ประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์

ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการชุดที่ 2 ในการประเมินผลงานของครูที่ขอกำหนดตำแหน่งอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ มีความกลุ้มใจมากครับ

เพราะจะต้องไปประเมินครูอาจารย์ ต่างโรงเรียนถึง 5 แห่ง แต่ละแห่งอยู่คนละอำเภอกัน การไปประเมินแต่ละครั้งคงต้องเสียเวลา 1 วัน ก
11 ต.ค. 2546 10:37
191 ความเห็น
26403 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  ครูแหนมต่อ (Guest)

ขออภัย ต่อกระทู้ครับ

ครูที่ขอรับการประเมิน บางท่านมีแผนการสอนเพียงไม่กี่แผ่นให้ดูและไม่สามารถสอนได้จริง และกรรมการชุดที่ 1 ก็ประเมินว่ามีแผนการสอนที่สวยหรู

ที่กลุ้มใจมากก็คือกรรมการชุดที่ 2 ที่ร่วมประเมินกับข้าพเจ้าอยู่โรงเรียนเดียวกับครูที่ขอรับการประเมิน หมวดวิชาเดียวกันด้วย และเป็นเพื่อนกันด้วย และท่านเป็นประธานในการประเมินชุดที่ 2 ท่านก็บบอกว่าช่วยกันไปก็แล้วกัน ผมเป็นประธานเป็นผู้ชี้ขาดเอง ความจริงผมอยากจะแนะนำผู้รักการประเมินให้กลับไปปรับปรุงแผนการสอนมา ท่านประธานก็บอกไม่ต้องดีแล้ว จริง ๆ ผมไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรอยากประเมินให้ผู้ขอผ่านเกณฑ์ทุกท่านแต่นี่มันแย่จริง ๆครับ

ผมว่าถ้าจะดูผลงานเชิงประจักษ์ ควรดูผลการเรียนการสอนที่ออกมาจากตัวนักเรียนจริง ๆ เช่น ผลการเรียนนักเรียน รางวัลต่าง ๆ ที่นักเรียนได้ หรือครูมีผลงานอะไรบ้าง แค่นี้ก็พอแล้ว เหมือนอย่างท่านอาจารย์สังคม ทองมี จริง ๆ ยังมีปัญหาต่าง ๆอีกมากในการประเมินผลงานอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์แบบใหม่อยากให้ท่านที่มีประสบการณ์ทั้งผู้ประเมินและผู้ขอลองมาเล่าสู่กันฟังครับ
11 ต.ค. 2546 11:12


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ครูไผ่

สวัสดีค่ะ คุณครูแหนม

ห่างหายคาเฟ่แห่งนี้ไปนานเลยนะคะ

ไปได้ดิบได้ดี ได้เป็นผู้ประเมินนี่เอง ยินดีด้วยค่ะ

เพื่อนของครูไผ่ได้มีโอกาสไปประเมินมาแล้วค่ะ

ขออนุญาตเล่าแทนเพื่อนนะคะ เพราะเพื่อนเขาไม่ค่อยได้เข้าเน็ตค่ะ

ที่เพื่อนครูไผ่มาเล่าให้ฟังคือ ไปดูครูเขาสอน

ปรากฏว่าพฤติกรรมการสอนในเชิงประจักษ์แย่กว่าแผนการสอนอีก

แต่เขาก็ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการชุดแรกมา

เพื่อนเขาเล่าด้วยความกระอักกระอ่วนว่า (ครูไผ่จำได้ไม่หมดหรอกค่ะ ฟังเขาเล่าคงไม่เท่าเห็นเอง)

ครูสอนโดยที่ข้อความบนกระดานยังเป็นของวิชาอื่นที่เรียนในชั่วโมงก่อนหน้านี้ซึ่งไม่เกี่ยวกับวิชาที่กำลังสอน

มีสื่อการสอนมาวางไว้ โดยไม่ได้ใช้เลย ไม่มีแม้แต่กิจกรรมเดียวที่จะเหลียวไปดูสื่อการสอน

เป็นต้น

แบบนี้ก็เท่ากับว่าคณะกรรมการชุดแรกไม่มีความรับผิดชอบ

เอาแต่ความรักความชอบจากครูใส่ตัว

แล้วผลักภาระทั้งหมดให้กรรมการชุดต่อ ๆ ไปเป็นแพะรับความโกรธเคืองจากครู! เนาะ
11 ต.ค. 2546 15:32


ความคิดเห็นที่ 3 JKL (Guest)

โอ้ เวรกรรม

อาจารย์ 3 ประเมินกันอย่างนี้เหรอ

แค่วิธีการประเมินก็รู้แล้วว่า

ประเทศชาติไม่มีทางเจริญแน่นอน
12 ต.ค. 2546 13:08


ความคิดเห็นที่ 5 ครูแหนม (Guest)

จริง ๆ แล้วผมว่า คนที่จะไปประเมินเขาไม่ว่าจะเป็นกรรมการชุดที่ 1 หรือชุดที่ 2 ควรจะต้องเป็นผู้ที่ความรู้ความเข้าใจ จริง ๆเกี่ยวกับ การให้คำแนะนำด้านการเรียนการสอน ผมว่าคนที่ทำหน้าที่ได้เหมาะสมที่สุดก็คือ ท่านศึกษานิเทศน์ (และควรเป็นท่านศึกษานิเทศน์รุ่นดั้งเดิมนะครับไม่ใช่รุ่นโอนมาใหม่ จากสศจ. เพราะศน. รุ่นเดิมหน้าที่ของท่านปฏิบัติการด้านนี้มาโดยตรง มีประสบการณ์มากครูยอมรับกัน) ความเห็นของผม ผมว่า การประเมินให้กรรมการรุ่น 1 ประเมินร่วมกับ ศน. อย่างน้อย 1 ท่าน หลังจากนั้น ศน.ท่านเดิมหรือท่านใหม่ก็ได้ร่วมประเมินกับกรรมการชุดที่ 2 ก็จะทำให้ผลการประเมินเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถแนะนำผู้รับการประเมินได้อย่างมั่นใจ

อย่าปล่อยให้กรรมการชุดที่ 1 หรือชุดที่ 2 ประเมินการตามลำพังเลยครับ รู้จริงบ้าง รู้ไม่จริงไม่บ้าง

อ้อลืมขอบคุณ คุณครูไผ่ที่ยังจำผมได้ ผมห่างเหินไปนานไม่มีเวลาว่างเลยปีกว่า ระยะหลังหน้าที่การงานรับผิดชอบมากครับ ทำงานบางวันเกือบแจ้ง ทำให้นึกถึงตอนเป็นนักศึกษาก็ดูหนังสือเกือบแจ้งมาเหมือนกัน ปีนี้ผมรับผิดชอบงานด้านปกครอง ด้านกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ และงานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ปิดเทอมปีนี้ก็เหมือไม่ได้ปิด เพราะเด็กมาทำโครงงานที่โรงเรียนเยอะมาก เลย มีหลายกลุ่มได้คัดเป็นตัวแทนระดับภาคไปแข่งระดับประเทศที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก้าวหน้าอย่างไรจะแจ้งให้คุณครูไผ่ทราบ
13 ต.ค. 2546 09:15


ความคิดเห็นที่ 6 ครูต้นแบบ (Guest)

อ่านดูแล้วแม้แต่กรรมการผู้ประเมินยังเข้าใจไม่ตรงกันก็ทราบมาว่าก่อนที่จะออกมาประเมินคณะกรรมการชุดที่ 1 ชุดที่ 2ไปประชุมฟังคำชี้แจงมาแล้ว ทำไมถึงไม่คัดเลือกผู้ประเมินมาเลยบางโรงเรียนคนที่ประเมิน(กรรมการชุดที่ 1)ไม่เคยสนใจเรื่องการเรียนการสอนเลยแผนการสอนที่ทำส่งผู้บริหารก็ซื้อเอาแล้วมาจ้างพิมพ์ใหม่ อย่างนี้อนาคตเด็กไทยจะเป็นอย่างไรถ้าครูมัวแต่มุ่งประโยชน์ส่วนตัว
5 พ.ย. 2546 20:55


ความคิดเห็นที่ 7 ครูใหม่ (Guest)

สวัสดีครับครูแหนมและครูไผ่ ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะครูประสบการณ์น้อย ที่ยังไม่มีสิทธ์เสนอผลงานได้แต่เฝ้ามองรุ่นพี่เขาทำงานส่งกันทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ คนที่ส่งแบบเก่าแล้วผ่านก็ฉลองกันไป คนที่ไม่ได้ก็อกหักแล้วหันมาส่งแบบใหม่กัน มีข้อสังเกตอยากเสนอครูแหนมที่ได้มีโอกาสเป็นกรรมการชุดที่ 2 ดังนี้

- ผมว่าส่งแบบเก่ากับแบบใหม่การเขียนแผนการสอนไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอก บางคนที่ส่งแบบเก่าเอาผลงานคนอื่นมาลอกแก้ไขเพียงเล็กน้อยแล้วผ่านก็มี บางคนยิ่งร้ายใช้วิธีจ้างครูที่ผ่านอาจารย์ 3แล้ว ทำให้ก็มี ทิ้งนักเรียนเอาเวลาเรียนมาทำผลงานตนเอง สอนไปก็งั้นๆ ห้องเรียนก็ไม่มีการจัดให้เอื้อต่อการเรียนการสอน เพราะไม่จำเป็นต้องเตรียมให้ใครมาดู คุณภาพนักเรียนไม่ต้องพูดถึงคงไม่ต่างกับที่ท่านได้เห็นหรอก ผมว่าการประเมินแบบเชิงประจักษ์ดีแล้วกับยุคนี้ ในฐานะที่ท่านได้มีโอกาสเป็นคณะกรรมการชุดที่ 2 ซึ่งคนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการชุดที่ 2 นั้นต้องเป็น อาจารย์ 3 หรือผู้อำนวยการ เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะน่าเชื่อถือ ท่านน่าจะช่วยผลักดันให้การประเมินเชิงประจักษ์เกิดผลอย่างจริงจัง เพราะมีแต่พวกท่านเท่านั้นที่ทำได้ ทราบว่าการออกตรวจประเมินก็ไม่ได้ออกเพียงครั้งเดียวแล้วตัดสินว่าเขาผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าสิ่งใหนที่ไม่ดีก็ช่วยแนะนำอย่างที่ท่านคิดนั้นแหละถูกต้องแล้ว คราวหน้าถ้าผลงานไม่ถึงเกณฑ์แล้วค่อยสรุปอีกทีนะครับ กล้าๆหน่อยเด็กไทยรอคอยความหวังจากท่านอยู่ ประเทศไทยจะได้เจริญ.....
9 พ.ย. 2546 21:46


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ครูไผ่

สวัสดีค่ะครูใหม่

อ่านที่ครูใหม่เขียนแล้วนึกนิยมอยู่ในใจว่าครูใหม่เป็นผู้สังเกตการณ์ที่เข้าท่าเลยทีเดียว

มองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งไปจนถึงแนวทางแก้ไข

ท่าทางจะเป็นน้ำใหม่มาแรงนะคะ

ขอสนับสนุนให้ครูใหม่เริ่มสะสมผลงานตั้งแต่วันนี้เลย

ทั้งการปฏิบัติจริงและเอกสารหลักฐานจากการปฏิบัติจริง

แล้วปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ทุกวัน

อย่ารอจนถึงวันที่มีสิทธิ์เสนอแล้วจึงจะมาตาลีตาเหลือกอย่างพี่ ๆ นะคะ ไม่สนุกเลยค่ะ เดือดร้อนกันไปหมดทั้งตัวเองและผู้ที่รับเคราะห์เป็นผู้ประเมิน
10 พ.ย. 2546 00:15


ความคิดเห็นที่ 9 preechaso@thaimail.com (Guest)

ผมอ่านดูคำตอบแต่ละท่าน มันก็จริงส่วนหนึ่ง แต่มันก็ไม่จริงอีกส่วนหนึ่ง ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำผลงานอาจารย์ 3 ผมเขียนแผนการสอนด้วยตนเอง ใช้สื่ออุปกรณ์ตามที่ระบุ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนผมเองไม่เคยสนใจการใช้แผนการสอนเลย พอลงมือเขียนพบว่าการเขียนแผนการสอนล่วงหน้าเป็นสิ่งมีประโยชน์ เราได้เตรียมล่วงหน้า เมื่อเกิดปัญหาก็บันทึกเก็บเอาไว้เพื่อใช้กับห้องต่อไปหรือปีต่อไป กรุณาอย่าเหมาเอาหมดว่าคนทำอาจารย์ 3 จะเหมือนที่เขียนกันมา ที่จริงงานในหน้าที่ของผมก็มีมา่กมายจนไม่มีเวลาจะเตรียมการสอนมานานแล้ว แต่ปีนี้ตัดใจทำอาจารย์ 3 แต่ไม่ได้หวังว่าจะฟลุ๊กได้มาง่ายๆ เพียงหวังว่าเราน่าจะพัฒนาตัวเองเพื่อเด็กไทยบ้างเท่านั้น ทำเท่าที่ทำได้ ผ่านหรือไม่ผ่านไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล สิ่งที่ผมได้จากการทำอาจารย์ 3 มีหลายประการ รู้ว่าเราอยู่นิ่งไม่ได้ เราต้องก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลง คนที่มาประเมินผมเขาก็ให้คำแนะนำดี อะไรที่เรายังบกพร่องเขาก็บอกว่าควรทำอย่างไร ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งนั้น ผมถือว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยที่เราไม่ต้องลงทุนลงแรง คนที่เขาไม่ตั้งใจทำก็ปล่อยเขาไป ผลงานมันจะฟ้องเองแหละ คนปลูกข้าวย่อมได้ข้าง จะได้ผลผลิตมากได้น้อยก็ขึ้นอญุ่กับการดูแล บำรุงรักษา ทำน้อยแต่จะเอามากคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ
20 พ.ย. 2546 23:39


ความคิดเห็นที่ 10 โดย ครูไผ่

ขอสนับสนุนความคิดและการกระทำของคุณ preechaso ค่ะ
21 พ.ย. 2546 08:01


ความคิดเห็นที่ 11 กระต่าย (Guest)

มีโรงเรียนใดบ้างในประเทศบังคับและกลั่นแกล้งให้ครูถอนชื่อการประเมิน กระต่าย
31 ม.ค. 2547 13:27


ความคิดเห็นที่ 12 VSL (Guest)

เสนอให้รัฐบาลลงทุนติดกล้องวีดีโอผ่านอินเตอร์เน็ตทุกห้องเรียน ให้ประชาชนได้เห็นว่าการเรียนการสอนเยาวชนของชาติเป็นอย่างไร และให้โหวตคะแนนประเมินกันเข้ามา ประชาชนก็ได้ทบทวนความรู้ได้ด้วย
31 ม.ค. 2547 16:52


ความคิดเห็นที่ 13 puk_su@yahoo.com (Guest)

การทำผลงานเพื่อขอกำหนดตำแหน่งอาจารย์ไม่ใช่เรื่องยากหรือน่าเบื่อ เป็นการจัดการกระบวนการ การเรียนการสอนที่เป็นปัจจุบัน ในการพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน อย่าไปคิดแค่สอนไปเพื่อทำอาจารย์ 3 ต้องสอนเพื่อพัฒนา การสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียน พัฒนาครูผู้สอนไม่หยุดนิ่งกับที่ จากประสบการณ์ที่ได้ทำผลงานอาจารย์3 ที่ผ่านมา ทำให้ตัวเราได้พัฒนาตนเอง สอนแบบมีทิศทาง ได้ค้นพบวิธีการเรียนการสอนแบบหลากหลาย ตำแหน่งที่ได้รับเป็นผลที่ได้จากการพัฒนา โดยที่ตัวเราอย่าไปยึดติดกับค่าตำแหน่ง คิดเสียว่าการทำงานดีย่อมได้ผลดี อย่างน้อยๆก็เป็นการวัดความสามารถในตัวของบุคคล คิดว่าในการทำผลงานนั้นจะได้หรือไม่ได้ ก็ขอให้คิดว่าเราทำเพื่อเยาวชนที่จะเป็นกำลังของชาติต่อไป
20 ก.พ. 2547 21:36


ความคิดเห็นที่ 14 chaowana.i@chaiyo.com (Guest)

การประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ โดยหลักการนับว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้เรียนและเป็นผลดีต่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะการประเมินเน้นผลสัมฤทธิ์ที่มีต่อผู้เรียนเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติ แต่วิธีการประเมินต้องทำด้วยความสุจริตด้วยกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีการอำนวยความสะดวก มีการแนะแนว แนะนำด้วยความเป็นกัลยาณมิตร มีการติดตามผล ช่วยเหลือสนับสนุนให้ครูมีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อบุคลากรของประเทศชาติที่เป็นคนเก่ง คนดี คนมีความสุข บูรณาการสมบูรณ์แบบตามที่สังคมคาดหวัง
9 เม.ย. 2547 11:01


ความคิดเห็นที่ 15 ครูแก่มีไฟ (Guest)

หนักใจแทนคนทำอ.3 ทำหนื่อยฟรี แถมหมดเงินอย่างน้อย 4หมื่นเป็นอย่างตำ รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาให้ ขนาด 5600บาท ยังยาก นี่ปรับใหม่ให้คิดเอาเอง วันไปส่งผลงานมีคนบอกว่า500คนจะได้ถึง20คนหรือเปล่า เราอยากพัฒนาตัวขอให้แค่เพิ่มซีก็พอใจแล้ว ฝากบอกไปถึงนายกด้วย สงสารครูแก่ที่อยากออกแต่ออกไม่ได้เพราะลูกยังเรียนไม่จบ
12 เม.ย. 2547 14:08


ความคิดเห็นที่ 16 nlaoha@chaiyo,com (Guest)

อาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ หลักการก็ดีนะ สำคัญอยู่ที่ กรรมการชุดที่ 1 ต้องทำงานอย่างจริงจัง นิเทศติดตามประเมินผลครูที่ขออย่างจริงจัง ชุดที่ 1 เป็นกรรมการในโรงเรียนทั้ง 3 ท่าน ผิด ชอบ ชั่วดี ก็เห็นกันอยู่แล้ว ทิ้งห้องเรียน หรือไม่ทิ้ง คน 3 คนน่าจะเห็นและมีสามัญสำนึกพอ ผมว่าชุดที่1 ไม่ทำงานเสียอบ่าง คุณภาพอาจารย์ 3 ที่ขอเชิงประจักษ์ก์ไร้ค่า เพราะชุดที่ 2 มาเห็นแค่ 2 ครั้ง จะดูอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เรามาร่วมกันรณรงค์ให้ชุดที่ 1 ทำงานจริงจัง จะดีไหม จะได้ไม่ว่ากันไปว่ากันมา คนอยากก้าวหน้าและคิดว่าทำได้จะได้มีทางออกบ้าง

ผมขอกำหนดตำแหน่งอาจารย์ 3 หมดเงินไม่ถึงหมื่นเลย เพราะผมถือว่า อาจารย์ 3 เป็นผลผลิตจากการพัฒนาการเรียนการสอน ไม่ใช่การเรียนการสอนเป็นผลผลิตจากอาจารย์ 3 ผลที่ได้เป็นรางวัลของการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างทุ่มเท ผมไม่อยากเห็นครูคอยแต่เสียดสีใส่ร้ายกัน ใครพอทำได้ก็นเชิญเถอะ...ส่วนคนที่ใจยังไม่ยอมรับ... พัฒนาการเรียนการสอนไป ก็ไม่มีใครว่าดอก ได้บุญมากเสียอีก....ส่วนใครรรจะซื้อ จะจ้างทำ คน 3 คน เป็นกรรมการชุดที่ 1 จะหูหนวกตามบอด ก็ถือเป็นกรรมของประเทศไทย.... ก็แล้วกันครับ...
25 เม.ย. 2547 23:31


ความคิดเห็นที่ 17 n (Guest)

การให้รางวัลแก่เด็กนั้น ถ้ารางวัลที่ให้มีราคาสูง แทนที่จะเป็นผลดี เป็นแรงจูงใจ กลับเป็นผลเสีย



การให้เงินเดือนสองขั้นก็เช่นกัน ก่อให้เกิดการอิจฉาริษยาและทำลายขวัญกำลังใจของคนตั้ง85 % แต่คนที่มีกำลังใจมีเพียง 15 % เท่านั้น



การให้เงินประจำตำแหน่งแก่ผู้ที่ได้อาจารย์ 3 ตั้งมากมายถึงขนาดนั้น คิดผิดหรือเปล่า พอที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยลดลงอีกได้หรือไม่(แทนที่จะให้เพิ่มเป็นหมื่นกว่า) เพราะ....



การให้มากๆเช่นนั้นมันก่อให้เกิดน้ำลายไหล หาวิธีการต่าง ๆ ทั้งวิธีที่ชอบหรือไม่ชอบเพื่อจะให้ได้อาจารย์ 3 เสียเงินเป็นแสน ก็คุ้ม

คิดดูซิ ส่งงานเมื่อปี 45 ประกาศผลเมื่อปี 47 เมื่อตกเบิก ถอยรถป้ายแดงออกมาขี่ได้สบายๆ



ถ้าให้กันมากๆ เงินงบประมาณก็ไม่มี จำเป็นต้องสร้างกฎเกณฑ์เป็นกำแพงสูงๆเอาไว้ คนที่จะทำก็พยายามที่จะปีกำแพงไปให้ได้ซึ่งจะก่อให้เกิดการละทิ้งหน้าที่หรือใช้วิธีทุจริตต่างๆ นานา ผลเสียก็จะเดิดกับเด็กอย่างที่เห็นๆกันอยู่



ที่น่าขำ(แต่ขำไม่ออก)ก็คือ "อาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ไม่เน้นเอกสาร แต่เน้นการปฏิบัติจริง"

ผลปรากฏว่า เอกสารมากกว่าแบบเดิมตั้งหลายเท่า



ร้านถ่ายเอกสาร-เข้าเล่ม รวยและรับเละ



ให้พอประมาณ

กระจายให้ทั่วถึง

คนส่วนมากทำได้โดยไม่ละทิ้งหน้าที่ประจำ

จะเป็นการเหมาะกว่า



(พูดไปอย่างนั้นแหละ คงเปลี่ยนแปลงยาก)
26 เม.ย. 2547 00:46


ความคิดเห็นที่ 18 สอบดีกว่ามั๊ง (Guest)

ทฤษฏีดูแล้วน่าจะดี แต่ในทางปฏิบัติ กรรมการชุดที่1 ตัดทิ้งไปได้เลย ไร้สาระมาก คนอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เพื่อนกัน ก็เป็นศัตรูกัน มันลูบหน้าปะจมูก จะไม่ช่วยกันได้อย่างไร ไปบอกว่าเขาไม่ดี ขาดตกบกพร่องนะ ก็ไม่ต้องมองหน้ากันอีกแล้วชาตินี้ แล้วจะให้ทำงานร่วมกันต่อไปอีกยังไง? ชุดที่ 2 มา 2 ครั้ง ครั้งละแวบเดียว ไม่ถึงชั่วโมงมั๊ง แล้วจะไปรู้อาไร๊ ที่เห็นๆก็แค่ผักชี คิดดูเอาเถอะ ว่าระบบมันได้เรื่องตามทฤษฏีไหม? เปลี่ยนมาสอบเอาดีกว่ามั๊ง เปลี่ยนจากประเมิน 3 ครั้งมาเป็นสอบเอาสัก 3 ครั้ง ดูซิว่าใครจะแน่จริง ได้ไม่ได้รู้ผลไปเลยไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาทำเอกสาร ตรวจเอกสารกัน
26 เม.ย. 2547 06:36


ความคิดเห็นที่ 20 กอ. (Guest)

อาจารย์ 3 ทำเอกสารหรือประเมินตามสภาพจริง ผลสุดท้ายคงดูที่เอกสาร คะแนนที่ประเมินจากชุด 1 และ ชุด 2 ทำเพื่ออะไร ถ้าคิดว่าจะพัฒนาครู

เหมือนที่ กพ.และกค . พิจารณาครูให้ออกก็คงไม่ต้องทำอาจารย์ 3

กันหรอก คนที่เขายังไม่ต้องการออกจะเป็นด้วยเหตุใดก็ตาม เมื่ออายุมากๆ

คิดว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นอย่างไร แล้วถ้ามีจำนวนคนเช่นนี้มาก ๆเข้า ซึ่งท่านเหล่านั้นสิ่งที่สำคัญมากก็คือต้องการให้ครอบครัวมีความสุขใช่หรือไม่

คนในสังคมจะเป็นเช่นไร ที่ทำกันเช่นนี้
27 เม.ย. 2547 10:10


ความคิดเห็นที่ 21 ครต (Guest)

ทำอาจารย์ 3 คนที่รับผลประโยชน์คงจะเป็นร้านที่รับทำเอกสาร

ขายกระดาษ
27 เม.ย. 2547 20:26


ความคิดเห็นที่ 22 อิ อิ อิ (Guest)

ที่ครูไผ่ว่าให้ครูทุกคนในโรงเรียนเป็นผู้ประเมิน และให้เด็กที่เรียนกับครูคนนั้นประเมินด้วย พูดเหมือนที่เขากำลังจะเอาครูออก 5 % เลยนะ ถ้าทำกันยังงี้จริงๆ แย่นะครับ คนที่ได้ อ.3 คงต้องเป็นคนมีพวกมาก ตั้งอกตั้งใจสอน ตั้งใจทำงาน คนอื่นเขาหมั่นใส้ เขาก็จะไม่ผ่านให้ ทำไปทำมาในทางปฎิบัติมันจะไม่ใช่เป็นการ "ประเมิน" มันจะเป็นการ "โหวต" แทน คนที่จะได้ อ.3 หรือคนที่จะรอดจากการออก 5 % ก็คือคนมีพวก ดูแล้วเหมือนเกมส์ Survivor เลย โหวตคนออก ต่างคนก็เอาตัวรอด นั่นมันแค่เกม จะเอาชีวิตคนไปเล่นเป็นเกมได้ไง ควรหาอะไรที่มันเป็นธรรมกว่า คนที่ถูกโหวตออก ไม่ใช่คนที่ทำงานไร้ประสิทธิภาพ เกียจคร้าน ตามจุดประสงค์แน่ และสุดท้าย ได้ อ.3 หัวดี ความรู้เยอะ ก็น่าจะดีกว่า ได้ อ.3 พวกมาก อ.3 ถ่ายเอกสาร นะ
30 เม.ย. 2547 11:01

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น