|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
116,887
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| -11- 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| การแข่งขันยิงจรวดและการนำเสนอผลงานการสร้างฐานยิง+จรวด ก็จบลงแล้วด้วยดี ทั้งสนุสนาน ตื่นเต้น มีทั้งจรวดระเบิด ฐานยิงระเบิด บินหายเข้าป่าไป ล่มปากอ่าว(ตกแถว ๆ ฐานยิง) แต่ที่น่าสนใจมากคือ มีทีม"ลูกพระรถ"จากโรงเรียนอนุบาลพนัสศึกษา ซึ่งเป็นเด็กเล็กกระเปี๊ยก สามารถเบียดเข้ารอบชิงมาได้ด้วยสถิติยิงไกลถึง 240 เมตร เนื่องจากมีครูดีระดับแชมป์ครอบครัวประเภทยิงไกล"คุณสุวรรณ"เป็นที่ปรึกษา และที่แน่นอน ทีมลูกประรถ มีการเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี เริ่มการแข่งขันประเภทแรกคือการนำเสนอผลงาน "ลูกพระรถ" ก็สามารถพูดบรรยายได้อย่างฉะฉาน ถึงแม้จะไม่มีเนื้อหาวิชาการเข้มข้นเหมือนทีมรุ่นพี่จากโรงเรียนมัธยมหรือวิทยาลัยอาชีวะ(มีทีมเดียวที่ผ่านเข้ารอบชิงคือวิทยาลัยอาชีวะสระบุรี) แต่ด้วยวาจาที่คมคาย สามารถเรียกเสียงฮาและการปรมมือให้ตลอดการบรรยาย และจบลงด้วยการมีคะแนนนำสูงสุด 54 คะแนน เท่ากับทีม"กฤษณ์กังวาน 1" จากโรงเรียนเบญจมราชรังกฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา และทีมที่มีคะแนนเป็นอันดับ 3 ก็คือ"กฤษณ์กังวาน 2"จากโรงเรียนเดียวกัน ทำให้เกิดกติกาเพิ่มเติมคือต้องยิงลูกโทษตัดสิน เนื่องจากรางวัลที่ 1 มีเพียงรางวัลเดียว คนที่จะได้รางวัลที่ 1 ในการนำเสนอผลงานจะต้องยิงจรวดให้ไกลกว่า เรียกว่าที่เสนอมานั้น ถ้าดีแต่ปาก ก็ไม่สามารถเอาชัยไปได้ หรือถ้ารู้แต่ทฤษฎีแต่ปฏิบัติไม่ได้ก็อย่าหวังเอาชัยไปครอบครอง
การที่เด็กจะสามารถยิงจรวดให้ตกลงในกระบะทรายได้ เด็กจะต้องทำการทดลองว่า จะต้องเติมน้ำเท่าไร และความดันอากาศเท่าไร ไม่ใช่อยากอัดเท่าใดก็อัดเข้าไป การเก็บรวบรวมข้อมูลจึงเกิดขึ้นเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่งดงามทีเดียว เช่นเด็กอาจจะควบคุมความดันให้คงที่ ตีเสียว่า 70.0 PSI แล้วในการยิงก็เปลี่ยนปริมาณน้ำไปเรื่อย ๆ เช่น 50,100,150,...cc จนกว่าจะได้ระยะที่ใกล้เคียงกับ 70.0 เมตร แล้วก็มาปรับละเอียดกันอีกทีเช่นได้แล้วว่าอยู่ระหว่าง 150 - 200 cc ขาดไปบ้างเกินไปบ้างก็ต้องมาเริ่มเก็บรายละเอียดอีกที เช่น 150,160,170,...cc ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ระยะ 70.0 เมตร ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 12 พ.ย. 2547 (09:25) ขอบคุณอาจารย์นิรันดร์มากค่ะ เด็กได้ทั้งความรู้ ความสุข และซึมซับกระบวนการสร้างความรู้จนติดตัวไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ ได้ ครูไผ่ (IP:202.5.83.113,,) ยินดีมากที่ได้ปรมาจารย์อย่าง"ครูไผ่"มาเยี่ยมเยียน ก็เหงา ๆ เพราะคุยอยู่คนเดียวมานาน ผมบังคับเด็กให้ทำจรวดน้ำมาส่งด้วยคะแนนเล็ก ๆ น้อย (1-3 จาก 100)คะแนน เด็กบางคนก็ไม่ใส่ใจที่จะทำเพราะเห็นคะแนนน้อยอย่างที่อาจารย์บางท่านบ่น แต่เด็กที่ทำจรวดมาส่งผมแล้ว บางคนขอทำใหม่มาส่งจนกว่าจะได้จรวดที่ถูกใจ ดังนั้น การให้การบ้าน บางทีอาจต้องมองว่า การบ้านอย่างใดเด็กทำแล้วจะถูกใจเด็ก(บางคน ไม่ใช่ทั้งหมด) การจะทำจรวดขวดสักลำให้พุ่งไปได้สัก 100 เมตร ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เอาขวดมา ต่อหัวต่อหาง อัดความดันเข้าไปไม่ให้รั่วแล้วปล่อย มันก็ไปได้ร้อยเมตร สบาย ๆ แต่ถ้าจะทำให้จรวดไปได้ไกลระดับ 200 เมตรขึ้นไป การสร้างจรวดจะต้องมีระบบที่ดี รูปร่างจรวดจะต้องคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักจรวดและพลังงานในการขับเคลื่อนจะต้องสมดุลกัน ตำแหน่งในการติดฟินและมุมของฟินจะต้องพอเหมาะพอดีที่จะทำให้เกิดแรงยกในขณะที่ตก แต่ต้องไม่เกิดแรงต้านมากขณะที่ส่งขึ้นไป และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือฐานส่งที่ออกแบบมาให้สามารถนำจรวดขึ้นไปได้ตรงทิศทาง ควบคุมการปล่อยจรวดได้ในเวลาที่กำหนด แชมป์นักเรียนประเทศไทยปีนี้ ทำสถิติได้เกือบ 300 เมตรถึง 3 ทีม (298.6 298.4 292.?) และแชมป์บุคคลทั่วไปหรือครอบครัวก็ทำได้เกิน 300 เมตร ใครที่คิดว่าจรวดขวดน้ำเป็นเรื่องของเล่น ง่าย ๆ ก็อยากให้ลองทำของง่าย ๆ ดูสักที อย่าสักแต่ว่าให้จรวดยิงขึ้น แต่ให้ตั้งเป้าหมายว่าจรวดของคุณจะยิงได้เท่าไร ไม่ต้องให้ถึง 200 หรือ 300 เมตร ก็ได้ แต่ต้องตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ยิงได้กี่เมตร แล้วลองทำให้ได้อย่างเป้าหมายดู และทำให้ได้สิบครั้งขึ้นไป(งานทางวิทยาศาสตร์นั้น ไม่ใช่พอทำได้ครั้งเดียวก็บอกว่าฉันทำได้แล้ว และไม่เคยทำได้อีกเลย) แล้วจะเห็นว่า กระบวนการวิทยาศาสตร์มากมายที่ต้องนำเข้ามาใช้ในการทำจรวด วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 47 ใครว่าง ลองแวะไปที่มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน มีการแข่งขันจรวดขวดน้ำที่นั่นครับ ผมอาจจะแวะไปชมผลการแข่งขันในช่วงเย็น ๆ แข่งจรวดขวดน้ำประเภทยิงไกลและยิงแม่นที่เชียงราย แฟนพันธุ์แท้จรวดน้ำเชิญได้นะครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.chiangraitoday.com/ChiangraiTodayASP/ChiangraiEnterTrain.asp?ChiangraiEnterTrainID=6 อาจารย์พิทยา ยังตามอ่านอยู่หรือเปล่าครับ อยู่ใกล้ ๆ ลองแวะไปสังเกตลาดเลามาฝากผมด้วยนะครับ แม่ฟ้าหลวงนิทรรศ 47 เฉลิมพระเกียรติ 72 พระชนมพรรษา มหาราชินี (Mae Fah Luang Exhibition 2004 , MflEX 2004) ระยะเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 16 วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547 เวลา 10.00 น. 20.30 น. สถานที่จัดงาน : อาคาร E2 ลานโค้งอาคาร C1 และบริเวณด้านหน้าหอประสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 โทรศัพท์ 0-5391-7034 โทรสาร 0-5391-7049 1. วัตถุประสงค์การจัดงาน 1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 2. เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร / ชุมชนท้องถิ่น 3. เพื่อจัดการแสดงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Fair) งานแสดงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ (Science Equipments Fair) งานแสดงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร (Agro-Industry Fair) งานแสดงหนังสือ (Book Fair) งานแสดงสินค้า ภูมิปัญญาชาวบ้าน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" (OTOP Fair) งานแสดงตลาดนัดวิชาการ (Academic Fair) และมหกรรมอาหารล้านนา (Lanna Food Fair) 2. ผู้สนับสนุนดำเนินการจัดงาน กระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดเชียงราย หอการค้าจังหวัดเชียงราย เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย จังหวัดทหารบกเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สโมสรโรตารี่จังหวัดเชียงราย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ชมรมร้านอาหารจังหวัดเชียงราย สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดเชียงราย สมาคมโรงแรมจังหวัดเชียงราย ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย 3. กิจกรรมหลัก 1. งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Fair) ประกอบด้วยคูหามาตรฐานสำหรับแสดงสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ ขนาด 3x3 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 20 คูหา (IT1 - IT20) เพื่อแสดงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้ง Hard-ware และ Soft-ware 2. งานแสดงเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ( Science Equipments Fair ) ประกอบด้วยคูหามาตรฐานสำหรับแสดงเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ขนาด 3x3 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 12 คูหา (S1 - S12) สำหรับจัดแสดงและจำหน่ายเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย 3. งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (Agro-Industry Fair) ประกอบด้วยคูหามาตรฐานสำหรับแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขนาด 3x3 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 11 คูหา (A1 - A11) สำหรับจัดแสดงและจำหน่ายสำค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ทันสมัย 4. งานแสดงตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ( Education Fair) ประกอบด้วยคูหามาตรฐานสำหรับสถาบันการศึกษาต่างๆ นำเสนอข้อมูลการศึกษาและการรับสมัครเข้าศึกษา ขนาด 3x3 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 24 คูหา (ED1 - ED24) โดยเชิญสถาบันอุดมศึกษาในทุกภูมิภาคร่วมงานแสดงครั้งนี้ด้วย 5. งานแสดงหนังสือ (Book Fair) -- Link --- ประกอบด้วยคูหาสำหรับแสดงและจำหน่ายหนังสือจากสำนักพิมพ์และร้านหนังสือต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 54 คูหา (B1-B18 และ B37 - B54 บริเวณชั้น 1 และ B19-B36 บริเวณชั้น 2 ของอาคารจัดงาน) 6. งานแสดงสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ( OTOP Fair ) ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน ในโครงการ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" บริเวณลานโค้งด้านหน้าอาคารเรียนรวม (C1) จำนวนทั้งสิ้นกว่า 74 ร้าน จำนวน 56 คูหา 7. งานแสดงอาหารล้านนา (Lanna Food Fair) เป็นการรวบรวมร้านอาหารเด่นๆในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับจำหน่ายอาหารมากถึง 50 คูหา โดยเน้นอาหารที่แสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 4. กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 80,000 คน จาก 10 จังหวัดภาคเหนือและภูมิภาคอื่นๆ ประกอบด้วย นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา ผู้ส่งออก ผู้ค้า/สมาคม ผู้บริหาร ฝ่ายจัดซื้อ/จัดหา รัฐวิสาหกิจ โรงแรม/ร้านอาหาร โรงพยาบาล ตำรวจ ทหาร ผู้รับเหมา บริษัท ธุรกิจสิ่งพิมพ์ เอเจนซี่โฆษณา ผู้ค้าส่ง/ ผู้ค้าปลีก บริษัทนำเที่ยว บริษัทธุรกิจบันเทิง ผู้สนใจทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมเกษตร หนังสือ และประชาชนทั่วไป 5. กลุ่มเป้าหมายหลักในงาน - สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาจังหวัดเชียงรายและพะเยา - โรงเรียนระดับประถมศึกษา 728 โรงเรียน - โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา 44 โรงเรียน - สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา - ส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง - บริษัท ห้างร้าน - นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เกมการแข่งขัน 1. ไข่ตกสวรรค์ : เป็นการแข่งขันทิ้งจากที่สูง โดยไม่ให้ไข่แตก ซึ่งต้องอาศัยการออกแบบโครงสร้างในการรองรับไข่ที่ดีภายใต้วัสดุที่จำกัด สถานที่ : ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ 2. หาอิออนลบ : เป็นการแข่งขันหาอิออนลบ (unknown) ด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งเป็นการทดสอบทักษะทางด้านการทดลองเคมี สถานที่ : ห้องปฏิบัติการเคมี 3. แข่งขันทักษะทางชีววิทยาทั่วไป : เป็นการแข่งขันทางด้านชีววิทยาทั่วไป เช่น การจำแนกพืช สัตว์ เป็นต้น สถานที่ : ห้องปฏิบัติการชีววิทยา 4. จรวดน้ำ : เป็นการแข่งขันการยิงจรวดขวดน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทยิงไกล และประเภทแม่นยำ กิจกรรมอื่นๆ -- เปิดให้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อแสดงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง การทดลองที่น่าตื่นตาตื่นใจรวมทั้งการจัดนิทรรศการ ด้านวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ โดยห้องปฏิบัติการที่เปิดให้เยี่ยมชม ได้แก่ - ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ - ห้องปฏิบัติการเคมี - ห้องปฏิบัติการชีววิทยา - ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอาหาร - ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ - ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบชั้นสูง - ห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์ - ห้องปฏิบัติการวัสดุศาสตร์และเซรามิค -- ภายในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอาหาร ยังจัดให้มีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อีก ดังนี้ 1. การแสดงโรงงานต้นแบบตามหลัก GMP : พาชมการจำลองกระบวนการผลิตอาหารตามหลัก GMP 2. การแสดงกระบวนการแปรรูปอาหาร -- พบปะพูดคุยกับนักเขียนชื่อดังของเมืองไทยที่เวทีกลาง บริเวณลานโค้งอาคาร C1 (บริเวณงาน OTOP Fair) -- การจำหน่ายต้นไม้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ เช่น กล้วยไม้หลากหลายพันธุ์ กล็อกซิเนีย เยอบีร่าทั้งที่อยู่ในขวดเพาะเลี้ยงและแบบเพาะลง ในกระถาง ณ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ -- การแจกและจำหน่ายซื้อยืด โปสการ์ด พิมพ์ลาย เช่น รูปถ่ายจาก SEM รูปเซลล์ต่างๆ รูป Microstructure ของวัสดุประเภทต่างๆ ที่สวยงาม ณ ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบชั้นสูง -- ร่วมลุ้นของรางวัลจากพาสปอร์ต ที่ผู้เข้าร่วมชมงานส่งเข้าร่วมลุ้นจับฉลาก -- กิจกรรมมินิมาราธอน เดิน วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระชนมพรรษามหาราชินี ในวันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม 2547 เวลา 06.00 น. 09.00 น. ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ช่วงนี้อากาศเย็นและแห้งแล้วเหมาะกับการทดลองทางไฟฟ้าสถิต เมื่อผมสะอาดและแห้งสนิทแล้ว ลองหวีผมหน้ากระจกเงาในคืนเดือนมืดแล้วปิดไฟฟ้าให้หมด นอกจากจะได้ยินเสียง"เปรียะ ๆ " แล้ว คุณอาจเห็นอะไรแว๊บ ๆ บนเส้นผมด้วย(ถ้าตาคุณคุ้นเคยกับความมืดดี) หวังว่าไม่กลัวผีนะครับ ![]() ถ้าอาจารย์ขว้างวัตถุไปในอากาศ วัตถุจะตกลงเป็นเส้นทางโค้งแบบพาราโบลา ลองอย่างนี้ ตัดขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาด 500 cc ให้เป็นกระบอกยาวสัก 6-7 cm แล้วลองขว้างดูในทิศทางที่ลมพัดผ่านกระบอกไป ลองขว้างใหม่ แต่เปลี่ยนวิธีขว้างหน่อยโดย ถือกระบอกในลักษณะกำหลวม ๆ เวลาขว้างดึงมือลงแบบปั่นให้กระบอกหมุนไปด้วย รอบแกนกระบอกเอง สังเกตการเคลื่อนที่อีกครั้ง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ลองทำดูนะครับ แล้วอาจต้องแต่งตำราโปรเจคไตลใหม่ก็ได้ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ครูฟิสิกส์ สามารถสอนอะไรได้บ้างจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ถล่มโลกครั้งนี้ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความของคุณพวงร้อยได้ที่ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=23&Pid=26344 http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=267 http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=268 ใครว่าง หรือพยายามทำตัวให้ว่างแล้ว ไปเที่ยวชมงาน University Fair ที่ศูนย์สิริกิต์กันนะครับ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันเสาร์ที่ 15 มค.48 นี้เท่านั้น เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มค 48 ที่ผ่านมา อาจารย์ Skinner จาก NSW Australia ได้มาเลคเชอร์สั้น ๆ ถึงงานวิจัยที่ท่านทำ เกี่ยวกับว่า จะต้องสอนอะไรให้กับนักศึกษา และที่สำคัญ Engineer ผลงานวิจัยของท่านตรงใจมาก สิ่งที่ต้องสอนให้กับ engineer เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อย 4 ข้อแรก ดังนี้ 1. ถาม 2. ตัดสินใจด้วยความรับผิดชอบ 3. สื่อสารกับผู้อื่น 4. มีความรู้ในเรื่องที่จะต้องทำงานเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ เราก็จะพยายามสอนกันแต่ข้อ 4. ซึ่งมีความสำคัญ แต่กลับไม่มากเท่ากับข้ออื่น ๆ น่าสนใจที่ไม่มีคณิตศาสตร์ อาจารย์หลายคน พยายามสอนในลักษณะที่ เอาคณิตศาสตร์ นำขึ้นมาก่อนเลย แต่นั่น กลับไม่มีความสำคัญสักเท่าไร ลองดูว่า ในชิวิตจริงของการทำงาน ใครตั้งต้นด้วยการแก้สมการดีฟเฟอเรนเชียล เมตริกซ์หรือแม้กระทั่งแก้สมการพีชคณิตง่าย ๆ บ้าง แต่ที่จริงแล้วคณิตศาสตร์ก็แทรกอยู่ในข้อ 4 แล้ว ที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือข้อ 1. ถาม ครูอีกหลายคนเหมือนกัน สอนเพื่อไม่ให้เด็กถาม พยายามสอนทุกแบบทุกวิธีเพื่อให้เด็กเรียนรู้(จำ)ได้โดยไม่ต้องกลับมาถาม ถ้าเด็กกลับมาถาม ครูมักคิดว่า ที่ท่านสอนไป ไม่ประสบความสำเร็จ ทำไม ถาม ถึงได้สำคัญนักหนา คนที่ถาม คือ คนที่อยากรู้ คนที่ถาม คือ คนที่คิดจะแก้ปัญหา คนที่ถาม คือ คนที่ไม่พอใจกับความรู้ที่ตนมีอยู่ในขณะนั้นแล้วต้องการคำตอบที่ดี เรามาสอนให้นักเรียนถาม เรากันเถอะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 20 ม.ค. 2548 (11:28) เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มค 48 ที่ผ่านมา อาจารย์ Skinner จาก NSW Australia ได้มาเลคเชอร์สั้น ๆ ถึงงานวิจัยที่ท่านทำ เกี่ยวกับว่า จะต้องสอนอะไรให้กับนักศึกษา และที่สำคัญ Engineer ถูกต้อง เจ๋งเป้งเลย ขอให้พยายามทำกันเข้านะ ผมพยายามถามกลับในคำตอบเพื่อให้คิด คิดแล้วไม่รู้จะได้ถามกลับ เงียบเหมือน เป่าสากเลย แสดงว่า นักศึกษาของอาจารย์ โก๋แก่ ขาดข้อ 3 คือไม่รู้จักสื่อสารกับผู้อื่น แม้กระทั่งอาจารย์ของตนก็ไม่ยอมสื่อสารด้วย ของผมก็ไม่ต่างกันเท่าไร แต่ผมใช้ไม้แข็ง ไม่สื่อสารกับผม ผมก็ไม่ยอมสอนต่อ ใช้ไม้ตายเลยว่า ถ้าไม่ตอบคำถามผม ก็จะคอยไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดเวลา ถ้าไม่ได้สอนก็จะบอกหัวข้อให้ไปอ่านเรื่องที่เหลือกันเอาเอง เวลาผมสอนก็จะยิงคำถามเป็นระยะ ๆ ไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อหาเพื่อฝึกให้นักศึกษาหัดตัดสินใจซึ่งเป็นตามข้อ 2. ก็รู้สึกว่า ที่ทำนั้น ตรงกับที่เขาวิจัยกันพอดี เรียกว่า การเรียนการสอนของผมนำหน้างานวิจัยนี้ไปหลายปีแล้ว พอมีผลงานวิจัยมาสนับสนุนก็รู้สึกสบายใจว่า เราทำถูกทางมาตลอด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 20 ม.ค. 2548 (18:54) อ.นิรันดร์ ที่เคารพ ขอแก้ข่าวหน่อย ผมไม่ได้มีลูกศิษย์ลูกหาที่ไหน หรอก ที่ว่าไม่ตอบก็ หมายถึงใน เวป วิชาการนี่แหละ ถามกลับไปในคำตอบหลายๆข้อ เพื่อจะได้รู้ว่า ภูมิแน่นแค่ไหนจะได้ขยายความได้ถูกทาง บางคนถามมาแล้วตอบไปก็เงียบไม่รู้ตรงความต้องการหรือไมหรือไม่ได้กลับมาดู หรือตอบไม่รู้เรื่อง ชักเบื่อๆ ที่จะตอบเหมือนกัน ถ้าดูจากยอดคนที่คลิ้กเข้ามาอ่านแล้วจะเห็นว่า คำตอบเราไม่ได้เปล่าประโยชน์หรอกครับ อย่างกระทู้นี้ ถึงมีแค่ผมโพสต์ข้อความเป็นส่วนใหญ่ กับท่านอื่น ๆ ก็มีบ้างประปราย รวมแล้ว 200 กว่านิดหน่อย แต่ยอดผู้ชมก็ 5 พันกว่า เรียกว่า ซุ่มอ่านกันเงียบ ๆ ผมเคยคิดเหมือนคุณโก๋แก่เหมือนกันว่าจะเลิกเสีย ก็มีเสียงตอบมาทันทีว่าอย่าเลิกเลย ผมก็เลยยังพยายามทำต่อมาเรื่ย ๆ ก็สังเกตจากยอดคนดู ถ้าเพิ่มเรื่อย ๆ ผมก็จะยังทำต่อ แต่ถ้าไม่มีใครเข้ามาดูเลย ผมก็คงจะเลิกเหมือนกันล่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 21 ม.ค. 2548 (09:36) ครูไผ่ไม่ค่อยน้อยใจค่ะว่าจะมีคนโต้ตอบกับเราหรือไม่ แม้กระทั่งบางครั้งมีคนไล่ไม่ให้เข้าเว็บบอร์ดนี้ ก็ไม่ถือค่ะ ถ้าผู้ที่มาไล่ไม่ใช่เจ้าของเว็บบอร์ดเอง และตัวครูไผ่เองก็ไม่ได้ตอบกระทู้ของคนอื่นทุกกระทู้ ทั้ง ๆ ที่อ่านทุกกระทู้ค่ะ ครูไผ่ (IP:202.5.82.50,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 22 ม.ค. 2548 (23:47) กราบขอบพระคุณคุณ"ครูไผ่"ที่คอยให้กำลังใจและเตือนสติอยู่บ่อย ๆ ครับ อ้อ ยังไม่ได้สวัสดีปีใหม่กันเลย ถือโอกาสสวัสดีปีใหม่คุณครูไผ่ตรงนี้ด้วยนะครับ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |