วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ: 10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546         ชมแล้ว: 123,537 ตอบแล้ว: 925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก

ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม

ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน

และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย

ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง

ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ

ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ

http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3



นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| -25- 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 499 19 ม.ค. 2549 (15:52)
ผมเคยแข่งขันจรวดขวดนํานะครับที่งานวันวิทยาศาสตร์ผมแลเพื่อนแข่งได้ที่ 1 ด้วย มีสูตรด้วยหละ
1. หัวหนัก
2. ใช้ขวดเดียว
แล้วก็ต้องมีกำลังกินข้วมาก่อนด้วยหละเดี๋ยวจะไม่มีแรงแข่งกับเขา
เทพประดิษฐ์ สิรินันทเกตุ (IP:203.113.60.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 500 19 ม.ค. 2549 (20:58)
การเคลื่อนที่แบบโพรเจคไตล
ก็เกี่ยวข้องตรง ๆ กับทุกคนคงไม่ได้ แต่อาจเกี่ยวกับคนโดยอ้อมบ้าง
เช่น
ในโรงสี สายธารที่ไหลมาตามรางส่ง เมื่อไปถึงสายพานจะต้องพุ่งมาแบบโพรเจคไตล
ดังนั้นการออกแบบราง จะต้องคำนึงถึงรูปแบบการเคลื่อนที่วิถีโค้งฯ
นักกีฬาหลายชนิดต้องคิดเรื่องโพรเจคไตล
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 501 19 ม.ค. 2549 (21:03)
Robert Hook นับเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง
มีผลงานทั้งด้านฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์
ที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือกฎของฮุก F = -kx
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 502 19 ม.ค. 2549 (23:25)
ความเค้นและความเครียดมันมีประโยนชน์อย่างไรคะ ช่วยบอกที

ขอบคุณค่ะ
winterbaboo@hotmail.com (IP:61.7.139.208,192.168.1.196,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 503 20 ม.ค. 2549 (10:19)
ความเค้น และ ความเครียด เป็นปริมาณที่เป็นตัวเลข
ตัวเลข คงไม่มีประโยชน์อะไร
เช่นความเค้น 500 kPa หรือความเครียด 0.00025% ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
แต่
คนที่มีความรู้เรื่องความเค้นความเครียดและสมบัติความยืดหยุ่นของสสาร จะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือโครงสร้าง วัสดุ หีบห่อ ฯลฯ ได้อย่างเหมาะสม มั่นคง แข็งแรง ประหยัด
เช่น
การออกแบบค้อน หัวค้อนควรมีความแข็งแรงมากกว่าหัวตะปู
ผิวสะพานจะต้องรับได้ทั้งความเค้นดึง เค้นอัด เค้นเฉือน
การออกแบบปีกเครื่องบิน ตัวถังรถยนต์ ฯลฯ ล้วนแต่ต้องอาศัยความรู้เรื่องวัสดุศาสตร์
ฯลฯ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 504 27 ม.ค. 2549 (10:30)
Specular reflection หรือการสะท้อนอย่างมีระเบียบที่ผิวน้ำ
ถ่ายที่ทุ่งนาในหนองจอก กทม. 26 ม.ค. 49 เวลา 17:54 น.
เนื่องจากเป็นเวลาที่ใกล้อาทิตย์ตกดินเต็มแก่
แสงจะต้องผ่านบรรยากาศมาเป็นระยะทางยาวทีเดียว
ทำให้การกระเจิงได้พาเอาโทนแสงสีฟ้า เขียวออกไปจากดวงอาทิตย์เกือบหมด
แสงอาทิตย์ที่ตรงมาเข้าตา ก็จะเหลือเป็นโทนส้มแดง
ครูคงปล่อยนักเรียนกลับบ้านไปนานแล้ว เพราะครูเองก็อยากกลับไปทำธุระส่วนตัวเหมือนกัน
ดังนั้น โอกาสที่ครู และเด็กจะเห็นภาพนี้ร่วมกันคงยากมาก
ยิ่งเป็นโรงเรียนในเมือง ถึงครูจะอยู่ทำกิจกรรมกับนักเรียนจนเย็น(พวกครูเวรที่ต้องต้อนนักเรียนกลับบ้านแบบผม)
ก็ไม่มีโอกาสเห็นภาพนี้ เพราะมีแต่ตึกรามบ้านช่องเต็มไปหมด

19615
เนื่องจากเป็นเวลาเย็นที่เมฆกำลังดี ถ้าเมฆหนาก็จะไม่เห็นดวงอาทิตย์

ถ้าเมฆบาง หรือไม่มีเมฆ ก็จะอันตรายต่อสายตา
เกือบกลางภาพจะมีหุ่นไล่กาตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วย

ถ้าครู อาจารย์ต้องการภาพนี้แบบละเอียด บอก e-mail แล้วทำกล่องให้ว่าง ๆ ไว้ จะส่งไปให้ได้ครับ
ผมใช้ gmail.com ไม่มีปัญหาเรื่องกล่องเต็มอีกแล้ว
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 505 27 ม.ค. 2549 (10:46)
19616
ภาพนี้ ผมซูม 3x เต็มกำลัง optical zoom ของกล้องคอมแพ็ค
ทำให้เห็นหุ่นไล่กาได้ชัดขึ้น
ท้องฟ้าบริเวณอื่นที่ไม่ใช่สวนกับการมองดวงอาทิตย์ ยังเป็นสีฟ้าอยู่
เนื่องจากการกระเจิงของแสงที่ไม่ได้จากดวงอาทิตย์ตรง ๆ
จะเป็นแสงสีม่วง ฟ้า เป็นส่วนใหญ่
เวลาเหลืออีกไม่กี่นาที ดวงอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว( 17:57:33 น.)
ข้อดีของกล้องดิจิทอลก็คือ เวลาถ่ายภาพ เราไม่ต้องกังวลกับการจดตัวเลขแบบนี้
ข้อมูลพวกนี้ จะเป็นไฟล์ที่แนบมากับภาพ ทำให้เรารู้ว่า คราวต่อไป เราควรถ่ายภาพอย่างไร
เรียกว่า สามารถเรียนได้จากกล้องด้วย

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 506 28 ม.ค. 2549 (09:00)
มากระทู้นี้ครั้งแรก อึ้งเลยครับ
ไม่เคยนึกเลยว่าฟิสิกส์ในชีวิต
มันจะสนุกขนาดนี้
เหอะๆ
ส่วน คห.474-475
อ่ะ ครับ ผมประมาณว่ามุมที่รุ้งทำกับน้ำ 30 องศาละกัน
แล้ว เวลานี่ประมาณ 10 โมงเศษๆ ใช่มั้ยครับ
ม่ายแน่ใจอะ
neverheal เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 532 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 228 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 507 28 ม.ค. 2549 (15:18)
อาจารย์นิรันดร์ครับ
1.อิเล็กตรอนไม่สามารถมองเห็นมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช่หรือเปล่าครับ จึงจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเร่งให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาชนกับก๊าซฮีเลียม
2. ถ้ามองด้วยกลัองจุลทรรศน์ไม่เห็น แล้วเขาทราบได้อย่างไรว่าในสสาร มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบๆ นิวเคลียส
ka (IP:203.152.5.7,221.128.102.43,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 508 1 ก.พ. 2549 (09:46)
คุณ neverheal ครับ
ฟิสิกส์ อยู่กับเราทุกลมหายใจ
ที่ว่าทุกลมหายใจ ไม่ใช้พูดเพราะผมชอบฟิสิกส์
แต่เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
เราหายใจเข้าได้เพราะกระบังลมขยายตัว ทำให้ทรวงอกหรือปอดมีปริมาตรมากขึ้น
ส่งผลให้ความดันในช่องปอดลดลง อากาศภายนอกจึงเคลื่อนที่เข้าไปในปอดได้
ในทางกลับกัน เมื่อกระบังลมบีบให้ปอดเล็กลง ความดันในช่องปอดก็เพิ่มขึ้น
ทำให้เราสามารถขับอากาศในปอดออกมาภายนอกได้
นี่เป็นเพียงการหายใจระดับนอก
ยังมีระดับกลางและระดับลึก ๆ ซึ่งก็ไม่พ้นฟิสิกส์ครับ
ใครคิดจะหนีฟิสิกส์ให้พ้น ผมว่ามีทางเดียวครับ คือไปเกิดใหม่เป็น...อะไรที่กฎฟิสิกส์อธิบายไม่ได้(ไม่รู้จะมีหรือเปล่า)
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 509 1 ก.พ. 2549 (09:57)
คุณ ka ครับ

1. เราจะสามารถเห็นอะไรได้ สิ่งนั้นจะต้องใหญ่กว่าความยาวคื่นแสงที่เราเห็น
เช่นสีม่วง ความยาวคลื่น 400 นาโนเมตรครับ
แต่อะตอมมีขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตรหลายเท่า
ดังนั้นไม่มีทางเห็นอะตอมด้วยแสงที่ตามองเห็นได้เลย
แล้วอิเล็กตรอนเป็นส่วนประกอบของอะตอม ก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะเห็นได้อย่างไร

ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดว่า
"จึงจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเร่งให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาชนกับก๊าซฮีเลียม " ว่ามีความหมายอย่างไร???

2. มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราสามารถระบุว่ามันมีอยู่จริงได้โดยไม่ต้องเห็นมัน
อย่างเช่นหัวใจคน เราก็ไม่เคยเห็นกันเป็นส่วนใหญ่แต่เราก็เชื่อว่ามันมีจริง
เช่นฟังเสียงหัวใจเต้น หรือเห็นหัวใจหมูหรือสัตว์อื่น ๆ หรือไม่ก็เห็นภาพจากหนังสือ
ปืน มีกระสุนหรือไม่ จะรู้ได้อย่างไร
อาจลองยิงดู อาจถอดลูกโม่ออกมาดู อาจถอดแม็กกาซีนออกมาดู
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอิเล็กตรอนมีจริงก็คือ
ไม่มีใครเคยเห็น แต่มีพฤติกรรมคล้ายกระสุนปืน
คือเขาสามารถให้โลหะยิงกระสุนขนาดเล็กที่มองไม่เห็นออกมาได้
และสามารถตรวจสอบได้ว่ากระสุนนี้วิ่งไปชนแก้วแล้วเกิดการเรืองแสงออกมา
กระสุนนี้ ถ้าให้มันวิ่งผ่านสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กแล้วทำให้วิถีที่มันเคลื่อนที่ไปชนแก้วต่างไปจากเดิม
ก็ทำให้รู้ว่ากระสุนนี้มีประจุไฟฟ้าเป็นลบและมีมวลด้วย
การที่เราไม่เห็นมัน แต่เห็นพฤติกรรมที่มันแสดงออกมาได้ เช่นทำให้แก้วหรือสารฟลูออเรสเซ็นต์เรืองแสงได้ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ามันมีอยู่จริง

ดูอย่างที่คุณหมอพรทิพย์ ไม่ได้เห็นว่ามีใครยิงคุณห้างทอง
แต่ดูจากพยานหลักฐานก็ทำให้ท่านสรุปว่าคุณห้างทองไม่ได้ฆ่าตัวตาย
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 510 3 ก.พ. 2549 (16:20)
ไฟฉายแบบเขย่า

19617
เคยแยกธาตุแล้วถ่ายรูปไฟฉายเขย่าไว้แล้ว แต่ยังหาไม่เจอ
ก็เลยวาดให้พี่ np ดูเล่นไปก่อน
ส่วนประกอบ สำคัญก็มีอย่างในรูปนะครับ
1 กระบอกพลาสติกที่มีสายไฟอาบน้ำยาเส้นขนาดผมเส้นเล็ก ๆ ผมไม่ได้วัดแต่น่าจะเล็กกว่าเบอร์ 32 พันไว้หลายร้อยรอบ(อาจเป็นพันรอบก็ได้)
2 แท่งแม่เหล็กถาวรแรง ๆ ที่ขนาดครือ ๆ กับแกนกระบอกพลาสติกต้านในที่กลวง ๆ อยู่
3 ไดโอดบริดจ์
4 หลอด LED สีขาว
5 แบตเตอรี่แบบกระดุมชนิด Lithium ion
6 สวิตช์ไฟฟ้า
ทั้งหมดประกอบกันอย่างรูปครับ

พอเขย่า แท่งแม่เหล็กก้อเคลื่อนที่ผ่านขดลวด ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำตามกฎของฟาราเดย์
ไดโอด 4 ตัวหรือบริดจ์ไดโอดจะบังคับทิศทางของกระแสไฟฟ้าให้ไหลไปชาร์จแบตเตอรี่ไม่ว่าแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำทิศใด

สงสัยอย่างไรก็คุยกันได้ครับ

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 511 6 ก.พ. 2549 (12:10)
เตาไม่ร้อน อาหารและภาชนะโลหะ(เหล็ก)ร้อน
จากคำถามของคุณพี่"np"

Induction is a third method, completely different from all other cooking technologies--
it does not involve generating heat which is then transferred to the cooking vessel,
it makes the cooking vessel itself the original generator of the cooking heat.


(Microwaving, an oven-only technology, is a fourth method, wherein the heat also is generated directly in the food itself.)

How does an induction cooker do that?

Put simply, an induction-cooker element (what on a gas stove would be called a "burner") is a powerful,
high-frequency electromagnet, with the electromagnetism generated by sophisticated electronics in the "element"
under the unit's ceramic surface. When a good-sized piece of magnetic material--such as, for example, a cast-iron
skillet--is placed in the magnetic field that the element is generating, the field transfers ("induces") energy into that metal.
That transferred energy causes the metal--the cooking vessel--to become hot. By controlling the strength of the electromagnetic field,
we can control the amount of heat being generated in the cooking vessel--and we can change that amount instantaneously.

(To be technical, the field generates a loop current--a flow of electricity--within the metal of which the pot or pan is made,
and that current flow through the resistance of the metal generates heat, just as current flowing through the resistance element
of a conventional electric range's coil generates heat; the difference is that here, the heat is generated directly in the pot or pan
itself, not in any part of the cooker.)

19618

How Induction Cooking Works:

1. The element's electronics power a coil that produces a high-frequency electromagnetic field.

2. The field penetrates the metal of the ferrous (magnetic-material) cooking vessel and sets up a circulating electric current, which generates heat.

3. The heat generated in the cooking vessel is transferred to the vessel's contents.

3. Nothing outside the vessel is affected by the field--as soon as the vessel is removed from the element, or the element turned off, heat generation stops.

(Image courtesy of Induction Cooking World)



There is thus one point about induction: with current technology, induction cookers require that all your countertop cooking vessels
be of a "ferrous" metal (one, such as iron, that will readily sustain a magnetic field).
Materials like aluminum, copper, and pyrex are not usable on an induction cooker.
But all that means is that you need iron or steel pots and pans. And that is no drawback in absolute terms, for it includes
the best kinds of cookware in the world--every top line is full of cookware of all sizes and shapes suitable for use on induction cookers
(and virtually all of the lines will boast of it, because induction is so popular with discerning cooks). Nor do you have to go to
top-of-the-line names like All-Clad or Le Creuset, for many very reasonably priced cookware lines are also perfectly suited for
induction cooking. But if you are considering induction and have a lot invested, literally or emotionally, in non-ferrous cookware,
you do need to know the facts. (Check out our page on Induction Cookware.)
ที่มาข้อมูล
http://theinductionsite.com/how-induction-works.shtml

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 512 6 ก.พ. 2549 (12:30)

19618

จากภาพจะเห็นว่ามีขดลวดอยู่ ขดลวดนี้จะสร้างสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เมื่อมีภาชนะที่เป็นสารแม่เหล็ก(ก็เหล็กนั่นแหละ ถูกหน่อย)อยู่เหนือเตา
สนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้โดเมน(กลุ่มของไดโพลแม่เหล็กที่อยู่ในเนื้อเหล็ก)เกิดการหมุนตัวหรือเรียงตัวตามสนามแม่เหล็ก
แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้การหมุนตัวของโดเมนเหล่านี้ทำได้ไม่สมบูรณ์และเกิดการสูญเสียพลังงาน(hysteresis loss)
พลังงานที่สูญเสียนี้แหละครับก็คือความร้อน
และภาชนะก็ถ่ายโอนความร้อนให้กับอาหารอีกทีหนึ่ง

การค้นพบนี้ ก็มาจากปัญหาเรื่องที่แกนของหม้อแปลงมันร้อนหรือบัลลาสมันร้อนนั่นแหละครับ
แทนที่จะกำจัดความร้อนตรงนี้ทิ้งไป ก็หาทางเอาความร้อนที่เกิดขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์เสียเลย
แล้วผู้ผลิดตก็คุยว่า เตาแบบนี้ ประหยัดพลังงานมากเพราะไม่ต้องทำให้เตาร้อน หรือสิ่งแวดล้อมร้อน แค่ภาชนะและอาหารเท่านั้นที่ร้อนขึ้นมา

เตาแบบนี้ แตกต่างจากเตาไมโครเวฟที่แพร่หลายมากในบ้านเรา
ซึ่งอาศัยการเหนี่ยวนำที่ไม่เหมือนกัน
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 513 6 ก.พ. 2549 (12:47)
ถึงแม้จะมีข้อดีมากในเรื่องการประหยัดพลังงาน
แต่ข้อเสียก็มาบดบังข้อดีไปหมด
เนื่องจากผู้ใช้ที่มีภาชนะอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเอามาใช้กับเตาแบบนี้ได้
(ใครจะซื้อมาใช้ก็ต้องคิดหนัก ๆ หน่อย)
คือถ้าตั้งครัวใหม่ ไม่มีหม้อ กระทะ กาต้มน้ำ ฯลฯ สักใบเลย
แล้วล่ะก็ เหมาะที่จะใช้เตาแบบนี้ เพราะจะต้องใช้ภาชนะของเขาหรือแบบที่ออกแบบมาสำหรับเตาแบบนี้เท่านั้น
จะเป็นกะทะทองเหลือง ทองแดง อลูมินั่ม ไม่ได้ทั้งนั้น
ต้องเหล็กล้วน ๆ
แล้วก็ต้องก้นแบนอย่างเดียว จะกลมจะโค้งไม่ได้ แล้วก็ต้องโตเท่ากับเตา(จะมีวง ๆ ให้สังเกต)
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 514 7 ก.พ. 2549 (17:23)
1. ไปเดินเล่นที่คลองถม ไปเจอร้านแม่เหล็ก
99% คือแม่เหล็ก เอาแม่เหล็กกลม ๆ แบน ๆ เล็ก ๆ แรง ๆ มา 2 อัน
2. หาแกนเฟอไรท์(ที่ใช้ทำคอยล์วิทยุ)ที่โตเท่ากับแม่เหล็กมาแท่งหนึ่ง ตัดให้เรียบยาว 1 นิ้วฟุต
3. ราวอลูมินัมซื้อมาอันหนึ่งแบบที่ท่อเล็ก ๆ ให้โตกว่าแม่เหล็กและแกนเฟอไรท์ที่ได้มาอยู่หน่อยนึง ตัดเอามาแต่ท่อ

4. จับท่อให้อยู่ในแนวดิ่ง
5. ทิ้งแกนเฟอไรท์ลงในท่อ
6. ลองเอาแม่เหล็กแตะที่ท่อ จะไม่รู้สึกว่าดู แต่แตะที่แกนเฟอไรท์จะดูดหนับ
7. ติดแม่เหล็กที่ปลายแท่งเฟอไรท์ 1 อัน
8. ทิ้งแท่งแม่เหล็กลงในท่ออีกครั้ง สังเกตว่าเวลาต่างกันอย่างไร
9. แม่เหล็กอีกแท่ง ฝากให้ลองคิดเองว่าจะเล่นอะไรได้อีก
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 515 8 ก.พ. 2549 (00:31)
19619


โฮ ของเล่นโก๋ฯเลย นะนี่
ไว้ลองถูมิ เด็กเรียนไฟฟ้าดีครับ ไม่รู้เด็กวิทย์จะเกี่ยวมากกว่าไหม?

โดยถามว่าผลที่ได้ มันเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หากใครคิดได้โดยไม่เห็นคำตอบมาก่อน
(คิดเอง)จากความรู้ต่างๆที่เรียนมา และ ใช้ประมวลผลมาอธิบายได้ เป็นผมให้ปริญญาได้เลยนะ ผมว่า

เคยลองเอาไปเดินงานที่มีเด็ก วิศวะฯ ไปกันเยอะๆแอบไปลองภูมิ เห็น เป็นคุณเอ๋อ กันหมดไม่เห็นมีใครตอบได้
เลยฝากไปให้คิดคราวหน้าจะมาเอาคำตอบ ไม่รู้คิดออกกันยัง นะ

ผมใช้แค่แม่เหล็กในไฟฉายเขย่า กับท่อ อลูมิเนียมเท่านั้น




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 516 8 ก.พ. 2549 (00:54)
19620

ความเห็นเพิ่มเติมที่513

---------
แล้วล่ะก็ เหมาะที่จะใช้เตาแบบนี้ เพราะจะต้องใช้ภาชนะของเขาหรือแบบที่ออกแบบมาสำหรับเตาแบบนี้เท่านั้น
จะเป็นกะทะทองเหลือง ทองแดง อลูมินั่ม ไม่ได้ทั้งนั้นต้องเหล็กล้วน ๆ---------



เคยงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นานว่าทำไม วัสดุที่ไม่ใช่เหล็ก หรือ สแตนเลส ถึงใช้กับเตาพวกนี้ไม่ได้
ในเมื่อหลักการมันก็เอาแม่เหล็กไฟฟ้า ไปตัดกับตัวนำไฟฟ้า ให้เกิด hysteresis loss
แล้วไม ตัวนำอย่างอื่นๆเช่นหม้อ อลูมิเนียมจึงใช้ไม่ได้ (ไม่เห็นร้อน)สนามแม่เหล็กมันไม่ตัดหรืออย่างไร

กลุ้มมานาน จนถึงบางอ้อ ก็ตอนรู้จักพี่กู นี่แหละ(Google)

ใครสงสัยเหมือนกันก็ลองหาดู นะครับ




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 517 8 ก.พ. 2549 (09:28)
สารแม่เหล็กที่มีอยู่ทั่วไปและราคาถูกหน่อยก็คือเหล็ก
ที่แพงหน่อยก็นิเกิ้ลกับโคบอลท์ แต่มันแพงมากเกินกว่าจะเอามาทำภาชนะทำอาหาร แถม อาจมีพิษด้วยจึงไม่เหมาะที่จะเอามาทำเป็นภาชนะครับ
แต่เหล็กนั้น มีส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต เพราะฉะนั้น กินเพิ่อเข้าไปก็ไม่เป็นไร ก็เลยเอาเหล็กมาทำเป็นภาชนะได้ครับ

ทีนี้ มาถึงที่ว่า ทำไมหม้ออลูมิเนียมหรือกะทะทองเหลืองถึงใช้ไม่ได้
ก็เพราะมันไม่ใช่สารแม่เหล็ก
มันไม่มีกลุ่มโมเลกุลหรือโดเมนที่เป็นแม่เหล็ก
ดังนั้น เมื่อถูกเหนี่ยวนำ มันก็จะไม่เกิด hysteresis loss
แต่จะเกิดเพียง eddy current loss เท่านั้น
ดังนั้น ประสิทธิภาพมันจะต่างจากกะทะเหล็กมากครับ

ที่ผมให้เอาแกนเฟอไรท์มาช่วยเพราะแม่เหล็กมันเล็กและแบน ถ้าทิ้งไปในท่อ มันจะไม่เกิดเสถียรภาพในการตกแล้วพลิกตัวมันก็จะไปขัดกับต่อ ตกไม่สะดวก
แต่ถ้ามีแม่เหล็กแท่งที่มีความยาวมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางท่ออย่างแม่เหล็กจากไฟฉายเขย่า ก็ OK ครับ
แต่ไฟฉายเขย่า อันหนึ่งก็หลายสิบบาท(ร่วม100) ส่วนแม่เหล็กเล็ก ๆ ก็ก้อนละ 10 บาทเท่านั้น

ส่วน แกนเฟอไรท์ ถ้าไม่มีก็หาน้อตหรือตะปูตัวโต ๆ มาแทนก็ได้ครับ
หรือถ้าขี้เกียจหา เอาแม่เหล็กมาต่อกันหลาย ๆ ก้อนก็ได้ แต่มันแพงนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 518 8 ก.พ. 2549 (10:16)
19610
ภาพประกอบความคิดเห็นเพิ่มเติ่ม 514 515 517

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12844 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.