การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชางานบ้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้เผยแพร่  :   นางศิริกุล  แก้วบุญ 


   ตำแหน่ง ครูชำนาญการ   โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   


ชื่อเรื่อง  :       การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชางานบ้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  


   โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   โดยใช้เทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน (learning  together) 


 


                        การศึกษาการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชางานบ้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   โดยใช้เทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน (learning  together)   แบบแผนการศึกษาแบบ one group pretest-posttest design  


วัตถุประสงค์ของการศึกษา


1)  เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชางานบ้าน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน 


2) เพื่อศึกษาความสามารถในการปฏิบัติเกี่ยวกับวิชางานบ้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ที่จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน 


3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน 


ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 - 1/3 โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 3 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 124 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551  จำนวน  45 คน  ซึ่งได้มาจากวิธีการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling)


เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย


1) แผนจัดการเรียนรู้วิชางานบ้านที่จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน จำนวน 9 แผน  ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00   


2)  แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ วิชางานบ้านที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นเอง  ซึ่งเป็นแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ชนิด 4 ตัวเลือก แบบปรนัย 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 มีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.23 ถึง 0.75 ค่าความเชื่อมั่น 0.82  


3) แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.67-1.00


4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 1.00


สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย ( )  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test) แบบ dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) สรุปผลการศึกษาดังรายละเอียดต่อไปนี้


 


 


                        1.   ผลการเรียนรู้วิชางานบ้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ก่อนและหลังจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย  โดยคะแนนที่ได้หลังจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้  โดยผลการจัดการเรียนรู้พบว่า การเลือกซื้ออาหาร  มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาคือ ครอบครัวและความสัมพันธ์ในครอบครัว  อาหารสำหรับคนวัยต่าง ๆ  การเย็บผ้า อาหารและโภชนาการ  การรักษาความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน  การทำงานบ้าน  การประกอบอาหาร  และการใช้และดูแลรักษาเครื่องใช้ในบ้าน  มีคะแนนเฉลี่ยเป็นอันดับสุดท้าย


                        2.   ความสามารถในการปฏิบัติเกี่ยวกับวิชางานบ้านที่จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน พบว่า  ความสามารถในการปฏิบัติรายบุคคลของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน โดยภาพรวมอยู่ในสูง  โดยการรับผิดชอบงานที่มอบหมาย  ความสนใจในการเรียน  การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อยู่ในระดับสูง  ส่วนการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น  อยู่ในระดับปานกลาง  


                                ขณะที่ความสามารถในการปฏิบัติเป็นกลุ่มของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน โดยภาพรวมอยู่ในสูง  โดยการแบ่งงานกันรับผิดชอบ  การรับฟังความคิดเห็นของสมาชิก  การมีส่วนร่วมในการทำงาน  และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  อยู่ในระดับสูง  ส่วนการนำเสนอผลงาน อยู่ในระดับปานกลาง


                        3.   ความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โดยภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า นักเรียนเห็นด้วยมากในด้านบรรยากาศในการจัดการเรียนรู้  เป็นลำดับที่ 1 รองลงมา คือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ และด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นลำดับสุดท้าย เมื่อพิจารณาด้านบรรยากาศในการจัดการเรียนรู้  โดยภาพรวมพบว่านักเรียนเห็นด้วยมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนเห็นด้วยในระดับมากทุกข้อ คือ  การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันเป็นวิธีการเรียนรู้ที่น่าสนใจทำให้นักเรียนได้ช่วยเหลือกันในกลุ่ม การเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกัน  เป็นวิธีการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมีอิสระในการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันมีกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกมีความสุขและสนุก ทำให้อยากเรียนวิชางานบ้านมากขึ้น  เมื่อพิจารณาด้านประโยชน์ที่ได้รับ พบว่าเห็นด้วยมาก และทุกข้อ ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันมีโอกาสให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และความคิดเห็นร่วมกัน การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิชางานบ้าน และกระบวนการที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยเทคนิคเรียนรู้ร่วมกันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาอื่น ๆ ก็เห็นด้วยมากเช่นกัน ส่วนด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ข้อที่นักเรียนเห็นด้วยมากที่สุด คือ การเรียนรู้แบบนี้ทำให้นักเรียนมีความคิดได้กว้างขึ้น มีความสุขในการเรียนและนักเรียนมีความพอใจ และเห็นด้วยน้อยที่สุด คือ ในการร่วมกิจกรรมที่ผู้จัด                การเรียนรู้จัดให้มีความสนุกไม่น่าเบื่อ



ความคิดเห็นที่ 1

morphine-1541@hotmail.com (Guest)
9 ธ.ค. 2553 20:13
  1. หนูก้ออยู่มอหนึ่งเรียนอยู่พอddddd

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น