|
ของฝากครูฟิสิกส์
โพสต์เมื่อ:
10:31 วันที่ 13 ต.ค. 2546 ชมแล้ว:
123,570
ตอบแล้ว:
925
ผมมีความเห็นแนวทางเดียวกับ อาจารย์ Np ครับ เรื่องการสอนฟิสิกส์ให้กับเด็กมัธยมโดยทั่วไป ไม่ใช่เด็กที่ไปแข่งโอลิมปิก
ประชากรส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิก และต้องการกำลังใจที่ว่า เรียนฟิสิกส์ไปทำไม ผมจึงอยากนำเสนอ การทำการทดลองง่าย ๆ ที่สามารถหาได้จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือวัสดุพื้นบ้าน และหวังว่าครู อาจารย์ ท่านอื่นได้กรุณาแบ่งปันประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟังด้วย ปัญหาอันหนึ่งก็คือ เด็กไทยไม่ได้ทำการทดลองที่เป็นรูปธรรม หรือการทดลองทางฟิสิกส์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ นอกจากต้องมาทำในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ ทำให้หลายคนคิดว่า ฟิสิกส์ ไม่ได้มีอยู่ในชีวิตจริง ถ้าเราสามารถหยิบของที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสอนฟิสิกส์ได้ ผมว่า มันน่าจะประทับใจนักเรียนนักศึกษาของเราบ้างนะครับ ดูของฝากเก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=92&Pid=16027&ooc=3 จำนวน 878 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| -5- 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 8 ม.ค. 2547 (11:17) น้ำประปาบ้านผมทำจากน้ำคลองท่าไข่ อยู่ใกล้คลองแสนแสบ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นคลองเดียวกับของอาจารย์ Np หรือเปล่า แต่คุณภาพน้ำน่าจะต่างกันเพราะน้ำประปาผม ตะกอนแยะมาก ๆๆๆ จนไม่กล้าแม้แต่จะเอามาต้มดื่ม ต้องคอยล้างโอ่งบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ค่อยระวัง เวลาหุงข้าวก็เอาน้ำประปานั่นแหละหุง เลยมีข้อมูลที่ไม่ค่อยตรงกับของอาจารย์ อ้อ นึกขึ้นมาได้ว่า เคยอยู่กรุงเทพฯเมื่อกว่าสิบปีมาแล้วและต้มน้ำดื่มด้วยกา เกิดตะกรันเหมือนกัน และตะกรันก็จับแปลก ๆ คือจับที่พวยกา ทั้งที่เวลาเราต้มก็ไม่ได้ใส่น้ำจนเต็ม แต่เวลารินน้ำก็ต้องเคลื่อนผ่านพวยกา ก้นกากลับไม่ค่อยมีตะกรันสักเท่าไรครับ ดูจากอายุลูกแล้วผมคงต้องเรียก"พี่ Np" เพราะลูกของผมเพิ่ง 25 ขวบ เป็นน้องลูกของอาจารย์ตั้ง 5 ปี สวัสดีปีใหม่นะครับพี่ Np ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 8 ม.ค. 2547 (12:03) อ้อเพิ่งจะนึกได้ว่า สาเหตุที่ต้องทิ้งกาต้มน้ำ 2 ใบก่อนๆนั้นก็เพราะมีตะกรันอุดตันที่พวยกาครับ เทน้ำไม่ออก แคะหรือเคาะตะกรันก็ไม่หลุด บ้านผมใช้นำประปาจากคลองประปา ครับ สำหรับโอ่งน้ำ ผมไม่เคยล้างและไม่เคยรองน้ำใส่โอ่ง สังเกตเห็นว่า นานเป็นปี กว่าคนที่บ้านจะล้างแต่ละครั้ง และในการซาวข้าวก่อนนึ่ง ถ้าผมเป็นคนทำ ก็จะไม่เคร่งครัดเกี่ยวกับการใช้น้ำ(โอ่งหรือน้ำจากก๊อก) แต่ถ้าใช้นำจากก๊อกซาวข้าวทีไร คนที่บ้านจะถามทันทีว่าใช้น้ำจากไหน Np (IP:169.210.11.27,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 8 ม.ค. 2547 (12:21) ขอพูดถึงเรื่องเครื่องกรองน้ำที่เคยเกริ่นไว้ ผมเคยเห็นเซลแมนสาธิตเกี่ยวกับกาทดสอบน้ำ สองสามครั้ง แต่ละครั้ง เขาสามารถขายเครื่องกรองน้ำได้อย่างน้อย 1 เครื่อง วิธีการของเขาก็คือ นำน้ำที่ผู้ชมใช้ดื่มประจำอยู่ในบ้านมาทดสอบโดยใช้เครื่องมือทดสอบที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า(จุ่มขั้วลงไปในน้ำ) ผลการทดสอบปรากฎว่ามีตะกอนสีออกเขียวเกิดขึ้นมากมาย ดูแล้วขนพองสยองเกล้า เมื่อใช้นำตัวอย่างที่เขานำมา หรือใช้น้ำกลั่นที่มีขายทั่วไป ก็ไม่พบตะกอนเลย แต่ถ้าใช้น้ำตัวอย่างที่ตรวจสอบแล้วมีตะกอน ไปผ่านเครื่องฟอกน้ำของเขา เมื่อนำมาตรวจสอบ ก็จะไม่พบตะกอนเช่นกัน ดังนั้น ผู้ชมการสาธิต รายไหนรายนั้น ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ก็จะตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกน้ำ(หรือเครื่องกรองน้ำ)นั้นทันที นี่คือเรื่องที่นำมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้ครูวิทยาศาสตร์ได้วิพากย์วิจารณ์กัน ขอบอกก่อนว่า ไม่ใช่เรื่องต้มตุ๋น และเครื่องนั้นก็สามารถทำน้ให้สะอาดได้จริงๆ Np (IP:169.210.11.27,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 8 ม.ค. 2547 (18:04) เครื่องกรอง นอกจากจะกรองแล้วยังมีสารเคมีที่คอยจับไอออนในน้ำด้วย ไส้กรองจะเป็นเซรามิกส์ที่เป็นรูพรุน สารเคมีก็จะมีผงถ่านดำ ๆ กับเม็ดสีน้ำตาล ไม่ทราบเหมือนกันว่าคืออะไร ไอ้เจ้าเม็ดนี้แหละครับที่คอยจับตะกรันไว้ ใช้ไปสักพักก็หมดสภาพครับ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับความกระด้างว่ามากน้อยแค่ไหน แต่เขาว่ามีวิธีคืนสภาพ จำไม่ได้แล้วว่าทำอย่างไร รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับเกลือแกงนี่แหละครับ . ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 9 ม.ค. 2547 (13:40) ผมจะไม่พูดถึงประสิทธิภาพ และโครงสร้าง ส่วนประกอบของเครื่องกรองน้ำ (ยอมรับว่า ของเขาดีจริงๆ) เรื่องที่จะพูดถึงก็คือการทดสอบคุณภาพของน้ำที่เซลแมนสาธิตให้ดู ซึ่งถ้าเป็นน้ำที่ใช้ดื่มตามครัวเรือน เมื่อนำมาทดสอบแล้ว จะเห็นตะกอนสีเขียวเหมือนตะไคร่น้ำ เห็นแล้วขนลุกขนพองไม่อยากดื่มน้ำนั้นต่อไปอีก สันนิษฐานว่าน้ำนั้นไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์ อาจจะมีแร่ธาตุหรือสารบางอย่างเจือปนอยู่ จึงสามารถนำไฟฟ้าได้ เมื่อจุ่มขั้วไฟฟ้าของเครื่องทดสอบลงไปก็จเกิดปฏิกิริยาทำให้ขั้วหนึ่งสูญเสียอิเล็กตรอน (อีกขั้วหนึ่งได้รับอิเล็กตรอน)แล้วก็มีชิ้นส่วนของขั้วหลุดออกมาเป็นตะกอน ซึ่งไม่ใช่ตะกอนจากน้ำ และน้ำดื่มนั้นถึงจะไม่บริสุทธิ์ แต่อาจจะมีแร่ธาตุหรือสารที่มีประโยชน์ต่อตร่างกายปนอยู่ก็ได้ จึงไม่ต้องถึงกับขนลุกขนพองและรีบกู้เงินมาซื้อเครื่องกรองน้ำ แต่ถ้าได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ที่ปลอดภัยไว้ก่อนก็เป็นการดีนะครับ เราเคยซดน้ำต้มยำหมดเป็นชามๆ ถ้ามีคนเสริฟน้ำต้มยำใส่แก้วมาให้เราดื่มทั้งๆที่เห็นๆอยู่ว่าเขาตักจากชามต้มยำใส่ในแก้ว เราก็คงไม่กล้าแม้แต่จะจิบ และถ้าเราดื่มก็คงไม่เป็นอะไร เสียดายที่ไม่มีโอกาสพบการสาธิตการทดสอบน้ำดื่มอีก ถ้าพบจะลองใช้น้ำกลั่นแล้วบีบน้ำมะนาวใส่เพียงหยดเล็ก(ชิมดูแล้วไม่รู้สึกว่ามีรสเปรี้ยว) แล้วนำไปทดสอบดู ว่าจะมีตะกอนเขียวปรื๋อที่ชวนให้ขนลุกขนพองหรือไม่ Np (IP:169.210.13.180,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 12 ม.ค. 2547 (08:47) บางครั้ง พวกขายเครื่องกรองน้ำก็ทำตัวเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ(หรือในยุกต์ก่อนก็จะเรียกว่า พ่อมด หรือ แม่มด) ผมว่าการนี้ ต้องการครูเคมีมาช่วย พี่"Np" ลองตั้งกระทู้ใหม่เรื่องเครื่องกรองน้ำ หรือการทดสอบน้ำกระด้างดู ก็อาจมีครูหรือนักเคมีมาช่วยแก้ข้อข้องใจตรงนี้ได้นะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 12 ม.ค. 2547 (20:41) คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ พูดคุยสนุกๆ นึกอะไรได้ ก็พูด ระบายออกมา เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง วกกลับมาหารเรื่องฟิสิกส์บ้าง (ชั้นต่ำๆและง่ายๆ) ในวิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 มีการทดลองเรื่องไข่จมไข่ลอย โดยการใส่ไข่ลงในน้ำสังเกตว่าไข่จมหรือลอย (คำตอบคือจม) ต่อจากนั้นให้นักเรียนเทเกลือลงไปในน้ำและคนให้ละลายและให้สังเกตว่าไข่จมหรือลอยอีกครั้ง ในครัว พบว่าเมื่อคั้นน้ำส้มและช้อนเอาเมล็ดออกแล้ว เติมเกลือและ-หรือ น้ำตาลลงไปแล้วคน จะสังเกตเห็นว่ามีเมล็ดส้มลอยขึ้นมาอีก จากประสบการณ์นี้ ครูสามารถให้เด็กทดลองแทนไข่จมไข่ลอยก็ได้ ทดลองเเสร็จยังจะได้ดื่มน้ำส้มคั้นได้ด้วย สนุกออก หรือไม่ก็ให้นักเรียนทดลองทำที่บ้านแล้วเอาผลการทดลองมาก็ยังได้เลย นี่ก็เป็นของฝากเล็กๆน้อยๆสำหรับครูฟิสิกส์ที่สอนวิทย์ ม.ต้น ครับผม Np (IP:169.210.10.214,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 23 ม.ค. 2547 (12:03) เป็นไปได้หรือไม่ที่... นักฟิสิกส์ชีวิตที่มีความสุขอยู่ในเมืองหรือชุมชน มีอุปกรรณ์ในการดำรงชีวิตทุกอย่าง แต่แล้ว วันหนึ่งก็มีอันเป็นไปต้องอยู่ในกระท่อมกลางป่า ในกระท่อมมีมีด(โต้) เกลือ น้ำปลา 1 ขวด ข้าวสาร 1 ถัง ไม้ขีดไฟ ถ้วยชามไม่มีแม้แต่ใบเดียว รอบๆกระท่อมมีสวนครัวซึ่งมี ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ต้นมะกรูด ต้นมะนาวที่มีผลเต็มต้นและกอไผ่ อีกด้านหนึ่งมีหนองน้ำซึ่งมีปลามากมายสามารถจับมาเป็นอาหารได้ เรามีอิสระที่จะทำอะไรและเดินไปไหนก็ได้ในที่โล่งรอบๆกระท่มอและอยู่ในสายตาของผู้คุม 2คนที่ถือปืนจ้องอยู่ตลอดเวลา มีมีกำหนดที่นักฟิสิกส์จะได้ออกจากกระท่อมกลางป่า จนกว่าพ่อแม่จะจ่ายค่าไถ่ มีคนมาส่งข้าส่งน้ำและเงินให้ผู้คุมวันละครั้ง แต่ผู้คุมไม่แบ่งให้นักฟิสิกส์กินแม้แต่นิดเดียวเพื่อทรมานและให้พ่อแม่รีบไถ่ตัวเร็วๆ ขอฝากครูฟิสิกส์ให้เล่าให้เด็กฟังและให้เด็กบอกวิธีที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะอย่างนั้น(จนกว่าจะพ่อแม่จะจ่ายค่าไถ่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินได้ครบเมื่อไร) Phys (IP:203.144.144.186,203.118.80.39,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 23 ม.ค. 2547 (17:13) ผมคิดว่า ไม่ต้องเป็นนักฟิสิกส์ ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ก็คงทำให้รอดได้ด้วยเครื่องมือที่ว่า แต่ถ้ามีฟิสิกส์ในสมอง น่าจะทำอะไรได้มากกว่าการเอาตัวรอดไปวัน ๆ แยะนะครับ ถ้าผมไปติดอยู่ที่นั่นจริงแล้วรอดมาได้ก็จะมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะครับ ดูจากสถานะการณ์ที่ให้มาแล้ว ผมว่าน่าจะเป็นปิกนิคที่น่าสนุกยกเว้นปืนที่คอยจ้องอยู่ การเอาตัวรอดในสถานการณ์อย่างที่ว่า ผมว่าผมเรียนจากวิชาลูกเสือ และ รักษาดินแดน มากว่าที่เรียนจากฟิสิกส์ คำถามนี้ ผมว่าถามลูกเสือหรือทหารพราน น่าจะไ้ด้คำตอบที่ดีกว่า เอ พอดีมีเพื่อนครูฟิสิกส์ท่านหนึ่ง เคยเป็นทหารพรานมาก่อน ถ้าเจอแล้วจะชวนมาตอบคำถามของคุณ"phys" ก็แล้วกันนะครับ โจทย์แบบนี้ ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะเป็นคำถามที่เปิดมาก บางทีคนที่ตอบได้ถูกใจคนถาม อาจเอาชีวิตไม่รอด บางทีคนที่ไม่รู้จะตอบอย่างไร ในสถานการณ์จริงอาจมีวิธีแก้ปัญหาที่แยบยลก็ได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 25 ม.ค. 2547 (00:45) ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เครื่องบินตกกลางป่าลึกแต่ไม่ตาย เดินหลงป่า รถเสียอยู่กลางป่า น้ำท่วม ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หรือถูกจับตัวไปไว้ในป่าหาทางออกไม่ได้ คิดเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะเอาชีวิตรอดอย่างไร ก็จะเป็นการดีนะครับ ตามเรื่องในกระทู้ ข้าวสารมี ปลาก็มี แต่อยู่ในน้ำ เครื่องปรุงก็มี ไฟก็มี เครื่องมือจับปลาไม่มี ภาชนะหุงข้าวก็ไม่มี แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร Np (IP:203.144.144.186,203.118.97.233,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 26 ม.ค. 2547 (09:43) ผมว่าคงต้องดูว่ารอบ ๆ มีอะไรบ้าง ถ้ามีกระบอกไม้ไผ่ละก็สบายมาก ถ้าไม่มี ต้นกล้วยมีหรือเปล่า ถ้าไม่มีอีก ต้นสักก็พอได้ หรือมีบึงหรือหนองน้ำที่บัวขึ้นมาหรือเปล่า ผมบอกว่างานนี้ เป็นการอยู่แคมป์ผจญภัยที่ไม่เลวทีเดียว อดอดอยากอยาก สักสองสามวัน ชีวิตคงจะรู้มากขึ้นแยะ แต่ถ้ามีปืนจ่อหัว คนถือปืนก็ต้องระวังผมให้มาก ๆ หน่อย ก็แล้วกัน เผลอเมื่อไรผมมีวิธีเอาคืนได้แน่ แต่ผมว่า ตรงนี้ เป็นกระทู้ครูฟิสิกส์ ไม่ได้เป็นกระทู้ผจญชีวิตกลางไพรในภาวะคับขัน ลองตั้งเป็นกระทู้ใหม่สิครับ อาจมีคนอยากตอบก็ได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 26 ม.ค. 2547 (10:18) เป็นกระทู้ที่ให้ครูฟิสิกส์ ตั้งคำถามให้เด็กคิดและตอบ เด็กอาจจะเรียนฟิสิกส์พื้นฐานซึ่งบางครั้งอาจจะไม่คิดว่ามันเป็นฟิสิกส์ก็ได้ และเด็กก็ได้เรียนวิชาลูกเสือมาแล้ว กระทู้นี้มีแนวคิดมาจากคำบอกเล่าของเพื่อนที่เป็นทหารเรือว่า ตอนฝึกนั้นเขานำไปปล่อยไว้ที่เกาะเล็กๆแห่งหนึ่งเป็นเวลา 3 วัน ให้ไม่ขีดไฟไว้กล่องหนึ่งและปล่อยสุนัขไว้ตัวหนึ่ง สำหรับกระทู้นี้ มันง่ายตรงที่ว่ามีไม้ขีดไฟแล้ว ส่วนที่เด็กจะต้องคิดก็คือทำอย่างไรจะมีข้าวสุกกิน และจับปลาในหนองมาต้มยำได้ เพราะข่า ตะไคร้ใบมะกรูด มะนาว น้ำปลาก็มีแล้ว หรือจะกินข้าวสารเปล่าๆ ก็ต้องนำความรู้ทางฟิสิกส์มาใช้กันหละ Phys (IP:210.86.214.234,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 26 ม.ค. 2547 (15:07) จะสนุกกว่านี้มากครับ ถ้าไม่มีไม้ขีดไฟให้ นิรันดร์ (IP:203.148.159.61,203.148.152.215,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 27 ม.ค. 2547 (00:14) ถ้าไม่มีไม้ขีดไฟให้ สนุกมากเลยครับ (สำหรับคนดู) ไฟป่าเกิดจากลมพัดต้นไม้เสียดสีกันจนเกิดความร้อนและลุกเป็นไฟไหม้ป่านั้น เห็นมีอยู่ในหนังสือเรียนสมัยก่อนเท่านั้น การเอาไม้มาสีกันจนเกิดเป็นไฟนั้นไม่ใช่ของง่ายเลยนะครับ ถ้าจะใช้ตะบันไฟก็ไม่ทราบว่านักฟิสิกส์รุ่นใหม่จะรู้จักหรือเปล่า แต่ถ้านักฟิสิกส์ท่านนั้นเป็นคนสายตายาวและใช้แว่นเป็นประจำก็โชคดีไป ก่อนอื่น ทำอย่างไรเราจะได้ข้าสุกกิน กินกับน้ำปลา พริกมะนาว ซอยหอมใส่ก็พอปะทังไปได้ ถ้ามีกระป๋องสักใบก็คงจะดีนะ แต่ตามกระทู้ไม่ได้บอกว่ามีกระป๋อง Np (IP:210.86.214.80,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 27 ม.ค. 2547 (12:44) แฮะ ๆ พอดีแว่นผมใช้สร้างภาพจริง ไม่ได้สร้างภาพลวงแบบอหิวาไก่ของรัฐบวม อย่างไรตอนนี้ ก็ต้องกินอาหารสุำกไว้ก่อนนะครับ เพราะกลัวไข้หวัดนก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 27 ม.ค. 2547 (12:59) คิดคนละแง่หรือเปล่าครับ ผมพูดถึงแว่นสายตายาวหมายถึงว่า ในการทำไฟนั้น ทำได้หลายวิธี คือ ใช้ไม้สีกัน ใช้เหล็กต่อยกับหิน ใช้แว่นตาคนสายตายาวซึ่งเป็นเลนส์นูน เมื่อถูกจับไปกักตัวไว้ในกระท่อมกลางป่า ถ้าต้องการไฟก็ใช้แว่นทำไฟได้ ผมหมายถึงอย่างนี้นะครับ คราวนี้มาว่าถึงวิธีที่จะเอาชีวิตรอด เนื่องจากตามกระทู้มีไฟแล้ว ดังนั้น เผาต้นหอมกินก็พอปะทังไปได้กินข้าสารดิบๆก็คงไม่ตาย น้ำในหนองก็คงจะไม่สกปรกมากคงจะพอดื่มได้ จะมีวิธีที่จะให้น้ำสะอาดกว่านี้ไหม หรือไม่จำเป็น Np (IP:210.86.214.105,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 29 ม.ค. 2547 (10:41) คิดอยู่หลายวัน จึงคิดออกว่า ใช้หลักการการนำ การพา ความร้อน และจุดวาบไฟ มาใช้ในการทำข้าวสารให้สุกได้โดยใช้ใบไม้ที่มีขนาดใหญ่(เย็บต่อกันและซ้อนกันหลายๆใบ)ห่อข้าสารที่ชุ่มด้วยน้ำ(จากน้ำในหนองน้ำ) แล้วนำไปหมกขี้เถ้าในกองไฟ ใช้หลักการทางฟิสิกส์ของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถ้าข้าวยังแฉะอยู่ อุณหภูมิจะคงที่ แต่ถ้าข้าสุกแล้วอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น ทำให้สวิทช์อัตโนมัติทำงาน (ตัดวงจรไฟฟ้า) ใบไม้ก็เช่นกัน ถ้าข้าวยังแฉะอยู่ ก็ยังไม่ถูกไฟไหม้ แต่ถ้าข้าสุกแล้วใบไม้ก็จะไหม้เราต้องใช้อัตโนมือ เพื่อยกห่อข้าวออกจากกองไฟ อ้อ ! ลืมไปว่ามีกอไผ่ อยู่ สบายไปแปดอย่างเลยครับ ใช้กระบอกไม้ไผ่ หุงข้าว ต้มแกง ก็ได้ หลักการทางฟิสิกส์ทั้งนั้น แต่ปลาในหนองนี่สิ ทำอย่างไรจึงจะจับมาต้มยำได้ ต้องขอเวลาคิดก่อน Np (IP:210.86.215.248,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 30 ม.ค. 2547 (10:58) ไม่มีแห ไม่มีตาข่าย ไม่มีเบ็ด ไม่มี ลอบ, อีจู้, ไซ,สวิง, เครื่องมือวิดน้ำ, สุ่ม,ฉมวก จะจับปลาในหนองมากินได้อย่างไร (คิดไม่ออก) Np (IP:210.86.214.247,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 2 ก.พ. 2547 (14:50) นับถืออาจารย์ Np ท่านขยันจริง ๆ ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 5 ก.พ. 2547 (17:27) คิดมาหลายวันแล้ว คิดได้ว่า เราสามารถใช้ความรู้ในทางฟิสิกส์โดยใช้กระบอกไม้ไผ่มาหุงข้าว ต้มย้ำปลากินได้ แต่นึกไม่ออกว่าจะจับปลาในหนองได้อย่างไร Np (IP:210.86.215.198,,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |