เรื่องเล่าจากอดีตที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

เรื่องเล่าจากอดีตที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย

โพสต์เมื่อ: 10:13 วันที่ 21 ม.ค. 2552         ชมแล้ว: 940,532 ตอบแล้ว: 1,496
วิชาการ >> กระทู้ >> ครูอาจารย์ >> ครูคุยทั่วไป

ผมกับเพื่อนรัก อ.นิรันดร์ เจริญกูล เริ่มเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลที่โรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนี เราย้ายมาเรียนต่อที่เรียนโรงเรียนเดียวกันอีกที่ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ตั้งอยู่หลังวัดเทพศิรินทร์ เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่วัด ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า “วัดโคก หรือ วัดโคกอีแร้ง” เรื่องเล่าว่า เดิมทีเป็นที่ประหารนักโทษ (เหมือนกับวัดสระเกศ ศพที่ประหารแล้วจะถูกส่งออกมาด้านหลังวัดสระเกศ บริเวณนั้นจึงถูกเรียกกันมาจนทุกวันนี้ว่า “ประตูผี”) บางครั้งก็ปล่อยให้อีแร้งมากินศพที่ถูกประหาร บริเวณนั้นจึงมีอีแร้งชุกชุม เลยเรียกว่า วัดโคกอีแร้ง สมัยที่เราเรียนอยู่นั้น ราว ปี พ.ศ.2507-2509 เมื่อมีการขุดถนนแถวห้าแยกพลับพลาชัยเพื่อซ่อมแซมครั้งใด จะต้องเจอโครงกระดูกอยู่ใต้ดินเต็มไปหมด ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 6 ตั้งกองเสือป่ารักษาดินแดนขึ้น และได้มีการซ้อมรบ พระองค์ได้มาตั้งพลับพลาเสือป่าขึ้นที่วัดนี้ ต่อมาวัดจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดพลับพลาชัย”


 



แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง





จำนวน 1359 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2- 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 1 ก.พ. 2552 (14:44)

คุณครูอาจจะดูจากขนาดถุงหรือเป้ที่แบกก็ได้ครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 2 ก.พ. 2552 (03:37)

ผมไปสอนหนังสือที่กุ้ยหลิน ได้เรียนรู้อะไรสนุกอีกหลายเรื่อง สงสัยต้องตั้งกระทู้ใหม่เกี่ยวกับกุ้ยหลิน
อ้อ! เกือบลืมบอกไป "กระเป๋า" คนจีนใช้คำว่า "เคว่เปา" และเป้หลังแบบลูกเสือ เขาเรียกว่า "เป้เปา"
คำว่า"เปา" หมายถึงเป็นลูกๆ ดังนั้น 2 คำนี้คงมาจากภาษาจีน

เป้ที่เราผูดถึงกันนี้มาจากภาษาจีนครับ

คำว่า "เต็ก" ในภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่า ไม้ไผ่
คำว่า "เคี้ยบ" ในภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่า "คีบ หรือ หนีบ"
ดังนั้นถูกคนแต้จิ๋วบอกว่า "เต็กเคี้ยบ" หมายถึง ไม้ไผ่ที่คีบ คนไทยเราคงจะเอามาจากภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งหมายถึง "ตะเกียบ"

"เต็กเคี้ยบ" = "ตะเกียบ"


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 2 ก.พ. 2552 (08:18)

ใช่แล้วค่ะ
"เปา" หมายถึงสิ่งที่เป็นลูก เป็นห่อ หรือเป็นซอง ซึ่งสามารถบรรจุอะไรไว้ข้างในได้  เช่น อั่งเปา  ซาละเปา 
และออกเสียงเหมือนกันทั้งภาษาจีนกลาง และภาษาแต้จิ๋ว

ถงเปา (เสียงจีนกลาง)  ตั่งเปา (เสียงจีนแต้จิ๋ว) หมายถึง ร่วมครรภ์มารดา ร่วมอุทร จนถึง ร่วมชาติเชื้อ  แต่ "เปา" ในที่นี่ (มีชีวิต) เขียนต่างจาก "เปา" ที่ไม่มีชีวิตหน่อยหนึ่ง

ถง (สำเนียงจีนกลาง) = ตั๊ง (สำเนียงแต้จิ๋ว) แปลว่า ร่วม


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 4 ก.พ. 2552 (01:50)

มีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ยังพอจะจำได้เกี่ยวกับสุวิชช์

128557

สุวิชช์เคยพาผมมาที่บริเวณสนามหญ้าใกล้ๆกำแพงรอบพระอุโบสถของวัดเทพศิรินทร์เพื่อดูก้อนเศษอุกาบาตที่ตกลงมาที่บริเวณวัด ทางวัดเอามาวางไว้บนแท่นพื้นยกสูงแต่ไม่มากนัก เป็นก้อนรูปร่างรีๆแต่ไม่เรียบขนาดราวๆ  1 ฟุตกว่าๆ คุณสมบัตพิเศษของก้อนอุกาบาตนี้คือมีอำนาจแม่เหล็กอย่างอ่อนๆ เราทดลองเอาเข็มหมุดมาวางใกล้ๆ ก็สามารถดูดเข็มหมุดได้ ผมไม่ได้ไปแถวๆนั้นมา 40 กว่าปีแล้ว ไม่ทราบว่าขณะนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 4 ก.พ. 2552 (22:39)
การชกต่อยกันระหว่างเด็กผู้ชายที่บาดหมางกัน ทั้งในเรื่องที่มีเหตุผลและในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องคงจะเป็นเรื่องที่ปกติและมีมานมนานแล้ว ไม่ว่ายุคสมัยไหนทั้งในสมัยก่อนและปัจจุบัน

128677

เห็นสนามหญ้าข้างพระอุโบสถที่เขียวเรียบแลดูงดงามในภาพข้างบนแล้วก็อดที่จะคิดถึงเรื่องราวของเด็กผู้ชายที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยสมัยก่อนไม่ได้ ช่วงที่ผมเรียนอยู่เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้วนี้ เด็กนักเรียนชายที่ไม่ค่อยพอใจกันก็มักจะนัดกันมาชกต่อยกันที่สนามหญ้าแห่งนี้ในตอนหลังเลิกเรียน โดยมีเพื่อนนักเรียนของแต่ละฝ่ายหรือนักเรียนที่เป็นกลางมาดูเพื่อเป็นสักขีพยานหรือกรรมการห้ามในกรณีที่อาจจะมีการทำเกินกว่าเหตุที่จะเป็นอันตราย

128666

ผมมีเพื่อนนักเรียนอยู่คนหนึ่งชื่อ "พิเชษฐ ประเสริฐภักดี" บ้านอยู่ที่ถนนหลานหลวงใกล้ภูเขาทอง เรารู้สึกเขม่นกันมานานแล้ว จนในที่สุดก็นัดไปชกกันที่สนามหญ้าดังกล่าวตอนหลังเลิกเรียน โดยมีเพื่อนๆไปเชียร์กันหลายคน ต่อยกันฟัดกันที่สนามหญ้าจนหน้าตาปูดเสื้อผ้าขาดยับเยิน จนพอใจแล้วก็มีพื่อนๆมาแยกให้ออก แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้นมาเจอกันอีกที่ที่โรงเรียน ต่างคนต่างมองหน้ากันแล้วหลบสายตา ในช่วงเวลานั้น เมื่อผมเห็นหน้าพิเชษฐ ที่เขียวและปูดบวม ผมก็รู้สึกสงสารและคิดว่า เราต่อยกันทำไม ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเป็นราวอะไรเลย ผมคิดว่าพิเชษฐเมื่อมองหน้าผมก็อาจรู้สึกแบบเดียวกัน ในที่สุดเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พอเรียนจบ ผมทราบว่าพิเชษฐไปเรียนต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบเช่นเดียวกับพิชัยที่กล่าวถึงในตอนต้น เวลาผ่านไป 40 กว่าปีมาแล้วเราไม่เคยพบกันอีกเลย แต่ความทรงจำเก่าๆในเรื่องชกต่อยที่ไร้สาระของเรายังคงถูกจดจำไม่รู้ลืม

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 5 ก.พ. 2552 (00:18)

ก็แปลกดีนะครับ
เป็นเด็กวัดพลับพลาชัย
เวลาจะชกกันก็จะต้องนัดไปชกกันที่วัดเทพศิรินทร์
ไม่ยักนัดชกกันที่วัดพลับพลาชัย

มีครั้งหนึ่งที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย
ครูจัดให้เด็กชกกันในโรงเรียน
มีทั้งครูและเพื่อนมุงดูกันเต็มไปหมด
ผมรู้สึกว่าเพื่อนที่ชกกันนั้น โตมาก ไม่น่าจะเป็นเพื่อนเราเลย
และคู่ชกก็ค่อนข้างแปลกคือ ชกกันสามคน ทุกคนใส่นวม
ที่แปลกก็คือ สามคนนี้แบ่งเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งคนเดียว เป็นคนตัวเล็กกว่า
อีกฝ่ายสองคน ตัวโตกว่า
และที่แปลกยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ มันเป็นหนึ่งรุมสอง
คือ สองคนสู้คนเดียวเหมือนจะไม่ได้


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 5 ก.พ. 2552 (00:31)
128673

เออ ใช่ ใช่ ผมนึกออกแล้ว "ครูปรีชา ช่วยป้อง"(ดูรูป) เป็นคนจัดการชกนั้น แปลกดี คนก็เชียร์สนุกสนาน คนชกไม่รู้สนุกหรือเปล่า ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นใคร คนตัวใหญ่รู้สึกว่าจะเป็น "นายกิมเซี๊ย" เพื่อนนักเรียนที่เป็นนักวิ่งของโรงเรียน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 5 ก.พ. 2552 (01:14)
การที่เด็กนักเรียนวัดพลับพลาชัยไม่ต่อยกันที่วัดของเรานั้น คงเนื่องมากจากว่าต้องการให้ห่างหูห่างหาครูของเรามากกว่า อีกอย่างก็คือสนามคับแคบ มีแต่ฝุ่น ต่อยไม่มัน สู้ที่สนามหญ้าข้างพระอุโบสถวัดเทพศิรินทร์ไม่ได้ กว้างใหญ่รื่นรมณ์ น่าวิ่งเล่น (และชกต่อย)

128679

ที่สนามหญ้าใกล้ๆพระอุโบสถนี้ ผมจำได้ว่ามีต้นลูกหว้าขนาดใหญ่ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นต้นโพธิ์หรือต้นลูกหว้า แต่ที่แน่ๆมีต้นลูกหว้าขนาดใหญ่อยู่บริเวณนั้นที่ไหนสักแห่งแน่นอน เพราะพวกเราชอบแอบไปเอามากิน มีลูกขนาดใหญ่มาก รสหวานหอมชื่นใจ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้รู้จักลูกหว้า ตอนหลังๆเห็นมีวางขายที่ตลาดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สู้อร่อยเท่าที่วัดเทพศิรินทร์ เดี๋ยวนี้หาซื้อยากมาก เพื่อนๆหลายคนบอกว่า "ทำไมขโมยของวัดกินมันช่างอร่อยเหลือเกิน" บางครั้งที่เราแอบไปเอาก็มีพระมาวิ่งไล่ วิ่งหนีกันตับแลบ มุดลอดช่องกำแพงรอบพระอุโบสถออกมาได้ เพราะเราตัวเล็ก แต่หลวงพ่อตัวใหญ่กว่า เลยมุดไม่ได้ ได้แต่เอาไม้เท้ายืนดุพวกเราอยู่ไหวๆ
หากผมจำผิด ไม่งั้นต้นบริเวณพระอุโบสถอาจเป็นต้นโพธิ์ และต้นลูกหว้าอาจอยู่บริเวณที่วงกลมไว้ เพื่อนสมาชิกที่อยู่แถวๆวัดเทพศิรินทร์หากทราบก็ช่วยเข้ามาชี้แจงแถลงไขด้วยจะขอบพระคุณยิ่งครับ ผมไม่ได้ไปแถวนั้นมา 40 กว่าปีแล้วครับ

128682

ต้นลูกหว้ามีความหมายทางพุทธศาสนาก็คือ ในช่วงที่เข้าพรรษา ฆาราวาสที่บวชเข้ามาเป็นพระภิกษุแล้ว จะต้องประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาโดยเคร่งครัด ซึ่งมีกล่าวไว้ในพระวินัยปิฏก แม้แต่อาหารก็จะฉันหลังเที่ยงอีกไม่ได้ จะฉันได้ก็แต่น้ำและเครื่องดื่มที่เรียกว่า "น้ำปานะ" เท่านั้น การที่ญาติโยมจะถวายน้ำปานะให้กับพระภิกษุโดยไม่เป็นโทษนั้น เครื่องดื่มที่พระพุทธองค์อนุญาตเป็นเครื่องดื่มทำจากผลไม้ต่อไปนี้
     1. ผลมะม่วง
     2. ผลลูกหว้า
     3. ผลกล้วยมีเมล็ด
     4. ผลกล้วยไม่มีเมล็ด
     5. ผลมะซาง
     6. ผลจันทน์หรือองุ่น
     7. เง่าบัว
     8. ผลมะปรางหรือลิ้นจี่

จะเห็นได้ว่าผลลูกหว้าก็มีความสำคัญเป็นหนึ่งในนั้น

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 5 ก.พ. 2552 (13:10)

ความคึกคะนองและความสนุกสนานกับเพื่อนๆของเด็ก บางครั้งเป็นไปด้วยความไร้เดียงสาและยังขาดวุฒิภาวะ สมัยนั้นผมไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆเก็บผลไม้ของวัดมากิน ไม่ได้รู้สึกว่าไปขโมยของ แต่ทำไปเพราะความสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยไปขายเพื่อผลประโยชน์หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแต่อย่างใด เวลาไปเอามากิน ก็เอามาไม่กี่ลูก สนุกๆเท่านั้นเอง เราก็รู้สึกว่า วัดก็เป็นเสมือนที่สาธารณะที่ใครจะไปจะมาก็ได้ หยิบผลไม้กินลูกสองลูกก็คงไม่เป็นไร 

128778

เมื่อโตขึ้นเราจึงรู้ว่า ของบางอย่างเป็นของสาธารณะก็จริงแต่เป็นของส่วนรวมที่เราต้องช่วยกันรักษา ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ระบบโรงเรียนสอนเน้นให้เด็กซาบซึ้งถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากน้อยแค่ไหน ครูส่วนใหญ่ของเราทุกวันนี้ สอนแบบ "ผู้รับจ้างสอน-รับจ้างทำผลงาน" หรือสอนแบบ "ใจเขาใจเราด้วยวิญญาณของความเป็นครู" กันแน่

ครูสมัยนี้ให้เวลาและเอาใจใส่กับเด็กมากเพียงพอแล้วหรือ ครูที่มีความก้าวหน้า ได้เลื่อนขั้นสูงๆ มีเงินพิเศษกลับกลายเป็นครูที่เอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำเอกสารเพื่อขอตำแหน่งให้ตัวเอง ครูที่ให้เวลาทุ่มเทกับเด็ก ไปเยี่ยมเด็กที่มีปัญหาครอบครัวและปัญหาสังคม กลับไม่มีผลงานที่เป็นกระดาษเป็นปึกๆไปแสดงให้คนอื่นๆ หรือกระทรวงศึกษาฯได้เห็นและได้ประเมิน ต้องขอออกตัวก่อนว่า ความเห็นของผมเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ที่หลายคนอาจเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่โง่ๆก็เป็นได้ครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 5 ก.พ. 2552 (17:12)

ขอบคุณครับ


sai6205

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 5 ก.พ. 2552 (19:26)
128801

จากเรื่องของลูกหว้าดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นว่าเครื่องดื่มที่เรียกว่า "น้ำปานะ" หรือ เรียกอีกอย่างว่า "น้ำอัฏฐบาน"  ซึ่งทำจากผลไม้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยมีกล่าวไว้ในพระวินัยปิฏกนั้น เราจะพบว่า วัดบางวัดจะมีการปลูกต้นไม้ที่ให้ผลไม้ต่างๆเหล่านี้ เพื่อเป็นสัญญลักษณ์และเพื่อไว้ใช้งาน เช่นตันลูกหว้าที่วัดเทพศิรินทร์ เป็นต้น บางวัดก็มีเป็นภาพจิตรกรรมบนผนัง หรือบานประตู หรือหน้าต่างของพระอุโบสถเป็นรูปผลไม้ต่างๆเหล่านี้ เช่น  ภาพจิตรกรรมที่บานหน้าต่างด้านในพระอุโบสถของวัดโสมนัสวิหาร http://www.watsomanas.com/painting/door/paint03/index.php


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 5 ก.พ. 2552 (19:39)
128803

แสดงภาพขยายของภาพจิตรกรรมที่บานหน้าต่างด้านในพระอุโบสถวัดโสมนัสวิหาร

* ผลกล้วยไม่มีเมล็ด
-- ผลมะม่วง -- ลูกจันทน์
* เง่าบัว -- ผลกล้วยมีเมล็ด -- ผลลูกหว้ากับชมพู่ (2 ชนิดนี้ท่านจัดไว้เป็นประเภทเดียวกัน)
* มะซาง -- ผลมะปรางและลิ้นจี่ (2 ชนิดนี้ท่านจัดไว้เป็นประเภทเดียวกัน)


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 5 ก.พ. 2552 (22:36)
128830

ผลลูกหว้าที่ผมได้กินที่วัดเทพศิรินทร์นั้น มีสีม่วงเข้มออกดำ เวลากินแล้ว ปากและลิ้นมักจะดำ (จึงสามารถเอาไปย้อมผ้าได้ด้วย) แต่มีรสชาดหอมหวานมาก ตามปกติเราจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับผลลูกหว้า หายาก ไม่ค่อยพบในท้องตลาด หรือแม้แต่การกล่าวอ้างถึงในวรรณคดีไทย ก็ไม่ค่อยปรากฏพบ แต่เป็นที่น่าสนใจว่ามีการกล่าวอ้างถึงในไตรภูมิพระร่วง - วิกิพีเดีย  วรรณคดีทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่และสำคัญเล่มหนึ่งของไทย มีอายุกว่า 600 ปี เชื่อกันว่าแต่งขึ้นโดยพญาลิไทย (พระมหาธรรมราชาที่ 1) พระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์พระร่วง เมื่อ พ.ศ. 1888 นับเป็นเวลา 7 ปีก่อนที่จะเสด็จออกผนวชในพ.ศ. 1905 วรรณคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คติความเชื่อของชาวไทย เป็นจำนวนมาก เช่น นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด ทวีปทั้งสี่ (เช่น ชมพูทวีป ฯลฯ) ระยะเวลากัปป์กัลป์ กลียุค การล้างโลก พระศรีอาริย์ มหาจักรพรรดิราช แก้วเจ็ดประการ ฯลฯ มีการบรรยายถึงความมหัศจรรย์ของป่าหิมพานต์ไว้อย่างละเอียด และได้กล่าวถึงลูกหว้าไว้ดังนี้

..........ลูกหว้านั้นโดยใหญ่แลกินหวานดังน้ำผึ้ง อันว่าลูกหว้านั้นถ้าว่าตกถูกตัว ๆ  นั้นหอมดังหอมน้ำตระคันดังแก่นจันทน์นั้น ถ้ายื่นมือล้วงเข้าไปในเนื้อหว้าพอสุดแขนจึงถึงเล็ดใบหว้า แลฝูงนกกินลูกไม้หว้านั้นนกลางตัวใหญ่เท่าช้างสาร ลางตัวใหญ๋เท่าเรือน ลูกหว้านั้นหล่นตกลงทั่วทั้งรอบต้นน้น ๆ  ส่วนว่าลูกอันเป็นในค่าเบื้องตีนนอนนั้นแลตกลงในท่านทีก็เป็นเหยื่อแก่ฝูงปลาในน้ำนั้น ยางลูกหว้าอันตกลงนั้นกลายเป็นทองสุกชื่อชมพูนุทฯ ..............

พูดง่ายๆก็คือ.....

ลูกหว้าหวานดังน้ำผึ้ง ถ้าตกถูกตัวก็จะหอมดังแก่นจันทน์ ผลลูกหว้ามีขนาดใหญ่มาก ถ้าเอามือเจาะเข้าไปในผลลูกหว้าจนสุดแขนจึงจะถึงเมล็ดใน ยางของลูกหว้าถ้าตกถึงพื้นก็จะกลายเป็นทองบริสุทธิ์


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 6 ก.พ. 2552 (22:00)
128990

ใน ไตรภูมิพระร่วง - วิกิพีเดีย  ยังมีการบรรยายถึงผลไม้ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งในป่าหิมพานต์ที่ถัดจากต้นลูกหว้าไปคือนารีผล หรือ มักกะลีผล ดังนี้ 

..... ถัดนั้นไปมีป่าไม้นารีผลแลว่าลูกไม้นั้นงามนักดังสาวอันพึ่งใหญ่ได้ ๑๖ ปี แลฝูงผู้ชายได้เห็นก็มีใจรักนัก ครั้นว่าหล่อนตกลงฝูงนกกลุ้มกินดังหมีกินผึ้ง ......

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายของคำ มักกะลีผล ว่าเป็นชื่อต้นไม้ในนิยายโบราณ มีอยู่ที่ป่าหิมพานต์ ออกผลเป็นรูปหญิงสาวงดงาม ห้อยย้อยเป็นระย้า เมื่อครบ 7 วัน ผลก็เน่า, นารีผล ก็เรียก ขณะที่ไตรภูมิพระร่วง บอกว่า มักกะลีผล เป็นต้นไม้วิเศษในป่าหิมพานต์มีผลเป็นรูปสตรีอันพึงใหญ่ได้ 16 ปี แลฝูงผู้ชายได้เห็นก็มีใจรัก


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 8 ก.พ. 2552 (02:19)
129228  129229

ในแง่ของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โรงเรียนวัดพลับพลาชัยก็ไม่แพ้ผู้ใด หลวงพ่อที่เรารู้จักมักคุ้นกับท่านก็คือ พระครูสิริทัตสุนทร (ดูรูป) ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ หรืองานสำคัญๆใดของโรงเรียน ท่านก็จะรับนิมนต์มาทำพิธีและให้โอวาทแก่นักเรียนและครูทุกครั้งไป ปัจจุบันที่โรงเรียนของเรา มีมูลนิธิสิริทัตสุนทร ซึ่งมีนายทวี บัณฑิตวัฒนาวงศ์ เป็นประธานกรรมการ ผมพยายามค้นหารายละเอียดของท่าน พบว่ามีชื่อ พระครูสิริทัตสุนทร เป็นหนึ่งในพระที่ปฏิบัติดีที่ควรหาโอกาสไปกราบไหว้ แต่ปรากฏว่าท่านอยู่ที่วัดคณิกาผล เขตป้อมปราบ ก็เลยไม่แน่ใจว่าเป็นรูปเดียวกันหรือเปล่า เพราะเวลาเนิ่นนานมากว่า 40 ปีแล้ว

รายชื่อพระปฏิบัติดีที่พุทธศาสนิกชนสมควรหาโอกาสไปกราบไหว้,ทำบุ(ข้อมูลเมื่อเดือน กรกฏาคม พ.ศ. 2542)


กรุงเทพมหานคร  


1. สมเด็จพระญานสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ( หลวงปู่เจริญ ) วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร 
2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( หลวงพ่อเกี่ยว ) วัดสระเกษ เขตป้อมปราบ 
3. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ( หลวงพ่อนิยม ) วัดชนะสงคราม เขตพระนคร 
4. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ( หลวงพ่อช่วง ) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ 
5. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( หลวงพ่อพุฒ ) วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกใหญ่ 
6. พระพรหมมุนี ( หลวงปู่บู่ ) วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน 
7. พระพรหมจริยาจารย์ ( หลวงพ่อสุนทร ) วัดเบญจมบพิตรฯ เขตดุสิต 
8. พระพรหมโมลี ( หลวงพ่อวิลาศ ) วัดยานนาวา เขตยานนาวา 
9. พระอุดมญานโมลี ( หลวงพ่อมานิตย์ ) วัดสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ 
10. พระวิสุทธิวงศาจารย์ ( หลวงพ่อพลอย ) วัดเทพธิดาราม เขตพระนคร 
11. พระวิสุทธาธิบดี ( หลวงพ่อวีระ ) วัดสุทัศน์เทพวราราม เขตพระนคร 
12. พระญานวโรดม ( หลวงพ่อประยูร ) วัดเทพสิรินทราวาส เขตป้อมปราบ 
13. พระธรรมธัชมุนี ( หลวงพ่อประจวบ ) วัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร 
14. พระธรรมวโรดม ( หลวงพ่อบุญมา ) วัดเบญจมบพิตร เขตดุสิต 
15. พระธรรมเมธาภรณ์ ( หลวงพ่ออัมพร ) วัดราชบพิธฯ เขตพระนคร 
16. พระพุทธวรญาน ( หลวงพ่อมงคล ) วัดประยุรวงศาวาส เขตธนบุรี 
17. พระธรรมวราจารย์ ( หลวงพ่อแบน ) วัดบวรนิเวศฯ เขตพระนคร 
18. พระธรรมกิตติวงศ์ ( หลวงพ่อทองดี ) วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง 
19. พระธรรมธีรราชมหามุนี ( หลวงพ่อวิเชียร ) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ 
20. พระมงคลเทพโมลี  ( หลวงพ่อสุพจน์ ) วัดสุทัศน์ฯ เขตพระนคร 
21. พระเทพรัตนโมลี ( หลวงพ่อชนินทร์ ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ เขตพระนคร 
22. พระธรรมเสนานี ( หลวงพ่อถาวร ) วัดพระเชตุพนฯ เขตพระนคร 
23. พระเทพบัญญานุมนี ( หลวงพ่อลือชัย ) วัดราชาธิวาส เขตดุสิต 
24. พระเทพสังวรญาน ( หลวงพ่อสงวน )วัดราชประดิษฐ์ฯ เขตพระนคร 
25. พระเทพประสิทธิคุณ ( หลวงพ่อผัน ) วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย 
26. พระเทพวิสุทธเมธี ( หลวงพ่อเที่ยง )วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย 
27. พระเทพปัญญาเมธี ( หลวงพ่อสนิท ) วัดไตรมิตรฯ เขตสัมพันธวงศ์ 
28. พระเทพวิสุทธิกวี ( หลวงพ่อพิจิตร ) วัดโสมนัสวิหาร เขตป้อมปราบ 
29. พระเทพรัชมงคลเมธี ( หลวงพ่อศิลา ) วัดนรนาถสุนทริการาม เขตพระนคร 
30. พระปริยัติโมลี ( หลวงพ่อสมศักดิ์ ) วัดชนะสงคราม เขตพระนคร 
31. พระราชมงคลญาน ( หลวงพ่อสงัด ) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ 
32. พระราชปริยัติบดี ( หลวงพ่อเอื้อน ) วัดสามพระยา เขตพระนคร 
33. พระธรรมเจติยาจารย์ ( หลวงพ่อวิริยังค์ ) วัดธรรมมงคล เขตพระโขนง 
34. พระธรรมนันทาจารย์ ( หลวงพ่อผล ) วัดเชิงหวาย ( เวตวันธรรมวาส ) เขตบางซื่อ 
35. พระครูวิสุตธรรมรส ( หลวงพ่อแคล้ว ) วัดดอนเมือง เขตดอนเมือง 
36. พระครูโกศลปิยกิจ ( หลวงพ่อเชวง ) วัดหลักสี่ เขตดอนเมือง 
37. พระครูผาสุการโกวิท ( หลวงพ่อผูก ) วัดเลา เขตบางขุนเทียน 
38. พระครูเกษมธรรมาภาตินันท์ ( หลวงพ่อเผื่อน ) วัดกำแพง เขตบางขุนเทียน 
39. พระธรรมสิริชัย ( หลวงพ่อบุญเลิศ ) วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ 
40. พระราชกิตติเมธี ( หลวงพ่อทอง ) วัดเบญจมบพิตรฯ เขตดุสิต 
41. พระเมธีปริยัตยาภรณ์ ( หลวงพ่อบุญชุม ) วัดเบญจมบพิตรฯ เขตดุสิต 
42. พระครูสิริทัตสุนทร ( หลวงพ่อบุญศรี ) วัดคณิกาผล เขตป้อมปราบ 
43. พระธรรมวรเมธี ( หลวงพ่อสมชาย ) วัดเทพศิรินฯ เขตป้อมปราบ 
44. พระราชวิสุทธิมุนี ( หลวงพ่อบุญเรือง ) วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 
45. พระวิมลศีลาจาร ( หลวงพ่อเสงี่ยม ) วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 
46. พระครูภาวนาภิราม( หลวงพ่อบริลักษณ์ ) วัดเจริญธรรมาราม เขตบางเขน 
47. พระครูปราโมทย์ธรรมโสภณ ( หลวงพ่อหลอด ) วัดสิริกมลาวาส เขตลาดพร้าว 
48. พระครูสิริธรรมสุธี ( หลวงพ่อศรี ) วัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม 
49. พระครูปิยศีลาภรณ์ ( หลวงพ่อจำปี ) วัดจันทร์ใน เขตบางคอแหลม 
50. พระครูภาวนานุสิฐ ( หลวงพ่อขาว ) วัดบุญศรีมุนีกรณ์ เขตลาดพร้าว 
51. พระครูพุทธิวงศมุนี ( หลวงพ่อบุญมา ) วัดจักรวรรดิราชาวาส เขตสัมพันธวงศ์ 
52. พระเทพสารเวที ( หลวงพ่อสุบิน ) วัดเครือวัลย์ เขตบางกอกใหญ่ 
53. พระราชสังวรวิมล ( หลวงพ่อพร ) วัดกัลยานมิตร เขตธนบุรี 
54. พระราชปริยัติเมธี ( หลวงพ่อประกอบ )วัดชนะสงคราม เขตพระนคร 
55. พระเทพวรมุนี ( หลวงพ่อสุกรี )วัดหนัง เขตจอมทอง 
56. พระโสภณธรรมรส ( หลวงพ่อสุรชาญ ) วัดยายร่ม เขตจอมทอง 
57. พระอมรสมาจาร ( หลวงพ่อเอื้อน ) วัดบางขุนเทียนกลาง เขตจอมทอง 
58. พระเทพศีลวิสุทธิ์ ( หลวงพ่อพลายงาม ) วัดราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ 
59. พระเทพปริยัติสุธี ( หลวงพ่อโฮม ) วัดโมลีโลกยาราม เขตบากกอกใหญ่ 
60. พระเทพวิสุทธิโสภณ ( หลวงพ่อวรรณ ) วัดดุสิดาราม เขตบางกอกน้อย 
61. พระครูวิมลสีลคุณ ( หลวงพ่อธงชัย ) วัดโตนด เขตภาษีเจริญ 
62. พระราชธรรมมาภรณ์ ( หลวงพ่อบุญธรรม ) วัดอินทารามวรวิหาร เขตธนบุรี 
63. พระธรรมโมลี ( หลวงพ่อสมศักดิ์ ) วัดพิชยติการามฯ เขตคลองสาน 
64. พระศรีวิสุทธิดิลก ( หลวงพ่อวิชิต ) วัดประยูรวงศาวาส เขตธนบุรี 
65. พระเมธีธรรมาภรณ์ ( หลวงพ่อประยูร ) วัดประยูรวงศาวาส เขตธนบุรี 
66. พระธรรมราชานุวัตร ( หลวงพ่อกมล )วัดพระเชตุพนฯ เขตพระนคร   


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 8 ก.พ. 2552 (02:58)
สมัยก่อนนี้ เราเรียนกันวันเสาร์ด้วย แต่เรียนกันครึ่งวัน เป็นวันที่เราเรียนและแต่งชุดลูกเสือ จำได้ว่ามีการสวดมนต์ยาวมาก ทุกวันนี้ผมเชื่อว่านักเรียนเก่าสมัยก่อนก็คงยังจำบทสวดเหล่านั้นขึ้นใจ

เมื่อมีคำถามว่า "ธรรมะคืออะไร" เรามักจะตอบกันสนุกๆว่า "ธรรมะ คือ คุณากร......." เพราะจำได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในบทสวด

สมัยนั้นผมสงสัยมากว่าบทสวดชัยมงคลคาถา (พาหุง 8 บท) ที่เราสวดกันในโรงเรียนตรงท่อนสุดท้ายทำไมจึงต่างจากที่พระท่านสวดในวัดพลับพลาชัย
คือ เราสวดว่า
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมาะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง

แต่พระท่านสวดว่า

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมาะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

ทดลองฟังสวดได้ที่นี่ครับ >>> บทสวดพาหุง

มาค้นดูภายหลังจึงทราบที่มาว่า คาถาพาหุง 8 บทนี้เป็น  "คาถาว่าด้วยชัยชนะ 8 ประการ อันเป็นมงคลของพระพุทะเจ้า" พระท่านสวดเช่นนั้นถูกต้องแล้ว แต่เรื่องมีอยู่ว่า 

86006

เมื่อครั้งสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และฮังการี เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเข้าร่วมกับ ฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 (วงเวียน 22 กรกฎาคม คือ อนุสาวรีย์ของเหตุการณ์ครั้งนั้น ดูภาพถ่ายดาวเทียม) และทรงได้ส่งทหารไปสู่สงครามเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2461 (จำได้จากหนังสือเรียนสมัยนั้นว่ากองทหารไทยที่ไปครั้งนั้นอยู่ใต้การบังคับบัญชาของนาบพลเปแตง ชาวฝรั่งเศส) พระองค์ทรงนำกองทัพสวดคาถาพาหุง พร้อมทั้งคำแปลที่ทรงพระราชนิพนธ์ เป็นวสันตดิลกฉันท์ เพื่อชัยชนะแห่งกองทัพไทย และฝ่ายพันธมิตร

ฉันท์พระราชนิพนธ์บทนี้ ทรงนำเอา "ชยมังคลอัฏฐกคาถา" บทแรก (คือบทพาหุง) มาลงไว้ดัดแปลงตอนท้ายจากเดิม ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ เป็น ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 8 ก.พ. 2552 (11:56)

129273

เมื่อยืนอยู่ในตัว U ของอาคารเรียน หันหน้าไปทางตะวันตก
ทางซ้ายมือของอาคารเรียนจะเป็นศาลาการเปรียญ
เราได้มีโอกาสขึ้นไปสวดมนต์ฟังเทศกันบนศาลานี้

ผมชอบมากครับ
ทั้งที่ฟังพระเทศน์ไม่รู้เรื่องเท่าใดนักแต่ก็ชอบ
เพราะได้พักผ่อนสมองไม่ต้องเรียนเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 10 ก.พ. 2552 (00:04)
129606
สมัยก่อนนี้ เราไม่มีเงินเหรียญ 1 บาท 5 บาท และ 10 บาทอย่างในปัจจุบัน แต่เราใช้เงินในรูปของธนบัตร ดังแสดงในรูป
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 10 ก.พ. 2552 (00:12)
129607

พูดถึงเรื่องเงินทำให้นึกถึงภาพยนต์เพลงไทยอมตะเรื่องหนึ่งในสมัยนั้น คือ "เงิน เงิน เงิน" แสดงโดยพระเอก นางเอกคู่ขวัญ มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฏร์


127558
129608

ภาพยนต์เรื่อง "เงิน เงิน เงิน" นี้ฉายที่ "โรงภาพยนต์เฉลิมเขตร์" (ปัจจุบันถูกรื้อทิ้งไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2516) ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนของเรา แต่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของวัดเทพศิรินทร์ ผมจำได้ว่าฉายอยู่นานหลายเดือน เป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

หน้าโรงภาพยนต์เฉลิมเขตร์สมัยก่อน ตอนกลางคืนสนุกสนานคึกคักมาก เปรียบได้คล้ายๆกับหน้าโรงภาพยนต์ดังๆในสมัยนี้นั่นเอง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 10 ก.พ. 2552 (12:38)

ความเห็นที่ 91 ของผม เดิมทีไม่มีรูปนะครับ คงเป็น ดร.แขชนะ ไปหามาแปะให้
ก็ขอบคุณนะครับ
ที่จริงรูปนี้ ผมก็ไม่เคยเห็นด้วย และก็ไม่แน่ใจว่ามีผมในรูปด้วยหรือเปล่า
แต่พอจำได้เลา ๆ ว่า ศาลาที่เราเป็นร้อย ๆ คนขึ้นไปสวดมนต์ด้วยกันนั้น
จะเป็นศาลาเรือนไม้ใต้ถุนสูงมากที่เดียว


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 10 ก.พ. 2552 (12:48)

สมัยนั้น โรงภาพยนต์จะมีชื่อนำหน้าว่า ศาลา เฉลิม ...
เช่น เฉลิมกรุง เฉลิมไทย เฉลิมเขตร์ เฉลิมบุรี
รุ่นหลังมาก็จะมีคำว่า รามา และ เทียร์เตอร์
โรงภาพยนต์ยุกหลัง นี้จะไม่มีคำเหล่านี้
เริ่มด้วย คิงส์ ควีนส์ และแกรนด์ นำร่องก่อน


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 10 ก.พ. 2552 (17:03)
129751

เงินสมัยก่อนนี้มีค่ามาก 1 สลึง หรือ 25 สตางค์นั้นสามารถซิ้อโจ๊กเปล่าๆได้ 1 ชาม เงิน 10 บาทถือว่ามีค่ามากสำหรับเด็กๆอย่างเรา

ขณะที่ภาพยนต์เพลงเรื่อง "เงิน เงิน เงิน" เข้าฉายอยู่นั้น ทางโรงเขาก็ทำโฆษณาหนังโดยพิมพ์เนื้อเพลงเป็นเล่มเล็กๆแจก เพลงที่ดังเพลงหนึ่งที่ปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมคือเพลง "หยาดเพชร" ร้องโดยคุณชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ (ฟังเพลงเก่า :: หยาดเพชร - ชรินทร์ นันทนาคร <<< ได้ที่นี่ครับ) เนื้อเพลงที่ทำเป็นเล่มนั้น ตรงขอบๆจะพิมพ์ลวดลายคล้ายธนบัตรสมัยก่อน เรามักจะเอามาฉีกแล้วพับหลายๆทบให้เห็นเฉพาะตรงที่คล้ายๆธนบัตร แล้วเอาไปวางตรงทางเดิน จากนั้นพวกเราก็ไปแอบดูปฏิกิริยาของคนที่เดินผ่ามมาเห็น ตลกมากครับ เพราะแต่ละคนก็จะมีท่าทางต่างๆกันไป ผู้หญิงบางคน ใส่ส้นสูง หน้าตาดี๋ดี เหลียวซ้ายแลขวาแล้วก้มลงหยิบ แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้รีบเดินต่อไป จนเกือบล้มเพราะรองเท้าส้นสูง เด็กนักเรียนบางคนดีมาก พอพบเงินก็จะมองหาเจ้าของแถวๆนั้น ถ้าไม่พบก็เอาไปให้ตำรวจ กรณีนี้หายากมากในปัจจุบัน พวกเราไปเอาเนื้อเพลงมาหลายเล่ม แอบเฝ้ามองดูอยู่หลายคน สมัยนั้นรู้สึกสนุกเป็นบ้าเลยครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 10 ก.พ. 2552 (21:35)

เงิน เงิน เงิน
เงินเท่านั้นเสกสรรให้เราได้
ทุกคนเป็นใหญ่ได้ด้วยเงิน

ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยวในโรงเรียนชามละ 50 สตางต์
10 บาทก็ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 20 ชาม
10 บาทตอนนั้นเทียบกับเดี๋ยวนี้ก็ประมาณ 500 บาท

ตอนที่อยู่วัดพลับพลาชัย ก็มีการเล่นของพวกมีเงินอีกอย่าง
คล้าย ๆ กับที่ดร.แขชนะเล่า คือจะมีคนเอาธนบัตร 10 บาทหรือ 5 บาท
เอาเชือกด้ายที่มองแทบไม่เห็นผูกกับธนบัตรนั้น แกล้งเป็นทำหล่น
แล้วแอบ เมื่อมีใครจะหยิบ ก็จะดึงธนบัตรหนีมือ
หากมีคนพยายามตามเก็บก็จะเป็นที่เฮฮา

เมื่อเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย
ผมก็ต้องห่อข้าวไปโรงเรียนและได้สตางค์ไปโรงเรียนวันละ 50 สตางค์


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 11 ก.พ. 2552 (01:58)
129837

เพื่อนนักเรียนที่ย้ายมาจากโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนี มาเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยมีอยู่ด้วยกัน 10 คน คือ อาทร ชูชัย สุวิชช์ คณิต นิรันดร์ สมทรง สมเกียรติ ธีระเดช ผม และ อีกคนหนึ่ง คือ ศรีสมพร น่าเสียดายที่ผมไม่รู้เอารูปไปไว้ที่ไหนตอนย้ายบ้าน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 11 ก.พ. 2552 (02:13)
129838

โรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนี เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สร้างคนมีชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมากมาย โรงเรียนตั้งอยู่บนถนนบำรุงเมือง ใกล้กับโรงพยาบาลหัวเฉียวในปัจจุบัน สมัยที่ผมเรียนที่นั่น คุณแม่ของอาจารย์นิรันทร์ก็เป็นครูที่นั่นด้วยเหมือนกัน แต่ท่านสอนระดับมัธยม ตอนหลังโรงเรียนเลิกกิจการไป ผมเคยถ่ายรูปโรงเรียนไว้ เสียดายมากที่หายังไม่พบ เมื่อเร็วๆนี้ผมขับรถผ่าน ได้เห็นอาคารที่คุ้นตามาก คืออาคารรูปทรงเดิมเดียวกับโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีที่ผมเคยเรียนอยู่(ดังรูป) จึงรีบถ่ายรูปเก็บไว้ อาคารที่เห็นนี้เหมือนกันที่ผมและอาจารย์นิรันดร์เริ่มรู้จักกันเมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว เราเริ่มเรียนชั้นอนุบาล 1 ตรงนี้ ชั้น 2 เป็นที่สำหรับให้นักเรียนนอนตอนกลางวันหลังรับประทานอาหาร ซึ่งผมปฏิเสธที่จะนอนกลางวันเสมอ จนครูลงความเห็นว่าผมเป็นพวกปัญญาอ่อน ดังที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้ว ปัจจุบันนี้ทำเป็นศูนย์การค้าส่งออก ตึกสูงๆที่เห็นอยู่ด้านหลังขวามือคือโรงพยาบาลหัวเฉียว


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 11 ก.พ. 2552 (10:41)

ต้องไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง สร้างใหม่ได้เหมือนมาก แต่สีรู้สึกจะเพี้ยน ๆ ไป
เห็นแล้วก็คิดถึงโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีขึ้นมาทันที
ตึกหลังนี้ อยู่ในความฝันของผมเสมอในวัยเด็ก(นอนหลับแล้วฝันว่าวิ่งเล่นบนตึกนี้)
เด็ก ๆ แทบจะไม่ได้ขึ้นไปโดยเฉพาะบันไดที่เห็นกลางภาพตึก
เพราะขึ้นไปจะเป็นห้องครูใหญ่

ทุกวัน เราจะต้องท่องกำพืดของเราด้วยความภาคภูมิใจ
"โรงเรียนของเราชื่อ ..... "
ดร.แขชนะยังคำได้หรือเปล่าครับ

เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ข้างผม เธอน่าจะชื่อ "ขนิษฐ์" นะครับ(ออกเสียงเหมือน "คณิต")
ไม่แน่ใจว่า "สุรสิทธิ์" ได้มาเรียนที่ ส.พ.ช.ด้วยหรือเปล่า ตัวขาว ๆ วิ่งเร็ว ๆ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 11 ก.พ. 2552 (11:36)
129877

ใช่ครับสีออกจะเพี้ยนไป แต่เดิมผมจำได้ว่าสีคล้ายๆตู้รถไฟ คือส่วนล่างของอาคาร ตรงเสาจะเป็นสีเบจ ชั้นบนจะเป็นสีน้ำหมาก

ผมจำสุรสิทธิ์ได้ครับ เวลาพูด ส.เสือ จะมีลมออกมาทางมุมปาก 2 ข้าง ผมต้องคอยหลบกลัวน้ำลายจะกระเด็นใส่ สุรสิทธิ์ ไม่ได้ย้ายไปกับเราด้วย ไม่ทราบไปอยู่ที่ไหน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 11 ก.พ. 2552 (12:22)
129897

"โรงเรียนของเราชื่อ ..... " จำได้ครับ ครูประจำชั้น ป.1 และ ป.2 ชื่อ "ครูเกิดดี ซื่อตรง" ให้เราท่องประจำ พอขึ้น ป.3 "ครูสุภา หนูเทศ" ครูประจำชั้นคนใหม่  ให้เราคัดไทย..และตบท้ายด้วยว่า โรงเรียนเรามี 2 แห่ง อีกสาขาหนึ่งอยู่ฝั่งธนบุรี

จำได้ว่าตอนเรียน ป.4 มีงานแสดงที่โรงเรียนของเรา ครูสุภาออกไปรำ ผมไปช่วยครูสุภา ท่านก็เลยให้รูปเป็นที่ระลึก รูปนี้เก็บไว้นานเกือบ 50 ปีแล้ว


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 12 ก.พ. 2552 (13:02)
130060

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 14 ก.พ. 2552 (02:52)

แวะมาทักทายครับ


sai6205

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 14 ก.พ. 2552 (03:14)

ขอบคุณมากครับ เป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆครับ ที่ไม่ได้เป็นไอ้บ้าคุยอยู่คนเดียว
แวะเข้ามาบ่อยๆนะครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 15 ก.พ. 2552 (10:41)

โรงเรียนทัดสิงห์ เป็นโรงเรียนที่ผมใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนมากที่สุด
คืออยู่ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่(แม่เป็นครูที่นั่น และยังเป็นครูของพี่สาวของ ดร.แขชนะด้วย)
ผมใช้เวลาเรียนที่ทัดสิงห์ยาวนานกว่าเรียนที่อื่น คืออนุบาล 3 ปี(ทั้งที่คนอื่นเรียนเพียง 2ปี)
แล้วก็ประถมอีก 4 ปี ซึ่งอาจจะเกินได้เป็น 7 ปี (หากสอบเข้าเรียนที่วัดพลับพลาชัยไม่ได้)
หากนับตอนอยู่ในท้องด้วยก็จะยิ่งนานขึ้นไปอีก {#emotions_dlg.a2}

ดีใจที่ได้เห็นรูปคุณครูสุภา ท่านเป็นคนใจดีมาก
สมัยนั้น อัดรูปหนึ่ง ราคาแพงมาก ค่ารูปโพสการ์ด 1 ใบ กินก๋วยเตี๋ยวได้หลายชาม


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 16 ก.พ. 2552 (10:12)

คุณจำปา ถ้าเคยกินก๋วยเตี๋ยวชามละ ๕๐ สตางค์ก็คงจะรุ่นราวคราวเดียวกับเรา
อาจจะบวกลบสัก ๕ ปี


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 16 ก.พ. 2552 (11:00)

ก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์เท่านั้นหรือคะ??

เคยซื้อไอติมหวานเย็นเป็นแท่งทรงกระบอก แท่งละสลึงค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 16 ก.พ. 2552 (12:51)

เมื่อยี่สิบเอ็ดปีที่แล้ว ลูกคนโตของผมอายุสิบขวบครับ น่าจะอ่อนกว่าคุณจำปาสักห้าปี
ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกงในโรงเรียนในกรุงเทพฯน่าจะอยู่ที่ สามบาทเห็นจะได้

อ่านการดำรงชีพคุณจำปาในชนบท น่าจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ข้างนอกจะวุ่นวายอย่างไร ชีวิตในชนบทก็น่าจะอยู่ได้สบาย น่าอิจฉาจัง
ไม่มีเงินก็อยู่ได้ ชีวิตผม หากไม่มีเงิน ไม่รู้ว่าจะรอดได้อย่างไร


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 16 ก.พ. 2552 (15:30)

น่าเสียดายนะครับ

ความไว้วางใจ ความเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปันและการให้อภัยกัน
ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่สะดวกสบายนัก แต่ก็มีความสุข
พอความเจริญเข้าถึงชนบท หนี้สินก็ตามมา

ไม่รู้จะเรียกความเจริญหรือว่าเสื่อมดี


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 16 ก.พ. 2552 (22:08)
ดีใจมากครับที่มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมเยียนพูดคุยด้วย ไม่งั้นก็มีแต่อาจารย์นิรันดร์ที่คอยมาเยี่ยม(เอาข้าวมันไก่กับโอเลี้ยงมาส่ง) สนุกดีครับที่ได้รู้เรื่องราวอีกมุมหนึ่งของคุณcutiebuffy(เพิ่งจะรู้ว่าแปลว่าจำปา ไม่เคยเรียนมาก่อนครับ)

ครูไผ่เคยซื้อไอติมหวานเย็นเป็นแท่งทรงกระบอก แท่งละสลึงแสดงว่าต้องร่วมสมัยกับผมและอาจารย์นิรันดร์แน่ เพราะผมเคยหนีแม่ไปแอบขายไอติมหน้าโรงงิ้ว ราคานี้แหละครับ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 17 ก.พ. 2552 (15:11)

ดีใจจังที่ได้คุยเกี่ยวกับลาวหรืออีสาน คุณจำปามาจากลาวทางไหนครับ อีสานเหนือหรืออีสานใต้ครับ (เวียงจันทน์ หรือปากเซ) ผมอยากเชิญให้มาอ่านบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว >>> เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม อ่านแล้วช่วยกรุณาให้ความเห็นด้วยจะขอบคุณมาก

ตอนที่พ่อผมทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ผมก็ไปอยู่ด้วยครับ บ้านเราอยู่แถวๆวัดไต ใกล้กับสนามบินเวียงจันทน์ ทุกวันนี้เลยติดข้าวเหนียวมากว่าข้าวเจ้าครับ

ดอกจำปาเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว ได้ฟังเพลง "ดวงจำปา" แล้วคิดถึงเมืองลาวมาก>>>  ฟังเพลง เพลง ดวงจำปา ฟังเพลงออนไลน์ - อรวี สัจจานนท์ เนื้อเพลง ดวงจำปา

เพลง:ดวงจำปาหรือ จำปาเมืองลาว
อุตมะ จุลมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาว ได้แต่งเพลงนี้ไว้ในช่วงที่เข้าร่วมขบวนการต่อสู้กู้เอกราชคืนจากฝรั่งเศสเมื่อเกือบห้าสิบปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมในสมัยนั้นได้เห็นโดยอุตมะ ได้ใช้ ดอกจำปาหรือดอกลั่นทม ที่ชาวลาวนิยมปลูกแต่ในอดีต เป็นสื่อบอกถึงความรักแผ่นดินถิ่นเกิดของชาวลาว โดยใช้ทำนองขับทุ้มหลวงพระบางในการเอื้อนเพลง ดวงจำปา
เพลงนี้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว และสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับชาติลาว ในที่สุดฝรั่งเศสก็ยอมคืนเอกราชให้กับประเทศลาวได้ปกครองตนเองและหลังจากการปฏิวัติม่วนซื่นในลาวเสร็จสิ้นลงเมื่อปี 2518 ท่านผู้นำลาวทั้งหลายก็ได้พร้อมใจกันเลือก ดวงจำปาเป็นดอกไม้ประจำชาติ ตลอดสองฝั่งโขงจากลาวเหนือที่พงสาลีจรดจำปาศักดิ์ที่ปากเซก็นิยมขับทุ้มเพลงนี้กันทั่ว
ที่มาข้อมูล : จาก http://www.geocities.com/ped_degree/lpbg/


โอ้ดวงจำปา....เวลาซมดอก
นึกเห็นพันซ่อง....มองเห็นหัวใจ
เฮานึกขึ้นได้....ในกลิ่นเจ้าหอม
เห็นสวนดอกไม้....บิดาปลูกไว้....ตั้งแต่นานมา
เวลาง่วมเหงา....เจ้าซ่วยบรรเทา....เฮาหายโศกา
เจ้า ดวงจำปา....คู่เคียงเฮามา....แต่ยามน้อยเอย


 


กลิ่นเจ้าสำคัญ....ติดพันหัวใจ
เป็นน่าฮักใคร่....แพงไว้เซยซม
ยามเหงาเฮาดม....โอ้ ดวงจำปา
เมื่อดมกลิ่นเจ้า....ปานพบเพื่อนเก่า...ที่พรากจากไป
เจ้าเป็นดอกไม้....ที่งามวิไล...ตั้งแต่ใดมา
เจ้าดวงจำปา....มาลาขวัญฮัก...ของเฮียมนี้เอย


 


โอ้ดวงจำปา....บุปผาเมืองลาว
งามดั่งดวงดาว....ชาวลาวเพิ่งใจ
เกิดอยู่ภายใน....แดนดินล้านซ้าง
ถ้า ได้พลัดพราก....หนีไปไกลจาก....บ้านเกิดเมืองนอน
เฮาจะเอาเจ้า....เป็นเพื่อนบรรเทา....เท่าสิ้นซีวา
เจ้าดวงจำปา....มาลางามยิ่ง....มิ่งเมืองลาวเอย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 17 ก.พ. 2552 (22:58)

อยากให้เข้ามาดูที่นี่ครับ ที่นี่เมืองไทย ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

cutiebuffy แปลว่าน้องกระบือผู้น่ารัก {#emotions_dlg.q2}
ฟังดูเฉพาะชื่อ(ไม่ได้หมายถึงบุคคลนะครับ) ชื่อเพราะๆอย่างนี้เข้ากับชื่อโรงเรียนเพราะๆคือ "กาสรกสิวิทย์" ฟังดุเท่และน่าเรียนมากใช่ไหมครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 18 ก.พ. 2552 (10:53)

หากนับคุณจำปาเป็นคนลาว ผมคงถูกนับเป็นมอญหรือพม่า
ดร.แขชนะอาจถูกนับเป็นคนจีน

ผมเคยเดินทางไปประชุมต่างประเทศ
พบคนลาว ก็ถือเป็นเพื่อนบ้านเรา ผมก็ปรี่ไปปราศัยด้วยไมตรี
เป็นภาษาอังกฤษ
เพื่อนลาวคนนี้ ตอบกลับเป็นภาษาไทยกรุงเทพฯชัดเป๊ะ ๆ
ผมงี้ เขินไปเลย

ผมยังคิดต่อไปอีกว่า ทำไม ไทย ลาว ไม่รวมเป็นประเทศเดียวกันไปเสียเลย
เหมือนกับว่า พี่น้องที่แยกจากกันไปกลับมารวมกันอีกครั้ง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 18 ก.พ. 2552 (20:45)

ขณะนี้ผมอยู่ที่ปีนัง หรือเกาะหมากของเราเมือก่อนนี้ จับมารวมเป็นประเทศเหมือนเก่าใครจะยอม ลาวก็เช่นกันครับ
ถ้าพิจารณาว่าพื้นที่ใดที่ ใครที่พูดภาษาลาวหรืออีสานมีจำนวนเท่าไร ก็จะพบว่าคนกรุงเทพที่พูดภาษากลาง หรือที่พูดภาษาปักษ์ใต้ จะกลายเป็นชนกลุ่มน้อยทันที


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 20 ก.พ. 2552 (00:06)

ผมเริ่มสนใจภาษาลาวหรือภาษาอีสานตั้งแต่ตอนที่ผมเรียนชั้น ป 7 ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ตอนนั้นพ่อไปทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์ ช่วงบิดเทอมผมก็ไปเยี่ยมพ่อและแม่ ช่วงนั้นผมมีความสุขมาก ได้เห็นอะไรแปลกตาไปจากที่เราคุ้นเคยที่กรุงเทพ ผมนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปลงที่สุดเขตแดนสยามคือจังหวัดหนองคาย เพื่อนที่ทำงานพ่อมารับที่ฝั่งไทย จากนั้นก็นั่งเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงที่ท่าเสด็จ ตื่นตาตื่นใจมากเพราะไม่เคยมา"ต่างประเทศ"เลย แม่น้ำโขงกว้างใหญ่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผมคุ้นเคย ยืนอยู่ที่ฝั่งไทยมองไปฝั่งลาวดูไกลลิบๆ ผมลองจับเวลานั่งเรือข้ามไปถึงท่าเดื่อฝั่งลาว ใช้เวลา 6 นาที ได้เห็นหน้าพ่อ-แม่ ผมก็โผเข้ากอดทันที กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลยครับ พ่อขับรถ Ford รุ่น consule สีเขียวอ่อนมารับ เราต้องเดืนทางต่อไปยังตัวเมืองเวียงจันทน์ ใช้เวลาราวๆ 45 นาที ก่อนถึงทางเข้าเมืองจะเป็นค่ายทหารใหญ่มีชื่อว่า "ค่ายจินายโม่" แปลเป็นไทยว่า "ค่ายจิ้งหรีดโม้" พ่อขัยรถต่อไปอีกเล็กน้อยก็มาถึงตัวเมือง ผ่านวัดต่างๆมากมาย มีวัดหนึ่งซึ่งมีชื่อคุ้นหูมากคือ "วัดสีสัตตะนาคะนะหุต" (เขียนแบบลาว) พ่อชี้ให้ดู "วัดพระแก้ว" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่นี่ จากการที่ผมเรียนวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้คะแนนตกเป็นประจำ (เรียนกับครูวินัย สุขยืด ครูประจำชั้นของอาจารย์นิรันดร์) ผมก็เริ่มสนใจค้นหาเกี่ยวกับจังหวัดหนองคาย ประวัตินครวียงจันทน์ ประวัติวัดพระแก้ว ตลอดจน ชื่อ "วัดสีสัตตะนาคะนะหุต" ผมรู้สึกสนุกมากขึ้นกับวิชาภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ คะแนนพุ่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ศึกษาต่อไปก็พบว่า เมืองศรีสัตนาคนหุตนั้นก็หมายถึงดินแดนลาวซึ่งตอนหลังมีการแตกแยกไปเป็น สามเมืองคือ
- เมืองหลวงพระบาง
- เมืองเวียงจันท์
- เมืองจำปาศักดิ์
จะเรียกชื่อเมืองไหนก็ต้องใช้ศรีสัตนาคนหุต แล้วมีคำห้อยท้าย ดูจากรากศัพท์แล้วเป็นที่ถกเถียงกันเป็นสองแบบบ้างก็ว่า คำว่า "สัตตนาคนหุต" นั้นมาจากคำว่า "สัตตนาค" คือ "สัตต" เป็นคำบาลี หมายความว่า "เจ็ด"
"สัตตนาค" จึงหมายถึงนาคเจ็ดตัว ซึ่งเป็นผู้ปกปักดูแลอาณาจักร
เราจะเห็นรูปป้นพญานาคตามที่ต่างๆมากมายในเวียงจันทน์โดยเฉพาะตามวัดทั้งหลาย แล้วยังมีเรื่องของ "บั้งไฟพญานาค"อีกด้วย

บ้างก็ว่ากรุงศรีสัตนคนหุตล้านช้างสร้างเมื่อปี พ.ศ.2103โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์องค์ที่39แห่งราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว สาเหตุที่เรียกว่าล้านช้าง อาจจะเพี้ยนมาจากคำว่าลานช้าง เป็นล้านช้าง เนื่องจากสมัยก่อน บริเวณนี้คือ
ที่อยู่อาศัยของช้าง ส่วนคำว่าศรีสัตนาคนหุตนั้น เป็นคำผูกที่ปราชญ์โบราณ
ของลาวตั้งขึ้น คือ สัตตะ แปลว่า 100 นาคะ แปลว่าช้าง นหุตแปลว่าหมื่น
รวมเป็นช้างร้อยหมื่นหรือช้างสิบแสนตัว เท่ากับ1ล้าน เลยเรียกชื่อว่า
กรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ในประวัติศาสตร์ล้านช้างก็คือเมืองเวียงจันทน์ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เราก็มีเรื่องเคืองแค้นกัน พระเจ้าตากสินพิโรธมากจึงได้ตรัสสั่งให้เจ้าพระยาสุรสีห์และพระยาจักรีสองพี่น้องยกทัพไปตีกรุงศรีสัตนคนหุตล้านช้างโดยทำให้เราได้ลาวเป็นเมืองขึ้นและได้อันเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มาด้วย

จากวัดพระแก้ว พ่อขับรถผ่านตลาดใหญ่ มีชื่อว่า "ตลาดเช้า" เป็นตลาดใหญ่มากขายของหลากหลายชนิด คล้ายตลาดจตุจักรบ้านเรา ส่วนใหญ่เป็นของสด และขายกันเฉพาะช่วงเช้า พ่อขับรถต่อไปทางสนามบินซึ่งอยู่อีกซึกหนึงของเมืองเวียงจันทน์ บ้านเราอยู่ใกล้วัดสองวัดคือ วัดอุโมงค์ กับวัดไต เป็นบ้านเช่าสองชั้น เจ้าของบ้านเป็นรองอธิบดีกรมอนามัย ชื่อ "ท้าวถอ" (คุณถอ) มีลูกสาวหนึ่งคน อายุอ่อนกว่าผม 2 ปี ชื่อจ๊อด ป่านนี้ก็อายุห้าสิบกว่าปีแล้วครับ

วันนั้นแม่ทำลาบและข้าวเหนียวให้กิน เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต บางครั้งอาหารจะอร่อยไม่ได้ขึ้นกับรสชาด แต่ขึ้นกับว่าเราได้กินกับใคร พูดแล้วก็คิดถึงท่านทั้งสองมาก ท่านจากผมไปตามอายุขัยหลายปีมาแล้วครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 124 20 ก.พ. 2552 (00:48)

เพิ่งจะนึกออก ขอแก้ไขหน่อย

รถที่พ่อขับไปรับที่ท่าเดื่อนั้นเป็นรถเรโนลต์สีแดง เป็นรถคันแรกที่พ่อซื้อที่เวียงจันทน์ แต่ตอนหลังจึงเปลี่ยนเป็นรถฟอร์ด ที่จำได้นึกออกก็เพราะหมาตัวหนึ่งที่แม่ซื้อมาจากตลาดเช้า เป็นหมาพันธุ์ผสมระหว่าง คอกเกอร์สแปเนียล (ดูรูป) กับแม่หมาลาว หูใหญ่ตกๆเหมือนพ่อ ตัวสีดำ พ่อตั้งชื่อว่า Onyx แปลว่า "นิล"

131444

ผมรัก Onyx มาก มันซื่อสัตย์และรักเจ้าของ ตอนเช้าและเย็นที่แดดไม่ร้อนผมจะพามันไปวิ่งเล่นหลังบ้านซึ่งเป็นทุ่งนา มันชอบคึกตอนไปวิ่งเล่นกับผม และชอบเกลือกคลุกดินเป็นประจำ วันหนึ่งแม่บอกให้ผมอาบน้ำให้หมา ผมรักมันมากอยากให้มันตัวหอมๆ ก็เลยใช้แชมพูยี่ห้อดังที่เพิ่งออกใหม่ ซื้อมาจากฝั่งไทย อาบแล้วหอมฉุยเลย บังเอิญวันนั้นรถของพ่อเสีย ต้องเอาไปซ่อม เป็นรถมือสอง ผมติดรถออกไปเที่ยวด้วยแถมเอาหมาตัวโปรดติดรถไป พอไปถึงที่อู่ ลูกน้องช่างบอกว่าให้รอเดี๋ยว ช่างกำลังสระผมอยู่ รอสักพักหนึ่ง ช่างเดินหวีผมออกมา โอโฮ แชมพูที่ใช้กลิ่นหอมฟุ้ง กลิ่นเดียวกับเจ้า Onyx เลยครับ ผมก็เลยจำได้ว่ามันเป็นรถเรโนลต์สีแดง  เนื่องจากรถคันนี้เสียบ่อย พ่อก็เลยขายไปแล้วซื้อรถฟอร์ดที่พูดถึงตอนแรกมาแทน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 125 20 ก.พ. 2552 (12:08)

come to visit .......  interesting {#emotions_dlg.d4}


seamanfanclub
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 20 ก.พ. 2552 (22:24)

บางทีผมก็ไปหาพ่อที่ทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์ พ่อสอนภาษาอังกฤษให้ผม และได้มีโอกาสหัดพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆของพ่อที่ทำงาน ที่มาจากหลายประเทศ พอพ่อเลิกงานบางวันก็พาผมไปหัดเล่น บาสเก็ตบอลล์ พ่อเอารูปให้ดูสมัยก่อนเล่นเป็นทีมตอนที่พ่อเป็นครูอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาได้ถ้วยที่หนึ่งของจังหวัด เพื่อนพ่อคนหนึ่งเป็นโค้ชทีมชาติไทย ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ในรูปเห็นพ่อหมายเลข 7 ตอนหลังผมเล่นกีฬาให้โรงเรียน ผมก็ใช้เบอร์ 7 เหมือนพ่อ

หลังจากเล่นบาสเก็ตบอลล์แล้วก็กลับมาอาบน้ำ กินข้าว พ่อพาทั้งครอบครัว มีแม่และพี่ชายกับพี่สาวของผมไปดูหนัง ย่านที่คึกคักที่สุดของเวียงจันทน์สมัยนั้นคือบริเวณ โรงหนัง ซึ่งมีอยู่ 3 โรง โรงหนึ่งชื่อ "เวียงสมัย" โรงที่สองชื่อ "โรงมหรสพศิลปะกีฬาลาว" โรงที่สามห่างออกไปอีกหน่อย ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ดูหนังไทยที่พระเอกนางเอกยอดนิยมคือ "มิตร-เพขรา" ทีสนุกมากคือ พระเอกนางเอกพูดภาษาลาว ผมนั่งหัวเราะเกือบทั้งเรื่อง อ้อ! ก่อนหนังฉายจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของเจ้ามหาชีวิต และบรรเลงเพลงชาติ ไม่มีเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบของเรา ผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ ร้องว่า "ซาติลาวตั้งแต่เดิมมา ขึ้นซื่อลือซาอยู่ในอาซี (หมายถึงเอเชีย แต่อ่านตามแบบฝรั่งเศส) ซาติลาวผูกพันธ์ไมตรี ฮ่วมสามัคคี ฮักฮ้อฮ่วมกัน....." หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ไม่ใช้เพลงนี้ เปลี่ยนเป็นเพลงใหม่

หน้าโรงหนังคึกคักมาก ของสรรพสินค้าต่างมากมาย หลายอย่างไม่เคยเห็นมีในเมืองไทย สมัยนั้นสินค้าที่มาจากฝรั่งเศสและจีนแดงมีเยอะมาก โรงเรียนสมัยก่อนยังมีการสอนภาษาฝรั่งเศสด้วย โรงเรียนมัธยมก็เรียกว่า ลีเซ่ เหมือนฝรั่งเศส หลังจากวันนั้นมาอีกสามสิบกว่าปี ผมทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญขององค์การ UNESCO ไปอบรมครูวิทยาศาสตร์ลาว มีโอกาสกลับไปเยี่ยมที่เดิม ปรากฏว่าทรุดโทรมต่างไปจากสมัยผมเป็นเด็กมาก

ผมอยู่กลับพ่อแม่ตลอดช่วงเวลาปิดเทอม วันที่จะเดินทางกลับ ผู้สึกใจหายมากทึจะจากพ่อแม่ไป เช้าวันนั้นมีน้ำป่าไหลหลากมาก น้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นฝั่งขึ้นมาท่วมบ้านเมืองทีละน้อยๆ พ่อเห็นท่าไม่ค่อยดีรีบขับรถไปส่งที่ท่าเรือให้ผมกับพี่อีกสองคนข้ามไปขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพ แล้วพ่อก็รีบขับรถกลับเวียงจันทน์เพราะกลัวน้ำท่วมทางขาด ผมนั่งร้องไห้บนรถไฟไปตลอดทาง ทั้งคิดถึงและเป็นห่วงพ่อกับแม่มาก ผมยังจำได้ว่าทั้งพี่สาว(ตอนนั้นเรียนที่จุฬา) และพี่ชาย(เรียนที่เทพศิรินทร์) ช่วยกับปลอบและหาเรื่องชวนผมคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พี่ชายชวนให้ฟังเสียงล้อรถไฟที่กระแทกรอยต่อของรางเป็นจังหวะ และชวนให้ร้องเพลงให้เข้าจังหวะ ตอนนั้นมีหนังเรื่อง "The Singing Nun" เข้าฉาย มีเพลงหนึ่งที่นางเอกที่เป็นแม่ชีร้อง คิอเพลง "Brother John" โอโฮ เข้ากับจังหวะรถไฟได้พอดีเลย ทำให้ผมลืมคิดถึงพ่อแม่ไปได้ชั่วขณะหนึ่ง ส่วนพี่สาวก็เอาหนังสือภาษาอังกฤษที่พ่อซื้อให้มาอ่านแล้วแปลให้ฟัง อ่านมถึงตอนหนึ่งมีเกี่ยวกับคำว่า Blind พืสาวบอกว่าอ่านข้ามตรงนี้ไปก่อน ผมสังสัยมากว่าทำไม่พี่ไม่ยอมแปลให้ฟัง ได้แต่ถามอยู่นั่นแหละ ตอนหลังพี่สาวแอบกระซิบข้างหูเบาๆ ผมถึงได้รู้ เพราะคนที่นั่งรถไฟตรงข้ามกับผมนั้นเป็น "คนตาบอด"



ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นท้องฟ้าสีฟ้ายามเย็น คิดถึงพ่อแม่มาก รู้สึกเหงาๆ ทุกวันนี้อาการนี้ยังเกิดกับผม ผมเห็นท้องฟ้ายามเย็นแล้วรู้สึกเหงาคิดถึงบ้านมาก ผมตั้งใจว่าต่อไปถ้าผมมีลูผมจะไม่ยอมให้ไปเรียนโรงเรียนกินนอน หรือให้ไปอยู่กับคนอื่นเด็ดขาด พอกลับมาถึงกรุงเทพ กลับไปเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ได้เจอเพื่อนๆก็ช่วยให้ลืมคิดถึงและเป็นห่วงพ่อแม่ได้เยอะ ตอนหลังพ่อเขียนจดหมายมาจึงได้รู้ว่าน้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร บ้านเราที่เวียงจันทน์ชั่นล่างน้ำท่วมมิดเลย ต้องอาศัยอยู่แต่ชั้นสอง ไฟฟ้าถูกตัดขาดหมด พ่อต่อแพให้แม่ใช้พายไปใกล้ๆบ้าน แม่เขียนมาปลอบว่าไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะอยู่ทางนี้พายเรื่อเล่นน้ำสนุกมาก


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 22 ก.พ. 2552 (01:35)
131442

พอมาถึงที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย พอดีมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชือ "สุชีพ ศิวเสน" เป็นคนอำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ สุชีพพูดภาษาอีสาน ผมก็เลยบอกให้ช่วยสอนผมพูดภาษาอีสาน บรรยากาศเหมือนอยู่ที่ลาว ด้วยความคิดถึงพ่อกับแม่นั้นเอง ผมยังมีเก็บรูปสุชีพไว้ ถ่ายตอนที่ไปทัศนศึกษาที่พระบรมมหาราชวัง

นามสกุล "ศิวเสน" น่าจะหมายถึงลิงชนิดหนึ่งของพระศิวะ แต่พวกเราก็ล้อว่า สุชีพเป็นเจ้าของวงดนตรี Silver Sand ซึ่งกำลังดังสมัยนั้น Silver sand ก็แผลงไปเป็น ศิวเสน นั้นเอง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 22 ก.พ. 2552 (23:12)
131514

เพื่อนบางคนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย เราเคยเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยพูดคุยเพราะโรงเรียนของเราใหญ่มากมีนักเรียกแต่ละชั้นปีหลายร้อยคน แต่ภายหลังหลายปีผ่านมา เราก็มาพบกันและได้ร่วมงานกัน

มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ "สายพิณ คัมภีรวุฒิ" เธอเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ผมเรียนต่อที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย สมัยนั้นใช้ระบบ 7-3-2 คือ ประถม 7 ปี มัธยมศึกษา(ตอนต้น 3 ปี)  ม.ศ.1-3 และ มัธยมศึกษา(ตอนปลาย 2 ปี) ม.ศ.4-5 ผมได้มาพบสายพิณ ตอนอยู่ชั้น ม.ศ.4 ในค่ายฝึกวิจัยวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2514 ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เราเป็นนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้มาเข้าค่ายจากทั่วประเทศจำนวน 30 คน ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นคือ จอมพลถนอม กิตติขจร และถ่ายรูปร่วมกับท่านที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล


131516

เราได้มีโอกาสออกรายการโทรทัศน์สมัยก่อน ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ผมได้ออกโทรทัศน์ช่องนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งแรกตอนเล่นลูกข่างดังที่เล่าให้ฟังแล้วในความเห็นที่ 16

รายการนั้นคือรายการ POP TOP ของพันเอกการุณ เก่งระดมยิง ในรูปกำลังสัมภาษณ์ "สายพิณ คัมภีรวุฒิ" ตอนหลังสายพิณมาเรียนต่อ คณะแพทยศาสตร์ ตอนนี้เป็นหมอผู้เชียวชาญโรคมะเร็งอยุ่ที่ สถาบันมะเร็ง และได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น "แพทย์หญิงสายพิณ ตั้งครัชต์"



ตอนที่เข้าพบ ท่านจอมพลถนอม กิตติขจร นั้น ผมได้ฝากกล้องถ่ายรูปไว้ที่พี่นักข่าวหนังสือพิมพ์คนหนึ่งให้ช่วยถ่ายรูปให้ตอนที่ท่านเดินมาถึงผม ตอนที่ผมไหว้ท่านจอมพลถนอม พี่นักข่าวไม่ยักถ่าย คงถ่ายไม่ทันเพราะเร็วมาก ดันไปถ้ายตอนที่ท่านรับไหว้ มันก็เลยดูเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม กิตติขจรยกมือไหว้ผม ดังที่แสดงในรูป ที่นำมาให้ดูนี้มิได้มีเจตนาลบหลู่ท่าน แต่ให้เห็นว่า รูปที่ถ่ายแต่ละช่วงเวลามันดูแล้วให้ความหมายและอารมณ์ที่แตกต่างกัน แล้วแต่ว่าใครจะตีความอย่างไรให้เป็นจริงก็ได้ ผิดไปจากความจริงก็ได้

131517

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 26 ก.พ. 2552 (16:25)

เห็นชื่อพันเอกการุณ เก่งระดมยิง - วิกิพีเดีย   ก็ให้นึกถึงรายการที่ท่านจัด
นับเป็นเกมโชว์ที่สร้างสรรค์มาก
ใครได้ดูบ้างครับ "รายการยี่สิบคำถาม"

วิธีเล่นก็คือ จะตั้งคำไว้คำหนึ่ง อะไรก็ได้
โดยพันเอกการุณจะทราบคนเดียวว่าคำนั้นคืออะไร
ผู้เล่นเป็นทีม หากจำไม่ผิดคงจะเป็นสี่คน
ผู้เล่นจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับคำปริศนานั้นโดยพันเอกการุณจะตอบรับหรือปฏิเสธ
ผู้เล่นจะต้องหาคำทายให้ได้ภายใน 20 คำถาม
นับเป็นเกมที่ฝึกกระบวนการสืบเสาะที่ดีมาก
คำตอบที่มีเพียง ใช่ ไม่ใช่ มี ไม่มี เท่านี้ ในที่สุดก็จะทราบว่าคำปริศนาคืออะไร


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 27 ก.พ. 2552 (00:08)

สี่คนที่เล่นนั้นรู้สึกว่าจะต้องเอาผาปืดตาด้วย หนึ่งในสี่คนนั้นก็คือ คุณดำรง พุฒตาล - วิกิพีเดีย สมัยนั้นชาวบ้านกล่าวถึงกันมาก คุณดำรงจึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 27 ก.พ. 2552 (16:27)

link ไม่ไปครับ

อีกคนที่ผมคิดว่าน่าจะใช่ คงเป็นคุณธรรมรัตน์ นาคสุริยะ
รู้สึกจะมีผู้หญิงด้วยคนหนึ่ง

เรามาลองเล่น 20 คำถามบนเว็บบอร์ดกันดีไหมครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 28 ก.พ. 2552 (02:02)

ดีค่ะ

เอ้าครูไผ่ คิดไว้แล้วสิ่งหนึ่ง  เชิญตั้งคำถามที่ 1 ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 28 ก.พ. 2552 (02:54)

จำรายการไม่ได้ แต่จะตามดู


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5243 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 28 ก.พ. 2552 (22:27)

คำถามที่1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}


สิง
ร่วมแบ่งปัน761 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 1 มี.ค. 2552 (00:15)

ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 1 มี.ค. 2552 (04:25)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2}


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 1 มี.ค. 2552 (10:02)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 1 มี.ค. 2552 (21:10)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่  3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ


สิง
ร่วมแบ่งปัน761 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 2 มี.ค. 2552 (01:34)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 2 มี.ค. 2552 (04:58)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3}


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 2 มี.ค. 2552 (05:24)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 2 มี.ค. 2552 (06:33)

คำถามที่ ๕ เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ?


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5243 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 2 มี.ค. 2552 (07:43)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 2 มี.ค. 2552 (23:15)

คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ


สิง
ร่วมแบ่งปัน761 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 3 มี.ค. 2552 (05:10)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ

แต่ใช้นอกบ้านก็ได้นะคะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 3 มี.ค. 2552 (09:16)

คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ 


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5243 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 3 มี.ค. 2552 (10:23)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ

อาจจะใช่สำหรับบ้านที่ไม่แบ่งห้อง คือเป็นทั้งห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนอน และห้องนั่งเล่น



ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 3 มี.ค. 2552 (13:13)

คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 3 มี.ค. 2552 (17:45)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ

อาจต้องใช้ทุกวันสำหรับบางคน แต่บางคนอาจจะไม่ใช้เลย


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 3 มี.ค. 2552 (21:51)

คำถามที่ 9 : เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? 


PangzaKung
ร่วมแบ่งปัน25 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 3 มี.ค. 2552 (22:15)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 3 มี.ค. 2552 (23:18)

คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 4 มี.ค. 2552 (05:46)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 4 มี.ค. 2552 (06:07)

คำถามที ๑๑ ของใช้นี้ใช้ร่วมกันได้หรือเปล่า หรือต่างคนต่างมีของตัวเอง


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5243 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 4 มี.ค. 2552 (06:44)

คำถามที่ 11 ไม่สามารถจะตอบด้วยคำว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 4 มี.ค. 2552 (09:01)

คำถามที่ 11  คุณหมอ คงหมายถึง เป็นของใช้ส่วนตัวหรือเปล่า...{#emotions_dlg.q6}


สิง
ร่วมแบ่งปัน761 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 4 มี.ค. 2552 (10:04)

ก็ยังตอบไม่ได้อยู่ดีว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" 


เพราะคำตอบจะมีความแตกต่างระหว่าง ก่อนใช้ ระหว่างใช้ และหลังใช้ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 4 มี.ค. 2552 (10:36)

ถ้างั้น ผมถามเป็นข้อต่อไปแล้วกันครับ...

คำถามที่ 12 ของใช้นี้ เป็นประเภท ส่วนที่ใช้แล้ว ใช้ไม่กี่ครั้ง แล้วทิ้ง หรือเปล่าครับ...


สิง
ร่วมแบ่งปัน761 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 4 มี.ค. 2552 (14:18)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 4 มี.ค. 2552 (14:47)

คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 4 มี.ค. 2552 (14:56)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 4 มี.ค. 2552 (15:04)

{#emotions_dlg.d8}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 4 มี.ค. 2552 (15:12)

คำถามที่ 13 กระดาษชำระ หรือกระดาษทิชชู ใช่ไหมครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 4 มี.ค. 2552 (15:50)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ                                   
คำถามที่ 13 กระดาษชำระ หรือกระดาษทิชชู ใช่ไหมครับ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 4 มี.ค. 2552 (16:01)

คำถามที่ 14 ขอแก้ตัวอีกที ไม้จิ้มฟันใช่ไหมคะ {#emotions_dlg.a5}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 4 มี.ค. 2552 (17:36)

122036

ถูกต้องค่ะ
คำตอบคือ ไม้จิ้มฟัน


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 4 มี.ค. 2552 (17:40)

เชิญท่านอื่นเป็นเจ้าภาพต่อค่ะ

เล่นได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 4 มี.ค. 2552 (18:09)

KNowarp

ผมว่าไปเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่าครับ
เท่านี้ก็สร้างความวุ่นวายออกนอกประเด็นของวัดพลับพลาชัยไปมากอยู่นะครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 4 มี.ค. 2552 (18:17)

ตามไปเล่น 20 คำถามกันที่นี่ครับ

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=162555


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 5 มี.ค. 2552 (09:46)

เอ่อ นี่คือประวัติของ อ.นิรันดร์ กับอ.แชชนะหรือครับ ผมไม่เคยรู้เลย ตอนนี้ท่าน 2 ท่านคงเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมใจของ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย แน่นอนครับ


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 6 มี.ค. 2552 (17:14)

ผมเป็นเด็กเกเรไม่ค่อยเรียนหนังสือของโรงเรียนครับ
เคยตกหลายวิชา ถูกตีหน้าเสาธงก็มี จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง
บางทีดร.แขชนะอาจจะจำได้ก็ได้

ถึงกระนั้น ผมก็ได้รับสิ่งดีดีจากโรงเรียนของผมมากมาย
หากผมตั้งใจเรียนมากกว่านี้ก็คงได้ดีกว่านี้มากครับ

กราบระลึกถึงพระคุณโรงเรียนมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25011 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 6 มี.ค. 2552 (22:51)
133475

ใครว่าเด็กกรุงเทพพายเรือไม่เป็น สมัยก่อนนี้กรุงเทพมีคลองมากมาย ผู้คนไปมาหาสู่กันด้วยระบบคมนาคมทางน้ำ ก็อาศัยคลองนี้แหละครับ กรุงเทพจึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองเวนิสตะวันออก" คลองที่นับว่าขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางก็คือ "คลองแสนแสบ" ของไอ้ขวัญกับอีเรียม ในนิยายอมตะเรื่อง "แผลเก่า"นั่นเอง หลายคนคงจำเนื้อเพลงดังได้......เรียมเหลือทนแล้วนั่น.......

จะไม่ให้เหลือทนได้อย่างไรในเมื่อ "เช้า สาย บ่าย เย็น ขวัญลงเล่นกับเรียม" เล่นน้ำทั้งวัน จนตัวเหี่ยว เป็นผมก็เหลือทนครับ

ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อ "เอนก วังสรณตรัย" บ้านอยู่สุดซอยเกษมสันต์ 2 ครงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ สุดซอยจะเป็นคลองแสนแสบ บ้านของเอนกเป็นบ้านเก่าแก่อยู่รมคลองแสนแสบ แลดูน่าอิจฉามาก เอนกเคยชวนผมและเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ "วีรพงศ์" ผมจำนามสกุลไม่ได้แล้ว ไปพายเรือเล่นในคลองแสนแสบ สมัยก่อน 40 กว่าปีมาแล้วนำยังใสสะอาดครับ ขณะพายไปจะมีแม่ค้าพายเรือขายของต่างๆไปตลอดทาง ผมหัดพายเรือเป็นก็เพราะเอนกนี่แหละครับ

ครั้งล่าสุดที่พบเอนกตอนนั้นผมเรียนหนังสือที่จุฬา ส่วนเอนกเรียนที่ มศว.ประสานมิตร วีรพงศ์เรียนหมอที่ศิริราช เราไม่ได้พบกัน 30 กว่าปีแล้ว ทั้งสองคนผมถือว่าเป็นกัณยาณมิตรของผม

วีรพงศ์มีบ้านอยู่แถวๆวัดบวรนิเวศน์ ที่วัดบวรนิเวศน์มีการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ นอกจากสอนพุทธศาสนาแล้วพระท่านยังสอนภาษาอังกฤษให้ด้วย วีรพงศ์ชวนผมไปเรียน รู้สึกว่าสนุกดีครับ แต่น่าเสียดายผมไปเรียนได้ไม่นานก็เป็นโรคไข้เลือดออก เกือบตาย ตอนหลังเลยไม่ได้ไป จนกระทั่งเรียนจบจากโรงเรียนวัดพลับพลาชัยออกไป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 7 มี.ค. 2552 (15:37)
133551

เพื่อนอีกคนหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นกัณยาณมิตรของผมชื่อ "ยศอนันต์ บุญญะโภคา" ตอนหลังเปลี่ยนเป็น "ยศอนันต์ ยศไพบูลย์"

ยศอนันต์เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะ ไม่เคยได้ยินยศอนันต์พูดคำหยาบคายเลยแม้แต่คำเดียว เขาเป็นคนสุขุม ก่อนพูดมักใช้ความคิด เรียนเก่ง และมีอารมณ์ขันแบบหน้าตาย คนไม่รู้ไม่นึกว่าเป็นเรื่องตลก ยศอนันต์ช่วยผมได้มากในเรื่องเรียนหนังสือ ผมขี้เกียจเรียนชอบเล่นสนุกไปวันๆ แบบอาจารย์นิรันดร์ แต่พอคบกับยศอนันต์ เขาชอบเรียนหนังสือ เนื่องจากเราสนึทกัน ผมก็เลยต้องพลอยเรียนไปกับเขาด้วย ไม่ได้เจอกันหลายสิบปี เมื่อไม่กี่ปีมานี้เจอกันโดยบังเอิญบนเครื่องบินที่บินไปขอนแก่น จึงได้รู้ว่าปัจจุบัน
นพ.ยศอนันต์ ยศไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

 


133554

เพื่อนๆรุ่นผมกับอาจารย์นิรันดร์เรียนหมอหลายคนครับ ที่ย้ายมาจากโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีด้วยกันอีกคนหนึ่งคือ ชูชัย วิทยาทอง ก็เรียนหมอที่จุฬา เพื่อนร่วมชั้นกับหมอวิสุทธิ์ที่เป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้ก็คงอยู่ระหว่างขั้นตอนของศาลฏีกากระมังครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 7 มี.ค. 2552 (23:16)
133650

การเลือกคบเพื่อนในวัยเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตข้างหน้า ผมโชคดีที่มีเพื่อนหลายคนที่เป็นกัลยาณมิตรที่เกื้อกูลให้เกิดผลดีต่อชีวิต ในปีสุดท้ายของการเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ผมมีผลการเรียนดีขึ้น ประกอบกับการที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทำให้มุ่งแต่เรียนเพื่อที่จะไม่ให้คิดถึงมาก จากผลการเรียนอันดับสี่สิบกว่าเกือบสุดท้ายก็ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆเลขตัวเดียว และเมือ่จบออกไปแล้วก็สอบได้เป็นที่หนึ่งของชั้นปีในโรงเรียนอื่นต่อมา

เมื่อสอบไล่ภาคปลายเสร็จผมก็รีบทำบัตรลดค่าโดยสารลดไฟครึ่งราคาเพื่อไปหาพ่อแม่ที่เวียงจันทน์ สมัยก่อนโรงเรียนจะเป็นผู้ออกบัตรรับรองให้ คราวนี้ไปอยู่นานเกือบ 2 เดือน สนุกสนานมาก คราวนี้พ่อเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถฟอร์ดกงศุลสีเขียวอ่อน พ่อขับมารับเช่นเคย ตามเส้นทางเดิม จะต้องผ่านวัดพระแก้ว

ในวัดพระแก้ว ไม่มีพระแก้วมรกตให้เห็นอีกแล้ว บริเวณรอบๆพระอุโบสถจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย


ตำนาน พระแก้วมรกต
http://www.monchaikub.th.gs/web-m/onchaikub/images/insile5.html


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 7 มี.ค. 2552 (23:36)
133652

บริเวณถัดจากวัดพระแก้วไปเล็กน้อยจะเป็นตลาดเช้า มีหลังคาหน้าจั่วคล้ายๆศาลาวัด ที่โดดเด่นก็คือ หัวพญานาคที่ประดับบนหน้าจั่ว ตลาดเช้าจะขายของสด มีพ่อค้าแม่ขายเอาของมาวางกันเต็มลานด้านหน้าของตลาด แม่ของผมซื้อเจ้า ONYX หมาพันธุ์ผสมที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้วมาจากลานขายของที่ตลาดแห่งนี้ ด้านในตลาดจะเป็นร้านที่ขึ้นแผงอย่างดี แผงรายรอบนี้จะเปิดในตอนบ่ายด้วย ที่เห็นอยู่มีการก่อสร้างตลาดเพิ่มเติม ที่ป้ายเขียนไว้ว่า "บ่มีทุละก่อส้าง ห้ามเข้า"

แม่ค้าที่มาวางแผงขายของบนลานหน้าตลาดมีหลายหลากเชื้อชาติ มีทั้ง ลาว ไทย จีน ไทยดำ เวียตนาม ซึ่งจะสังเกตได้จากการแต่งกาย เช่นพวกลาวก็มักจะนุ่งผ้าซิ่นเชิง ไทยดำก็มักแต่งตัวชุดดำมีสิ่งประดับตกแต่งที่ทำด้วยเงิน และพวกเวียตนามก็มักจะมีหมวกทรงแหลมที่เห็นนั่งอยู่ในรูป เป็นต้น

ผู้หญิงที่นี่มักนุ่งผ้าซิ่น และมักมีเชิงผ้าซิ่นลวดลายแตกต่างกันไป เด็กนักเรียนหญิงก็จะสวมเสื้อขาวนุ่งผ้าซิ่นเช่นกัน


133657

หากเรายืนอยู่บนถนนใหญ่หน้าตลาดเช้า หากมองไปทางขวามือไกลออกไปราว 1 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของ "วงเวียนประตูชัย" ดูในรูปจะเห็นว่ามีรถวิ่งอยู่น้อยมาก ต่างจากปัจจุบันมาก เมื่อมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และการคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น

"วงเวียนประตูชัย" ในรูปทางซ้ายมือนี้จะเห็นได้ว่ามีลักษณะคล้ายๆว่าเอาแนวคิดมาจาก "ประตูชัย" บนถนน Champs-Elysees ในกรุงปารีส (ดูเปรียบเทียบภาพทั้งสอง)

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 8 มี.ค. 2552 (01:55)
จากการที่ผมได้มาอยู่ต่างถิ่น ทำให้ผมเพิ่มความสนใจในประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต แนวความคิด รวมทั้งภาษาท้องถิ่นที่เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ (โปรดอ่านกระทู้ สื่อความหมาย : เครื่องมือบันทึกวัฒนธรรม  และ เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม) ความเข้าใจนี้เองที่จะเป็นเครื่องทำให้มนุษย์เราอยู่กันได้อย่างปกติสุข แม้จะมีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม ความคิด และภาษาพูด

133660

นครเวียงจันทน์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง พ่อมักขับรถพาผมเที่ยวโดยใช้เส้นทางถนนริมแม่น้ำโขง มองเห็นฝั่งไทยที่อำเภอศรีเชียงใหม่ ของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะยามเย็มที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกแลดูงดงามมาก

133661

แม่ของผมซื้อแผ่นเสียงเพลงลาวยอดนิยมสมัยนั้นมาหลายแผ่น เป็นแผ่น Single ใช้ speed 45 มีอยู่เพลงหนึ่งที่ผมชอบมากคือเพลงสองฝั่งโขง เป็นแผ่นต้นฉบับของลาว จัดทำโดยยุวสมาคมแห่งพระราชอาณาจักรลาว ขับร้องโดยนักร้องหญิงทีมีชื่อเสียงของลาวในขณะนั้นคือ น.ส.ทานตะวัน ปัจจุบันเป็นนักร้องอาวุโส คงมีอายุมากแล้ว แม่น้ำโขงทางลาวเรียกว่า "แม่น้ำของ" ผมได้แนบไฟล์เพลงนี้มาให้สำหรับผู้ที่สนใจเสียงเพลง "สองฝั่งโขง" จากต้นฉบับของลาว ที่เป็นแผ่นเสียงที่ผลิตโดยบริษัท Thai Phonograph Record กรุงเทพ ผมยังเก็บแผ่นเสียงเหล่านี้ไว้ ฟังทีไรคิดถึงพ่อกับแม่มากทุกที

สายนทีรินหลั่งจากฟ้า
แบ่งพสุธาเป็นซ้ายและขวาสองฝั่ง
หากน้ำกั้นขวงนั้นบ่สำคัญ
แต่ความสัมพันธ์ของเฮามั่นคงเรื่อยไป
ถึงไกลกันคนละฝั่งของ
ต่างหมายปรองดองมุ่งหวังทั้งสองจนได้
ด้วยความใฝ่ฝันมั่นสุดหัวใจ
ปักฝังทรวงในเหมือนใจเดียวกัน

ทั้งสองฝั่งกั้นกลางด้วยสายนที
แต่ประเพณีนั้นบ่ต่างกัน
ซาติลาวและไทย ก่อนนั้นเคยได้สัมพันธ์
ฮ่วมสายโลหิตเดียวกัน เพียงน้ำเท่านั้นมากั้นแบ่งทาง

ขอฟ้าดินซ่วยเป็นสักขี
โปรดคิดปรานีจงอย่าได้มีวันห่าง
อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง
ปักฝังซีวีเหนือนทีสองฝั่งเอย


เชิญฟังเพลงจากไฟล์นี้ครับ >>>  สองฝั่งโขง.zip(March 8, 2009 1:55)

TWO BANKS OF THE MEKONG


ภาพขนาดย่อ




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 8 มี.ค. 2552 (12:47)
133705

ปิดเทอมใหญ่คราวนี้ผมมาอยู่เกือบ 2 เดือนที่เวียงจันทน์ พ่อว่างจากงานก็ขับรถพาเที่ยวที่ต่างๆ ทีนี่มีวัดเยอะมากไม่แพ้เมืองไทย มีอยู่วัดหนึ่งที่มีชื่อเกี่ยวกับอาณาจักรล้านช้างที่เคยเล่าให้ฟังแล้วในตอนต้นๆ คือ "วัดจันทะบุรีสีสะตะนาคะนะหุด" ดูรูปป้ายหน้าวัดประกอบ ปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด เพราะเวลาผ่านมาเนิ่นนาน นครเวียงจันทน์ก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เวลาใส่บาตรตอนเช้า ชาวบ้านมักจะใส่ด้วยข้าวเหนียว แม่ผมใส่บาตรเป็นประจำ จำได้ว่าแม่จ้างผู้หญิงลาวมาคนหนึ่งให้มาช่วยงานบ้านให้แม่ ในภาษาไทยคำว่า พี่สาว ลาวจะใช้คำว่า "เอื้อย" แต่ถ้าเป็น พี่ชายลาวจะใช้คำว่า "อ้าย" ดังนั้นคนที่มาช่วยงานแม่ชื่อ "นาง" แต่อายุมากกว่าผม ผมจึงเรียกว่า "เอื้อยนาง" ส่วน "จ๊อด" ลูกสาวรองอธิบดีกรมอนามัยลาว เจ้าของบ้านที่เรามาเช่าอยู่ อายุน้อยกว่าผม เวลาเธอเรียกชื่อผมแล้วสะดุ้งทุกที ผมมีชื่อเล่นว่า "นิด" คือเธอจะเรียกผมว่า "อ้ายนิด" แต่ถ้าเธอเรียกเร็วๆ ยิ่งฟังแปลกหู.."ไอ้นิด" ในภาษาไทยจะให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

อ้อ! นึกขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง คนที่นี่โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ เวลาจะใส่บาตรด้วยข้าวเหนียวตอนเช้า มักจะเอามือเสยผมแล้วหยิบข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนใส่บาตร มันจะง่ายหน่อย แม่เล่าว่า เขาต้องการให้มือติดน้ำมันธรรมชาติจากเส้นผมนิดหน่อย ข้าวเหนียวจะได้ไม่ติดมือ ตอนที่แม่ใส่บาตรตอนเช้า บางทีแม่ก็ให้เอื้อยนางไปใส่บาตรแทน ผมก็ไปช่วยด้วย เห็นพี่นางปั้นข้าวเหนียวใส่บาตรพระ แต่ไม่ได้เอามือเสยผม ข้าวเหนียวติดมือ เพื่อความสะดวก เอื้อยนางก็เลยเอามือปาดที่บาตรพระ แต่ดูหลวงพี่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คงจะมีหลายคนทำแบบนี้จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว คำว่า "พระ" คนลาวเรียกว่า "ครูบา" เหมือนคนคนทางเหนือ เช่นที่เราเคยได้ยิน "ครูบาศรีวิชัย" ที่นำชาวบ้านสร้างทางขึ้นดอยสุเทพนั่นแหละครับ

ถนนหนทางสมัยก่อนเงียบสงบ รถราไม่ค่อยมี ดูในรูปเป็นถนนสายหลักที่ไปทาง พระธาตุหลวงอันเป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวเมืองเวียงจันทน์ แลดูเงียบเหงามาก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์มีน้อย นี่ขนาดเป็นถนนสายใหญ่ที่มีชื่อของเมือง ถนนสายนี้มีทางแยกออกไปอีกเส้นหนึ่งบริเวณใกล้กันจะผ่านสถานฑูตไทย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 8 มี.ค. 2552 (13:51)

ขอบคุณอาจารย์แขชนะ ค่ะ ที่มาเฉลยทำนองเพลง "สองฝั่งโขง" ให้


ดิฉันฝึกร้องเพลงนี้จากหนังสือโน้ตเพลงของคุณกมล ทัพครรไล โดยไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อน

ปรากฏว่าร้องทำนองได้ตรงกับเพลงที่อาจารย์แนบมาเลยค่ะ  ต่างกันที่สำเนียงการออกเสียงคำว่า "ซ้าย" และ  "น้ำ"  เท่านั้น


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน3632 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 8 มี.ค. 2552 (14:43)

เมื่อพูดถึงเพลง "สองฝั่งของ" ก็อดที่จะกล่าวถึงและยกย่องชมเชยท่านผู้ประพันธ์ไม่ได้

ท่านผู้ประพันธ์ คือ ท่าน จำปา ลัตตะนะสะหวัน โดยใช้นามปากกาว่า "สุลิวัต"
ราวปี พ.ศ. 2488 ท่านได้ข้ามแม่น้ำโขงมาเรียนหนังสือฝั่งไทยที่จังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน ตอนนั้นท่านอายุราว 10 ขวบ พออายุราว 18 ปีจึงได้รับทุนรัฐบาลลาวให้ไปเรียนต่อด้านช่างสำรวจสร้างสะพาน-ถนน ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ทุ่งมหาเมฆ เมื่อปี พ.ศ.2496 เป็นเวลา 5 ปี พักอาศัยอยู่กับเพื่อนๆนักเรียนทุนด้วยกันแถวตรอกจันทร์ (ปัจจุบันใหญ่โตกลายเป็นถนนจันทร์ไปแล้ว) และร่วมตั้งวงดนตรีสมัยที่เป็นนักศึกษา มีชื่อวงว่า "ลาวร่วมมิตร"

เมื่อสำเร็จการศึกษาก็กลับไปรับราชการที่ลาว ต่อมาไม่นานก็มีการก่อการรัฐประหารราวต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2503 โดยร้อยเอกกองแล ยึดนครเวียงจันทน์ และจัดตั้งรฐบาลผสม โดยมีเจ้าสุวรรณภูมา เป็นนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันนั้น นายพลพูมี หน่อสะหวัน และเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก ที่สะหวันนะเขต ก็ได้ประกาศจัดตั้งคณะปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลเวียงจันทน์ ท่านจำปา ลัตตะนะสะหวัน ถูกเรียกตัวเข้าประจำการในหน่วยจิตวิทยา โดยรับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีของกองทัพต่อต้าน 

เชิญชม Music Video พร้อมเรื่องราวประกอบ  YouTube - สองฝั่งของ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 8 มี.ค. 2552 (21:43)
133759

จากรูปในความเห็นที่ 187 จะเห็นถนนนำไปสู่พระธาตุหลวง ด้านหน้าของพระธาตุหลวงจะเป็นสนามหญ้าเป็นลานกว้าง มีการจัดงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ทุกปี มีการออกร้านขายของรวมทั้งร้านของสถานฑูตต่างๆ สนุกสนานมาก แต่ตามปกติก็จะเงียบสงบ

พ่อบอกว่าผมโตพอแล้วให้ลองขับรถแถวๆนี้ ตอนนั้นผมอายุราว 12-13 ขวบ แต่ก็มึความสูงและขายาวพอจะแตะคันเร่งได้แล้ว พ่อสอนสักพักหนึ่งก็ให้ผมหัดขับเอง ตอนแรกพ่อนั่งไปด้วย ตอนหลังพอมั่นใจแล้ว พ่อก็ให้ผมขับคนเดียว พี่ชายผมเล่าว่า มองดูไกลๆเหมือนรถแล่นเอง ไม่มีคนขับ เพราะผมยังตัวเล็ก เห็นหัวโผล่มานิดเดียว รูปที่เห็นนี้คือสถานที่แห่งแรกที่ผมได้หัดขับรถเป็น ที่ขับได้อย่างมั่นใจเพราะไม่มีรถยนต์คันอื่นเลยครับ



ถัดจากสนามหญ้าด้านหน้าพระธาตุหลวงจะมีอนุสาวรีย์ของ สมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช - วิกิพีเดีย ซึ่งมีประวัติดังนี้ครับ

สมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ. 2077 - 2115) ถือเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของชาติลาว ทรงเป็นผู้นำแห่งอาณาจักรล้านช้าง ผู้สถาปนากรุงศรีสัตนาคนหุตให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรม และเป็นศูนย์รวมศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ ของอาณาจักรล้านช้างเข้าไว้ด้วยกัน ประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าพระไชยเชษฐาธิราช เป็นพระญาติหรือพระนัดดา ในพระนางจิรประภา เจ้าหลวงแห่งนครเชียงใหม่






สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ในภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2550) รับบทโดย รอน บรรจงสร้าง



ในรัชสมัยพระเจ้าโพธิสารราช (พ.ศ. 2063-2090) พระองค์เป็นผู้เคร่งครัดทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงมีพระราชโองการให้พลเมืองเลิกนับถือผีสางเทวดา เลิกทรงเจ้าเข้าผีทั่วพระราชอาณาจักร ให้รื้อศาลหลวง ศาลเจ้าผีเสื้อเมืองทรงเมือง และให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแทน ทรงสร้างวัดสุวรรณเทวโลกเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนา แต่เนื่องจากประเพณีการนับถือผีนั้นมีมาช้านาน และได้ฝังเข้าไปในจิตใจของประชาชนทั่วไป จึงยากที่จะเลิกอย่างเด็ดขาดได้


ครั้นต่อมาทางอาณาจักรล้านนาว่างกษัตริย์ปกครอง จึงได้อัญเชิญเจ้าไชยเชษโฐหรือ เชษฐวังโส พระโอรสของพระเจ้าโพธิสาร ไปครองนครล้านนา เมื่อปีพ.ศ. 2089 เมื่อพระเจ้าโพธิสารเสด็จสวรรคต พ.ศ. 2090 ด้วยถูกช้างล้มทับขณะประพาสป่า ทรงกลับนครได้เพียง 3 สัปดาห์ก็สวรรคต เมื่อสวรรคตแล้ว พระโอรสทั้งหลายต่างแย่งชิงราชสมบัติกัน อาณาจักรลาวได้แตกเป็น 2 ฝ่าย คือ อาณาจักรฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ พระเจ้าไชยเชษโฐแห่งล้านนา จึงยกทัพตีกรุงล้านช้าง และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดบุปผาราม เชียงใหม่ รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงค์) และพระแก้วขาวไปด้วย เมื่อเสด็จถึงล้านช้าง ทรงยึดราชสมบัติจากเจ้าครองนครทั้งสองได้ ด้วยความเกรงกลัวของเจ้าครองนครทั้งสอง จึงทรงครองนครทั้งสองซึ่งเรียกว่า กรุงศรีสัตนาคตหุต พระองค์จึงขึ้นครองราชสมบัติ นับเป็นมหาราชองค์ที่ 2 ของลาว ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระนามว่า "พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช"


พระพุทธศาสนาในยุคของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช นับว่ามีความเจริญถึงขั้นขีดสุด ทรงได้สร้างวัดสำคัญมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่โตมโหฬารสมกับที่เป็นปูชนียสถานคู่แผ่นดินพระราชอาณาจักร และได้สร้างวัดในกำแพงเมืองอยู่ประมาณ 120 วัด และยังได้สร้างวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ที่นำมาจากเมืองเชียงใหม่ ในสมัยนี้ได้มีการแต่งวรรณกรรมหลายเรื่อง เช่น สังสินชัย การเกต พระลักพระราม เป็นต้น


สมัยนี้ราชอาณาจักรไทยได้มีความสัมพันธ์ลาวอย่างแน่นแฟ้น ได้ร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับพม่า ได้สร้างเจดีย์ "พระธาตุศรีสองรัก" ในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งความเป็นพี่เป็นน้องกัน ของสองอาณาจักร


พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองเชียงคำมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ได้ประดิษฐานพระแก้วมรกต และพระแซกคำ (พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงค์) ไว้ที่เวียงจันทน์ เรียกว่าเวียงจันทน์ล้านช้างส่วนพระบางประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงทอง จึงได้ชื่อว่าหลวงพระบางมาจนถึงบัดนี้ บางครั้งก็เรียกชื่อว่าล้านช้างหลวงพระบาง และได้สร้างวัดเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตขึ้นเป็นพิเศษ พระองค์ได้ทรงสร้างพระธาตุหลวง ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นยอดเยี่ยมของลาวเมื่อ พ.ศ. 2109 ซึ่งต่อมาได้ถูกพวกปล้นจากยูนนานทำลายเสียหายไปมาก


นอกจากพระองค์จะได้ทรงสร้างพระธาตุ อื่น ๆ และพระพุทธรูปสำคัญ ๆ อีกมากมาย เช่น พระเจ้าองค์ตื้อ ที่เวียงจันทน์ พระเจ้าองค์ตื้อ ที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย พระเสริม พระสุก พระใส พระอินทร์แปลง พระองค์แสน ทรงสร้างวัดพระธาตุ ที่จังหวัดหนองคาย และพระธาตุที่จมน้ำโขงอยู่ พระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย สร้างวัดศรีเมือง จังหวัดหนองคาย และพระประธานในโบสถ์ นามว่า พระไชยเชษฐา พระศรีโคตรบูร ที่แขวงคำม่วน พระธาตุอิงรัง ที่แขวงสุวรรณเขต (สุวรรณเขต) พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และทรงปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม เป็นต้น






สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชเมื่อครั้งยกทัพไปตีเมืองพิษณุโลก จากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2550)



พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงประคับประคองนำราชอาณาจักรล้านช้างผ่านพ้นภัยการเป็นเมืองขึ้นของพม่าไปได้ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ แม้ว่าในขณะนั้นอาณาจักรล้านนา (เสียแก่พม่า พ.ศ. 2101) และอาณาจักรอยุธยา (เสียแก่พม่า พ.ศ. 2107) ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าแล้ว แต่หลังจากพระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2114 พอมาถึง พ.ศ. 2117-2118 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองได้ยกทัพมาตีลาวและได้รับชัยชนะ และทรงนำโอรสองค์เดียวของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชซึ่งประสูติในปีที่สวรรคต ไว้เป็นประกันที่หงสาวดีด้วย ต่อจากนั้นมาหลายปีแผ่นดินลาวก็วุ่นวายด้วยเรื่องราชสมบัติ


จน พ.ศ. 2134 พระเถระเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ จึงได้ประชุมกันลงมติให้ส่งทูตไปเชิญเจ้าชายหน่อแก้วกุมาร ซึ่งเป็นตัวประกันอยู่ประเทศพม่ากลับมาครองราชย์ และในเวลานั้นพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตลง พม่าเริ่มอ่อนแอลง และเจ้าหน่อแก้วกุมารขึ้นครองราชย์สมบัติ พ.ศ. 2135 และประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นกับพม่าต่อไป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 8 มี.ค. 2552 (22:07)
133761

ผมมีหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่งที่จัดพิมพ์โดย สำนักโบราณคดีและพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ คือ หนังสือชื่อ "ลำดับกษัตริย์ลาว" สำหรับผู้สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับลาว หรือหากใครอยากพูดสำเนียงลาวหรืออีสาน เชิญทางนี้ครับ >>> เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5988 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3406 seconds !