|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
123,514
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| -38- 39| 40| 41| 42| 43| 44| คุณ snv ครับ ผมน่ะ ทำอะไรไม่ใคร่เป็นหรอก นอกจากทำบนกระดาษ หรือบนจอคอมพิวเตอร์ ถ้ามีเด็กเป็นมือให้ล่ะก็ พอจะไปสู้กับเขาได้ ถ้าไม่มีมือมีขา ก็สู้เขาไม่ได้หรอกครับ กองทัพต้องมีคนในหลายหน้าที่ ถ้าทุกคนเข้าใจก็จะมีพลัง ถ้าแตกแยกทางความคิดก็ลำบาก เหมือนประเทศของเราตอนนี้ หนูเมย์ เอาง่าย ๆ differentiate ที่หนูสงสัยก็คืออัตราการเปลี่ยนแปลง integrade ก็คือการเอาชิ้นเล็กชิ้นน้อยมารวมกัน ส่วนใหญ่ก็คือ การแบ่งพื้นที่ใต้กราฟเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วรวมพื้นที่เล็ก ๆ นั้นเข้าด้วยกัน ความเร่ง คือ อัตราการเปลี่ยนความเร็ว ดังนั้น จะได้ความเร่ง ก็ต้องเขียนความเร็วให้เป็นฟังก์ชั่นกับเวลา แล้วหาอนุพันธ์ของความเร็วหรือที่หนูเรียกว่า diff เทียบกับเวลา ปัญหาของหนูไม่รู้อยู่ที่ระดับใด ผมจึงอธิบายตามหลักที่เป็นกฎพื้นฐานของสิ่งที่หนูถามมา เรียน อ. นิรันดร์ ที่เคารพครับ และขอกราบขออภัยที่ตอบช้านะครับ ประวัติของ Minkowski เจ้าของผลงาน อสมการมินคอฟสกี้ และแนวคิดอวกาศมีสี่มิติ มีที่เว็บนี้ครับ http://www-groups.dcs.st-and.ac.uk/~history/Mathematicians/Minkowski.html http://www-groups.dcs.st-and.ac.uk/~history/Mathematicians/Minkowski.html ขอบคุณมากครับ
เห็นชื่อ มินโคสกี้ แล้วให้นึกถึงสมาชิกท่านหนึ่ง เมื่อเปิดเว็บวิชาการใหม่ ๆ ใช้นามแฝงว่า มินโคสกี้ เขาจะคอยมาให้ความรู้เราดี ดี อยู่เสมอ ไม่รู้ว่าตอนนี้ ไปติดอยู่ที่เกาะไหน ไม่กลับมาเยือนเราบ้างเลย
มีปัญหาจะถาม ที่ถามเพราะไม่มีเครื่องมือที่จะใช้ทดลอง เมื่อก่อนเคยเก็บสะสมเครื่องมือต่างๆไว้เยอะ เช่น ไขควง หัวแร้งบัดกรี สายไฟ(สายเสียบ) รังถ่าน เครื่องชั่งสปริง พวกมิเตอร์ต่างๆ ปัจจุบันไม่เหลืออะไรเลย เพราะมีคนขโมยไปทิ้งถังขยะ หาว่ารกบ้านและหาว่ามัวแต่เล่นรื่องไร้สาระเหมือนเด็กๆ ไม่ช่วยทำงานบ้าน ("งานบ้าน" นะ ไม่ใช่"การบ้าน") ปัญหาก็คือ ถ้าใช้เชือกผูกลูกตุ้ม 2 ลูกที่มีน้ำหนักเท่ากันเป็นทศนิยมไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง แล้วนำไปคล้องกับรอกเดี่ยวตายตัว รู้แล้วว่า . . .มันจะต้องอยู่ในสภาพสมดุล ไม่เคลื่อนที่ แต่ถ้าเราจับให้มันเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ให้ลูกหนึ่งอยู่สูงกว่าอีกลูกหนึ่ง แล้วปล่อยมือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ลองตอบเล่นๆไปพลางก่อนก็ได้ ก. ลูกตุ้มทั้งสองจะไม่เคลื่อนที่ขึ้นลง ข. ลูกตุ้มทั้งสองจะเคลื่อนที่จนกว่าจะอยู่ที่ระดับเดียวกัน ไม่ต้องการคำอธิบายด้วยเหตุผลใดๆทั้งสิ้น แต่ต้องการคำตอบที่ได้จากการทดลองจริงๆ np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,) คำถาม เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติครับพี่ np ผมเกรงว่าจะไม่มีใครหามวลที่เท่ากันระดับถูกต้องทศนิยม 10 ตำแหน่งได้ แล้วอีกอย่าง ยังมีผลเรื่องของมวลรอกด้วย แล้วก็มวลเชือกอีก ดังนั้น คำตอบที่ผมตอบจึงไม่ใช้ตอบคำถามของพี่ np โดยตรง จึงเป็นการวิเคราะห์เหตุผล ไม่ใช่คำตอบจากการทดลองครับ ถ้ามวล 2 ก้อนเท่ากันจริง และรอกลื่นมาก เชือกไม่มีน้ำหนัก เมื่อให้ความเร็วเริ่มต้นสักค่า มันจะเคลื่อนที่ต่อไปของมันเรื่อย ๆ แต่ถ้ารอกไม่ลื่นมาก มันอาจจะเคลื่อนที่ไปสักพักแล้วหยุด ถ้ารอกลื่นมาก แต่เชือกมีน้ำหนัก มันก็จะมีความเร่งทิศลงทางด้านที่เชือกยาวกว่า และความเร่งทิศขึ้นด้านที่เชือกสั้นกว่า ฯลฯ ถ้าเราชดเชยตัวแปร : ตุ้มน้ำหนักไม่เท่ากันเด๊ะ และน้ำหนักของเชือกส่วนที่ยาวกว่า ด้วยการทำให้รอกฝืดขึ้น นี้ด..หนึ่ง ถามใหม่ว่า 1.ถ้าเราประคองให้ลูกตุ้มอยู่ตำแหน่งที่มีระดับไม่เท่ากัน ลุกตุ้มจะเคลื่อนที่อย่างไร เมื่อหยุดประคอง ก. เคลื่อนที่ขึ้นลงจนลูกตุ้มทั้งสองอยู่ระดับเดียวกัน ข. ลูกตุ้มที่อยู่ระดับสูง จะเคลื่อนที่สูงขขึ้นไปอีกจนติดรอก ลูกที่อยู่ตำ จะเคลื่อนที่ลง ค. ไม่เคลื่อนที่ ลูกที่อยู่สูง ก็จะอยู่สูงต่อไป ลูกที่อยู่ต่ำ ก็ทำนองเดียวกัน np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,) สวัสดีครับ เพิ่งแอบมาอ่าน เห็นด้วยกับ๗๔๑,๗๔๖ แต่เอ อ.นิรันดร์ ใช่คนที่กำลังคลำก้นใน ๗๓๔ เปล่าครับ เท่จัง ไม่ใช่นิวแซนนะ แต่ทักทายกันเฉยๆ ตอบคำถาม#782 โดยไม่ได้ทดลอง ผมตอบ ค.ครับ คุณนิคครับ ถ้าใช่ แฟนผมก็ต้องชื่อมาซ่าสิ กลับมาวิเคราะห์คำถามของคุณพี่ np ผมสอนเด็กวิศวะ ปัญหาหนึ่งก็คือเด็กนักศึกษาไม่เข้าใจความหมายของเลขนัยสำคัญ คือเขาไม่ทราบว่า ตัวเลขอย่างเช่น 12.5 cm กับ 12.500000000 cm มีความแตกต่างกันอย่างไร หรือ เขามักไม่ทราบว่า 10.0/7.00 = 1.48 ไม่ใช่ 1.4285714 ความแม่นยำที่ได้จากการวันนั้น มีข้อจำกัด การที่เราจะบอกว่าอะไรเท่ากันเป๊ะ มันทำได้จริงแค่ไหน อย่างเช่นเราไปซื้อผลไม้ เอาเป็นทุเรียน อยากได้ทุเรียน 2.000 kg เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ คงได้แค่ทุเรียน 2.0 kg ก็เก่งแล้ว แต่ถ้าจะซื้อทอง จะต้องชั่งให้ได้ 2.000,00 kg แต่ร้านทองก็คงไม่สามารถชั่งได้ 2.000,000,000 kg หรอก เครื่องมือที่สามารถน้ำหนักได้ละเอียดระดับทศนิยมตำแหน่งที่ 9 - 10 อาจจะราคาหลายร้อยล้าน ขนาดมวลอะตอมก็ยังบอกกันที่ระดับทศนิยมตำแหน่งที่ 6 - 7 เท่านั้นครับ ความฝืดที่เกิดในรอกนั้น เป็นตัวแปรที่วุ่นวาย เพราะมันจะเปลี่ยนไปตามน้ำหนักที่แขวนทั้งสองข้าง ถ้าแขวนข้างละ 50 gram แรงเสียดทานที่รอกก็คงไม่เท่าไร แต่ถ้าแขวนข้างละ 50 kilogram แรงเสียดทานก็โขอยู่ ขึ้นกับแบบของรอกอีก ว่าเป็นรอกที่ใช้ชักถังปูน หรือรอกในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ขอตั้งคำถามใหม่ ใครมีอุปกรณ์ต่อไปนี้ในห้องวิทยาศาสตร์ โปรดทำการทดลองต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม 1.ใช้เส้นด้าย ยาวประมาณ 2 ฟุตผูกตุ้มน้ำหนักที่เท่ากัน 2 ลูก แล้วนำไปคล้องกับรอกเดี่ยวตายตัวที่แขวนอยู่ 2. เลื่อนตุ้มลูกที่ 1 ให้อยู่สูงกว่าอีกลูกหนึ่ง(เท่าไรก็ได้)และประคองไว้(ไม่ให้เลื่อนขึ้นลงอีก) 3. หยุดประคอง ปล่อยให้ลูกตุ้มเลื่อนขึ้นลงอย่างอิสระ สังเกตการเปลี่ยนแปลงและตอบคำถาม ลูกตุ้มทั้งสอง จะมีการเคลื่อนที่อย่างไร ก. เคลื่อนที่ขึ้นลงจนลูกตุ้มทั้งสองอยู่ระดับเดียวกัน ข. ลูกตุ้มที่อยู่ระดับสูง จะเคลื่อนที่สูงขึ้นไปอีกจนติดรอก ลูกที่อยู่ต่ำ จะเคลื่อนที่ลง ค. ไม่เคลื่อนที่ ลูกที่อยู่สูง ก็จะอยู่สูงต่อไป ลูกที่อยู่ต่ำ ก็จะอยู่ระดับเดิม ต้องการผลที่ได้จากการทดลองจริงๆ เท่านั้น (อาจจะให้เด็กทำการทดลองแล้วนำผลมาก็ได้ นะครับ) np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)
พระอาทิตย์(พระจันทร์)ทรงกลด มีวงแสงสีต่าง ๆ รอบดวงอาทิตย์(ดวงจันทร์) ลักษณะคล้ายรุ้งกินน้ำ แต่ กำเนิดนั้นต่างกัน รุ้งกินน้ำ เกิดจากละอองน้ำในอากาศ ทรงกลด เกิดจากผลึกน้ำแข็ง ที่เกิดต่างกัน รุ้งกินน้ำ เกิดตรงข้ามดวงอาทิตย์ ทรงกลด เกิดรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ เวลาเกิด รุ้งกินน้ำเกิด ตอนเช้าหรือเย็น ทรงกลด เกิดใกล้ ๆ เที่ยง(อันนี้ ผมไม่เคยเห็นว่ามีทรงกลดเกิดเช้า-เย็นบ้างหรือเปล่า แต่รุ้ง เกิดได้ทั้งวันหากตั้งใจสังเกต เวลารดน้ำต้นไม้ ถ้ามีแดดดีดี ฉีดน้ำเป็นฝอยตอนไหน ก็เห็นรุ้งตอนนั้นเสมอ อย่างไรก็ตาม จะเห็นรุ้งต้องหันหลังให้ดวงอาทิตย์ จะเห็นทรงกลด จะต้องหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์(จันทร์) ตอนเช้าๆ หรือบ่าย-เย็น ดวงอาทิตย์ก็ทรงกลดได้ครับ แต่กลดอีกซีกหนึ่งอยู่ใต้ขอบฟ้า และตัวเราอยู่กลางระหว่างกลดกับดวงอาทิตย์ np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,) อืม ไม่เคยเห็นเลย พี่ np พอมีภาพไหมครับ หรือเหมือนกับ อาทิตย์ทรงกลดทั่วไป แต่เลื่อนลงไปที่ขอบฟ้าครับ สวัสดีครับ แวะมาทักทาย ผมไม่ได้เข้ามานานเลย นี่ก็ใกล้สอบพื้นฐานวิศวะแล้ว เห้ออ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |