วิชาการดอทคอม ptt logo

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

โพสต์เมื่อ: 15:39 วันที่ 2 พ.ย. 2546         ชมแล้ว: 235,065 ตอบแล้ว: 259
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ขอโทษนะค่ะที่รบกวนพี่ ๆ น้องอยากรู้เกี่ยวกับเรื่อง การตอบานองต่อสิ่งเร้าของพืชค่ะ น้องขอรบกวนพี่ ๆ หน่อยนะค่ะ เร็ว ๆ หน่อยนะค่ะ เพราะจะทำรายางนส่งอาจารย์ค่ะ


ประกายมาศ aun_104(203.113.61.198,,)





จำนวน 171 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 26 ม.ค. 2550 (12:35)
1927
พืชกินแมลงค่า
I love science
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 28 ม.ค. 2550 (17:02)
อยากได้รูปการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ได้แก้ แสง อุณหภูมิ น้ำ และการสัมผัส อะไรก้ได้สักอย่างกี่อย่างก้อได้

หาไม่เจอเลครูเค้าให้เอาภาพมาแล้วเขียนใต้ภาพอ่า TTช่วยหน่อยละกานนะค่า
T^T---help Me (IP:58.8.50.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 29 ม.ค. 2550 (17:37)
ขอบคุงความคิดเห็นที่ 144 และ 154 มากนะคะ ซึ้งในพระคุณคุนมากค่ะได้งานส่งครูแล้วววววววว ^^ Thank you very much
fonny_mm19@hotmail.com (IP:203.188.30.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 12 ก.พ. 2550 (17:11)
การสืบพันธุ์ของพืชดอก(Reproduction in a flowering plant)

การสืบพันเป็นการสร้างชีวิตใหม่ พืชดอกทุกชนิดสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

โดยเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียในออวูล

Pollen: ละอองเรณู ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆอยู่ในเกสรตัวผู้ ละออง

เรณูแต่ละอันจะมีเซลล์พิเศษที่มีสองนิวเคลียส คือเจเนรีทีฟนิวเคลียสและทิวป์

นิวเคลียส เมื่อเรณุเข้าไปถึงรังไข่ เจเนเรทีฟนิวเคลียสจะแบ่งเป็นสอง

สเปิร์มนิวเคลียส

Ovules: ออวูล ลักษณะเป็นโครง

สร้างเล็กๆอยู่ภายในส่วนอวัยวะสืบ

พันธุ์เพศเมียของดอกคือรังไข่หลัง

จากการปฏิสนธิแล้วออวูลจะเจริญ

เป็นเมล็ด ซึ่ง

จะมี เซลล์อยู่ภายในเนื้อเยื่อหุ้มคือ

อินทีกูเมนต์เป็นถุงเอ็มบริโอ แต่

จะมีช่องเล็กๆเรียกว่ารังไข่ดอกป็อบปี

Pollination:การถ่ายละออง

เรณู

เป็นกระบวนการที่ละอองเรณูโดย

นิวเคลียสสืบพันธุ์เพศผู้ไปผสมกับ

เซลล์สืบพันธุ์เพศเมียที่รังไข่ของ

ดอกไม้ ละอองเรณุที่ตกบนยอดเกสร

ตัวเมียจะสร้างหลอดเรณูโดยทิวป์นิว

เคลียส หลอดละออง เรณูุเจริญลงไป

ที่เนื้อเยื่อรังไข เข้าไปทางยังออวูล

ทางไมโครไพล์ทำใหสเปิร์มนิวเคลียส

ทั้งสองเคลื่อนที่ตามลงไปเพื่อผสมกับเซลล์ไข่ได้

Fertilization: การปฏิสนธิ หลังจากถ่ายละอองเรณูแล้วสเปิร์ม

นิวเคลียสอันหนึ่งจะเข้าไปผสมกับเซลล์ไข่ในออวูล เป็นไซโกต ส่วนสเปิร์มนิว

เคลียส อีกอันหนึ่งจะผสมกับนิวเคลียส 2 อันที่เชื่อมติดกันในถุงเอ็มบริโอได้

เซลล์ใหม่ ซึ่งเจริญ เป็นเอ็นโดสเปิร์ม

Cross pollination: การถ่ายละอองเรณูข้ามต้นเป็นการถ่ายละออง

เรณูจากพืชต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งที่ชนิดเดียวกัน ถ้าเป็นพืชต่างชนิดกันจะไม่

สร้างหลอดละอองเรณ ละอองเรณูถูกพาไปโดยลม หรือแมลงที่ไปกินน้ำหวาน

ในดอกไม้

Self pollination: การถ่ายละอองเรณุภายในต้นเดียวกัน เช่น

การถ่าย ละอองเรณุในดอกกล้วยไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นคล้ายผึ้งตัวเมีย ทำให้ผึ้งตัวผู้

มาดูดกินน้ำ้หวานและได้ถ่ายละอองเรณูให้ดอกอื่นๆ แต่ถ้าไม่มีผึ้งมา เกสรตัวผู้ก็

จะโค้งลงมา และมีการถ่ายละอองเรณู ในดอกเดียวกันได้
5555 (IP:125.25.56.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 24 ก.พ. 2550 (22:52)
หาซื้อได้ที่ไหน
insecta
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 252 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 25 ก.พ. 2550 (12:50)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือการที่สิ่งมีชีวิตได้ตอบโต้กับสิ่งเร้าเช่นแสง น้ำ ลม หรือ สิ่งต่างๆ
Questionman (IP:125.25.0.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 30 พ.ค. 2550 (13:15)
อยากรู้สิ่งเร้าของสัตว์
ณัฐยา (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 10 มิ.ย. 2550 (10:27)
++++++ สิ่งมีชีวิตมีทั้งสิ่งเร้าภายในและสิ่งเร้าภายนอก



สิ่งเร้าของสัตว์ก็อย่างเช่น

แมวเห็นหนูแล้ววิ่งเข้าใส่___ หนูเป็นสิ่งเร้าของแมว

นกจิกกินแมลง_____ แมลงเป็นสิ่งเร้าของนก



++++0000++++
M_oo_d_N_o_y (IP:203.113.66.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 23 มิ.ย. 2550 (14:50)
ม่ายมีแหล่งอ้างอิงกานเลย - -*
... (IP:58.8.211.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 5 ก.ค. 2550 (10:43)
มีความสุขมากที่ได้เรียนคอมเพราะได้ความรู้
mou (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 5 ก.ค. 2550 (10:45)
ได้ความรู้
mou (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 12 ก.ค. 2550 (11:30)
มีสุกมากที่ได้เรียนคอม
ติ๊ก (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 18 ก.ค. 2550 (16:43)
ดอกไม้ที่เกดจากการตอบสนองต่ออุณหภูมิมีดอกไรมั้งคะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอร้อง
องอินคร้า (IP:203.147.20.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 19 ก.ค. 2550 (14:40)
ดี๊.......ดี........เนอะ
มนุษย์ (IP:125.24.106.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 25 ก.ค. 2550 (09:52)
ข้อมูลเว็บนี้ดีมากค่ะ มีรูปภาพให้ด้วยขอบคุณน่ะค่ะ ทำให้นู๋มีงานส่งอาจารย์
เด็กน่ารัก (IP:203.113.56.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 1 ส.ค. 2550 (19:57)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 1 ส.ค. 2550 (20:00)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 1 ส.ค. 2550 (20:34)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 1 ส.ค. 2550 (20:37)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 1 ส.ค. 2550 (20:39)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกของพืช



1.แบบนาสติก คือ การตอบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทาง ไม่ว่าสิ่งเร้าจะมาในทิศทางใดก็ตาม การตอบสนองก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เช่น การหุบและบานชองดอกไม้



2.แบบทรอฟิก คือ การตอบสนองที่สัมพันธ์กับทิศทาง สิ่งที่มีอิทธิพล คือ



2.1 แสง คือ ลำต้นของพืชจะงอกและเบนเข้าหาแสง ส่วนรากนั้นจะตรงข้ามกันคือจะงอกหนีแสง

2.2 แรงโน้มถ่วง คือ ลำต้นของพืชจะงอกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง แต่รากจะงอกเข้าหาแรงโน้มถ่วง
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 1 ส.ค. 2550 (20:49)
1.กระบวนการออสโมซิส หมายถึง การที่น้ำเคลื่อนที่ผ่านเยื่อบางๆ(เยื่อเลือกผ่าน)จากบริเวณที่มีนำมากหรือความเข้มข้นของสารต่ำ ไปยังบริเวณที่มีน้ำน้อยหรือความเข้มข้นของสารมาก



2.กระบวนการแพร่ หมายถึง การที่สารเคลื่อนที่จากที่ที่มีความเข้นข้นมากไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารน้อย โดยจะผ่านเยื่อเลือกผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 1 ส.ค. 2550 (20:54)
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืช



กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง หมายถึงการสร้างอาหารของพืช โดยพืชสามารถสังเคราะด้วยแสงได้ทุกเวลาที่มีแสง แต่จะสังเคราะห์ได้มากที่สุดในเวลากลางวัน ซึ่งมีปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงดังนี้ คือ

1.แสง จากดวงอาทิตย์

2.คาร์บอนไดออกไซด์

3.น้ำ

4.คลอโรฟิลล์ รงควัตถุที่อยู่ในคลอโรพลาสต์
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 1 ส.ค. 2550 (21:07)
การลำเลียงสารในพืช



การลำเลียงสารในพืชเกิดจากที่เมื่อเวลาพืชสังเคราะห์ด้วยแสงเสร็จแล้วจะเกิดการลำเลียงสารอาหารที่สร้างได้คือ น้ำตาล ไปยังส่วนต่างๆของลำต้น โดยลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหารที่เรียกว่า "โฟลเอม" ซึ่งอยู่บริเวณเปลือกไม้ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป



การลำเลียงน้ำในพืช



การลำเลียงนำเกิดขึ้นเมื่อรากมีการดูดน้ำผ่านทางขนรากแล้วจะลำเลียงขึ้นไปยังกิ่ง ก้าน และใบ โดยผ่านทางท่อลำเลียงน้ำที่ เรียกว่า "ไซเลม" อยู่บริเวณแก่นไม้(ตรงกลางของลำต้น)ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะอยู่กระจัดกระจายทั่วลำต้น



**ไซเลม(ท่อลำเลียงน้ำ)มีทิศทางการลำเลียงจาก ล่าง ขึ้น บน

**โฟลเอม(ท่อลำเลียงอาหาร)มีทิศทางการลำเลียงไปในทุกทิศทาง

+++ ระหว่าง โฟลเอมและไซเลม จะมีเนื้อเยื่อเจริญกั้นอยู่เรียกว่า "แคมเบียม"
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 2 ส.ค. 2550 (06:15)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ(ขอเยอะหน่อยสัก30หน้า)
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.216.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 4 ส.ค. 2550 (10:45)
อยากจะทราบว่าการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแบบมีทิศทางเป็นยั้งไงและมีอะไรบ้างอยากทราบอย่างละเอียดนะคะคัยสามารถบอกได้ก้อจะขอบคุนเปนอย่างมากคะ
deknal_6468@hotmail.com (IP:203.113.45.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 6 ส.ค. 2550 (18:31)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับ
123456 (IP:125.27.106.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 27 ส.ค. 2550 (20:43)
ไม่รุจักหากันเองบ้าง
อี (IP:125.27.172.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 18 ก.ย. 2550 (19:47)
หนูก็อยากรู้เหมือนกันอ่า -*-
ณิยะดา (IP:125.26.146.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 6 พ.ย. 2550 (15:42)
55
arm (IP:202.57.138.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 18 พ.ย. 2550 (10:25)
ตอนนี้เธอเป็นไงบ้าง
จาก...โอ (IP:203.150.137.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 24 ม.ค. 2551 (10:04)
อยากได้แผนภาพการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมียหน่อยอ่ะค่ะ
kanyanee_sm191@hotmail.com (IP:203.113.17.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 27 ม.ค. 2551 (14:47)
หาข้อมูลให้หน่อย ด่วนมาก
แอน (IP:203.156.39.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 30 ม.ค. 2551 (18:34)
อยากได้ข้อมูลไมยราบ
notto_36@hotmail.com (IP:58.147.52.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 30 ม.ค. 2551 (18:35)
อยากข้อมูลหม้อข้าวหม้อแกงลิง
notto_36@hotmail.com (IP:58.147.52.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 8 ก.พ. 2551 (17:56)
<P>ดีน้อ&nbsp;&nbsp; ผมว่า</P>
bigaas2004@hotmail.com (IP:202.91.19.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 19 ก.พ. 2551 (09:08)
<P>มันม่ายช่ายอะมันม่ายช่าย</P>

<P>&nbsp;</P>

<P>มันไม่ใช่แบบนี้</P>
mukmix (IP:61.19.32.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 24 มี.ค. 2551 (15:25)
ผลต้องการปลูกพืชชนิดนี้ ต้องทำอย่างไรบ้างครับ และหาซื้อขายได้ที่ไหนครับ
เกน (IP:203.113.86.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 24 มี.ค. 2551 (15:29)
อยากปลูกพืชกินแมลง หาซื้อได้ที่ไหนครับ ถ้ารู้ขอแจ้งเบอร์มาด่วน
เร (IP:203.113.86.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 22 พ.ค. 2551 (20:12)
<P>ขอเรื่องเกี่ยวกับ&nbsp;&nbsp; การตอบสนองของพืช&nbsp; จะทำรายงานส่งจาร&nbsp; ขอแบบยากๆค่ะหนูอยู่ ม. 2แล้ว</P>
tonfern2812@gmail (IP:222.123.44.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 2 มิ.ย. 2551 (18:01)
<P>&nbsp;โย้ว ใครอยากรูเดี่ยวตอบให้ มี2แบบ คือ</P>

<P>1.แบบนาสติก คือ การตอบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทาง ไม่ว่าสิ่งเร้าจะมาในทิศทางใดก็ตาม การตอบสนองก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เช่น การหุบและบานชองดอกไม้<BR><BR>2.แบบทรอฟิก คือ การตอบสนองที่สัมพันธ์กับทิศทาง สิ่งที่มีอิทธิพล คือ<BR><BR>2.1 แสง คือ ลำต้นของพืชจะงอกและเบนเข้าหาแสง ส่วนรากนั้นจะตรงข้ามกันคือจะงอกหนีแสง <BR>2.2 แรงโน้มถ่วง คือ ลำต้นของพืชจะงอกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง แต่รากจะงอกเข้าหาแรงโน้มถ่วง<BR>กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืช<BR><BR>กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง หมายถึงการสร้างอาหารของพืช โดยพืชสามารถสังเคราะด้วยแสงได้ทุกเวลาที่มีแสง แต่จะสังเคราะห์ได้มากที่สุดในเวลากลางวัน ซึ่งมีปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงดังนี้ คือ<BR>1.แสง จากดวงอาทิตย์ <BR>2.คาร์บอนไดออกไซด์<BR>3.น้ำ<BR>4.คลอโรฟิลล์ รงควัตถุที่อยู่ในคลอโรพลาสต์</P>

<P>การลำเลียงสารในพืช<BR><BR>การลำเลียงสารในพืชเกิดจากที่เมื่อเวลาพืชสังเคราะห์ด้วยแสงเสร็จแล้วจะเกิดการลำเลียงสารอาหารที่สร้างได้คือ น้ำตาล ไปยังส่วนต่างๆของลำต้น โดยลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหารที่เรียกว่า "โฟลเอม" ซึ่งอยู่บริเวณเปลือกไม้ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป<BR><BR>การลำเลียงน้ำในพืช<BR><BR>การลำเลียงนำเกิดขึ้นเมื่อรากมีการดูดน้ำผ่านทางขนรากแล้วจะลำเลียงขึ้นไปยังกิ่ง ก้าน และใบ โดยผ่านทางท่อลำเลียงน้ำที่ เรียกว่า "ไซเลม" อยู่บริเวณแก่นไม้(ตรงกลางของลำต้น)ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะอยู่กระจัดกระจายทั่วลำต้น<BR><BR>**ไซเลม(ท่อลำเลียงน้ำ)มีทิศทางการลำเลียงจาก ล่าง ขึ้น บน<BR>**โฟลเอม(ท่อลำเลียงอาหาร)มีทิศทางการลำเลียงไปในทุกทิศทาง<BR>+++ ระหว่าง โฟลเอมและไซเลม จะมีเนื้อเยื่อเจริญกั้นอยู่เรียกว่า "แคมเบียม"<BR><BR></P>
passawee.k_7@hotmail.cpm (IP:118.174.215.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 2 มิ.ย. 2551 (18:05)

ใครอยากรู้ผมเปนใครดูน่ะ


 


คนไงคับ 555+++


passawee.k_7@hotmail.cpm (IP:118.174.215.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 20 มิ.ย. 2551 (09:14)
ทำไมไม่มีรูปภาพ
w.123.9@hotmail.com (IP:58.137.105.133)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 25 มิ.ย. 2551 (20:42)
<P><FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" size=3>ขอบคุณ</FONT></P>
รพียวสยีพีพกาสรน (IP:118.174.81.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 30 มิ.ย. 2551 (20:27)
ก็ดีน่ะนะคะเเต่มันยังไม่เเจ่มเเจ๋วเเบบว่า  อยากได้การตอบสนองของพืชต่อน้ำน่ะค่ะ   หนูอยู่ม.1  อาทิตย์หน้าต้องสอบต้องการข้อมูลด่วนเลยค่ะ    ช่วยหน่อยนะคะ  พี่คนสวยคนหล่อทุกคน  วันพุธที่  2  มิ.ย. จะเข้ามาดูใหม่นะคะ  ขอบคุณค่ะ
NUMWAN.191@hotmail.co.th (IP:203.153.169.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 30 มิ.ย. 2551 (22:07)

น้ำในดินที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของพืชในลักษณะใด



การที่รากพืชแตกแขนงชอนไชลงในดินเป็นการตอบสนองที่เกิดจากอะไรเป็นสิ่งเร้า



พืชที่แสดงพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งเร้าหรือตัวกระตุ้นได้หรือไม่เพราะเหตุใด



วันอังคารที่1มิ.ย.มาเอาคำตอบ



ด่วน


- (IP:202.149.24.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 193 30 มิ.ย. 2551 (22:09)
อย่าลืมนะ
- (IP:202.149.24.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 5 ก.ค. 2551 (21:07)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของกล้วยไม้เป็นอย่างไรค่ะช่วยบอกหน่อย
nusom_bboy@hotmail.com (IP:202.91.19.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 5 ก.ค. 2551 (21:19)

อยากทราบว่าการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของดอกกล้วยไม้ว่าอย่างไรบ้างค่ะ



 


nusom_bboy@hotmail.com (IP:202.91.19.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 7 ก.ค. 2551 (20:12)
การตอบนองของต้นพืช
เยลลี่ (IP:125.24.124.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 8 ก.ค. 2551 (20:01)
กาก
nk,iuo@hotmail.com (IP:58.9.107.23)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 9 ก.ค. 2551 (13:44)

ถ้าจะทำรายงาน แนะนำให้หาใน google นะคะ เพราะเนื้อหาจะเยอะ แล้วก้อให้หาหลายๆเว็บ ถ้าขี้เกียจเขียนก้อย่อเอา ถ้าอยากทำหลายๆ หน้า ก้อลอกตามไปเรย แต่อย่าลอกซ้ำนะ อาจจะโดนหักคะแนน เพราะใช้คำกำกวม


ชาลิสา เจริญสิริวงค์ (IP:222.123.143.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 11 ก.ค. 2551 (13:38)
titttt
lovetel (IP:118.175.129.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 11 ก.ค. 2551 (13:58)
หล่อจัง
lovetel (IP:118.175.129.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 13 ก.ค. 2551 (12:51)

การตอบสนองต่อสิ่งเราของดอกทานตะวัน
อยากทราบข้อมูลด่วนช่วยบอกหน่อยนะค่ะ


dadada 1110@hotmail.com (IP:125.27.20.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 15 ก.ค. 2551 (20:42)

ผมขอด้วยคนคับ


นัท/happy_zaa_nath02@hotmail.com (IP:168.120.12.52)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 24 ก.ค. 2551 (18:11)

น่าจะมีข้อมูลมากว่านี้


Assaw-aN@hotmail.com (IP:124.157.228.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 26 ก.ค. 2551 (13:13)
อยากทราบว่าดอกบัวตอบสนองต่อสิ่งเร้าอะไร
โมเมล์ (IP:125.26.185.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 1 ส.ค. 2551 (15:25)

สวัสดีครับพวกพีี่๐ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


tay_@tayhotmail.com (IP:58.147.47.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 3 ส.ค. 2551 (15:46)
หาไม่เจอ ลองเข้า วีกีพีเดียแล้ว ถ้าวิกีพีเดียไม่มีก็หายากแล้วล่ะ(-*-)
จำไม่ได้หรือไม่ได้จำ (IP:125.26.167.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 12 ส.ค. 2551 (12:23)
อย่กได้รูปการปฏิสนธิของพืชดอกอะค่ะ ช่วยหน่อยน่ะค่ะ
ฟาง (IP:222.123.97.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 22 ส.ค. 2551 (23:08)

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าก่อนนะครับ
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าขงพืช(Plant����sensitivity)
���������������Phototropism:���การตอบสนองต่อแสง เป็นการตอบสนองของพืชต่อแสง
�������อาืิทิตย์เรียกการตอบสนองนี้ว่าเฮริโอทรอปิซึม�ใบและลำต้นพืชส่วนใหญ่เจริญ โดยการ
�������หันแสงอาทิตย์
���������������Haptotropism�or�thigmotropism:�การตอบสนองต่อการสัมผัส เป็น
������ การตอบ
��������สนองของพืชต่อการสัมผัส เช่นการม้วนใบของต้นหยาดน้ำค้าง����เพื่อจับแมลง
��������เมื่อมีแมลงบินมาเกาะ
�������������������Hydrotopism:���การตอบสนองต่อน้ำ ตัวอย่างเช่น ���รากพืชจะงอกออกด้านข้างถ้าบริเวณนั้นมีปริมาณน้ำมาก
����������Geotropism:การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งส่วนใหญ่พืช
����จะแสดงการตอบสนองนี้ ตัวอย่างเช่นการเจริญของรากลงสู่ดิน
����������Photoperidism:การตอบสนองของพืชต่อช่วงเวลาที่มีแสง ���เป็นการตอบสนองช่วงความยาวเวลากลางวันหรือกลางคืนต่อการออกดดอก
���ของพืช� ครับ
สำหรับการปฏิสนะของพืชดอกครับ



































































การปฏิสนธิ (Fertilization) หมายถึง กระบวนการที่เสปิร์มนิวเคลียสอันหนึ่งเข้าไปผสมกับนิวเคลียสของเซลล์ไข่ และเสปิร์มนิวเคลียสอีกอันหนึ่งเข้าผสมกับเซลล์โพลาร์นิวเคลียสเรียกการปฏิสนธิลักษณะนี้ว่า การปฏิสนธิซ้อน (Double fertilization) เมื่อมีละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ทิ้งนิวเคลียสของละอองเรณูจะสร้างหลอดดละอองเรณูงอกลงไปตามก้านเกสรตัวเมีย หลอดที่งอกเร็วทีสุดจะฝ่านรูไมโครไพล์ของออวุลเข้าไป แล้วทิ้งนิวเคลียสจะสลายไป ในระยะนี้เจเนอเรทีฟนิวเคลียส จะแบ่งนิวเคลียสทำให้ได้ เสปิร์มนิวเคลียส 2 อัน เมื่อสเปิร์มนิวเคลียสผ่านรูไมโครไพล์ของออวุลแล้ว สเปิร์มนิวเคลคลียสอันหึ่ง จะเข้าไปผสมกับ นิวเคลียสของ เซลล์ไข่ ได้เป็นไซโกต แล้วไซโกตจะเจริญต่อไปเป็นต้นอ่อน (Embryo) ส่วนสเปิร์มนิวเคลียส อีกอันจะเข้าผสม กับเซลล์โพลาร์นิวเคลียส ได้เซลล์ ที่เจริญไปเป็นเนื้อเยื่อเรียนกว่า เอนโดสเปิร์ม ส่วนนิวเคลียสที่เหลือคือ แอนติโพดัล และซินเนอร์จิดจะสลายไป จะเห็นได้ว่า การปฏิสนธิ ของพืชดอกเกิดขึ้น 2 ครั้ง คือ ระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสกับเซลล์ไข่ และระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสอีกอันหนึ่งกับโพลาร์นิวเคลียส เรียกว่า "การปฏิสนธิซ้อน"









หลังจากที่ดอกถูกผสมแล้ว (เกิดการปฏิสนธิ) ส่วนต่างๆ ของดอกจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้



������������ �1. รังไข่ (Ovary) จะเจริญไปเป็นผล (Fruit)
������������ �2. ออวุล (Ovule) จะเจริญไปเป็นเมล็ด (Seed)
������������ �3. ไข่ (Egg) จะเจริญไปเป็นต้นอ่อน (Embryo) อยู่ภายในเมล็ด
������������ �4. โพลาร์นิวเคลียส (Polar nucleus) จะเจริญไปเป็นเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) อยู่ภายในเมล็ด
������������ �5. เยื่อหุ้มออวุล (Intergument) จะเจริญไปเป็นเปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat)
������������ �6. ผนังรังไข่ (Ovary wall) จะเจริญไปเป็นเปลือกและเนื้อของผล (Pericarp)
������������ �7. สำหรับกลับเลี้ยง กลีบดอก ยอดเกสรตัวเมีย ก้านเกสรตัวเมีย แอนติโพดัล และซัลเนอร์จิด จะเหี่ยวแห้งสลายตัวไป




โชคนีนาคร้าบบบบบบบบ


fine_nm@hotmail.com (IP:61.7.231.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 4 ก.ย. 2551 (20:52)
ขอบคุณมากๆนะค่ะ
เด็กดี (IP:61.19.65.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 10 ก.ย. 2551 (17:32)

อยากทราบเรื่องการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ของดอกทานตะวัน  ไมยราบ
ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ
อิอิบอกหน่อยนะคร้า เฟรนด์คร้า


love_lovelovelove.2006@hotmail.com (IP:58.147.94.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 19 ก.ย. 2551 (12:17)
เรารักในหลวง
nu_cookie@hotmail.com (IP:61.19.45.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 17 ธ.ค. 2551 (19:07)

แ บ บ ว่ า พ รุ้ ง นี้ ต้ อ ง นำ เ ส น อ ง า น เ รื่ อ ง ก า ร ต อ บ ส น อ ง ข อ ง พื ช ต่ อ สิ่ ง เ ร้ า ที่ เ ป็ น น้ำ อ่ะ
ว า ร ช่ ว ย ห า ใ ห้ ห น่ อ ย น่ ะ ค่ ะ
ข อ บ คุ ณ อ ย่ า ง สู ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง


namfon_1826@hotmail.com (IP:202.149.25.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 12 มี.ค. 2552 (15:29)

รักนะพำเดกหะฟ้ด้ระพ่น่เหดผห้หดาฟ้รดหเห้ะพะเพ้ะพห้


เฟิร์ส (IP:125.26.29.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 28 มิ.ย. 2552 (17:57)
nnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnmmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmmmnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmnnnnnmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnmnnmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmmmnnnnn

คนเก่ง ช่วยนับหน่อยมีตัว m กี่ตัว
........................................ (IP:58.9.142.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 29 มิ.ย. 2552 (22:37)

............ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ
........
ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ
.....
ขอบคุณนะ...............ขอบคุณนะ
...
ขอบคุณนะ....................ขอบคุณนะ..............ขอบคุณนะ......
..
ขอบคุณนะ......................ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ
.
ขอบคุณนะ........................ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะ
ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ...........ขอบคุณนะ
.
ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ....................ขอบคุณะ
..
ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ
...
ขอบคุณนะ...............................................ขอบคุณนะ
…...
ขอบคุณนะ.............................................ขอบคุณนะ
.........
ขอบคุณนะ...................................ขอบคุณนะ
............
ขอบคุณนะ...........................ขอบคุณนะ
................
ขอบคุณนะ....................ขอบคุณนะ
..................
ขอบคุณนะ.............ขอบคุณนะ
......................
ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ
.......................
ขอบคุณนะ…...ขอบคุณนะ
............................
ขอบคุณนะ

อยากบอกว่า ขอบคุณมากๆเลยคร้า ถูกใจมากมายเลย


phon.friend@hotmail.com (IP:125.26.82.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 1 ก.ค. 2552 (08:04)
อยากรู้รายละเอียดของการตอบสนองของตำลึงค่ะ
เจน (IP:125.27.253.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 2 ก.ค. 2552 (19:13)

555


********************* (IP:118.173.217.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 4 ก.ค. 2552 (13:25)
kทามมายม้ายอาวมาโลงห้ายหละค่ะ
อยากด้ายด่วนนนนนนนนนนนนเลยคะ
minho_HaHa@hotmail.com (IP:202.149.101.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 227 8 ก.ค. 2552 (10:13)

ขอบคุณมากค่ะ


nooker (IP:115.67.57.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 14 ก.ค. 2552 (18:47)

ไรเนี่ย


....................555555555555555555+ด (IP:124.120.31.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 21 ก.ค. 2552 (20:48)

ไม่เห็นจะมีข้อมูลอะไรดีดีเลยซักอย่าง

ไร้สาระจริงๆ


bbd4@hotmail.com (IP:114.128.153.52)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 23 ก.ค. 2552 (18:26)

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าก่อนนะครับ
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าขงพืช(Plant    sensitivity)
     Phototropism:   การตอบสนองต่อแสง เป็นการตอบสนองของพืชต่อแสงอาืิทิตย์เรียกการตอบสนองนี้ว่าเฮริโอทรอปิซึม ใบและลำต้นพืชส่วนใหญ่เจริญ โดยการหันแสงอาทิตย์
     Haptotropism or thigmotropism: การตอบสนองต่อการสัมผัส เป็นการตอบสนองของพืชต่อการสัมผัส เช่นการม้วนใบของต้นหยาดน้ำค้าง    เพื่อจับแมลง   เมื่อมีแมลงบินมาเกาะ
     Hydrotopism:   การตอบสนองต่อน้ำ ตัวอย่างเช่น    รากพืชจะงอกออกด้านข้างถ้าบริเวณนั้นมีปริมาณน้ำมาก
          Geotropism:การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งส่วนใหญ่พืชจะแสดงการตอบสนองนี้ ตัวอย่างเช่นการเจริญของรากลงสู่ดิน
          Photoperidism:การตอบสนองของพืชต่อช่วงเวลาที่มีแสง  เป็นการตอบสนองช่วงความยาวเวลากลางวันหรือกลางคืนต่อการออกดดอก
ของพืช  ค่ะ
สำหรับการปฏิสนะของพืชดอกค่ะ


ttp_hot@hotmail.com (IP:117.47.181.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 1 ส.ค. 2552 (14:55)

อนากรู้รายละเอียดการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าเพราะต้องทำรายงานส่งวันจันทร์เเล้วคะ


Ryutaros2@windowslive.com (IP:117.47.246.224)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 15 ส.ค. 2552 (19:39)

อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของบัวหลวงอะ ขอเเบบละเอียดๆ พอดีกำลังศึกษาอยู่อะ รบกวนหน่อยนะคะ(จะรอคำตอบดีๆ)


cakezer (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 234 26 ส.ค. 2552 (21:41)

ขอบคุณมากครับที่บอกผมเรืองการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช


Thankyou (IP:125.24.24.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 8 พ.ย. 2552 (10:45)

ดอกบัวมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอยางไรบ้าง


fren_june@hotmail.com (IP:222.123.11.19)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 10 พ.ย. 2552 (17:47)
แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ก็แปลก
เสรีสะ@hotmail.com (IP:117.47.160.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 12 ม.ค. 2553 (15:11)
เรารักโอเล่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
framza23@hotmail.com (IP:58.97.59.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 24 ม.ค. 2553 (08:00)
ถ้าคนตอบไร้สาระขนาดนี้
ทางเว็บน่าจะดูแลกันซักหน่อยมั้ย
tikumi (IP:61.91.162.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 28 ม.ค. 2553 (19:33)
ถ้าตอบก็น่าจะตอบให้ตรงคำถามหน่อยเขียนอะไรไม่รู้ไร้สาระ
FiLLiiz (IP:180.180.48.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 30 ม.ค. 2553 (12:20)
อยากรู้เรื่องการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชเยอะๆๆๆๆๆกว่านี้อ่ะ
อออ (IP:118.172.103.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 241 31 ม.ค. 2553 (14:14)
ค.ห.222มีm

19ตัวจร้า
คน (IP:118.172.56.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 14 พ.ค. 2553 (21:08)
มีm 13
เด็กdเกรดa (IP:119.31.121.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 243 12 มิ.ย. 2553 (14:19)
เอามาให้ดูทำไมหยะแหยงจะตาย
อาม (IP:125.25.47.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 244 12 มิ.ย. 2553 (14:27)
อูเเหวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เอ็ม (IP:125.25.47.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 7 ก.ค. 2553 (18:57)
ไรเนี่ย ม่ายมีแบบทดสอบเหรอ แย่จัง แย่มากมากเลยอะ
คนหน้าตาดี (IP:114.128.244.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 246 16 ก.ค. 2553 (18:52)
ใครรู้บางเกี๋ยวกับการตอบสนองของพืชต่อเสียงอ่า
เราไม่รู้
ช่วยหน่อยสิ
145741 (IP:124.120.33.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 247 19 ก.ค. 2553 (09:54)
อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะค่ะว่า

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชต่อน้ำ เป็นยังไง

และยกตัวอย่างว่าต้นไม้อะไรบ้างที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชต่อน้ำบ้างค่ะ

ช่วยหนูด้วยนะคะ

ช่วยกันตอบหน่อยนะคะ
faynattida_101@hotmail.com (IP:125.27.215.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 248 19 ก.ค. 2553 (11:17)
ต้นไมยราบตอบสนองสิ่งเร้าไงคะ

เมื่เราเอามือไปสัมผัสมันจะหุบ

เพียงเวลาอันสี้นค่ะ
เด๊ก(หนี)เรียน (IP:203.113.0.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 249 19 ก.ค. 2553 (20:23)
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้าทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจาก

1. การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโต (growth movement) เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากฮอร์โมนพืช เช่น การเจริญเติบโตของปลายราก ปลายยอดพืช การบานการหุบของดอกไม้ การพันหลักของไม้เลื้อย ฯลฯ การเคลื่อนไหวของพืชที่มีต่อสิ่งเร้า ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement)

1.1 การเคลื่อนไหวที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (tropic movement)

ถ้าเคลื่อนไหวเข้าหาสิ่งเร้า จัดเป็น positive tropism ถ้าเคลื่อนไหวหนีออกจากสิ่งเร้า จัดเป็น negative tropism ได้แก่
1.1.1) การเคลื่อนไหวโดยมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า (gravitropism หรือ geotropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
- positive gravitropism เช่น รากพืชจะเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก
- negative gravitropism เช่น ยอดพืชจะเจริญในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก











ภาพแสดงการเคลื่อนไหวของปลายรากเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลกและปลายยอดหนีแรงโน้มถ่วงของโลก



1.1.2) การเคลื่อนไหวโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้า (phototropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
- positive phototropism เช่น ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง
- negative phototropism เช่น รากพืชเจริญหนีแสงสว่าง










การตอบสนองของพืชต่อแสงและแรงโน้มถ่วงของโลก

1.1.3) การเคลื่อนไหวโดยมีสารเคมีเป็นสิ่งเร้า (chemotropism) เช่น การงอกของหลอดละอองเรณูไปยังรังไข่ของพืชมีดอก

1.1.4) การเคลื่อนไหวโดยตอบสนองต่อการสัมผัส (thigmotropism) เช่น มือเกาะ (tendril) ของพืชบางชนิดยื่นออกไปจากลำต้น ไปยึดสิ่งที่สัมผัสหรือต้นไม้อื่นหรือหลัก เพื่อเป็นการพยุงลำต้น เช่น ตำลึง กระทกรก องุ่น พืชตระกูลแตง เป็นต้น










มือเกาะของตำลึง มือเกาะของกระทกรก

1.1.5) การเคลื่อนไหวโดยมีน้ำเป็นสิ่งเร้า (hydrotropism) เช่น รากของพืชจะเจริญเข้าหาน้ำหรือความชื้นเสมอ



1.2 การเคลื่อนไหวของพืชโดยมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (nasty หรือ nastic movement) ได้แก่
1.2.1) photonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของแสง เช่น
- การหุบและบานของดอกไม้ เกิดจากการกระตุ้นของแสงหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป
- ดอกบัวส่วนมากจะหุบในตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน
- ดอกกระบองเพชรส่วนมากจะบานในตอนกลางคืน และหุบในตอนกลางวัน
การบานและหุบของดอกไม้ เกิดเนื่องจากกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกและด้านในขยายขนาดไม่เท่ากัน ดอกไม้จะบานเมื่อกลุ่มเซลล์ทางด้านในของกลีบดอก ขยายขนาดมากกว่าด้านนอก ส่วนการที่ดอกไม้หุบลง เพราะกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกขยายขนาดมากกว่าด้านใน


1.2.2) thermonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของอุณหภูมิ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ เช่น การบานของดอกบัวสวรรค์ หัวบัวจีน ทิวลิป เมื่อได้รับอุณหภูมิสูง
การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement)

แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1. nutation movement เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดเฉพาะที่ยอดของพืชบางชนิด เช่น ถั่ว ทำให้ปลายยอดเอนหรือแกว่งไปมา ในขณะที่พืชเจริญเติบโตทีละน้อย เนื่องจากกลุ่มเซลล์ 2 ด้านของลำต้นเจริญเติบโตไม่เท่ากัน
2. spiral movement เป็นการเคลื่อนไหวที่ปลายยอดบิดเป็นเกลียว เมื่อพืชเจริญเติบโตขึ้นทำให้ลำต้นบิดเป็นเกลียวพันรอบแกน หรือพันอ้อมหลักขึ้นไปเป็นการพยุงลำต้นไว้ เช่น การพันหลักของต้นมะลิวัลย์ ต้นลัดดาวัลย์ ต้นพริกไทย ต้นพลู เป็นต้น









การพันหลักของถั่วฝักยาว การพันหลักของอัญชัน



2. การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับแรงดันเต่ง (turgor movement) เซลล์พืชดูดน้ำเข้าไป เซลล์จะเต่งขึ้นเพราะเกิดแรงดันเต่ง ทำให้พืชกางใบออกได้เต็มที่ แต่ถ้าเสียน้ำไปใบจะเหี่ยวหรือเฉาลง การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนองแบบนี้แบ่งออกเป็น
2.1 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการสัมผัส (contact movement)
เป็นการตอบสนองเนื่องจากการสัมผัส ปกติพืชจะตอบสนองต่อการสัมผัสได้ช้ามาก แต่มีพืชบางชนิดที่สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้รวดเร็วแต่ไม่ถาวร เช่น การหุบและกางของใบไมยราบ นอกจากนี้ใบไมยราบยังมีความไวต่อสิ่งเร้าสูงมาก เพียงใช้มือแตะเบาๆ ที่ใบ ใบจะหุบเข้าหากันทันที การหุบของใบที่เกิดอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่โคนก้านใบและโคนก้านใบย่อย มีกลุ่มเซลล์ พัลไวนัส (pulvinus) ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดใหญ่และผนังบาง มีความไวสูงต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์พัลไวนัสลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จะสูญเสียน้ำให้แก่เซลล์ข้างเคียง ทำให้ใบหุบลงทันที หลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจะแพร่เข้ามาในเซลล์พัลไวนัสใหม่ ทำให้แรงดันเต่งเพิ่มขึ้นและกางใบออกตามเดิม

พืชกินแมลง ได้แก่ ต้นกาบหอยแครง ต้นหยาดน้ำค้าง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง จะมีกลุ่มเซลล์ที่ไวต่อการสัมผัสเช่นเดียวกับใบไมยราบ เมื่อแมลงบินมาเกาะก็จะตอบสนองโดยการหุบใบทันที พร้อมทั้งปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยแมลงเป็นอาหาร











การกินแมลงของต้นกาบหอยแครง






sundew : พืชกินแมลง








ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง : พืชกินแมลง

2.2 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสง (sleep movement)
เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสงหรือการนอนหลับของพืชตระกูลถั่ว เช่น ก้ามปู กระถิน มะขาม จามจุรี ไมยราบ ผักกระเฉด แค ใบจะหุบในตอนเย็นหรือพลบค่ำที่เรียกว่าต้นไม้นอน และจะกางใบออกตอนรุ่งเช้าเมื่อมีแสงสว่าง การเคลื่อนไหวแบบนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันเต่งของกลุ่มเซลล์พัลไวนัสทางด้านบนและด้านล่างของโคนก้านใบย่อยเช่นเดียวกับต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส






การนอนของใบพืชตระกูลถั่ว





การนอนของใบ Maranta

2.3 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม (guard cell movement)
เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม เช่น การเปิด-ปิดของปากใบ เนื่องจากน้ำแพร่เข้าไปในเซลล์คุม (guard cell) ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์คุมเพิ่มขึ้น ดันให้เซลล์คุมพองออก หรือในทางตรงกันข้าม ถ้าเซลล์คุมสูญเสียน้ำไป แรงดันเต่งลดลง เซลล์คุมจะหดตัวทำให้ปากใบปิด การเคลื่อนไหวของเซลล์คุมจึงมีผลทำให้ปากใบของพืชปิดหรือเปิดได้





การเปิด-ปิดของปากใบ

การตอบสนองของพืชต่อสารควบคุมการเจริญเติบโต
สารควบคุมการเจริญเติบโต คือ ฮอร์โมนพืช (plant hormone) เป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้นมา
ในปริมาณที่น้อยมาก และลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของพืช เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนเหล่านี้ ได้แก่
- ออกซิน (auxin)
- จิบเบอเรลลิน (gibberellin)
- ไซโทไคนิน (cytokinin)
- เอทิลีน ethylene)
- กรดแอบไซซิค (abacisic acid)
- สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน
น้ำว้า 1/8 พ.ป. (IP:114.128.32.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 22 ก.ค. 2553 (14:08)
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยบอกความรู้
aungsiar@love.com (IP:118.172.89.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 252 22 ก.ค. 2553 (14:11)
ผมจะไม่ลืมบุญคุณของทุกคนเลยครับเลยครับ
aungsiar@love.com (IP:118.172.89.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 253 24 ก.ค. 2553 (09:52)
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน
สิ่งเร้าภายในที่มีผลต่อการแสดงพฤติกรรมการตอบสนองของพืช คือ ฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนจะควบคุมการเจริญเติบโตของพืชด้วย ฮอร์โมนพืชชนิดหนึ่ง คือ ออกซิน (Auxin) ออกซินจะถูกผลิตโดยเซลล์ที่อยู่บริเวณปลายรากและปลายยอดพืช ซึ่งจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของยอดพืชแต่จะยับยั้งการเจริญของราก
ออกซิน จะถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก คือ แสงและแรงดึงดูดของโลก 2 กรณี ดังนี้
การตอบสนองของพืชต่อแสง (Phototropism) เมื่อพืชได้รับความเข้มของแสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งหรือเอียงยอดไปทางที่มีความเข้มข้นของแสงมากกว่าเสมอ
การตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถ่วงของโลก (Geotropism) รากพืชจะเจริญไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ส่วนลำต้นจะเจริญไปในทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก
สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ แสง อุณหภูมิ น้ำ และการสัมผัส ซึ่งสิ่งเร้าเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ในปริมาณที่ไม่เท่ากันโดยพืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ดังนี้
การตอบสนองต่อแสง พืชส่วนใหญ่จะมีการตอบสนองต่อแสง โดยเฉพาะพืชที่ได้รับความเข้มของแสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งไปทางที่มีความเข้มข้นของแสงมากกว่า การตอบสนองต่อแสงที่ไม่เท่ากันนี้มักจะพบกับพืชที่ปลูกในที่ร่ม ทำให้พืชพยายามที่หันไปทางด้านที่แสงส่องมา เช่น การปลูกต้นไม้ใกล้หน้าต่าง ต้นไม้จะหันยอดไปทางหน้าต่าง ต้นทางตะวันจะหันดอกตามทิศทางการส่องแสงของดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น การหุบและการบานของดอกไม้ มีแสงมากระตุ้นให้กลุ่มเซลล์ด้านนอกและด้านในมีอัตราการเจริญเติบโตแตกต่างกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายเหตุผลการหุบและการบานของดอกไม้ไว้ ดังนี้
1) การหุบของดอกไม้ เกิดจากกลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านนอกของกลีบดอกมีการเจริญเติบโตเร็วกว่าเซลล์ที่อยู่ด้านใน
2) การบานของดอกไม้ เกิดจากกลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านในของกลีบดอกมีการเจริญเติบโตเร็วกว่ากลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านนอก
พืชตระกูลถั่วที่มีการหุบและกางใบ เช่น มะขาม จามจุรี พืชกลุ่มนี้มีกลุ่มเซลล์ลักษณะพิเศษอยู่ตรงก้านใบเรียกว่า พัลไวนัส (Pulvinus) ทำให้ก้านใบมีลักษณะพองออก ภายในประกอบด้วยเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ ผนังบาง เมื่อได้รับน้ำเข้าไปจะทำให้เซลล์เหล่านี้เต่ง ใบจะกางออก ถ้าเซลล์เหล่านี้สูญเสียน้ำเซลล์ก็จะแฟบลง ทำให้ก้านใบหุบ ทั้งนี้จะมีแสงเป็นสิ่งเร้าที่มากระตุ้นเมื่อไม่มีแสงเซลล์ที่เต่งจะสูญเสียน้ำให้กับเซลล์ข้างเคียงและทำให้ใบหุบลง เมื่อได้รับแสงในเวลากลางวัน เซลล์จะได้รับน้ำกลับคืนมาจนเซลล์เต่งเต็มที่และทำให้ใบกางออกอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของเซลล์คุม จะเกิดขึ้นโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้าภายนอกมากระตุ้น ทำให้พืชเกิดการสังเคราะห์ด้วยแสงและมีน้ำตาลสะสมอยู่ภายในเซลล์คุมมาก ทำให้ความเข้มข้นขอสารละลายน้ำตาลในเซลล์คคุมสูงกว่าความเข้มข้นของสารในเซลล์ที่อยู่ข้างเคียง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจึงออสโมซิสผ่านเข้าเซลล์คุมจนเซลล์คุมเต่งเต็มที่ แต่เนื่องจากผนังของเซลล์คุมมีความหนาไม่เท่ากัน คือ ผนังด้านที่อยู่ติดกับปากใบจะหนากว่าด้านอื่นทำให้ผนังเซลล์โก่งตัวออกไปทางด้านข้าง ส่งผลให้ปากใบที่อยู่ระหว่างเซลล์คุมเปิดแยกห่างออกจากกัน เรียกว่า ปากใบเปิด

การตอบสนองต่ออุณหภูมิ
ชนิดของพืชตามระดับความสูงของภูเขานั้นแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองต่ออุณหภูมิได้ชัดเจน เช่น ภูเขาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเริ่มจากบริเวณชิงเขา ซึ่งสภาพดินค่อนข้างแห้งแล้ง เมื่อมาถึงความสูงประมาณ 900 เมตร อากาศจะค่อนข้างเย็นกว่าบริเวณเชิงเขา สภาพป่าจึงเปลี่ยนไปเป็นป่าดิบแล้ง ซึ่งประกอบด้วยไม้สูงใหญ่ จำพวกไม้ยาง กระบก ขึ้นปกคลุมพื้นดิน เมื่อขึ้นสู่ระดับ 1,000 เมตร สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นพวกชอบอากาศเย็น มีความชื้นสูง เช่น จำปีป่า ต้นไม่สูงใหญ่นัก บนยอดเขาซึ่งสูงประมาณ 1,200 เมตรขึ้นไป อากาศเย็นตลอดปี สภาพป่าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดยต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นสน นอกจากนี้ยังมีพวกพืชจับแมลง เช่น หยาดน้ำค้าง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น

การตอบสนองต่อน้ำ
การตอบสนองของพืชต่อปริมาณน้ำ สังเกตได้จากพืชชที่เจริญเติบโตในบริเวณที่แห้งแล้ง เช่น พืชในทะเลทราย ซึ่งบริเวณทะเลทรายในแต่ละปีจะมีฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี ดังนั้นพืชที่ขึ้นในทะเลทรายจะต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อปริมาณน้ำที่มีน้อย โดยพืชบางชนิดจะมมีพืชบางชนิดลดขนาดของใบหรือเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของหนามเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

การตอบสนองต่อการสัมผัส
การตอบสนองต่อการสัมผัสของพืชมีหลายรูปแบบ เช่น ใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส ใบจะหุบ เนื่องจากที่โคนของใบมีดต่อมมรับสัมผัสเมื่อถูกกระตุ้นจะส่งความรู้สึกไปยังใบ ทำให้ใบหุบได้หรือต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เมื่อแมลงตกลงไปฝาใบจะปิดทันทีหรือต้นกาบหอยแครง เมื่อแมลงมาสัมผัสในส่วนของใบที่มีลักษณะคล้ายฝา ฝานั้นจะถูกปิดเข้าหากัน ทำให้แมลงไม่สามารถหลุดรอดออกมาได้
ing_ing_52@hotmail.com (IP:222.123.82.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 254 4 ส.ค. 2553 (10:46)
............ขอบคุณนะ..ขอบคุณนะ..............................ขอบคุณนะ
........ขอบคุณนะ..........ขอบคุณนะ...................ขอคุณนะ.......ขอบคุณนะ
.....ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ..........ขอบคุณนะ.............ขอบคุณนะ
...ขอบคุณนะ.......................ขอบคุณนะ....ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ
..ขอบคุณนะ.................................ขอบคุณนะ............................ขอบคุณนะ
.ขอบคุณนะ............................................................................ขอบคุณนะ
ขอบคุณนะ..............................................................................ขอบคุณนะ
.ขอบคุณนะ..............................................................................ขอบคุณะ
..ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ..................................ขอบคุณนะ
...ขอบคุณนะ.....................................................................ขอบคุณนะ
…...ขอบคุณนะ...............................................................ขอบคุณนะ
.........ขอบคุณนะ.........................................................ขอบคุณนะ
............ขอบคุณนะ...................................................ขอบคุณนะ
................ขอบคุณนะ............................................ขอบคุณนะ
..................ขอบคุณนะ........................................ขอบคุณนะ
......................ขอบคุณนะ.................................ขอบคุณนะ
.......................ขอบคุณนะ..............................ขอบคุณนะ
............................ขอบคุณนะ.....................ขอบคุณนะ
................................ขอบคุณนะ...............ขอบคุณนะ
....................................ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ
...................................... ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ


ขอบคุณมากนะคะที่ให้ข้อมูลการตอบสนองของพืช
จะนำไปทำรายงานส่งครูนะคะ เพื่อเด็กไทยจะได้เจริญ

เด็กไทยจงเจริญญญญ.../เด็กระยอง หัวใจพองโต
Princess.. (IP:125.27.93.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 256 18 ส.ค. 2553 (19:50)
อยากได้การตอบสนองต่อเสียงของพืช หมายถึง ????
สวย (IP:125.27.15.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 258 5 ม.ค. 2554 (09:17)
ต้องการทราบเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของพืช
ม.5/3 (IP:202.143.144.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 259 25 ก.ค. 2555 (18:44)
ทำไห้เด็กมีความรู้มากขึ้น
ออย อิอิ บ้านพานต๊าย (IP:27.55.4.15)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม