การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

ขอโทษนะค่ะที่รบกวนพี่ ๆ น้องอยากรู้เกี่ยวกับเรื่อง การตอบานองต่อสิ่งเร้าของพืชค่ะ น้องขอรบกวนพี่ ๆ หน่อยนะค่ะ เร็ว ๆ หน่อยนะค่ะ เพราะจะทำรายางนส่งอาจารย์ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 259


25 ก.ค. 2555 18:44
  1. ทำไห้เด็กมีความรู้มากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 256

18 ส.ค. 2553 19:50
  1. อยากได้การตอบสนองต่อเสียงของพืช หมายถึง ????

ความคิดเห็นที่ 254

4 ส.ค. 2553 10:46
  1. ............ขอบคุณนะ..ขอบคุณนะ..............................ขอบคุณนะ ........ขอบคุณนะ..........ขอบคุณนะ...................ขอคุณนะ.......ขอบคุณนะ .....ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ..........ขอบคุณนะ.............ขอบคุณนะ ...ขอบคุณนะ.......................ขอบคุณนะ....ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ ..ขอบคุณนะ.................................ขอบคุณนะ............................ขอบคุณนะ .ขอบคุณนะ............................................................................ขอบคุณนะ ขอบคุณนะ..............................................................................ขอบคุณนะ .ขอบคุณนะ..............................................................................ขอบคุณะ ..ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ..................................ขอบคุณนะ ...ขอบคุณนะ.....................................................................ขอบคุณนะ …...ขอบคุณนะ...............................................................ขอบคุณนะ .........ขอบคุณนะ.........................................................ขอบคุณนะ ............ขอบคุณนะ...................................................ขอบคุณนะ ................ขอบคุณนะ............................................ขอบคุณนะ ..................ขอบคุณนะ........................................ขอบคุณนะ ......................ขอบคุณนะ.................................ขอบคุณนะ .......................ขอบคุณนะ..............................ขอบคุณนะ ............................ขอบคุณนะ.....................ขอบคุณนะ ................................ขอบคุณนะ...............ขอบคุณนะ ....................................ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ ...................................... ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้ข้อมูลการตอบสนองของพืช จะนำไปทำรายงานส่งครูนะคะ เพื่อเด็กไทยจะได้เจริญ เด็กไทยจงเจริญญญญ.../เด็กระยอง หัวใจพองโต

ความคิดเห็นที่ 253

24 ก.ค. 2553 09:52
  1. การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน สิ่งเร้าภายในที่มีผลต่อการแสดงพฤติกรรมการตอบสนองของพืช คือ ฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนจะควบคุมการเจริญเติบโตของพืชด้วย ฮอร์โมนพืชชนิดหนึ่ง คือ ออกซิน (Auxin) ออกซินจะถูกผลิตโดยเซลล์ที่อยู่บริเวณปลายรากและปลายยอดพืช ซึ่งจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของยอดพืชแต่จะยับยั้งการเจริญของราก ออกซิน จะถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก คือ แสงและแรงดึงดูดของโลก 2 กรณี ดังนี้ การตอบสนองของพืชต่อแสง (Phototropism) เมื่อพืชได้รับความเข้มของแสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งหรือเอียงยอดไปทางที่มีความเข้มข้นของแสงมากกว่าเสมอ การตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถ่วงของโลก (Geotropism) รากพืชจะเจริญไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ส่วนลำต้นจะเจริญไปในทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ แสง อุณหภูมิ น้ำ และการสัมผัส ซึ่งสิ่งเร้าเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ในปริมาณที่ไม่เท่ากันโดยพืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ดังนี้ การตอบสนองต่อแสง พืชส่วนใหญ่จะมีการตอบสนองต่อแสง โดยเฉพาะพืชที่ได้รับความเข้มของแสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งไปทางที่มีความเข้มข้นของแสงมากกว่า การตอบสนองต่อแสงที่ไม่เท่ากันนี้มักจะพบกับพืชที่ปลูกในที่ร่ม ทำให้พืชพยายามที่หันไปทางด้านที่แสงส่องมา เช่น การปลูกต้นไม้ใกล้หน้าต่าง ต้นไม้จะหันยอดไปทางหน้าต่าง ต้นทางตะวันจะหันดอกตามทิศทางการส่องแสงของดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น การหุบและการบานของดอกไม้ มีแสงมากระตุ้นให้กลุ่มเซลล์ด้านนอกและด้านในมีอัตราการเจริญเติบโตแตกต่างกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายเหตุผลการหุบและการบานของดอกไม้ไว้ ดังนี้ 1) การหุบของดอกไม้ เกิดจากกลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านนอกของกลีบดอกมีการเจริญเติบโตเร็วกว่าเซลล์ที่อยู่ด้านใน 2) การบานของดอกไม้ เกิดจากกลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านในของกลีบดอกมีการเจริญเติบโตเร็วกว่ากลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านนอก พืชตระกูลถั่วที่มีการหุบและกางใบ เช่น มะขาม จามจุรี พืชกลุ่มนี้มีกลุ่มเซลล์ลักษณะพิเศษอยู่ตรงก้านใบเรียกว่า พัลไวนัส (Pulvinus) ทำให้ก้านใบมีลักษณะพองออก ภายในประกอบด้วยเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ ผนังบาง เมื่อได้รับน้ำเข้าไปจะทำให้เซลล์เหล่านี้เต่ง ใบจะกางออก ถ้าเซลล์เหล่านี้สูญเสียน้ำเซลล์ก็จะแฟบลง ทำให้ก้านใบหุบ ทั้งนี้จะมีแสงเป็นสิ่งเร้าที่มากระตุ้นเมื่อไม่มีแสงเซลล์ที่เต่งจะสูญเสียน้ำให้กับเซลล์ข้างเคียงและทำให้ใบหุบลง เมื่อได้รับแสงในเวลากลางวัน เซลล์จะได้รับน้ำกลับคืนมาจนเซลล์เต่งเต็มที่และทำให้ใบกางออกอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเซลล์คุม จะเกิดขึ้นโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้าภายนอกมากระตุ้น ทำให้พืชเกิดการสังเคราะห์ด้วยแสงและมีน้ำตาลสะสมอยู่ภายในเซลล์คุมมาก ทำให้ความเข้มข้นขอสารละลายน้ำตาลในเซลล์คคุมสูงกว่าความเข้มข้นของสารในเซลล์ที่อยู่ข้างเคียง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจึงออสโมซิสผ่านเข้าเซลล์คุมจนเซลล์คุมเต่งเต็มที่ แต่เนื่องจากผนังของเซลล์คุมมีความหนาไม่เท่ากัน คือ ผนังด้านที่อยู่ติดกับปากใบจะหนากว่าด้านอื่นทำให้ผนังเซลล์โก่งตัวออกไปทางด้านข้าง ส่งผลให้ปากใบที่อยู่ระหว่างเซลล์คุมเปิดแยกห่างออกจากกัน เรียกว่า ปากใบเปิด การตอบสนองต่ออุณหภูมิ ชนิดของพืชตามระดับความสูงของภูเขานั้นแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองต่ออุณหภูมิได้ชัดเจน เช่น ภูเขาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเริ่มจากบริเวณชิงเขา ซึ่งสภาพดินค่อนข้างแห้งแล้ง เมื่อมาถึงความสูงประมาณ 900 เมตร อากาศจะค่อนข้างเย็นกว่าบริเวณเชิงเขา สภาพป่าจึงเปลี่ยนไปเป็นป่าดิบแล้ง ซึ่งประกอบด้วยไม้สูงใหญ่ จำพวกไม้ยาง กระบก ขึ้นปกคลุมพื้นดิน เมื่อขึ้นสู่ระดับ 1,000 เมตร สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นพวกชอบอากาศเย็น มีความชื้นสูง เช่น จำปีป่า ต้นไม่สูงใหญ่นัก บนยอดเขาซึ่งสูงประมาณ 1,200 เมตรขึ้นไป อากาศเย็นตลอดปี สภาพป่าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดยต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นสน นอกจากนี้ยังมีพวกพืชจับแมลง เช่น หยาดน้ำค้าง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น การตอบสนองต่อน้ำ การตอบสนองของพืชต่อปริมาณน้ำ สังเกตได้จากพืชชที่เจริญเติบโตในบริเวณที่แห้งแล้ง เช่น พืชในทะเลทราย ซึ่งบริเวณทะเลทรายในแต่ละปีจะมีฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี ดังนั้นพืชที่ขึ้นในทะเลทรายจะต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อปริมาณน้ำที่มีน้อย โดยพืชบางชนิดจะมมีพืชบางชนิดลดขนาดของใบหรือเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของหนามเพื่อลดการสูญเสียน้ำ การตอบสนองต่อการสัมผัส การตอบสนองต่อการสัมผัสของพืชมีหลายรูปแบบ เช่น ใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส ใบจะหุบ เนื่องจากที่โคนของใบมีดต่อมมรับสัมผัสเมื่อถูกกระตุ้นจะส่งความรู้สึกไปยังใบ ทำให้ใบหุบได้หรือต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เมื่อแมลงตกลงไปฝาใบจะปิดทันทีหรือต้นกาบหอยแครง เมื่อแมลงมาสัมผัสในส่วนของใบที่มีลักษณะคล้ายฝา ฝานั้นจะถูกปิดเข้าหากัน ทำให้แมลงไม่สามารถหลุดรอดออกมาได้

ความคิดเห็นที่ 252

22 ก.ค. 2553 14:11
  1. ผมจะไม่ลืมบุญคุณของทุกคนเลยครับเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 251

22 ก.ค. 2553 14:08
  1. ขอบคุณทุกคนที่ช่วยบอกความรู้

ความคิดเห็นที่ 249

19 ก.ค. 2553 20:23
  1. การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้าทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจาก 1. การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโต (growth movement) เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากฮอร์โมนพืช เช่น การเจริญเติบโตของปลายราก ปลายยอดพืช การบานการหุบของดอกไม้ การพันหลักของไม้เลื้อย ฯลฯ การเคลื่อนไหวของพืชที่มีต่อสิ่งเร้า ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement) 1.1 การเคลื่อนไหวที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (tropic movement) ถ้าเคลื่อนไหวเข้าหาสิ่งเร้า จัดเป็น positive tropism ถ้าเคลื่อนไหวหนีออกจากสิ่งเร้า จัดเป็น negative tropism ได้แก่ 1.1.1) การเคลื่อนไหวโดยมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า (gravitropism หรือ geotropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ - positive gravitropism เช่น รากพืชจะเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก - negative gravitropism เช่น ยอดพืชจะเจริญในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก ภาพแสดงการเคลื่อนไหวของปลายรากเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลกและปลายยอดหนีแรงโน้มถ่วงของโลก 1.1.2) การเคลื่อนไหวโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้า (phototropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ - positive phototropism เช่น ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง - negative phototropism เช่น รากพืชเจริญหนีแสงสว่าง การตอบสนองของพืชต่อแสงและแรงโน้มถ่วงของโลก 1.1.3) การเคลื่อนไหวโดยมีสารเคมีเป็นสิ่งเร้า (chemotropism) เช่น การงอกของหลอดละอองเรณูไปยังรังไข่ของพืชมีดอก 1.1.4) การเคลื่อนไหวโดยตอบสนองต่อการสัมผัส (thigmotropism) เช่น มือเกาะ (tendril) ของพืชบางชนิดยื่นออกไปจากลำต้น ไปยึดสิ่งที่สัมผัสหรือต้นไม้อื่นหรือหลัก เพื่อเป็นการพยุงลำต้น เช่น ตำลึง กระทกรก องุ่น พืชตระกูลแตง เป็นต้น มือเกาะของตำลึง มือเกาะของกระทกรก 1.1.5) การเคลื่อนไหวโดยมีน้ำเป็นสิ่งเร้า (hydrotropism) เช่น รากของพืชจะเจริญเข้าหาน้ำหรือความชื้นเสมอ 1.2 การเคลื่อนไหวของพืชโดยมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (nasty หรือ nastic movement) ได้แก่ 1.2.1) photonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของแสง เช่น - การหุบและบานของดอกไม้ เกิดจากการกระตุ้นของแสงหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป - ดอกบัวส่วนมากจะหุบในตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน - ดอกกระบองเพชรส่วนมากจะบานในตอนกลางคืน และหุบในตอนกลางวัน การบานและหุบของดอกไม้ เกิดเนื่องจากกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกและด้านในขยายขนาดไม่เท่ากัน ดอกไม้จะบานเมื่อกลุ่มเซลล์ทางด้านในของกลีบดอก ขยายขนาดมากกว่าด้านนอก ส่วนการที่ดอกไม้หุบลง เพราะกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกขยายขนาดมากกว่าด้านใน 1.2.2) thermonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของอุณหภูมิ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ เช่น การบานของดอกบัวสวรรค์ หัวบัวจีน ทิวลิป เมื่อได้รับอุณหภูมิสูง การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. nutation movement เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดเฉพาะที่ยอดของพืชบางชนิด เช่น ถั่ว ทำให้ปลายยอดเอนหรือแกว่งไปมา ในขณะที่พืชเจริญเติบโตทีละน้อย เนื่องจากกลุ่มเซลล์ 2 ด้านของลำต้นเจริญเติบโตไม่เท่ากัน 2. spiral movement เป็นการเคลื่อนไหวที่ปลายยอดบิดเป็นเกลียว เมื่อพืชเจริญเติบโตขึ้นทำให้ลำต้นบิดเป็นเกลียวพันรอบแกน หรือพันอ้อมหลักขึ้นไปเป็นการพยุงลำต้นไว้ เช่น การพันหลักของต้นมะลิวัลย์ ต้นลัดดาวัลย์ ต้นพริกไทย ต้นพลู เป็นต้น การพันหลักของถั่วฝักยาว การพันหลักของอัญชัน 2. การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับแรงดันเต่ง (turgor movement) เซลล์พืชดูดน้ำเข้าไป เซลล์จะเต่งขึ้นเพราะเกิดแรงดันเต่ง ทำให้พืชกางใบออกได้เต็มที่ แต่ถ้าเสียน้ำไปใบจะเหี่ยวหรือเฉาลง การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนองแบบนี้แบ่งออกเป็น 2.1 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการสัมผัส (contact movement) เป็นการตอบสนองเนื่องจากการสัมผัส ปกติพืชจะตอบสนองต่อการสัมผัสได้ช้ามาก แต่มีพืชบางชนิดที่สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้รวดเร็วแต่ไม่ถาวร เช่น การหุบและกางของใบไมยราบ นอกจากนี้ใบไมยราบยังมีความไวต่อสิ่งเร้าสูงมาก เพียงใช้มือแตะเบาๆ ที่ใบ ใบจะหุบเข้าหากันทันที การหุบของใบที่เกิดอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่โคนก้านใบและโคนก้านใบย่อย มีกลุ่มเซลล์ พัลไวนัส (pulvinus) ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดใหญ่และผนังบาง มีความไวสูงต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์พัลไวนัสลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จะสูญเสียน้ำให้แก่เซลล์ข้างเคียง ทำให้ใบหุบลงทันที หลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจะแพร่เข้ามาในเซลล์พัลไวนัสใหม่ ทำให้แรงดันเต่งเพิ่มขึ้นและกางใบออกตามเดิม พืชกินแมลง ได้แก่ ต้นกาบหอยแครง ต้นหยาดน้ำค้าง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง จะมีกลุ่มเซลล์ที่ไวต่อการสัมผัสเช่นเดียวกับใบไมยราบ เมื่อแมลงบินมาเกาะก็จะตอบสนองโดยการหุบใบทันที พร้อมทั้งปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยแมลงเป็นอาหาร การกินแมลงของต้นกาบหอยแครง sundew : พืชกินแมลง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง : พืชกินแมลง 2.2 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสง (sleep movement) เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสงหรือการนอนหลับของพืชตระกูลถั่ว เช่น ก้ามปู กระถิน มะขาม จามจุรี ไมยราบ ผักกระเฉด แค ใบจะหุบในตอนเย็นหรือพลบค่ำที่เรียกว่าต้นไม้นอน และจะกางใบออกตอนรุ่งเช้าเมื่อมีแสงสว่าง การเคลื่อนไหวแบบนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันเต่งของกลุ่มเซลล์พัลไวนัสทางด้านบนและด้านล่างของโคนก้านใบย่อยเช่นเดียวกับต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส การนอนของใบพืชตระกูลถั่ว การนอนของใบ Maranta 2.3 การเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม (guard cell movement) เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม เช่น การเปิด-ปิดของปากใบ เนื่องจากน้ำแพร่เข้าไปในเซลล์คุม (guard cell) ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์คุมเพิ่มขึ้น ดันให้เซลล์คุมพองออก หรือในทางตรงกันข้าม ถ้าเซลล์คุมสูญเสียน้ำไป แรงดันเต่งลดลง เซลล์คุมจะหดตัวทำให้ปากใบปิด การเคลื่อนไหวของเซลล์คุมจึงมีผลทำให้ปากใบของพืชปิดหรือเปิดได้ การเปิด-ปิดของปากใบ การตอบสนองของพืชต่อสารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมการเจริญเติบโต คือ ฮอร์โมนพืช (plant hormone) เป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้นมา ในปริมาณที่น้อยมาก และลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของพืช เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนเหล่านี้ ได้แก่ - ออกซิน (auxin) - จิบเบอเรลลิน (gibberellin) - ไซโทไคนิน (cytokinin) - เอทิลีน ethylene) - กรดแอบไซซิค (abacisic acid) - สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน

ความคิดเห็นที่ 248

19 ก.ค. 2553 11:17
  1. ต้นไมยราบตอบสนองสิ่งเร้าไงคะ เมื่เราเอามือไปสัมผัสมันจะหุบ เพียงเวลาอันสี้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 247

19 ก.ค. 2553 09:54
  1. อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะค่ะว่า การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชต่อน้ำ เป็นยังไง และยกตัวอย่างว่าต้นไม้อะไรบ้างที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชต่อน้ำบ้างค่ะ ช่วยหนูด้วยนะคะ ช่วยกันตอบหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 246

16 ก.ค. 2553 18:52
  1. ใครรู้บางเกี๋ยวกับการตอบสนองของพืชต่อเสียงอ่า เราไม่รู้ ช่วยหน่อยสิ

ความคิดเห็นที่ 245

7 ก.ค. 2553 18:57
  1. ไรเนี่ย ม่ายมีแบบทดสอบเหรอ แย่จัง แย่มากมากเลยอะ

ความคิดเห็นที่ 244

12 มิ.ย. 2553 14:27
  1. อูเเหวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 243

12 มิ.ย. 2553 14:19
  1. เอามาให้ดูทำไมหยะแหยงจะตาย

ความคิดเห็นที่ 242

14 พ.ค. 2553 21:08
  1. มีm 13

ความคิดเห็นที่ 241

31 ม.ค. 2553 14:14
  1. ค.ห.222มีm 19ตัวจร้า

ความคิดเห็นที่ 240

30 ม.ค. 2553 12:20
  1. อยากรู้เรื่องการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชเยอะๆๆๆๆๆกว่านี้อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 239

28 ม.ค. 2553 19:33
  1. ถ้าตอบก็น่าจะตอบให้ตรงคำถามหน่อยเขียนอะไรไม่รู้ไร้สาระ

ความคิดเห็นที่ 238

24 ม.ค. 2553 08:00
  1. ถ้าคนตอบไร้สาระขนาดนี้ ทางเว็บน่าจะดูแลกันซักหน่อยมั้ย

ความคิดเห็นที่ 237

12 ม.ค. 2553 15:11
  1. เรารักโอเล่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 235

8 พ.ย. 2552 10:45
  1. ดอกบัวมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอยางไรบ้าง


ความคิดเห็นที่ 234

26 ส.ค. 2552 21:41
  1. ขอบคุณมากครับที่บอกผมเรืองการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช


ความคิดเห็นที่ 232

15 ส.ค. 2552 19:39
  1. อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของบัวหลวงอะ ขอเเบบละเอียดๆ พอดีกำลังศึกษาอยู่อะ รบกวนหน่อยนะคะ(จะรอคำตอบดีๆ)


ความคิดเห็นที่ 231

1 ส.ค. 2552 14:55
  1. อนากรู้รายละเอียดการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าเพราะต้องทำรายงานส่งวันจันทร์เเล้วคะ


ความคิดเห็นที่ 230

23 ก.ค. 2552 18:26
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าก่อนนะครับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าขงพืช(Plant    sensitivity)     Phototropism:   การตอบสนองต่อแสง เป็นการตอบสนองของพืชต่อแสงอาืิทิตย์เรียกการตอบสนองนี้ว่าเฮริโอทรอปิซึม ใบและลำต้นพืชส่วนใหญ่เจริญ โดยการหันแสงอาทิตย์     Haptotropism or thigmotropism: การตอบสนองต่อการสัมผัส เป็นการตอบสนองของพืชต่อการสัมผัส เช่นการม้วนใบของต้นหยาดน้ำค้าง    เพื่อจับแมลง   เมื่อมีแมลงบินมาเกาะ     Hydrotopism:   การตอบสนองต่อน้ำ ตัวอย่างเช่น    รากพืชจะงอกออกด้านข้างถ้าบริเวณนั้นมีปริมาณน้ำมาก          Geotropism:การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งส่วนใหญ่พืชจะแสดงการตอบสนองนี้ ตัวอย่างเช่นการเจริญของรากลงสู่ดิน          Photoperidism:การตอบสนองของพืชต่อช่วงเวลาที่มีแสง  เป็นการตอบสนองช่วงความยาวเวลากลางวันหรือกลางคืนต่อการออกดดอกของพืช  ค่ะสำหรับการปฏิสนะของพืชดอกค่ะ


ความคิดเห็นที่ 229

21 ก.ค. 2552 20:48
  1. ไม่เห็นจะมีข้อมูลอะไรดีดีเลยซักอย่างไร้สาระจริงๆ


ความคิดเห็นที่ 228

14 ก.ค. 2552 18:47
  1. ไรเนี่ย


ความคิดเห็นที่ 227

8 ก.ค. 2552 10:13
  1. ขอบคุณมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 226

4 ก.ค. 2552 13:25
  1. kทามมายม้ายอาวมาโลงห้ายหละค่ะ อยากด้ายด่วนนนนนนนนนนนนเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 225

2 ก.ค. 2552 19:13
  1. 555


ความคิดเห็นที่ 224

1 ก.ค. 2552 08:04
  1. อยากรู้รายละเอียดของการตอบสนองของตำลึงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 223

29 มิ.ย. 2552 22:37
  1. ............ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ...............ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ....................ขอบคุณนะ..............ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะ......................ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ.ขอบคุณนะ........................ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ........ขอบคุณนะขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ...........ขอบคุณนะ.ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ....................ขอบคุณะ..ขอบคุณนะ.........................ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ...ขอบคุณนะ...............................................ขอบคุณนะ…...ขอบคุณนะ.............................................ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ...................................ขอบคุณนะ............ขอบคุณนะ...........................ขอบคุณนะ................ขอบคุณนะ....................ขอบคุณนะ..................ขอบคุณนะ.............ขอบคุณนะ......................ขอบคุณนะ.........ขอบคุณนะ.......................ขอบคุณนะ…...ขอบคุณนะ............................ขอบคุณนะอยากบอกว่า ขอบคุณมากๆเลยคร้า ถูกใจมากมายเลย


ความคิดเห็นที่ 222

28 มิ.ย. 2552 17:57
  1. nnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnmmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmmmnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmnnnnnmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnnnnnnnnnnnnmnnnnmnnmnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnmmmmnnnnn คนเก่ง ช่วยนับหน่อยมีตัว m กี่ตัว

ความคิดเห็นที่ 221

12 มี.ค. 2552 15:29
  1. รักนะพำเดกหะฟ้ด้ระพ่น่เหดผห้หดาฟ้รดหเห้ะพะเพ้ะพห้


ความคิดเห็นที่ 220

17 ธ.ค. 2551 19:07
  1. แ บ บ ว่ า พ รุ้ ง นี้ ต้ อ ง นำ เ ส น อ ง า น เ รื่ อ ง ก า ร ต อ บ ส น อ ง ข อ ง พื ช ต่ อ สิ่ ง เ ร้ า ที่ เ ป็ น น้ำ อ่ะว า ร ช่ ว ย ห า ใ ห้ ห น่ อ ย น่ ะ ค่ ะข อ บ คุ ณ อ ย่ า ง สู ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง


ความคิดเห็นที่ 218

19 ก.ย. 2551 12:17
  1. เรารักในหลวง

ความคิดเห็นที่ 217

10 ก.ย. 2551 17:32
  1. อยากทราบเรื่องการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของดอกทานตะวัน  ไมยราบ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะอิอิบอกหน่อยนะคร้า เฟรนด์คร้า


ความคิดเห็นที่ 215

4 ก.ย. 2551 20:52
  1. ขอบคุณมากๆนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 214

22 ส.ค. 2551 23:08
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าก่อนนะครับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าขงพืช(Plant����sensitivity)���������������Phototropism:���การตอบสนองต่อแสง เป็นการตอบสนองของพืชต่อแสง�������อาืิทิตย์เรียกการตอบสนองนี้ว่าเฮริโอทรอปิซึม�ใบและลำต้นพืชส่วนใหญ่เจริญ โดยการ�������หันแสงอาทิตย์���������������Haptotropism�or�thigmotropism:�การตอบสนองต่อการสัมผัส เป็น������ การตอบ��������สนองของพืชต่อการสัมผัส เช่นการม้วนใบของต้นหยาดน้ำค้าง����เพื่อจับแมลง��������เมื่อมีแมลงบินมาเกาะ�������������������Hydrotopism:���การตอบสนองต่อน้ำ ตัวอย่างเช่น ���รากพืชจะงอกออกด้านข้างถ้าบริเวณนั้นมีปริมาณน้ำมาก����������Geotropism:การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งส่วนใหญ่พืช����จะแสดงการตอบสนองนี้ ตัวอย่างเช่นการเจริญของรากลงสู่ดิน����������Photoperidism:การตอบสนองของพืชต่อช่วงเวลาที่มีแสง ���เป็นการตอบสนองช่วงความยาวเวลากลางวันหรือกลางคืนต่อการออกดดอก���ของพืช� ครับสำหรับการปฏิสนะของพืชดอกครับ

    การปฏิสนธิ (Fertilization) หมายถึง กระบวนการที่เสปิร์มนิวเคลียสอันหนึ่งเข้าไปผสมกับนิวเคลียสของเซลล์ไข่ และเสปิร์มนิวเคลียสอีกอันหนึ่งเข้าผสมกับเซลล์โพลาร์นิวเคลียสเรียกการปฏิสนธิลักษณะนี้ว่า การปฏิสนธิซ้อน (Double fertilization) เมื่อมีละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ทิ้งนิวเคลียสของละอองเรณูจะสร้างหลอดดละอองเรณูงอกลงไปตามก้านเกสรตัวเมีย หลอดที่งอกเร็วทีสุดจะฝ่านรูไมโครไพล์ของออวุลเข้าไป แล้วทิ้งนิวเคลียสจะสลายไป ในระยะนี้เจเนอเรทีฟนิวเคลียส จะแบ่งนิวเคลียสทำให้ได้ เสปิร์มนิวเคลียส 2 อัน เมื่อสเปิร์มนิวเคลียสผ่านรูไมโครไพล์ของออวุลแล้ว สเปิร์มนิวเคลคลียสอันหึ่ง จะเข้าไปผสมกับ นิวเคลียสของ เซลล์ไข่ ได้เป็นไซโกต แล้วไซโกตจะเจริญต่อไปเป็นต้นอ่อน (Embryo) ส่วนสเปิร์มนิวเคลียส อีกอันจะเข้าผสม กับเซลล์โพลาร์นิวเคลียส ได้เซลล์ ที่เจริญไปเป็นเนื้อเยื่อเรียนกว่า เอนโดสเปิร์ม ส่วนนิวเคลียสที่เหลือคือ แอนติโพดัล และซินเนอร์จิดจะสลายไป จะเห็นได้ว่า การปฏิสนธิ ของพืชดอกเกิดขึ้น 2 ครั้ง คือ ระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสกับเซลล์ไข่ และระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสอีกอันหนึ่งกับโพลาร์นิวเคลียส เรียกว่า "การปฏิสนธิซ้อน"

    หลังจากที่ดอกถูกผสมแล้ว (เกิดการปฏิสนธิ) ส่วนต่างๆ ของดอกจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

    ������������ �1. รังไข่ (Ovary) จะเจริญไปเป็นผล (Fruit) ������������ �2. ออวุล (Ovule) จะเจริญไปเป็นเมล็ด (Seed) ������������ �3. ไข่ (Egg) จะเจริญไปเป็นต้นอ่อน (Embryo) อยู่ภายในเมล็ด ������������ �4. โพลาร์นิวเคลียส (Polar nucleus) จะเจริญไปเป็นเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) อยู่ภายในเมล็ด ������������ �5. เยื่อหุ้มออวุล (Intergument) จะเจริญไปเป็นเปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) ������������ �6. ผนังรังไข่ (Ovary wall) จะเจริญไปเป็นเปลือกและเนื้อของผล (Pericarp) ������������ �7. สำหรับกลับเลี้ยง กลีบดอก ยอดเกสรตัวเมีย ก้านเกสรตัวเมีย แอนติโพดัล และซัลเนอร์จิด จะเหี่ยวแห้งสลายตัวไป โชคนีนาคร้าบบบบบบบบ


ความคิดเห็นที่ 213

12 ส.ค. 2551 12:23
  1. อย่กได้รูปการปฏิสนธิของพืชดอกอะค่ะ ช่วยหน่อยน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 212

3 ส.ค. 2551 15:46
  1. หาไม่เจอ ลองเข้า วีกีพีเดียแล้ว ถ้าวิกีพีเดียไม่มีก็หายากแล้วล่ะ(-*-)

ความคิดเห็นที่ 211

1 ส.ค. 2551 15:25
  1. สวัสดีครับพวกพีี่๐ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 210

26 ก.ค. 2551 13:13
  1. อยากทราบว่าดอกบัวตอบสนองต่อสิ่งเร้าอะไร

ความคิดเห็นที่ 209

24 ก.ค. 2551 18:11
  1. น่าจะมีข้อมูลมากว่านี้


ความคิดเห็นที่ 204

15 ก.ค. 2551 20:42
  1. ผมขอด้วยคนคับ


ความคิดเห็นที่ 202

13 ก.ค. 2551 12:51
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเราของดอกทานตะวันอยากทราบข้อมูลด่วนช่วยบอกหน่อยนะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 201

11 ก.ค. 2551 13:58
  1. หล่อจัง

ความคิดเห็นที่ 200

11 ก.ค. 2551 13:38
  1. titttt

ความคิดเห็นที่ 199

9 ก.ค. 2551 13:44
  1. ถ้าจะทำรายงาน แนะนำให้หาใน google นะคะ เพราะเนื้อหาจะเยอะ แล้วก้อให้หาหลายๆเว็บ ถ้าขี้เกียจเขียนก้อย่อเอา ถ้าอยากทำหลายๆ หน้า ก้อลอกตามไปเรย แต่อย่าลอกซ้ำนะ อาจจะโดนหักคะแนน เพราะใช้คำกำกวม


ความคิดเห็นที่ 198

8 ก.ค. 2551 20:01
  1. กาก

ความคิดเห็นที่ 197

7 ก.ค. 2551 20:12
  1. การตอบนองของต้นพืช

ความคิดเห็นที่ 196

5 ก.ค. 2551 21:19
  1. อยากทราบว่าการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของดอกกล้วยไม้ว่าอย่างไรบ้างค่ะ

     


ความคิดเห็นที่ 195

5 ก.ค. 2551 21:07
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของกล้วยไม้เป็นอย่างไรค่ะช่วยบอกหน่อย

ความคิดเห็นที่ 193

30 มิ.ย. 2551 22:09
  1. อย่าลืมนะ

ความคิดเห็นที่ 192

30 มิ.ย. 2551 22:07
  1. น้ำในดินที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของพืชในลักษณะใด

    การที่รากพืชแตกแขนงชอนไชลงในดินเป็นการตอบสนองที่เกิดจากอะไรเป็นสิ่งเร้า

    พืชที่แสดงพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งเร้าหรือตัวกระตุ้นได้หรือไม่เพราะเหตุใด

    วันอังคารที่1มิ.ย.มาเอาคำตอบ

    ด่วน


ความคิดเห็นที่ 191

30 มิ.ย. 2551 20:27
  1. ก็ดีน่ะนะคะเเต่มันยังไม่เเจ่มเเจ๋วเเบบว่า  อยากได้การตอบสนองของพืชต่อน้ำน่ะค่ะ   หนูอยู่ม.1  อาทิตย์หน้าต้องสอบต้องการข้อมูลด่วนเลยค่ะ    ช่วยหน่อยนะคะ  พี่คนสวยคนหล่อทุกคน  วันพุธที่  2  มิ.ย. จะเข้ามาดูใหม่นะคะ  ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 190

25 มิ.ย. 2551 20:42
  1. <P><FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" size=3>ขอบคุณ</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 188

20 มิ.ย. 2551 09:14
  1. ทำไมไม่มีรูปภาพ

ความคิดเห็นที่ 186

2 มิ.ย. 2551 18:05
  1. ใครอยากรู้ผมเปนใครดูน่ะ

     

    คนไงคับ 555+++


ความคิดเห็นที่ 185

2 มิ.ย. 2551 18:01
  1. <P>&nbsp;โย้ว ใครอยากรูเดี่ยวตอบให้ มี2แบบ คือ</P> <P>1.แบบนาสติก คือ การตอบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทาง ไม่ว่าสิ่งเร้าจะมาในทิศทางใดก็ตาม การตอบสนองก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เช่น การหุบและบานชองดอกไม้<BR><BR>2.แบบทรอฟิก คือ การตอบสนองที่สัมพันธ์กับทิศทาง สิ่งที่มีอิทธิพล คือ<BR><BR>2.1 แสง คือ ลำต้นของพืชจะงอกและเบนเข้าหาแสง ส่วนรากนั้นจะตรงข้ามกันคือจะงอกหนีแสง <BR>2.2 แรงโน้มถ่วง คือ ลำต้นของพืชจะงอกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง แต่รากจะงอกเข้าหาแรงโน้มถ่วง<BR>กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืช<BR><BR>กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง หมายถึงการสร้างอาหารของพืช โดยพืชสามารถสังเคราะด้วยแสงได้ทุกเวลาที่มีแสง แต่จะสังเคราะห์ได้มากที่สุดในเวลากลางวัน ซึ่งมีปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงดังนี้ คือ<BR>1.แสง จากดวงอาทิตย์ <BR>2.คาร์บอนไดออกไซด์<BR>3.น้ำ<BR>4.คลอโรฟิลล์ รงควัตถุที่อยู่ในคลอโรพลาสต์</P> <P>การลำเลียงสารในพืช<BR><BR>การลำเลียงสารในพืชเกิดจากที่เมื่อเวลาพืชสังเคราะห์ด้วยแสงเสร็จแล้วจะเกิดการลำเลียงสารอาหารที่สร้างได้คือ น้ำตาล ไปยังส่วนต่างๆของลำต้น โดยลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหารที่เรียกว่า "โฟลเอม" ซึ่งอยู่บริเวณเปลือกไม้ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป<BR><BR>การลำเลียงน้ำในพืช<BR><BR>การลำเลียงนำเกิดขึ้นเมื่อรากมีการดูดน้ำผ่านทางขนรากแล้วจะลำเลียงขึ้นไปยังกิ่ง ก้าน และใบ โดยผ่านทางท่อลำเลียงน้ำที่ เรียกว่า "ไซเลม" อยู่บริเวณแก่นไม้(ตรงกลางของลำต้น)ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะอยู่กระจัดกระจายทั่วลำต้น<BR><BR>**ไซเลม(ท่อลำเลียงน้ำ)มีทิศทางการลำเลียงจาก ล่าง ขึ้น บน<BR>**โฟลเอม(ท่อลำเลียงอาหาร)มีทิศทางการลำเลียงไปในทุกทิศทาง<BR>+++ ระหว่าง โฟลเอมและไซเลม จะมีเนื้อเยื่อเจริญกั้นอยู่เรียกว่า "แคมเบียม"<BR><BR></P>

ความคิดเห็นที่ 184

22 พ.ค. 2551 20:12
  1. <P>ขอเรื่องเกี่ยวกับ&nbsp;&nbsp; การตอบสนองของพืช&nbsp; จะทำรายงานส่งจาร&nbsp; ขอแบบยากๆค่ะหนูอยู่ ม. 2แล้ว</P>

ความคิดเห็นที่ 183

24 มี.ค. 2551 15:29
  1. อยากปลูกพืชกินแมลง หาซื้อได้ที่ไหนครับ ถ้ารู้ขอแจ้งเบอร์มาด่วน

ความคิดเห็นที่ 182

24 มี.ค. 2551 15:25
  1. ผลต้องการปลูกพืชชนิดนี้ ต้องทำอย่างไรบ้างครับ และหาซื้อขายได้ที่ไหนครับ

ความคิดเห็นที่ 180

8 ก.พ. 2551 17:56
  1. <P>ดีน้อ&nbsp;&nbsp; ผมว่า</P>

ความคิดเห็นที่ 179

30 ม.ค. 2551 18:35
  1. อยากข้อมูลหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ความคิดเห็นที่ 178

30 ม.ค. 2551 18:34
  1. อยากได้ข้อมูลไมยราบ

ความคิดเห็นที่ 176

24 ม.ค. 2551 10:04
  1. อยากได้แผนภาพการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมียหน่อยอ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 139

24 ส.ค. 2549 18:00
  1. อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง การตอบสนองของพืช ได้แล้วช่วยส่งมาที่เมลล์นี้ด้วยนะค่ะต้องการใช้ด่วนค่ะขอบคุณค๊า noou_lin@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 138

พญายม
24 ส.ค. 2549 17:59
  1. พืชสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนเเปลงของสิ่งเเวดล้อมได้เช่นเดียวกับสัตว์ เเต่การตอบสนองของพืชเเสดงออกด้วยการเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นไปอย่างเชื่องช้ามากเห็นไม่ชัดเจน เเละมีเเบบเเผนคล้ายคลึงกันเเม้ในพืชต่างชนิดกัน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชที่พบ มีดังนี้ 1. การตอบสนองต่อเเสง พืชส่วนใหญ่จะมีการตอบสนองต่อเเสงโดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเข้มข้นของเเสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งไปทางด้านที่มีความเข้มข้นของเเสงสว่างมากกว่า 2.การตอบสนองต่ออุณหภูมิ พืชเเต่ละชนิดมีการเจริญเติบโตได้ในช่วงที่มีอุณหภูมิที่เเตกต่างกัน เช่น พืชเขตร้อน พืชเขตอบอุ่น พืชเขตหนาว เป็นต้น 3.การตอบสนองต่อนํ้า ในการเจริญเติบโตของพืชต้องการนํ้าเป็นปัจจัยสําคัญ ซึ่งพืชเเต่ละชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีนํ้าในปริมาณที่เหมาะสมเเตกต่างกัน เช่น พืชนํ้า พืชทะเลทราย พืชเขตร้อน พืชเขตอบอุ่น พืชเขตหนาว เป็นต้น 4.การตอบสนองต่อการสัมผัส พืชบางชนิดจะเกิดปฏิกิริยาเมื่อถูกสัมผัส เช่นใบจะหุบได้เนื่องจากบริเวณโคนใบมีกลุ่มเซลล์พิเศษที่เมื่อถูกกระตุ้นจะส่งความรู้สึกไปยังใบ เเละขณะเดียวกันเซลล์บริเวณโคนก้านใบจะเหี่ยว เนื่องจากสูญเสียนํ้า จึงทําให้ใบหุบได้

ความคิดเห็นที่ 137

23 ส.ค. 2549 21:46
  1. อยากรู้เรื่องการตอบสนองของสิ่งเร้าของพืชใครรู้ช่วยตอบด้วยคับ

ความคิดเห็นที่ 136

[-Constantine-]
21 ส.ค. 2549 20:54
  1. แบบไมยราพหุบใบล่ะก็หาไม่ยากครับ

ความคิดเห็นที่ 135

21 ส.ค. 2549 20:41
  1. โอปอ ยากได้ เกี่ยวกับ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงนะค่ะ ทั้งหมดเรยค่ะ ช่วยส่งมาเม,นี้นะค่ะ ด่วนนะค่ะ Joy_Kapook@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 134

21 ส.ค. 2549 18:22
  1. อยากทารบข้อมูลเกี่ยวกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงค่ะ ชวยบอกหน่อยได้ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 133

5 ส.ค. 2549 18:29
  1. ต้องทำรายงานเหมื่อนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 132

31 ก.ค. 2549 16:25
  1. ขอบคุณความคิดเห็นที่29ด้วยน่ะจ๊ะถ้าไม่ได้ความคิดเห็นนี้อะคงหากันเป็นลมแน่เลยค่ะ ขอบคุณม๊ากมากกกกกกกกกกกกกกค่ะ ใจจ้า

ความคิดเห็นที่ 129

21 ก.ค. 2549 11:03
  1. อยากรู้หน้าที่และอาการที่พืชตอบสนองต่อธาตุอาหารบางชนิดขอรบกวนหน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 128

14 ก.ค. 2549 21:02
  1. ได้ความรู้ดีมากๆเลยค่ะและขอขอบคุณที่มีข้อมูลให้เราได้ศึกษา

ความคิดเห็นที่ 127

9 ก.ค. 2549 15:50
  1. ช่วยหาการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชให้หนอ่ยนะคะพี่หนูจะทำรายงานส่ง

ความคิดเห็นที่ 126

7 ก.ค. 2549 20:12
  1. อยากทราบการเจริญเติบโตของต้นถั่วเขียว ช่วยค้นคว่าให้หน่อยน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 123

7 ก.ค. 2549 20:12
  1. อยากทราบการเจริญเติบโตของต้นถั่วเขียว ช่วยค้นคว่าให้หน่อยน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 120

29 มิ.ย. 2549 21:22
  1. ชื่อการค้าออกซิน

ความคิดเห็นที่ 119

19 มิ.ย. 2549 21:39
  1. อยากรู้ว่าต้นกาบหอยแครงเป็นอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 118

17 มิ.ย. 2549 22:55
  1. เด็กอะไรนี่ จะทำรายงานก็ไม่ยอมพิมพ์

ความคิดเห็นที่ 117

16 พ.ค. 2549 18:22
  1. มีรูบการตอบสนองต่อสิ่งเร้ามั๊ยคะพี่

ความคิดเห็นที่ 116

Tanname
15 พ.ค. 2549 07:22
  1. ครับๆ ทดลองดูกับแรงโน้มถ่วงด้วยนะครับ จับกระถางมันตะแคงๆ เลยครับ แล้วรอดูอิอิ สังเกตรากด้วยนะครับว่าเป็นยังไง

ความคิดเห็นที่ 115

Tanname
15 พ.ค. 2549 07:22
  1. ครับๆ ทดลองดูกับแรงโน้มถ่วงด้วยนะครับ จับกระถางมันตะแคงๆ เลยครับ แล้วรอดูอิอิ สังเกตรากด้วยนะครับว่าเป็นยังไง

ความคิดเห็นที่ 114

14 พ.ค. 2549 22:53
  1. คือเราเคยปลูกต้นถั่วงอกไว้ที่หน้าต่าง บังเอิญว่าหน้าต่างบ้านเราหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแสงอาทิตย์ก็เลยไม่ได้ส่องมาที่บ้านเรา ต้นไม้ของเราจึงเอนตัวออกไปด้านทิศตะวันออก เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชอย่างหนึ่ง ขนาดเราไปหันมันให้หันใส่บ้าน มันยังเอนออกไปอีก

ความคิดเห็นที่ 113

27 เม.ย. 2549 01:23
  1. ขอบคุณมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 112

11 เม.ย. 2549 16:30
  1. อยากทราบข้อมูลเรื่องพืชกินแมลงจากผู้ที่มีความรู้และสามารถให้แหล่งที่จะไปถ่ายทำเป็นรายการสารคดีได้ด้วยค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 111

14 ก.พ. 2549 23:35
  1. ต้องไปถามอ.มหาลัยขอนแก่นนะคะเพราะพี่ก็รู้ไม่กระจ่างถ้าเคมีก็ถามมาได้เลย ตอบเรซินไม่มีสูตรตายตัวหรอกคะสูตรอย่างง่ายคล้ายโลเอสเทอร์ ลบน้ำออกเพราะเป็นโพลีเมอร์แบบควบแน่นนะ

ความคิดเห็นที่ 108

27 ม.ค. 2549 17:41
  1. อยากทราบว่ามีสารอะไรบ้างที่ช่วยในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชและในแตงโมมีสารดังกล่าวหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 107

18 ม.ค. 2549 12:57
  1. ข้าพเจ้าทำรายงานเรื่องนี้อยู่อยากรู้เรื่องใดตอบได้ !!

ความคิดเห็นที่ 106

12 ม.ค. 2549 10:32
  1. อยากรู้สูตรเคมีเรซิล

ความคิดเห็นที่ 105

2 ม.ค. 2549 22:23
  1. ขอถามหนอยได้ไหมค่ะว่า ใครรู้เรื่องดุลยภาพของคาร์บอนไดออกไซด์เเละออกซิเจนบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 103

22 ก.ย. 2548 22:51
  1. เอกวิทย์นะ

ความคิดเห็นที่ 102

22 ก.ย. 2548 22:48
  1. จากเอก ขอบคุณมากหารื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 100

22 ก.ย. 2548 22:48
  1. จากเอก ขอบคุณมากหารื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 99

16 ก.ย. 2548 12:13
  1. อยากทราบว่า "ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน" ช่วยเปลี่ยนดอกเพศผู้ให้เป็นดอกเพศเมียได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 93

24 ส.ค. 2548 14:24
  1. อยากได้ข้อมูลเรื่องphototropism แบบละเอียดค่ะ ช่วยตอบด่วนมากๆๆนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 92

21 ส.ค. 2548 19:03
  1. พวกเราได้ข้อมูลไปทำงานวิชาวิทย์แล้วคะ ขอบคุณมากคะ

ความคิดเห็นที่ 91

21 ส.ค. 2548 19:00
  1. ได้ความรู้มากคะ

ความคิดเห็นที่ 90

20 ส.ค. 2548 12:18
  1. สิ่งเร้าหมายถึงอะไรคับVSmilies = ON

ความคิดเห็นที่ 87

16 ส.ค. 2548 20:18
  1. 1. อยากทราบว่าในน้ำคาวปลาที่ใช้สำหรับรดต้นไม้มีฮอร์โมนอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง และมีวิธีการสังเคราห์ฮอร์โมนเหล่านั้นอย่างไร (ใครทราบช่วยบอกทีค่า) 2. ต้นสะระแหน่ที่ปลูกในกระถาง/แปลง จะเกิดการแห้งตายหากว่าผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนมาเด็ดไปปรุงอาหารหรือผู้หญิง มีประจำเดือนเดินผ่านสะระแหน่ก็จะแห้งตาย มีใครทราบเหตุผลไหมค่าว่าทำไมสะระแหน่จึงแห้งตาย หากหญิงมีประจำเดือนมาเด็ดสะระแหน่หรือยึนไกล้ต้นสะระแหน่? (ใครทราบช่วยตอบให้ด้วยนะครับ ขอบคุณไอ้สาดดดดด

ความคิดเห็นที่ 83

10 ส.ค. 2548 11:36
  1. 1. อยากทราบว่าในน้ำคาวปลาที่ใช้สำหรับรดต้นไม้มีฮอร์โมนอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง และมีวิธีการสังเคราห์ฮอร์โมนเหล่านั้นอย่างไร (ใครทราบช่วยบอกทีค่า) 2. ต้นสะระแหน่ที่ปลูกในกระถาง/แปลง จะเกิดการแห้งตายหากว่าผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนมาเด็ดไปปรุงอาหารหรือผู้หญิง มีประจำเดือนเดินผ่านสะระแหน่ก็จะแห้งตาย มีใครทราบเหตุผลไหมค่าว่าทำไมสะระแหน่จึงแห้งตาย หากหญิงมีประจำเดือนมาเด็ดสะระแหน่หรือยึนไกล้ต้นสะระแหน่? (ใครทราบช่วยตอบให้ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 81

8 ส.ค. 2548 18:47
  1. ดีม็ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 80

8 ส.ค. 2548 18:45
  1. ใจจ้า?-?

ความคิดเห็นที่ 78

6 ส.ค. 2548 22:08
  1. อยากจะได้รูปภาพประกอบงานและเนื้อหาของการตอบสนองของสิ่งเร้าของพืชช่วยหาหน่อยคะ

ความคิดเห็นที่ 77

5 ส.ค. 2548 17:58
  1. ขอบคุณมากนะคะให้ความรู้ดีมากเลย

ความคิดเห็นที่ 76

sukineko
27 ก.ค. 2548 17:55
  1. เข้ามาดู...

ความคิดเห็นที่ 75

26 ก.ค. 2548 16:26
  1. ขอขอบคุณมูมู่มาก เรากำลังหาเรื่องนี้พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 71

24 ก.ค. 2548 17:08
  1. ขอบจาย

ความคิดเห็นที่ 69

13 ก.ค. 2548 20:47
  1. ขอบคุณมากครับ คุณ มูมู่ ผมต้องทำงานส่งครู ถ้าไม่ได้พี่ มูมู่ ผมแย่แน่เลย

ความคิดเห็นที่ 68

11 ก.ค. 2548 17:27
  1. เป็นสิ่งที่ดีมาให้ความรู้มากมาย

ความคิดเห็นที่ 61

4 ก.ค. 2548 20:20
  1. ขอบคุณมั่กมากเลยค่า นู๋รอดตายเเร้ว Yippy Yahoo

ความคิดเห็นที่ 60

25 มิ.ย. 2548 15:58
  1. ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงคับคุณมูมู่

ความคิดเห็นที่ 55

1 มิ.ย. 2548 12:36
  1. สวัสดีครับ ผมนายเก้ คือว่าผมอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง "ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน ในเรื่องประเภท คุณสมบัติต่างๆของมันครับ" ใครทราบกรุณาช่วยบอกชื่อเวบให้ผมหน่อยครับ ครับคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 51

10 เม.ย. 2548 18:48
  1. กำ ๆ แตะ นะครับ ไม่ใช่เตะ -*-

ความคิดเห็นที่ 50

10 เม.ย. 2548 18:47
  1. ถามหน่อยสิครับ ส่วนไหนของไมยราพที่เมื่อเตะแล้วใบจะหุบหมดทั้งต้นครับ ช่วยลองให้หน่อยสิครับ ผมหาต้นไมยราพไม่เจออะ - -"

ความคิดเห็นที่ 48

24 ก.พ. 2548 18:51
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตอบสนองของพืชที่มีต่อเสียง ช่วยตอบด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 47

23 ก.พ. 2548 21:13
  1. ข้อมูลนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเกี่ยวกับการตอบสนองของพืช หาได้จากหนังสือชีววิทยา เล่ม 3 ม. 5 ว 049 แต่งโดยอาจารย์ ประสงค์ หลำสะอาด

ความคิดเห็นที่ 45

21 ก.พ. 2548 11:19
  1. อยากได้นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อน้ำ(้hydrotropism)

ความคิดเห็นที่ 44

21 ก.พ. 2548 10:52
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง phototropism กหัวข้องการตอบสนองของพืชโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้่า

ความคิดเห็นที่ 37

7 ก.พ. 2548 15:30
  1. ขอบคุณมากกกกกกกก แต่รู้สึกจะขาดแผนภาพนะ

ความคิดเห็นที่ 36

3 ก.พ. 2548 00:22
  1. hmm..i think Ms. Moo Moo just told you all u wanna hear,girl. anyways i didnt feel i wanna explain anythin bout "the passion of Plants". just thinkin to leave somethin to show ya'll im still alive. lol see ya

ความคิดเห็นที่ 34

โก๋แก่
23 ม.ค. 2548 16:05
  1. ว่ามาเลย เหื่อชาติ สู้โว้ย (เบาๆ ๆ ๆ)

ความคิดเห็นที่ 33

23 ม.ค. 2548 15:59
  1. คิดค่าสอนแพงนะ ยินดีจ่ายหรือปล่าวล่ะ

ความคิดเห็นที่ 32

โก๋แก่
20 ม.ค. 2548 12:23
  1. อยากรู้จัก คุณ มูมู่ จังเลยจ้างมาสอนเป็นส่วนตัวได้ เป่า อยากหาทางทำให้ต้นไม้ โตเร็วๆ โดยการกระตุ้นด้วยกรรมวิธ๊ทาง ฟิสิกส์ต่างๆ เช่น ด้วย แสง เสียง สนามไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก ฯลฯ หากจะเลี้ยงสัตว์ แต่ไม่รู้กายวิภาค ธรรมชาติ พฤติกรรม ไม้บันทัด ตาชั่ง เหมือนผมตอนนี้ เลยไม่รู้จะขึ้นต้นอย่างไรดี

ความคิดเห็นที่ 30

20 ม.ค. 2548 09:22
  1. ขอบคุณมากๆ ความคิดเห็นที่ 29

ความคิดเห็นที่ 29

22 ธ.ค. 2547 19:19
  1. การตอบสนองของพืช 1. การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้าทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจาก 1. การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโต (growth movement) เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เนื่องจากฮอร์โมนพืช เช่น การเจริญเติบโตของปลายราก ปลายยอดพืช การบาน การหุบของดอกไม้ การพันหลักของไม้เลื้อย ฯลฯ การเคลื่อนไหวของพืชที่มีต่อสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต แบ่งออกเป็น *1.1 การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement) *1.2 การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement) 2. การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับแรงดันเต่ง (turgor movement) เซลล์พืชดูดน้ำเข้าไป เซลล์จะเต่งขึ้น เพราะเกิดแรงดันเต่ง ทำให้พืชกางใบออกได้เต็มที่ แต่ถ้าเสียน้ำไปใบจะเหี่ยวหรือเฉาลง การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนองแบบนี้แบ่งออกเป็น *2.1 contact movement *2.2 sleep movement *2.3 guard cell movement 2. การตอบสนองของพืชต่อสารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมการเจริญเติบโต คือ ฮอร์โมนพืช (plant hormone) เป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้น ในปริมาณที่น้อยมาก และลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของพืช เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนเหล่านี้ ได้แก่ *ออกซิน (auxin) *จิบเบอเรลลิน (gibberellin) *ไซโทไคนิน (cytokinin) *เอทิลีน (ethylene) *กรดแอบไซซิค (abscisic acid) *สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement) 1. การเคลื่อนไหวที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (tropic movement) ถ้าเคลื่อนไหวเข้าหาสิ่งเร้า จัดเป็น positive tropism ถ้าเคลื่อนไหวหนีออกจากสิ่งเร้า จัดเป็น negative tropism ได้แก่ 1.1 การเคลื่อนไหวโดยมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า (gravitropism หรือ geotropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ - positive gravitropism เช่น รากพืชจะเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก - negative gravitropism เช่น ยอดพืชจะเจริญในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก แผนภาพแสดงการเคลื่อนไหวของปลายรากเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก และปลายยอดหนีแรงโน้มถ่วงของโลก 1.2 การเคลื่อนไหวโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้า (phototropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ - positive phototropism เช่น ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง - negative phototropism เช่น รากพืชเจริญหนีแสงสว่าง การตอบสนองต่อแสงแรงโน้มถ่วงของโลก 1.3 การเคลื่อนไหวโดยมีสารเคมีเป็นสิ่งเร้า (chemotropism) เช่น การงอกของหลอดละอองเรณูไปยังรังไข่ของพืชมีดอก 1.4 การเคลื่อนไหวโดยตอบสนองต่อการสัมผัส (thigmotropism) เช่น มือเกาะ (tendril) ยื่นออกไปจากลำต้น ไปยึดสิ่งที่สัมผัสหรือต้นไม้อื่นหรือหลัก เพื่อเป็นการพยุงลำต้น เช่น ตำลึง กระทกรก องุ่น พืชตระกูลแตง เป็นต้น มือเกาะของตำลึง มือเกาะของกระทกรก 1.5 การเคลื่อนไหวโดยมีน้ำเป็นสิ่งเร้า (hydrotropism) เช่น รากของพืชจะเจริญเข้าหาน้ำหรือความชื้นเสมอ 2. การเคลื่อนไหวของพืชโดยมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (nasty หรือ nastic movement) ได้แก่ 2.1 photonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของแสง เช่น - การหุบและบานของดอกไม้ เกิดจากการกระตุ้นของแสงหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป - ดอกบัวส่วนมากจะหุบในตอนกลางคืน จะบานในตอนกลางวัน - ดอกกระบองเพชรส่วนมากจะบานในตอนกลางคืนและหุบในตอนกลางวัน การบานและหุบของดอกไม้ เกิดเนื่องจากกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกและด้านในขยายขนาดไม่เท่ากัน ดอกไม้จะบานเมื่อกลุ่มเซลล์ทางด้านใน ของกลีบดอก ขยายขนาดมากกว่าด้านนอก ส่วนการที่ดอกไม้หุบลงเพราะกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกขยายขนาดมากกว่าด้านใน การหุบ-บานของดอกไม้ 2.2 thermonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของอุณหภูมิ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ เช่น การบานของดอกบัวสวรรค์ หัวบัวจีน ทิวลิป เมื่อได้รับอุณหภูมิสูง การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement) การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. nutation movement เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดเฉพาะที่ยอดของพืชบางชนิด เช่น ถั่ว ทำให้ปลายยอดเอนหรือแกว่งไปมา ในขณะที่พืช เจริญเติบโตทีละน้อยเนื่องจากกลุ่มเซลล์ 2 ด้านของลำต้นเจริญเติบโตไม่เท่ากัน 2. spiral movement เป็นการเคลื่อนไหวที่ปลายยอดบิดเป็นเกลียว เมื่อพืชเจริญเติบโตขึ้นทำให้ลำต้นบิดเป็นเกลียวพันรอบแกน หรือพันอ้อมหลักขึ้นไปเป็นการพยุงลำต้นไว้ เช่น การพันหลักของต้นมะลิวัลย์ ต้นลัดดาวัลย์ ต้นพริกไทย ต้นพลู เป็นต้น การพันหลักของถั่วฝักยาว การพันหลักของอัญชัน contact movement เป็นการตอบสนองเนื่องจากการสัมผัส ปกติพืชจะตอบสนองต่อการสัมผัสได้ช้ามาก แต่มีพืชบางชนิดที่สามารถตอบสนอง ต่อการสัมผัสได้รวดเร็วแต่ไม่ถาวร เช่น การหุบ และกางของใบไมยราบ นอกจากนี้ใบไมยราบยังมีความไวต่อสิ่งเร้าสูงมาก เพียงใช้มือแตะเบา ๆ ที่ใบ ใบจะหุบเข้าหากันทันที การหุบของใบที่เกิดอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่โคนก้านใบและโคนก้านใบย่อย มีกลุ่มเซลล์ พัลไวนัส (pulvinus) ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดใหญ่และผนังบางมีความไวสูงต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น ทำให้ แรงดัน เต่ง ในเซลล์พัลไวนัสลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จะสูญเสียน้ำให้แก่เซลล์ข้างเคียงใบจะหุบลงทันที หลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจะแพร่เข้ามาในเซลล์พัลไวนัสใหม่ ทำให้แรงดันเต่งเพิ่มขึ้นและกางใบออกตามเดิม เซลล์พัลไวนัสที่โคนก้านใบของไมยราบขณะกางใบและหุบใบ พืชกินแมลง ได้แก่ ต้นกาบหอยแครง ต้นหยาดน้ำค้าง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง จะมีกลุ่มเซลล์ที่ไวต่อการสัมผัสเช่นเดียวกับใบไมยราบ เมื่อแมลงบินมาเกาะก็จะตอบสนองโดยการหุบใบทันที พร้อมทั้งปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยแมลงเป็นอาหาร การกินแมลงของต้นกาบหอยแครง sundew : พืชกินแมลง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง : พืชกินแมลง sleep movement เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสงหรือการนอนหลับของพืชตระกูลถั่ว เช่น ก้ามปู กระถิน มะขาม จามจุรี ไมยราบ ผักกระเฉด แค ใบจะหุบในตอนเย็นหรือพลบค่ำที่เรียกว่าต้นไม้นอน และจะกางใบออกตอนรุ่งเช้าเมื่อมี แสงสว่าง การเคลื่อนไหวแบบนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันเต่งของกลุ่มเซลล์พัลไวนัสทางด้านบนและด้านล่างของโคนก้านใบย่อยเช่นเดียวกับต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส การนอนของใบพืชตระกูลถั่ว การนอนของใบ Maranta guard cell movement เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม เช่น การเปิด-ปิดของปากใบ เนื่องจากน้ำแพร่เข้าไปในเซลล์คุม (guard cell) ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์คุมเพิ่มขึ้น ดันให้เซลล์คุมพองออกหรือในทางตรงกันข้าม ถ้าเซลล์คุมสูญเสียน้ำไป แรงดันเต่งลดลง เซลล์คุมจะหดตัวทำให้ปากใบปิด การเคลื่อนไหวของเซลล์คุมจึงมีผลทำให้ปากใบของพืชปิดหรือเปิดได้ การเปิด-ปิดของปากใบ ออกซิน (auxin) เป็นสารเคมีชื่อกรดอินโดลแอซีติก (indoleacetic acid : IAA) เป็นฮอร์โมนที่พืชสร้างจากกลุ่มเซลล์เนื้อเยื่อเจริญ ที่บริเวณยอดอ่อน แล้วแพร่จากยอดอ่อนไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่าง โดยจะไปกระตุ้นเซลล์บริเวณเนื้อเยื่อที่มีการยืดตัวให้เจริญ ขยายขนาดขึ้น ทำให้พืชเติบโตสูงขึ้น การทำงานของออกซินขึ้นอยู่กับสิ่งเร้า เช่น แสง อุณหภูมิ แรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งสัมผัสและอื่น ๆ แสงมีผลต่อการแพร่กระจายของออกซินที่ยอดอ่อน โดยออกซินจะแพร่กระจายจากด้านที่มีแสงมากไปยังด้านที่มีแสงน้อย ทำให้ด้านที่มีแสงน้อยมีออกซินมากกว่า เซลล์เจริญขยายตัวมากกว่าด้านที่มีแสงมาก ปลายยอดจึงโค้งเข้าหาแสง ซึ่งให้ผลตรงข้าม กับที่ ปลายราก โดยออกซินยังคงเคลื่อนที่หนีแสง แต่เซลล์ที่ปลายรากตอบสนองต่อออกซินต่างจากเซลล์ที่ปลายยอด บริเวณใด ของราก ที่มีแสงน้อย จะมีออกซินสะสมมากจึงยับยั้งการเจริญของเซลล์ราก บริเวณที่มีแสงมากมีออกซินน้อยกว่า เซลล์รากขยายตัวมากกว่า จึงเกิดการโค้งตัวของปลายรากหนีแสง การกระจายของฮอร์โมนออกซินเมื่อได้รับแสง ออกซินมีผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของลำต้น ตา ใบ และราก ในระดับความเข้มข้นที่ต่างกัน ออกซินในระดับเข้มข้นสูงมาก ๆ จะยับยั้งการเจริญเติบโตทุกส่วนของพืช ออกซินในระดับความเข้มข้นที่พอเหมาะจะกระตุ้นการเจริญของลำต้น แต่จะมีผลในการยับยั้ง การเจริญเติบโตของตาและใบ ซึ่งต้องการความเข้มข้นต่ำกว่า ในขณะที่รากต้องการออกซินในปริมาณที่น้อยมาก ลำต้นจึงต้องการออกซิน สูงกว่าตาและใบ ในขณะที่ตาและใบต้องการออกซินสูงกว่าในราก ดังนั้นความเข้มข้นของออกซิน ที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโต ของอวัยวะหนึ่งแต่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะหนึ่งได้ การทดลองของเวนต์ แสดงการทำงานของออกซิน ผลของออกซินต่อพืช 1. กระตุ้นการแบ่งเซลล์ให้ขยายขนาดแทบทุกส่วน พืชจึงเจริญเติบโต เซลล์ขยายตัวออกทั้งความยาวและความกว้าง 2. ควบคุมการเจริญของตาด้านข้าง โดยตายอดสร้างออกซินในปริมาณสูง แล้วลำเลียงลงสู่ด้านล่าง ออกซินจะยับยั้ง การเจริญเติบโตของตาและใบด้านข้าง พืชจึงสูงขึ้นแต่ไม่เป็นพุ่ม แต่เมื่อตัดยอดออกความเข้มข้นของออกซินจะลดลง ทำให้ไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของตาด้านข้างและใบได้ พืชจึงแตกตาด้านข้างได้ทำให้ต้นพืชมีลักษณะเป็นพุ่มขึ้น 3. ออกซินในปริมาณที่พอเหมาะสามารถใช้กระตุ้นกิ่งตอนและกิ่งปักชำให้งอกรากได้ 4. ควบคุมการเคลื่อนไหวของพืชแบบที่มีแสงเป็นสิ่งเร้า หรือมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า 5. ควบคุมการออกดอกของพืชบางชนิด เช่น สับปะรด มะม่วง ลิ้นจี่ ทำให้ออกดอกเร็วขึ้นและออกดอกพร้อมกัน ชักนำให้ ดอกตัวผู้เป็นดอกตัวเมียเพิ่มขึ้น 6. ช่วยชะลอการหลุดร่วงของใบ ดอก และผล 7. ควบคุมการเจริญเติบโตของผล เช่น แตงโม องุ่น มะเขือเทศ บวบ เมื่อพ่นด้วยออกซินในปริมาณที่พอเหมาะ จะทำให้รังไข่เจริญ เป็นผลได้ โดยไม่มีเมล็ด 8. ออกซินบางชนิดใช้เป็นยาปราบวัชพืชได้ จากการพบว่าออกซินนั้นหากมีปริมาณพอเหมาะจะมีผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโต ของพืช แต่ถ้ามีปริมาณมากเกินไปกลับยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช จึงนำไปเป็นยาปราบวัชพืช ออกซินยับยั้งการเจริญของตาด้านข้าง จิบเบอเรลลิน (gibberellin) เป็นฮอร์โมนพืชที่มีสมบัติในการกระตุ้นการเจริญของเซลล์บริเวณข้อทำให้ต้นไม้สูง ถ้าพืชขาดฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน จะทำให้ลำต้นเตี้ยแคระ ในทางการค้าจึงมีผู้สังเคราะห์สารยับยั้งการสร้างจิบเบอเรลลินของพืช ทำให้พืชนั้นแคระแกร็น เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ อิทธิพลของจิบเบอเรลลินต่อความสูงของลำต้น ผลของจิบเบอเรลลินต่อพืช 1. กระตุ้นการเจริญของเซลล์ตรงข้อทำให้ต้นไม้สูง 2. กระตุ้นการออกดอกของพืชบางชนิด เช่น ผักกาดหอม กะหล่ำปลี 3. กระตุ้นการงอกของเมล็ดและตา 4. เปลี่ยนดอกตัวผู้ให้เป็นดอกตัวเมียของพืชตระกูลแตง 5. ช่วยยืดช่อผลขององุ่น ทำให้ช่อใหญ่ ลูกองุ่นไม่เบียดกันมาก เปรียบเทียบการได้รับจิบเบอเรลลินของต้นพืช (ต้นสูง ได้รับจิบเบอเรลลิน ต้นเตี้ย ไม่ได้รับจิบเบอเรลลิน) ไซโทไคนิน (cytokinin) เป็นฮอร์โมนพืชที่พบมากบริเวณปลายราก เอ็มบริโอ ผลอ่อน น้ำมะพร้าว และยีสต์ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระหว่างการเจริญเติบโต ผลของไซโทไคนินต่อพืช 1. กระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์ 2. กระตุ้นให้เกิดหน่อใหม่และตาใหม่ จึงใช้มากในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช 3. กระตุ้นการเจริญของกิ่งแขนง 4. ช่วยให้พืชรักษาความสดไว้ได้นาน 5. ช่วยให้ปากใบเปิดในที่มืดได้ 6. ยืดอายุไม้ตัดดอกบางชนิดไม่ให้เหี่ยวเร็ว 7. ชะลอการแก่ของใบ และผลไม้ให้ช้าลง 8. ช่วยในการสร้างโปรตีน RNA และ DNA เพิ่มขึ้น เอทิลีน (ethylene) เป็นฮอร์โมนพืชมีสมบัติเป็นแก๊สที่ระเหยได้ เกิดขึ้นในกระบวนการเมแทบอลิซึมของพืช โดยเฉพาะในช่วงที่ผลไม้สุก จะมีแก๊สนี้แพร่ออกมามาก และสามารถเหนี่ยวนำให้ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ สุกตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ในการบ่มผลไม้ จึงมักวางผลไม้ รวมกันไว้ในที่มิดชิด เมื่อเกิดแก๊สเอทิลีนออกมาแล้ว ทำให้ผลไม้ที่อยู่ข้าง ๆ สุกตามไปด้วย ในกรณีที่พืชได้รับเอทิลีนมากเกินไปในบางช่วงในขณะที่เจริญเติบโตจะทำให้ใบร่วงมากกว่าปกติ หรืออาจไปเร่ง ให้ผลสุก เร็วกว่าความต้องการ ทำให้เก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน แทนที่จะเกิดผลดีกลายเป็นผลเสีย ในกรณีที่ส่งออกไม้ผลไปขาย จึงต้องหาทาง กำจัดเอทิลีนในช่วงทำการขนส่ง เพื่อเก็บรักษาผลไม้ให้อยู่ในสภาพเดิมได้นานไม่สุก เทคโนโลยีที่ใช้หลังการเก็บเกี่ยว ผลิตผลทางการเกษตร จึงมีความสำคัญมาก ทั้งในด้านการขนส่ง การบรรจุหีบห่อจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภค การใช้สารเคมีบางอย่าง เช่น ด่างทับทิม ช่วยชะลอการสุกของผลไม้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่สุกแล้วเละง่าย เช่น กล้วย มะม่วง เป็นต้น ผลของเอทิลีนต่อพืช เร่งการสุกของผลไม้ทำให้ผลเปลี่ยนสีได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ กระตุ้นการออกดอกของพืชพวกสับปะรด กระตุ้นการหลุดร่วงของใบไม้ ดอก ผล และลดความเหนียวของขั้วผลทำให้ เก็บเกี่ยวง่ายขึ้น กระตุ้นการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด ทำลายการพักตัวของเมล็ด เร่งการไหลของน้ำยางพารา เพิ่มปริมาณน้ำยางมะละกอ กระตุ้นการเกิดรากฝอยและรากแขนง กรดแอบไซซิค (abscisic acid) เป็นฮอร์โมนพืชที่พบมากในใบที่แก่จัด ตา เมล็ด ในผลทุกระยะ และบริเวณหมวกราก สภาวะขาดน้ำกระตุ้นให้พืชสร้างกรดแอบไซซิคได้มากขึ้น กรดแอบไซซิคสามารถลำเลียงไปตามท่อลำเลียงและเนื้อเยื่อที่มีชีวิตของพืช ผลของกรดแอบไซซิคต่อพืช กระตุ้นการหลุดร่วงของใบและผลที่แก่จัด ยับยั้งการเจริญและการยืดตัวของเซลล์ ยับยั้งการเจริญของตาและยอดพืช ยับยั้งการงอกของเมล็ด กระตุ้นปากใบปิดเพื่อลดการคายน้ำ ทำให้พืชปล้องสั้น ใบมีขนาดเล็ก เซลล์ในเนื้อเยื่อเจริญหยุดแบ่งตัว กระตุ้นการพักตัวของพืช สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนออกซิน สังเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สำหรับใช้เร่งรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ ช่วยในการเปลี่ยนเพศดอกบางชนิด ช่วยให้ผลติดมากขึ้น ป้องกันการร่วงของผล สารสังเคราะห์เหล่านี้ ได้แก่ - IBA (indolebutylic acid ) - NAA (naphtaleneacetic acid ) - 2, 4 - D (2-4 dichlorophenoxyacetic acid) สารสังเคราะห์ 2, 4-D นำไปใช้ในวงการทหารในสงครามเวียดนาม ใช้โปรยใส่ต้นไม้ในป่าเพื่อให้ใบร่วง จะได้เห็นภูมิประเทศ ในป่าได้ชัดขึ้น สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนไซโทไคนิน นิยมนำมาใช้กระตุ้นการเจริญของตาพืช ช่วยรักษาความสด ของไม้ตัดดอกให้อยู่ได้นาน ได้แก่ - BA (6-benzylamino purine) - PBA (tetrahydropyranyl benzyladenine) สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนเอทิลีน ได้แก่ - สารเอทิฟอน (ethephon, 2-chloroethyl phosphonic acid ) นำมาใช้เพิ่มผลผลิตของน้ำยางพารา - สาร Tria ใช้เร่งการเจริญเติบโตของพืช ประเภทข้าว ส้ม ยาสูบ

ความคิดเห็นที่ 24

20 ก.ย. 2547 18:56
  1. หนังสือชีว ม.5 เทอม1 มีนะ

ความคิดเห็นที่ 21

25 ส.ค. 2547 20:07
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งที่มากระทำต่อสิ่งมีชีวิต แล้วสิ่งมีชีวิตก็ต้องตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นเพื่อการดำรงอยู่ของสิ่มีชีวิต

ความคิดเห็นที่ 16

18 ส.ค. 2547 10:30
  1. การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเป็นการที่พืชได้รับความรู้สึกเหมือนกับคน เช่น การที่คนโดนหยิกก็คือควยามรู้สึกในเมื่อคนโดนหยิกแล้วก็ต้องมีการตอบสนองเช่น การโต้ตอบเช่นการตี เช่นเดียวกับพืช ตัวอย่างเช่น ไมยาราบเมื่อมีคนโดนมัน ๆ มันก็จะหุบ

ความคิดเห็นที่ 10

6 ส.ค. 2547 12:14
  1. เปิดหนังสือสรีรวิทยาของพืชดูได้ สิ่งเร้ามีหลายประเภท สิ่งที่ความเห็นที่ 1 บอก คือ การตอบสนองต่อแสง (phototropism) และสัมผัส (nastic movement) นอกจากนี้ยังมี -อุณหภูมิ และ น้ำ คือ การปิด-เปิดของปากใบ (stomata opening/closing) -แรงโน้มถ่วงของโลก (gravittopism) ควรอ่านหนังสือเพราะมีรายละเอียดมาก ตอบทาง webไม่หมด เป็นนักเรียนต้องขยันนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1

3 พ.ย. 2546 16:43
  1. ฉบับย่อมากๆ พืชสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้เช่นเดียวกับสัตว์ โดยการตอบสนองของพืชอาจมีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า(tropism) โดยอาจมีทิศเข้าหา(Positive)หรืออกจาก(Negative)สิ่งเร้านั้นก็ได้ หากการตอบสนองของพืชไม่มีทิศทางที่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าเราก็เรียกว่าNastic movement ตัวอย่างบางประการ Positive phototropism การที่ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง Negative gravitropism การที่ยอดของพืชเจริญขึ้นในทิศที่ต้านแรงดึงดูด ตัวอย่างของNastic movement เช่นการหุบใบนอนของพืชตระกูลถั่วเมื่อไม่มีแสง คือเมื่อมีแสง ไม่ว่าแสงจะมาจากทางไหน มันจะตอบสนองโดยการกางใบออก การกางใบออกไม่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของแสง แค่นี้คงไม่พอทำรายงานหรอกครับ แต่น่าจะพอสำหรับเป็นแนวทางในการค้นคว้าต่อไปได้

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น