วิชาการดอทคอม ptt logo

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

โพสต์เมื่อ: 15:39 วันที่ 2 พ.ย. 2546         ชมแล้ว: 232,779 ตอบแล้ว: 259
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ขอโทษนะค่ะที่รบกวนพี่ ๆ น้องอยากรู้เกี่ยวกับเรื่อง การตอบานองต่อสิ่งเร้าของพืชค่ะ น้องขอรบกวนพี่ ๆ หน่อยนะค่ะ เร็ว ๆ หน่อยนะค่ะ เพราะจะทำรายางนส่งอาจารย์ค่ะ


ประกายมาศ aun_104(203.113.61.198,,)





จำนวน 171 ความเห็น, หน้าที่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 พ.ย. 2546 (16:43)
ฉบับย่อมากๆ

พืชสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้เช่นเดียวกับสัตว์ โดยการตอบสนองของพืชอาจมีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า(tropism) โดยอาจมีทิศเข้าหา(Positive)หรืออกจาก(Negative)สิ่งเร้านั้นก็ได้ หากการตอบสนองของพืชไม่มีทิศทางที่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าเราก็เรียกว่าNastic movement



ตัวอย่างบางประการ

Positive phototropism การที่ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง

Negative gravitropism การที่ยอดของพืชเจริญขึ้นในทิศที่ต้านแรงดึงดูด



ตัวอย่างของNastic movement

เช่นการหุบใบนอนของพืชตระกูลถั่วเมื่อไม่มีแสง

คือเมื่อมีแสง ไม่ว่าแสงจะมาจากทางไหน มันจะตอบสนองโดยการกางใบออก การกางใบออกไม่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของแสง



แค่นี้คงไม่พอทำรายงานหรอกครับ แต่น่าจะพอสำหรับเป็นแนวทางในการค้นคว้าต่อไปได้
พระยาขยายกำจายมูลมูก (IP:202.28.62.68,unknown, unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 6 ส.ค. 2547 (12:14)
เปิดหนังสือสรีรวิทยาของพืชดูได้

สิ่งเร้ามีหลายประเภท สิ่งที่ความเห็นที่ 1 บอก คือ การตอบสนองต่อแสง (phototropism) และสัมผัส (nastic movement) นอกจากนี้ยังมี

-อุณหภูมิ และ น้ำ คือ การปิด-เปิดของปากใบ (stomata opening/closing)

-แรงโน้มถ่วงของโลก (gravittopism)

ควรอ่านหนังสือเพราะมีรายละเอียดมาก ตอบทาง webไม่หมด เป็นนักเรียนต้องขยันนะค่ะ
ฐิตินันท์ (IP:202.28.169.165,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 18 ส.ค. 2547 (10:30)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเป็นการที่พืชได้รับความรู้สึกเหมือนกับคน เช่น การที่คนโดนหยิกก็คือควยามรู้สึกในเมื่อคนโดนหยิกแล้วก็ต้องมีการตอบสนองเช่น การโต้ตอบเช่นการตี เช่นเดียวกับพืช

ตัวอย่างเช่น ไมยาราบเมื่อมีคนโดนมัน ๆ มันก็จะหุบ
กรรณิกา (IP:202.29.26.230,172.16.2.185,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 25 ส.ค. 2547 (20:07)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งที่มากระทำต่อสิ่งมีชีวิต

แล้วสิ่งมีชีวิตก็ต้องตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นเพื่อการดำรงอยู่ของสิ่มีชีวิต
Gift_Zaa@hotmail.com (IP:202.129.48.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 ก.ย. 2547 (18:56)
หนังสือชีว ม.5 เทอม1 มีนะ
ging (IP:61.90.1.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 22 ธ.ค. 2547 (19:19)
การตอบสนองของพืช







1. การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้าทำให้พืชเกิดการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจาก



1. การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโต (growth movement) เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เนื่องจากฮอร์โมนพืช เช่น การเจริญเติบโตของปลายราก

ปลายยอดพืช การบาน การหุบของดอกไม้ การพันหลักของไม้เลื้อย ฯลฯ การเคลื่อนไหวของพืชที่มีต่อสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต แบ่งออกเป็น

*1.1 การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement)

*1.2 การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement)



2. การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับแรงดันเต่ง (turgor movement) เซลล์พืชดูดน้ำเข้าไป เซลล์จะเต่งขึ้น เพราะเกิดแรงดันเต่ง ทำให้พืชกางใบออกได้เต็มที่ แต่ถ้าเสียน้ำไปใบจะเหี่ยวหรือเฉาลง การเคลื่อนไหวหรือการตอบสนองแบบนี้แบ่งออกเป็น



*2.1 contact movement

*2.2 sleep movement

*2.3 guard cell movement



2.

การตอบสนองของพืชต่อสารควบคุมการเจริญเติบโต

สารควบคุมการเจริญเติบโต คือ ฮอร์โมนพืช (plant hormone) เป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้น ในปริมาณที่น้อยมาก และลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ

ของพืช เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนเหล่านี้ ได้แก่

*ออกซิน (auxin)

*จิบเบอเรลลิน (gibberellin)

*ไซโทไคนิน (cytokinin)

*เอทิลีน (ethylene)

*กรดแอบไซซิค (abscisic acid)

*สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน







การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายนอก (stimulus movement)





1. การเคลื่อนไหวที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (tropic movement) ถ้าเคลื่อนไหวเข้าหาสิ่งเร้า จัดเป็น positive tropism



ถ้าเคลื่อนไหวหนีออกจากสิ่งเร้า จัดเป็น negative tropism ได้แก่



1.1 การเคลื่อนไหวโดยมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า (gravitropism หรือ geotropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ



- positive gravitropism เช่น รากพืชจะเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก

- negative gravitropism เช่น ยอดพืชจะเจริญในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก









แผนภาพแสดงการเคลื่อนไหวของปลายรากเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก

และปลายยอดหนีแรงโน้มถ่วงของโลก



1.2 การเคลื่อนไหวโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้า (phototropism) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

- positive phototropism เช่น ยอดพืชเอนเข้าหาแสงสว่าง

- negative phototropism เช่น รากพืชเจริญหนีแสงสว่าง









การตอบสนองต่อแสงแรงโน้มถ่วงของโลก



1.3 การเคลื่อนไหวโดยมีสารเคมีเป็นสิ่งเร้า (chemotropism) เช่น การงอกของหลอดละอองเรณูไปยังรังไข่ของพืชมีดอก



1.4 การเคลื่อนไหวโดยตอบสนองต่อการสัมผัส (thigmotropism) เช่น มือเกาะ (tendril) ยื่นออกไปจากลำต้น ไปยึดสิ่งที่สัมผัสหรือต้นไม้อื่นหรือหลัก เพื่อเป็นการพยุงลำต้น เช่น ตำลึง กระทกรก องุ่น พืชตระกูลแตง เป็นต้น









มือเกาะของตำลึง มือเกาะของกระทกรก



1.5 การเคลื่อนไหวโดยมีน้ำเป็นสิ่งเร้า (hydrotropism) เช่น รากของพืชจะเจริญเข้าหาน้ำหรือความชื้นเสมอ



2. การเคลื่อนไหวของพืชโดยมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า (nasty หรือ nastic movement) ได้แก่



2.1 photonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของแสง เช่น



- การหุบและบานของดอกไม้ เกิดจากการกระตุ้นของแสงหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป

- ดอกบัวส่วนมากจะหุบในตอนกลางคืน จะบานในตอนกลางวัน

- ดอกกระบองเพชรส่วนมากจะบานในตอนกลางคืนและหุบในตอนกลางวัน



การบานและหุบของดอกไม้ เกิดเนื่องจากกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกและด้านในขยายขนาดไม่เท่ากัน ดอกไม้จะบานเมื่อกลุ่มเซลล์ทางด้านใน ของกลีบดอก ขยายขนาดมากกว่าด้านนอก ส่วนการที่ดอกไม้หุบลงเพราะกลุ่มเซลล์ทางด้านนอกขยายขนาดมากกว่าด้านใน









การหุบ-บานของดอกไม้



2.2 thermonasty เป็นการตอบสนองที่เกิดจากการกระตุ้นของอุณหภูมิ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ เช่น การบานของดอกบัวสวรรค์ หัวบัวจีน ทิวลิป เมื่อได้รับอุณหภูมิสูง





การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง (autonomic movement)







การเคลื่อนไหวเนื่องจากสิ่งเร้าภายในของพืชเอง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

1. nutation movement เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดเฉพาะที่ยอดของพืชบางชนิด เช่น ถั่ว ทำให้ปลายยอดเอนหรือแกว่งไปมา ในขณะที่พืช เจริญเติบโตทีละน้อยเนื่องจากกลุ่มเซลล์ 2 ด้านของลำต้นเจริญเติบโตไม่เท่ากัน

2. spiral movement เป็นการเคลื่อนไหวที่ปลายยอดบิดเป็นเกลียว เมื่อพืชเจริญเติบโตขึ้นทำให้ลำต้นบิดเป็นเกลียวพันรอบแกน หรือพันอ้อมหลักขึ้นไปเป็นการพยุงลำต้นไว้ เช่น การพันหลักของต้นมะลิวัลย์ ต้นลัดดาวัลย์ ต้นพริกไทย ต้นพลู เป็นต้น







การพันหลักของถั่วฝักยาว การพันหลักของอัญชัน







contact movement



เป็นการตอบสนองเนื่องจากการสัมผัส ปกติพืชจะตอบสนองต่อการสัมผัสได้ช้ามาก แต่มีพืชบางชนิดที่สามารถตอบสนอง ต่อการสัมผัสได้รวดเร็วแต่ไม่ถาวร เช่น การหุบ และกางของใบไมยราบ นอกจากนี้ใบไมยราบยังมีความไวต่อสิ่งเร้าสูงมาก เพียงใช้มือแตะเบา ๆ ที่ใบ ใบจะหุบเข้าหากันทันที การหุบของใบที่เกิดอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่โคนก้านใบและโคนก้านใบย่อย มีกลุ่มเซลล์ พัลไวนัส (pulvinus) ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดใหญ่และผนังบางมีความไวสูงต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น ทำให้ แรงดัน เต่ง ในเซลล์พัลไวนัสลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จะสูญเสียน้ำให้แก่เซลล์ข้างเคียงใบจะหุบลงทันที หลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง น้ำจากเซลล์ข้างเคียงจะแพร่เข้ามาในเซลล์พัลไวนัสใหม่ ทำให้แรงดันเต่งเพิ่มขึ้นและกางใบออกตามเดิม





เซลล์พัลไวนัสที่โคนก้านใบของไมยราบขณะกางใบและหุบใบ



พืชกินแมลง ได้แก่ ต้นกาบหอยแครง ต้นหยาดน้ำค้าง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง จะมีกลุ่มเซลล์ที่ไวต่อการสัมผัสเช่นเดียวกับใบไมยราบ เมื่อแมลงบินมาเกาะก็จะตอบสนองโดยการหุบใบทันที พร้อมทั้งปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยแมลงเป็นอาหาร









การกินแมลงของต้นกาบหอยแครง







sundew : พืชกินแมลง







ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง : พืชกินแมลง





sleep movement



เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความเข้มของแสงหรือการนอนหลับของพืชตระกูลถั่ว เช่น ก้ามปู กระถิน มะขาม จามจุรี ไมยราบ ผักกระเฉด แค ใบจะหุบในตอนเย็นหรือพลบค่ำที่เรียกว่าต้นไม้นอน และจะกางใบออกตอนรุ่งเช้าเมื่อมี แสงสว่าง การเคลื่อนไหวแบบนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันเต่งของกลุ่มเซลล์พัลไวนัสทางด้านบนและด้านล่างของโคนก้านใบย่อยเช่นเดียวกับต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส











การนอนของใบพืชตระกูลถั่ว







การนอนของใบ Maranta



guard cell movement



เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำภายในเซลล์คุม เช่น การเปิด-ปิดของปากใบ เนื่องจากน้ำแพร่เข้าไปในเซลล์คุม (guard cell) ทำให้แรงดันเต่งในเซลล์คุมเพิ่มขึ้น ดันให้เซลล์คุมพองออกหรือในทางตรงกันข้าม ถ้าเซลล์คุมสูญเสียน้ำไป แรงดันเต่งลดลง เซลล์คุมจะหดตัวทำให้ปากใบปิด การเคลื่อนไหวของเซลล์คุมจึงมีผลทำให้ปากใบของพืชปิดหรือเปิดได้











การเปิด-ปิดของปากใบ



ออกซิน (auxin)





เป็นสารเคมีชื่อกรดอินโดลแอซีติก (indoleacetic acid : IAA) เป็นฮอร์โมนที่พืชสร้างจากกลุ่มเซลล์เนื้อเยื่อเจริญ ที่บริเวณยอดอ่อน แล้วแพร่จากยอดอ่อนไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่าง โดยจะไปกระตุ้นเซลล์บริเวณเนื้อเยื่อที่มีการยืดตัวให้เจริญ ขยายขนาดขึ้น ทำให้พืชเติบโตสูงขึ้น การทำงานของออกซินขึ้นอยู่กับสิ่งเร้า เช่น แสง อุณหภูมิ แรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งสัมผัสและอื่น ๆ

แสงมีผลต่อการแพร่กระจายของออกซินที่ยอดอ่อน โดยออกซินจะแพร่กระจายจากด้านที่มีแสงมากไปยังด้านที่มีแสงน้อย ทำให้ด้านที่มีแสงน้อยมีออกซินมากกว่า เซลล์เจริญขยายตัวมากกว่าด้านที่มีแสงมาก ปลายยอดจึงโค้งเข้าหาแสง ซึ่งให้ผลตรงข้าม กับที่ ปลายราก โดยออกซินยังคงเคลื่อนที่หนีแสง แต่เซลล์ที่ปลายรากตอบสนองต่อออกซินต่างจากเซลล์ที่ปลายยอด บริเวณใด ของราก ที่มีแสงน้อย จะมีออกซินสะสมมากจึงยับยั้งการเจริญของเซลล์ราก บริเวณที่มีแสงมากมีออกซินน้อยกว่า เซลล์รากขยายตัวมากกว่า จึงเกิดการโค้งตัวของปลายรากหนีแสง









การกระจายของฮอร์โมนออกซินเมื่อได้รับแสง





ออกซินมีผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของลำต้น ตา ใบ และราก ในระดับความเข้มข้นที่ต่างกัน ออกซินในระดับเข้มข้นสูงมาก ๆ จะยับยั้งการเจริญเติบโตทุกส่วนของพืช ออกซินในระดับความเข้มข้นที่พอเหมาะจะกระตุ้นการเจริญของลำต้น แต่จะมีผลในการยับยั้ง การเจริญเติบโตของตาและใบ ซึ่งต้องการความเข้มข้นต่ำกว่า ในขณะที่รากต้องการออกซินในปริมาณที่น้อยมาก ลำต้นจึงต้องการออกซิน สูงกว่าตาและใบ ในขณะที่ตาและใบต้องการออกซินสูงกว่าในราก ดังนั้นความเข้มข้นของออกซิน ที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโต ของอวัยวะหนึ่งแต่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะหนึ่งได้





การทดลองของเวนต์ แสดงการทำงานของออกซิน





ผลของออกซินต่อพืช



1. กระตุ้นการแบ่งเซลล์ให้ขยายขนาดแทบทุกส่วน พืชจึงเจริญเติบโต เซลล์ขยายตัวออกทั้งความยาวและความกว้าง

2. ควบคุมการเจริญของตาด้านข้าง โดยตายอดสร้างออกซินในปริมาณสูง แล้วลำเลียงลงสู่ด้านล่าง ออกซินจะยับยั้ง การเจริญเติบโตของตาและใบด้านข้าง พืชจึงสูงขึ้นแต่ไม่เป็นพุ่ม แต่เมื่อตัดยอดออกความเข้มข้นของออกซินจะลดลง ทำให้ไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของตาด้านข้างและใบได้ พืชจึงแตกตาด้านข้างได้ทำให้ต้นพืชมีลักษณะเป็นพุ่มขึ้น

3. ออกซินในปริมาณที่พอเหมาะสามารถใช้กระตุ้นกิ่งตอนและกิ่งปักชำให้งอกรากได้

4. ควบคุมการเคลื่อนไหวของพืชแบบที่มีแสงเป็นสิ่งเร้า หรือมีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นสิ่งเร้า

5. ควบคุมการออกดอกของพืชบางชนิด เช่น สับปะรด มะม่วง ลิ้นจี่ ทำให้ออกดอกเร็วขึ้นและออกดอกพร้อมกัน ชักนำให้ ดอกตัวผู้เป็นดอกตัวเมียเพิ่มขึ้น

6. ช่วยชะลอการหลุดร่วงของใบ ดอก และผล

7. ควบคุมการเจริญเติบโตของผล เช่น แตงโม องุ่น มะเขือเทศ บวบ เมื่อพ่นด้วยออกซินในปริมาณที่พอเหมาะ จะทำให้รังไข่เจริญ เป็นผลได้ โดยไม่มีเมล็ด

8. ออกซินบางชนิดใช้เป็นยาปราบวัชพืชได้ จากการพบว่าออกซินนั้นหากมีปริมาณพอเหมาะจะมีผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโต ของพืช แต่ถ้ามีปริมาณมากเกินไปกลับยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช จึงนำไปเป็นยาปราบวัชพืช











ออกซินยับยั้งการเจริญของตาด้านข้าง





จิบเบอเรลลิน (gibberellin)



เป็นฮอร์โมนพืชที่มีสมบัติในการกระตุ้นการเจริญของเซลล์บริเวณข้อทำให้ต้นไม้สูง ถ้าพืชขาดฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน จะทำให้ลำต้นเตี้ยแคระ ในทางการค้าจึงมีผู้สังเคราะห์สารยับยั้งการสร้างจิบเบอเรลลินของพืช ทำให้พืชนั้นแคระแกร็น เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ











อิทธิพลของจิบเบอเรลลินต่อความสูงของลำต้น



ผลของจิบเบอเรลลินต่อพืช



1. กระตุ้นการเจริญของเซลล์ตรงข้อทำให้ต้นไม้สูง



2. กระตุ้นการออกดอกของพืชบางชนิด เช่น ผักกาดหอม กะหล่ำปลี



3. กระตุ้นการงอกของเมล็ดและตา



4. เปลี่ยนดอกตัวผู้ให้เป็นดอกตัวเมียของพืชตระกูลแตง



5. ช่วยยืดช่อผลขององุ่น ทำให้ช่อใหญ่ ลูกองุ่นไม่เบียดกันมาก







เปรียบเทียบการได้รับจิบเบอเรลลินของต้นพืช



(ต้นสูง ได้รับจิบเบอเรลลิน ต้นเตี้ย ไม่ได้รับจิบเบอเรลลิน)



ไซโทไคนิน (cytokinin)







เป็นฮอร์โมนพืชที่พบมากบริเวณปลายราก เอ็มบริโอ ผลอ่อน น้ำมะพร้าว และยีสต์ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระหว่างการเจริญเติบโต



ผลของไซโทไคนินต่อพืช



1. กระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์



2. กระตุ้นให้เกิดหน่อใหม่และตาใหม่ จึงใช้มากในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช



3. กระตุ้นการเจริญของกิ่งแขนง



4. ช่วยให้พืชรักษาความสดไว้ได้นาน



5. ช่วยให้ปากใบเปิดในที่มืดได้



6. ยืดอายุไม้ตัดดอกบางชนิดไม่ให้เหี่ยวเร็ว



7. ชะลอการแก่ของใบ และผลไม้ให้ช้าลง



8. ช่วยในการสร้างโปรตีน RNA และ DNA เพิ่มขึ้น



เอทิลีน (ethylene)







เป็นฮอร์โมนพืชมีสมบัติเป็นแก๊สที่ระเหยได้ เกิดขึ้นในกระบวนการเมแทบอลิซึมของพืช โดยเฉพาะในช่วงที่ผลไม้สุก จะมีแก๊สนี้แพร่ออกมามาก และสามารถเหนี่ยวนำให้ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ สุกตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ในการบ่มผลไม้ จึงมักวางผลไม้ รวมกันไว้ในที่มิดชิด เมื่อเกิดแก๊สเอทิลีนออกมาแล้ว ทำให้ผลไม้ที่อยู่ข้าง ๆ สุกตามไปด้วย



ในกรณีที่พืชได้รับเอทิลีนมากเกินไปในบางช่วงในขณะที่เจริญเติบโตจะทำให้ใบร่วงมากกว่าปกติ หรืออาจไปเร่ง ให้ผลสุก เร็วกว่าความต้องการ ทำให้เก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน แทนที่จะเกิดผลดีกลายเป็นผลเสีย ในกรณีที่ส่งออกไม้ผลไปขาย จึงต้องหาทาง กำจัดเอทิลีนในช่วงทำการขนส่ง เพื่อเก็บรักษาผลไม้ให้อยู่ในสภาพเดิมได้นานไม่สุก เทคโนโลยีที่ใช้หลังการเก็บเกี่ยว ผลิตผลทางการเกษตร จึงมีความสำคัญมาก ทั้งในด้านการขนส่ง การบรรจุหีบห่อจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภค การใช้สารเคมีบางอย่าง เช่น ด่างทับทิม ช่วยชะลอการสุกของผลไม้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่สุกแล้วเละง่าย เช่น กล้วย มะม่วง เป็นต้น



ผลของเอทิลีนต่อพืช



เร่งการสุกของผลไม้ทำให้ผลเปลี่ยนสีได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ

กระตุ้นการออกดอกของพืชพวกสับปะรด

กระตุ้นการหลุดร่วงของใบไม้ ดอก ผล และลดความเหนียวของขั้วผลทำให้ เก็บเกี่ยวง่ายขึ้น

กระตุ้นการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด

ทำลายการพักตัวของเมล็ด

เร่งการไหลของน้ำยางพารา เพิ่มปริมาณน้ำยางมะละกอ

กระตุ้นการเกิดรากฝอยและรากแขนง

กรดแอบไซซิค (abscisic acid)







เป็นฮอร์โมนพืชที่พบมากในใบที่แก่จัด ตา เมล็ด ในผลทุกระยะ และบริเวณหมวกราก สภาวะขาดน้ำกระตุ้นให้พืชสร้างกรดแอบไซซิคได้มากขึ้น กรดแอบไซซิคสามารถลำเลียงไปตามท่อลำเลียงและเนื้อเยื่อที่มีชีวิตของพืช



ผลของกรดแอบไซซิคต่อพืช



กระตุ้นการหลุดร่วงของใบและผลที่แก่จัด

ยับยั้งการเจริญและการยืดตัวของเซลล์

ยับยั้งการเจริญของตาและยอดพืช

ยับยั้งการงอกของเมล็ด

กระตุ้นปากใบปิดเพื่อลดการคายน้ำ

ทำให้พืชปล้องสั้น ใบมีขนาดเล็ก เซลล์ในเนื้อเยื่อเจริญหยุดแบ่งตัว

กระตุ้นการพักตัวของพืช

สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมน











สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนออกซิน สังเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สำหรับใช้เร่งรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ ช่วยในการเปลี่ยนเพศดอกบางชนิด ช่วยให้ผลติดมากขึ้น ป้องกันการร่วงของผล สารสังเคราะห์เหล่านี้ ได้แก่



- IBA (indolebutylic acid )

- NAA (naphtaleneacetic acid )

- 2, 4 - D (2-4 dichlorophenoxyacetic acid)





สารสังเคราะห์ 2, 4-D นำไปใช้ในวงการทหารในสงครามเวียดนาม ใช้โปรยใส่ต้นไม้ในป่าเพื่อให้ใบร่วง จะได้เห็นภูมิประเทศ ในป่าได้ชัดขึ้น สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนไซโทไคนิน นิยมนำมาใช้กระตุ้นการเจริญของตาพืช ช่วยรักษาความสด ของไม้ตัดดอกให้อยู่ได้นาน ได้แก่



- BA (6-benzylamino purine)

- PBA (tetrahydropyranyl benzyladenine)



สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนเอทิลีน ได้แก่



- สารเอทิฟอน (ethephon, 2-chloroethyl phosphonic acid ) นำมาใช้เพิ่มผลผลิตของน้ำยางพารา

- สาร Tria ใช้เร่งการเจริญเติบโตของพืช ประเภทข้าว ส้ม ยาสูบ
มูมู่ (IP:203.150.217.114,203.113.57.37,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 20 ม.ค. 2548 (09:22)
ขอบคุณมากๆ ความคิดเห็นที่ 29
ฟ้า (IP:61.19.27.198,192.168.9.43,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 20 ม.ค. 2548 (12:23)
อยากรู้จัก คุณ มูมู่ จังเลยจ้างมาสอนเป็นส่วนตัวได้ เป่า



อยากหาทางทำให้ต้นไม้ โตเร็วๆ โดยการกระตุ้นด้วยกรรมวิธ๊ทาง ฟิสิกส์ต่างๆ เช่น ด้วย แสง เสียง สนามไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก ฯลฯ

หากจะเลี้ยงสัตว์ แต่ไม่รู้กายวิภาค ธรรมชาติ พฤติกรรม ไม้บันทัด ตาชั่ง

เหมือนผมตอนนี้ เลยไม่รู้จะขึ้นต้นอย่างไรดี






โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 23 ม.ค. 2548 (15:59)
คิดค่าสอนแพงนะ ยินดีจ่ายหรือปล่าวล่ะ
มูมู่ (IP:203.150.217.117,203.113.57.37,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 23 ม.ค. 2548 (16:05)
ว่ามาเลย เหื่อชาติ



สู้โว้ย (เบาๆ ๆ ๆ)
โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 3 ก.พ. 2548 (00:22)
hmm..i think Ms. Moo Moo just told you all u wanna hear,girl. anyways i didnt feel i wanna explain anythin bout "the passion of Plants". just thinkin to leave somethin to show ya'll im still alive. lol see ya
J_leanandalex666 at yahoo (IP:202.5.81.63,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 7 ก.พ. 2548 (15:30)
ขอบคุณมากกกกกกกก

แต่รู้สึกจะขาดแผนภาพนะ
ขอบคุนจิงๆๆๆๆๆๆๆ (IP:203.150.217.115,203.113.67.37,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 21 ก.พ. 2548 (10:52)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง phototropism กหัวข้องการตอบสนองของพืชโดยมีแสงเป็นสิ่งเร้่า
www.koy.m.@thaimail (IP:203.155.34.228,192.168.1.89,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 21 ก.พ. 2548 (11:19)
อยากได้นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อน้ำ(้hydrotropism)
1 (IP:203.155.34.228,192.168.1.108,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 23 ก.พ. 2548 (21:13)
ข้อมูลนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเกี่ยวกับการตอบสนองของพืช

หาได้จากหนังสือชีววิทยา เล่ม 3 ม. 5 ว 049 แต่งโดยอาจารย์

ประสงค์ หลำสะอาด
บิว (IP:203.150.217.114,203.113.57.36,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 24 ก.พ. 2548 (18:51)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตอบสนองของพืชที่มีต่อเสียง

ช่วยตอบด้วยค่ะ

จะเป็นพระคุณอย่างสูง
smith_angle@sanook.com (IP:203.172.115.166,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 10 เม.ย. 2548 (18:47)
ถามหน่อยสิครับ ส่วนไหนของไมยราพที่เมื่อเตะแล้วใบจะหุบหมดทั้งต้นครับ ช่วยลองให้หน่อยสิครับ ผมหาต้นไมยราพไม่เจออะ - -"
myton_flower@hotmail.com (IP:203.151.140.119,203.113.50.139,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 10 เม.ย. 2548 (18:48)
กำ ๆ แตะ นะครับ ไม่ใช่เตะ -*-
myton_flower@hotmail.com (IP:203.151.140.119,203.113.50.139,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 1 มิ.ย. 2548 (12:36)
สวัสดีครับ ผมนายเก้ คือว่าผมอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง "ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน ในเรื่องประเภท คุณสมบัติต่างๆของมันครับ" ใครทราบกรุณาช่วยบอกชื่อเวบให้ผมหน่อยครับ ครับคุณครับผม
wetsapoo1@hotmail.com (IP:202.28.24.194,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 25 มิ.ย. 2548 (15:58)
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงคับคุณมูมู่
... (IP:203.113.76.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 4 ก.ค. 2548 (20:20)
ขอบคุณมั่กมากเลยค่า นู๋รอดตายเเร้ว Yippy Yahoo
haruka_kangi@hotmail.com (IP:203.151.140.120,203.113.39.55,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 11 ก.ค. 2548 (17:27)
เป็นสิ่งที่ดีมาให้ความรู้มากมาย
โยธกา (IP:203.209.37.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 13 ก.ค. 2548 (20:47)
ขอบคุณมากครับ คุณ มูมู่ ผมต้องทำงานส่งครู ถ้าไม่ได้พี่ มูมู่ ผมแย่แน่เลย
tee (IP:203.121.147.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 24 ก.ค. 2548 (17:08)
ขอบจาย
... (IP:203.155.238.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 26 ก.ค. 2548 (16:26)
ขอขอบคุณมูมู่มาก เรากำลังหาเรื่องนี้พอดีเลย
องุ่น (IP:203.156.152.49,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 27 ก.ค. 2548 (17:55)
เข้ามาดู...
sukineko
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 5 ส.ค. 2548 (17:58)
ขอบคุณมากนะคะให้ความรู้ดีมากเลย
maunfun (IP:203.172.69.216,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 6 ส.ค. 2548 (22:08)
อยากจะได้รูปภาพประกอบงานและเนื้อหาของการตอบสนองของสิ่งเร้าของพืชช่วยหาหน่อยคะ
จ้อจี้ (IP:203.113.70.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 8 ส.ค. 2548 (18:45)
ใจจ้า?-?
??????????????????????????? (IP:203.156.45.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 8 ส.ค. 2548 (18:47)
ดีม็ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
?????????????? (IP:203.156.45.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 10 ส.ค. 2548 (11:36)
1. อยากทราบว่าในน้ำคาวปลาที่ใช้สำหรับรดต้นไม้มีฮอร์โมนอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง และมีวิธีการสังเคราห์ฮอร์โมนเหล่านั้นอย่างไร (ใครทราบช่วยบอกทีค่า)

2. ต้นสะระแหน่ที่ปลูกในกระถาง/แปลง จะเกิดการแห้งตายหากว่าผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนมาเด็ดไปปรุงอาหารหรือผู้หญิง

มีประจำเดือนเดินผ่านสะระแหน่ก็จะแห้งตาย มีใครทราบเหตุผลไหมค่าว่าทำไมสะระแหน่จึงแห้งตาย หากหญิงมีประจำเดือนมาเด็ดสะระแหน่หรือยึนไกล้ต้นสะระแหน่? (ใครทราบช่วยตอบให้ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
Kwan1_2@hotmail.com (IP:61.19.120.38,192.168.1.204,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 16 ส.ค. 2548 (20:18)
1. อยากทราบว่าในน้ำคาวปลาที่ใช้สำหรับรดต้นไม้มีฮอร์โมนอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง และมีวิธีการสังเคราห์ฮอร์โมนเหล่านั้นอย่างไร (ใครทราบช่วยบอกทีค่า)

2. ต้นสะระแหน่ที่ปลูกในกระถาง/แปลง จะเกิดการแห้งตายหากว่าผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนมาเด็ดไปปรุงอาหารหรือผู้หญิง

มีประจำเดือนเดินผ่านสะระแหน่ก็จะแห้งตาย มีใครทราบเหตุผลไหมค่าว่าทำไมสะระแหน่จึงแห้งตาย หากหญิงมีประจำเดือนมาเด็ดสะระแหน่หรือยึนไกล้ต้นสะระแหน่? (ใครทราบช่วยตอบให้ด้วยนะครับ ขอบคุณไอ้สาดดดดด
คุณลุง (IP:203.170.228.172,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 20 ส.ค. 2548 (12:18)
สิ่งเร้าหมายถึงอะไรคับVSmilies = ON
โอ๊ด (IP:203.188.46.110,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 21 ส.ค. 2548 (19:00)
ได้ความรู้มากคะ
คางุโกะ (IP:203.151.140.115,203.113.45.5,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 21 ส.ค. 2548 (19:03)
พวกเราได้ข้อมูลไปทำงานวิชาวิทย์แล้วคะ ขอบคุณมากคะ
แยม นิล จิม กิ๊ก (IP:203.151.140.115,203.113.45.5,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 24 ส.ค. 2548 (14:24)
อยากได้ข้อมูลเรื่องphototropism แบบละเอียดค่ะ ช่วยตอบด่วนมากๆๆนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
atom /phatphitcha@yahoo.com (IP:202.28.27.3,10.11.1.69,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 16 ก.ย. 2548 (12:13)
อยากทราบว่า "ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน" ช่วยเปลี่ยนดอกเพศผู้ให้เป็นดอกเพศเมียได้อย่างไร
www.aaannn_35@hotmail.com (IP:202.5.89.105,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 22 ก.ย. 2548 (22:48)
จากเอก

ขอบคุณมากหารื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ekkavit9@hotmail.com (IP:203.151.140.119,203.113.61.109,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 22 ก.ย. 2548 (22:48)
จากเอก

ขอบคุณมากหารื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ekkavit9@hotmail.com (IP:203.151.140.119,203.113.61.109,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 22 ก.ย. 2548 (22:51)
เอกวิทย์นะ
เอก (IP:203.151.140.119,203.113.61.109,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 2 ม.ค. 2549 (22:23)
ขอถามหนอยได้ไหมค่ะว่า ใครรู้เรื่องดุลยภาพของคาร์บอนไดออกไซด์เเละออกซิเจนบ้างค่ะ
คุรามิ (IP:203.113.67.36,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 12 ม.ค. 2549 (10:32)
อยากรู้สูตรเคมีเรซิล
manuneverdie (IP:61.19.215.107,192.168.1.106,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 18 ม.ค. 2549 (12:57)
ข้าพเจ้าทำรายงานเรื่องนี้อยู่อยากรู้เรื่องใดตอบได้ !!
nutgen@hotmail.com (IP:61.7.159.127,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 27 ม.ค. 2549 (17:41)
อยากทราบว่ามีสารอะไรบ้างที่ช่วยในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชและในแตงโมมีสารดังกล่าวหรือไม่
Nut_2289@hotmail.com (IP:202.183.194.219,202.183.194.201,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 14 ก.พ. 2549 (23:35)
ต้องไปถามอ.มหาลัยขอนแก่นนะคะเพราะพี่ก็รู้ไม่กระจ่างถ้าเคมีก็ถามมาได้เลย ตอบเรซินไม่มีสูตรตายตัวหรอกคะสูตรอย่างง่ายคล้ายโลเอสเทอร์ ลบน้ำออกเพราะเป็นโพลีเมอร์แบบควบแน่นนะ
CHEM18 อุดรนะ (IP:203.151.140.117,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 11 เม.ย. 2549 (16:30)
อยากทราบข้อมูลเรื่องพืชกินแมลงจากผู้ที่มีความรู้และสามารถให้แหล่งที่จะไปถ่ายทำเป็นรายการสารคดีได้ด้วยค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะ
hanami99_9@hotmail.com (IP:58.10.90.25,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 27 เม.ย. 2549 (01:23)
ขอบคุณมากๆครับ
Fricker (IP:58.9.126.239,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 14 พ.ค. 2549 (22:53)
คือเราเคยปลูกต้นถั่วงอกไว้ที่หน้าต่าง บังเอิญว่าหน้าต่างบ้านเราหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแสงอาทิตย์ก็เลยไม่ได้ส่องมาที่บ้านเรา ต้นไม้ของเราจึงเอนตัวออกไปด้านทิศตะวันออก

เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชอย่างหนึ่ง ขนาดเราไปหันมันให้หันใส่บ้าน มันยังเอนออกไปอีก
am_sci@hotmail.com (IP:61.91.39.147,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 15 พ.ค. 2549 (07:22)
ครับๆ ทดลองดูกับแรงโน้มถ่วงด้วยนะครับ จับกระถางมันตะแคงๆ เลยครับ แล้วรอดูอิอิ สังเกตรากด้วยนะครับว่าเป็นยังไง
Tanname
ร่วมแบ่งปัน752 ครั้ง - ดาว 163 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 15 พ.ค. 2549 (07:22)
ครับๆ ทดลองดูกับแรงโน้มถ่วงด้วยนะครับ จับกระถางมันตะแคงๆ เลยครับ แล้วรอดูอิอิ สังเกตรากด้วยนะครับว่าเป็นยังไง
Tanname
ร่วมแบ่งปัน752 ครั้ง - ดาว 163 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 16 พ.ค. 2549 (18:22)
มีรูบการตอบสนองต่อสิ่งเร้ามั๊ยคะพี่
เนเน่ (IP:203.151.140.116,203.113.45.137,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 17 มิ.ย. 2549 (22:55)
เด็กอะไรนี่ จะทำรายงานก็ไม่ยอมพิมพ์
00 (IP:161.200.255.164,161.200.174.25,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 119 19 มิ.ย. 2549 (21:39)
อยากรู้ว่าต้นกาบหอยแครงเป็นอย่างไร
job@.com (IP:203.113.71.37,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 29 มิ.ย. 2549 (21:22)
ชื่อการค้าออกซิน
เด (IP:58.10.96.160,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 7 ก.ค. 2549 (20:12)
อยากทราบการเจริญเติบโตของต้นถั่วเขียว ช่วยค้นคว่าให้หน่อยน่ะค่ะ
(IP:61.91.32.99,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 7 ก.ค. 2549 (20:12)
อยากทราบการเจริญเติบโตของต้นถั่วเขียว ช่วยค้นคว่าให้หน่อยน่ะค่ะ
(IP:61.91.32.99,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 9 ก.ค. 2549 (15:50)
ช่วยหาการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชให้หนอ่ยนะคะพี่หนูจะทำรายงานส่ง
tuk-18@thaimail.com. (IP:203.170.217.211,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 128 14 ก.ค. 2549 (21:02)
ได้ความรู้ดีมากๆเลยค่ะและขอขอบคุณที่มีข้อมูลให้เราได้ศึกษา
nongda_260836@hotmail.com (IP:203.113.71.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 21 ก.ค. 2549 (11:03)
อยากรู้หน้าที่และอาการที่พืชตอบสนองต่อธาตุอาหารบางชนิดขอรบกวนหน่อยนะค่ะ
การตบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช (IP:203.114.105.131,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 132 31 ก.ค. 2549 (16:25)
ขอบคุณความคิดเห็นที่29ด้วยน่ะจ๊ะถ้าไม่ได้ความคิดเห็นนี้อะคงหากันเป็นลมแน่เลยค่ะ ขอบคุณม๊ากมากกกกกกกกกกกกกกค่ะ ใจจ้า
ใหม่จ้าvothermore@thaimail.com (IP:203.113.77.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 5 ส.ค. 2549 (18:29)
ต้องทำรายงานเหมื่อนกันค่ะ
แพร (IP:203.150.132.242,10.139.69.242,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 21 ส.ค. 2549 (18:22)
อยากทารบข้อมูลเกี่ยวกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงค่ะ ชวยบอกหน่อยได้ไหมคะ
ladyboy_bb@htomail.com (IP:203.151.140.117,203.113.51.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 21 ส.ค. 2549 (20:41)
โอปอ ยากได้ เกี่ยวกับ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงนะค่ะ ทั้งหมดเรยค่ะ ช่วยส่งมาเม,นี้นะค่ะ



ด่วนนะค่ะ



Joy_Kapook@hotmail.com
P_Pol /Joy_kapook@hotmail.com (IP:202.129.1.186,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 21 ส.ค. 2549 (20:54)
แบบไมยราพหุบใบล่ะก็หาไม่ยากครับ
[-Constantine-]
ร่วมแบ่งปัน392 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 23 ส.ค. 2549 (21:46)
อยากรู้เรื่องการตอบสนองของสิ่งเร้าของพืชใครรู้ช่วยตอบด้วยคับ
เอก (IP:203.114.112.124,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 24 ส.ค. 2549 (17:59)
พืชสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนเเปลงของสิ่งเเวดล้อมได้เช่นเดียวกับสัตว์ เเต่การตอบสนองของพืชเเสดงออกด้วยการเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นไปอย่างเชื่องช้ามากเห็นไม่ชัดเจน เเละมีเเบบเเผนคล้ายคลึงกันเเม้ในพืชต่างชนิดกัน



การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชที่พบ มีดังนี้



1. การตอบสนองต่อเเสง พืชส่วนใหญ่จะมีการตอบสนองต่อเเสงโดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเข้มข้นของเเสงไม่เท่ากันทุกด้าน พืชจะโค้งไปทางด้านที่มีความเข้มข้นของเเสงสว่างมากกว่า



2.การตอบสนองต่ออุณหภูมิ พืชเเต่ละชนิดมีการเจริญเติบโตได้ในช่วงที่มีอุณหภูมิที่เเตกต่างกัน เช่น พืชเขตร้อน พืชเขตอบอุ่น พืชเขตหนาว เป็นต้น



3.การตอบสนองต่อนํ้า ในการเจริญเติบโตของพืชต้องการนํ้าเป็นปัจจัยสําคัญ ซึ่งพืชเเต่ละชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีนํ้าในปริมาณที่เหมาะสมเเตกต่างกัน เช่น พืชนํ้า พืชทะเลทราย พืชเขตร้อน พืชเขตอบอุ่น พืชเขตหนาว เป็นต้น



4.การตอบสนองต่อการสัมผัส พืชบางชนิดจะเกิดปฏิกิริยาเมื่อถูกสัมผัส เช่นใบจะหุบได้เนื่องจากบริเวณโคนใบมีกลุ่มเซลล์พิเศษที่เมื่อถูกกระตุ้นจะส่งความรู้สึกไปยังใบ เเละขณะเดียวกันเซลล์บริเวณโคนก้านใบจะเหี่ยว เนื่องจากสูญเสียนํ้า จึงทําให้ใบหุบได้
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 24 ส.ค. 2549 (18:00)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง การตอบสนองของพืช ได้แล้วช่วยส่งมาที่เมลล์นี้ด้วยนะค่ะต้องการใช้ด่วนค่ะขอบคุณค๊า

noou_lin@hotmail.com
noou_lin (IP:58.181.179.179,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 13 ก.ย. 2549 (11:12)
ผมอยากทราบว่ามะละกอตอบสนองต่อสิ่งเร้าคืออะไรระหว่าง

น้ำ

แสง

อากาศ

ดิน

ไม้เลื้อย

แรงดึงดูดของโลก

อย่่างไหนกันแน่ครับพี่ครับด่วนครับ
nongode@hotmail.com (IP:61.19.35.50,192.168.1.218,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 17 ม.ค. 2550 (21:35)
ช่วยหาเรื่อง การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ส่วนสิ่งเร้าคือ น้ำ ง่ะค่ะ หามา3วันแล้วส่งครูวันศุกร์ง่าช่วยทีน่ะค่ะ
S.Y. (IP:58.9.190.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 25 ม.ค. 2550 (14:43)
ผมอยากรู้ว่าต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงมีถิ่นกำอยู่ที่ไหน
เปรม แสงศิริ (IP:124.157.133.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 26 ม.ค. 2550 (12:27)
1926
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช มี 2 ชนิดด้วยกันคือแบบ ทรอฟิก และ นาสติกค่ะ

แบบทรอฟิกจะไม่สัมพันกับทิศทางของสิ่งเร้า แต่ทรอฟิกจะสัมพันกับทิศทางของสิ่งเร้าค่ะ

ขอข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่ะ อยากทราบเกี่ยวกับพืชกินแมลงค่ะ ที่หุบอย่างรวดเร็ว
I love science
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 26 ม.ค. 2550 (12:35)
1927
พืชกินแมลงค่า
I love science
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 28 ม.ค. 2550 (17:02)
อยากได้รูปการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ได้แก้ แสง อุณหภูมิ น้ำ และการสัมผัส อะไรก้ได้สักอย่างกี่อย่างก้อได้

หาไม่เจอเลครูเค้าให้เอาภาพมาแล้วเขียนใต้ภาพอ่า TTช่วยหน่อยละกานนะค่า
T^T---help Me (IP:58.8.50.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 29 ม.ค. 2550 (17:37)
ขอบคุงความคิดเห็นที่ 144 และ 154 มากนะคะ ซึ้งในพระคุณคุนมากค่ะได้งานส่งครูแล้วววววววว ^^ Thank you very much
fonny_mm19@hotmail.com (IP:203.188.30.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 12 ก.พ. 2550 (17:11)
การสืบพันธุ์ของพืชดอก(Reproduction in a flowering plant)

การสืบพันเป็นการสร้างชีวิตใหม่ พืชดอกทุกชนิดสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

โดยเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียในออวูล

Pollen: ละอองเรณู ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆอยู่ในเกสรตัวผู้ ละออง

เรณูแต่ละอันจะมีเซลล์พิเศษที่มีสองนิวเคลียส คือเจเนรีทีฟนิวเคลียสและทิวป์

นิวเคลียส เมื่อเรณุเข้าไปถึงรังไข่ เจเนเรทีฟนิวเคลียสจะแบ่งเป็นสอง

สเปิร์มนิวเคลียส

Ovules: ออวูล ลักษณะเป็นโครง

สร้างเล็กๆอยู่ภายในส่วนอวัยวะสืบ

พันธุ์เพศเมียของดอกคือรังไข่หลัง

จากการปฏิสนธิแล้วออวูลจะเจริญ

เป็นเมล็ด ซึ่ง

จะมี เซลล์อยู่ภายในเนื้อเยื่อหุ้มคือ

อินทีกูเมนต์เป็นถุงเอ็มบริโอ แต่

จะมีช่องเล็กๆเรียกว่ารังไข่ดอกป็อบปี

Pollination:การถ่ายละออง

เรณู

เป็นกระบวนการที่ละอองเรณูโดย

นิวเคลียสสืบพันธุ์เพศผู้ไปผสมกับ

เซลล์สืบพันธุ์เพศเมียที่รังไข่ของ

ดอกไม้ ละอองเรณุที่ตกบนยอดเกสร

ตัวเมียจะสร้างหลอดเรณูโดยทิวป์นิว

เคลียส หลอดละออง เรณูุเจริญลงไป

ที่เนื้อเยื่อรังไข เข้าไปทางยังออวูล

ทางไมโครไพล์ทำใหสเปิร์มนิวเคลียส

ทั้งสองเคลื่อนที่ตามลงไปเพื่อผสมกับเซลล์ไข่ได้

Fertilization: การปฏิสนธิ หลังจากถ่ายละอองเรณูแล้วสเปิร์ม

นิวเคลียสอันหนึ่งจะเข้าไปผสมกับเซลล์ไข่ในออวูล เป็นไซโกต ส่วนสเปิร์มนิว

เคลียส อีกอันหนึ่งจะผสมกับนิวเคลียส 2 อันที่เชื่อมติดกันในถุงเอ็มบริโอได้

เซลล์ใหม่ ซึ่งเจริญ เป็นเอ็นโดสเปิร์ม

Cross pollination: การถ่ายละอองเรณูข้ามต้นเป็นการถ่ายละออง

เรณูจากพืชต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งที่ชนิดเดียวกัน ถ้าเป็นพืชต่างชนิดกันจะไม่

สร้างหลอดละอองเรณ ละอองเรณูถูกพาไปโดยลม หรือแมลงที่ไปกินน้ำหวาน

ในดอกไม้

Self pollination: การถ่ายละอองเรณุภายในต้นเดียวกัน เช่น

การถ่าย ละอองเรณุในดอกกล้วยไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นคล้ายผึ้งตัวเมีย ทำให้ผึ้งตัวผู้

มาดูดกินน้ำ้หวานและได้ถ่ายละอองเรณูให้ดอกอื่นๆ แต่ถ้าไม่มีผึ้งมา เกสรตัวผู้ก็

จะโค้งลงมา และมีการถ่ายละอองเรณู ในดอกเดียวกันได้
5555 (IP:125.25.56.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 24 ก.พ. 2550 (22:52)
หาซื้อได้ที่ไหน
insecta
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 252 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 25 ก.พ. 2550 (12:50)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือการที่สิ่งมีชีวิตได้ตอบโต้กับสิ่งเร้าเช่นแสง น้ำ ลม หรือ สิ่งต่างๆ
Questionman (IP:125.25.0.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 30 พ.ค. 2550 (13:15)
อยากรู้สิ่งเร้าของสัตว์
ณัฐยา (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 10 มิ.ย. 2550 (10:27)
++++++ สิ่งมีชีวิตมีทั้งสิ่งเร้าภายในและสิ่งเร้าภายนอก



สิ่งเร้าของสัตว์ก็อย่างเช่น

แมวเห็นหนูแล้ววิ่งเข้าใส่___ หนูเป็นสิ่งเร้าของแมว

นกจิกกินแมลง_____ แมลงเป็นสิ่งเร้าของนก



++++0000++++
M_oo_d_N_o_y (IP:203.113.66.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 23 มิ.ย. 2550 (14:50)
ม่ายมีแหล่งอ้างอิงกานเลย - -*
... (IP:58.8.211.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 5 ก.ค. 2550 (10:43)
มีความสุขมากที่ได้เรียนคอมเพราะได้ความรู้
mou (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 5 ก.ค. 2550 (10:45)
ได้ความรู้
mou (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 12 ก.ค. 2550 (11:30)
มีสุกมากที่ได้เรียนคอม
ติ๊ก (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 18 ก.ค. 2550 (16:43)
ดอกไม้ที่เกดจากการตอบสนองต่ออุณหภูมิมีดอกไรมั้งคะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอร้อง
องอินคร้า (IP:203.147.20.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 19 ก.ค. 2550 (14:40)
ดี๊.......ดี........เนอะ
มนุษย์ (IP:125.24.106.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 25 ก.ค. 2550 (09:52)
ข้อมูลเว็บนี้ดีมากค่ะ มีรูปภาพให้ด้วยขอบคุณน่ะค่ะ ทำให้นู๋มีงานส่งอาจารย์
เด็กน่ารัก (IP:203.113.56.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 1 ส.ค. 2550 (19:57)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 1 ส.ค. 2550 (20:00)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 1 ส.ค. 2550 (20:34)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 1 ส.ค. 2550 (20:37)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.214.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 1 ส.ค. 2550 (20:39)
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกของพืช



1.แบบนาสติก คือ การตอบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทาง ไม่ว่าสิ่งเร้าจะมาในทิศทางใดก็ตาม การตอบสนองก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เช่น การหุบและบานชองดอกไม้



2.แบบทรอฟิก คือ การตอบสนองที่สัมพันธ์กับทิศทาง สิ่งที่มีอิทธิพล คือ



2.1 แสง คือ ลำต้นของพืชจะงอกและเบนเข้าหาแสง ส่วนรากนั้นจะตรงข้ามกันคือจะงอกหนีแสง

2.2 แรงโน้มถ่วง คือ ลำต้นของพืชจะงอกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง แต่รากจะงอกเข้าหาแรงโน้มถ่วง
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 1 ส.ค. 2550 (20:49)
1.กระบวนการออสโมซิส หมายถึง การที่น้ำเคลื่อนที่ผ่านเยื่อบางๆ(เยื่อเลือกผ่าน)จากบริเวณที่มีนำมากหรือความเข้มข้นของสารต่ำ ไปยังบริเวณที่มีน้ำน้อยหรือความเข้มข้นของสารมาก



2.กระบวนการแพร่ หมายถึง การที่สารเคลื่อนที่จากที่ที่มีความเข้นข้นมากไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารน้อย โดยจะผ่านเยื่อเลือกผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 1 ส.ค. 2550 (20:54)
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืช



กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง หมายถึงการสร้างอาหารของพืช โดยพืชสามารถสังเคราะด้วยแสงได้ทุกเวลาที่มีแสง แต่จะสังเคราะห์ได้มากที่สุดในเวลากลางวัน ซึ่งมีปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงดังนี้ คือ

1.แสง จากดวงอาทิตย์

2.คาร์บอนไดออกไซด์

3.น้ำ

4.คลอโรฟิลล์ รงควัตถุที่อยู่ในคลอโรพลาสต์
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 1 ส.ค. 2550 (21:07)
การลำเลียงสารในพืช



การลำเลียงสารในพืชเกิดจากที่เมื่อเวลาพืชสังเคราะห์ด้วยแสงเสร็จแล้วจะเกิดการลำเลียงสารอาหารที่สร้างได้คือ น้ำตาล ไปยังส่วนต่างๆของลำต้น โดยลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหารที่เรียกว่า "โฟลเอม" ซึ่งอยู่บริเวณเปลือกไม้ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป



การลำเลียงน้ำในพืช



การลำเลียงนำเกิดขึ้นเมื่อรากมีการดูดน้ำผ่านทางขนรากแล้วจะลำเลียงขึ้นไปยังกิ่ง ก้าน และใบ โดยผ่านทางท่อลำเลียงน้ำที่ เรียกว่า "ไซเลม" อยู่บริเวณแก่นไม้(ตรงกลางของลำต้น)ในพืชใบเลี้ยงคู่ แต่ถ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะอยู่กระจัดกระจายทั่วลำต้น



**ไซเลม(ท่อลำเลียงน้ำ)มีทิศทางการลำเลียงจาก ล่าง ขึ้น บน

**โฟลเอม(ท่อลำเลียงอาหาร)มีทิศทางการลำเลียงไปในทุกทิศทาง

+++ ระหว่าง โฟลเอมและไซเลม จะมีเนื้อเยื่อเจริญกั้นอยู่เรียกว่า "แคมเบียม"
ต้นไม้ (tonmai_barbie@hotmail.com) (IP:125.25.147.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 2 ส.ค. 2550 (06:15)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช,กระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเเสง,กระบวนการเเพร่เเละออสโมซีส,การลำเลียงสารในพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับใครตอบขอบคุณมากครับ(ขอเยอะหน่อยสัก30หน้า)
chaiyapon_cha1309@hotmail.com (IP:210.86.216.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 4 ส.ค. 2550 (10:45)
อยากจะทราบว่าการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแบบมีทิศทางเป็นยั้งไงและมีอะไรบ้างอยากทราบอย่างละเอียดนะคะคัยสามารถบอกได้ก้อจะขอบคุนเปนอย่างมากคะ
deknal_6468@hotmail.com (IP:203.113.45.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 6 ส.ค. 2550 (18:31)
ฃอรายละเอียดของหัวข้อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชด่วนครับจะทำรายงานส่งครูครับ
123456 (IP:125.27.106.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 27 ส.ค. 2550 (20:43)
ไม่รุจักหากันเองบ้าง
อี (IP:125.27.172.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 18 ก.ย. 2550 (19:47)
หนูก็อยากรู้เหมือนกันอ่า -*-
ณิยะดา (IP:125.26.146.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 6 พ.ย. 2550 (15:42)
55
arm (IP:202.57.138.94)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม