบฝึกหัด จะให้เด็กตรวจกันเองก็ได้และดีเสียอีก



    ดีอย่างไร ขอไว้โอกาสหน้า



ความคิดเห็นที่ 1

Sky (Guest)
4 ต.ค. 2546 11:50
  1. ข้อสอบแบบปรนัย เข้ามามีบทบาทต่อวงการศึกษาของไทยประมาณปี 2500 ในระยะแรกๆ มีการต่อต้านพอสมควร ฝ่ายที่เห็นดีเห็นงามได้บรรยายถึงสรรพคุณของข้อสอบแบบนี้มากมาย เช่น สามารถวัดผลครอบคลุมได้ทั่วถึง เที่ยงตรง ทราบผลได้รวดเร็ว ทำให้มีการนำมาประยุกต์ใช้กับแทบทุกวิชา แม้แต่วิชาจดหมาย เรียงความ และพลศึกษา เรื่อยมา ...



    แล้วเราก็มาสะดุ้งเฮือก เมื่อผลการทดสอบเด็กนานาชาติประกาศออกมาว่า เด็กไทยอยู่ในระดับต่ำ และต่ำกว่าเด็กเวียดนามเสียอีก



    ในยุคปฏิรูปการศึกษา และการปรับหลักสูตรใหม่ จึงได้มีการรณงค์ให้ครูใช้ข้อสอบแบบอัตนัยมากขึ้น



    จากการที่ได้มีโอกาสไปยืนอยู่ที่จุดจุดหนึ่งในระยะหนึ่งทำให้มองเห็นพฤติกรรมของเด็กไทยบางส่วนดังนี้



    เด็กไทย ไม่ชอบคิด ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบเขียนบรรยายความรู้สึกนึกคิดเชิงวิชาการออกมาเป็นข้อความยาว(เพื่อให้สื่อรู้เรื่อง เข้าใจแจ่มแจ้ง) ดูตารางต่าง ๆ ดูกราฟ ดูแผนภูมิ คิดวิเคราะห์ จำแนกแจกแจง และสรุปไม่ค่อยจะเป็น



    สาเหตุก็คงจะเป็นเพราะเราให้เด็กฝึกทักษะทางด้านนี้น้อย เราเคยสอนเด็กให้บวกเลขเฉพาะจำนวนที่ให้มาเท่านั้น เราสอนความเป็นมาของสูตรต่าง ๆ แต่เราไม่เคยนำไปออกข้อสอบ



    เราไม่เคยออกข้อสอบว่า "จงอธิบายวิธีบวกเศษส่วนเป็นขั้นตอนมาโดยละเอียด " มีแต่ให้หาผลบวกของเศษส่วน ยิ่งไปกว่านั้น เอาแต่คำตอบมาเลย



    อยากจะฟังความคิดเห็นจากหลายๆท่าน



ความคิดเห็นที่ 24

Np (Guest)
12 พ.ย. 2546 15:29
  1. กิจกรรมในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความรู้ได้ทั้งนั้น เช่น เกี่นวกับการซักผ้า

    1.แช่ผ้าขาวม้าผืนใหม่หวังจะให้แป้งละลายหลุดออกไปไม่แข็งกระด้าง ผลปรากฎว่าสี(แดง)ตกไปเลอะส่วนที่เป็นสีขาวเป็นรอยด่าง

    2.เปิดก๊อกน้ำที่มีสายยางสั้นๆสวมอยู่ที่ก๊อก น้ำจะพุ่งแรงมาก(เป็นสายไม่เต็มท่อ) แต่ถ้าเอามือปิดสายยางแล้วปล่อย น้ำจะไม่พุ่งแต่จะไหลออกมาเต็มท่อสายยาง

    3.ต่อสายยางยาวๆจากก๊อกน้ำไปใส่โอ่ง เมื่อน้ำเต็มโอ่ง(ได้ยินเสียงและมองเห็น) ก็ปิดก๊อก ได้ยินเสียงน้ำเดือดในครัว ถอดสายยางออกจากก๊อก แล้วรีบวิ่งไปปิดเตา แล้วก็ขลุกอยู่ในครัว นานพอสมควร พอกลับออกมาที่ก๊อกน้ำเห็นน้ำไหลออกจากปลายสายยาง จึงเดินไปดูโอ่งน้ำ เห็นน้ำหมดไปตั้งครึ่งโอ่ง(ขนาดใหญ่)



    มีเยอะเลยครับ ขี้เกียจบรรยาย



ความคิดเห็นที่ 19

Np (Guest)
11 พ.ย. 2546 10:12
  1. ตัวอย่างข้อสอบอัตนัยวิชาวิทยาศาสตร์



    ผ้าเช็ดตัว(ผ้าขนหนู) และเสื้อกล้าม(เสื้อชั้นของผู้ชาย) ทำด้วยวัสดุ(เส้นใย)ชนิดเดียวกัน สีเดียวกัน(สีขาว) ซัก และตากในลักษณะเดียวกันที่ราวเดียวกันในเวลาเดียวกัน ได้รับแสงแดดในลักษณะเดียวกัน

    ถามว่า ผ้าขนหนูและเสื้อกล้าม อย่างไหนจะแห้งเร็วกว่ากัน เพราะเหตุใด จงอธิบายด้วยเหตุผลและหลักการทางวิทยาศาสตร์



    ลองตอบดูนะครับ



ความคิดเห็นที่ 10

Np (Guest)
15 ต.ค. 2546 18:15
  1. ครูท่านหนึ่งตรวจข้อสอบอัตนัยอยู่คนเดียว แทนที่จะสนุกสนานเหมือน คหพต.ที่ 7 แต่ กลับอารมณ์เสีย ได้โอกาสที่ครูอีกท่านหนึ่งโผล่เข้ามาที่ห้องพักครูพอดี ก็ระเบิดขึ้นมาทันที



    "แหม เด็กพวกนี้ เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น ไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี มันยิ่งกว่าบัวใต้น้ำเสียอีก ไม่รู้มันเอาที่ไหนมาตอบ ไอ้ที่เราสอนมันก็ไม่เอามาตอบ ไอ้ที่มันตอบเราก็ไม่เคยสอน"



    ทั้งๆที่เด็กเหล่านั้นท่านปั้นมากับมือ แทนที่จะอุบเงียบไว้ แล้วไปแก้ตัว(ในการสอน)ใหม่ กลับประจานผลงานของตัวเองให้เพื่อนรู้เสียอีก



    ท่านคิดอย่างไรครับ



ความคิดเห็นที่ 26

Np (Guest)
13 พ.ย. 2546 02:02
  1. ต่อจากความเห็นที่ 24



    อย่างนี้แหละหนา ถึงได้เรียกว่า "กาลักน้ำ" ? ? ?



ความคิดเห็นที่ 18

Np (Guest)
19 ต.ค. 2546 09:47
  1. เคยทดลองทำมาแล้ว



    เนื่องจากไม่มีเวลาจึงให้เด็กกลุ่มหนึ่ง(ที่เก่งๆ)มาช่วยตรวจแบบฝึกหัด แต่มีเด็กที่ไม่เก่งคนหนึ่งติดกลุ่มมาด้วย กลัวว่าเขาจะน้อยใจจึงให้ทำงานเหมือนกันหมด ผลปรากฏว่า เขาก็ทำได้



    ก่อนตรวจ ครูได้ตรวจแบบฝึกหัดของเด็กที่มาช่วยทีละคน (เพื่อเป็นการสาธิต)พร้อมทั้งให้คำแนะนำ หลังจากนั้นให้เขาตรวจของคนอื่นๆ



    จากการตรวจแบบฝึกหัดของคนอื่นๆ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้เห็นกึ๋นของคนอื่นๆ ใครตอบดี ตอบไม่ดี ตอบถูก ตอบครบ ตอบไม่เป็นภาษา เขารู้หมด และนำวิธีการนี้ไปใช้ในการตอบแบบฝึกหัดหรือทำข้อสอบครั้งต่อไป



    สังเกตเห็นว่าเด็กไม่เก่งคนนั้นมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



    เสียดายไม่ได้ดำเนินการต่อ ไม่ได้ทำการวิจัย(ในชั้นเรียน) เพราะตอนนั้นยังไม่มีการตื่นตัวเกี่ยวกับเทคนิคการสอนมากนัก และไม่แน่ใจว่าวิธีการนี้ถูกต้องหรือไม่ (เนื่องจากถูกเพื่อนครูด้วยกันกระแนะกระแหน)



ความคิดเห็นที่ 13

Np (Guest)
16 ต.ค. 2546 19:03
  1. ถ้าเป็นข้อสอบปรนัย เด็กก็ต้องเลือก คำตอบที่เป็น "แร่กัมมันตรังสี " และครูก็ไม่รู้กึ๋นที่แท้จริงของเด็ก(และผลงานของครูเอง) เมื่อเจอสภาพการณ์อย่างนี้ ครูหลายคนก็มักจะโทษเด็กว่า "โง่ , สอนแล้วไม่รู้จักจำใส่ใจ ไม่นำไปทบทวน "



    ถ้าครูลองใคร่ครวญสักนิด ก็จะรู้ว่า เด็กพอจะเข้าใจ แต่เขียนไม่ถูก ต้องบูรณาการด้านภาษาไทย เพิ่มเติมอีก และก็ต้องพัฒนาการสอนของครูอีก จะสอนแบบลวกๆเหมือนเดิมไม่ได้เสียแล้ว จะต้องหาเทคนิค -วิธีการให้เด็กเข้าใจอย่างถ่องแท้ และจดจำให้ได้นานๆ(ถ้าต้องการเน้นความจำ)



    ขอบคุณ คุณ Someone ที่หาวัตถุดิบมาให้เขียน



    คนเราบางครั้งก็คิดอะไรผิดๆ ได้นะ ครูไผ่โปรดตรวจสอบ(แนวความคิดผม)ให้ด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 14

Np (Guest)
16 ต.ค. 2546 19:12
  1. ขอแถมอีกนิด ครับ



    กำลังนึกหาตัวอย่างอยู่เชียว ว่า ข้อสอบอัตนัย จะแสดงกึ๋นของผู้สอบออกมาได้อย่างไร (ตามความเห็นของคุณไพจิตร) แล้วก็ได้ความเห็นของคุณ Someone นี่แหละเป็นตัวอย่างที่ตรงเผ็งเลย



ความคิดเห็นที่ 3

S (Guest)
6 ต.ค. 2546 23:41
  1. ในวิชาวิทยาศาสตร์แผนใหม่(ที่เก่าแล้ว)ของสสวท.ก็วางแนวไว้ให้สอนให้คิดวิเคราะห์ อ่านกราฟ อ่านข้อมูลจากตาราง ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง สรุป ฯลฯ นะครับ แต่ก็น่าเห็นใจครู อุปกรณ์ไม่มี ครูต้องทำงานธุรการ ไม่มีเวลาเตรียมน้ำสบู่ น้ำมะนาว น้ำขี้เถ้า ให้เด็กทดลอง จึงต้องใช้แลปแห้ง ครูสรุปให้เสร็จ เพื่อให้ทันสอบ



    เคยทดลองออกข้อสอบแบบครอบจักรวาลโดยให้นักเรียนเขียนแบบฟรีสไตล์ เรื่อง " ความกดดันของอากาศ " ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ เด็กเขียนไม่ออก



    ต่อมาลองใช้วิธีเดียวกันกับเด็กอีกห้องหนึ่งแต่บอกข้อสอบล่วงหน้า ผลการสอบเป็นที่น่าพอใจ สามารถดูได้ว่าเด็กคนไหนมีความรู้มากน้อยละเอียดลึกซึ้งแค่ไหน แต่ตรวจยากและเสียเวลามาก และไม่มีใครยกย่องนับถือเมื่อส่งงานช้า จึงไม่ดำเนินการต่อ



ความคิดเห็นที่ 21

Np (Guest)
11 พ.ย. 2546 18:31
  1. ครับ ขอบคุณครับ

    ท่านอื่น คิดอย่างไรครับ

    ครูไผ่ ครูแหนม ฯลฯ



ความคิดเห็นที่ 6

Np (Guest)
14 ต.ค. 2546 19:26
  1. ลองออกข้อสอบอัตนัยให้เด็กทำสักข้อดูซิครับ เช่น

    จงอธิบายการเกิดลมบกและลมทะเลมาโดยละเอียด (วิทยาศาสตร์)



    จงบรรยายถึงการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 มาโดยละเอียด (ประวัติศาสตร์)



    จงเขียนเรียงความเรื่อง วันวิสาขบูชา อย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ (ภาษาไทย)



    จงแถลงทฤษฎีบทของปีทาโกรัส อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ และอธิบายด้วยว่าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร(คณิตศาสตร์)



    ก็ทำกันอยู่แล้วเป็นประจำ (ใช่หรือไม่)



    ใช่ แต่คราวนี้ ลองสมมติตัวท่านเป็นหัวหน้าหมวด หัวหน้าฝ่าย(วิชาการ) หรือผู้อำนวยการ (เพื่อจะได้ไม่อยุ่ใต้อาณัติของใคร) แล้วตรวจข้อสอบของนักเรียนโดยพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบหลายๆแง่หลายๆมุม ท่านจะได้อะไรมากมายเกินกว่าที่คิด

    ด้วยข้อสอบเพียงข้อเดียว ท่านสามารถที่แยกระดับสติปัญญาของเด็กได้ บอกความรู้ความความสามารถหรือการบูรณาการทางด้านอื่น(บางวิชา อย่างน้อยก็ภาษาไทย)



    และด้วยข้อสอบอัตนัยเพียงข้อเดียว ท่านสามารถที่จะบอกได้ว่าเด็กคนใดควรผ่าน ไม่ผ่าน ได้เกรดอะไรและสมควรที่จะเลื่อนขึ้นไปเรียนในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ ถ้าเด็กเลื่อนขึ้นไปเรียนชั้น ม.2 ครูม.2 ก็จะไม่ถามว่า "ใครวะ สอน ม.1 ให้เธอ ให้ผ่านขึ้นมาได้อย่างไร"



    นี่คือคุณลักษณะของข้อสอบอัตนัย ที่เราไม่ได้นึกถึง



    ท่านผู้อ่าน คิดอย่างไรครับ



ความคิดเห็นที่ 7

Np (Guest)
14 ต.ค. 2546 19:32
  1. ขอแถมอีกนิดครับ



    บางท่าน พอพูดถึงคำว่า"ข้อสอบแบบอัตนัย"ก็ท้อเสียแล้ว



    จริงๆแล้วการตรวจข้อสอบแบบอัตนัย สนุกมากเลยนะครับ ขอรับรองว่าท่านจะต้องตรวจไปยิ้มไป บางครั้งอาจจะหัวเราะก๊ากออกมาจนต้องลุกขึ้นไปหาคนร่วมหัวเราะด้วย และประการสำคัญก็คือ ข้อสอบอัตนัยจะสะท้อนผลการสอนของท่านออกมาอย่างตรงไปตรงมาที่สุด



    ครับผม



ความคิดเห็นที่ 12

Someone (Guest)
16 ต.ค. 2546 14:23
  1. 5555

    เคยเป็นครูมาพักหนึ่ง

    เคยออกข้อสอบอัตนัย

    เด็กพูดถึงแร่ "กะละมังกะลาสี"

    อ่า... คนตรวจก็มึงตึบสิครับ มันแร่อะไรกัน

    นั่งนึกสัก 2-3 นาทีถึงได้ถึงบางอ้อ

    มันคือแร่ "กัมมันตรังสี" นี่เอง



ความคิดเห็นที่ 8

ไพจิตร (Guest)
15 ต.ค. 2546 05:56
  1. คิดเหมือนคุณ Np ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 9

ไพจิตร (Guest)
15 ต.ค. 2546 06:02
  1. ในการสอบ "จอหงวน" เพื่อคัดเลือกเอาคนที่เก่งที่สุดในแผ่น

    ดินจีนอันกว้างใหญ่ไปเป็นเสนาบดีฝ่ายบุ๋น (วิชาการ) เมื่อครั้งกระโน้น

    เขาก็ใช้ข้อสอบอัตนัย โดยให้เขียนเรียงความแสดง กึ๋น ออกมา



ความคิดเห็นที่ 11

ครูแหนม (Guest)
15 ต.ค. 2546 22:27
  1. จะออกข้อสอบแบบอัตนัย ครูต้องใจกว้าง และต้องออกให้เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาให้ได้ ผมเคยออกข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ ให้เด็กเลือกทำเพียง 1 ข้อ เด็กแต่ละคนเขียนเต็มเหยียด ผมบอกเด็กว่าผิดไม่เป็นไรแต่ครูอยากรู้ว่าเธอมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ครูอยากให้คะแนนเธอ ระยะหลัง เด็กของผมชอบทำข้อสอบแบบอัตนัยมาก



ความคิดเห็นที่ 16

ครูขี้เกียจ (Guest)
17 ต.ค. 2546 17:38
  1. ครูให้เด็กช่วยตรวจข้อสอบอัตนัย(ในระดับชั้นเดียวกัน เช่น เด็ก ม.2 ตรวจข้อสอบ ม.2) ได้หรือไม่ (หมายถึง ผิดหรือเหมาะสมหรือไม่)



ความคิดเห็นที่ 20

นิรันดร์ vcharkarn vteam
11 พ.ย. 2546 12:43
  1. เล่นด้วยคนนะครับอาจารย์ Np



    ผมว่าผ้าขนหนูมันหนากว่าเสื้อกล้ามมาก(เสื้อกล้ามบางนิดเดียว)

    ดังนั้นผ้าขนหนูจึงอมน้ำไว้ในตัวมากกว่า(ในกรณีที่พื้นที่เท่ากัน)

    การระเหยหายไปของน้ำ สมมตินะครับสมมติ ว่าแดดส่องเท่ากัน

    กำลังที่กระทบเท่ากัน แต่น้ำไม่เท่ากัน น้ำมากกว่าต้องใช้พลังงาน

    มากกว่า

    ตอบว่า เสื้อกล้ามแห้งก่อน ผ้าขนหนูแห้งทีหลัง

    (อิอิ อาชีพเก่าผมครับ คือคนซักผ้าเมื่อสัก 25-35ปีกว่ามาแล้วครับ ตอนนี้ ใช้เครื่องซักผ้าทำงานแทน)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น