วิชาการดอทคอม ptt logo

เรื่องเล่าจากอดีตที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย

โพสต์เมื่อ: 10:13 วันที่ 21 ม.ค. 2552         ชมแล้ว: 998,531 ตอบแล้ว: 1,642
วิชาการ >> กระทู้ >> ครูอาจารย์ >> ครูคุยทั่วไป

ผมกับเพื่อนรัก อ.นิรันดร์ เจริญกูล เริ่มเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลที่โรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนี เราย้ายมาเรียนต่อที่เรียนโรงเรียนเดียวกันอีกที่ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ตั้งอยู่หลังวัดเทพศิรินทร์ เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่วัด ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า “วัดโคก หรือ วัดโคกอีแร้ง” เรื่องเล่าว่า เดิมทีเป็นที่ประหารนักโทษ (เหมือนกับวัดสระเกศ ศพที่ประหารแล้วจะถูกส่งออกมาด้านหลังวัดสระเกศ บริเวณนั้นจึงถูกเรียกกันมาจนทุกวันนี้ว่า “ประตูผี”) บางครั้งก็ปล่อยให้อีแร้งมากินศพที่ถูกประหาร บริเวณนั้นจึงมีอีแร้งชุกชุม เลยเรียกว่า วัดโคกอีแร้ง สมัยที่เราเรียนอยู่นั้น ราว ปี พ.ศ.2507-2509 เมื่อมีการขุดถนนแถวห้าแยกพลับพลาชัยเพื่อซ่อมแซมครั้งใด จะต้องเจอโครงกระดูกอยู่ใต้ดินเต็มไปหมด ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 6 ตั้งกองเสือป่ารักษาดินแดนขึ้น และได้มีการซ้อมรบ พระองค์ได้มาตั้งพลับพลาเสือป่าขึ้นที่วัดนี้ ต่อมาวัดจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดพลับพลาชัย”


 



แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง





จำนวน 1496 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2- 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 17 ก.พ. 2552 (15:11)

ดีใจจังที่ได้คุยเกี่ยวกับลาวหรืออีสาน คุณจำปามาจากลาวทางไหนครับ อีสานเหนือหรืออีสานใต้ครับ (เวียงจันทน์ หรือปากเซ) ผมอยากเชิญให้มาอ่านบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว >>> เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม อ่านแล้วช่วยกรุณาให้ความเห็นด้วยจะขอบคุณมาก

ตอนที่พ่อผมทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ผมก็ไปอยู่ด้วยครับ บ้านเราอยู่แถวๆวัดไต ใกล้กับสนามบินเวียงจันทน์ ทุกวันนี้เลยติดข้าวเหนียวมากว่าข้าวเจ้าครับ

ดอกจำปาเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว ได้ฟังเพลง "ดวงจำปา" แล้วคิดถึงเมืองลาวมาก>>>  ฟังเพลง เพลง ดวงจำปา ฟังเพลงออนไลน์ - อรวี สัจจานนท์ เนื้อเพลง ดวงจำปา

เพลง:ดวงจำปาหรือ จำปาเมืองลาว
อุตมะ จุลมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาว ได้แต่งเพลงนี้ไว้ในช่วงที่เข้าร่วมขบวนการต่อสู้กู้เอกราชคืนจากฝรั่งเศสเมื่อเกือบห้าสิบปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมในสมัยนั้นได้เห็นโดยอุตมะ ได้ใช้ ดอกจำปาหรือดอกลั่นทม ที่ชาวลาวนิยมปลูกแต่ในอดีต เป็นสื่อบอกถึงความรักแผ่นดินถิ่นเกิดของชาวลาว โดยใช้ทำนองขับทุ้มหลวงพระบางในการเอื้อนเพลง ดวงจำปา
เพลงนี้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว และสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับชาติลาว ในที่สุดฝรั่งเศสก็ยอมคืนเอกราชให้กับประเทศลาวได้ปกครองตนเองและหลังจากการปฏิวัติม่วนซื่นในลาวเสร็จสิ้นลงเมื่อปี 2518 ท่านผู้นำลาวทั้งหลายก็ได้พร้อมใจกันเลือก ดวงจำปาเป็นดอกไม้ประจำชาติ ตลอดสองฝั่งโขงจากลาวเหนือที่พงสาลีจรดจำปาศักดิ์ที่ปากเซก็นิยมขับทุ้มเพลงนี้กันทั่ว
ที่มาข้อมูล : จาก http://www.geocities.com/ped_degree/lpbg/


โอ้ดวงจำปา....เวลาซมดอก
นึกเห็นพันซ่อง....มองเห็นหัวใจ
เฮานึกขึ้นได้....ในกลิ่นเจ้าหอม
เห็นสวนดอกไม้....บิดาปลูกไว้....ตั้งแต่นานมา
เวลาง่วมเหงา....เจ้าซ่วยบรรเทา....เฮาหายโศกา
เจ้า ดวงจำปา....คู่เคียงเฮามา....แต่ยามน้อยเอย


 


กลิ่นเจ้าสำคัญ....ติดพันหัวใจ
เป็นน่าฮักใคร่....แพงไว้เซยซม
ยามเหงาเฮาดม....โอ้ ดวงจำปา
เมื่อดมกลิ่นเจ้า....ปานพบเพื่อนเก่า...ที่พรากจากไป
เจ้าเป็นดอกไม้....ที่งามวิไล...ตั้งแต่ใดมา
เจ้าดวงจำปา....มาลาขวัญฮัก...ของเฮียมนี้เอย


 


โอ้ดวงจำปา....บุปผาเมืองลาว
งามดั่งดวงดาว....ชาวลาวเพิ่งใจ
เกิดอยู่ภายใน....แดนดินล้านซ้าง
ถ้า ได้พลัดพราก....หนีไปไกลจาก....บ้านเกิดเมืองนอน
เฮาจะเอาเจ้า....เป็นเพื่อนบรรเทา....เท่าสิ้นซีวา
เจ้าดวงจำปา....มาลางามยิ่ง....มิ่งเมืองลาวเอย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 17 ก.พ. 2552 (22:58)

อยากให้เข้ามาดูที่นี่ครับ ที่นี่เมืองไทย ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

cutiebuffy แปลว่าน้องกระบือผู้น่ารัก {#emotions_dlg.q2}
ฟังดูเฉพาะชื่อ(ไม่ได้หมายถึงบุคคลนะครับ) ชื่อเพราะๆอย่างนี้เข้ากับชื่อโรงเรียนเพราะๆคือ "กาสรกสิวิทย์" ฟังดุเท่และน่าเรียนมากใช่ไหมครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 18 ก.พ. 2552 (10:53)

หากนับคุณจำปาเป็นคนลาว ผมคงถูกนับเป็นมอญหรือพม่า
ดร.แขชนะอาจถูกนับเป็นคนจีน

ผมเคยเดินทางไปประชุมต่างประเทศ
พบคนลาว ก็ถือเป็นเพื่อนบ้านเรา ผมก็ปรี่ไปปราศัยด้วยไมตรี
เป็นภาษาอังกฤษ
เพื่อนลาวคนนี้ ตอบกลับเป็นภาษาไทยกรุงเทพฯชัดเป๊ะ ๆ
ผมงี้ เขินไปเลย

ผมยังคิดต่อไปอีกว่า ทำไม ไทย ลาว ไม่รวมเป็นประเทศเดียวกันไปเสียเลย
เหมือนกับว่า พี่น้องที่แยกจากกันไปกลับมารวมกันอีกครั้ง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 18 ก.พ. 2552 (20:45)

ขณะนี้ผมอยู่ที่ปีนัง หรือเกาะหมากของเราเมือก่อนนี้ จับมารวมเป็นประเทศเหมือนเก่าใครจะยอม ลาวก็เช่นกันครับ
ถ้าพิจารณาว่าพื้นที่ใดที่ ใครที่พูดภาษาลาวหรืออีสานมีจำนวนเท่าไร ก็จะพบว่าคนกรุงเทพที่พูดภาษากลาง หรือที่พูดภาษาปักษ์ใต้ จะกลายเป็นชนกลุ่มน้อยทันที


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 20 ก.พ. 2552 (00:06)

ผมเริ่มสนใจภาษาลาวหรือภาษาอีสานตั้งแต่ตอนที่ผมเรียนชั้น ป 7 ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ตอนนั้นพ่อไปทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์ ช่วงบิดเทอมผมก็ไปเยี่ยมพ่อและแม่ ช่วงนั้นผมมีความสุขมาก ได้เห็นอะไรแปลกตาไปจากที่เราคุ้นเคยที่กรุงเทพ ผมนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปลงที่สุดเขตแดนสยามคือจังหวัดหนองคาย เพื่อนที่ทำงานพ่อมารับที่ฝั่งไทย จากนั้นก็นั่งเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงที่ท่าเสด็จ ตื่นตาตื่นใจมากเพราะไม่เคยมา"ต่างประเทศ"เลย แม่น้ำโขงกว้างใหญ่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผมคุ้นเคย ยืนอยู่ที่ฝั่งไทยมองไปฝั่งลาวดูไกลลิบๆ ผมลองจับเวลานั่งเรือข้ามไปถึงท่าเดื่อฝั่งลาว ใช้เวลา 6 นาที ได้เห็นหน้าพ่อ-แม่ ผมก็โผเข้ากอดทันที กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลยครับ พ่อขับรถ Ford รุ่น consule สีเขียวอ่อนมารับ เราต้องเดืนทางต่อไปยังตัวเมืองเวียงจันทน์ ใช้เวลาราวๆ 45 นาที ก่อนถึงทางเข้าเมืองจะเป็นค่ายทหารใหญ่มีชื่อว่า "ค่ายจินายโม่" แปลเป็นไทยว่า "ค่ายจิ้งหรีดโม้" พ่อขัยรถต่อไปอีกเล็กน้อยก็มาถึงตัวเมือง ผ่านวัดต่างๆมากมาย มีวัดหนึ่งซึ่งมีชื่อคุ้นหูมากคือ "วัดสีสัตตะนาคะนะหุต" (เขียนแบบลาว) พ่อชี้ให้ดู "วัดพระแก้ว" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่นี่ จากการที่ผมเรียนวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้คะแนนตกเป็นประจำ (เรียนกับครูวินัย สุขยืด ครูประจำชั้นของอาจารย์นิรันดร์) ผมก็เริ่มสนใจค้นหาเกี่ยวกับจังหวัดหนองคาย ประวัตินครวียงจันทน์ ประวัติวัดพระแก้ว ตลอดจน ชื่อ "วัดสีสัตตะนาคะนะหุต" ผมรู้สึกสนุกมากขึ้นกับวิชาภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ คะแนนพุ่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ศึกษาต่อไปก็พบว่า เมืองศรีสัตนาคนหุตนั้นก็หมายถึงดินแดนลาวซึ่งตอนหลังมีการแตกแยกไปเป็น สามเมืองคือ
- เมืองหลวงพระบาง
- เมืองเวียงจันท์
- เมืองจำปาศักดิ์
จะเรียกชื่อเมืองไหนก็ต้องใช้ศรีสัตนาคนหุต แล้วมีคำห้อยท้าย ดูจากรากศัพท์แล้วเป็นที่ถกเถียงกันเป็นสองแบบบ้างก็ว่า คำว่า "สัตตนาคนหุต" นั้นมาจากคำว่า "สัตตนาค" คือ "สัตต" เป็นคำบาลี หมายความว่า "เจ็ด"
"สัตตนาค" จึงหมายถึงนาคเจ็ดตัว ซึ่งเป็นผู้ปกปักดูแลอาณาจักร
เราจะเห็นรูปป้นพญานาคตามที่ต่างๆมากมายในเวียงจันทน์โดยเฉพาะตามวัดทั้งหลาย แล้วยังมีเรื่องของ "บั้งไฟพญานาค"อีกด้วย

บ้างก็ว่ากรุงศรีสัตนคนหุตล้านช้างสร้างเมื่อปี พ.ศ.2103โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์องค์ที่39แห่งราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว สาเหตุที่เรียกว่าล้านช้าง อาจจะเพี้ยนมาจากคำว่าลานช้าง เป็นล้านช้าง เนื่องจากสมัยก่อน บริเวณนี้คือ
ที่อยู่อาศัยของช้าง ส่วนคำว่าศรีสัตนาคนหุตนั้น เป็นคำผูกที่ปราชญ์โบราณ
ของลาวตั้งขึ้น คือ สัตตะ แปลว่า 100 นาคะ แปลว่าช้าง นหุตแปลว่าหมื่น
รวมเป็นช้างร้อยหมื่นหรือช้างสิบแสนตัว เท่ากับ1ล้าน เลยเรียกชื่อว่า
กรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ในประวัติศาสตร์ล้านช้างก็คือเมืองเวียงจันทน์ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เราก็มีเรื่องเคืองแค้นกัน พระเจ้าตากสินพิโรธมากจึงได้ตรัสสั่งให้เจ้าพระยาสุรสีห์และพระยาจักรีสองพี่น้องยกทัพไปตีกรุงศรีสัตนคนหุตล้านช้างโดยทำให้เราได้ลาวเป็นเมืองขึ้นและได้อันเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มาด้วย

จากวัดพระแก้ว พ่อขับรถผ่านตลาดใหญ่ มีชื่อว่า "ตลาดเช้า" เป็นตลาดใหญ่มากขายของหลากหลายชนิด คล้ายตลาดจตุจักรบ้านเรา ส่วนใหญ่เป็นของสด และขายกันเฉพาะช่วงเช้า พ่อขับรถต่อไปทางสนามบินซึ่งอยู่อีกซึกหนึงของเมืองเวียงจันทน์ บ้านเราอยู่ใกล้วัดสองวัดคือ วัดอุโมงค์ กับวัดไต เป็นบ้านเช่าสองชั้น เจ้าของบ้านเป็นรองอธิบดีกรมอนามัย ชื่อ "ท้าวถอ" (คุณถอ) มีลูกสาวหนึ่งคน อายุอ่อนกว่าผม 2 ปี ชื่อจ๊อด ป่านนี้ก็อายุห้าสิบกว่าปีแล้วครับ

วันนั้นแม่ทำลาบและข้าวเหนียวให้กิน เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต บางครั้งอาหารจะอร่อยไม่ได้ขึ้นกับรสชาด แต่ขึ้นกับว่าเราได้กินกับใคร พูดแล้วก็คิดถึงท่านทั้งสองมาก ท่านจากผมไปตามอายุขัยหลายปีมาแล้วครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 124 20 ก.พ. 2552 (00:48)

เพิ่งจะนึกออก ขอแก้ไขหน่อย

รถที่พ่อขับไปรับที่ท่าเดื่อนั้นเป็นรถเรโนลต์สีแดง เป็นรถคันแรกที่พ่อซื้อที่เวียงจันทน์ แต่ตอนหลังจึงเปลี่ยนเป็นรถฟอร์ด ที่จำได้นึกออกก็เพราะหมาตัวหนึ่งที่แม่ซื้อมาจากตลาดเช้า เป็นหมาพันธุ์ผสมระหว่าง คอกเกอร์สแปเนียล (ดูรูป) กับแม่หมาลาว หูใหญ่ตกๆเหมือนพ่อ ตัวสีดำ พ่อตั้งชื่อว่า Onyx แปลว่า "นิล"

131444

ผมรัก Onyx มาก มันซื่อสัตย์และรักเจ้าของ ตอนเช้าและเย็นที่แดดไม่ร้อนผมจะพามันไปวิ่งเล่นหลังบ้านซึ่งเป็นทุ่งนา มันชอบคึกตอนไปวิ่งเล่นกับผม และชอบเกลือกคลุกดินเป็นประจำ วันหนึ่งแม่บอกให้ผมอาบน้ำให้หมา ผมรักมันมากอยากให้มันตัวหอมๆ ก็เลยใช้แชมพูยี่ห้อดังที่เพิ่งออกใหม่ ซื้อมาจากฝั่งไทย อาบแล้วหอมฉุยเลย บังเอิญวันนั้นรถของพ่อเสีย ต้องเอาไปซ่อม เป็นรถมือสอง ผมติดรถออกไปเที่ยวด้วยแถมเอาหมาตัวโปรดติดรถไป พอไปถึงที่อู่ ลูกน้องช่างบอกว่าให้รอเดี๋ยว ช่างกำลังสระผมอยู่ รอสักพักหนึ่ง ช่างเดินหวีผมออกมา โอโฮ แชมพูที่ใช้กลิ่นหอมฟุ้ง กลิ่นเดียวกับเจ้า Onyx เลยครับ ผมก็เลยจำได้ว่ามันเป็นรถเรโนลต์สีแดง  เนื่องจากรถคันนี้เสียบ่อย พ่อก็เลยขายไปแล้วซื้อรถฟอร์ดที่พูดถึงตอนแรกมาแทน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 125 20 ก.พ. 2552 (12:08)

come to visit .......  interesting {#emotions_dlg.d4}


seamanfanclub
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 107 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 20 ก.พ. 2552 (22:24)

บางทีผมก็ไปหาพ่อที่ทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์ พ่อสอนภาษาอังกฤษให้ผม และได้มีโอกาสหัดพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆของพ่อที่ทำงาน ที่มาจากหลายประเทศ พอพ่อเลิกงานบางวันก็พาผมไปหัดเล่น บาสเก็ตบอลล์ พ่อเอารูปให้ดูสมัยก่อนเล่นเป็นทีมตอนที่พ่อเป็นครูอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาได้ถ้วยที่หนึ่งของจังหวัด เพื่อนพ่อคนหนึ่งเป็นโค้ชทีมชาติไทย ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ในรูปเห็นพ่อหมายเลข 7 ตอนหลังผมเล่นกีฬาให้โรงเรียน ผมก็ใช้เบอร์ 7 เหมือนพ่อ

หลังจากเล่นบาสเก็ตบอลล์แล้วก็กลับมาอาบน้ำ กินข้าว พ่อพาทั้งครอบครัว มีแม่และพี่ชายกับพี่สาวของผมไปดูหนัง ย่านที่คึกคักที่สุดของเวียงจันทน์สมัยนั้นคือบริเวณ โรงหนัง ซึ่งมีอยู่ 3 โรง โรงหนึ่งชื่อ "เวียงสมัย" โรงที่สองชื่อ "โรงมหรสพศิลปะกีฬาลาว" โรงที่สามห่างออกไปอีกหน่อย ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ดูหนังไทยที่พระเอกนางเอกยอดนิยมคือ "มิตร-เพขรา" ทีสนุกมากคือ พระเอกนางเอกพูดภาษาลาว ผมนั่งหัวเราะเกือบทั้งเรื่อง อ้อ! ก่อนหนังฉายจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของเจ้ามหาชีวิต และบรรเลงเพลงชาติ ไม่มีเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบของเรา ผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ ร้องว่า "ซาติลาวตั้งแต่เดิมมา ขึ้นซื่อลือซาอยู่ในอาซี (หมายถึงเอเชีย แต่อ่านตามแบบฝรั่งเศส) ซาติลาวผูกพันธ์ไมตรี ฮ่วมสามัคคี ฮักฮ้อฮ่วมกัน....." หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ไม่ใช้เพลงนี้ เปลี่ยนเป็นเพลงใหม่

หน้าโรงหนังคึกคักมาก ของสรรพสินค้าต่างมากมาย หลายอย่างไม่เคยเห็นมีในเมืองไทย สมัยนั้นสินค้าที่มาจากฝรั่งเศสและจีนแดงมีเยอะมาก โรงเรียนสมัยก่อนยังมีการสอนภาษาฝรั่งเศสด้วย โรงเรียนมัธยมก็เรียกว่า ลีเซ่ เหมือนฝรั่งเศส หลังจากวันนั้นมาอีกสามสิบกว่าปี ผมทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญขององค์การ UNESCO ไปอบรมครูวิทยาศาสตร์ลาว มีโอกาสกลับไปเยี่ยมที่เดิม ปรากฏว่าทรุดโทรมต่างไปจากสมัยผมเป็นเด็กมาก

ผมอยู่กลับพ่อแม่ตลอดช่วงเวลาปิดเทอม วันที่จะเดินทางกลับ ผู้สึกใจหายมากทึจะจากพ่อแม่ไป เช้าวันนั้นมีน้ำป่าไหลหลากมาก น้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นฝั่งขึ้นมาท่วมบ้านเมืองทีละน้อยๆ พ่อเห็นท่าไม่ค่อยดีรีบขับรถไปส่งที่ท่าเรือให้ผมกับพี่อีกสองคนข้ามไปขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพ แล้วพ่อก็รีบขับรถกลับเวียงจันทน์เพราะกลัวน้ำท่วมทางขาด ผมนั่งร้องไห้บนรถไฟไปตลอดทาง ทั้งคิดถึงและเป็นห่วงพ่อกับแม่มาก ผมยังจำได้ว่าทั้งพี่สาว(ตอนนั้นเรียนที่จุฬา) และพี่ชาย(เรียนที่เทพศิรินทร์) ช่วยกับปลอบและหาเรื่องชวนผมคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พี่ชายชวนให้ฟังเสียงล้อรถไฟที่กระแทกรอยต่อของรางเป็นจังหวะ และชวนให้ร้องเพลงให้เข้าจังหวะ ตอนนั้นมีหนังเรื่อง "The Singing Nun" เข้าฉาย มีเพลงหนึ่งที่นางเอกที่เป็นแม่ชีร้อง คิอเพลง "Brother John" โอโฮ เข้ากับจังหวะรถไฟได้พอดีเลย ทำให้ผมลืมคิดถึงพ่อแม่ไปได้ชั่วขณะหนึ่ง ส่วนพี่สาวก็เอาหนังสือภาษาอังกฤษที่พ่อซื้อให้มาอ่านแล้วแปลให้ฟัง อ่านมถึงตอนหนึ่งมีเกี่ยวกับคำว่า Blind พืสาวบอกว่าอ่านข้ามตรงนี้ไปก่อน ผมสังสัยมากว่าทำไม่พี่ไม่ยอมแปลให้ฟัง ได้แต่ถามอยู่นั่นแหละ ตอนหลังพี่สาวแอบกระซิบข้างหูเบาๆ ผมถึงได้รู้ เพราะคนที่นั่งรถไฟตรงข้ามกับผมนั้นเป็น "คนตาบอด"



ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นท้องฟ้าสีฟ้ายามเย็น คิดถึงพ่อแม่มาก รู้สึกเหงาๆ ทุกวันนี้อาการนี้ยังเกิดกับผม ผมเห็นท้องฟ้ายามเย็นแล้วรู้สึกเหงาคิดถึงบ้านมาก ผมตั้งใจว่าต่อไปถ้าผมมีลูผมจะไม่ยอมให้ไปเรียนโรงเรียนกินนอน หรือให้ไปอยู่กับคนอื่นเด็ดขาด พอกลับมาถึงกรุงเทพ กลับไปเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ได้เจอเพื่อนๆก็ช่วยให้ลืมคิดถึงและเป็นห่วงพ่อแม่ได้เยอะ ตอนหลังพ่อเขียนจดหมายมาจึงได้รู้ว่าน้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร บ้านเราที่เวียงจันทน์ชั่นล่างน้ำท่วมมิดเลย ต้องอาศัยอยู่แต่ชั้นสอง ไฟฟ้าถูกตัดขาดหมด พ่อต่อแพให้แม่ใช้พายไปใกล้ๆบ้าน แม่เขียนมาปลอบว่าไม่ต้องห่วงพ่อแม่ เพราะอยู่ทางนี้พายเรื่อเล่นน้ำสนุกมาก


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 22 ก.พ. 2552 (01:35)
131442

พอมาถึงที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย พอดีมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชือ "สุชีพ ศิวเสน" เป็นคนอำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ สุชีพพูดภาษาอีสาน ผมก็เลยบอกให้ช่วยสอนผมพูดภาษาอีสาน บรรยากาศเหมือนอยู่ที่ลาว ด้วยความคิดถึงพ่อกับแม่นั้นเอง ผมยังมีเก็บรูปสุชีพไว้ ถ่ายตอนที่ไปทัศนศึกษาที่พระบรมมหาราชวัง

นามสกุล "ศิวเสน" น่าจะหมายถึงลิงชนิดหนึ่งของพระศิวะ แต่พวกเราก็ล้อว่า สุชีพเป็นเจ้าของวงดนตรี Silver Sand ซึ่งกำลังดังสมัยนั้น Silver sand ก็แผลงไปเป็น ศิวเสน นั้นเอง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 22 ก.พ. 2552 (23:12)
131514

เพื่อนบางคนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย เราเคยเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยพูดคุยเพราะโรงเรียนของเราใหญ่มากมีนักเรียกแต่ละชั้นปีหลายร้อยคน แต่ภายหลังหลายปีผ่านมา เราก็มาพบกันและได้ร่วมงานกัน

มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ "สายพิณ คัมภีรวุฒิ" เธอเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ผมเรียนต่อที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย สมัยนั้นใช้ระบบ 7-3-2 คือ ประถม 7 ปี มัธยมศึกษา(ตอนต้น 3 ปี)  ม.ศ.1-3 และ มัธยมศึกษา(ตอนปลาย 2 ปี) ม.ศ.4-5 ผมได้มาพบสายพิณ ตอนอยู่ชั้น ม.ศ.4 ในค่ายฝึกวิจัยวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2514 ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เราเป็นนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้มาเข้าค่ายจากทั่วประเทศจำนวน 30 คน ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นคือ จอมพลถนอม กิตติขจร และถ่ายรูปร่วมกับท่านที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล


131516

เราได้มีโอกาสออกรายการโทรทัศน์สมัยก่อน ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ผมได้ออกโทรทัศน์ช่องนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งแรกตอนเล่นลูกข่างดังที่เล่าให้ฟังแล้วในความเห็นที่ 16

รายการนั้นคือรายการ POP TOP ของพันเอกการุณ เก่งระดมยิง ในรูปกำลังสัมภาษณ์ "สายพิณ คัมภีรวุฒิ" ตอนหลังสายพิณมาเรียนต่อ คณะแพทยศาสตร์ ตอนนี้เป็นหมอผู้เชียวชาญโรคมะเร็งอยุ่ที่ สถาบันมะเร็ง และได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น "แพทย์หญิงสายพิณ ตั้งครัชต์"



ตอนที่เข้าพบ ท่านจอมพลถนอม กิตติขจร นั้น ผมได้ฝากกล้องถ่ายรูปไว้ที่พี่นักข่าวหนังสือพิมพ์คนหนึ่งให้ช่วยถ่ายรูปให้ตอนที่ท่านเดินมาถึงผม ตอนที่ผมไหว้ท่านจอมพลถนอม พี่นักข่าวไม่ยักถ่าย คงถ่ายไม่ทันเพราะเร็วมาก ดันไปถ้ายตอนที่ท่านรับไหว้ มันก็เลยดูเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม กิตติขจรยกมือไหว้ผม ดังที่แสดงในรูป ที่นำมาให้ดูนี้มิได้มีเจตนาลบหลู่ท่าน แต่ให้เห็นว่า รูปที่ถ่ายแต่ละช่วงเวลามันดูแล้วให้ความหมายและอารมณ์ที่แตกต่างกัน แล้วแต่ว่าใครจะตีความอย่างไรให้เป็นจริงก็ได้ ผิดไปจากความจริงก็ได้

131517

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 26 ก.พ. 2552 (16:25)

เห็นชื่อพันเอกการุณ เก่งระดมยิง - วิกิพีเดีย   ก็ให้นึกถึงรายการที่ท่านจัด
นับเป็นเกมโชว์ที่สร้างสรรค์มาก
ใครได้ดูบ้างครับ "รายการยี่สิบคำถาม"

วิธีเล่นก็คือ จะตั้งคำไว้คำหนึ่ง อะไรก็ได้
โดยพันเอกการุณจะทราบคนเดียวว่าคำนั้นคืออะไร
ผู้เล่นเป็นทีม หากจำไม่ผิดคงจะเป็นสี่คน
ผู้เล่นจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับคำปริศนานั้นโดยพันเอกการุณจะตอบรับหรือปฏิเสธ
ผู้เล่นจะต้องหาคำทายให้ได้ภายใน 20 คำถาม
นับเป็นเกมที่ฝึกกระบวนการสืบเสาะที่ดีมาก
คำตอบที่มีเพียง ใช่ ไม่ใช่ มี ไม่มี เท่านี้ ในที่สุดก็จะทราบว่าคำปริศนาคืออะไร


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 27 ก.พ. 2552 (00:08)

สี่คนที่เล่นนั้นรู้สึกว่าจะต้องเอาผาปืดตาด้วย หนึ่งในสี่คนนั้นก็คือ คุณดำรง พุฒตาล - วิกิพีเดีย สมัยนั้นชาวบ้านกล่าวถึงกันมาก คุณดำรงจึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 27 ก.พ. 2552 (16:27)

link ไม่ไปครับ

อีกคนที่ผมคิดว่าน่าจะใช่ คงเป็นคุณธรรมรัตน์ นาคสุริยะ
รู้สึกจะมีผู้หญิงด้วยคนหนึ่ง

เรามาลองเล่น 20 คำถามบนเว็บบอร์ดกันดีไหมครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 28 ก.พ. 2552 (02:02)

ดีค่ะ

เอ้าครูไผ่ คิดไว้แล้วสิ่งหนึ่ง  เชิญตั้งคำถามที่ 1 ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 28 ก.พ. 2552 (02:54)

จำรายการไม่ได้ แต่จะตามดู


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 28 ก.พ. 2552 (22:27)

คำถามที่1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 1 มี.ค. 2552 (00:15)

ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 1 มี.ค. 2552 (04:25)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2}


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 1 มี.ค. 2552 (10:02)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 1 มี.ค. 2552 (21:10)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่  3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 2 มี.ค. 2552 (01:34)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 2 มี.ค. 2552 (04:58)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3}


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 2 มี.ค. 2552 (05:24)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 2 มี.ค. 2552 (06:33)

คำถามที่ ๕ เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ?


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 2 มี.ค. 2552 (07:43)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 2 มี.ค. 2552 (23:15)

คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 3 มี.ค. 2552 (05:10)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ

แต่ใช้นอกบ้านก็ได้นะคะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 3 มี.ค. 2552 (09:16)

คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ 


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 3 มี.ค. 2552 (10:23)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ

อาจจะใช่สำหรับบ้านที่ไม่แบ่งห้อง คือเป็นทั้งห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนอน และห้องนั่งเล่น



ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 3 มี.ค. 2552 (13:13)

คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 3 มี.ค. 2552 (17:45)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ

อาจต้องใช้ทุกวันสำหรับบางคน แต่บางคนอาจจะไม่ใช้เลย


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 3 มี.ค. 2552 (21:51)

คำถามที่ 9 : เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? 


PangzaKung
ร่วมแบ่งปัน25 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 3 มี.ค. 2552 (22:15)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 3 มี.ค. 2552 (23:18)

คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 4 มี.ค. 2552 (05:46)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 4 มี.ค. 2552 (06:07)

คำถามที ๑๑ ของใช้นี้ใช้ร่วมกันได้หรือเปล่า หรือต่างคนต่างมีของตัวเอง


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 4 มี.ค. 2552 (06:44)

คำถามที่ 11 ไม่สามารถจะตอบด้วยคำว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 4 มี.ค. 2552 (09:01)

คำถามที่ 11  คุณหมอ คงหมายถึง เป็นของใช้ส่วนตัวหรือเปล่า...{#emotions_dlg.q6}


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 4 มี.ค. 2552 (10:04)

ก็ยังตอบไม่ได้อยู่ดีว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" 


เพราะคำตอบจะมีความแตกต่างระหว่าง ก่อนใช้ ระหว่างใช้ และหลังใช้ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 4 มี.ค. 2552 (10:36)

ถ้างั้น ผมถามเป็นข้อต่อไปแล้วกันครับ...

คำถามที่ 12 ของใช้นี้ เป็นประเภท ส่วนที่ใช้แล้ว ใช้ไม่กี่ครั้ง แล้วทิ้ง หรือเปล่าครับ...


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 4 มี.ค. 2552 (14:18)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 4 มี.ค. 2552 (14:47)

คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 4 มี.ค. 2552 (14:56)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 4 มี.ค. 2552 (15:04)

{#emotions_dlg.d8}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 4 มี.ค. 2552 (15:12)

คำถามที่ 13 กระดาษชำระ หรือกระดาษทิชชู ใช่ไหมครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 4 มี.ค. 2552 (15:50)

คำถามที่ 1 เป็นของที่ทำจากสิ่งมีชีวิตหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4}  ใช่ค่ะ
คำถามที่ 2 เป็นของกินใช่ไหมครับ{#emotions_dlg.a2} ไม่ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 3 เป็นของใช้ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
ตำถามที่ 4 เป็นพวกเสื้อผ้าใช่ หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.q3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 5 เป็นของทำจากพืชหรือเปล่าครับ? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 6 ของใช้ที่ทำจากพืชนี้ ใช้ภายในบ้านหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 7 ส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในครัวหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 8 เป็นของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือเปล่าคะ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 9 เป็นของใช้ที่ใช้ด้วยมือหรือเปล่าครับ ???? {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 10 อยู่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.s3} ไม่ใช่ค่ะ
คำถามที่ 11 ของใช้นี้ เป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้งหรือเปล่าครับ {#emotions_dlg.d4} ใช่ค่ะ
คำถามที่ 12 ตะเกียบ ใช่ไหม คะ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ                                   
คำถามที่ 13 กระดาษชำระ หรือกระดาษทิชชู ใช่ไหมครับ {#emotions_dlg.a7} ไม่ใช่ค่ะ


 


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 4 มี.ค. 2552 (16:01)

คำถามที่ 14 ขอแก้ตัวอีกที ไม้จิ้มฟันใช่ไหมคะ {#emotions_dlg.a5}


KNowarp
ร่วมแบ่งปัน3122 ครั้ง - ดาว 342 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 4 มี.ค. 2552 (17:36)

122036

ถูกต้องค่ะ
คำตอบคือ ไม้จิ้มฟัน


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 4 มี.ค. 2552 (17:40)

เชิญท่านอื่นเป็นเจ้าภาพต่อค่ะ

เล่นได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 4 มี.ค. 2552 (18:09)

KNowarp

ผมว่าไปเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่าครับ
เท่านี้ก็สร้างความวุ่นวายออกนอกประเด็นของวัดพลับพลาชัยไปมากอยู่นะครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 4 มี.ค. 2552 (18:17)

ตามไปเล่น 20 คำถามกันที่นี่ครับ

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=162555


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 5 มี.ค. 2552 (09:46)

เอ่อ นี่คือประวัติของ อ.นิรันดร์ กับอ.แชชนะหรือครับ ผมไม่เคยรู้เลย ตอนนี้ท่าน 2 ท่านคงเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมใจของ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย แน่นอนครับ


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 6 มี.ค. 2552 (17:14)

ผมเป็นเด็กเกเรไม่ค่อยเรียนหนังสือของโรงเรียนครับ
เคยตกหลายวิชา ถูกตีหน้าเสาธงก็มี จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง
บางทีดร.แขชนะอาจจะจำได้ก็ได้

ถึงกระนั้น ผมก็ได้รับสิ่งดีดีจากโรงเรียนของผมมากมาย
หากผมตั้งใจเรียนมากกว่านี้ก็คงได้ดีกว่านี้มากครับ

กราบระลึกถึงพระคุณโรงเรียนมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 6 มี.ค. 2552 (22:51)
133475

ใครว่าเด็กกรุงเทพพายเรือไม่เป็น สมัยก่อนนี้กรุงเทพมีคลองมากมาย ผู้คนไปมาหาสู่กันด้วยระบบคมนาคมทางน้ำ ก็อาศัยคลองนี้แหละครับ กรุงเทพจึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองเวนิสตะวันออก" คลองที่นับว่าขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางก็คือ "คลองแสนแสบ" ของไอ้ขวัญกับอีเรียม ในนิยายอมตะเรื่อง "แผลเก่า"นั่นเอง หลายคนคงจำเนื้อเพลงดังได้......เรียมเหลือทนแล้วนั่น.......

จะไม่ให้เหลือทนได้อย่างไรในเมื่อ "เช้า สาย บ่าย เย็น ขวัญลงเล่นกับเรียม" เล่นน้ำทั้งวัน จนตัวเหี่ยว เป็นผมก็เหลือทนครับ

ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อ "เอนก วังสรณตรัย" บ้านอยู่สุดซอยเกษมสันต์ 2 ครงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ สุดซอยจะเป็นคลองแสนแสบ บ้านของเอนกเป็นบ้านเก่าแก่อยู่รมคลองแสนแสบ แลดูน่าอิจฉามาก เอนกเคยชวนผมและเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ "วีรพงศ์" ผมจำนามสกุลไม่ได้แล้ว ไปพายเรือเล่นในคลองแสนแสบ สมัยก่อน 40 กว่าปีมาแล้วนำยังใสสะอาดครับ ขณะพายไปจะมีแม่ค้าพายเรือขายของต่างๆไปตลอดทาง ผมหัดพายเรือเป็นก็เพราะเอนกนี่แหละครับ

ครั้งล่าสุดที่พบเอนกตอนนั้นผมเรียนหนังสือที่จุฬา ส่วนเอนกเรียนที่ มศว.ประสานมิตร วีรพงศ์เรียนหมอที่ศิริราช เราไม่ได้พบกัน 30 กว่าปีแล้ว ทั้งสองคนผมถือว่าเป็นกัณยาณมิตรของผม

วีรพงศ์มีบ้านอยู่แถวๆวัดบวรนิเวศน์ ที่วัดบวรนิเวศน์มีการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ นอกจากสอนพุทธศาสนาแล้วพระท่านยังสอนภาษาอังกฤษให้ด้วย วีรพงศ์ชวนผมไปเรียน รู้สึกว่าสนุกดีครับ แต่น่าเสียดายผมไปเรียนได้ไม่นานก็เป็นโรคไข้เลือดออก เกือบตาย ตอนหลังเลยไม่ได้ไป จนกระทั่งเรียนจบจากโรงเรียนวัดพลับพลาชัยออกไป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 7 มี.ค. 2552 (15:37)
133551

เพื่อนอีกคนหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นกัณยาณมิตรของผมชื่อ "ยศอนันต์ บุญญะโภคา" ตอนหลังเปลี่ยนเป็น "ยศอนันต์ ยศไพบูลย์"

ยศอนันต์เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะ ไม่เคยได้ยินยศอนันต์พูดคำหยาบคายเลยแม้แต่คำเดียว เขาเป็นคนสุขุม ก่อนพูดมักใช้ความคิด เรียนเก่ง และมีอารมณ์ขันแบบหน้าตาย คนไม่รู้ไม่นึกว่าเป็นเรื่องตลก ยศอนันต์ช่วยผมได้มากในเรื่องเรียนหนังสือ ผมขี้เกียจเรียนชอบเล่นสนุกไปวันๆ แบบอาจารย์นิรันดร์ แต่พอคบกับยศอนันต์ เขาชอบเรียนหนังสือ เนื่องจากเราสนึทกัน ผมก็เลยต้องพลอยเรียนไปกับเขาด้วย ไม่ได้เจอกันหลายสิบปี เมื่อไม่กี่ปีมานี้เจอกันโดยบังเอิญบนเครื่องบินที่บินไปขอนแก่น จึงได้รู้ว่าปัจจุบัน
นพ.ยศอนันต์ ยศไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

 


133554

เพื่อนๆรุ่นผมกับอาจารย์นิรันดร์เรียนหมอหลายคนครับ ที่ย้ายมาจากโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีด้วยกันอีกคนหนึ่งคือ ชูชัย วิทยาทอง ก็เรียนหมอที่จุฬา เพื่อนร่วมชั้นกับหมอวิสุทธิ์ที่เป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้ก็คงอยู่ระหว่างขั้นตอนของศาลฏีกากระมังครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 7 มี.ค. 2552 (23:16)
133650

การเลือกคบเพื่อนในวัยเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตข้างหน้า ผมโชคดีที่มีเพื่อนหลายคนที่เป็นกัลยาณมิตรที่เกื้อกูลให้เกิดผลดีต่อชีวิต ในปีสุดท้ายของการเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ผมมีผลการเรียนดีขึ้น ประกอบกับการที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทำให้มุ่งแต่เรียนเพื่อที่จะไม่ให้คิดถึงมาก จากผลการเรียนอันดับสี่สิบกว่าเกือบสุดท้ายก็ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆเลขตัวเดียว และเมือ่จบออกไปแล้วก็สอบได้เป็นที่หนึ่งของชั้นปีในโรงเรียนอื่นต่อมา

เมื่อสอบไล่ภาคปลายเสร็จผมก็รีบทำบัตรลดค่าโดยสารลดไฟครึ่งราคาเพื่อไปหาพ่อแม่ที่เวียงจันทน์ สมัยก่อนโรงเรียนจะเป็นผู้ออกบัตรรับรองให้ คราวนี้ไปอยู่นานเกือบ 2 เดือน สนุกสนานมาก คราวนี้พ่อเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถฟอร์ดกงศุลสีเขียวอ่อน พ่อขับมารับเช่นเคย ตามเส้นทางเดิม จะต้องผ่านวัดพระแก้ว

ในวัดพระแก้ว ไม่มีพระแก้วมรกตให้เห็นอีกแล้ว บริเวณรอบๆพระอุโบสถจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย


ตำนาน พระแก้วมรกต
http://www.monchaikub.th.gs/web-m/onchaikub/images/insile5.html


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 7 มี.ค. 2552 (23:36)
133652

บริเวณถัดจากวัดพระแก้วไปเล็กน้อยจะเป็นตลาดเช้า มีหลังคาหน้าจั่วคล้ายๆศาลาวัด ที่โดดเด่นก็คือ หัวพญานาคที่ประดับบนหน้าจั่ว ตลาดเช้าจะขายของสด มีพ่อค้าแม่ขายเอาของมาวางกันเต็มลานด้านหน้าของตลาด แม่ของผมซื้อเจ้า ONYX หมาพันธุ์ผสมที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้วมาจากลานขายของที่ตลาดแห่งนี้ ด้านในตลาดจะเป็นร้านที่ขึ้นแผงอย่างดี แผงรายรอบนี้จะเปิดในตอนบ่ายด้วย ที่เห็นอยู่มีการก่อสร้างตลาดเพิ่มเติม ที่ป้ายเขียนไว้ว่า "บ่มีทุละก่อส้าง ห้ามเข้า"

แม่ค้าที่มาวางแผงขายของบนลานหน้าตลาดมีหลายหลากเชื้อชาติ มีทั้ง ลาว ไทย จีน ไทยดำ เวียตนาม ซึ่งจะสังเกตได้จากการแต่งกาย เช่นพวกลาวก็มักจะนุ่งผ้าซิ่นเชิง ไทยดำก็มักแต่งตัวชุดดำมีสิ่งประดับตกแต่งที่ทำด้วยเงิน และพวกเวียตนามก็มักจะมีหมวกทรงแหลมที่เห็นนั่งอยู่ในรูป เป็นต้น

ผู้หญิงที่นี่มักนุ่งผ้าซิ่น และมักมีเชิงผ้าซิ่นลวดลายแตกต่างกันไป เด็กนักเรียนหญิงก็จะสวมเสื้อขาวนุ่งผ้าซิ่นเช่นกัน


133657

หากเรายืนอยู่บนถนนใหญ่หน้าตลาดเช้า หากมองไปทางขวามือไกลออกไปราว 1 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของ "วงเวียนประตูชัย" ดูในรูปจะเห็นว่ามีรถวิ่งอยู่น้อยมาก ต่างจากปัจจุบันมาก เมื่อมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และการคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น

"วงเวียนประตูชัย" ในรูปทางซ้ายมือนี้จะเห็นได้ว่ามีลักษณะคล้ายๆว่าเอาแนวคิดมาจาก "ประตูชัย" บนถนน Champs-Elysees ในกรุงปารีส (ดูเปรียบเทียบภาพทั้งสอง)

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 8 มี.ค. 2552 (01:55)
จากการที่ผมได้มาอยู่ต่างถิ่น ทำให้ผมเพิ่มความสนใจในประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต แนวความคิด รวมทั้งภาษาท้องถิ่นที่เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ (โปรดอ่านกระทู้ สื่อความหมาย : เครื่องมือบันทึกวัฒนธรรม  และ เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม) ความเข้าใจนี้เองที่จะเป็นเครื่องทำให้มนุษย์เราอยู่กันได้อย่างปกติสุข แม้จะมีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม ความคิด และภาษาพูด

133660

นครเวียงจันทน์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง พ่อมักขับรถพาผมเที่ยวโดยใช้เส้นทางถนนริมแม่น้ำโขง มองเห็นฝั่งไทยที่อำเภอศรีเชียงใหม่ ของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะยามเย็มที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกแลดูงดงามมาก

133661

แม่ของผมซื้อแผ่นเสียงเพลงลาวยอดนิยมสมัยนั้นมาหลายแผ่น เป็นแผ่น Single ใช้ speed 45 มีอยู่เพลงหนึ่งที่ผมชอบมากคือเพลงสองฝั่งโขง เป็นแผ่นต้นฉบับของลาว จัดทำโดยยุวสมาคมแห่งพระราชอาณาจักรลาว ขับร้องโดยนักร้องหญิงทีมีชื่อเสียงของลาวในขณะนั้นคือ น.ส.ทานตะวัน ปัจจุบันเป็นนักร้องอาวุโส คงมีอายุมากแล้ว แม่น้ำโขงทางลาวเรียกว่า "แม่น้ำของ" ผมได้แนบไฟล์เพลงนี้มาให้สำหรับผู้ที่สนใจเสียงเพลง "สองฝั่งโขง" จากต้นฉบับของลาว ที่เป็นแผ่นเสียงที่ผลิตโดยบริษัท Thai Phonograph Record กรุงเทพ ผมยังเก็บแผ่นเสียงเหล่านี้ไว้ ฟังทีไรคิดถึงพ่อกับแม่มากทุกที

สายนทีรินหลั่งจากฟ้า
แบ่งพสุธาเป็นซ้ายและขวาสองฝั่ง
หากน้ำกั้นขวงนั้นบ่สำคัญ
แต่ความสัมพันธ์ของเฮามั่นคงเรื่อยไป
ถึงไกลกันคนละฝั่งของ
ต่างหมายปรองดองมุ่งหวังทั้งสองจนได้
ด้วยความใฝ่ฝันมั่นสุดหัวใจ
ปักฝังทรวงในเหมือนใจเดียวกัน

ทั้งสองฝั่งกั้นกลางด้วยสายนที
แต่ประเพณีนั้นบ่ต่างกัน
ซาติลาวและไทย ก่อนนั้นเคยได้สัมพันธ์
ฮ่วมสายโลหิตเดียวกัน เพียงน้ำเท่านั้นมากั้นแบ่งทาง

ขอฟ้าดินซ่วยเป็นสักขี
โปรดคิดปรานีจงอย่าได้มีวันห่าง
อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง
ปักฝังซีวีเหนือนทีสองฝั่งเอย


เชิญฟังเพลงจากไฟล์นี้ครับ >>>  สองฝั่งโขง.zip(March 8, 2009 1:55)

TWO BANKS OF THE MEKONG


ภาพขนาดย่อ




แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 8 มี.ค. 2552 (12:47)
133705

ปิดเทอมใหญ่คราวนี้ผมมาอยู่เกือบ 2 เดือนที่เวียงจันทน์ พ่อว่างจากงานก็ขับรถพาเที่ยวที่ต่างๆ ทีนี่มีวัดเยอะมากไม่แพ้เมืองไทย มีอยู่วัดหนึ่งที่มีชื่อเกี่ยวกับอาณาจักรล้านช้างที่เคยเล่าให้ฟังแล้วในตอนต้นๆ คือ "วัดจันทะบุรีสีสะตะนาคะนะหุด" ดูรูปป้ายหน้าวัดประกอบ ปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด เพราะเวลาผ่านมาเนิ่นนาน นครเวียงจันทน์ก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เวลาใส่บาตรตอนเช้า ชาวบ้านมักจะใส่ด้วยข้าวเหนียว แม่ผมใส่บาตรเป็นประจำ จำได้ว่าแม่จ้างผู้หญิงลาวมาคนหนึ่งให้มาช่วยงานบ้านให้แม่ ในภาษาไทยคำว่า พี่สาว ลาวจะใช้คำว่า "เอื้อย" แต่ถ้าเป็น พี่ชายลาวจะใช้คำว่า "อ้าย" ดังนั้นคนที่มาช่วยงานแม่ชื่อ "นาง" แต่อายุมากกว่าผม ผมจึงเรียกว่า "เอื้อยนาง" ส่วน "จ๊อด" ลูกสาวรองอธิบดีกรมอนามัยลาว เจ้าของบ้านที่เรามาเช่าอยู่ อายุน้อยกว่าผม เวลาเธอเรียกชื่อผมแล้วสะดุ้งทุกที ผมมีชื่อเล่นว่า "นิด" คือเธอจะเรียกผมว่า "อ้ายนิด" แต่ถ้าเธอเรียกเร็วๆ ยิ่งฟังแปลกหู.."ไอ้นิด" ในภาษาไทยจะให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

อ้อ! นึกขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง คนที่นี่โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ เวลาจะใส่บาตรด้วยข้าวเหนียวตอนเช้า มักจะเอามือเสยผมแล้วหยิบข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนใส่บาตร มันจะง่ายหน่อย แม่เล่าว่า เขาต้องการให้มือติดน้ำมันธรรมชาติจากเส้นผมนิดหน่อย ข้าวเหนียวจะได้ไม่ติดมือ ตอนที่แม่ใส่บาตรตอนเช้า บางทีแม่ก็ให้เอื้อยนางไปใส่บาตรแทน ผมก็ไปช่วยด้วย เห็นพี่นางปั้นข้าวเหนียวใส่บาตรพระ แต่ไม่ได้เอามือเสยผม ข้าวเหนียวติดมือ เพื่อความสะดวก เอื้อยนางก็เลยเอามือปาดที่บาตรพระ แต่ดูหลวงพี่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คงจะมีหลายคนทำแบบนี้จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว คำว่า "พระ" คนลาวเรียกว่า "ครูบา" เหมือนคนคนทางเหนือ เช่นที่เราเคยได้ยิน "ครูบาศรีวิชัย" ที่นำชาวบ้านสร้างทางขึ้นดอยสุเทพนั่นแหละครับ

ถนนหนทางสมัยก่อนเงียบสงบ รถราไม่ค่อยมี ดูในรูปเป็นถนนสายหลักที่ไปทาง พระธาตุหลวงอันเป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวเมืองเวียงจันทน์ แลดูเงียบเหงามาก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์มีน้อย นี่ขนาดเป็นถนนสายใหญ่ที่มีชื่อของเมือง ถนนสายนี้มีทางแยกออกไปอีกเส้นหนึ่งบริเวณใกล้กันจะผ่านสถานฑูตไทย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 8 มี.ค. 2552 (13:51)

ขอบคุณอาจารย์แขชนะ ค่ะ ที่มาเฉลยทำนองเพลง "สองฝั่งโขง" ให้


ดิฉันฝึกร้องเพลงนี้จากหนังสือโน้ตเพลงของคุณกมล ทัพครรไล โดยไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อน

ปรากฏว่าร้องทำนองได้ตรงกับเพลงที่อาจารย์แนบมาเลยค่ะ  ต่างกันที่สำเนียงการออกเสียงคำว่า "ซ้าย" และ  "น้ำ"  เท่านั้น


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 8 มี.ค. 2552 (14:43)

เมื่อพูดถึงเพลง "สองฝั่งของ" ก็อดที่จะกล่าวถึงและยกย่องชมเชยท่านผู้ประพันธ์ไม่ได้

ท่านผู้ประพันธ์ คือ ท่าน จำปา ลัตตะนะสะหวัน โดยใช้นามปากกาว่า "สุลิวัต"
ราวปี พ.ศ. 2488 ท่านได้ข้ามแม่น้ำโขงมาเรียนหนังสือฝั่งไทยที่จังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน ตอนนั้นท่านอายุราว 10 ขวบ พออายุราว 18 ปีจึงได้รับทุนรัฐบาลลาวให้ไปเรียนต่อด้านช่างสำรวจสร้างสะพาน-ถนน ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ทุ่งมหาเมฆ เมื่อปี พ.ศ.2496 เป็นเวลา 5 ปี พักอาศัยอยู่กับเพื่อนๆนักเรียนทุนด้วยกันแถวตรอกจันทร์ (ปัจจุบันใหญ่โตกลายเป็นถนนจันทร์ไปแล้ว) และร่วมตั้งวงดนตรีสมัยที่เป็นนักศึกษา มีชื่อวงว่า "ลาวร่วมมิตร"

เมื่อสำเร็จการศึกษาก็กลับไปรับราชการที่ลาว ต่อมาไม่นานก็มีการก่อการรัฐประหารราวต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2503 โดยร้อยเอกกองแล ยึดนครเวียงจันทน์ และจัดตั้งรฐบาลผสม โดยมีเจ้าสุวรรณภูมา เป็นนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันนั้น นายพลพูมี หน่อสะหวัน และเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก ที่สะหวันนะเขต ก็ได้ประกาศจัดตั้งคณะปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลเวียงจันทน์ ท่านจำปา ลัตตะนะสะหวัน ถูกเรียกตัวเข้าประจำการในหน่วยจิตวิทยา โดยรับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีของกองทัพต่อต้าน 

เชิญชม Music Video พร้อมเรื่องราวประกอบ  YouTube - สองฝั่งของ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 8 มี.ค. 2552 (21:43)
133759

จากรูปในความเห็นที่ 187 จะเห็นถนนนำไปสู่พระธาตุหลวง ด้านหน้าของพระธาตุหลวงจะเป็นสนามหญ้าเป็นลานกว้าง มีการจัดงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ทุกปี มีการออกร้านขายของรวมทั้งร้านของสถานฑูตต่างๆ สนุกสนานมาก แต่ตามปกติก็จะเงียบสงบ

พ่อบอกว่าผมโตพอแล้วให้ลองขับรถแถวๆนี้ ตอนนั้นผมอายุราว 12-13 ขวบ แต่ก็มึความสูงและขายาวพอจะแตะคันเร่งได้แล้ว พ่อสอนสักพักหนึ่งก็ให้ผมหัดขับเอง ตอนแรกพ่อนั่งไปด้วย ตอนหลังพอมั่นใจแล้ว พ่อก็ให้ผมขับคนเดียว พี่ชายผมเล่าว่า มองดูไกลๆเหมือนรถแล่นเอง ไม่มีคนขับ เพราะผมยังตัวเล็ก เห็นหัวโผล่มานิดเดียว รูปที่เห็นนี้คือสถานที่แห่งแรกที่ผมได้หัดขับรถเป็น ที่ขับได้อย่างมั่นใจเพราะไม่มีรถยนต์คันอื่นเลยครับ



ถัดจากสนามหญ้าด้านหน้าพระธาตุหลวงจะมีอนุสาวรีย์ของ สมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช - วิกิพีเดีย ซึ่งมีประวัติดังนี้ครับ

สมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ. 2077 - 2115) ถือเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของชาติลาว ทรงเป็นผู้นำแห่งอาณาจักรล้านช้าง ผู้สถาปนากรุงศรีสัตนาคนหุตให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรม และเป็นศูนย์รวมศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ ของอาณาจักรล้านช้างเข้าไว้ด้วยกัน ประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าพระไชยเชษฐาธิราช เป็นพระญาติหรือพระนัดดา ในพระนางจิรประภา เจ้าหลวงแห่งนครเชียงใหม่






สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ในภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2550) รับบทโดย รอน บรรจงสร้าง



ในรัชสมัยพระเจ้าโพธิสารราช (พ.ศ. 2063-2090) พระองค์เป็นผู้เคร่งครัดทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงมีพระราชโองการให้พลเมืองเลิกนับถือผีสางเทวดา เลิกทรงเจ้าเข้าผีทั่วพระราชอาณาจักร ให้รื้อศาลหลวง ศาลเจ้าผีเสื้อเมืองทรงเมือง และให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแทน ทรงสร้างวัดสุวรรณเทวโลกเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนา แต่เนื่องจากประเพณีการนับถือผีนั้นมีมาช้านาน และได้ฝังเข้าไปในจิตใจของประชาชนทั่วไป จึงยากที่จะเลิกอย่างเด็ดขาดได้


ครั้นต่อมาทางอาณาจักรล้านนาว่างกษัตริย์ปกครอง จึงได้อัญเชิญเจ้าไชยเชษโฐหรือ เชษฐวังโส พระโอรสของพระเจ้าโพธิสาร ไปครองนครล้านนา เมื่อปีพ.ศ. 2089 เมื่อพระเจ้าโพธิสารเสด็จสวรรคต พ.ศ. 2090 ด้วยถูกช้างล้มทับขณะประพาสป่า ทรงกลับนครได้เพียง 3 สัปดาห์ก็สวรรคต เมื่อสวรรคตแล้ว พระโอรสทั้งหลายต่างแย่งชิงราชสมบัติกัน อาณาจักรลาวได้แตกเป็น 2 ฝ่าย คือ อาณาจักรฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ พระเจ้าไชยเชษโฐแห่งล้านนา จึงยกทัพตีกรุงล้านช้าง และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดบุปผาราม เชียงใหม่ รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงค์) และพระแก้วขาวไปด้วย เมื่อเสด็จถึงล้านช้าง ทรงยึดราชสมบัติจากเจ้าครองนครทั้งสองได้ ด้วยความเกรงกลัวของเจ้าครองนครทั้งสอง จึงทรงครองนครทั้งสองซึ่งเรียกว่า กรุงศรีสัตนาคตหุต พระองค์จึงขึ้นครองราชสมบัติ นับเป็นมหาราชองค์ที่ 2 ของลาว ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระนามว่า "พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช"


พระพุทธศาสนาในยุคของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช นับว่ามีความเจริญถึงขั้นขีดสุด ทรงได้สร้างวัดสำคัญมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่โตมโหฬารสมกับที่เป็นปูชนียสถานคู่แผ่นดินพระราชอาณาจักร และได้สร้างวัดในกำแพงเมืองอยู่ประมาณ 120 วัด และยังได้สร้างวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ที่นำมาจากเมืองเชียงใหม่ ในสมัยนี้ได้มีการแต่งวรรณกรรมหลายเรื่อง เช่น สังสินชัย การเกต พระลักพระราม เป็นต้น


สมัยนี้ราชอาณาจักรไทยได้มีความสัมพันธ์ลาวอย่างแน่นแฟ้น ได้ร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับพม่า ได้สร้างเจดีย์ "พระธาตุศรีสองรัก" ในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งความเป็นพี่เป็นน้องกัน ของสองอาณาจักร


พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองเชียงคำมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ได้ประดิษฐานพระแก้วมรกต และพระแซกคำ (พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงค์) ไว้ที่เวียงจันทน์ เรียกว่าเวียงจันทน์ล้านช้างส่วนพระบางประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงทอง จึงได้ชื่อว่าหลวงพระบางมาจนถึงบัดนี้ บางครั้งก็เรียกชื่อว่าล้านช้างหลวงพระบาง และได้สร้างวัดเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตขึ้นเป็นพิเศษ พระองค์ได้ทรงสร้างพระธาตุหลวง ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นยอดเยี่ยมของลาวเมื่อ พ.ศ. 2109 ซึ่งต่อมาได้ถูกพวกปล้นจากยูนนานทำลายเสียหายไปมาก


นอกจากพระองค์จะได้ทรงสร้างพระธาตุ อื่น ๆ และพระพุทธรูปสำคัญ ๆ อีกมากมาย เช่น พระเจ้าองค์ตื้อ ที่เวียงจันทน์ พระเจ้าองค์ตื้อ ที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย พระเสริม พระสุก พระใส พระอินทร์แปลง พระองค์แสน ทรงสร้างวัดพระธาตุ ที่จังหวัดหนองคาย และพระธาตุที่จมน้ำโขงอยู่ พระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย สร้างวัดศรีเมือง จังหวัดหนองคาย และพระประธานในโบสถ์ นามว่า พระไชยเชษฐา พระศรีโคตรบูร ที่แขวงคำม่วน พระธาตุอิงรัง ที่แขวงสุวรรณเขต (สุวรรณเขต) พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และทรงปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม เป็นต้น






สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชเมื่อครั้งยกทัพไปตีเมืองพิษณุโลก จากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2550)



พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงประคับประคองนำราชอาณาจักรล้านช้างผ่านพ้นภัยการเป็นเมืองขึ้นของพม่าไปได้ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ แม้ว่าในขณะนั้นอาณาจักรล้านนา (เสียแก่พม่า พ.ศ. 2101) และอาณาจักรอยุธยา (เสียแก่พม่า พ.ศ. 2107) ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าแล้ว แต่หลังจากพระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2114 พอมาถึง พ.ศ. 2117-2118 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองได้ยกทัพมาตีลาวและได้รับชัยชนะ และทรงนำโอรสองค์เดียวของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชซึ่งประสูติในปีที่สวรรคต ไว้เป็นประกันที่หงสาวดีด้วย ต่อจากนั้นมาหลายปีแผ่นดินลาวก็วุ่นวายด้วยเรื่องราชสมบัติ


จน พ.ศ. 2134 พระเถระเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ จึงได้ประชุมกันลงมติให้ส่งทูตไปเชิญเจ้าชายหน่อแก้วกุมาร ซึ่งเป็นตัวประกันอยู่ประเทศพม่ากลับมาครองราชย์ และในเวลานั้นพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตลง พม่าเริ่มอ่อนแอลง และเจ้าหน่อแก้วกุมารขึ้นครองราชย์สมบัติ พ.ศ. 2135 และประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นกับพม่าต่อไป


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 8 มี.ค. 2552 (22:07)
133761

ผมมีหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่งที่จัดพิมพ์โดย สำนักโบราณคดีและพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ คือ หนังสือชื่อ "ลำดับกษัตริย์ลาว" สำหรับผู้สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับลาว หรือหากใครอยากพูดสำเนียงลาวหรืออีสาน เชิญทางนี้ครับ >>> เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 193 10 มี.ค. 2552 (23:13)

ขณะที่ผมอยู่ที่เวียงจันทน์นี้ เป็นช่วงที่จบชั้นป.7 และอยู่ระหว่างปิดเทอมใหญ่ ทางโรงเรียนวัดพลับพลาชัยจะมีการจัดงานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดของระดับประถมศึกษาตอนปลายทุกปี พูดเสียแลดูดีเชียว คือจบขั้นสูงสุดของโรงเรียนนั่นเอง แต่ระหว่างปิดเทอมใหญ่ก็จะมีการนัดนักเรียนมาซ้อมการรับประกาศนียบัตร คล้ายๆซ้อมรับปริญญานั่นแหละ แต่ผมไม่สามารถมาได้เพราะอยู่ต่างประเทศ (ฟังดูเท่ดีจัง) ผมก็ไปวันที่มีพิธีเลยโดยไม่ได้ซ้อม ครูวินัย สุขยืด ครูประจำชั้นของอาจารย์นิรันดร์นี่เองที่เป็นแม่งานหลักในพิธี ท่านก็ยืนเช็คชื่อนักเรียนทีละคนให้เดินเข้าห้องประชุม ใครที่ไม่ได้มาซ้อม ครูก็จะไม่ให้เข้าห้องเพราะดูเหมือนไม่รับผิดชอบตามที่นัดหมาย พอมาถึงผมท่านก็ไม่ยอมให้เข้าห้อง ผมต้องบอกความจำเป็นที่ต้องไปอยู่เวียงจันทน์ ท่านไม่ยอมเชื่อ กลับมองดูเหมือนผมมาหลอกท่าน ท่านก็ซักต่อไปว่า เดินทางอย่างไร เวียงจันทน์อยู่ที่ไหน มีอะไรสำคัญ อยู่ตรงข้ามกับจังหวัดอะไร โอ้โห เหมือนกับสอบปากเปล่าวิชาภูมิศาสตร์-ประวัติศาสตร์เลยครับ คราวนี้ผมก็ร่ายยาวเลยครับ งัดเอาความรู้ที่ได้มาจากชีวิตจริงมาเป็นฉากๆเลย ครูวินัยซึ่งสอนวิชาสังคมศึกษาอยู่แล้ว ได้แต่ฟังแล้วยิ้ม สังเกตุดูสายตาท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตา ท่านบอกว่า พอแล้ว ครูเชื่อเธอ เข้าห้องประชุมได้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าจากการที่ผมได้คะแนนเกือบตกเป็นที่สุดท้ายของห้อง กลับมาสอบได้ที่ 6 และได้คะแนนดีเสียด้วยในตอนจบชั้นป.7 ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ผมจำอะไรเกี่ยวกับรื่องราวที่เรียนในห้องแทบไม่ได้เลย แต่แปลกตรงที่ผมกลับจำเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมได้มากมายและแม่นยำดังที่ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายฟังมาตั้งแต่ต้น เรื่องราวต่างๆตลอดจนผู้คนที่ผมรู้จักและเกี่ยวข้องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผมแม้เพียงช่วงเวลา 3 ปีที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยกลับมีส่วนทำให้ชีวิตของผมพลิกผัน ทำให้ผมเข้าใจชีวิต เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตลอดจนกระทั่งเข้าใจวิธีการดำรงชีวิตอย่างสนุกสนานและมีความสุข

ผมเฝ้าถามตัวเองว่าทุกวันนี้เราเรียน เราได้รับการศึกษาโดยบรรุวัตถุประสงค์หลักของประเทศแล้วหรือยังคือ เรียนเพื่อรู้ เรียนเพื่อทำเป็น เรียนเพื่อการดำรงอยู่ และเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขในสังคมตามความสามารถของแต่ละคน จะเห็นว่าปรัชญาทั้ง 4 ข้อนี้ไม่ได้บอกว่า ใครเก่ง ใครแน่ ใครฉลาด ใครโง่ หรือเน้นให้เรียนอาชีพอะไรเป็นหลัก หรือเรียนไปเพื่อจะเป็นเจ้าคนนายคน ในทางตรงข้าม เป็นปรัชญาที่ทำให้มนุษย์รู้จักการเรียนรู้ ทำเป็น และที่สำคัญคืออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข (ไม่ว่าจะโง่หรือฉลาด)

เรื่องราวที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยยังไม่จบเท่านี้ ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องจิตและวิญญาณที่โรงเรียน และอีกมากมาย ขณะนี้ผมมาสอนหนังสือในต่างประเทศ คิดอะไรออก กลัวลืม เลยแวะมาเขียน ว่างๆจะเข้ามาเล่าใหม่ครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 16 มี.ค. 2552 (16:59)
135388

พูดถึงเพื่อนผู้เป็นกัณยาณมิตรที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านการเรียน อดที่จะพูดถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งไม่ได้ เป็นเพื่อนที่เรียนเก่งมากสอบได้ที่ 1 ของห้อง ป.6/16 "ณัฐชัย อร่ามรัศมีวานิชย์" ดูรูป ผมถ่ายรูปนี้ให้ณัฐชัย โดยใช้กล้องตัวแรกที่แม่ซื้อให้ยี่ห้อ KODAK สมัยก่อนใช้ฟิล์มขาว-ดำแบบม้วนใหญ่ขนาด 3 นิ้ว มี 12 รูป ภาพนี้ถ่ายร่วมกับคุณครูฝึกสอนอีกท่านหนึ่งจากวิทยาลัยครูสวนดุสิต แต่ครูก็ไม่เคยไม่ดุศิษย์ ผมจำชื่อครูไม่ได้เสียแล้ว เพราะท่านมาสอนอยู่ไม่นาน จำได้ว่าครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องเกี่ยวกับการสันดาปของเครื่องยนต์ ผมยังจำแบบจำลองลูกสูบที่ครูทำขึ้นจากกระป๋อง แล้วทำให้มันมีการจุดระเบิดได้ ผมชอบมากเพราะรู้สึกว่าในชั้นเรียนค่อยสนุกที่มีเสียงตูมตามบ้าง

ผมเจอณัฐชัยอีกสองตรั้งหลังจากจบจากโรงเรียนวัดพลับพลาชัย ครั้งแรกตอนที่ณัฐชัยเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า 30 กว่าปีมาแล้ว ส่วนอีกครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เจอใน Lounge ของการบินไทย ที่สนามบินที่ไหนสักแห่งในต่างประเทศ จะเป็นที่ญี่ปุ่น หรือที่ไหนผมจำไม่ได้แล้ว ณัฐชัยเล่าว่าทำงาน บริษัท Gas เชื้อเพลิง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 16 มี.ค. 2552 (18:02)

คห 194 รูปคนที่ยืนกับรูปคนที่ลูกศรชี้ ในสายตาของดิฉันเห็นว่าน่าจะเป็นคนล่ะคนกันค่ะ


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 16 มี.ค. 2552 (18:16)

ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันครับ เพราะเราคบกันมาหลายปี และผมก็เป็นคนถ่ายรูปเองครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 16 มี.ค. 2552 (22:19)
135433

กล้องเดียวกับที่ถ่ายรูปข้างบน ผมก็เอาไปใช้ถ่ายรูปการแสดงรื่นเริงวันปีใหม่ ตอนที่ผมเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตีทัดสิงหเสนี ราวปี พ.ศ. 2508 รำอะไรก็ไม่รู้เกี่ยวกับพญนาค แถวนั่งแต่งชุดสีเขียว แถวยืนแต่งชุดสีเหลือง
ในรูปนี้ผมจำเพื่อนได้เพียง 4 คน คือ
นิตยา ที่บ้านขายแหและอุปกรณ์หาปลาแถวคลองมหานาค
เซี่ยมเง็ก ชอบถักผมเปีย หน้าตาสะสวย คนชอบบอกว่าเหมือนนางเอกหนังจีน ชอบร้องเพลง เพลงโปรดของเธอสมัยนั้นคือ "เซี่ยมซีเสี่ยงรัก" ของคุณสมยศ ทัศนพันธ์ คิดดูก็แล้วกันครับว่า สมัยโบราณแค่ไหน ทดลองฟังเพลงที่นี่ >>> http://www.4shared.com/file/19956090/138efd15/_-__.html?s=1
ศรีสมพร บ้านอยู่ที่บ้านพักพนักงานโรงไฟฟ้าของโรงหนังเฉลิมเขตร์ โรงหนังนี้ปั่นไฟฟ้าใช้เองครับ ตอนหลังศรีสมพรมาเรียนต่อที่โรงเรียนพลับพลาชัยเช่นกัน ผมมีเรื่องราวที่ตื่นเต้นเกี่ยวกับศรีสมพร จะเล่าให้ฟังโอกาสหน้า เพราะเรื่องมันยาว
พรทิพย์ อุยะกูล บ้านอยู่หน้าโรงเรียน ปัจจุบันรื้อไปแล้ว ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคล "โบอัน" ขายในเลื่อยขนาดยักษ์สำหรับโรงเลื่อยไม้ เป็นหัวหน้าห้องนั่งติดกับผมตอนเรียนชั้นป.3 ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท ปตท.


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 17 มี.ค. 2552 (02:39)
135464

ในงานแสดงของโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีปีนั้น มีอีกอย่างหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำ คือครูให้มีการแสดงเรื่อง "กระตั้วแทงเสือ"  เป็นการละเล่นหนึ่งที่เป็นการละเล่นของไทย ตัวละครในกระตั้วแทงเสือมี  บ้องตัน  จุก  แกละ นางเมียของบ้องตัน  และเสือ จุกกับแกละเป็นลูกของบ้องตัน นางเมียฯจะมีหนึ่งคนหรือสองคนก็ได้  ถ้ามีสองคนส่วนมากคนหนึ่งจะเป็นผู้หญิงและอีกคนหนึ่งเป็นกระเทย 

ครูสุภา ที่กล่าวถึงข้างบนอยากให้ผมแสดงเป็นเสือ แต่ผมไม่กล้า บังเอิญสมเกียรติ(ที่ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยด้วยกัน) ตีลังกาเก่ง ครูสุภาเลยให้แสดงเป็นเสือ ส่วนเพื่อนรักของผมอีกคนหนึ่งคือ "สุรเทพ โลหิตกุล" แสดงเป็นเมียของบ้องตัน จำได้ว่าผมหาซื้อหน้ากากเสือแถวๆบางลำพูมาให้สมเกียรติขอยืมใช้

"สุรเทพ โลหิตกุล" ไม่ได้ตามมาเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย แต่เรียนต่อจนจบชั้น ป.7 ที่โรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีแล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ แล้วต่อมาไปเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาปรัชญาทฤษฎีการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นอุปนายกองค์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลมากมาย ปัจจุบันทำงานที่บริษัทอาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานตัวแทนและการตลาด   ดูแลรับผิดชอบทางด้านการฝึกอบรมหรือเทรนนิ่ง ให้กับฝ่ายขาย เพื่อพัฒนายกระดับตัวแทนที่มีอยู่ขณะนี้ 2,000 คนให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น 

สุรเทพ เป็นกัณยาณมิตรของผมอีกคนหนึ่ง มีความจริงใจ สื่อสัตย์สุจริต หากเลือกได้ ผมอยากให้สุรเทพ เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนกันนะครับ 


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 18 มี.ค. 2552 (22:05)

ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนวัดพลับพลาชัยทุกรุ่น ลงทะเบียนศิษย์เก่า เพื่อเป็นการสร้างเครือข่าย ศิษย์เก่า โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของโรงเรียนวัดพลับพลาชัย http://www.plubpla.ac.th


potter1326
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 19 มี.ค. 2552 (21:09)

เว็บไซต์ของโรงเรียนวัดพลับพลาชัย http://www.plubpla.ac.th

เข้าไปดูแล้วครับ มีคนลงทะเบียนอยู่ 15 คน (โรงเรียนตั้งมาเกือบ 50 ปีแล้ว) อีกไม่นานคงมีมาเพิ่มเรื่อยๆ ช่วยบอกต่อๆกันด้วยครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 19 มี.ค. 2552 (21:51)

ตอนนี้ มี 16 คนแล้วครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 22 มี.ค. 2552 (21:34)










00010 วิชาติ วิทยาทอง ขายผัก - 2550

ศิษย์เก่ารหัส 00010 เพิ่งจะจบสงสัยเป็นญาติกับ ชูชัย และ ชาญชัย วิทยาทอง เพราะนามสกุลเดียวกัน


133554

 นายแพทย์ ชูชัย วิทยาทอง (รูปตอนเด็ก)


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 24 มี.ค. 2552 (01:56)
สังคมจะเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมทรามลง อยู่ที่การปลูกฝังความรู้สึกนึกคิดและความรับผิดชอบให้แก่เยาวชน เด็กๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทำอะไรหลายอย่างแบบไร้เดียงสา ตามความสนุกคึกคะนองซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็ก การกระทำหลายอย่างที่สนุกแต่ก็จะละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่มีความเกรงใจ ตัวอย่างง่ายๆที่เห็นอยู่ทุกวันนี้คือ การไม่เข้าคิวเลือกซิ้อของ หรือทำกิจกรรมใดๆ มักจะมีการแซงคิว หรือแย่งกันขึ้นรถเมล์โดยไม่มีการเข้าคิว สงสารคนแก่ที่ต้องยืนรอคอยนานแล้วยังถูกแซงคิว หรือความมักง่ายที่ยืนสูบบุหรี่ที่ปั๊มน้ำมัน ร้านขายของที่ปั๊มยังบริการเอาที่เขี้ยบุหรี่มาให้เสียอีก จะได้มีคนเข้ามาใช้บริการ ความสำนึกนึกและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมเหล่านี้ เราอาจมีสอนกันบ้างในโรงเรียนแต่เราไม่เคยเน้นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นในสังคม จะเห็นได้จากครูเองหลายคนก็เพิกเฉยไม่สเน้นสั่งสอนเด็ก หรือบางทีก็ทำตัวเป็นตัวอย่างที่เลว

สมัยที่ผมเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ครูทั้งหลายท่านเน้นเรื่องความสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคมมาก หากนักเรียนคนไหนทำนอกลู่นอกทางฏ็จะถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก โดยเฉพาะการเอามาเฆี่ยนตีหน้าเสาธงช่วงเข้าแถวตอนเช้า นักเรียนจะกลัวและหลาบจำ ไม่กล้าทำสิ่งที่จะทำให้สังคมเสื่อมทราม ปัจจุบันนี้ครูเฆี่ยนตีนักเรียนไม่ได้เสียแล้ว มิหนำซ้ำผู้ปกครองที่ร่ำรวยมีอิทธพล เมื่อลูกทำผิดยังชอบมาเบ่งที่โรงเรียนเสียอีก (เพื่อนๆที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนหลายคนเล่าให้ฟัง) ทุกวันนี้ผมยังนึกขอบพระคุณคุณครูของโรงเรียนวัดพลับพลาชัยที่นอกจากจะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แล้วและปลูกผังความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

136793

ผมมีเพื่อนรักที่เรียกว่าซี้กันมาก ชอบสนุก ทะลึ่งและซุกซนด้วยกัน ตอนเรียนชั้น ป.5 คือ ชูชาติ หิรัญทัศนียกุล เขาเป็นคนรูปร่างเล็กๆผอมบาง ไปไหนไปด้วยกัน เรียกว่าเป็น Buddy กันเลยก็ว่าได้ ห้องประจำชั้นของเราอยู่ชั้น 3 ของอาคาร 1 หน้าต่างห้องเรียนหันไปทางด้านหลังตึกแถวที่อยู่ติดกัน ด้านหลังของตึกแถวแต่ละห้องมักจะเป็นเหมือนลานอเนกประสงค์หลังบ้านที่ใช้ซักผ้า หุงหาอาหาร หรือกิจกรรมอื่นๆ  บังเอิญบริเวณโต๊ะที่ผมและชูชาตินั่งนั้นอยู่ตรงริมหน้าต่างที่ติดกับห้องแถวห้องหนึ่งที่เจ้าของมักจะมาหุงหาอาหาร กลิ่นของอาหารมันมักจะลอยขึ้นมาชวนให้หิวข้าวมาก ช่วงที่ว่างหรือระหว่างที่ไม่มีครูอยู่ในห้อง ผมกับชูชาติมักจะมายืนดู "เจ๊" เจ้าของห้องแถวผัดกับข้าวด้วยลีลาต่างๆ น่าดู(และหิวข้าว)มาก เรารู้สึกสนุกมากที่ยืนดูเจ๊ทำกับข้าวทุกวันเป็นประจำ บางทีเจ๊ก็เหลียวขึ้นมามองดูเรา เราก็ได้แต่ยิ้มให้เจ๊เป็นประจำ

127550
ต่อมาไม่นาน ครูวิไล ครูประจำชั้นของเราก็เข้ามาอบรมสั่งสอนว่า "เจ๊"มาฟ้องว่ามีนักเรียนมาชอบยืนมองละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ท่านก็ได้อบรมสั่งสอนด้วยคำพูดที่เราไม่เคยลืมเลือน ผมกับชูชาติมองหน้ากันแล้วหลบหน้าครูวิไล ด้วยอาการเสียวว่าครูจะจับได้ แต่นักเรียนตั้ง 40 คน ครูวิไลคงไม่มีวันรู้ได้ เพราะใครก็มอง "เจ๊"ได้ ความคึกคะนองของเรา ที่มองดูเจ๊อย่างสนุกสนานมิหนำซ้ำยังยิ้มทักทายให้เจ๊ด้วยนั้นเราเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เจ๊กลับโกรธมากที่มีคนมาแอบมอง ถ้าครูวิไลไม่มาอบรมสั่งสอน เราก็คงเข้าข้างตัวเองว่าปกติ แต่เจ๊ขี้โมโหไปเอง แล้วก็ทำต่อไป

ครูที่มีวิญญาณของความเป็นครู เมื่อเห็นอะไรไม่ถูกต้องจะต้องอบรมสั่งสอนเด็กทันทีโดยไม่รอช้า เพราะความไม่เดียงสาของเด็ก หากปล่อยไปบ่อยๆ คนในสังคมที่เติบโตขึ้นมาก็จะเป็นสังคมที่ไร้มารยาทอันดีงาม

ชูชาติเป็นคนที่พูดไม่ค่อยชัด แต่ละคำมักจะออกเสียงปน ก.ไก่ออกมา เช่น จะพูดคำว่า "ชูชาติ" เขาจะออกเสียงเป็น "กูก้าต" ถ้าจะเรียกชื่อเพื่อน "จันทร์ชัย" ก็จะออกเสียงเป็น "กรรไกร" คบกันแรกๆก็ดูแปลกดี แต่คบกันไปจนเป็นเพื่อนซี้ก็ฟังแล้วคุ้นหูไปเอง บ้านของชูชาติอยู่แถวสะพานขาวเลยตลาดมหานาคไปหน่อยเดียว ผมเคยไปเล่นที่บ้านของชูชาติหลายครั้ง เขาแนะนำให้รู้จักน้องชาย แปลกมากที่น้องชายของชูชาติก็พูดไม่ชัด แทนที่จะออกเสียงปน ก.ไก่ แบบชูชาติ กลับออกเสียงปน อ.อ่าง เช่นพูดคำว่า "ชูชาติ" ก็จะออกเสียงเป็น "อูอ๊าต" เป็นต้น

นามสกุลของชูชาติ คือ "หิรัญทัศนียกุล" การที่มีคำว่า "หิรัญ"หลายคนคิดว่าเป็นญาติกับนักมวย เพราะเรามักจะไปนึกถึงนักเตะชื่อดังสมัยนั้นคือ "อภิเดช ศิษย์หิรัญ - วิกิพีเดีย" หรือ "จอมเตะแห่งบางนกแขวก"









อภิเดช ศิษย์หิรัญ


อภิเดช





แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 28 มี.ค. 2552 (04:11)
137840

สมัยก่อนนี้ ก่อนจะจบจากโรงเรียนก็จะมีการเซ็นสมุดมิตรภาพ และแลกเปลี่ยนรูปถ่ายกัน ผมยังคงเก็บสมุดพวกนี้ไว้ เวลาเอามาดูแล้ว หวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ สนุกดีเหมือนกันครับ บางรูปดูแล้วขำกลิ้งเหมือนกัน เพราะเวลาแอ็กท่าถ่ายรูปสมัยก่อนกับเดี๋ยวนี้มันต่างกัน หลายคนเวลานั่ง ช่างถ่ายรูปจะบอกให้เอามือกอดพนักเก้าอี้ที่วางข้างหน้า เหมือนที่ชูชาตินั่ง บางคนก็เกาะเก้าอี้หวาย ดูแล้วโบราณจัง!

ชูชาติที่ผมกล่าวถึงข้างต้นเป็นคนมีลายมือสวย ผมมักจะมาของลอกสมุดจดงานที่จดไม่ทันขณะเรียนในห้องจากชูชาติ เชิญดูตัวอย่างเพื่อนๆที่เขียนสมุดมิตรภาพให้ครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 205 28 มี.ค. 2552 (04:18)
137841

ของอาจารย์นิรันดร์ก็มีเหมือนกันครับ สมัยก่อนนี้ค่าถ่ายรูปตามร้านแพงมาก คุณพ่อของอาจารย์นิรันดร์เป็นนักเรียนทุนเรียน จบฟิสิกส์จากต่างประเทศเหมือนกัน ถ่ายรูปเก่งแบบเดียวกับอาจารย์นิรันดร์ คุณพ่อของอาจารย์นิรันดร์ใช้วิธีถ่ายเองที่บ้าน แล้วไปอัดจากฟิล์มของเราเองจะถูกกว่า ฉากหลังใช้ผ้าขนหนูขึงเป็นพื้น เนื่องจากกล้องของคุณพ่ออาจารย์นิรันดร์คุณภาพดีมาก สามารถมองเห็นลายของผ้าขนหนูเป็นเม็ดกลมๆได้ชัดเจน เสียดายที่ผมไม่ทราบเก็บไว้ที่ไหน สูญหายไปตอนย้ายบ้าน


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 28 มี.ค. 2552 (04:32)
137842

ของคุณหมอยศอนันต์ก็มีครับ แต่สมัยก่อนยังเป็นแค่เด็กชายยศอนันต์
เมื่อก่อนนี้เราไม่เรียก "กรุงเทพมหานคร" แต่เราจะเรียกว่า "จังหวัดพระนคร" ดูที่อยู่ของยศอนันต์ จะเห็นเขียนไว้อย่างนั้น

สมุดบันทึกพวกนี้นอกจากจะบันทึกรูปและความประทับใจของเพื่อนๆแล้ว ยังบอกเหตุการณ์ต่างๆทางประวัติศาสตร์ได้เหมือนกัน เช่นเรื่องชื่อของกรุงเทพมหานคร ความจริงหลังจาก "จังหวัดพระนคร" ยังมีเปลี่ยนไปอีกหลายชื่อ เช่น นครหลวงกรุงเทพ-ธนบุรี ก็ยังมี แต่เรื่มแรกก็คือ "บางกอก" บางทีผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คำว่า "บางกอก" ของเรา เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Bangkok ฝรั่งอ่าน "แบ๊งคอก" ทำไม่เราจะต้องเรียกตามฝรั่งว่า "แบ๊งคอก" ทั้งๆที่เป็นชื่อไทย ถ้าเขาอ่านไม่ชัดน่าจะบอกให้เขาอ่านให้ชัด แต่คนเยอรมันอ่านคำว่า Bangkok แบบภาษาเยอรมัน ซึ่งออกเสียงเหมือนของไทยคือ "บางกอก" เช่นเดียวกัน

ถ้าชื่อ"จันทร์ชัย" เขียนเป็น "Janchai" ถ้าให้ฝรั่งเยอรมันอ่านแล้วมันจะไปกันใหญ่ คือ ตัว J ในภาษาเยอรมันจะออกเสียงเป็น ย.ยักษ์ และบางที่ ตัว ch จะออกเสียงเป็น ข.ไข่ เวลาเขาเรียกชื่อ Janchai เป็นแบบภาษาเยอรมันฟังดูแล้วพิกลมาก ถ้าอ่านสลับที่ยิ่งแล้วใหญ่


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 28 มี.ค. 2552 (04:46)
137843

ของณัฐชัยก็มีครับ ดังที่บอกแล้วว่ารูปถ่ายสมัยก่อนแพงมาก นักเรียนหลายคนใช้รูปถ่ายตลอดหลายปี หรือบางทีก็เอามาจากที่ถ่ายตอนอยู่โรงเรียนก่าก็มี

ณัฐชัยก่อนที่จะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย เขาเรียนที่โรงเรียนจีนที่มีชื่อว่า "โรงเรียนโรจน์ปัญญา" ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนวัดพลับพลาชัย ปักอักษรย่อว่า ร.ป. เช่นที่หน้าอกเสื้อของณัฐชัย เพื่อนๆมักจะล้อนักเรียนที่มาจากโรงเรียนนี้ว่ามากจากโรงเรียน "เหล่าแปะ = ร.ป." ซึ่งเป็นภาษาจีนหมายถึงโรงเรียน "ตาแป๊ะแก่" นั่นเอง


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 7 เม.ย. 2552 (03:20)
139923

เว็บไซต์ของโรงเรียนวัดพลับพลาชัย http://www.plubpla.ac.th
ทำไมจึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ งง!


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 7 เม.ย. 2552 (15:31)

อืม ... เด็กชายชูชาติ ยศอนันต์ และ ณัฐชัย ลายมือเหมือนผู้ใหญ่ที่ลายมือสวย


ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4127 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 7 เม.ย. 2552 (20:28)

ลายมือผู้เฒ่าอย่างผมตอนนี้ก็เหมือนลายมือเด็กสิบขวบครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 13 เม.ย. 2552 (10:38)

135433


เหตุการณ์หลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งสมหวังและผิดหวัง บางครั้งเรารู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำลงไปโดยไม่ตั้งใจและเป็นความเข้าใจผิด แต่ไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจ และเราได้สูญเสียโอกาสนั้นไปตลอดชีวิต เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับผมและศรีสมพร เพื่อนที่ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนพลับพลาชัยจากโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆของเด็ก แต่มันก็อยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา


ศรีสมพร บ้านอยู่ที่บ้านพักพนักงานโรงไฟฟ้าของโรงหนังเฉลิมเขตร์ โรงหนังนี้ปั่นไฟฟ้าใช้เองครับ เธอเป็นเด็กหญิงที่น่ารัก หน้าตาสวยและที่สำคัญคือเธอมีขนตาที่ยาวและงอนมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา สมัยที่เราเรียนชั้น ป.4 ด้วยกัน ผมจำได้แม่นว่าเธอพูดจาไพเราะมาก เป็นคนร่าเริงสนุกสนานมีอารมณ์ขัน น่าพูดคุยด้วย เวลาพักเธอมักจะมาพูดคุยหยอกล้อกับผม ผมยังจำภาพที่เธอชอบเอาเศษกระดาษชิ้นเล็กๆมาวางบนขนตาซึ่งยาวงอน แล้วกระพริบ "ปิ๊งๆ" เพื่อให้เศษกระดาษกระดกออกมาจากขนตา เราค่อนข้างสนิทกันมาก


เมื่อย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยด้วยกัน เราก็ยังอยู่ห้องเดียวกันคือ ป. 5/11 ช่วงปลายปี เราเรียนเรื่อง "การเขียนกราฟเส้นตรงบนแกน x และแกน y" ช่วงนั้นเป็นช่วงใกล้วันปีใหม่ มีงานรื่นเริงในโรงเรียนและแต่ละห้องก็มีการจับฉลากแลกของขวัญ ผมจับได้แป้งมันถุงใหญ่ ดีใจมากตามประสาเด็ก กะว่าจะเอาไปให้แม่ทำอาหาร แต่แล้วครูก็เข้ามาบอกว่าต้องส่งงานเกี่ยวกับเรื่องกราฟ ไม่เช่นนั้นจะลงโทษ ผมไม่ค่อยตั้งใจเรียนอยู่แล้ว ไม่รู้เรื่องกลัวถูกลงโทษเลยไปขอร้องให้เพื่อนที่เรียนเก่งและนั่งใกล้ๆศรีสมพรช่วยสอนให้ ผมก็ลากเก้าอี้ของศรีสมพรมานั่งใกล้เพื่อนหวังให้ช่วยสอน สักพักหนึ่งศรีสมพรเข้ามาถามบางอย่าง ซึ่งผมเข้าใจเธอพูดว่า "เธอเอากราฟของเราไปหรือเปล่า"  ผมตอบไปว่า "เปล่า เราก็มีของเราเอง(ผมหมายถึงสมุดกราฟ)" อันที่จริงศรีสมพรถามผมว่า "เธอเอาเก้าอี้ของเราไปหรือเปล่า" สักพักใหญ่ๆศรีสมพรรู้ว่าผมเอาเก้าอี้ของเธอมานั่งแล้วยังโกหกอีก (อันที่จริงเป็นความเข้าใจผิดจากการฟังไม่ชัด) เธอโกรธมากตรงเข้ามาต่อว่าผมอย่างแรง แถมยังเอาถุงแป้งมันขนาดใหญ่ที่ผมจับฉลากได้มาขว้างใส่ผมอย่างแรง แต่ผมหลบทัน ถุงแป้งมันเลยไปกระทบกระดานดำแตกกระจายขาวไปทั่วห้อง ครูเรียกเราทั้งสองคนไปลงโทษ แต่ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรงเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนที่บังเอิญเป็นเวรกวาดห้องในวันนั้น (สมัยก่อนเรามีการจัดตารางเวรให้นักเรียนสลับกันทำความสะอาดห้องก่อนกลับบ้าน เดี๋ยวนี้ไม่รู้ยังมีอยู่อีกหรือเปล่า)


ศรีสมพรเธอไม่ยอมมองหน้าผมอีกเลย ผมก็ไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกับเธอว่าผมฟังผิดไปเอง ไม่ได้มีเจตนาร้าย หรือโกหกเลย เราจบชั้น ป.5 หลังจากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสพบเธออีกเลย เข้าใจว่าเธอออกจากโรงเรียนวัดพลับพลาชัยไปอยู่โรงเรียนอื่นที่ไหนก็ไม่ทราบ ผมเสียเพื่อนดีๆที่น่ารักไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยยังมิได้กล่าวคำว่า "ผมเสียใจ"


 


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 13 เม.ย. 2552 (10:46)

ซึ้งใจจังครับ เรื่องแบบนี้
แล้ว อ.แชชนะก็ไม่ได้พอเธอ (ศรีสมพร ) อีกเลยตั้งแต่นั้นมาเลยรึครับ แล้วถ้าเขาโตขึ้น อ. จะจำหน้าได้รึเปล่าครับแล้วอ.ทราบไหมครับ ว่าเขาทำงานอะไร

ผมว่าเธอคงจะยกโทษให้แล้วละครับ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เอง ผมว่าถ้าแค่ได้เจอกันเขาคงจะลืมจนหมดสิ้นเลยละครับ จากความรู้สึกที่ได้พบเพื่อนเก่า
ปล.ชอบกระทู้นี้จัง


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 13 เม.ย. 2552 (16:25)

ผมไม่พบศรีสมพรอีกเลยครับ ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ผมได้มีโอกาสพบกับ "พรทิพย์" เพื่อนสนิทของศรีสมพร เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เยอรมนี เธอเรียนจบจากธรรมศาสตร์ เมื่อเร็วๆนี้ผมสืบค้นจาก Internet ก็พบว่าพรทิทย์ (หัวหน้าห้องของเราตอนเรียนชั้นประถม) เดี๋ยวนี้ใหญ่โตมาก เป็นถึงผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดซื้อของ ปตท. เวลาโทรศัพท์ไปหาต้องผ่านเลขาหน้าห้องก่อน แสดงว่าใหญ่จริง ฟังจากโทรศัพท์ เสียงของเธอนุ่มฟังดูไพเราะไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่สมัยเด็ก หากไม่มี Internet เราคงไม่สามารถค้นหาเพื่อนๆเก่าๆได้เลย ผมว่าจะไปเยี่ยมเธออยู่เหมือนกัน แต่ต้องรอให้เขาเลิกปิดถนนก่อนครับ !


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 13 เม.ย. 2552 (23:59)
141102


ชื่อของคนเป็นสิ่งที่เราตั้งขึ้นมาเพื่อใช้แทนหรือใช้เรียกบุคคล บางครั้งชื่อก็อาจสมตัว บางครั้งก็อาจไม่สมตัวแบบตรงกันข้าม ดังในเนื้อเพลงต่อไปนี้

.......คนชื่อน้อยโตใหญ่ก็มากมี คนชื่อมีทุกข์ยากก็เหลือหลาย
คนชื่อบุญหลาย ตายไปเมื่อวานนี้
คนที่ตายก็จงเอาไปฝัง คนที่ยังก็จงทำความดี
โอ๊ย มันบ่แน่ดอกนาย.....
จากเพลง "โอ๊ย มันบ่แน่ดอกนาย" ของ พรพิมล ธรรมสาร - ร้องเพลง โอ๊ย มันบ่แน่ดอกนาย (คาราโอเกะ)

ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยสมัยก่อนนั้น มีคุณครูผู้หนึ่งที่ผมให้ความเคารพนับถือ ท่านคือ "ครูปัญหา ฤกษ์จำนง" ครูปัญหาไม่เคยสอนผมโดยตรง แต่ก็เคยร่วมกิจกรรมกับท่านช่วงสั้นๆ

ชื่อของครูมันช่างต่างกันอย่างตรงข้ามกับสิ่งที่ครูได้ทำให้แก่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ครูไม่ได้สร้าง"ปัญหา"แก่โรงเรียน แต่ตรงข้ามครูช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆให้แก่โรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องเสียงหรืออุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ ครูปัญหาจะช่วย "ขจัดปัญหา"ไปได้สิ้น นักเรียนที่เป็นนักกิจกรรมมักจะร่วมงานกับครูปัญหาอย่างสนุกสนาน ห้องพักของครูจะอยู่ชั้นล่างสุดของมุมตึก ผมเดินผ่านประจำเห็นข้างในห้องจะเป็นที่เก็บของพวกเครื่องเสียงและสายไฟต่างๆรวมทั้งอุปกรณ์ทำกิจกรรมต่างๆมากมาย (สมัยเด็ก เวลาเดินเข้าไปก็กลัวไฟดูดอยู่เหมือนกันครับ)

นอกจากนั้นครูปัญหายังเป็นแม่งานหลักเกี่ยวกับกิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนด้วย


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 216 14 เม.ย. 2552 (09:54)

แล้วทราบไหมครับว่า คุณศรีสมพรอยู่ที่ไหนอะครับ ?


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 15 เม.ย. 2552 (01:43)
ตอบคุณ Timestar >>> ไม่ทราบครับว่า คุณศรีสมพรอยู่ที่ไหน โทรศัพท์ไปถามคุณพรทิพย์ เธอก็บอกว่าไม่ทราบ ไม่ได้พบกันตั้งนานแล้ว
--------------------------------------------------------------
141154

ตอนเรียนชั้น ป.7 ผมได้เล่าให้ฟังแล้วในตอนต้นว่า พ่อกับแม่ผมอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ส่วนผมอาศัยอยู่กับน้าสาว แถวฝั่งธนบุรี บ้านน้ามีห้องพระขนาดใหญ่ มีโต๊ะหมู่บูชาและพระเครื่องมากมาย ผมมีพระเครื่องที่ยายให้มาอยู่หลายองค์ ก็เอาไปไว้ที่ห้องพระ และเข้าไปกราบไหว้บูชาทุกวัน สมัยก่อนนี้เวลายายให้พระมาแล้วมักจะให้คาถาบูชาพระมาด้วย เช่น พระเครื่องหลวงพ่อทวดแห่งวัดช้างให้ ผู้เหยียบนำทะเลจืด คาถาบูชาหลวงพ่อทวด ผมยังจำได้แม่นยำว่า.... นโมโพธิสัตโต อาคันติมายะ อิตติภควา นอกจากนั้นยายยังสอนคาถาเอาไว้ท่องป้องกันตัว "คะมิโตเย สัทเทวะกัง ใครยะ มัยยะ นะมิหัง" อธิษฐาน ท่องคาถาแล้วเป่าไปรอบๆตัวจะคุ้มกันภัยได้ นอกจะหลวงพ่อทวดแล้วก็ยังมีพระเครื่องดังๆอื่น เช่น พระสมเด็จรุ่นต่างๆ แต่ที่นิยมในหมู่เพื่อนๆที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยสมัยนั้นคือ พระขุนแผน นัยว่าสวมแล้วผู้หญิงจะรัก และหลงไหล เราก็พยายามเสาะหามาห้อยคอกัน

141271

นักเรียนวัดพลับพลาขัยสมัยก่อนนี้หลายคนเล่นพระเครื่องกัน นอกจากพระเครื่องแล้วยังมีการเล่นไสยศาสตร์และคาถาอาคมอยู่หลายคน ผมเห็นแปลกดีก็เข้าร่วมกลุ่มทำกิจกรรมกับเขาอยู่หลายครั้ง มีเรื่องแปลกๆอยู่หลายเรื่องที่เราเองก็อธิบายไม่ได้ เช่นเรื่องของผีและวิญญาณต่างๆ การเล่นผีถ้วยแก้ว ซึ่งจะเล่าให้ฟังในตอนต่อๆไป เรื่องของความเชื่อเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ผมเคยเล่าให้แม่ฟังอยู่หลายเรื่อง แม่ก็เลยเล่าประสบการณ์ทางวิญญาณของท่านให้ผมฟังอยู่หลายเรื่องที่น่าประหลาดใจ แต่ท่านก็พยายามสอนให้ผมคิดในเชิงวิทยาศาสตร์อย่างมีเหตุมีผล มีอยู่เรื่องหนึ่งที่แม่เล่าให้ฟัง ซึ่งผมอยากจะเอามาเล่าต่อดังนั้ครับ.....

เหตุการณ์นี้เกิดก่อนที่ผมจะเกิดคือราวๆ 60 กว่าปีมาแล้ว......เราอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งริมคลองหลอด ข้างวัดราชบพิธ แถวๆบ้านหม้อ ในซอยศรีอยุธยา ซึ่งสมัยก่อนเป็นที่ตั้งของโรงหนังศรีอยุธยา (ปัจจุบันถูกรื้อทิ้งไปนานแล้ว) ข้างๆบ้านมีรั้วสังกะสีกั้นสูงแต่มีรอยตะปูและส่วนที่เป็นสนิมผุพังอยู่บ้าง หลอดไฟให้แสงสว่างริมทางก็พอมีบ้างแล้ว เพราะทางราชการเพิ่งเอามาติดตั้ง แต่ก็ติดๆดับๆ บางวันมี บางวันไม่มี.....

อยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านลือกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นบนต้นไม้ใกล้ๆบ้าน ถามไถ่ดูปรากฏว่าชาวบ้านเห็นแสงเรืองเป็นจุดสว่างอยู่บนใจกลางต้นไม้ในตำแหน่งที่สูง ต้องมาคอยดูกันตอนกลางคืน บริเวณนั้นจะมืดมากแต่ก็จะสามารถแลเห็นแสงสว่างเรืองๆเป็นจุดเฉพาะบนต้นไม้ได้ ชาวบ้านเริ่มเอาสิ่งของสักการะบูชามาวาง บ้างก็มาบนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์ช่วย เรื่มมีผ้าสีต่างๆมาผูกรอบต้นไม้ แต่ชาวบ้านบอกว่า ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์บางวันก็มาประทับ บางวันท่านก็ไม่มา แล้วแต่ว่าวันใดใครจะโชคดีเอาของมาถวายก็จะได้เจอท่าน ท่านจะมาปรากฏตัวเป็นแสงเรืองๆบนต้นไม้ ผู้ใดโชคไม่ดี มาก็จะไม่เจอท่าน คือมองไม่เห็นแสงเรือง


แม่ผมก็ไปดูกับเขาเหมือนกัน โชคดีที่วันนั้นท่านเสด็จมาประทับ แม่จึงมองเห็นแสงเรืองนั้น แต่แม่ผมมองเห็นต่างไปจากชาวบ้าน แม่เป็นครู และรู้ดีว่าการที่แสงจะไปปรากฏบนฉากได้จะต้องมีแหล่งกำเนิดแสง ท่านก็รอถึงเวลาดึกจนกระทั่งชาวบ้านกลับไปกันหมดแล้ว ท่านก็แอบมาดูท่านผู้วิเศษคนเดียว ท่านลองเอาแผ่นกระดาษขาวติดปลายไม้ไปวางตำแหน่งที่เกิดแสงเรืองนั้น ปรากกฏว่า "ท่านผู้วิเศษ" ก็มาประทับบนแผ่นกระดาษของแม่ แม่ก็เลื่อนแผ่นกระดาษออกมาเพื่อหาตำแหน่งของแหล่งกำเนิดแสง ท่านก็ไล่มาเรื่อยๆจนมาถึงรูตะปูผุๆบนแผ่นสังกะสีริมรั้ว และท่านก็ไล่ไปจนพบที่มาของ "ท่านผู้วิเศษ" ก็คือหลอดไฟฟ้าริมทางที่ทางราชการเพิ่งเอามาติดตั้ง ดังนั้นการที่ท่านผู้วิเศษบางวันเสด็จมา บางวันท่านก็ไม่เสด็จมาก็เพราะหลอดไฟฟ้าริมทางวันนั้นไม่ติดนั่นเอง


แต่แม่ก็ไม่กล้าไปบอกชาวบ้าน เพราะชาวบ้านศรัทธากันมาก ผมว่าแม่คงกลัวชาวบ้านจะทำร้ายเอาด้วยนะครับ แม่ก็เลยสอนว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจมีอยู่จริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ผมเคยห้อยพระเครื่องที่ยายให้มา อยู่มาวันหนึ่งสร้อยคอขาดตอนไหนก็ไม่ทราบ พระก็เลยหายไปด้วย ผมกลุ้มใจมาก ผมรู้สึกว่าการห้อยพระ หรือสวมแหวนหรือของมีค่า ไม่ใช่เป็นเครื่องสร้างความสุขให้เราเลย ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่เคยห้อยพระหรือประดับสิ่งมีค่าต่างๆบนร่างกายอีกเลย

บางคนเอาชิ้นส่วน เช่นผม หรือเถ้ากระดูกของบุพการีที่เสียชีวิตมาห้อยคอ เพื่อให้ท่านคุ้มครอง สำหรับผมแล้ว ผมเห็นว่าโครโมโซมบนร่างกายของผมนั้นคือชิ้นส่วนทางวัตถุที่ทั้งพ่อและแม่ให้มาอยู่ในทุกเซลบนตัวเรา สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือสิ่งที่พ่อแม่ของเราสั่งสอนให้เราเป็นคนดีและกุศลแห่งความดีที่เราอุทิศให้ท่านมากกว่า


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 15 เม.ย. 2552 (09:17)

ผมไม่เคยเล่นผีถ้วยแก้วเลยครับแต่เคยเห็นเพื่อนเล่นกันและในหนังสือ แต่ที่ผมเคยอ่านว่าที่ขยับได้เนื่องจากเวกเตอร์ของแรง ... อันนี้ไม่ทราบเลยครับหะหะ


timestar
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 94 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 16 เม.ย. 2552 (21:39)

ใช้ใส่สิ่งของหรือเปล่าค่ะ


clever_Guy
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 16 เม.ย. 2552 (22:04)

ผีถ้วยแก้ว - วิกิพีเดีย
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



ผีถ้วยแก้ว เป็นการละเล่นโบราณอย่างหนึ่งตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยเชื่อว่าเป็นการอัญเชิญวิญญาณ (หรือผี) มาสถิตในถ้วยแก้ว แล้วสอบถามเรื่องราวต่างๆ กับวิญญาณนั้นตามแต่จุดประสงค์ของผู้เล่น ผู้เล่นจะทราบคำตอบของคำถาม จากการเคลื่อนที่ของถ้วยแก้วไปบนตัวอักษรที่เขียนเอาไว้บนแผ่นกระดาษ

อุปกรณ์
อุปกรณ์ที่สำคัญมีเพียงแผ่นกระดาษหรือแผ่นไม้ ที่แบ่งเป็นช่องตารางสี่เหลี่ยมหรือวงกลม แล้วเขียนตัวอักษรหรือตัวเลขลงไปให้ครบถ้วน พร้อมทั้งถ้วยแก้วหรือภาชนะอย่างอื่นที่คล้ายกัน บ้างก็ใช้เหรียญแทนถ้วยแก้ว เรียกว่า ผีเหรียญ นอกเหนือจากนี้ก็อาจเตรียมเครื่องเซ่น และธูป 1 ดอกเป็นส่วนประกอบ

วิธีการเล่น
ก่อนเล่นจะต้องมีการอัญเชิญวิญญาณมาเข้าในถ้วย ผู้ที่เล่นต้องตั้งจิตเป็นสมาธิ เอานิ้วชี้แตะรวมกันไว้บนถ้วยแก้วที่คว่ำลง แล้วถามคำถามจากวิญญาณที่เชิญมาเข้าในถ้วย วิญญาณจะบังคับถ้วยแก้วให้เดินไปตามอักษรแต่ละตัว แล้วผสมออกมาเป็นคำเพื่อถอดความหมาย


การเล่นผีถ้วยแก้วมีข้อควรระวังคือ ห้ามนำมือออกจากถ้วยแก้วก่อนส่งวิญญาณกลับ มิฉะนั้นจะถูกวิญญาณทำร้ายหรือเข้าสิง



  • ผลลัพธ์วิดีโอสำหรับ ผีถ้วยแก้ว




















    ผีถ้วยแก้ว ouija
    10 นาที
    www.youtube.com













    ผีถ้วยแก้ว 1
    18 นาที
    video.google.com









  • แขชนะ
    ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 18 เม.ย. 2552 (02:15)
    141595

    เมื่อพูดถึงเรื่อง "ผีถ้วยแก้ว" ผมอดที่จะนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยไม่ได้ เขามีชื่อว่า "เอ็งฮี้ แซ่โล้ว" เป็นเพื่อนนักเรียนห้องเรียนที่อยู่ถัดไปจากห้องของผมตอนเรียนชั้น ป.7 ผมจำไม่ได้แล้วว่าเรารู้จักกันได้อย่างไร แต่ที่จำได้คือ เอ็งฮี้เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม เวลาพูดจาดูอ่อนโยน จะพูดแต่ละคำแลดูสุขุม น่าคบ เอ็งฮี้ชวนผมไปเข้ากลุ่มที่สนใจไสยศาสตร์  ตอนนั้นผมอยู่ห่างพ่อแม่ ก็พยายามหาเรื่องอะไรแปลกๆทำ ช่วยให้หายคิดถึงท่าน อันที่จริงจุดนี้เป็นจุดสำคัญของชีวิตเด็ก หากห่างไกลพ่อแม่ และได้คบเพื่อนที่ชักชวนไปในทางที่ไม่ดี ก็อาจทำลายอนาคตได้ นับว่าผมยังโชคดีที่มีเพื่อนๆที่เป็นกัลยาณมิตร ทำให้ชีวิตหันเหไปในทางที่ไม่เป็นภัยต่อสังคม

    เอ็งฮี้แนะนำให้รู้จักเพื่อนอีก 2 คนที่มาจากโรงเรียนอื่น อายุมากกว่าผมราว 2-3 ปี ท่าทางน่าคบ สุภาพเรีบยร้อย ไม่ใช่เด็กเกเร เราสนใจเรื่องศาสนาปนกับไสยศาสตร์ เราเริ่มด้วยการเล่น "ผีถ้วยแก้ว" ที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งแถวๆบางรัก ผมไม่เคยเล่นมาก่อนจึงรู้สึกประหลาดใจปนกับความหวาดกลัวเล็กน้อย เราเล่นกันอยู่ 2-3 ครั้ง วิธีการเล่นก็คล้ายๆกับที่กล่าวมาข้างต้น เชิญผีที่อยู่แถวๆนั้นมา บางทีก็เป็นผู้ชาย บางทีก็เป็นผู้หญิง เพื่อนเล่าว่า บางคนทะลึ่งเชิญวิญญาณบุคคลสำคัญที่เพิ่งเสียชีวิตมา ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ แถมบอกเป็นประโยคว่า "ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง" พวกนั้นเลยต้องรีบอัญเชิญออกแล้วขอขมากันเป็นการใหญ่


    แขชนะ
    ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 26 เม.ย. 2552 (10:51)

    สวัสดีครับ

    ศิษย์เก่า ส.พ.ช. รุ่น 21 (2521 - 2527) รายงานตัวครับ
    ถึงจะเข้าเรียนหลังจากเจ้าของกระทู้สิบกว่าปี แต่ยังได้มีโอกาสเรียน
    กับครูที่เจ้าของกระทู้ได้เอ่ยนามครับ ครูมาลี สอนศิลปะ (ครูเคยร้องเพลงให้ฟัง แล้วให้วาดรูปตามจินตนาการที่ครูร้องเพลงให้ฟังด้วยครับ) ครูทวีวัฒน์ สอนห้องสมุด (เล่านิทานให้ฟัง) แล้วก็สอนพวกวิชาศิลปประดิษฐ์ มีทั้งเลื่อยฉลุอะไรพวกนี้ด้วยครับ  ครูวิไล สอนวิทยาศาสตร์  ครูวินัย สอนสังคม (แต่สมัยผมเรียนเรียกว่าวิชา สปช. สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต)


    weerawat80
    ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 26 เม.ย. 2552 (18:30)

    ยินดีรับน้องครับคุณวีรวัฒน์(สะกดถูกหรือเปล่า) คุณเป็นรุ่นน้องผมแค่สิบเจ็ดปี
    ก็แสดงว่าอายุน่าจะเกือบ ๆ สี่สิบแล้ว


    นิรันดร์
    ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 26 เม.ย. 2552 (19:45)
    ขอบคุณครับ

    ที่บ้านผมเรียนวัดพลับพลาชัยทุกคนครับ แต่ผมจะได้เรียนนานกว่าเพื่อน เพราะพี่ ๆ เค้าเข้าไปตอน ป3 หรือ ป4 แต่ผมเข้าตั้งแต่ ป1 แล้วอยู่ถึง ป6 เลย

    สมัยก่อนตอนเข้า ป1 ยังเห็นมี ป7 น่าจะเป็นรุ่นสุดท้ายมั้งครับ ปักอักษรย่อ เป็น พพช ด้วยนะครับ
    weerawat80
    ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 227 27 เม.ย. 2552 (12:53)

    ตอนที่ผมและ ดร.แขชนะเรียน เราปัก ส.พ.ช. กันครับ
    ส. ย่อมาจาก สามัญ หมายความว่าสังกัดกรมสามัญศึกษา


    นิรันดร์
    ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 27 เม.ย. 2552 (13:05)

    ข้ามภาพของคุณครูปัญหาไปได้
    ผมได้เรียนไฟฟ้าจากครูปัญหา
    แต่ก่อนหลอดไฟฟ้าเป็นแบบไส้เป็นส่วนใหญ่
    หลอดฟลูออเรสเซนต์เพิ่งเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่นาน
    การต่อวงจรให้หลอดฟลูออเรเซนต์ติดได้(แต่ก่อนเรียกกันว่าหลอดนีออน)
    นับเป็นศิลปะความรู้ที่หากินได้เลย
    พวกไม่ค่อยชอบเรียนหนังสืออย่างผมจึงได้เรียนวิชาต่อหลอดฟลูออเรสเซนต์
    เราจะถอดอุปกรณ์ประกอบออกมาหมดทุกชิ้น แล้วต่อกลับเข้าไปให้หลอดติดให้ได้
    เวลาเรียน เราก็เรียนกันกลางแจ้ง หน้าห้องครูปัญหาตามลูกศรชี้
    เวลาใครทะเลาะกัน ก็เอานวมมาสวม ต่อยกันตัว ๆ (บางทีก็อนุญาตให้รุม)
    ก็ที่หน้าห้องครูปัญหาอีกเหมือนกัน
    นอกจากเรียนไฟฟ้าภาคปฏิบัติจริงหากินได้แล้ว
    ผมยังได้เรียนลูกเสือกับครูด้วย


    นิรันดร์
    ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 2 พ.ค. 2552 (22:27)

    สวัสดีครับผมก็เคยเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยมาก่อน แต่เรียนแค่2ปี
    คือ ป.5-6� ในปี พศ.2520-2522� ก่อนนั้นผมเรียนที่โรงเรียนบัณฑิตวิทยาอยู่ที่หลัง รพ.หัวเฉียว เข้าใจว่าตอนที่ อ.แขชนะเรียนที่ทัดสิงหเสนี� โรงเรียนนี้คงยังไม่ก่อตั้ง� เพราะจากประวัติที่ผมเสิร์ชเจอ� รร.บัณฑิตก่อตั้งก่อนผมเกิด น่าจะราวๆ 250กว่าๆ (ผมเกิด2510)� โรงเรียนบัณฑิตกับทัดสิงหเสนี ก็เพื่อนบ้านกัน หลังโรงเรียนติดกับหน้าโรงเรียนบัณฑิต�� น่าเสียดายที่โรงเรียนทัดสิงหเสนีถูกรื้อไปแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าชื่อโรงเรียนมีคำหน้าหน้าว่าสตรีด้วยรึป่าว จำได้แต่ทัดสิงๆ อะไรประมาณนี้ล่ะครับ
    ที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัยที่ผมเรียนปีนั้น2520 เป็นปีท้ายๆที่ชั้นมัธยมกำลังจะถูกยกเลิก� เหลือแต่ประถมล้วนๆ���� รูปคุณครูข้างบนผมคุ้นๆอยู่4-5ท่าน� แต่มีท่านนึงผมจำได้แม่นคือคุณครูถนอม เพราะเคยเรียนกับท่านมาตอน ป.5 วิชาเกี่ยวกับศิลปะ� คุณครูถนอมดุมากๆ� จำได้มีอยู่ครั้งนึงมีงานให้ทำโดยให้เอาไม้ไอติมหลายอันมาปะติดกันด้วยกาวทำเป็นคล้ายๆตระกร้าหรือพานใส่ของ� ซึ่งต้องเอาไม้ไอติมอันที่ใช้แล้วที่เค้าทิ้งกันตามร้านขายไอติมเท่านั้น ใครถูกจับได้ว่าไปซื้อไม้ใหม่มา จะถูกลงโทษ���� พานอันที่ว่าผมเก็บไว้หลายปี� น่าเสียดายที่สูญหายไประหว่างย้ายบ้านจาก ซ.นาคบำรุง(ถัดจาก รร.ทัดสิงหเสนีไปไม่กี่ซอย)ไปลาดพร้าวเมื่อปี2532
    แค่นี้ก่อนครับแล้วจะแวะมาใหม่ครับ� มีเรื่องเล่าอีกเยอะ


    กำชัย
    ร่วมแบ่งปัน22 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 3 พ.ค. 2552 (02:46)

    ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาทั้งที่เยี่ยมเยียนเฉยๆ และเข้ามาทักทายเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวกับโรงเรียนวัดพลับพลาชัยให้ฟัง รู้สึกดีใจที่มีคนเข้ามาคุยด้วยครับ ขอเชิญท่านอื่นแสดงความคิดเห็น รวมทั้งศิษย์ปัจจุบันด้วยครับ


    ผมรู้สึกว่าโรงเรียนวัดพลับพลาชัยให้อะไรดีๆแก่ชีวิตผมมาก จึงอยากเล่าเรื่องที่ประสบมาให้ผู้อื่นฟังก่อนที่ความจำของผมจะเลอะเลือนไปเสียก่อน ดีใจที่ได้เห็นว่าเขียนกระทู้นี้ขึ้นมาเพียง 3 เดือนก็มีผู้เข้ามาเยี่ยมห้าหมื่นกว่าคนแล้ว


    แขชนะ
    ร่วมแบ่งปัน6421 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 3 พ.ค. 2552 (21:24)

    คุณกำชัย และ ดร.แขชนะครับ
    วันนี้ ผมได้ไปเที่ยวกับศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีทัดสิงหเสนีคนหนึ่ง
    นอกจากเป็นศิษย์เก่าแล้วก็เป็นครูเก่าด้วย
    ก็คุณแม่ของผมนั่นเอง

    ตอนที่เรา(ผมและดร.แขชนะ)เรียนที่โรงเรียน ส.พ.ช. นั้น
    โรงเรียนของเราก็มีเพียงสามชั้นเท่านั้นครับ คือ
    ประถม 5 6 และ 7


    นิรันดร์
    ร่วมแบ่งปัน26852 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

    ความเห็นเพิ่มเติมที่ 234 3 พ.ค. 2552 (23:34)

     


     




    รูปที่ผมนำมาลงนี่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ยังหลงเหลือมาจากสมัยเรียนที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย  เป็นกระเป๋าสตางค์ที่ทำตอนเรียนกับคุณครูถนอม น่าจะตอน ป.5  เสียดายที่ไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นของโรงเรียนวัดพลับพลาชัย
    ส่วนหลักฐานอื่นผมหาไม่เจอจริงๆครับ  เก่าสุดก็เป็นรูปสมัยที่ย้ายมาเรียนที่เทพศิรินทร์แล้ว
    ตอนผมเรียนที่นี่กลายเป็นโรงเรียนประถมล้วนๆ ป1.-ป.6  ผมเข้าไปเรียน ป.5ปี2520 ชั้นมัธยมเหลือปีสุดท้ายแล้ว ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าที่โรงเรียนเราครั้งนึงเคยมีสอนระดับมัธยมหลังจาก อ.แขชนะจบออกไป  ซึ่งหลังจากตอนนั้นผมมาคิดดูก็น่าจะยุบเพราะมีโรงเรียนระดับมัธยมชายล้วน(เทพศิรินทร์)กับหญิงล้วน(สายปัญญา) ขนาบข้างกันอยู่
    ผมเป็นรุ่นที่สองที่เรียนในระบบใหม่หลังจากยุบ ป.7 แต่ไปเพิ่มในระดับมัธยมปลาย   ผมเรียน ป.5ที่ตึกข้างโบสถ์ และมาเรียน ป.6ที่ตึกด้านในโรงเรียน แต่อยู่ฝั่งริมถนนใหญ่เหมือนกันทั้งคู่  ตอน ป.5นี่แหละมีเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อย คือได้เกิดเพลิงไหม้ที่บ้านฝั่งตรงข้ามอาคารเรียน แต่ว่าเป็นวันหยุดหรือนอกเวลาเรียนอะไรนี่ล่ะครับ  
    อ้อ สมัย ป.5ผมจำชื่อ ครูประจำชั้นไม่ได้ จำได้แต่สมัย ป.6คือ คุณครู อาภา บัวบาน  ค่อนข้างดุครับ   คุณครูอาภา มีลูกสาว2คนเรียนที่นี่ด้วย ในระดับประถมต้น เป็นไปได้ว่าคุณวีรวัฒน์อาจจะเคยเรียนกับลูกสาวคนเล็กของคุณครูอาภา
    ที่บ้านผมเรียนประถมต้นที่บัณฑิตวิทยาทุกคน(ยกเว้นพี่คนโตอยู่กับญาติที่ ตจว)
    ผมกับน้องสาวคนถัดจากผมปีนึงมาต่อที่พลับพลาชัยแล้วแยกกันไปที่เทพศิรินทร์กับสายปัญญา  น้องชายคนเล็กจบ ป.6ที่บัณฑิตแล้วไปต่อเทพศิรินทร์  ส่วนพี่คนรองจบ ม.3ที่บัณฑิตแล้วไปต่อ ไตรมิตรวิทยา

    แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ แล้วจะแวะมาใหม่ครับ


    กำชัย
    ร่วมแบ่งปัน22 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

    จำไว้ตลอด

    ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
    ชื่อ / email:
    ข้อความ

    กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
    กรอกตัวอักษรตามภาพ
    ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
    ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
    ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
    ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
    ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม