ข้อสอบอัตนัย

เด็กชาย ก. สอบเสร็จที่หลังเพื่อนแต่เวลายังเหลืออยู่ เนื่องจากมัวทำข้อสอบอัตนัยที่โจทย์ซับซ้อนหลายตลบ



เมื่อครูตรวจ ผลปรากฏว่าใส่ตำแหน่งทศนิยมผิดเพียงที่เดียว ตัวเลขถูกหมด



เด็กชาย ก.ขอต่รองกับครูว่า ผิดเพียงจุดทศนิยมนิดเดียวน่าจะให้คะแนนบ้าง



ครูให้เหตุผลว่า ทศนิยมตัวเดียวนี่แหละถ้าใส่ผิดที่ สามารถเปลี่ยนจากรถมือสอง เป็นรถป้ายแดงเชียวนะเธอ



เกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้ท่านคิดอย่างไรครับ


ความคิดเห็นที่ 27

นิรันดร์
13 พ.ย. 2546 09:47
  1. ผมสงสัยอย่างหนึ่งครับ ว่า ทำไมต้องโยนบาปไปให้กา ทำไม่เป็นนกกระจอกลักน้ำ หรือ เหยี่ยวลักน้ำ หรืออื่นๆ ลักน้ำ ผมว่า น่าจะเป็น งูลักน้ำ หรือ นาค ลักน้ำมากกว่านะครับ .

ความคิดเห็นที่ 26

13 พ.ย. 2546 02:02
  1. ต่อจากความเห็นที่ 24 อย่างนี้แหละหนา ถึงได้เรียกว่า "กาลักน้ำ" ? ? ?

ความคิดเห็นที่ 25

นิรันดร์
12 พ.ย. 2546 17:59
  1. อย่าขี้เกียจเลยครับ ทะยอยบรรยายมาวันละเรื่องก็จะเป็นกุศลแก่คนอ่านครับ .

ความคิดเห็นที่ 24

12 พ.ย. 2546 15:29
  1. กิจกรรมในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความรู้ได้ทั้งนั้น เช่น เกี่นวกับการซักผ้า 1.แช่ผ้าขาวม้าผืนใหม่หวังจะให้แป้งละลายหลุดออกไปไม่แข็งกระด้าง ผลปรากฎว่าสี(แดง)ตกไปเลอะส่วนที่เป็นสีขาวเป็นรอยด่าง 2.เปิดก๊อกน้ำที่มีสายยางสั้นๆสวมอยู่ที่ก๊อก น้ำจะพุ่งแรงมาก(เป็นสายไม่เต็มท่อ) แต่ถ้าเอามือปิดสายยางแล้วปล่อย น้ำจะไม่พุ่งแต่จะไหลออกมาเต็มท่อสายยาง 3.ต่อสายยางยาวๆจากก๊อกน้ำไปใส่โอ่ง เมื่อน้ำเต็มโอ่ง(ได้ยินเสียงและมองเห็น) ก็ปิดก๊อก ได้ยินเสียงน้ำเดือดในครัว ถอดสายยางออกจากก๊อก แล้วรีบวิ่งไปปิดเตา แล้วก็ขลุกอยู่ในครัว นานพอสมควร พอกลับออกมาที่ก๊อกน้ำเห็นน้ำไหลออกจากปลายสายยาง จึงเดินไปดูโอ่งน้ำ เห็นน้ำหมดไปตั้งครึ่งโอ่ง(ขนาดใหญ่) มีเยอะเลยครับ ขี้เกียจบรรยาย

ความคิดเห็นที่ 22

นิรันดร์
12 พ.ย. 2546 12:09
  1. ผมมีความเห็นว่า การเรียนที่เอานักเรียนเป็นศูนย์กลางหรือ child center ก็น่าจะเอาความสามารถเด็กที่ทำงานบ้าน(อิอิ แบบผมไง ) ไม่ว่า ซักผ้า ล้างจาน ทำกับข้าว เดินตามหลวงพี่ไปบิณฑบาท ทอดปาท่องโก๋ ซาละเปาขาย ช่วยพ่อแม่ทำสวน เกี่ยวข้าว ฯลฯ เอามาเป็นคะแนนกิจกรรม และเด็กสามารถเอามาสอนเพื่อนที่โรงเรียนให้ทำกับข้าวเป็น ปลูกผักทอดปาท่องโก๋เป็น จากการที่เป็นผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เขาจะกลายเป็นผู้มีเปรียบทางการศึกษาขึ้นมาทันทีเลยครับ .

ความคิดเห็นที่ 21

11 พ.ย. 2546 18:31
  1. ครับ ขอบคุณครับ ท่านอื่น คิดอย่างไรครับ ครูไผ่ ครูแหนม ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 20

นิรันดร์
11 พ.ย. 2546 12:43
  1. เล่นด้วยคนนะครับอาจารย์ Np ผมว่าผ้าขนหนูมันหนากว่าเสื้อกล้ามมาก(เสื้อกล้ามบางนิดเดียว) ดังนั้นผ้าขนหนูจึงอมน้ำไว้ในตัวมากกว่า(ในกรณีที่พื้นที่เท่ากัน) การระเหยหายไปของน้ำ สมมตินะครับสมมติ ว่าแดดส่องเท่ากัน กำลังที่กระทบเท่ากัน แต่น้ำไม่เท่ากัน น้ำมากกว่าต้องใช้พลังงาน มากกว่า ตอบว่า เสื้อกล้ามแห้งก่อน ผ้าขนหนูแห้งทีหลัง (อิอิ อาชีพเก่าผมครับ คือคนซักผ้าเมื่อสัก 25-35ปีกว่ามาแล้วครับ ตอนนี้ ใช้เครื่องซักผ้าทำงานแทน)

ความคิดเห็นที่ 19

11 พ.ย. 2546 10:12
  1. ตัวอย่างข้อสอบอัตนัยวิชาวิทยาศาสตร์ ผ้าเช็ดตัว(ผ้าขนหนู) และเสื้อกล้าม(เสื้อชั้นของผู้ชาย) ทำด้วยวัสดุ(เส้นใย)ชนิดเดียวกัน สีเดียวกัน(สีขาว) ซัก และตากในลักษณะเดียวกันที่ราวเดียวกันในเวลาเดียวกัน ได้รับแสงแดดในลักษณะเดียวกัน ถามว่า ผ้าขนหนูและเสื้อกล้าม อย่างไหนจะแห้งเร็วกว่ากัน เพราะเหตุใด จงอธิบายด้วยเหตุผลและหลักการทางวิทยาศาสตร์ ลองตอบดูนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18

19 ต.ค. 2546 09:47
  1. เคยทดลองทำมาแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลาจึงให้เด็กกลุ่มหนึ่ง(ที่เก่งๆ)มาช่วยตรวจแบบฝึกหัด แต่มีเด็กที่ไม่เก่งคนหนึ่งติดกลุ่มมาด้วย กลัวว่าเขาจะน้อยใจจึงให้ทำงานเหมือนกันหมด ผลปรากฏว่า เขาก็ทำได้ ก่อนตรวจ ครูได้ตรวจแบบฝึกหัดของเด็กที่มาช่วยทีละคน (เพื่อเป็นการสาธิต)พร้อมทั้งให้คำแนะนำ หลังจากนั้นให้เขาตรวจของคนอื่นๆ จากการตรวจแบบฝึกหัดของคนอื่นๆ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้เห็นกึ๋นของคนอื่นๆ ใครตอบดี ตอบไม่ดี ตอบถูก ตอบครบ ตอบไม่เป็นภาษา เขารู้หมด และนำวิธีการนี้ไปใช้ในการตอบแบบฝึกหัดหรือทำข้อสอบครั้งต่อไป สังเกตเห็นว่าเด็กไม่เก่งคนนั้นมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียดายไม่ได้ดำเนินการต่อ ไม่ได้ทำการวิจัย(ในชั้นเรียน) เพราะตอนนั้นยังไม่มีการตื่นตัวเกี่ยวกับเทคนิคการสอนมากนัก และไม่แน่ใจว่าวิธีการนี้ถูกต้องหรือไม่ (เนื่องจากถูกเพื่อนครูด้วยกันกระแนะกระแหน)

ความคิดเห็นที่ 17

18 ต.ค. 2546 10:07
  1. ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าอัตนัยหรือปรนัย ถ้าเป็นข้อสอบแล้ว ผู้สอบ สอบเสร็จแล้ว ไปไกลๆ เลย ประกาศผลเมื่อไรค่อยมา แต่ถ้าเป็นข้อทดสอบ หรือแบบฝึกหัด จะให้เด็กตรวจกันเองก็ได้และดีเสียอีก ดีอย่างไร ขอไว้โอกาสหน้า

ความคิดเห็นที่ 16

17 ต.ค. 2546 17:38
  1. ครูให้เด็กช่วยตรวจข้อสอบอัตนัย(ในระดับชั้นเดียวกัน เช่น เด็ก ม.2 ตรวจข้อสอบ ม.2) ได้หรือไม่ (หมายถึง ผิดหรือเหมาะสมหรือไม่)

ความคิดเห็นที่ 15

16 ต.ค. 2546 20:09
  1. เห็นด้วยครับ ถ้า ไม่ไปยึดติดคำตอบสุดท้าย แต่ดูตรงกระบวนการคิดแทน ใครจะไปรู้ว่าไอ้การเรยยนการสอนที่สอนๆกันอยู๋เนี่ย มันถูก ซักวันมันอาจจะเป็นคำตอบที่ผิดไปก็ได้ ขึ้นกับว่าจะคิดยังไง

ความคิดเห็นที่ 14

16 ต.ค. 2546 19:12
  1. ขอแถมอีกนิด ครับ กำลังนึกหาตัวอย่างอยู่เชียว ว่า ข้อสอบอัตนัย จะแสดงกึ๋นของผู้สอบออกมาได้อย่างไร (ตามความเห็นของคุณไพจิตร) แล้วก็ได้ความเห็นของคุณ Someone นี่แหละเป็นตัวอย่างที่ตรงเผ็งเลย

ความคิดเห็นที่ 13

16 ต.ค. 2546 19:03
  1. ถ้าเป็นข้อสอบปรนัย เด็กก็ต้องเลือก คำตอบที่เป็น "แร่กัมมันตรังสี " และครูก็ไม่รู้กึ๋นที่แท้จริงของเด็ก(และผลงานของครูเอง) เมื่อเจอสภาพการณ์อย่างนี้ ครูหลายคนก็มักจะโทษเด็กว่า "โง่ , สอนแล้วไม่รู้จักจำใส่ใจ ไม่นำไปทบทวน " ถ้าครูลองใคร่ครวญสักนิด ก็จะรู้ว่า เด็กพอจะเข้าใจ แต่เขียนไม่ถูก ต้องบูรณาการด้านภาษาไทย เพิ่มเติมอีก และก็ต้องพัฒนาการสอนของครูอีก จะสอนแบบลวกๆเหมือนเดิมไม่ได้เสียแล้ว จะต้องหาเทคนิค -วิธีการให้เด็กเข้าใจอย่างถ่องแท้ และจดจำให้ได้นานๆ(ถ้าต้องการเน้นความจำ) ขอบคุณ คุณ Someone ที่หาวัตถุดิบมาให้เขียน คนเราบางครั้งก็คิดอะไรผิดๆ ได้นะ ครูไผ่โปรดตรวจสอบ(แนวความคิดผม)ให้ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 12

16 ต.ค. 2546 14:23
  1. 5555 เคยเป็นครูมาพักหนึ่ง เคยออกข้อสอบอัตนัย เด็กพูดถึงแร่ "กะละมังกะลาสี" อ่า... คนตรวจก็มึงตึบสิครับ มันแร่อะไรกัน นั่งนึกสัก 2-3 นาทีถึงได้ถึงบางอ้อ มันคือแร่ "กัมมันตรังสี" นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 11

15 ต.ค. 2546 22:27
  1. จะออกข้อสอบแบบอัตนัย ครูต้องใจกว้าง และต้องออกให้เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาให้ได้ ผมเคยออกข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ ให้เด็กเลือกทำเพียง 1 ข้อ เด็กแต่ละคนเขียนเต็มเหยียด ผมบอกเด็กว่าผิดไม่เป็นไรแต่ครูอยากรู้ว่าเธอมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ครูอยากให้คะแนนเธอ ระยะหลัง เด็กของผมชอบทำข้อสอบแบบอัตนัยมาก

ความคิดเห็นที่ 10

15 ต.ค. 2546 18:15
  1. ครูท่านหนึ่งตรวจข้อสอบอัตนัยอยู่คนเดียว แทนที่จะสนุกสนานเหมือน คหพต.ที่ 7 แต่ กลับอารมณ์เสีย ได้โอกาสที่ครูอีกท่านหนึ่งโผล่เข้ามาที่ห้องพักครูพอดี ก็ระเบิดขึ้นมาทันที "แหม เด็กพวกนี้ เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น ไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี มันยิ่งกว่าบัวใต้น้ำเสียอีก ไม่รู้มันเอาที่ไหนมาตอบ ไอ้ที่เราสอนมันก็ไม่เอามาตอบ ไอ้ที่มันตอบเราก็ไม่เคยสอน" ทั้งๆที่เด็กเหล่านั้นท่านปั้นมากับมือ แทนที่จะอุบเงียบไว้ แล้วไปแก้ตัว(ในการสอน)ใหม่ กลับประจานผลงานของตัวเองให้เพื่อนรู้เสียอีก ท่านคิดอย่างไรครับ

ความคิดเห็นที่ 9

15 ต.ค. 2546 06:02
  1. ในการสอบ "จอหงวน" เพื่อคัดเลือกเอาคนที่เก่งที่สุดในแผ่น ดินจีนอันกว้างใหญ่ไปเป็นเสนาบดีฝ่ายบุ๋น (วิชาการ) เมื่อครั้งกระโน้น เขาก็ใช้ข้อสอบอัตนัย โดยให้เขียนเรียงความแสดง กึ๋น ออกมา

ความคิดเห็นที่ 8

15 ต.ค. 2546 05:56
  1. คิดเหมือนคุณ Np ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7

14 ต.ค. 2546 19:32
  1. ขอแถมอีกนิดครับ บางท่าน พอพูดถึงคำว่า"ข้อสอบแบบอัตนัย"ก็ท้อเสียแล้ว จริงๆแล้วการตรวจข้อสอบแบบอัตนัย สนุกมากเลยนะครับ ขอรับรองว่าท่านจะต้องตรวจไปยิ้มไป บางครั้งอาจจะหัวเราะก๊ากออกมาจนต้องลุกขึ้นไปหาคนร่วมหัวเราะด้วย และประการสำคัญก็คือ ข้อสอบอัตนัยจะสะท้อนผลการสอนของท่านออกมาอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ครับผม

ความคิดเห็นที่ 6

14 ต.ค. 2546 19:26
  1. ลองออกข้อสอบอัตนัยให้เด็กทำสักข้อดูซิครับ เช่น จงอธิบายการเกิดลมบกและลมทะเลมาโดยละเอียด (วิทยาศาสตร์) จงบรรยายถึงการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 มาโดยละเอียด (ประวัติศาสตร์) จงเขียนเรียงความเรื่อง วันวิสาขบูชา อย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ (ภาษาไทย) จงแถลงทฤษฎีบทของปีทาโกรัส อธิบายและยกตัวอย่างประกอบ และอธิบายด้วยว่าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร(คณิตศาสตร์) ก็ทำกันอยู่แล้วเป็นประจำ (ใช่หรือไม่) ใช่ แต่คราวนี้ ลองสมมติตัวท่านเป็นหัวหน้าหมวด หัวหน้าฝ่าย(วิชาการ) หรือผู้อำนวยการ (เพื่อจะได้ไม่อยุ่ใต้อาณัติของใคร) แล้วตรวจข้อสอบของนักเรียนโดยพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบหลายๆแง่หลายๆมุม ท่านจะได้อะไรมากมายเกินกว่าที่คิด ด้วยข้อสอบเพียงข้อเดียว ท่านสามารถที่แยกระดับสติปัญญาของเด็กได้ บอกความรู้ความความสามารถหรือการบูรณาการทางด้านอื่น(บางวิชา อย่างน้อยก็ภาษาไทย) และด้วยข้อสอบอัตนัยเพียงข้อเดียว ท่านสามารถที่จะบอกได้ว่าเด็กคนใดควรผ่าน ไม่ผ่าน ได้เกรดอะไรและสมควรที่จะเลื่อนขึ้นไปเรียนในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ ถ้าเด็กเลื่อนขึ้นไปเรียนชั้น ม.2 ครูม.2 ก็จะไม่ถามว่า "ใครวะ สอน ม.1 ให้เธอ ให้ผ่านขึ้นมาได้อย่างไร" นี่คือคุณลักษณะของข้อสอบอัตนัย ที่เราไม่ได้นึกถึง ท่านผู้อ่าน คิดอย่างไรครับ

ความคิดเห็นที่ 5

VSL
9 ต.ค. 2546 04:51
  1. อันนี้เรื่องจริงเลยที่ในระบบโรงเรียน หรือแม้แต่สถาบันราชฏักที่เป็นต้นแบบของโรงเรียนก็เหมือนกัน ถ้าใครสอนเด็กดีๆ ตามเด็กตลอด ไม่ปล่อยง่ายๆ แล้วทำให้สอนช้า เสร็จไม่ทัน เวลาตรวจข้อสอบก็ส่งผลไม่ทัน จะโดนดูถูกเหยียดหยามอย่างกับฆาตกร เป็นความผิดมหันต์ กับคนที่เมื่อหมดเวลาแต่สอนไม่หมด ก็จบเอาดื้อๆอย่างนั้นแหละ เวลาออกข้อสอบก็จะออกไม่ยาก เพราะว่าตัวเองสอนไม่หมด และที่สำคัญคือ เด็กจะได้คะแนนดีๆ จึงไม่มีใครโวยวายว่าสอนแย่ คนแบบนี้กลับได้รับคำสรรเสริญว่าทำงานดี ส่วนเรื่องข้อสอบผมไม่เคยออกแบบปรนัยครับ และเวลาที่ใช้ตรวจก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะปกติแล้วข้อสอบอัตนัยที่ออก มักจะมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ว่าแต่ละข้อต้องใช้ความรู้เกือบทั้งหมดทำ ดังนั้น ข้อสอบแบบนี้ ผมจะไม่ตรวจที่คำตอบว่าตัวเลขถูกก็ถือว่าถูก เพราะว่านี่ไม่ใช่การทำงานจริงที่ส่งแล้วส่งเลย แต่นี่เป็นการตรวจสอบความเข้าใจ เพราะฉนั้น ผมจะตรวจวิธีทำทั้งหมด เพื่อให้รู้ว่าเขาเข้าใจหรือไม่ ถึงแม้ตัวเลขคำตอบสุดท้ายจะผิด สำหรับผมแล้ว เขาจะได้คะแนนครับ อีกอย่าง ถ้าหากเขาไม่เข้าใจ ทำมั่วๆมา แต่ผลลัพธ์สุดท้ายถูก อันนี้ถือว่ามั่วครับ แน่นอนว่าถ้าไปทำงานจริงครั้งนี้รอดตัวไปเพราะคำนวนถูก แต่ครั้งต่อๆไปล่ะครับ เราไม่ได้ทำงานแบบนี้ครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนอาชีพเลยนะครับ เช่น ถ้าเขาเป็นวิศวกรโยธา ออกแบบตึกหลังแรกถูกใช้ได้ แต่ตึกหลังถัดๆไปล่ะครับ เขาจะคำนวนถูกอีกหรือเปล่า ซึ่งความน่าจะเป็นมีน้อยเหลือเกิน เพราะเขามั่ว เขาไม่ได้เข้าใจ แบบนี้ผมไม่ให้คะแนนครับ

ความคิดเห็นที่ 4

7 ต.ค. 2546 07:41
  1. บ่อยครั้งที่ข้อมูลตัวเลขจากการคำนวณที่ส่งให้คนอื่นรับช่วงไปใช้งานต่อนั้น คนที่รับข้อมูลไปใช้ไม่ได้คิดจะตรวจสอบหรอกครับว่าตัวเลขที่ได้มานั้นถูกหรือผิด ถ้าผลลัพธ์สุดท้ายถูก แม้ว่าจะเริ่มต้นผิด แต่งานก็เดินได้ไม่มีปัญหา สมัยเรียนก็ไม่ชอบใจอาจารย์ประเภทที่ดูแต่คำตอบว่าถูกหรือผิด ถ้าถูกก็ให้เต็ม ผิดก็ให้ศูนย์ แต่พอมาทำงานแล้วก็เห็นว่า นี่มันชีวิตจริง

ความคิดเห็นที่ 3

6 ต.ค. 2546 23:41
  1. ในวิชาวิทยาศาสตร์แผนใหม่(ที่เก่าแล้ว)ของสสวท.ก็วางแนวไว้ให้สอนให้คิดวิเคราะห์ อ่านกราฟ อ่านข้อมูลจากตาราง ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง สรุป ฯลฯ นะครับ แต่ก็น่าเห็นใจครู อุปกรณ์ไม่มี ครูต้องทำงานธุรการ ไม่มีเวลาเตรียมน้ำสบู่ น้ำมะนาว น้ำขี้เถ้า ให้เด็กทดลอง จึงต้องใช้แลปแห้ง ครูสรุปให้เสร็จ เพื่อให้ทันสอบ เคยทดลองออกข้อสอบแบบครอบจักรวาลโดยให้นักเรียนเขียนแบบฟรีสไตล์ เรื่อง " ความกดดันของอากาศ " ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ เด็กเขียนไม่ออก ต่อมาลองใช้วิธีเดียวกันกับเด็กอีกห้องหนึ่งแต่บอกข้อสอบล่วงหน้า ผลการสอบเป็นที่น่าพอใจ สามารถดูได้ว่าเด็กคนไหนมีความรู้มากน้อยละเอียดลึกซึ้งแค่ไหน แต่ตรวจยากและเสียเวลามาก และไม่มีใครยกย่องนับถือเมื่อส่งงานช้า จึงไม่ดำเนินการต่อ

ความคิดเห็นที่ 2

6 ต.ค. 2546 22:15
  1. เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะปัจจุบันดิฉันออกข้อสอบให้เขาใช้เหตุผลปรากฎว่าเขาตอบไปคนละทางไม่ตรงกับที่สอนเลย ยิ่งนักเรียนที่อ่อนเขายิ่งทำไม่ได้ ทำไม่ทัน สอบตอบ 5 ข้อ ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง แต่จะโทษครูคงไม่ได้เพราะมีหลายอย่างจำกัด เช่น จำนวนนักเรียนที่สอนทำให้แต่ละท่านถนัดที่จะใช้ปรนัยเพราะตรวจง่าย รวดเร็วและคะแนนจะไม่แตกต่างกัน โดษเด่นมากถ้าคะแนนได้น้อยท่านก็ว่าครูสอนไม่ดีไม่ได้เรื่อง การคิดวิเคราะห์ควรวางรากฐานตั้งแต่ชั้นอนุบาลไม่ใช่โตแล้วจึงมาวางยากมาก และถ้าเป็นไปได้ควรได้คิดวิเคราะห์เมื่ออยู่ที่บ้าน แต่ปัจจุบันมีพ่อแม่สักกี่คนที่มีโอกาสให้ลูกคิดวิเคราะห์โดยเฉพาะชนบทแม้แต่เขายังวิ่งไปขอหวย ขูดต้นไม้ ดูฤกษ์ยาม(รวมถึงผู้ใหญ่บางคน ) นี่ล่ะเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 1

4 ต.ค. 2546 11:50
  1. ข้อสอบแบบปรนัย เข้ามามีบทบาทต่อวงการศึกษาของไทยประมาณปี 2500 ในระยะแรกๆ มีการต่อต้านพอสมควร ฝ่ายที่เห็นดีเห็นงามได้บรรยายถึงสรรพคุณของข้อสอบแบบนี้มากมาย เช่น สามารถวัดผลครอบคลุมได้ทั่วถึง เที่ยงตรง ทราบผลได้รวดเร็ว ทำให้มีการนำมาประยุกต์ใช้กับแทบทุกวิชา แม้แต่วิชาจดหมาย เรียงความ และพลศึกษา เรื่อยมา ... แล้วเราก็มาสะดุ้งเฮือก เมื่อผลการทดสอบเด็กนานาชาติประกาศออกมาว่า เด็กไทยอยู่ในระดับต่ำ และต่ำกว่าเด็กเวียดนามเสียอีก ในยุคปฏิรูปการศึกษา และการปรับหลักสูตรใหม่ จึงได้มีการรณงค์ให้ครูใช้ข้อสอบแบบอัตนัยมากขึ้น จากการที่ได้มีโอกาสไปยืนอยู่ที่จุดจุดหนึ่งในระยะหนึ่งทำให้มองเห็นพฤติกรรมของเด็กไทยบางส่วนดังนี้ เด็กไทย ไม่ชอบคิด ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบเขียนบรรยายความรู้สึกนึกคิดเชิงวิชาการออกมาเป็นข้อความยาว(เพื่อให้สื่อรู้เรื่อง เข้าใจแจ่มแจ้ง) ดูตารางต่าง ๆ ดูกราฟ ดูแผนภูมิ คิดวิเคราะห์ จำแนกแจกแจง และสรุปไม่ค่อยจะเป็น สาเหตุก็คงจะเป็นเพราะเราให้เด็กฝึกทักษะทางด้านนี้น้อย เราเคยสอนเด็กให้บวกเลขเฉพาะจำนวนที่ให้มาเท่านั้น เราสอนความเป็นมาของสูตรต่าง ๆ แต่เราไม่เคยนำไปออกข้อสอบ เราไม่เคยออกข้อสอบว่า "จงอธิบายวิธีบวกเศษส่วนเป็นขั้นตอนมาโดยละเอียด " มีแต่ให้หาผลบวกของเศษส่วน ยิ่งไปกว่านั้น เอาแต่คำตอบมาเลย อยากจะฟังความคิดเห็นจากหลายๆท่าน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น