ใคนชอบเรื่องไสยเวทย์เข้ามาๆ

เอาเมลมาทิ้งไว้นะ  คนหลายพวกไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ หาว่าไร้สาระ ข้าพเจ้าซึ่งเชี่ยวชาญ(เอ๊ะ!?!ยังไง)จึงมาหาคนคุยด้วยเอาเมลมาทิ้งนะจ๊ะ จะแอ๊ดไว้คุย เรื่องหยองๆได้มีเพื่อนเยอะๆด้วย ฮิ้วววว~




ความคิดเห็นที่ 13

Kidder
30 ม.ค. 2552 18:49
  1. เอ่อ...พี่กาบครับ คนที่บอกว่าแปลว่านอนนั่นอาจารย์นิรันดร์

    ดีกรีถึงขั้นวีทีมเลย ระวังโดนสั่งเด้งใน 24 ชั่วโมงนะครับ ^^*




ความคิดเห็นที่ 30

Prof.D
2 เม.ย. 2552 11:55
  1. จะเสียเวลาไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้ทำไมครับ

    มันไม่ใช่หนทางดับทุกข์

    พระพุทธองค์ท่านก็ทรงค้นพบและชี้ทางสว่างมานานแล้ว

    แต่หลายๆคนก็ยังคงเดินวนเวียนอยู่ในความมืดทั้งๆที่มีทางสว่าง

     





ความคิดเห็นที่ 40

Prof.D
16 เม.ย. 2552 20:21

  1. ตอนแรกผมจะไม่แวะมาแล้วล่ะครับ แต่ผมนับถือความพยายามของอาจารย์นิรันดร์ ไม่ต้องกังวลนะครับเพราะนี้เป็นครั้งสุดท้ายของผมที่จะแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้ ผมจึงขอนำเอาหลักธรรมของพระพุทธองค์มาบอกกล่าวกัน

    เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป
    บัว ๔ เหล่า ได้แก่

              ๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

    ๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)
    ๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
    ๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

    อ้างอิง http://www.kmitl.ac.th/buddhist/tumma/lotus.html

    พวกท่านเป็นบัวเหล่าไหนตามแต่จะพิจารณาแล้วกันครับ




ความคิดเห็นที่ 23

ตูเอง
22 มี.ค. 2552 10:06
  1. ลิ้งใช้ไม่ได้...งั้นไปหาเอาเองแล้วกัน...

    เชื่ออย่างอาจารย์นิรันดร์

    แต่ไสยนี่แปลว่านอนจริงๆหรอ(ความรู้ใหม่...ต้องจำไว้)

    ของทุกอย่างก็คือธรรมชาติ จะพิสูจน์ได้หรือไม่ได้มันก็คือธรรมชาติอยู่ดี
    อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะมันเป็นอนัตตา

    ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด ใฝ่ฝัน ลุ่มหลง หรืองมงาย
    เพราะมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

    แต่เมื่อ"ผล"เกิดขึ้นแล้ว
    เขาจะรู้เองว่ามันเหมาะสมกับตัวเขารึป่าว

    แต่ก็คงไม่ต้องรอให้"ผล"เกิดขึ้นก่อนก็ได้
    เพราะเชื่อว่าแต่ละคนน่าจะมีวิจารณญาณ

    เอ้อ เผลอพร่ำซะยาวเป็นแม่น้ำ
    ....ที่จริงมันแล้วแต่ความเชื่อของคนอะนะ....

    แต่ก็ยังงง.....
    ไอ้ไสยเวทย์นี่มันเป็นแบบไหนหนอ...

    รู้ชื่อ แต่ไม่รู้จัก- -*



       ^
       ^
        |
        |
    พี่กาบลองถามท่านดู= =




ความคิดเห็นที่ 1

4 ม.ค. 2552 13:46
  1. ดี สนใจก็คุยได้




ความคิดเห็นที่ 37

ภากร
15 เม.ย. 2552 19:23
  1. ผมไม่เชื่อแต่แรกน่ะครับแต่เห็นคุยกันเลยถามดูครับ

     

    ไสยศาสตร์มีประโยชน์ตรงไหนหรือครับ?

    ถ้ามียังพอว่า? ใช้เพื่อ?ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าไม่มีจะศึกษาเพื่ออะไรหรือครับ?

    ได้อะไรตอบแทนจากไสยศาสตร์หรือครับ?

     

    สงสัยเยอะเลย คือผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกครับแต่มาถามดู หากมันให้ประโยชน์แก่ปวงชนมนุษยชาติจักรวาลเรา ก็ไม่จำเป็นครับที่จะไปปิดกั้นไสยศาสตร์ และก็ยังควรส่งเสริมให้มันเจริญๆ แต่หากว่าไม่ได้ช่วยอะไรๆดีขึ้นมานั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาไสยศาสตร์ ครับ{#emotions_dlg.q3}




ความคิดเห็นที่ 27

2 เม.ย. 2552 09:35
  1. แอดมาด้วยสิคะ

    ซีก้ออยากรุ้เรื่องพวกนี้เหมือนกาน

    ไม่ใช่แค่อยากรุ้แต่เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย




ความคิดเห็นที่ 45

4 มิ.ย. 2552 20:06
  1. อยากให้คนรักกลับมา...




ความคิดเห็นที่ 107

10 เม.ย. 2554 05:52
  1. ไสยเวทย์ หรือ ไสยศาสตร์ คือ อวิชชา อวิชชา คือ ความไม่รู้ความเป็นจริงของสิ่งต่างๆโดยถูกต้อง ความหมายในเชิงไสยศาสตร์ สำหรับคนไทย คือ อวิชชาเป็นวิชาที่ทำให้ผู้อื่นเดือนร้อน หรือหาประโยชน์เข้ามาใส่ตนเองโดยไม่สนใจผู้อื่น คำนี้คุณหาได้จากพจนานุกรมนะคะ เรื่องไสยเวทย์นี่ไม่มีใครคิดขึ้นมาเองหรอกค่ะ มนุษย์ทั่วโลกรู้จักในบรรทัดฐานเดียวกันว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่มีใครพูดลอยๆและไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของคนๆเดียว สิ่งไม่ดี ทุกคนรู้เหมือนกันหมด แล้วจะให้โกหกตัวเองว่าเป็นสิ่งดีเหรอคะ อย่าพูดพาดพิงถึงพระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะเราไม่รู้จริงว่าทำเรียนรู้และทำยังไงกับไสยเวทย์ จิตเราไม่ได้ละเอียดถึงระดับท่านอย่าพูดอ้างอิงถึงสิ่งที่เราไม่รู้จริง



ความคิดเห็นที่ 108

10 เม.ย. 2554 09:58
  1. คห.๑๐๕ "...คนดีก็มีสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก็มากเพราะการจะเล่นไสยเวทได้ต้องเป็นผู้มีกำลังจิตที่ดีและสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการปฎิบัติธร รมขั้นสูงได้ดี..." ปฏิบัติธรรม กับ เล่นคาถาอาคม มันจะเกี่ยวกันตรงไหนครับ ธรรมะ กับ คาถาอาคม ผมว่า แทบจะคนละเรื่องเลยนะ แล้วก็...พระอรหันต์รูปไหนครับ ที่สำเร็จอรหันต์โดยการศึกษาไสยศาสตร์?



ความคิดเห็นที่ 109

นิรันดร์
10 เม.ย. 2554 13:55
  1. จากประโยคแรกของความเห็นที่ 91

    "พุทธศาสตร์ก็ทำให้คนงมงายเหมือนกันเพียงแต่ว่างมงายในสิ่งที่ชื่อว่าความดีไง
    อย่าเอาพุทธศาสตร์ไปรวมกับวิทยาศาสตร์สิ
    "

    คนที่กล่าวเช่นนี้ ไม่ใช่ชาวพุทธเลย

    พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์
    เป็นความจริงที่สามารถปฏิบัติได้และรู้ได้ ไม่จำกัดกาล
    เป็นศาสนาที่รับการท้าพิสูจน์ได้

    วิชาไร้สาระไม่มีแก่นสารจึงห้ามคนท้าพิสูจน์
    ตีกันไว้ก่อนว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู เหตุก็ด้วยมีอวิชชา
    เขลาขลาดต่อคนที่จะมาลองดี

    พระพุทธศาสนา ไม่เคยทำให้คนงมงาย
    ไม่เคยบังคับให้ใครต้องเชื่อ แต่ให้พิสูจน์จะประจักษ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว
    ขจัดอวิชชาคือความเขลาออกได้แล้วก็จะเข้าถึงความเป็นพุทธะ
    คือเป็นรู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม

    ตรงข้ามอย่างยิ่งกับไสยะ




ความคิดเห็นที่ 18

27 ก.พ. 2552 11:59
  1. อืม อยากคุย เหมือนกัน กะลังหาข้อมูล
    เพราะ ว่าผมโดนอยู่ น่ะนะ ก็เลย เอามันมา เป็น ตัวของตัวเองเลย
    มาคุยกันนะ... bommondam_@hotmail.com




ความคิดเห็นที่ 16

14 ก.พ. 2552 21:40
  1. สนใจมากครับผม ...อยากรู้ด้วยคน




ความคิดเห็นที่ 103

marhnok
30 ม.ค. 2554 21:39
  1. ชอบมากๆ แอดด้วยน่ะค่ะ reggae_rasta1988@hotmail.com




ความคิดเห็นที่ 2

groundhog28
7 ม.ค. 2552 13:45
  1. คุยด้วยคนดิ

    june_9258@hotmail.com




ความคิดเห็นที่ 105

20 มี.ค. 2554 16:58
  1. เรียนด้วย anothai-c@hotmail.com ของผมเอามาฝึกสมาธิหลังจากนั้นเอาสมาธิมาฝึกจิตนั้นคือวัตถุประสงค์หลัก 1.สุขวิปัสโก พระอรหันต์ที่ไม่เห็นนรกสวรรค์ แต่ถ้าใครถามว่านรกสวรรค์จะบอกว่าไม่รู้ จะไม่พูดเด็ดขาดว่าไม่มีเพราะท่านไม่เห็นก็ต้องบอกว่าไม่เห็น เหมือนภูเขาอยู่เบื้องหน้าแล้วมีคนถามเราว่าบนเขานั้นมีเสือไหมเราก็ตอบว่าไม่รู้เพราะไม่เห็นแต่ถ้าตอบว่ามีก็นรกละครับโกหกเพราะฉะนั้นผมเห็นพระในยุคนี้ไปบอกเป็นกุศโลบายของพระพุทธเจ้า ผมละสงสารเหลือเกินเท่ากับพระเหล่านั้นเกินครู การเรียนพระพุทธศาสนาต้องเรียนอย่างคนโง่ถ้าเกินครูเรียบร้อยลองดูคำสอนหลวงพ่อฤษีลิงดำท่านนะครับหลวงปู่ป่านท่านสอนแค่ไหนทำแค่นั้นไม่งั้นเอาดียาก 2.เตวิสโช พระอรหันต์ที่มีจักษุทิพย์เห็นนรกสวรรค์ ห็นผีเห็นเทวดา 3.ฉฬภิณโญ พระอรหันต์ที่มีจักษุทิพย์เห็นนรกสวรรค์ เหาะเหินเดินอากาศได้ เริ่มเรียนจากไสยเวทตำราพรหมนั้นและครับ 4.ปฎิสัมภิทัพปัตโต พระอรหันต์ที่ครบทุกด้านสามารถคุยกับคนสัตว์ได้ เหาะเหินเดินอากาศได้ แต่ท่านไม่ทำให้ใครเห็นหรอกเดียวไปหาว่าท่านเล่นกลจะลงนรกกันอีกนอกจากบางคนที่เป็นสายอภิญญาหรือชอบเรื่องอภิญญาด้วยกันท่านก็จะแสดงให้เห็น ที่กล่าวมาผมแยกให้ท่านเห็นว่าขนาดพระอรหันต์ท่านยังมี 4 ระดับเลยเพราะฉะนั้นอย่าเหมาคนที่เล่นทางไสยเวทจะเป็นคนไม่ดี คนดีก็มีสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก็มากเพราะการจะเล่น ไสยเวทได้ต้องเป็นผู้มีกำลังจิตที่ดีและสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการปฎิบัติธรรมขั้นสูงได้ดี คุณรู้ไหมคนที่ใช้ไสยเวทเนี่ยสำรวมมากนะเพราะข้อห้ามเยอะ คนเราจะไปเชียงใหม่มีทางให้ไปได้ต้องหลายเส้นทางไม่ใช่ทางเดียวบางคนอาจนึกอยากเล่นสนุกระหว่างทางแวะเด็ดดอกไม้แต่สุท้ายก็ถึงเชียงใหม่เหมือนกัน



ความคิดเห็นที่ 29

2 เม.ย. 2552 11:41
  1. autojat@hotmail.com
    อยากเรียนมากจร้า
    รีบแอดมานะ




ความคิดเห็นที่ 47

นิรันดร์
7 มิ.ย. 2552 13:05
  1. ผมก็สอนอยู่




ความคิดเห็นที่ 11

lala_shinee
29 ม.ค. 2552 20:19
  1. สนใจเหมือนกัน

    แอดมาได้

    shineeworld_key@hotmail.com




ความคิดเห็นที่ 96

26 ม.ค. 2554 12:24
  1. อืมมม....

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น