|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
123,537
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| -25- 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 499 19 ม.ค. 2549 (15:52) ผมเคยแข่งขันจรวดขวดนํานะครับที่งานวันวิทยาศาสตร์ผมแลเพื่อนแข่งได้ที่ 1 ด้วย มีสูตรด้วยหละ 1. หัวหนัก 2. ใช้ขวดเดียว แล้วก็ต้องมีกำลังกินข้วมาก่อนด้วยหละเดี๋ยวจะไม่มีแรงแข่งกับเขา เทพประดิษฐ์ สิรินันทเกตุ (IP:203.113.60.12,,) การเคลื่อนที่แบบโพรเจคไตล ก็เกี่ยวข้องตรง ๆ กับทุกคนคงไม่ได้ แต่อาจเกี่ยวกับคนโดยอ้อมบ้าง เช่น ในโรงสี สายธารที่ไหลมาตามรางส่ง เมื่อไปถึงสายพานจะต้องพุ่งมาแบบโพรเจคไตล ดังนั้นการออกแบบราง จะต้องคำนึงถึงรูปแบบการเคลื่อนที่วิถีโค้งฯ นักกีฬาหลายชนิดต้องคิดเรื่องโพรเจคไตล Robert Hook นับเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง มีผลงานทั้งด้านฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์ ที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือกฎของฮุก F = -kx ความเห็นเพิ่มเติมที่ 502 19 ม.ค. 2549 (23:25) ความเค้นและความเครียดมันมีประโยนชน์อย่างไรคะ ช่วยบอกที ขอบคุณค่ะ winterbaboo@hotmail.com (IP:61.7.139.208,192.168.1.196,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 503 20 ม.ค. 2549 (10:19) ความเค้น และ ความเครียด เป็นปริมาณที่เป็นตัวเลข ตัวเลข คงไม่มีประโยชน์อะไร เช่นความเค้น 500 kPa หรือความเครียด 0.00025% ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร แต่ คนที่มีความรู้เรื่องความเค้นความเครียดและสมบัติความยืดหยุ่นของสสาร จะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือโครงสร้าง วัสดุ หีบห่อ ฯลฯ ได้อย่างเหมาะสม มั่นคง แข็งแรง ประหยัด เช่น การออกแบบค้อน หัวค้อนควรมีความแข็งแรงมากกว่าหัวตะปู ผิวสะพานจะต้องรับได้ทั้งความเค้นดึง เค้นอัด เค้นเฉือน การออกแบบปีกเครื่องบิน ตัวถังรถยนต์ ฯลฯ ล้วนแต่ต้องอาศัยความรู้เรื่องวัสดุศาสตร์ ฯลฯ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 504 27 ม.ค. 2549 (10:30) Specular reflection หรือการสะท้อนอย่างมีระเบียบที่ผิวน้ำ ถ่ายที่ทุ่งนาในหนองจอก กทม. 26 ม.ค. 49 เวลา 17:54 น. เนื่องจากเป็นเวลาที่ใกล้อาทิตย์ตกดินเต็มแก่ แสงจะต้องผ่านบรรยากาศมาเป็นระยะทางยาวทีเดียว ทำให้การกระเจิงได้พาเอาโทนแสงสีฟ้า เขียวออกไปจากดวงอาทิตย์เกือบหมด แสงอาทิตย์ที่ตรงมาเข้าตา ก็จะเหลือเป็นโทนส้มแดง ครูคงปล่อยนักเรียนกลับบ้านไปนานแล้ว เพราะครูเองก็อยากกลับไปทำธุระส่วนตัวเหมือนกัน ดังนั้น โอกาสที่ครู และเด็กจะเห็นภาพนี้ร่วมกันคงยากมาก ยิ่งเป็นโรงเรียนในเมือง ถึงครูจะอยู่ทำกิจกรรมกับนักเรียนจนเย็น(พวกครูเวรที่ต้องต้อนนักเรียนกลับบ้านแบบผม) ก็ไม่มีโอกาสเห็นภาพนี้ เพราะมีแต่ตึกรามบ้านช่องเต็มไปหมด
ถ้าครู อาจารย์ต้องการภาพนี้แบบละเอียด บอก e-mail แล้วทำกล่องให้ว่าง ๆ ไว้ จะส่งไปให้ได้ครับ ผมใช้ gmail.com ไม่มีปัญหาเรื่องกล่องเต็มอีกแล้ว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 505 27 ม.ค. 2549 (10:46)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 506 28 ม.ค. 2549 (09:00) มากระทู้นี้ครั้งแรก อึ้งเลยครับ ไม่เคยนึกเลยว่าฟิสิกส์ในชีวิต มันจะสนุกขนาดนี้ เหอะๆ ส่วน คห.474-475 อ่ะ ครับ ผมประมาณว่ามุมที่รุ้งทำกับน้ำ 30 องศาละกัน แล้ว เวลานี่ประมาณ 10 โมงเศษๆ ใช่มั้ยครับ ม่ายแน่ใจอะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 507 28 ม.ค. 2549 (15:18) อาจารย์นิรันดร์ครับ 1.อิเล็กตรอนไม่สามารถมองเห็นมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช่หรือเปล่าครับ จึงจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเร่งให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาชนกับก๊าซฮีเลียม 2. ถ้ามองด้วยกลัองจุลทรรศน์ไม่เห็น แล้วเขาทราบได้อย่างไรว่าในสสาร มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบๆ นิวเคลียส ka (IP:203.152.5.7,221.128.102.43,) คุณ neverheal ครับ ฟิสิกส์ อยู่กับเราทุกลมหายใจ ที่ว่าทุกลมหายใจ ไม่ใช้พูดเพราะผมชอบฟิสิกส์ แต่เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เราหายใจเข้าได้เพราะกระบังลมขยายตัว ทำให้ทรวงอกหรือปอดมีปริมาตรมากขึ้น ส่งผลให้ความดันในช่องปอดลดลง อากาศภายนอกจึงเคลื่อนที่เข้าไปในปอดได้ ในทางกลับกัน เมื่อกระบังลมบีบให้ปอดเล็กลง ความดันในช่องปอดก็เพิ่มขึ้น ทำให้เราสามารถขับอากาศในปอดออกมาภายนอกได้ นี่เป็นเพียงการหายใจระดับนอก ยังมีระดับกลางและระดับลึก ๆ ซึ่งก็ไม่พ้นฟิสิกส์ครับ ใครคิดจะหนีฟิสิกส์ให้พ้น ผมว่ามีทางเดียวครับ คือไปเกิดใหม่เป็น...อะไรที่กฎฟิสิกส์อธิบายไม่ได้(ไม่รู้จะมีหรือเปล่า) คุณ ka ครับ 1. เราจะสามารถเห็นอะไรได้ สิ่งนั้นจะต้องใหญ่กว่าความยาวคื่นแสงที่เราเห็น เช่นสีม่วง ความยาวคลื่น 400 นาโนเมตรครับ แต่อะตอมมีขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตรหลายเท่า ดังนั้นไม่มีทางเห็นอะตอมด้วยแสงที่ตามองเห็นได้เลย แล้วอิเล็กตรอนเป็นส่วนประกอบของอะตอม ก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะเห็นได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดว่า "จึงจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเร่งให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาชนกับก๊าซฮีเลียม " ว่ามีความหมายอย่างไร??? 2. มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราสามารถระบุว่ามันมีอยู่จริงได้โดยไม่ต้องเห็นมัน อย่างเช่นหัวใจคน เราก็ไม่เคยเห็นกันเป็นส่วนใหญ่แต่เราก็เชื่อว่ามันมีจริง เช่นฟังเสียงหัวใจเต้น หรือเห็นหัวใจหมูหรือสัตว์อื่น ๆ หรือไม่ก็เห็นภาพจากหนังสือ ปืน มีกระสุนหรือไม่ จะรู้ได้อย่างไร อาจลองยิงดู อาจถอดลูกโม่ออกมาดู อาจถอดแม็กกาซีนออกมาดู สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอิเล็กตรอนมีจริงก็คือ ไม่มีใครเคยเห็น แต่มีพฤติกรรมคล้ายกระสุนปืน คือเขาสามารถให้โลหะยิงกระสุนขนาดเล็กที่มองไม่เห็นออกมาได้ และสามารถตรวจสอบได้ว่ากระสุนนี้วิ่งไปชนแก้วแล้วเกิดการเรืองแสงออกมา กระสุนนี้ ถ้าให้มันวิ่งผ่านสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กแล้วทำให้วิถีที่มันเคลื่อนที่ไปชนแก้วต่างไปจากเดิม ก็ทำให้รู้ว่ากระสุนนี้มีประจุไฟฟ้าเป็นลบและมีมวลด้วย การที่เราไม่เห็นมัน แต่เห็นพฤติกรรมที่มันแสดงออกมาได้ เช่นทำให้แก้วหรือสารฟลูออเรสเซ็นต์เรืองแสงได้ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ามันมีอยู่จริง ดูอย่างที่คุณหมอพรทิพย์ ไม่ได้เห็นว่ามีใครยิงคุณห้างทอง แต่ดูจากพยานหลักฐานก็ทำให้ท่านสรุปว่าคุณห้างทองไม่ได้ฆ่าตัวตาย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 510 3 ก.พ. 2549 (16:20) ไฟฉายแบบเขย่า
เตาไม่ร้อน อาหารและภาชนะโลหะ(เหล็ก)ร้อน จากคำถามของคุณพี่"np" Induction is a third method, completely different from all other cooking technologies-- it does not involve generating heat which is then transferred to the cooking vessel, it makes the cooking vessel itself the original generator of the cooking heat. (Microwaving, an oven-only technology, is a fourth method, wherein the heat also is generated directly in the food itself.) How does an induction cooker do that? Put simply, an induction-cooker element (what on a gas stove would be called a "burner") is a powerful, high-frequency electromagnet, with the electromagnetism generated by sophisticated electronics in the "element" under the unit's ceramic surface. When a good-sized piece of magnetic material--such as, for example, a cast-iron skillet--is placed in the magnetic field that the element is generating, the field transfers ("induces") energy into that metal. That transferred energy causes the metal--the cooking vessel--to become hot. By controlling the strength of the electromagnetic field, we can control the amount of heat being generated in the cooking vessel--and we can change that amount instantaneously. (To be technical, the field generates a loop current--a flow of electricity--within the metal of which the pot or pan is made, and that current flow through the resistance of the metal generates heat, just as current flowing through the resistance element of a conventional electric range's coil generates heat; the difference is that here, the heat is generated directly in the pot or pan itself, not in any part of the cooker.)
เมื่อมีภาชนะที่เป็นสารแม่เหล็ก(ก็เหล็กนั่นแหละ ถูกหน่อย)อยู่เหนือเตา สนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้โดเมน(กลุ่มของไดโพลแม่เหล็กที่อยู่ในเนื้อเหล็ก)เกิดการหมุนตัวหรือเรียงตัวตามสนามแม่เหล็ก แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้การหมุนตัวของโดเมนเหล่านี้ทำได้ไม่สมบูรณ์และเกิดการสูญเสียพลังงาน(hysteresis loss) พลังงานที่สูญเสียนี้แหละครับก็คือความร้อน และภาชนะก็ถ่ายโอนความร้อนให้กับอาหารอีกทีหนึ่ง การค้นพบนี้ ก็มาจากปัญหาเรื่องที่แกนของหม้อแปลงมันร้อนหรือบัลลาสมันร้อนนั่นแหละครับ แทนที่จะกำจัดความร้อนตรงนี้ทิ้งไป ก็หาทางเอาความร้อนที่เกิดขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์เสียเลย แล้วผู้ผลิดตก็คุยว่า เตาแบบนี้ ประหยัดพลังงานมากเพราะไม่ต้องทำให้เตาร้อน หรือสิ่งแวดล้อมร้อน แค่ภาชนะและอาหารเท่านั้นที่ร้อนขึ้นมา เตาแบบนี้ แตกต่างจากเตาไมโครเวฟที่แพร่หลายมากในบ้านเรา ซึ่งอาศัยการเหนี่ยวนำที่ไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะมีข้อดีมากในเรื่องการประหยัดพลังงาน แต่ข้อเสียก็มาบดบังข้อดีไปหมด เนื่องจากผู้ใช้ที่มีภาชนะอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเอามาใช้กับเตาแบบนี้ได้ (ใครจะซื้อมาใช้ก็ต้องคิดหนัก ๆ หน่อย) คือถ้าตั้งครัวใหม่ ไม่มีหม้อ กระทะ กาต้มน้ำ ฯลฯ สักใบเลย แล้วล่ะก็ เหมาะที่จะใช้เตาแบบนี้ เพราะจะต้องใช้ภาชนะของเขาหรือแบบที่ออกแบบมาสำหรับเตาแบบนี้เท่านั้น จะเป็นกะทะทองเหลือง ทองแดง อลูมินั่ม ไม่ได้ทั้งนั้น ต้องเหล็กล้วน ๆ แล้วก็ต้องก้นแบนอย่างเดียว จะกลมจะโค้งไม่ได้ แล้วก็ต้องโตเท่ากับเตา(จะมีวง ๆ ให้สังเกต) 1. ไปเดินเล่นที่คลองถม ไปเจอร้านแม่เหล็ก 99% คือแม่เหล็ก เอาแม่เหล็กกลม ๆ แบน ๆ เล็ก ๆ แรง ๆ มา 2 อัน 2. หาแกนเฟอไรท์(ที่ใช้ทำคอยล์วิทยุ)ที่โตเท่ากับแม่เหล็กมาแท่งหนึ่ง ตัดให้เรียบยาว 1 นิ้วฟุต 3. ราวอลูมินัมซื้อมาอันหนึ่งแบบที่ท่อเล็ก ๆ ให้โตกว่าแม่เหล็กและแกนเฟอไรท์ที่ได้มาอยู่หน่อยนึง ตัดเอามาแต่ท่อ 4. จับท่อให้อยู่ในแนวดิ่ง 5. ทิ้งแกนเฟอไรท์ลงในท่อ 6. ลองเอาแม่เหล็กแตะที่ท่อ จะไม่รู้สึกว่าดู แต่แตะที่แกนเฟอไรท์จะดูดหนับ 7. ติดแม่เหล็กที่ปลายแท่งเฟอไรท์ 1 อัน 8. ทิ้งแท่งแม่เหล็กลงในท่ออีกครั้ง สังเกตว่าเวลาต่างกันอย่างไร 9. แม่เหล็กอีกแท่ง ฝากให้ลองคิดเองว่าจะเล่นอะไรได้อีก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 515 8 ก.พ. 2549 (00:31)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 516 8 ก.พ. 2549 (00:54)
สารแม่เหล็กที่มีอยู่ทั่วไปและราคาถูกหน่อยก็คือเหล็ก ที่แพงหน่อยก็นิเกิ้ลกับโคบอลท์ แต่มันแพงมากเกินกว่าจะเอามาทำภาชนะทำอาหาร แถม อาจมีพิษด้วยจึงไม่เหมาะที่จะเอามาทำเป็นภาชนะครับ แต่เหล็กนั้น มีส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต เพราะฉะนั้น กินเพิ่อเข้าไปก็ไม่เป็นไร ก็เลยเอาเหล็กมาทำเป็นภาชนะได้ครับ ทีนี้ มาถึงที่ว่า ทำไมหม้ออลูมิเนียมหรือกะทะทองเหลืองถึงใช้ไม่ได้ ก็เพราะมันไม่ใช่สารแม่เหล็ก มันไม่มีกลุ่มโมเลกุลหรือโดเมนที่เป็นแม่เหล็ก ดังนั้น เมื่อถูกเหนี่ยวนำ มันก็จะไม่เกิด hysteresis loss แต่จะเกิดเพียง eddy current loss เท่านั้น ดังนั้น ประสิทธิภาพมันจะต่างจากกะทะเหล็กมากครับ ที่ผมให้เอาแกนเฟอไรท์มาช่วยเพราะแม่เหล็กมันเล็กและแบน ถ้าทิ้งไปในท่อ มันจะไม่เกิดเสถียรภาพในการตกแล้วพลิกตัวมันก็จะไปขัดกับต่อ ตกไม่สะดวก แต่ถ้ามีแม่เหล็กแท่งที่มีความยาวมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางท่ออย่างแม่เหล็กจากไฟฉายเขย่า ก็ OK ครับ แต่ไฟฉายเขย่า อันหนึ่งก็หลายสิบบาท(ร่วม100) ส่วนแม่เหล็กเล็ก ๆ ก็ก้อนละ 10 บาทเท่านั้น ส่วน แกนเฟอไรท์ ถ้าไม่มีก็หาน้อตหรือตะปูตัวโต ๆ มาแทนก็ได้ครับ หรือถ้าขี้เกียจหา เอาแม่เหล็กมาต่อกันหลาย ๆ ก้อนก็ได้ แต่มันแพงนะครับ
หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |