การแทนตัวอักษร ของเลขฐาน 2

สวัสดีค่ะทุกท่าน

          อยากจะรบกวนให้ช่วยหาการแทนเลขฐาน2 ของตัวอักษรต่างๆอะค่ะ เช่นสมมุติว่า A = 0011010  B = 0011011 อะไรแปปนี้อะค่ะ แต่อยากได้ครบทุกตัวตั้งแต่ Aa-Zz เลย พอดีตอนนี้จะใช้แต่หาข้อมูลไม่ได้เลย  รบกวนช่วยที่นะค่ะ ที่เรียนๆมาส่งคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว อิอิ  [^.^]



ความคิดเห็นที่ 2

anan012345@hotmail.com (Guest)
21 พ.ค. 2552 10:19
  1. อยากมากคับ ยังมึนเลย ตึบ มำได้ไง เนีย ใครเป็นคนแปล คับ บอกมาหน่อยดิ




ความคิดเห็นที่ 3

นกแสก
22 พ.ค. 2552 12:43
  1.         รหัสแอสกี  ย่อมาจากคำว่า  American  Standard  Code  for  Information  Interchange  เป็นรหัสข้อมูลกลุ่มคำเลขฐานสองที่มีความยาวข้อมูลขนาด  6  บิตสำหรับข้อมูลแอสกีอย่างสั้น  หรือ  7  บิตสำหรับข้อมูลแอสกีชนิดเต็มแบบ  ข้อมูลของรหัสแอสกีนี้จะแทนความหมายของตัวอักษรต่าง ๆ ซึ่งมันมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะในการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์กับเครื่องมือต่าง ๆ ที่ต่ออยู่  

          ตัวอย่างการใช้รหัสแอสกีนั้น  สมมติว่าผู้ใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ได้อาศัยคีย์บอร์ดเป็นที่ส่งข้อมูลเข้า  เมื่อกดตัวอักษร  A  (A  =  0000001  สำหรับรหัสแอสกีชนิดเต็มแบบ)  ถ้าเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์นี้ออกแบบมาให้ใช้กับรหัสแอสกีแบบ  7  บิต  แต่เวลาเขียนจริงจะใช้  8  บิตโดยให้บิตแรกซ้ายมือสุดมีค่าเป็น  0  เสมอเพื่อให้อ่านค่าในรูปเลขฐานสิบหกได้ง่ายเข้า  นั่นคือข้อมูลของ  A  คือ  0100  0001  หรือ  (41)16 ก็จะถูกส่งเข้าไปยังไมโครคอมพิวเตอร์  เมื่อเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์รับข้อมูลมาเป็นค่า  (41)16 ตัวมันเองก็จะรู้ว่าขณะนี้มันได้รับข้อมูลของอักษร  A  มาแล้ว  ในลักษณะเช่นนี้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์จะรับรู้  และถ้าหากข้อมูลจากคีย์บอร์ดได้ถูกส่งเข้าไปเรื่อย ๆ เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ก็จะรับรู้และสามารถนำข้อมูลของอักษรแต่ละตัว  (หรือตัวเลข)  มาเก็บต่อ ๆ กันไว้ได้ในหน่วยความจำต่าง ๆ (ถ้ามีโปรแกรมรหัสคำสั่งให้มันรับข้อมูลที่ได้ไปวางเรียงไว้ในหน่วยความจำที่เรียงลำดับกัน)




ความคิดเห็นที่ 12

มาร์ส (Guest)
1 ธ.ค. 2554 10:59
  1. ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์มากครับ



ความคิดเห็นที่ 13

นกแสก
1 ธ.ค. 2554 12:05
  1. วงจรตรรก

               คำพูดจะมีความหมายว่าถูกต้องหรือเป็นความจริงก็ต่อเมื่อคำพูดนั้นคล้อยไปตามความเป็นจริง  และจะมีความหมายว่าผิดหรือไม่เป็นความจริงเมื่อคำพูดนั้นค้านหรือไม่คล้อยไปกับความเป็นจริง  ในตรรกวิทยา  2  สถานะถือว่าคำกล่าวหรือสถานภาพใด ๆ ก็ตามมีค่าอยู่  2  อย่างคือ  ถูกต้อง  หรือผิด

               ในปี  พ.ศ.  2397  จอร์จ  บูล  (George  Boole)  ได้ค้นคิดเกียวกับตรรกวิทยาที่กล่าวถึงนี้ในรูปของพีชคณิต  โดยใช้เลขฐานสองแทนที่จะใช้เลขฐานสิบอย่างปกติ  ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า  พีชคณิตของบูลีน  (Boolean  algebra)  สำหรับค่าตัวแปรที่ถูกนำมาใช้ในวิชานี้จะมีข้อกำหนดที่เป็นไปได้เพียง  2  ค่า  คือ  ถูกหรือผิด  เท่านั้น
               พีชคณิตของบูลีนได้ถูกลืมเลือนไปประมาณเกือบร้อยปี  จนกระทั่งปี  พ.ศ.  2481  จึงได้เริ่มนำมาใช้ในการแก้ปัญหาวงจรสวิตชิ่งของโทรศัพท์  ซึ่งจะมีค่าที่จะเป็นไปได้สำหรับการต่อวงจรเพียง  2  ค่าคือ  ต่อวงจรหรือตัดวงจรเท่านั้น
               ในปัจจุบัน  พีชคณิตของบูลีนได้ถูกนำมาใช้ในวงจรทางดิจิตอลและเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง  ซึ่งวงจรเหล่านี้สามารถจะวิเคราะห์ด้วยพีชคณิตของบูลีนได้เช่นกัน  เนื่องจากในวงจรตรรกจะอยู่ในลักษณะ  2  สถานะ  คือแรงดันที่คล่อมจุดที่จะวิเคราะห์มีค่าต่ำหรือค่าสูงเพียง  2  ค่า  ซึ่งจะแทนค่าทางคณิตศาสตร์ในความหมายของเลข  1  หรือ  0

    อินเวอร์เตอร์  (inverter)

               คำว่าเกต  (gate)  คือวงจรตรรกที่มีสัญญาณทางด้านเข้าจำนวนหนึ่งหรือหลายสัญญาณก็ได้  แต่จะมีสัญญาณทางด้านออกเพียงสัญญาณเดียว  สัญญาณทั้งหมด  (ทั้งเข้าและออก)  จะมีสภาพแรงดันคล่อมจุดที่จะวัดสัญญาณเพียงค่าใดค่าหนึ่งคือสูงหรือต่ำเท่านั้น

               ทรานซิสเตอร์อินเวอร์เตอร์  อินเวอร์เตอร์ก็คือเกต  ซึ่งมีสัญญาณทางด้านเข้าเพียงสัญญาณเดียวและสัญญาณทางด้านออกจะมีค่าตรงข้ามกับทางด้านเข้าเสมอ


    ที่มา :  หนังสือ  "ดิจิตอลคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์"  โดย  ศักดิ์  วาสิกะสิน  และ  ชนก  หงส์น้อย 
       




ความคิดเห็นที่ 1

นกแสก
2 ก.พ. 2552 14:47
  1. รหัสแอสกีชนิดเต็มแบบ

    A  =  01000001

    B  =  01000010

    C  =  01000011

    D  =  01000100

    E  =  01000101

    F  =  01000110

    G  =  01000111

    H  =  01001000

    I  =  01001001

    J  =  01001010

    K  =  01001011

    L  =  01001100

    M  =  01001101

    N  =  01001110

    O  =  01001111

    P  =  01010000

    Q  =  01010001

    R  =  01010010

    S  =  01010011

    T  =  01010100

    U  =  01010101

    V  =  01010110

    W  =  01010111

    X  =  01011000

    Y  =  01011001

    Z  =  01011010

     




ความคิดเห็นที่ 11

bass22_22@hotmail.com (Guest)
7 ก.ย. 2554 23:06
  1. ไม่สังเกดหรอว่าเลขฐานมันจะเรียงกัน



ความคิดเห็นที่ 4

nan_za_naja@hotmail.com (Guest)
21 ก.ค. 2552 19:58
  1. ขอบคุณน่ะคะ
    เป็นประโยช์มากๆค่ะ



ความคิดเห็นที่ 5

1123 (Guest)
13 ส.ค. 2552 11:03
  1. ขอขอบคุณที่ใช้




ความคิดเห็นที่ 6

ju_amonrat@hotmail.com (Guest)
16 พ.ย. 2552 10:40
  1. พี่คะ ขอถามหน่อย รหัสฐานสองของ ก ร ะ ด า ษ  มีมั้ยคะ  ถ้ามีรบกวนช่วยบอกหน่อยค่ะ พอดีต้องการใช้ด่วน.. แล้วถ้าไม่มีช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยค่ะ  หนูค้นหมดแล้วมีแต่ อักขระอังกฤษ  และตัวเลขอ่ะค่ะ 




ความคิดเห็นที่ 7

นกแสก
16 พ.ย. 2552 21:38
  1. ก ร ะ ด า ษ

    10100001  =  ก

    11000011  =  ร

    11010000  =  ะ

    10110100  =  ด

    11010010  =  า

    11001001  =  ษ


    วิธีการอ่านตาราง

         ให้อ่านจาก  b7  เรียงตามลำดับจนถึง  b0  คือ  จากด้านบนเรียงลงมา ได้แก่  b7, b6, b5, b4  ให้ตรงกับตัวอักษรที่ต้องการอ่าน  และต่อมาอีกจากด้านซ้ายมือ  ได้แก่  b3, b2, b1, b0 




ความคิดเห็นที่ 8

น้องแคทเรียนคอม (Guest)
4 มิ.ย. 2553 09:01
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยนะคะ
    พอดีครูให้หาพอดีเลย
    เอิ้กๆๆๆๆ
    กว่าจะหาเจอเนอะ
    ^^~



ความคิดเห็นที่ 10

No_Touch_35@hotmail.com (Guest)
30 พ.ค. 2554 09:40
  1. โอ๊ย ๆ
    พี่ ปุกอยากรู้ว่า ประโยชน์ของระบบเลขฐาน มีอะไรมั้งค้า
    กระปุกงง ไปหมดแร๊ว 'Tt



ความคิดเห็นที่ 14

dataforyou12
1 ธ.ค. 2554 16:20

  1. ลองใช้ตัวนี้ดูครับ สร้างจากExcel
    โดยด้านซ้ายมือ เป็นการแปลงข้อความที่เป็นตัวอักษร เป็นเลขอักขระในฐานสิบ ฐานสอง ฐานสิบหก และฐานแปด
    ตรงกลาง เป็นการแปลงข้อความที่เป็นตัวอักษร เป็นเลขยูนิโค้ดในฐานสิบ ฐานสิบหก และฐานแปด
    ด้านขวามือ เป็นการแปลงตัวเลขจากฐานสิบ ไปเป็นฐานสอง ฐานสิบหก และฐานแปด
    ให้ไว้เผื่อใช้ประโยชน์ครับ




ความคิดเห็นที่ 15

€__J! (Guest)
6 ม.ค. 2555 12:37
  1. ขอบคุณครัฟๆๆๆๆๆๆๆๆ ^__________________^+555555



ความคิดเห็นที่ 19

นกแสก
22 ม.ค. 2555 11:12
  1.           รูปที่  2.1  (ก)  เป็นรูปแสดงของทรานซิสเตอร์อินเวอร์เตอร์  ทรานซิสเตอร์ในรูปเป็นชนิด  NPN  มีอัตราขยายทางไฟตรง  (βdc)  มากกว่า  10  เท่า  (หมายถึงอัตราขยายสัญญาณเมื่อวัดกระแสที่ไหลผ่านขาคอลเล็กเตอร์มายังอิมิตเตอร์จะประมาณค่าได้มากกว่า  10  เท่าของกระแสที่ไหลผ่านด้านขาเบสมายังอิมิตเตอร์)  การต่อทรานซิสเตอร์เป็นการนำขาอิมิตเตอร์  (E)  เป็นขาร่วม  หรือกราวนด์เรียกว่า  การต่อแบบอิมิตเตอร์ร่วม




ความคิดเห็นที่ 20

นกแสก
23 ม.ค. 2555 15:34
  1. รูปที่  2.1




ความคิดเห็นที่ 21

Mr.P (Guest)
30 ม.ค. 2555 16:05
  1. ขอถามหน่อยครับ
    ผมจะเอาไปใช้ในเกม
    อย่าง 90เท่า = CF 7F = อักขระ I(มีจุดสองจุดบนหัว) . (จุด)
    ถ้า 500 เท่าล่ะครับ = ???



ความคิดเห็นที่ 22

Kitty-lovely-2012-2011 (Guest)
27 ก.พ. 2556 10:12
  1. ขอขอบคุณมาก

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น