|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
123,572
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| -35- 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| #707 and #709 #709 คำว่าตกที่เดิม หมายถึง เอาพื้นถนนเป็นจุดอ้างอิงค่ะ แต่ถ้าเอาพื้นหลังคารถเป็นจุดอ้างอิง ก็ตกไปทางด้านหลังคารถค่ะ ตกที่เดิม กับตกตำแหน่งใหม่(ถอยหลัง) ถูกต้องทั้งสองคำตอบค่ะ แต่จุดอ้างอิงต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเอาจุดไหนเป็นจุดอ้างอิง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 712 8 ส.ค. 2549 (23:38) ผม........ผมแย่แล้วครับ ผมมีปัญหาเรื่องฟิสิกส์ นิดหน่อย พอดีตอนสอบกลางภาค ผมทำข้อสอบได้น้อยมากเลย ทั้งๆ ที่ พอเอากลับมาคิดแล้ว ผมควรจะทำมันได้ ตอนสอบยอมรับครับว่า "รน" แต่.... ไม่รู้สิ ผมอาจจะดูถูกตัวเองเกินไป คนโน้นก็เก่ง คนนี้ก็เก่ง ฮื่อๆๆๆๆๆ เลยไม่มีกระจิดกระใจทำข้อสอบเลย น่าเสียดายจัง ขนาดหน่วยของคำตอบผมยังลืมเลยครับ ต้องมานั่งตัดหน่วยเอาเอง ตัดผิดตัดถูก ว้า ๆๆ มีแวว ดรอปแน่เลยอาจารย์ แต่ก็จริงนะ สอบกลางภาค ปาเข้าไป 15 ,16 บท ตั้งตัวไม่ทัน ก็เลยอ่านไม่ทันเลย แย่ๆๆๆๆๆๆๆ drink (IP:124.120.242.237,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 713 9 ส.ค. 2549 (05:38) คุณรู้ตัวแล้ว ว่าคุณแย่ คุณรู้ตัวแล้วว่า การอาศัยความเข้าใจอย่างเดียว (เช่นการตัดหน่วย) มันไม่ทันกิน คุณจะต้องหาวิธีการจำของตัวเอง รวบรวมสูตรลัด(ที่เข้าใจแล้ว)ไว้ด้วย จะได้หยิบมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องคิด ข้อสอบมีตั้งหลายบท คุณรู้ตัวแล้วว่าคุณจะอ่านไม่ทัน เมื่อคุณรู้ปัญหาของคุณเองดีแล้ว เราก็เชื่อแน่ว่าคุณคงจะแก้ปัญหาของคุณเองได้ ขอเอาใจช่วย คุณเดินทางถูกแล้ว ขอให้พยายามต่อไป np (IP:58.8.84.141,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 714 9 ส.ค. 2549 (14:35) หนูปอนด์ลองทำจรวดน้ำสิ เกี่ยวกับทุกอย่างที่อาจารย์ต้องการเลย ปรึกษาน้องแกมม่าได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 715 9 ส.ค. 2549 (14:46) #711 เรื่อง MegaClever ตอนที่กระโดดบนหลังคารถ ลมค่อนข้างแรงมาก ความเร็วรถก็มากพอสมควร ส่งผลต่อคนที่ยืนบนหลังคารถมาก ทำให้คนถอยหลังไปจากตำแหน่งบนหลังคารถพอสมควร แต่แน่นอน ตำแหน่งที่ตกบนหลังคารถ ไกลจากจุดโดดบนพื้นดินโขอยู่ ถ้าไม่มีแรงลมปะทะ แน่นอนว่า นักแสดงต้องตกลงบนจุดเดิมบนหลังคารถ แต่ก็แน่ ๆ อีกแหละว่า บนหลังคารถย่อมมีลมแรงมาก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 716 9 ส.ค. 2549 (15:14) #712 คุณเรียนอยู่ที่ไหนครับ แค่กลางภาคเรียนที 15 บท(ว้าว แยะจัง )ลูกศิษย์ผม ให้สอบแค่ไม่กี่บท ก็โอดครวญกันน่าดูเหมือนกัน ขอบคุณพี่ np ที่มาช่วยให้กำลังใจเด็ก ๆ นะครับ วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าไฟฟ้าน้ำประปา หมอ้หุงข้าว วิทยุโทรทัศน์ และเยอะแยะมันเกี่ยวกับฟิสิกส์ทั้งนั้น และสัมผัสได้จริงด้วย ตื่นขึ้นมาแปลงฟัน (เคมี) กินข้าว (ชีวะ) ผมไม่เห็นว่าอะไรที่ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เลย ทำไมเด็กไทยจึงมีพื้นฐานวิทยาศาสตร์ต่ำครับ มันเรื่องของตัวเองทั้งนั้น เราควรสร้างวัฒนธรรมและวิถีคิดทางวิทยาศาสสตร์ให้กับเด็ก ให้เขารู้จักคิด ซักถาม วิพากวิจารย์ ถ้าเขาคิดเป็นเชื่อมโยงเป็นการเรียนอะไรยาก ๆ ก็คงจะง่ายขึ้น สิ่งที่เราเรียนใหม่มันก็ซ้ำ ๆ กับของเดิม เพียงแต่คนละเคส คนละตัวอย่างเท่านั้น มันต้องมีแบบแผนครับ ถ้าใหจำทั้งหมด มีสมองโตเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.118,10.210.1.7,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 718 10 ส.ค. 2549 (14:32) ผมเข้าใจว่า บทเรียนของเด็กนักเรียนไทย เน้นที่ให้เรียนมาก ๆ เข้าไว้ อะไร ก็ต้องจำให้ได้ตามที่ครูสอนไว้ ไม่ได้เรียนให้คิดเป็นทำเป็น เด็กเรียนเรื่องโมเมนตัม การชน แต่ตอกตะปูไม่เป็น เรียนเรื่องแสง การเกิดภาพ แต่ไม่เคยเห็นเลนส์ทั้งที่ใส่แว่นอยู่บนหน้า เรียนเรื่องการต่อวงจรแบบอนุกรม ขนาน แต่ไม่รู้ว่าสวิทช์ไฟที่บ้านต่ออย่างไร ฯลฯ ดูแล้ว เรียนเหมือนไม่ได้เรียน เรียนแล้วก็ไม่รู้อะไรเท่าเดิม 2-3 วันก่อนในงาน University fair ผมใช้เท้าเปล่า บดเศษแก้วให้แตกให้พณท่านรัฐมนตรีศึกษา(จาตุรนต์)ดู แล้วจะเอามาเล่าให้ฟังอีกที ความเห็นเพิ่มเติมที่ 719 13 ส.ค. 2549 (20:15) ก็ระบบการศึกษาเน้นเนื้อหาเกินไป จุดมุ่งหมายเน้นเนื้อหาเกินไป ไม่ได้ปลูกฝังหรือฝึกให้นักเรียนคิดริเริ่มอะไรบ้างเลย ก็ควรแก้ปัญหาตรงนี้เหมือนกัน เรียนไปแต่ไม่ทราบว่าจะใช้อย่างไร ก็เปล่าประโยชน์ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 720 13 ส.ค. 2549 (20:19) ผมก็ไม่ค่อยจะได้เข้ามาสักเท่าไหร่ ช่วงนี้ต้องอ่านหนังสือเยอะครับ เพื่อพ่อแม่กับอนาคต ต้องสอบแพทย์ให้ได้ ผมก็รุ่นเดียวกับ ลูกชายของ อ.นิรันดร์ครับ ม.6 เหมือนกัน สำหรับผม ลูก ๆ ไม่ได้ถูกบังคับหรือ forced ให้ต้องเรียนคณะยอดนิยม เพราะผมทำเพื่ออนาคตลูก ที่เขาน่าจะได้เรียนที่เขาถนัดมากกว่า อาจจะหางานยากกว่าหมอบ้าง รายได้คงไม่มากเท่าหมอ แต่คนโต ที่จบวิทยาศาสตร์จุฬาฯ(เหมือนพ่อ อิอิ)มาก็ดูมีความสุขกับงานดี ทำงานมา 7 - 8 ปี ก็ตอนนี้ เงินเดือนแซงครูที่ทำงานมา 30 กว่าปีไปแล้ว คนรองเรียนวิทยาศาสตร์ประสานมิตร เรียนไป ทำงานไปด้วย ตรงกับสาขาที่เรียน ท่าทางก็สนุกกับงานดี คนที่ชั้นเดียวกับ ผาง-ผาง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเข้าวิทยาศาสตร์จุฬาฯอีกคน ก็ไม่ได้ให้เขาเครียดมากนัก เพราะคงไม่หนักหนาสาหัสกับการสอบ A-net O-net หรือทำเกรดสวย ๆ แบบต้อง 4 ทุกวิชาทั้งที่พะอืดพะอมเรียน แต่ถ้ารักจะเป็นหมอจริง ๆ ก็พยายามเข้านะครับ เพราะประเทศไทยยังขาดหมออีกมาก โดยเฉพาะหมอที่ตั้งใจทุ่มเทชีวิตเพื่อสุขภาพของคนยากไร้ตามชนบท ตามดอยตามเขา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 722 18 ส.ค. 2549 (20:25) ครับอาจารย์ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 723 18 ส.ค. 2549 (20:30) อ.นิรันดร์เล่าให้ฟังหน่อยครับ เรื่องที่ว่า 2-3 วันก่อนในงาน University fair ผมใช้เท้าเปล่า บดเศษแก้วให้แตกให้พณท่านรัฐมนตรีศึกษา(จาตุรนต์)ดู แล้วจะเอามาเล่าให้ฟังอีกที แล้วผมจะแวะมาอ่านอีกทีนะครับ โชคไม่ดี ไฟล์ภาพที่เก็บไว้ ไม่สามารถเปิดออกดูได้ พยายามกู้อยู่ แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดี รายการ"มันแปลกดีนะ"ที่ดำเนินรายการโดยคุณ"กฤษณ์" ได้มาถ่ายทำ และนำออกอากาศในวันแม่ไปแล้วเรียบร้อย ผมแสดงให้เห็นว่า การเดินบนเศษแก้วแตกและมีคมแหลม ใครก็ทำได้ รวมทั้งการนอนบนเตียงตาปูนับพัน ๆ ตัว และการเอาตัวเป็นแท่นรองรับการทุบอิฐบล็อกหนักสิบกว่ากิโลกรัม ให้แตกบนหน้าอก หรือการทำให้หลอดฟลูออเรสเซ็นท์ที่ไม่ได้ต่อสายไฟใด ๆ ติดสว่างได้
เอ ผมสงสัยศัพท์ครับ สปอร์ทไลท์ หรือ สป็อทไลท์ ครับ ใครทราบ สงเคราะห์ที ใช้มาเรื่อย ๆ ไม่เคยเช็คสักทีว่าที่ถูกเป็นอย่างไร ![]() หรือว่าจะเป็น ซัพพอร์ทไลท์
หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |