|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
123,544
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| -13- 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 13 ก.พ. 2548 (03:23) ผมว่าหยดน้ำเล็กๆมีกำลังขยายมากกว่าหยดน้ำใหญ่ครับ เพราะว่ารัศมีของวงเล็ก มีความโค้งของเส้นรอบวงมากกว่าวงใหญ่ จากที่ได้วาดรูปมาภาพจากเลนส์นูน จะขยายได้มาก ที่มีความโค้งมากของเลนส์ที่รัศมีน้อย จะขยายได้มากกว่า ที่มีความโค้งน้อยซึ่งมีรัศมีมาก ถูกรึเปล่าครับ อาจารณ์ นิรันดร์ ครับ (จากลูกศิษย์อาจารย์ครับ) อิอิ 4711210341 sec E (IP:210.86.146.236,,) อาจารย์ NP ครับ คุณภาพของเลนส์มีผมต่อคุณภาพของรูปเป็นอย่างยิ่ง กล้องราคาถูก เลนส์จะตัวนิดเดียว กล้องราคาแพง เลนส์จะตัวใหญ่มาก เนื่องจากเลนส์ที่มีขยาดใหญ่จะมีพื้นที่รับแสงเพื่อให้ตกไปยังฟิลม์ได้มากกว่า ทำให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเลนส์ที่มีขนาดเล็ก เลนส์ขนาดใหญ่ไม่สามารถทำให้มีทางยาวโฟกัสสั้น ๆ ได้เหมือนเลนส์ขาดเล็ก การทำให้เลนส์ขยาดใหญ่ถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ จึงทำได้ลำบากกว่า ดังนั้น เลนส์มุมกว้างหรือเลนส์ มาโครจึงมีราคาแพงกว่าครับ นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ในการเคลือบผิวเลนส์ก็มีผลต่อความไวแสงของเลนส์ ความโค้งแบบทรงกลมกับไม่กลมก็มีผลต่อคุณภาพของสี เรื่องเลนส์มีรายละเอียดปลีกย่อยแยะมาก ๆ ครับ ผมรู้ไม่มากนัก หากถ้าถามตรงที่รู้ก็พอจะตอบได้บ้างนิดหน่อย ความรู้ที่ได้มาก็อาศัยอ่านจากโฆษณาขายกล้องถ่ายรูปครับ
ไม่มีใครร่วมสนุกเลยหรือครับ บอกใบ้นิดหน่อย ไม่ใช่เอเลี่ยนหรือพรีเดเตอร์นะครับ ผมถ่ายภาพนี้เองกับมือ ขนาดจริงในรูปก็ประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ตอบผิดไม่หักคะแนนหรอกครับ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 250 18 ก.พ. 2548 (21:36) เรื่องเลนส์ มันค่อนข้างซับซ้อนมาก ลองคิดดูว่าเลนส์บางตัวราคาหลายแสนเลยทีเดียว เลนส์ที่ เส้นผ่านศูนย์กลางมากเทียบกับที่เส้นผ่านศูนย์กลางน้อย (ถ้าโฟกัสเท่ากัน) และถ้าผิวเลนส์เป็นทรงกลม เลนส์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยน้อย ก็จะมีความคลาด (abberation) ต่างๆน้อยกว่า ก็คือมีสมบัติใกล้เคียงกับเลนส์อุดมคติมากกว่า แต่ถ้ามีเส้นผ่านศูนย์กลางมากขึ้นก็จะมีความคลาดมากขึ้น ดังนั้นก็จะต้องแก้ไขความคลาดเหล่านี้ นั่นก็หมายถึงเงินที่ต้องเพิ่มขึ้น ก็อาจแก้โดยใช้วิธิต่างๆ เช่นใช้เป็น ชุดเลนส์หลายตัว เลนส์ประกบกัน ผิวเลนส์ที่ไม่เป็นทรงกลม (อันนี้โฆษณาของพวกกล้องถ่ายภาพชอบใช้, aspherical lens) และ การเคลือบผิวของเลนส์ เรื่องของเลนส์และการถ่ายภาพ ก็สามารถนำไปประกอบการเรียนฟิสิกส์ได้พอสมควร ตัวอย่างเช่น เรื่องการเปิดรูรับแสงของกล้องถ่ายภาพ ถ้าเราเปิดรูให้แสงผ่านเข้าไป ให้รูใหญ่ จะทำให้ภาพที่ได้มี depth of field น้อยกว่ารูเล็ก และเรื่องเกี่ยวกับสเปกตรัม กับสีของภาพที่ได้ เรื่อง โพลาไรซ์ของท้องฟ้า เช่นถ้าเราต้องการให้ท้องฟ้ามีสีฟ้าเข้มเราจะต้องถ่ายไปที่มุมใดบ้าง และช่างภาพมักจะใช้เลนส์โพลาไรซ์ช่วยให้เข้มขึ้นอีก และในกรณีถ่ายภาพตอนเย็นที่แสงอมเหลืองอมส้ม ถ้าเราต้องการให้ภาพไม่เหลืองเกินไป ควรใช้ฟิลเตอร์สีอะไรมาบังหน้าเลนส์ เคยสอนฟิสิกส์ (IP:161.200.255.162,161.200.130.216,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 21 ก.พ. 2548 (10:18) ความคิดที่โง่ๆ ถ้าเราหมุนไดนาโม(เช่นไดนาโมรถจักรยาน) จะมีกระแสไฟฟ้าไหลออกมาทำให้หลอดไฟสว่างได้ แต่ถ้าเราผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในไดนาโมตัวเดิม ไดนาโมนั้นก็จะหมุน พิสูจน์และทดลองแล้ว เป็นจริง ถ้าเราทำให้ใบพัดของพัดลม หมุน จะมีลมพุงออกมาจากพัดลม แต่ถ้าเราพุงลมใส่ใบพัดของพัดลม ใบพัดนั้นก็จะหมุน พิสูจน์และทดลองแล้ว เป็นจริง จาก สองตัวอย่างที่ยกมา ทำให้นาย Np ต้องไปเถียงกับเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่น ลุงป้า น้าอา ปู่ ย่า ตา ยาย ด้วยความมั่นใจ จนคอเป็นเอ็นว่า ถ้าปล่อยไฟฟ้า 220 v. เข้าไปในอแดปเตอร์แล้วได้ไฟกระแสตรง 6 v. ใช้กับวิทยุได้ แต่ถ้านำถ่านไฟฉาย ที่มีแรงดัน 6 v. มาต่อเข้ากับอแดปเตอร์แล้ว จะได้ไฟกระแสสลับ 220 v. ออกทางปล๊กเสียบ พิสูจน์และทดลองแล้ว Np หน้าแตก ไปหาหมอที่ไหนก็ไม่รับเย็บ เป็นความอภิมหาบรมโง่สุดๆและความลับสุดยอดที่ไม่เคยเปิดให้ใครรู้มาก่อน (ที่นี่เป็นครั้งแรก) และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ต้องศึกษาเรื่องการสร้างชุดแปลงไฟสำหรับใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้ากระแสดรงแบบต่างๆ Np (IP:203.121.140.235,192.168.5.2,) ลองเอามอเตอร์ไฟตรงตัวเล็ก ๆ แบบที่ใช้กับรถเด็กเล่นก็จะให้ผลอย่างเดียวกันครับ แต่ว่าต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น ลองเล่นดูได้ ต่อถ่านไฟฉายเข้าไป มัน หมุน จับมันหมุน มันก็ปล่อยไฟฟ้ากระแสตรงออกมาให้ แต่ทำไม่ได้กับ อะแด็ปเตอร์ คีรับ อะแด็ปเตอร์ใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่าไดโอดที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงได้ แต่ไม่สามารถแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ เนื่องจากมันเป็นอุปกรณ์ที่มีความต้านทานสองด้านไม่เท่ากัน แต่ต่างกันอย่างมโหฬารครับ หากยังมีข้อข้องใจอยู่ก็ถามเข้ามาได้นะครับ ผมเองก็เคยคิดแบบคุณพี่ Np เหมือนกันครับ เพียงไม่เคยไปยืนยันกับใคร ลองเล่นคนเดียวเงียบ ๆ ก็เลยไม่หน้าแตกครับอ้อ ลองเล่นภาพปริศนากับผมหน่อยสิครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 253 22 ก.พ. 2548 (08:18) เคยโพสต์ตอบไปแล้ว แต่ไม่ติด ตอบใหม่ เป็นรูปของ "ปากปู" ครับ ความคิดที่โง่ๆ ตอนที่สอง เป็นที่ทราบกันดีว่า 1. เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในมอเตอร์ มอเตอร์ก็จะหมุน 2.เมื่อเราทำให้ไดนาโมหมุน ไดนาโมนั้นก็จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกมาได้ ดังนั้นถ้าเรานำมอเตอร์ไปใช้ปั่นจักรยานโดยใช้แบตเตอรีให้พลังงานไฟฟ้า จักรยานก็จะหมุนและวิ่งไปได้ แล้วเราก็ติดไดนาโมเข้ากับจักรายานอีก ใช้สายพานหรือเฟืองทดเพื่อให้ไดนาโมหมุนเมื่อรถจักรยานวิ่ง เมื่ออัตราเร็วสูงจนได้ที่เราก็ตัดสวิทช์จากแบตเตอร์ออกแล้วใช้กระแสไฟฟ้าจากไดนาโมแทน เพื่อไปทำให้มอเตอร์หมุน และเมื่อมอเตอร์หมุนไดนาโมก็จะหมุนและจ่ายไฟออกมาเรื่อยๆ เป็นการประหยัดพลังงานได้อย่างดี มันแนวคิดที่ยอดเยี่ยมของผมซึ่งไม่เคยมีใครคิดอย่างนี้มาก่อน ผมได้เขียนบทความ(เสร็จแล้ว)เพื่อจะตีพิมพ์เผยแพร่และจดลิขสิทธิ์ ก่อนที่จะลงมืออย่างจริงจัง ผมได้นำแนวคิดนี้กระมิดกระเมี้ยน(ด้วยความหวั่นวิตกว่าเขาจะเอาแนวคิดของผมไป)ไปคุยกับคนเก่งๆหลายคน ถามว่า เคยมีคนง่าๆ เหมือนผมบ้างไหม ง่า = โง่+บ้า Np (IP:203.121.140.235,192.168.5.2,) อย่างกับที่ฮิทติดชาร์ทเรื่องเครื่องกำเนิดพลังงานตรีเอกานุภาพ เชียว ลองนึกถึงหลักอนุรักษ์พลังงานนะครับ พลังงานไม่สามารถเกิดใหม่หรือสูญหายได้ ถ้าจะเอาพลังงานไปใช้ ก็ต้องมีพลังงานจากที่ใดที่หนึ่งที่หายไปนะครับ คำถามพี่ Np เกี่ยวกับมอเตอร์เหมือนลูกชาย ม. 4 ของผมที่เพิ่งถามผมเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลย ถ้าทำได้จริง คนขายถ่านไฟฉายคงผูกคอตายแน่เลยครับ ส่วนคำตอบภาพปริศนา ก็ใกล้เคียงครับ เป็นภาพสัตว์ไฟลัมเดียวกับปู แต่ว่าคนละคลาส(ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ) ลองสังเกตที่มุมบนด้านซ้ายและขวาของภาพ อาจเห็นอะไร ที่นำไปสู่คำตอบที่ถูกได้บ้าง ลองอีกทีนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 255 22 ก.พ. 2548 (17:38) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 253 Np วันที่ 22 ก.พ. 2548 08:18:11 ไม่โง่และไม่บ้าครับ เรียกว่ามี Engineering mind การมองสิ่งของรอบๆตัวและความรู้จากประสบการณ์ แล้วเอามาประยุกต์เข้าด้วยกันแล้วทดลองหาความเป็นไปได้ ถ้ามันไม่ได้ก็รู้ว่ามันเพราะอะไร คนที่มีความคิดแบบนี้คิดกันทุกคน ผมก็เคยทำ ต่างกันแค่ จะเอามอเตอร์มาใส่เฟืองให้หมุนเร็วขึ้นแล้วเอาไปปั่น Dynamo แล้วเอาไฟไปใส่กลับให้มอเตอร์ให้มันหมุนต่อ ผลไม่ได้เรื่องมันไม่ยัก กะหมุนต่อ วิธีที่คุณ Np คิดมีการเอาไปใช้งานได้เหมือนกันในรถไฟฟ้า ต่างกันแค่เขาแปลงแรงเฉื่อยของรถ ไปใช้ในการช่วยเบรกรถโดยเอาไฟที่หมุนมอเตอร์ออก แล้วทำให้กลายเป็น Generator ที่มีแรงดันสูงกว่า Battery ใช้ จะได้ไฟกลับไปใช้ประจุ Battery บางส่วน บางคนก็เอาไปหมุน Flywheel ใหญ่ๆใต้ท้องรถเมื่อต้องการหยุดหรือชลอความเร็ว แล้วส่งกลับในรูปพลังงานกล กลับมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราเร่งเมื่อออกรถ หรือเพิ่มความเร็ว ตอนสิบกว่าขวบเคยอ่านหนังสือว่าแสงมันเป็นคลื่นแม่เหล็กเหมือนกัน และรู้เรื่องหม้อแปลงไฟฟ้าเล็กน้อย รู้ว่าคลื่นแม่เหล็กในขด Primary มันเหนี่ยวนำไปยังขด Secondary ได้ ก็คิดว่าถ้าเอาแสงที่มันส่องมาตลอดเวลาหากเอามาตัดขดลวดเป็นจังหวะเท่าไฟฟ้าบ้าน (50 Cycle) มันก็น่าจะได้ไฟฟ้านะ เมื่อ อิคิว ก็จัดการเอาหม้อแปลงมารื้อออกแล้วเอาไปส่องที่แดดตอนเที่ยง (ร้อนก็ทนเอา) แล้วเอาพัดลมสี่ใบมาหักออกสองใบ แล้วเอาไปบังแดดที่ส่งไปที่ขดลวด ให้แสงมันตัดขดลวดเป็นจังหวะ กะจะได้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่มาใช้แน่นอน ผล แห้วสนิท ใครโง่กว่ากัน ละ ทีนี้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 256 22 ก.พ. 2548 (17:45) พลังงานไม่สามารถเกิดใหม่หรือสูญหายได้ เอ แล้วพลังงานแสงอาทิตย์มันส่องมาโลกทุกวัน มันไปอยู่ไหน เอ่ย อยู่ในต้นไม้ไงครับ ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง บางส่วนกลายเป็นความร้อน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของบรรยากาศและกระแสน้ำในทะเล มหาสมุทร บางส่วนก็สะท้อนออกไปสู่ห้วงอวกาศ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีอีกหลายอย่างที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก เชื้อเพลิงฟอสซิล(ก๊าซ น้ำมันและถ่านหิน) ก็ได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะสมมาไม่รู้ว่ากี่ล้านปี แต่ไม่ถึงล้าน ๆ ปีแน่ เพราะโลกเรามีอายุประมาณ 4500 ล้านปี คุณโก๋แก่นี่ ถ้ามาเป็นครูสอนหนังสือ ผมว่ามันแน่ ๆ เลย เคยเป็นครูมาก่อนหรือเปล่าครับ มีทั้งลูกล่อลูกชน ทั้งปลอบทั้งขู่ และที่สำคัญ มีการเสริมพลังที่น่าสนใจ นับถือ ๆ ด้วยความจริงใจครับ ![]() ![]() ![]() เรื่องที่คุณพี่ Np สงสัย ตอนเป็นเด็ก ๆ ผมก็เคยลองพยายามทดลองเหมือนกัน ซื้อมอเตอร์มาพ่วงกันหลายตัวเชียวละครับ ตอนนั้น จำได้ว่า มอเตอร์ตัวละแค่ 5 บาทเท่านั้น ต่อมาก็ขึ้นพรวดเดียวเป็น 10 บาท (เดี๋ยวนี้ก็คิดว่าหลายสิบบาทขึ้นไปจนหลายร้อยบาท ) เอาแกนมาเชื่อมกันด้วยไส้ปากกาลูกลื่น(ตอนนั้นรู้สึกว่าจะเป็ยี่ห้อ Big) ต่อตัวหนึ่งด้วยถ่านไปฉาย แล้วก็หมุนมอเตอร์อีกตัวให้มันปั่นไฟฟ้าออกมา จุดหลอดไฟหลอดเล็ก ๆ ได้ แต่พยายามเอามาวนเพื่อให้มอเตอร์ต้นกำลังหมุน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ พอเรียนหนังสือมากขึ้นก็จึงเข้าใจว่าทำไม่ได้ คุณโก๋แก่ เล่นทายภาพปริศนากับผมหน่อยสิครับ ตอนนี้แง้มมานิด ๆ แล้วว่าอยู่ในไฟลัม อาร์โทรพอด(ลำตัวและขาเป็นปล้องๆ) แต่ไม่ได้มีระยาง 10 เหมือนพวกปู ความเห็นเพิ่มเติมที่ 259 22 ก.พ. 2548 (21:18) กิ้งกือ แน่เลย ใช่ปะ ขาน้อยกว่ากิ้งกือแยะเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 261 24 ก.พ. 2548 (09:06) อวดโง่ตอนที่ 3 ความคิดโง่ๆ ของแต่ละคน จะถือว่าเป็ยนความลับสุดยอดในชีวิต ไม่มีใครนำมาอวดกัน แต่ตอนที่นี้ใกล้จะตายแล้ว ยางอายมันหมด จึงขอนำมาอวดอีกสักเรื่อง ตะแกรงที่ทำด้วยดินเผาในเตาอั้งโล่มันทะลุเป็นรูโหว่ ทำให้ถ่านหลุดลงไปได้ คุถน้าผมจึงใช่ก้อนหินมาวางอุดกันเพื่อกันถ่านหลุดลงไป เมื่อติดไฟหุงข้าวจถ่านร้อนแดงเต็มที่แล้วผมสังเตเห็นว่าหินก้อนนั้น แดงเหมือนถ่าน นำไม้ไปเขี่ยๆดูก็ลุกติดไฟขึ้นมาได้ แววความคิดทางวิทยาศาสตร์ของเด็กน้อยพุ่งปร๊าดทันที เราจะไปเผาถ่านให้ไม้หมดป่าและเหนื่อยทำไม ใช้ก้อนหินนี่แหละแทนถ่านโดยใช้ถ่านในระยะแรกเท่านั้น และจะประหยัดถ่านไปได้ครึ่งหนึ่งเลยแหละ เมื่อได้โอกาสก็ทดลองตามสมติฐานที่ตั้งไว้ทันที 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 . . . . . . . . . คนโง่ๆอย่างนี้จะมีอีกไหมเนี่ยะ ตอบปัญหาอาจารย์นิรันดร์ น่าจะเป็นปากกุ้ง แต่คงไม่ใช่ เพราะเคยถอดชิ้นส่วนทุกส่วนของกุ้งมาแล้วตอนเรียนชีวะ ถ้าจะตอบเป็นปากกั้ง(ซึ่งไม่เคยดู)ก็คงไม่ใช่ เพราะมีขามาก ปากตั๊กแตนเป็นคำตอบสุดท้าย เฉลยมาซะดีๆ จะไม่ตอบอีกแล้วนะ Np (IP:203.121.140.235,192.168.5.2,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 262 24 ก.พ. 2548 (14:00) เสริมโง่ คุณ Np ภาค 3 ใครโง่กว่ากัน แข่งกันไม้ ล่า ความคิดสร้างสรรค์ แบบเด็กๆ มันไม่เรียกว่าโง่หรอก ต้องแบบ ผู้ใหญ่ซิ มันถึงจะว่าแน่ กว่า เกิดขึ้นเมื่อไม่เกิน 2 ปีนี้เอง ไปกิน ร้านที่ขายอาหาร แบบ บุฟเฟ่ต์ ที่มีเตาปิ้ง ด้วยถ่าน นั่งดูนั่งกินแบบ คนขี้เหนียว (ไม่ปิดร้านไม่เลิกกิน) เห็นไอ้ก้อนๆที่เขาเอามาใส่ให้ ทำไมมันดีจังใช้ได้นานมากนั่งอยู่เป็น ชั่วโมงๆ ขอเติมเพียงหนเดียว ขี้เถ้าก็ไม่ค่อยมี ถาม บริกรก็ ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เก็บความสงสัยมาอีกนาน มาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ลูกเขาชวนไปกิน ที่โรงแรม ไปยืนดูเขาปิ้ง หมู ปิ้งเนื้อ ทำสเต็ค เห็นถ่านที่เขาใช้ มันแดงน้อยๆกำลังดี แถมเร่งลดให้ร้อนน้อยร้อนมาก โดยไปหมุนอะไรไม่รู้ข้างล่าง ในใจคิดว่าต้อง ปิด-เปิด ประตูลมแน่ๆ เลย แต่เอ ทำไมถ่านมันไม่เห็นมี ขี้เถ้าเลย ไปถามว่า ต้องเติมถ่านบ่อยไม้ครับ เขาว่า ไม่ต้องเติม ครับ ดีใจจังพบถ่านวิเศษเข้าแล้ว ติดไฟแล้วไม่ต้องเติมอีกเลย น้องขอก้อนหนึ่งซิ จะเอาไปดูแล้วหามาขาย แทนถ่านจากไม้ จะได้ไม่ต้องตัดต้นไม้ทำลายป่ามาทำถ่าน รวยแน่แล้วเราคราวนี้ ต้องหาให้ได้ เขาบอกเดี๋ยวปิดเตาก่อนแล้วจะเอาไปให้ มานั่งเพิ่มความอ้วนอีก เกือบชั่งโมง ในที่สุด บริกร ก็นำถุงกระดาษให้มีอะไรอุ่นๆห่ออยู่ข้างในด้วย บอกคนที่ห้องครัวฝากมาให้ โอะ ดีใจจังกินแล้วได้อาหารกลับบ้านด้วย ผิดโต๊ะหรือเปล่า เนี่ยะ แถมยังอุ่นๆอยู่เลย แกะดูเป็นหิน พรุนๆก้อนหนึ่งยังร้อนๆอยู่เลย ถึงได้ถึงบางอ้อ ไอ้ที่ขอเขาไว้นี่เอง มันเป็นหินนี่นา ไม่เห็นเป็นถ่านเลย แล้วมันจะติดไฟได้อย่างไร ละ เลยต้องวิ่งไปขอดูที่เตาอีกที โอย โย่ โง่จริงๆด้วย ที่เขาใช้อยู่มันเตากาซ นี่นา เอาไฟที่จุด มาเผาเจ้าหินนี่อีกที มันถึงร้อนแดงเป็นเหมือนถ่าน เลยถามว่ามันคือหินอะไร เขาบอกหินภูเขาไฟหรือลาวา เลยบรรลุ สัจธรรม หลังจากโง่มานาน แต่ยังขอโง่ต่ออีกหน่อย ใครจะช่วยแก้โง่ได้บ้าง ไอ้ลาวามันคืออะไร มันเหมือนกันทั่วโลกหรือไม่ มันอยู่ใต้ผิวโลกหรือ เวลามันพ่นออกมามันมีอย่างอื่นๆ เงิน ทอง เหล็ก ฯลฯ ออกมาด้วยไหม แล้วมันหลอมเหลวที่อุณหภูมิเท่าไร ส่วนผสมมันมีอะไรบ้าง ไม่เห็นว่ามีลาวาที่ไหนที่เย็นแล้วจะเป็นหิน หรือดินที่เราเหยียบกันอยู่เลย ชิมดูก็ไม่เห็นมันเค็มเลย แล้วไอ้ เกลือที่อยู่ในน้ำทะเลจำนวนมากมายมันมาจากไหนอีกละ แล้วใต้โลกที่ว่ามันเหลวๆอยู่มันเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดทั้งโลก หรือเปล่า ใครก็ได้ช่วยลด โง่ โก๋หน่อย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 263 24 ก.พ. 2548 (14:34) 5 5 5 5 5 เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก ผมโง่กว่านั้นเสียอีกที่ยังไม่เคยเห็นก้อนที่ว่านั้น หินที่ว่านั้นมันคงจะเป็นหินพัมมิสซึ่งเป็นฟองของลาวากระมังครับ ลาวาเป็นหินหนืดเหลวร้อนอุณหภมิสูงมากเมื่อไหลอกมาก็จะเย็นตัวลงกลายเป็นหิน ส่วนที่เป็นเงิน ทอง เหล็กก็ออกมาด้วย แต่ถ้ามีน้อนมันก็จะรวมกับอย่างอื่นกลายเป็นสารประกอบของเหล็ก ของเงิน ไป แต่ถ้ามันมีมากๆไม่มีอย่างอื่นเจือปรก็จะกลายเป็นแร่หรือสินแร่(ซึ่งก็ไม่บริสุทธิ์อยู่ดี) สำหรับทองนั้นไม่ค่อยทำปฏิกิริยากับอย่างอื่นเราจึงสามารถขุดหาได้ บนผิวดินจะมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากเกิดจาก โลหะโซเดียม ทำปฏิกิริยากับคลอรีน เกิดเป็นโซเดียมคลอไรด์มีรสเค็ม เมื่อถูกน้ำฝนชะล้างลงไปในทะเลจึงทำให้น้ำทะเลมีรสเค็ม เราสามารถหาอายุของโลกนับตั้งแต่วันที่โลกเย็นตัวและเกิดฝนตกได้จากการคำนวณหาปริมาณเกลือในน้ำทะเลก็ได้นะครับ ตรงนี้ไม่โง่ แต่ยังมีเรื่องโง่ๆ(เชิงฟิสิกส์)จะมาเล่าให้ฟังอีกเยอะ Np (IP:203.121.140.235,192.168.5.2,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 264 24 ก.พ. 2548 (15:56) ไชโย ได้คู่แข่งคนฉลาดน้อยตัวจริงแล้ว ไว้คุณหมอ ศานติ กลับมาเยียมเมืองไทย แล้วมานัดกันประชันหน้ากันแข่งขัน ให้คุณหมอ เป็น กรรมการ ดี แมะ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |